ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 7 : บุกเรือนเมฆน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,001
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    29 ก.ค. 63

 

หน้าประตูเมืองหยาง

ทหารเวรตรวจตราแข็งขัน ชาวบ้านทุกคนที่ผ่านเข้าออก ยามเช้า อากาศแจ่มใส ผู้คนคึกคัก หนาตาเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มาคัดเลือกเพื่อสอบเข้าวิหารโอสถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ศึกษา นักแสวงหา เจ้าตำรา ซึ่งมีจำนวนมาก นับวันยิ่งเพิ่มทวีคูณ จุดกำเนิดจากโรคระบาดที่เมืองเหอ ผู้ที่พอมีความรู้และกำลังทรัพย์ ต่างผันตัวเข้าวงการนี้

“มาจากไหน”

ขุนพลชั้นผู้น้อย ถามเสียงห้วน กับเด็กหนุ่มวัยเยาว์

“เมืองเยี่ยน” หลงชู่ตอบไร้อารมณ์ ตาแข็งผิดปกติ

…ตัวมันเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืน ไม่กินไม่นอน เพราะใจร้อนรุ่มดั่งไฟเผา

“ใบอนุญาต" 

ขุนพลตรวจเอกสารสองใบที่เด็กหนุ่มยื่นให้

“ใบรับรองนี้ใช้ไม่ได้!”

“ทำไมไม่ได้" หลงชู่หน้าตึง

“ติงเจ๋อผู่ เป็นเจ้าตำราชั้นสาม คนต่างเมืองจะเข้าเมืองหยาง ผู้รับรองให้ต้องไม่ต่ำกว่าชั้นสอง”

หลงชู่อ้าปาก ตัวมันพร้อมจะระบายโทสะเต็มที่แล้ว เพราะความกลัดกลุ้ม คับแค้น มาตลอดทาง ถึงหน้าเมืองยังรู้สึกเหมือนถูกกลั่นแกล้ง ถึงติงเจ๋อผู่จะเป็นคนที่ใช้การไม่ได้จริงๆ แต่กฎเข้าเมืองข้อนี้ ก็ไร้เหตุผลเกินไปแล้ว

“แค่จะเข้าเมือง ยังแบ่งแยกลำดับชั้น หรือคนเมืองหยางไม่เห็นเมืองอื่นอยู่ในสายตา!”

เสียงไพเราะกังวานดังแทรกมา หลงชู่หันขวับ ด้านหลังของเขา มีขบวนรถม้าและผู้ติดตาม ข้างกายสารถีนั่งห้อยขาโดยดรุณีน้อยวัยสิบหกสิบเจ็ด ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตสดใส แก้มยุ้ยเป็นพวง ปากแดงเป็นกระจับ เรียกว่าเป็นสาวน้อยที่หน้าตาจิ้มลิ้ม มีเค้าหมดจดงดงามนางหนึ่ง นางสวมอาภรณ์สีฟ้ายาวระพื้น ใสบางราวปีกผีเสื้อ 

ขุนพลผู้เฝ้าประตู ประสานมือ ค้อมกายคำนับ

“คุณหนูโจวกล่าวหนักไป ข้าน้อยทำตามหน้าที่"

นางมองเมินไป ก่อนเหลือบเห็นหลงชู่… จ้องอย่างไม่วางตา… 

“เขามากับข้า!”

 

ถนนอินทรี (ถนนหลวงแห่งเมืองหยาง)

“นี่ เจ้าจะไปไหน”

โจวจิ่งอี้ ธิดาคนเล็กของเจ้าเมืองอี๋ เท้าคาง มองชายด้านข้างตาแป๋ว

"ไปไหนก็เรื่องของข้า เกี่ยวไรกับเจ้า”

ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ข้างถนนเต็มด้วยแผงร้าน ตัวมันกำลังมองหาลู่ทาง ขบวนรถม้านี้ขับมาตรงกลาง สาวน้อยนางนี้เอาแต่จ้องหน้ามัน!

“ถ้าไม่ได้ข้ายื่นมือ เจ้าจะได้เข้ามาเหยียบถนนอินทรีหรือ ข้าไปส่งไหม”

หลงชู่รู้สึกนางน่ารำคาญ แต่ยังเอ่ยถาม “รู้จักเรือนเมฆน้อยรึเปล่า”

“คฤหาสน์รับรองที่เจ้าเมืองหยางมอบให้ซุนฟู่หรงเป็นที่พำนัก รู้แต่ว่าอยู่ถนนโบตั๋น แยกมังกร… อ้าว นี่!”

ไม่ทันกล่าวจบ เด็กหนุ่มผู้สะดุดตานาง วิ่งตัดหน้ารถม้าไป เลี้ยวเข้าเส้นถนนโบตั๋น หายวับในพริบตา

“ไร้มารยาท ขอบใจสักคำก็ไม่มี” คุณหนูโจวหน้างอ

“ฮ่าฮ่าฮ่า… จิ่งอี้ ทำดีอย่าหวังผล ช่วยคนอย่าทวงคุณ รีบไปที่หมู่ตึกอำพันกันเถอะ"

หลังม่าน คือ ซุ่มเสียงของชายชราใจดี สาวน้อยผู้ถูกหลงชู่ทำให้ไขว้เขว ตอบรับเสียงใส “ค่ะ อาจารย์ลุง”

 

ณ เรือนจอมปราชญ์ ถนนพยัคฆ์

เรือนหลังโตโอ่อ่า ทอดยาวตามแนวป่า ล้อมด้วยสวนอ้อขาว ตั้งอยู่ด้านหลังคฤหาสน์เจ้าเมือง มีห้องหับกว่าสามสิบห้อง คือ สถานที่เก็บตัวของเหล่าบรรดาผู้เข้าสอบวิหารโอสถ ที่ทางเมืองเยี่ยนจัดให้แก่พวกแขกเมือง เป็นเรือนรับรองหรูหรา ผู้มาอาศัยท่องตำรา ล้วนมีฐานะและชื่อเสียง แต่แขกทรงเกียรติสูงสุดพำนักอยู่หมู่ตึกอำพัน

“คร่อกกกฟี้” ภายในห้องหลังหนึ่ง คุณชายแห่งเมืองเยี่ยน หวังชีเอ่อ กำลังแอบนั่งสัปหงกบนโต๊ะ โดยกางหนังสือกั้นไว้ “ชีเอ่อ!” พี่สาวเดินเข้าห้องมา หยิบตำราออก ตวาดเรียกถึงสองครั้ง น้องชายจึงลุกพรวดขึ้นยืน

“ท่านพี่… ข้า… ข้าเผลอหลับไป"

หวังหยีหมิ่นจ้องหน้า คล้ายจะว่ากล่าว แต่แล้วถอดใจ เดินออกไปเฉยๆ หวังชีเอ่อรีบตามออกมาที่ระเบียง

“ท่านพี่ โกรธข้าเหรอ ข้าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะตั้งใจอ่านหนังสือ"

“ข้ารู้ว่าตัวเองเคี่ยวกรำเจ้ามากไป ช่างเถอะ เจ้าอยากไปไหนก็ไป”

หวังชีเอ่องุนงงวูบ เบิกตาโต “พี่ใหญ่ พูดจริงเหรอ”

“แต่ว่าอย่ากลับเย็นล่ะ แล้วต้อง…"

“ข้าทราบแล้ว!” พูดไม่ทันจบ น้องชายผู้เปรียบดั่งม้าคึก วิ่งแจ้นออกประตูเรือนจอมปราชญ์ไปทันที

 

ณ เรือนเมฆน้อย ถนนโบตั๋น

หลงชู่โดดขึ้นกำแพงสูง กวาดมองลอดกิ่งไม้ เห็นเวรยามเพียงสองคนเฝ้าที่ด้านหน้าประตู ภายในบริเวณบ้านเงียบกริบ ไร้เงาผู้ใด จึงกระโดดลงมา ทิ้งรอยฝ่าเท้าบนดิน สาวเท้าเร็วรี่ผ่านระเบียงเรือน กำลังจะค้นในห้องหับ

บัดนั้นเอง เสียงพิณแว่วมาจากอีกทาง หลงชู่เดินตามเสียงมาถึงหน้าศาลาในสวนอุทยาน พบบุรุษชุดขาว หน้าขาวผ่อง ลักษณะสำอาง นั่งอยู่หลังเครื่องพิณ บุรุษหน้าเข้ม ยืนอยู่ด้านข้าง

ซุนฟู่หรงหยุดบรรเลง “ข้ามารอเจ้าอยู่นานแล้ว”

“น้องสาวข้าล่ะ”

“น้องกับลุงเจ้าปลอดภัยดี เจ้าฆ่าคนหอสิบพยัคฆ์ แต่ข้ายังไม่ฆ่าพวกเขา"

“จะเอายังไง”

“มีทางเลือกสองทาง เอาชนะสิบยอดนักสู้ของข้าก่อน ค่อยคุยกัน"

หลงชู่เอียงหน้ามอง บุรุษชุดดำคลุมหน้าสิบคน ปรากฎตัวด้านหลังอย่างเงียบกริบ บ่งบอกวิชาตัวเบาไม่ต่ำทราม อีกทั้ง รังสีอำมหิตเย็นเยือก แผ่ถึงไขสันหลัง ประสบการณ์บอกตัวมันว่ามิใช่ชนชั้นจอมยุทธ์ธรรมดา

…แต่เป็นนักฆ่า เฉกเช่นเดียวกัน!

กระบี่หลุดจากฝัก วาดเป็นวงกว้าง เด็กหนุ่มอยู่กลาง กวัดแกว่งแคล่วคล่อง เหี้ยมหาญดุดัน ว่องไวปานพญาอินทรีโฉบ เสียงเสียดสีเนื้อกระบี่ เสียงลมปราณต้านปะทะ ซุนฟู่หรงยกจอกจิบสุรา ชื่นชมอย่างเพลินตา หลายกระบวนท่าผ่าน นักฆ่าแห่งเมืองเยี่ยน เหนือกว่าอย่างชัดเจน แม้นสิบรุมหนึ่ง ยังสู้ไม่อับจน ความแข็งแกร่งด้านสรีระ ความสูงส่งด้านฝีมือ แม้คุนเซียวยังอ้าปากค้างตะลึงลาน มิเคยพานพบผู้ใด เชิงกระบี่ยอดเยี่ยม น่ากลัว เช่นนี้

ซุนฟู่หรงยิ่งมายิ่งปั่นป่วนในอก ประกายตาเย็นเยียบ ข่มใจเร่าร้อน

“เคล็ดวิชาเก้าตะวันของสำนักข้า!”

“พอแล้ว!” ก่อนสิบยอดนักสู้จะอับอายขายหน้า คุณชายซุนลุกขึ้นยืน โพล่ง

ยอดนักฆ่าบาดเจ็บคนละเล็กละน้อย ต่างล่าถอยไปอย่างเบากริบ จนหายไปจากสายตา

หลงชู่สอดกระบี่คืนฝัก หันมาสบตาแน่วนิ่ง ซุนฟู่หรงสองมือไพล่หลัง ก้าวลงบันไดมาช้าๆ 

“หลงชู่ ข้ามีสองทางให้เจ้าเลือก หนึ่ง มาเป็นผู้ติดตามข้า ทำงานทุกอย่างที่ข้าสั่ง ไม่เพียงเจ้ากับน้องจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าเป็นบ้าน หรือ เงินทอง ข้าล้วนจัดหามาให้เจ้าได้อยู่สบายในเมืองหยาง"

“เฮอะ ข้าชอบร่อนเร่พเนจร อิสระเคยชิน ไม่ชอบรับใช้ใคร” หลงชู่กอดอก ตอบยโส

“สอง ฆ่าคนผู้หนึ่งให้กับข้า หากเจ้าทำสำเร็จ ก็มารับตัวสองคนนั้นไป”

“ข้าเลือกข้อสาม คือ บุกเข้าไปในบ้านเจ้า ช่วยออกมาตอนนี้เลย!”

หลงชู่เบื่อพิธีรีตอง บอกเสียงเนือยแล้วสืบเท้าเข้าหา คุนเซียวขยับกาย มือจะชักดาบ แต่มือเจ้านายมากดไว้ รอจนนักฆ่าเมืองเยี่ยนผ่านข้างกายไป ก็เอ่ยยิ้มๆ ว่า

“พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่! เจ้าอยากพลิกหา ก็เชิญตามสบาย ข้าจะรอ”

บอกแล้วนั่งลงอย่างเยือกเย็น ระบายยิ้มอ่อน วางนิ้วมือบนสายพิณ เสียงดนตรีแผ่วพริ้ว หลงชู่เอียงหน้ามอง ไม่รู้ว่าตนหงุดหงิดขุ่นเคืองศัตรูนำน้องสาวไปซ่อน หรือ กริยาใจเย็นอันเหมือนกวนประสาทนั้นกันแน่!

 

ถนนอินทรี

ศิษย์เอกสำนักลมทะเล แบกตระกร้าสมุนไพรพาดกระบี่ ออกมาเดินเตร็ดเตร่บนถนนเมืองหยาง ท่ามกลางชาวบ้านเดินผ่านไปมา ตัวมันทั้งเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ ถอนหายใจไปหลายเฮือกแล้ว

“งานแรกยังไม่ทำ งานที่สองก็มาอีก เอะอะก็ให้ข้าฆ่าคน เจ้าน่าตายซุนฟู่หรง!”

“เร่เข้ามา… เร่เข้ามา… ใครอยากสอบผ่านวิหารโอสถ ตำราข้อสอบรวมอยู่ที่นี่แล้ว ขอเชิญทุกท่านทัศนา อ่านแล้วสอบติด สอบผ่าน ได้เข้าเป็นศิษย์แน่นอน”

แผงร้านหนึ่งขายหนังสือ ผู้คนมุงดูมากมาย คึกคักที่สุดในย่านนี้ หลงชู่มองแล้วแค่นเสียงขบขัน

“ไม่น่าเชื่อ สำนักแพทย์ใหญ่สุดในกว่างหลง ปล่อยให้มีพวกหลอกลวงด้วย”

หลงชู่ส่ายหน้าเบาๆ เดินผ่านไป พลันได้ยินเสียงวี๊ดว๊าย หน้าบ้านหลังใหญ่สองชั้นมีสตรีสาวนุ่งน้อยห่มน้อย กวักมือเชื้อเชิญแขกด้วยจริตจะก้าน “หอชมนาง” คือ ป้ายชื่อ

เห็นในหมู่ชายที่ยืนทำท่าสนใจอยู่นั้น คือ หวังชีเอ่อ หลงชู่ขบคิดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์

“ชีเอ่อ…” ตบบ่าหนักหน่วง ทักทายอย่างถือสนิท คุณชายหวังสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับมา “เจ้า…!”

“อะไรกัน มาเที่ยวผู้หญิง ก็ไม่ชวนข้าบ้างเลย เห็นข้าเป็นเพื่อนรึเปล่า”

หลงชู่พูดหน้าตาเฉย และทำเสียงดัง หวังชีเอ่อตกใจ หันซ้ายหันขวา รีบลากเขาออกห่างมา

“ใครบอกเจ้าว่าข้าจะเข้า” คุณชายหวังเถียง หลงชู่ยกมือผลักอก 

“อายทำไม เจ้าก็ผู้ชาย ข้าก็ผู้ชาย เรื่องแบบนี้เข้าใจกันดี”

“นี่ เจ้าอย่าพูดพล่อยๆ นะ ข้ายังไม่ได้เข้า แค่เดินผ่านเท่านั้น ข้า…ข้าจะไปดูหนังสือต่างหาก”

หวังชีเอ่อแก้ตัวไม่ธรรมชาติ แถมวางหน้าไม่สนิท หลงชู่ยิ่งรู้สึกเข้าทาง วางมือบนบ่า เอียงหน้ามากระซิบ

“ท่านพ่อและเมืองเยี่ยนฝากความหวังไว้ที่เจ้า อย่าทำให้ผิดหวัง!”

“เจ้า…!” คุณชายเสเพลชี้หน้าหลงชู่ เหมือนถูกชนักปักหลัง เพราะอีกฝ่ายอ้างคำขู่ของพี่สาว

หลงชู่ยิ้มเป็นต่อ “ข้าไม่บอกพี่สาวผู้เข้มงวดของเจ้าก็ได้ แต่เจ้าต้องบอกข้าถึงที่อยู่ของ เฉินป้าย”

หวังชีเอ่อถึงกับงงงันวูบ มองมันขึ้นๆลงๆ

“แม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหยาง ก็ต้องอยู่จวนแม่ทัพสิ ถามอะไรโง่ๆ”

หลงชู่ตะลึงวูบ “แม่ทัพใหญ่!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น