[KP/Mekakushidan] Remember our illusion

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 297 Views

  • 0 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3

    Overall
    297

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

โลกที่ถูกสร้างซ้ำวนไปกับอดีตที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ความสามารถนการจดจำของฉันที่สร้างความปวดร้าวซ้ำไปซ้ำมาจะเป็นเรื่องดีในท้ายที่สุด..สินะ /เป็นเรื่องราวชีวิตของชินทาโร่ค่ะ


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เฮ้ยยย จบอ่ะ จบด้วย แต่ยังไม่ได้เกลาภาษาเลย

ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

รักทุกคนนน

@pom

FA :: @pom / pommijika
B
E
R
L
I
N
?

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 15 พ.ค. 60 / 04:48

บันทึกเป็น Favorite


Title : Remembered our history

Parring : none

กะจะแต่งนานแล้วแหละ แต่คราวนี้จะลัดคิวทุกเรื่องแล้วแต่งให้จบให้ได้เลย! เฮ้!!!




    เมื่อสมัยผมเป็นเด็ก ผมก็เหมือนคนอื่นๆ สนุกที่จะเล่น มีความสุขกับชีวิต ผมมีน้องสาวด้วยนะ เธอชื่อโมโมะ น้องสาวขี้แย แต่เธอกล้าหาญและร่าเริงมากๆเลยล่ะ! ผมสัญญาเลย ผมนี่แหละจะดูแลเธอเอง ดังนั้น



    “การไปซื้อของวันนี้ ไว้ใจผมกับน้องได้เลยนะฮะ คุณพ่อ คุณแม่!”เด็กน้อยยิ้มอย่างร่าเริง ในมือของเขากุมมือเล็กๆแสนบอบบางของน้องสาวไว้ในมือ อีกข้างจับกระเป๋าสตางค์ใบเล็กด้วยสายตามุ่งมั่น เธอที่ยืนส่งเด็กน้อยของเธอหน้าประตูสำหรับการออกไปจ่ายตลาดครั้งแรกของทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ ข้างกายคือสามีที่ยืนยิ้มภาคภูมิใจปนขันลูกๆของตนอยู่ไม่น้อยด้วยความหมั่นเขี้ยว


    “จ้า จ้า~ แม่ฝากลูกๆด้วยนะจ๊ะ ดูแลน้องดีๆล่ะชินจัง”สาววัยกลางคนที่ยังคงความสวยสดสะพรั่งค้อมตัวลงพูดกับดวงใจดวงน้อยๆของหล่อนอย่างเอ็นดู


    “ถ้าวันนี้ทำพลาดล่ะก็ จะเรียกเจ้าลูกท้อ(momotaro)จริงๆด้วยนะ รู้ไหม!”ชายที่สูงวัยกว่าพูดพลางขยี้หัวเล็กๆนั้นจนเรือนผมสีดำของเขายุ่งจนฟูฟ่องไปหมด


    “คุณนี่!่ ฉันเอามาตั้งชื่อโมโมะจังแล้วนะ ยังไม่เลิกคิดถึงชื่อนั้นอีก”เธอเอ็ดสามีอย่างไม่จริงจังนักขณะมองลูกชายจัดทรงผมโดยมีลูกสาวอีกคนมองอยู่เงียบๆด้วยท่าทางเหมือนประม่าอยู่


    คนเป็นพ่อเพียงส่งเสียงหัวเราะขบขัน ก่อนยกแขนโอบกอดภรรยา นัยน์ตาคู่นั้นอ่อนโยนแสดงความรักใคร่


    “คุณนั่นล่ะ ไม่ต้องกังวลแล้ว เด็กๆของพวกเราอายุ5-6ขวบแล้วนะ ดูซิ แป๊บๆก็สูงจะถึงเอวอยู่แล้ว ให้แกได้ลองซื้อของเองบ้างเถอะน่า”ว่าแล้วก็ผายมือมองนัยน์ตาสีรัตติกาล2คู่ที่จ้องมองมาอย่างกล้าหาญแม้สาวน้อยของพวกเขาดูเหมือนจะกลัวก็ตาม


    “อึก...เฮ้ออ ระวังด้วยนะจ๊ะ อย่าคุยหรือรับของจากคนแปลกหน้า ต้องสุภาพนอบน้อม จำระเบียบต่างๆที่แม่สอนได้ใช่ไหมจ๊ะ ไหนทวนซิ”เธอมองพวกเขา แม้ความกังวลจะมิได้ลดลงแต่เธอจะต้องแข็งใจเข้าไว้!


    “ได้รับให้ขอบคุณ ทำผิดต้องขอโทษ ไม่ยืนเดินขวางทาง แล้วก็มองไฟจราจรครับ/ค่ะ”เด็กทั้งสองมองหน้ากันประสานเสียงพูด เสียงตรงไหนจาดก็มีเสียงอีกเสียงต่อจนจบประโยค


    “ดีมากจ้ะ เอาล่ะ ออกเดินทาง!”คุณแม่ยิ้มสดใสกำมือชูขึ้นเป็นสัญลักษณ์สู้ๆ แล้วเด็กทั้งสองจึงบอกลาโดยมีผู้ปกครองส่งเสียงบอกลาไล่หลังมา


_._._._._._._


    “เอาล่ะ ก่อนอื่นดูแผนที่กันเถอะ”ชินทาโร่ปล่อยมือโมโมะเพื่อเปิดกระเป๋าหยิบแผนที่ฉบับคุณพ่อทำมือออกมากาง โดยมีรายละเอียดสินค้าที่ต้องซื้อโดยคุณแม่เป็นโพสอิสสีขาวชมพูลายเป็นเหลืองแสนน่ารักแปะไว้ข้างกัน


    รายละเอียดที่กระชับเข้าใจง่าย ทั้งยังมีรูปวาดประกอบช่วยในการนำทางพวกเขาอย่างง่ายดาย


เป้าหมายแรก ร้านผักของพี่สาวหน้าโหดใจดี เริ่มขึ้น ณ บัดนี้!


    “...”นัยน์ตาสองคู่มองกองผักที่จัดเป็นกองๆ บ้างใส่ตะกร้าอย่างกระชับกระส่าย



แล้ว เขาจะเลือกยังไง


อะไรคืออะไรล่ะ?!



    “...เฮ้ เจ้าหนู จะเอาอะไรล่ะ”โมโมะสะดุ้งมุดตัวหลบหลังชินทาโร่อย่างตื่นตระหนกจนเรือนผมสีส้มข้างในสีดำกระดกขึันมาราวกับเรดาร์ตรวจอันตราย


    ชินทาโร่ลอบกลืนลายดวงตากระสับกระส่ายขณะมองน้องสาวค่อยๆสงบลงเขาหันหน้ามายิ้มสไวที่ใครเห็นก็ต้องเอ็นดูไปตามๆกันส่งให้กลับ


    “ผม มาซื้อของตามนี้ฮะ”เขายื่นกระดาษสีเขียวลายเคโรโระส่งให้แล้วยืนรอจ้องอย่างใสซื่อ~


    เธอกวาดสายตาอ่านก่อนหันไปจัดสินค้าใส่ถุงพลาสติกยื่นให้เด็กชายที่รออย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตสีดำแวววาวขึ้น เด็กน้อยยิ้มร่าเริงรับของมาด้วยราคาที่ถูกลงจากเดิมเล็กน้อย


    “แล้วมาอุดหนุนอีกล่ะ”หญิงสาวบอกเด็กๆก่อนกลับไปประจำที่เดิม


เควส1 : มิสชั่น คอสพลีต!!


    ทั้งสองยังคงก้าวเดินไปตามแผนที่ในขณะเดียวกันโมโมะที่ไร้เดียงสาก็จ้องมองที่ชายที่ถือข้าวของมากมายอย่างเป็นห่วง มือเล็กๆที่กำลังเกาะแขนกระตุกแขนเสื้อยืดสีฟ้าเรียกพี่ชายเบาๆ


    “พี่ชาย หนูช่วยถือนะ”เสียงเล็กๆกล่าว ทำพี่ชายอย่างเขาต้องแวะข้างทางคัดถุงเบาๆให้น้องสาวถือไปซัก2-3ถุง ส่วนอีกกว่า4-5ถุงก็ยังอยู่ในมือเขาก่อนทั้งสองจะออกเดินทางต่อ

.

.

.

.

    ทางรถไฟสายเล็กๆนี่ไม่ใช่ทางที่คุ้นเคยเลย สงสัยพวกเขาจะมาผิดทางรึเปล่านะ?


    “อดทนเข้าไว้นะโมโมะ ...อ๊ะนั้น ไปกินไอติมกันเถอะ!”ชินทาโร่ให้กำลังใจน้องสาวก่อนเดินเข้าร้านไปด้วยกัน เขาตั้งเป้าไว้ว่าการถามทางไปร้านสุดท้ายคราวนีัเขาจะได้กลับไปพักกับเมล่อนเย็นๆที่บ้านเสียที


    ข้าวของที่ทั้งคู่ถือมานั้นที่จริงไม่ควรจะมากมายหรือหนักขนาดนี้ แต่เพราะความน่าเอ็นดูที่มีมากล้นทำให้ทั้งคู่ได้ทั้งลด ให้ แจก แถม มาไม่หยุดไม่หย่อน ได้กำลังใจมาไม่น้อยเลยทีเดียวจากการทำคะแนนโดยชินทาโร่



เอ๊ะ เขารู้หรือไม่รู้เรื่องพวกนี้กันแน่นะ?


.

.

.

.


    3 ชม.ที่ลูกๆของเธอออกไป กลายเป็นว่าคนที่กังวลสุดๆไม่ใช่เธอเสียงอย่างนั้นไป


    “คุณเนี่ยน้าา ขี้กังวลเสียจริง”เสียงเย้าแหย่ของภรรยาเรียกสายตาของสุนัขตัสโตให้หันมอง


    “โถ่ที่รัก 3ชม.แล้วนะ ตามเวลาที่ผมคาดการณ์ไว้ มันก็ความแค่ 2.40 ชม.สิ นั้นหมายถึง 15นาทีที่แล้วก็เลทสุดๆไปเลยนะ!”ดูสิ...แล้วใครเสนอยกระดับความสามารถลูกๆกัน กลับมางอแงเสียเองแบบนี้


    “ที่รัก ใจเย็นหน่อยสิคะคุณ คิดในแง่ดีว่าแกอยากแวะทานขนมอยู่ก็ได้นะคะ”


    “อากาศร้อนขนาดนี้ จะเป็นลมรึเปล่าก็ไม่รู้นะที่รัก”ไม่ฟังกันเลย เฮ้ออ แล้วที่บอกว่าร้อนน่าจะแค่คุณเสียมากกว่า


    เธอหัวเราะ ขณะเดินไปหยิบผลไม้ลงจากช่องฟรีสใส่ช่องธรรมดาแทน


   ไม่นานเกินรอเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้องเสียงของเด็กๆ คุณพ่อคนเก่งแทบจะไม่รักษามาดแต่เมื่อถึงประตูเขาก็เปิดด้วยสีหน้าปกติเสียจนคุณแม่ที่กำลังปลอกเมล่อนทำสีหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะอ่อนใจ หรือเหนื่อยใจดี ให้ตายสิเจ้าเด็กโข่งเอ้ย


    “โห ซื้ออะไรมาเนี่ยเยอะแยะเลย”คุณพ่อทักขึ้นหลังส่งเสียงทักทายกันไปแล้ว


    “เอ...มีถุงนี้ อันนี้ แล้วก็อันนั้น กับอันนั้นฮะ”ตอบพร้อมชูถุงในมือตนและชี้ไปยังถุงในมือน้องสาวที่วางถุงลงอย่างเหนื่อยอ่อน


    “...อืมม งั้นเก็บของก่อนดีกว่านะ เก่งมากทุกคน”ฝ่ามือหนาวาดลงบนกลุ่มผมลูบเบาๆเรียกความภาคภูมิใจในดวงตาของเด็กทั้งสอง คุณแม่ส่งเสียงเรียกทุกคนเข้าบ้านเสียที พวกเขาได้ตอบรับและช่วยกันถือของอย่างแข็งขัน


_._._._._._._._._


    “โมโมะ กับคุณพ่อกลับมาช้าจังเลยนะครับ”เด็กน้อยมองเวลาที่ล่วงผ่านเลยไปนานขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่นี่มันก็จะบ่ายแล้ว กับข้าวที่ช่วยคุณแม่ทำถูกจัดขึ้นโต๊ะจนมันก็เริ่มจะเย็นชืดแล้วเสียด้วย


    “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ วันนี้พ่อเขาไปไกลนี่นาา บางทีอาจกำลังรีบกลับมาอยู่ก็ได้นะ!”คุณแม่กล่าวด้วยรอยยิ้มแม้จริงๆเธอเองอยากลงไปนั่งหง่าวหน้าเตียงงอนสามีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน


    เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆเสียงโทรทัศน์ถูกเปลี่ยนไปมาพร้อมสีหน้าอันดูเบื่อหน่ายยิ่งของคุณูกชายที่ถือครองรีโมตอยู่


กริ๊งงงงง กริ๊งงงงง  กริ๊งงงง กริ๊งงงงงง กริ๊ง-- คลิ๊ก


    “สวัสดีค่ะ คิซารากิพูดสายค่ะ………………..คะ?....ค ค่ะ!ดิฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้”เสียงที่แปลกไปทำให้เขาสังหรณ์ใจพิกลนัก


    “ชินจัง ร รีบไปโรงพยาบาลกัน..คุณพ่อประสบอุบัติเหตุ ขับรถตกจากเขาโมโมะจังอยู่โรงพยาบาลแต่..ตอนนี้ยัง...ไม่เจอคุณพ่อเลย”ดั่งฟ้าผ่าลงมากลางใจ ทุกอย่างดูช้าไปหมดเขารีบรุดออกไปโดยเก็บทุกอย่างเข้าที่อย่างลวกๆ บรรยากาศบนรถไฟฟ้าที่นั่งอยู่ประจำกลับสร้างความอึดอัดหนักอึ้งเป็นเท่าตัว



ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกัน…


.

.

.

.


    เรื่องน่าประหลาดใจที่โมโมะดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรมากแค่2-3วัน เธอก็สามารถกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ เพียงแต่คุณพ่อยังไม่กลับมาเลย


    “คุณแม่ เมื่อไหร่คุณพ่อจะกลับล่ะคะ ฮือออ”เป็นอีกวันและอีกวันที่วนมาเหมือนเดิม


    “เพราะโมโมะเป็นเด็กดื้อเหรอคะ เพราะโมโมะเร่ง..ใช่ไหม เพราะโมโมะเป็นเด็กไม่ดีสินะคะ ถ้าโมโมะสัญญาคุณพ่อจะกลับมาใช่ไหม ถ้าโมโมะเป็นเด็กดีคุณพ่อจะกลับมาใช่ไหม”เสียงร้องไห้งอแงดังพร้อมความรู้สึกผิดที่ท่วมขึ้นมามามากเท่าไหร่ก็ไม่อาจเรียกใครกลับมาได้เลย ไม่มีเลย..


    เด็กน้อยนั่งหันหลังให้มารดาและน้องสาวที่ขอบตาบวมช้ำ ชินทาโร่ไม่ได้ร้องไห้เหมือนอย่างที่คุณแม่นอนร้องไห้ทุกคืน



เขาคือลูกพ่อ


เขาจะต้องเป็นเสาหลักครอบครัวต่อ


เขาจะอ่อนแอไม่ได้


ดังนั้น เขาจะต้องเข้มแข็งเข้าไว้


จะร้อง..ไม่ได้…



    เขาปาดน้ำตาที่หลุดร่วงลงมาหนึ่งหยดนั่งอยู่ตรงๆนั้นกับครอบครัวที่เหลืออยู่อย่างเงียบงัน
แล้วหลังจากนั้น โมโมะก็จำไม่ได้แล้วล่ะว่ามีวันไหนบ้างที่พี่ชายจะลุกออกจากโต๊ะหนังสือของพวกเขาเพื่อมาเล่นด้วยกันอีกครั้งบ้าง แต่นั้นก็ทำให้เธอเริ่มไม่ชอบพี่ชายเช่นกัน



เพราะเขาไม่สนใจใครเลยนอกจากตัวเองไง..



.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.


    “สวัสดีจ๊ะ ฉันอายาโนะ  ทาเทยามะ อายาโนะจ้ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”ชินทาโร่ย้ายสายตาจากหนังสือในมือมามองสาวน้อยที่ดูอ่อนโยนข้างๆกัน


    “อ่า..คิซารากิ ชินทาโร่”อ่าแปลกใจเหมือนกันแต่ใช่ว่าเขาจะต้องแปลกใจ ถึงเขาจะไม่มีเพื่อนแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเพื่อนซักหน่อย



อ่า ดูงงๆวกวนจริง


แต่มันหมายความตามนั้น



    “จากนี้ไป ขอฝากตัวด้วยนะ”เขายิ้มตอบรับเก้กังๆ มันนานแล้วเหมือนกับการมีเพื่อนสำหรับเขา

.

.

.

.


    หนึ่งในสาเหตุที่เขายังเรียนน่ะเหรอ วุฒิสำหรับการสมัครงานขั้นต่ำอย่างหนึ่ง หวังทุนการศึกษาด้วยอีกอย่างนึ่ง


แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย..


อา ชีวิตเนี่ย น่าเบื่อจัง



    จะจบม.2แล้ว แต่ฉันกลับไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตมันดีขึ้นแต่อย่างไร มีเพียงเพื่อนสาวที่อยู่ด้วยกันมา กับกระดาษคะแนน100เต็มเสียทุกเทอม


    “แฮะๆ”เธอเดินกลับเข้ามานั่งที่เดิม หัวเราะอย่างเขินอายให้กับคะแนนที่ไม่ว่าจะติวมากแค่ไหนก็ไม่เคยแตะถึง80เสียที ไม่สิ60ยังจะไม่ถึงเลยเสียด้วยซ้ำ


    ‘ทำไมถึงหัวเราะ?’ ‘ก็แค่ ไม่ได้คิดอะไรไร แบบนั้นล่ะมั้ง’เขาคิดขณะเท้าคางมองประตูแต่หูยังคงได้ยินเธอทำบางอย่างกับกระดาษ


    “มันก็แค่เรื่องน่าเบื่อ ดังนั้นแล้วชั่งมันเถอะเนอะ!”เธอยิ้มกว้างส่งให้ฉันที่หันกลับมามองแล้วปล่อยนกกระดาษนั้นร่วงล่นไปบนโต๊ะของเขา



อา...นั้นสิ


ปล่อยฉันไปเถอะ..


-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.



    เหมือนอีกวันและอีกวัน โลกที่ดิ้นรนไปยังจุดหมายปลายทางจากความว่างเปล่าสู่ความว่างเปล่า



ทำไมต้องพยายามกัน


ทั้งที่มันไม่มีอะไรเลยแท้ๆ..



    เป็นอีกวันที่เขาปลุกตัวเองจากความฝันสีดำที่ว่างเปล่า เอื้อมมือกดปิดนาฬิกาปลุก



อ่า..ยังเช้าอยู่เลย


แต่หลับต่อไม่ลงแล้วล่ะ..


.

.

.

.


    เขาเดินเอื่อยไปเรื่อยๆในหัวก็คิดถึงเกมที่ได้เล่นไปมากมายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างน้อยๆก็พอช่วยเขาผ่อนคลายจากการพยายามอ่านหนังสือทุกๆวันได้มากเพราะวันนี้ตื่นเช้าเลยมีเวลาคิดอะไรมากมายก็เลยได้ลองคิดถึงบางอย่างดู



ถ้าฉีกมันออกจะรู้สึกถึงอะไรบ้าง..รึเปล่านะ?



    เย็นวันนั้น ร่างโปร่งเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าที่ชอบมาพักประจำ เขาหยิบกระดาษข้อสอบขึ้นมาและฉีกมัน


 

แต่มันว่างเปล่า



    “นั้นสิ..ก็แค่กระดาษนี่…”


    “...มนุษย์น่ะหายไปซักคนก็คงไม่เป็นไหร่หรอก”เขาพึมพำขณะจับชิ้นส่วนคะแนนจากกระดาษอันเป็นหลักฐานในการสะสมเผื่อมีการรับทุนการศึกษา



ว่างเปล่า


เดี๋ยวก็จะมีความว่างเปล่าอื่นๆมาแทนที่


ช่างว่างเปล่า



    “บ่นอะไรอยู่ได้น่ะฮึ คิดมากจริงนายนี่”เด็กหนุ่มเกือบหงายหลังเพราะแรงดึงผ้าที่เกี่ยวคอของเขาให้หันไปมองเพื่อนสนิทที่ยิ้มร่าเริงอยู่ตรงนั้น เขาชะงักไปมองดูอีกฝ่ายจัดผ้าพันคอให้เขาที่ตัวเริ่มเย็นจากลมหนาวครั้งสุดท้ายในปลายฤดูหนาวครานี้ ทั้งคู่เงียบกันไปครู่หนึ่งก่อนที่อายาโนะจะเริ่มประโยค


    “เอาล่ะ ดังนั้นแล้ว วันนี้เวรนายไปช่วยกันทำความสะอาดเร็ว!”เธอยิ้มร่าเริง


    “หาา นี่ขึ้นมาตามให้ฉันลงไปทำเวรเนี่ยนะ”ชินทาโร่บ่นนิดหน่อย จากนั้นเขาก็เอาผ้าพันคอออกสวมจัดให้อายาโนะ


    “ตอนนี้ยังหนาวอยู่ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก”พูดแบบนั้นโดยไม่มองหน้าอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย


    “อื้ม จ้ะ!”เธอขานรับ ในอกของเธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่อบอุ่นขึ้น



ชินทาโร่เนี่ย ใจดีจังเลยน้าา

.

.

.

.


    “อา กลับไปแล้วยังต้องกลับมาใหม่อีกเนี่ยนะ”เขาบ่นพึมขณะมองทางเดินที่เงียบงันภายในโรงเรียนที่ทุกคนกลับไปแล้ว



ก็ใครใช้ให้เขาลืมสมุดแล็คเชอร์ตัวเองไว้ที่นี่กัน



คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจกับตัวเอง


    ยามเมื่อมองเข้าไปในประตูห้องเรียนที่ปิดไม่สนิทเขากลับพบบางอย่างที่ทำให้หัวใจสั่นไหวจนนิ่งไป



ท่ามกลางท้องฟ้ายามอัสดง


มีเพียงเด็กสาวที่ร่ำไห้ด้วยนัยน์ตาทุกข์ตรมปวดร้าวอย่างเงียบงัน


ราวกับ เขาจ้องมองภาพสะท้อนของความโศกเศร้านั้น



    นิ่งได้เพียงชั่วอึดใจเขาถอยกลับหลบไปในเงาของกำแพงข้างประตูฟังเสียงจนคนข้างในสงบลงแล้วเขาจึงเดินจากไป


    เดี๋ยวเธอจะกลับมาดีขึ้นเอง…


และเช้าวันต่อมา เขารู้แล้วว่าคนที่จะทำให้วันน่าเบื่อหยุดลงไม่ใช่ใคร


แต่เป็นตัวเขาเอง

.

.

.

.


    “นี่พวกเราไปงานโรงเรียนด้วยกันนะ”เธอเอ่ยชวนชายที่นั่งคุยกับเธอข้างๆกันเรื่อยมาระหว่างการติวข้อสอบกลางภาคกัน


    “หืม งั้นเหรอ ได้สิ”แล้วเขาก็เริ่มถามคำถามอื่นๆทบทวนเธอต่อไป

.

.

.

.


    “ว๊าววว ทุกคนทำเต็มที่มากเลยเนอะ”เธอมองรอบรอบงานอย่างสนใจข้างกันคือชินทาโร่ที่เดินเอื่อยๆ เขาเดินไปรอบๆงานกับอายาโนะที่ดูชื่นชอบบรรยากาศเทศกาลอยู่ไม่น้อย


แต่เขาล่ะโคตรอึดอัดเลย..



    “ดูนั้นสิ มีเกมยิงปืนด้วยล่ะ เหห รุ่นเขาเขียนโปรแกรมกันเองด้วยนะ!”เธอดูสนใจใบโฆษณาที่แปะตรงนั้นไม่น้อย


    “อืม..เดินจากตรงนี้ไปแล้ววนไป เราก็จะเจอห้องนั้นได้ตอนใกล้จบงานพอดีนะ”ชินทาโร่ชี้ทางเดินแนะนำทางที่จะไปให้กับเพื่อนสาวเพื่อไม่ให้ต้องเดินวนไปวนมา เธอยิ้มตอบรับและดำเนินตามคำแนะนำของชินทาโร่ ซึ่งเป็นโชคดีที่เขาตัดสินใจแบบนั้น เพราะเป้าหมายสุดท้ายแถวยาวจนทำให้ต้องรอคิวชั่วครู่เลยล่ะ และนั้นทำให้เขาให้วิธีการเล่นของผู้หญิง2จุกนั้นที่เขาว่าเก่งนักหนา



ก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลย..



แต่ใครจะรู้ นั้นทำให้เขาได้เพื่อนร่วมวงมาอีกตั้ง2คนแน่ะ..


-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-


ตึก ตึก ตึก


    “เอ๊ะ!/หือ”ทั้งสองมองหน้ากันในที่เดิมๆของชั้นเรียนใหม่


    “ดีจัง ได้เจอกันอีกแล้วล่ะะ”เธอกล่าวยิ้มอย่างยินดี ดูเหมือนปีสุดท้ายของม.ต้นจะไม่วังเวงใจเท่าไหร่


    “อ่าา..ฮะ”เขาตอบรับมันได้แบบนั้น


หลัง2สัปดาห์แรกผ่านไปกลับมีเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้น


    

เฮ้ นี่เธอหายไปไหนน่ะ..


ทำไมวันนี้ถึงมาช้าจังเลย



    เสียงร้องไห้ของหญิงสาวคนหนึ่งไม่ได้เรียกความสนใจวันนี้เป็นวันแจกกระดาษข้อสอบมันก็จะมีคนที่กังวลบ้าง..แต่ จนกระทั้งมันเพิ่มขึ้นและเสียงครางอันแผ่วเบาดั่งภาพวันวานสาดสะท้อน ดอกไม้ช่อนั้นในมือหล่อนทำเขาหัวใจหยุดเต้นลง


“ ฮึก อา อายาโน ฮึก ฮือออ”


    เขาไม่สามารถระงับความสับสน กลิ่นอายที่อบอวลในห้องทำเอาเขาแทบบ้า


ไม่นะ..



    แม้ว่าจะเริ่มเรียนกันแล้วแต่บทเรียนเหล่านั้นไม่ได้เข้าหูเขาเลยแม้แต่น้อย


    ‘นี่มัน เกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้…ต้อง ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่...อา...ทั้งที่คิดว่ามันจะไม่เป็นไร…’นั้นเป็นครั้งแรกที่เขาได้ถามตัวเอง



เขารู้อะไรเกี่ยวกับอายาโนะบ้างล่ะ



    ดวงตาสีดำจ้องมองหน้าต่างอย่างเคย ความเหงาสร้างพื้นที่ช่องว่างในหัวใจ เงาที่เคยสะท้อนภาพของเธอเสมอกระทั่งวันที่เธอหัวเราะแล้วก้มหน้าลง แต่ครานี้



ไม่มีเงาใดสะท้อนในกระจกอีกต่อไป



    ริมฝีปากเม้มเข้าหากกันเสียงฟันที่กัดกระทบ ในมือคือกระดาษที่เขียนคะแนนเลข3หลักที่ไม่เพิ่มหรือลดเลย หัวใจที่เริ่มจะจางหาย..มัน...ปวด อีกครั้ง



เพราะคิดว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อเลยจะปล่อยทิ้งไป


ทว่าวันนี้


กลับไร้ซึ่งคำบอกกล่าวหรือรอยยิ้มของเธอเลย



ตึ่ง! พรวด


    กระดาษใบใหม่ถูกกำยับยู่ยี่อีกมือตบลงบนโต๊ะเขาลุกพรวดออกไปท่ามกลางสายตาของเหล่าคนมากมายที่ละสายตาจากกระดาษ ไม่ใช่เธอ..



ในมือที่ตบลงบนโต๊ะนั้นเขาหยิบบางอย่างติดมาด้วยอย่างทะนุถนอมผิดกับกระดาษคะแนนตน



นกกระเรียนตัวน้อยที่เก็บรักษาไว้เสมอตั้งแต่วันนั้น...



‘อายาโนะน่ะ ฮึก ฆ่าตัวตายเมื่อวาน’

‘เธอ..ปีนออกจากดาดฟ้า แล้วเธอก็กระโดดลงมา’

‘ฉัน ฉันไม่รู้!’

‘ฉันไม่รู้ ทำไม ทำไมเธอถึง.. ฮึก ฮือออออออออออ’


ปัง!

   ร่างโปร่งผลักประตูด้วยความรู้สึกมึดมน ไม่มีความเกรี้ยวกราดของอารมณ์ใดออกมา มีเพียงความขลาดเขลาเสียใจ และอื่นๆที่ปนเปเสียจนมิอาจกลั่นกรองออกมาเป็นสิ่งใด


‘ที่เธอยิ้มน่ะ เพราะเธอปิดปังความรู้สึกตัวเองอยู่ยังไงล่ะ…’

‘ฉันเนี่ย...โง่จริงๆ...’


   ความรู้สึกของหัวใจที่ด้านชากลับแหลกสลายอีกครั้ง กระทั้งของขวัญชิ้นแรกยังไม่ใช่ของที่เขาเลือกให้เธอเลยเสียด้วยซ้ำ


    นกกระเรียนของเธอราวกับตัวเธอที่บินจากไป ไหล่ทั้งสองสั่นไหลด้วยแรงอารมณ์แต่ไม่มีสิ่งใดระบายออกออกนอกจากความเงียบทันใดนั้นสายตากลับเหลือบไปเห็นกระเรียนอีกตัว..



นกกระเรียนของเขาเอง..



    ราวกับทุกอย่างจบสิ้น หัวใจหยุดเดิน ในความด้านชาที่เธอเคยบอกกล่าวกลับกลายเป็นความชาที่ไร้เรี่ยวแรง


ความชาที่เป็นความรู้สึกที่รุนแรงที่สุด



จากนั้นน้ำตาหนึ่งหยดก็ได้เลือนหายจากไปพร้อมความสุขที่ร้อนแรงแผดเผานัยน์ตาเสียจนพร่ามัว



ฉัน จะกลับไปที่นั้นอีกครั้ง


สู่วันนั้น


ฉันจะอยู่กับเธอ


อายาโนะ..


นกกระเรียน3ตัวแทนตัวเขาและเธอ


อยู่ด้วยกันตลอดไป...


-.-.-.-.-.-.-.-.-.-


    โมโมะไม่เคยพอใจพี่ชายเลย เธอไม่ชอบเข้าในช่วงหลังๆ ยิ่งอยู่ๆก็มาตัวเป็นขยะครอบครัวแบบนี้เธอยิ่งไม่ชอบเขา เธอเริ่มที่จะเกลียด และความรู้สึกนี้มากขึ้นทุกวัน


    วันๆเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้อง ไม่ยอมทำอะไร เห๊อะ ทำอะไรกับคอมตัวเองบ้างก็ไม่รู้...แต่ถึงอย่างนั้น



เธอกลับได้ยินบางอย่าง


เสียงกรี๊ดร้อง


มันอู้อี้


คงเป็นเพราะเขากรีดร้องกับหมอนหรือบางอย่าง


เสียงร้อง ของสัตว์ที่บาดเจ็บ…



    ในวันนี้เธอก็ยังคงเป็นเขาใส่ฮู้ดสีดำตัวเดิมๆลงมาหยิบโค้กกิน พลันกระป๋องมันก็หลุดจากมือของอีกฝ่าย


    “โถ่เอ้ยย”เขาสถบก่อนหยิบผ้าเช็ดทำความสะอาด ฉันไม่ได้มองมัน ฉันเลือกเดินขึ้นข้างบนเพื่อจะกลับห้องไปเตรียมฝึกฝีมือวาดศิลปะต่อ ทันใดนั้น นั้นเป็นครั้งแรกที่เขาไม่ล็อคห้องแล้วยังเปิดทิ้งเอาไว้ ดังนั้น ฉันเลยมองลอดเข้าไป ฉันปิดปากอย่างตกใจ ภายในห้องเต็มไปด้วยกระดาษทิษชู่และสำลี เพียงแต่ มันไม่ได้เปื้อนน้ำแบบนั้น เพราะน้ำแบบนั้นไม่มีทางเป็นสีแดงขุ่นคลักแบบนี้อย่างแน่นอน



สียังสด ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน


ฉันตัดสินใจวิ่งเข้าไปเก็บคัดเตอร์บนพื้นหยิบ



    วันต่อมาเริ่มมีเสียงแหกปากโวยวายของเขา กับเสียงลำโพงที่ดังลั่นเธอเลยได้พบกับของแปลกๆ แต่อย่างน้อย ถ้ามีเอเน่อยู่ฉันอาจจะวางใจได้ก็ได้นะ…


    โดยไม่มีใครรู้สิ่งที่เกินขึ้นกลับมีใครบางคนได้จากไป


-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-


    ชินทาโร่่ติดอยู่ใน daze ใช่ เขาอยู่ที่นี่ แต่เขามีความสุข…


ใช่รึเปล่า?


    “...”


    “ไม่นะ!”


    “---”


    “!”


    “ลาก่อน”


เฮือก!


    “ว่าไงจ๊ะ หลับสบายไหมชินทาโร่คุง”เธอยิ้มหัวเราะอยู่เช่นเดิม


    “ลาก่อน”ทว่าภาพกลับเปลี่ยนไปอีกคราเธอกำลังทิ้งดิ่งลงไป


    “อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”เขากรีดร้องอีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง


อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง


    “ชินทาโร่”


กริ๊ง


    “ชินทาโร่...พอได้แล้วล่ะ”


    “อ อา ยาโนะ?”นัยน์ตาคล้ำลึกจนหยาดน้ำตาที่เคยร่วงล่นจางหายไปไม่บวมอีกต่อไป


    “พอได้แล้วล่ะ...นายน่ะ เหมาะกับสีแดงมากกว่านะ ดังนั้น ได้โปรดกลับไปนะ”


    “จดจำทุกอย่างนี้แล้วไปร่วมมือกับทุกนะ”เธอยิ้มพร้อมกับเขาที่ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง


เขาจะมีชีวิตต่อไป


ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม..


เพื่อเธอ..


.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.


    วันที่ร้อนระอุจนแทบหมดสติล้มมตัวตายข้างทาง เขากลับต้องมาช่วยโมโมะหาเด็ก2คน


แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว


ร่างกายสีขาวอีกหนึ่งก็พบคนทุกคน


และถูกอาบย้อมด้วยสีดำ


RESET


    พวกเขาพบกันที่สวนสาธารณะ ไม่นานนักสมาชิกคนสุดท้ายโคโนฮะปรากฎกาย


ปัง ปัง ปัง!


ปลายทางที่ไปหาซึ่งคำตอบ ทุกคนถูกทำลายพร้อมกับตัวเขาที่มองคนอื่นๆล้มลง


โศกนาฏกรรมครานี้


ฉันขอสาบาน


จะต้องถูกจดจำ!


RESET


    วันนี้เขาทำโค้กหกใส่อาหารของโทโนะอ่ะ แต่วันนี้มัน...มันร้อนนนน


RESET


    ตอนนี้มีเพียงพวกเขาสี่คนเซโตะ โมโมะที่ประคองแมรี่อยู่ เขาจ้องมองดักแด้สีดำตรงหน้า เขาพูดบางอย่าง หัวเราะอย่างร่าเริง ปืนในมือชี้เข้าหัวตัวเอง


    “บอกลาเพื่อนของเธอซะสิเจ้าหญิง”นิ้วที่กำลังจะเหนี่ยวไก ด้วยแรงฮึดประหลาดชินทาโร่วิ่งไปผลักคุโรฮะ แล้วลูกกระสุนก็เจอะเข้าไปในหัวของเขาผ่านใบหน้าที่มีรอยยิ้มและดวงตาสีเหลืองที่เบิกกว้างคู่นั้นไป


RESET

RESET

RESET

RESET

RESET

RESET

RESET

RESET

RESET

RESET

RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET RESET



    นานมาแล้วที่เขามักฝันถึงเรื่องราว คน หรือกระทั่งการเดินทางเข้าไปในสถานที่แปลกๆที่ ‘เธอ’ เรียกว่า
DAZE ดังนั้น..เขาเลยไม่เคยไม่ความคิดจะฆ่าตัวตายมานานแล้วล่ะ….


นานตั้งแต่ไทมไลน์ที่4-5 แต่ก็มีบ้างที่ระหว่างทางจะทำมันอีก


คราวนี้ มันจำเป็นต้องพาคน2คนร่วมศึกสุดท้ายด้วย ดังนั้น…


ทำอีกครั้งคงไม่เป็นไรมั้ง…



และความเจ็บปวดนั้นไร้ซึ่งความลังเล


การต่อสู้ครั้งนี้ มันจะต้องเป็นครั้งสุดท้าย


ครั้งสุดท้ายสำหรับทุกๆคน






Fin.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ @Pom จากทั้งหมด 18 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น