ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 8 : สองพี่น้องสกุลหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    31 ก.ค. 63

 

ณ เรือนเมฆน้อย

ซุนฟู่หรงยืนอ่านตำราอยู่ในศาลา ที่เดิมกับยามเช้า คล้ายเจตนารอคน

“คุณชาย หลงชู่ฝีมือสูงล้ำ ทั้งยังไม่สวามิภักดิ์ต่อท่าน ปล่อย

ไว้จะเป็นภัย"

คุนเซียวแสดงความเห็น นายน้อยเอ่ยโดยไม่หันมา

“หลงชู่เป็นสุดยอดฝีมือ ยามนี้ข้าต้องการใช้คน จะค่อยๆ เกลี้ยกล่อม…”

เฟี้ยวววววว…! กล่าวไม่ทันจบ ธนูดอกหนึ่งพุ่งเฉียดใบหน้าไปปักบนกำแพง พร้อมกับร่างหนึ่งโฉบลงมา

“เจ้าให้ข้าฆ่าแม่ทัพใหญ่เมืองหยาง มีจุดประสงค์ไรกันแน่!”

“หลงชู่!" ผู้คุ้มกันขยับตัว

ซุนฟู่หรงนิ่งสงบ สีหน้ามิแปรเปลี่ยน “คุนเซียว คุณชายหลงคงคิดถึงน้องสาวมากแล้ว เจ้าก็ไปหานาง นำอวัยวะบางส่วนของนางมาให้ท่านหลงดูเป็นที่ระลึกว่านางยังสุขสบายดี”

“ครับ” คุนเซียวรับคำแข็งขัน จะเดินผ่านข้างกายหลงชู่ นักฆ่าเมืองเยี่ยนกางแขนกั้น

“ซุนฟู่หรง! ข้ารับปากทำงานหนึ่งชิ้นให้เจ้า แต่อย่าได้ดึงข้าเข้าไปเล่นเกมการเมือง หากไป่ชิงถิงมีแม้แต่รอยขีดข่วน สาบานชาตินี้เจ้าไม่ได้อยู่เป็นสุข”

ซุนฟู่หรงยิ้มเย็น "คุณชายหลง ศีรษะเฉินป้ายข้าไม่รีบ แม่นางไป่สดใส น่ารัก ข้าก็จะเอ็นดูเหมือนน้องสาว เจ้าพักผ่อนอยู่เมืองหยางให้สบายใจก่อน รอทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง จะมีโอกาสให้ลงมือเอง ระหว่างนี้ เจ้าติดต่อกับน้องสาวผ่านจดหมายได้ คุนเซียว…”

หลงชู่รับกระดาษที่คุนเซียวยื่นส่งให้ มาเปิดอ่าน

"พี่รอง ข้ากับอาวุโสปลอดภัยดี ไม่ต้องห่วง ดูแลตัวเองด้วย” 

ถึงกับสะอึก ตีบตันในลำคอ

“เห็นลายมือนางแล้ว คงสบายใจขึ้น เจ้าเขียนจดหมายมอบให้คุนเซียวไปส่งได้ตลอดเวลา”

หลงชู่ข่มใจ กำจดหมาย แล้วสะบัดหน้าจากไป

 

ยามซวี (20.00 น.) ณ เรือนจอมปราชญ์

หลังจากดื่มเหล้าย้อมใจแก้กลุ้มมาตลอดทั้งวัน หลงชู่ก็ตระเวนหาที่พัก เดินโซเซจนมาถึงเรือนหลังใหญ่

“เถ้าแก่ มีห้องพักไหม” มายืนเกาะขอบโต๊ะ ยานคางถาม หน้าแดงก่ำ ตาหรี่ปรือ 

ผู้ดูแลเรือน มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “ห้องพักน่ะมี แต่เจ้าเป็นผู้เข้าสอบรึเปล่า”

“โรงเตี๊ยมห้องเต็มหมดแล้วววว”

“ที่นี่เป็นบ้านพักที่ท่านเจ้าเมืองมอบแก่ผู้เข้าสอบ หากเจ้ามิได้มาสอบวิหารโอสถ ข้าก็ช่วยไม่ได้”

คนหนุ่มเมามายเดินโซเซไปเกาะขอบประตู ดั่งว่าจะถอดใจจากไป แต่แล้ว เสี้ยววูบพลันฉุกคิด

“เกาหลินหยางอยู่ในวิหารโอสถ และเป็นผู้คุมการสอบ หากเราไม่เข้าสอบ ก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวเขา ไม่เข้าถึงตัวเขา ก็ฆ่าเขาไม่ได้!”

ที่แท้ งานสังหารที่รับมอบหมายจากสำนักลมทะเล เหยื่อก็คือ เกาหลินหยาง!!

“เถ้าแก่ ข้าเป็นผู้เข้าสอบ” คนหนุ่มกลับมาทุบโต๊ะ

ผู้ดูแลเรือนถอนใจ โบกมือรำคาญ 

“คนพเนจร ไร้ชื่อเสียง ไร้ฐานะ ไม่มีสิทธิ์พักที่เรือนจอมปราชญ์ จะไปไหนก็ไปไป๊"

“ศิษย์เอกสำนักลมทะเลแห่งเมืองเยี่ยน สังกัดเป็นอันดับต้นๆ ของยุทธภพ จะไม่มีสิทธิ์พักที่เรือนจอมปราชญ์เชียวรึ!” เสียงหนึ่งโพล่งมา หลงชู่หันขวับ

“เจ้า คือ…”

“คุณชายหลงท่านนี้ คือ สหายของคุณชายซุนฟู่หรง ผู้ดูแลโปรดให้ความสะดวกด้วย”

“โอววว… ข้าน้อยตาต่ำ ไม่ทราบว่าเป็นสหายของคุณชายซุน เชิญ เชิญที่ห้องเลยครับ เสี่ยวชู่ พาคุณชายหลงไปที่ห้อง”

หลงชู่จ้องหน้าคุนเซียว เดินมาตบบ่าหนักหน่วง กระซิบข้างหู

“แน่จริงก็ตามข้าให้ตลอด อย่าเผลอก็แล้วกัน!”

ก่อนเดินตามผู้รับใช้ขึ้นบันไดไป

 

ยามเช้า ณ เรือนจอมปราชญ์

หลงชู่งัวเงียตื่นขึ้นมาในสภาพอ่อนล้า หน้าโทรม ภายในห้องหับกว้างขวาง มีทั้งเตียงนอน โต๊ะนั่งเขียน และโต๊ะน้ำชา ชั้นวางหนังสืออยู่ชิดผนัง แสงแดดยามเช้าส่องลอดหน้าต่าง ตัวมันทั้งคืนไม่ได้อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ถึงห้องก็ล้มตัวลงนอน หลับเป็นตาย รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ สวมรองเท้าแล้วเดินมาซดน้ำชา ท้องพลันส่งเสียงร้อง 

“อาบน้ำก่อน แล้วไปหาอะไรกินดีกว่า”

 

เมื่อลงบันไดมาชั้นล่าง พบโถงซีกขวาเป็นห้องทานอาหาร วางโต๊ะลักษณะโรงเตี๊ยม คือ โต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆ นั่งแยกกัน

หลงชู่ก้าวเข้ามา กวาดมองซ้ายขวา เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ เสี่ยวเอ้อร์วิ่งวุ่นส่งอาหาร ทุกคนล้วนนั่งเต็มด้วยผู้เข้าสอบ สายตาพลันเหลือบเห็นสองพี่น้องสกุลหวัง

“เสี่ยวชู่ ข้าวสองชาม”

“นี่ เจ้า…”

หวังชีเอ่ออ้าปากหวอทั้งอาหารเต็มปาก ผู้มาเสนอหน้าร่วมโต๊ะฉีกยิ้มให้หวังหยีหมิ่น 

ภายหลัง อาบน้ำชำระคราบไคล เปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ สางผมเรียบร้อย หลงชู่แห่งหมู่บ้านหยงรูปลักษณะคมคาย โดดเด่นและมีสง่าราศีไม่ต่างจากคุณชายตระกูลผู้ดี แม้ผิวหน้า ผิวพรรณมีร่องรอยของการตรากตรำบ้าง แต่ยิ่งส่งเสริมความคมเข้ม องอาจเหมือนชายชาตินักบู๊ ต่างจากหวังชีเอ่อที่รูปลักษณ์ออกไปทางคุณหนูลูกผู้ดี

“เร็วๆ หน่อย” 

“มาแล้ว มาแล้ว… คุณชายหลงอยากได้อะไรเพิ่ม บอกเสี่ยวชู่ได้ทุกเวลา"

“ดีเลย เอาสุราที่ดีที่สุดของเมืองหยางมาสองไห”

หลงชู่บอกแล้วหยิบตะเกียบคีบอาหารบนโต๊ะรับประทาน ต่อหน้าสองพี่น้องที่นั่งตาค้างเป็นบื้อใบ้

“ตามสบายนะ เราเป็นสหายกันแล้ว ไม่ต้องเกรงใจ” 

 

ยามซื่อ (09.00 น.) หลงชู่เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อย มาเจอพี่น้องสกุลหวังอยู่บนระเบียง

“…กำเช่า สรรพคุณระบายความร้อน ขับพิษ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้ไอ ขับเสมหะ พิษจากฝีแผล โดยทั่วไปมักใช้เข้าในตำรับยารักษาอาการม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนเพลียไม่มีแรง ชี่ของหัวใจพร่อง ปวดท้อง เส้นเอ็นและชีพจรตึงแข็ง ชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ ชีพจรเต้นหยุดอย่างมีจังหวะ” 

หวังชีเอ่อนั่งร่ายความอยู่บนพื้นหลังโต๊ะเล็ก ส่วนพี่สาวเดินไปมาอยู่เบื้องหน้า

“ข้อห้าม” หวังหยีหมิ่นเอ่ยถาม

“ห้ามใช้กำเช่าในผู้ป่วยความดันสูง โรคตับแข็ง โรคไตบกพร่อง สตรีมีครรภ์”

“กีจื้อ” หวังหยีหมิ่นถามต่อ

“กีจื้อ สรรพคุณระบายความร้อน เสริมความชื้น แก้พิษอักเสบ ทำให้เลือดเย็น แก้เลือดกำเดาไหล ปัสสาวะและอาเจียนเป็นเลือด”

“ข้อห้าม"

“ห้ามใช้กีจื้อในผู้ป่วยที่ร้อนใน ตกเลือดง่าย”

พี่สาวหยุดเดิน หลับตา ถอนใจแผ่ว

“กีจื้อไม่เหมาะสำหรับคนธาตุอ่อน ปัสสาวะเหลว เจ้าจำสลับกับกุ้ยกี!"

น้องชายตกใจ รีบพลิกตำราบนโต๊ะดู “อ้อ ใช่ ใช่ ใช่… ข้าเผลอจำสลับแล้ว”

หลงชู่ยืนกอดอก มุมระเบียง มองสองคนพี่น้องยิ้มๆ

“ชีเอ่อ เจ้ามีความรอบรู้ แต่ด้านอื่นยังอ่อนหัด การจะเข้าเป็นศิษย์วิหารโอสถได้ เบื้องต้นคือ ต้องสอบความรู้ สมุนไพร และชีพจร สามอย่างนี้ หากเจ้าพลาดแม้อย่างเดียวก็ถือว่าสอบตก และทั้งสามด่านนี้ มีอาจารย์เกาหลินหยาง กับหัวหน้าถางโป๋หมิง เป็นผู้คุมสอบด้วยตัวเอง ล้วนเป็นด่านอรหันต์ที่ฝ่าไม่ได้ง่ายๆ ข้ารู้ว่าเจ้าขยันทุ่มเท แต่หากไร้ซึ่งพรสวรรค์ช่วย ก็เกรงว่าจะล้มเหลว”

ประโยคท้าย คุณหนูหวังก้มหน้า เอ่ยซึมๆ คล้ายจะทำใจ น้องชายพลอยห่อเหี่ยว ท้อแท้  

“ท่านพ่อมักเอ่ยว่า ท่านพี่มีพรสวรรค์มากกว่าข้า ถ้าวิหารโอสถไม่กีดกันศิษย์ผู้หญิงก็คงดี”

“ที่จริง เคล็ดลับจำสมุนไพรนั้นง่ายนิดเดียว!”

เสียงโพล่งมา ก่อนหลงชู่จะถือวิสาสะเดินมานั่งบนโต๊ะตรงข้ามกับหวังชีเอ่อ ยกจอกน้ำชารินอึกหนึ่งก่อนกล่าววาจาฉาดฉาน

“สมุนไพรแบ่งเป็น 4 ประเภท 4 คุณสมบัติ สี่ประเภท คือ อุ่น ร้อน เย็น เผ็ด สี่คุณสมบัติ คือ บำรุง ขับพิษ แก้โรค ปรับธาตุ แม้ว่าจะมีแยกย่อยไปอีก แต่หลักๆ ก็ไม่พ้นสี่อย่างนี้ สมุนไพรมีเป็นร้อยเป็นพัน เจ้านั่งจำอย่างนี้ หนึ่งปีก็จำไม่หมด เช่นว่า กำเช่า กิมหงึ่งฮวย กีจื้อ อยู่กลุ่มเย็น-ขับพิษ… คักเฮีย ชวนเกียง อยู่กลุ่มอุ่น-ปรับธาตุ… เจี่ยงเชียงพู้ แชเฮา อยู่กลุ่มเผ็ด-แก้โรค… กันเจียง อยู่กลุ่มร้อน-บำรุง… ถ้าจัดหมวดหมู่ให้ดี เวลาถูกถามก็นึกออกทันที ไม่สับสน”

หวังชีเอ่อเบิกตาโต อ้าปากค้าง

“เห็นเจ้าหน้าตาอย่างนี้ กลับมีความรู้ดีไม่น่าเชื่อ”

หลงชู่ยิ้มกระหยิ่ม หวังหยีหมิ่นกลับไม่ชื่นชม

“ข้อสอบของวิหารโอสถไม่ง่ายขนาดนั้น หลักพื้นฐานใครก็จำได้ สมุนไพรไม่ได้มีแต่ด้านคุณประโยชน์ ยังมีโทษและหลักการใช้ หัวหน้าหอปรุงยาเชี่ยวชาญสมุนไพร การสอบถามของเขาแทบจะครอบจักรวาล ไม่ปล่อยให้ใครสอบผ่านง่ายๆ เคยมีผู้เข้าสอบเมืองเยี่ยนกล่าวว่า กับถางโป๋หมิงอาศัยแค่ความจำไม่พอ ยังต้องมีไหวพริบและกล้าคิดแตกต่าง”

“ข้าก็ไม่คิดว่าตัวเองเก่งกาจ รู้ไปหมดทุกเรื่อง เห็นพวกเจ้าสองคนเครียดๆ เลยมาชวนคุยเท่านั้น เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนแล้ว พวกเจ้าก็ท่องต่อไปเถอะ ข้าจะออกไปเดินเที่ยว”

หลงชู่พูดแล้วเดินออกจากเรือนจอมปราชญ์ไป สองพี่น้องสกุลหวังมองตาม 

“พี่ใหญ่ ข้าว่า… ข้ามีเพื่อนแล้วล่ะ นี่ เจ้ารอข้าก่อน” หวังชีเอ่อวิ่งตามไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น