ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 5 : มุ่งสังหารหลงชู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,313
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    26 ก.ค. 63

 

ถนนหัวซิน ห่างจากประตูหลักเมืองเยี่ยน 1 ลี้

“ท่านพี่ ทำไมรีบไปล่ะ น่าอยู่ซ้อมวิชาก่อน สนุกดีออก”

หวังชีเอ่อเดินเตะยอดหญ้าพลางกล่าวหน้าระรื่น ขบวนเกวียนม้าบรรทุกสินค้าแล่นสวนทางไป

“อวดโอ่ความรู้ต่อหน้าหนอนตำรา ภูมิใจนักรึไง”

พี่สาวกล่าวนิ่งสงบ ไร้ลำพองในสีหน้า เขาขยับตามมาจนทัน

“ไม่ดีเหรอ พี่บอกข้าเอง เจ้าตำราพวกนั้นอุปโลกน์ยกตน ฝีมือไม่ถึงขั้น เทียบเจ้าตำราเมืองอื่นไม่ได้ ควรถูกสั่งสอน" แย้งตามซื่อ

หวังหยีหมิ่นหยุดเดิน หันกายมา “เจ้าถือดีอะไร"

“ข้า…” หวังชีเอ่อชี้หน้าตัวเอง

“คนพวกนั้นถึงจะอ่อนหัดแต่ก็มีชื่ออยู่บนทำเนียบเจ้าตำรา ต้องโทษระบบสอบเมืองเยี่ยนไม่สูงส่งพอ ผลิตเจ้าตำราไร้คุณภาพ ส่วนนักปรุงยาก็มีแค่ ท่านลุงหยางตงจั๋ว… เจ้าแข่งชนะเขาได้แค่สะใจ ได้เป็นเจ้าตำราเมื่อไหร่” 

หวังหยีหมิ่นกล่าวสั่งสอน สายตากว้างไกลมีอุดมการณ์มองไปข้างหน้า ต่างกับน้องชาย…

“รอข้าสอบเข้าวิหารโอสถได้ ค่อยกลับมาโอ้อวดใช่ไหมพี่”

ประกายตาใสซื่อ ซุกซน แฝงแววสนุกสนาน ไร้ซึ่งวิตกกังวลใดๆ

“ชีเอ่อ ท่านพ่อและเมืองเยี่ยนฝากความหวังไว้ที่เจ้า ไปเมืองหยางคราวนี้ ต้องตั้งใจให้ดี” 

วางมือบนบ่า พูดอย่างฝากฝัง

“ข้าทราบแล้ว” หวังชีเอ่อพยักหน้า

“ไปซื้อม้า” พี่สาวสั่ง

“เผื่อข้าด้วย!"

เสียงลอยมาจากข้างบน สองพี่น้องเงยหน้ามอง

บนต้นไม้ใหญ่ สูงเหนือศีรษะ หนุ่มวัยเยาว์สะพายกระบี่นอนเอกเขนกไขว้ขาแขนรองหัวกัดลูกสาลี่ ตะกร้าสมุนไพรแขวนบนกิ่งไม้ข้างๆ ไม่รู้ว่าปรากฎกายอยู่ที่นั่นนานเท่าไรแล้ว

“ห๊ะ เจ้าว่าอะไรนะ” คุณชายหวังตะโกน 

“ข้าบอกว่า ฝากซื้อม้าเผื่อข้าด้วย เดี๋ยวให้เงิน” หลงชู่ตอบกลับ

“นี่ ข้าเป็นลูกน้องเจ้าเมื่อไหร่” หวังชีเอ่อไม่พอใจ

หลงชู่ยันกายนั่ง “ฝากซื้อแค่นี้ ใจแคบจังเลย แล้วจะเดินทางด้วยกันได้เหรอ” 

“ว่าไงนะ!"

“ชีเอ่อ สายแล้ว” หวังหยีหมิ่นปรามด้วยสายตา น้องชายที่ทำท่าจะต่อปากต่อคำกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน จึงได้แต่ก้มหน้าวิ่งไป ทางด้านทิศตะวันออกของถนนหัวซินมีทุ่งหญ้า และคอกม้าสำหรับขายเพื่อการสัญจร

“พี่สาว สาลี่ไหม” คุณหนูหวังชะงักเท้า ก่อนวางหน้าเรียบเฉย ถือตัว เดินไปเอนหลังพิงต้นไม้ ยกมือกอดอก ไม่เหลือบแลมัน หลงชู่ก็มิได้ให้ความสนใจแต่อย่างใด เอนกายลงนอน ไขว้ขากระดิกเท้า แทะกินผลไม้เอร็ดอร่อย

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ หวังหยีหมิ่นนั่งเด็ดหญ้าเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ริมถนนใหญ่ บนเส้นทางปรากฏกองม้ากลุ่มหนึ่ง

“แม่นางคนสวย สำนักลมทะเลไปทางไหน”

หลงชู่กำลังจะงีบ พลันเปิดเปลือกตา เอียงหน้ามอง เห็นคนกลุ่มนั้นมีอยู่สิบห้าสิบหกคน ล้วนเป็นชายฉกรรจ์ท่วงท่าองอาจ แต่งกายสมถะเหมือนชาวบ้านทั่วไป แต่สะพายดาบข้างเอว แม้ไม่ห้อยตราสัญลักษณ์ใด สายตาที่มีประสบการณ์ยังแยกแยะออก นับประสาอะไรกับใบหน้าบางคนที่หลงชู่เห็นแวบๆ ตอนลอบเข้าชายแดนในคืนนั้น

"พวกนี้เป็นทหารเมืองเหอ"

หวังหยีหมิ่นเพียงเหล่มองแวบหนึ่ง ไม่ขยับเขยื้อน

“สำนักลมทะเลมีชื่อในยุทธภพ ดินแดนกว่างหลงไม่มีใครไม่รู้จัก พวกเจ้าคงมิใช่ชาวยุทธ์แน่"

“อย่าพูดมาก ถามก็จงตอบ” ปาจิ้น ขุนพลเฝ้าชายแดน ผู้นำหน้าขบวน เป็นผู้ถาม และผู้ตวาด

แม่นางหวังยืดกายขึ้นเต็มตัว หันมาเชิดหน้ากล่าว 

“ตอบหรือไม่ แล้วแต่ความพอใจของข้า พวกเจ้าจะทำไม” 

ปาจิ้นเห็นหญิงสาวเมืองเยี่ยน ทั้งสวยและองอาจ ตอแยไม่ง่าย ตนมีงานต้องทำ มิอาจเสียเวลา

“ไป!” จึงกระตุ้นม้า ให้ไปต่อตามเส้นทาง หลงชู่มองตามตาไม่กระพริบ

“พี่ใหญ่ ม้ามาแล้ว… พวกนั้นใครเหรอ"

หวังชีเอ่อพาม้าดำ ม้าขาว มาอย่างละตัว 

“อย่าไปสนใจ สายมากแล้ว รีบออกเดินทาง”

หวังหยีหมิ่นจูงสายอาชาสีขาวมาตบคอเบาๆ ก่อนขึ้นไปนั่ง แล้วควบนำหน้าไปก่อน หวังชีเอ่อขึ้นม้า นึกขึ้นได้ หันกลับมามอง บนต้นไม้ใหญ่ ไหนเลยมีเงาของบุรุษแปลกหน้าอยู่อีก?

“เจ้านั่นหายไปไหนแล้ว"

 

ปาจิ้นกับพวกสาวเท้าเร็วรี่บนถนนตลาดสด มุ่งไปทางสำนักลมทะเล

มิได้รู้สึกตัวว่าด้านหลัง มีเท้าแผ่วเบาคู่หนึ่ง เว้นระยะห่างตามมา เฝ้าดูตั้งแต่มันสอบถามชาวบ้านถึงที่ตั้งสำนักลมทะเล เข้าออกตรอกนั้นซอยนี้ จนมาโผล่บนถนนสายร้างที่กำลังซ่อมแซม ตึกรามบ้านช่องข้างทางล้วนปิดหมด

เมื่อเด็กหนุ่มเลี้ยวพ้นมุมถนนมา ต้องชะงักเท้ากึก เบื้องหน้า มิใช่แผ่นหลังไกลๆ ของพวกทหารเหอ แต่เป็นสองแถวเรียงหน้ากระดานหลักยี่สิบของทหารรักษาการณ์เมืองเยี่ยน 

จางเจิ้น ขุนพลระวังเมือง ถือดาบเล่มโต ขู่เสียงดัง

“หลงชู่ ตามข้าไปพบท่านเจ้าเมือง”

เด็กหนุ่มใบหน้าเฉยชา ไม่พร่ำวาจา ปลดตะกร้าสมุนไพรลงพื้น มือค่อยชักกระบี่ยาวสองเล่มออกจากฝัก

“จับตัว!”

 

สำนักลมทะเล

เหนือขั้นบันไดหน้าห้องโถงใหญ่ เจ้าสำนักหลิวนั่งบนเก้าอี้ จิบชาผ่อนคลาย ตามองเบื้องหน้า บนลานกว้าง สองฟากตั้งราวอาวุธ สองนักฆ่าประลองกระบี่ดุเดือด สาวกที่เหลือยืนล้อมเป็นวงกลม ส่งเสียงโห่ร้องปลุกอารมณ์

ประตูไม้เก่าๆ ถูกกระแทกจนหลุดออก เหล่านักฆ่าทั้งยี่สิบสี่คน หันขวับมาพร้อมกัน

เท้าหนักของปาจิ้น เหยียบบนบานประตู กวาดสายตาไปทั่ว 

“ผู้ใด คือ หลงชู่!”

สาวกเปลี่ยนกระบวนมายืนเรียงหน้ากระดานสามแถม หันหน้าประจันกับผู้บุกรุก

หลิวอี้คังวางจอก ลุกจากเก้าอี้ สองมือไพล่หลัง เอ่ยเฉื่อยชา เยือกเย็น “ที่นี่ไม่มี”

ปาจิ้นถลึงตา สาดแววดุร้าย ทหารด้านข้างชักดาบออกจากฝักอย่างช้าๆ

ต่างฝ่ายต่างประสานตา แผ่รังสีอำมหิต ก่อนขุนพลเมืองเหอตวาดสั่งการ “กลับ!”

 

ตลาดร้าง เมืองเยี่ยน

เสียงอาวุธปะทะเกรี้ยวกราด เสียงข้าวของรอบข้างแตกกระจาย ทั้งรถม้าขนทราย ทั้งบันได และอิฐปูน ถูกรังสีดาบกระบี่ฟันแตกเป็นเสี่ยงๆ นักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งสำนักลมทะเล ถูกทหารคุ้มกันเมืองเยี่ยนรุมเล่นงาน ดาหน้าเข้ามาไม่ขาดช่วง ตัวมันต่อสู้พลางวิ่งหนีพลาง ตั้งใจปลีกตัวไปไล่ตามทหารเหอ แต่จางเจิ้นพัวพันตามราวีประชิด

“หลงชู่ เจ้าหนีไม่รอดหรอก”

กระบี่ประสานดาบ เสียดสีแล้วพุ่งขึ้นเกือบถูกใบหน้า จางเจิ้นผงะหลบ หลงชู่รู้สึกคนผู้นี้ตอแยน่ารำคาญ หงุดหงิดพลันจะเสีบบกระบี่แทงยอดอกตามสัญชาตญาณดิบเมื่อจางเจิ้นเปิดช่องโหว่ แต่แล้วชะงักมือกลางคัน

“ไม่จำเป็นจริงๆ อย่าฆ่าคนของทางการ”

เสียงพี่ใหญ่ผุดขึ้นมาในหัว หลงชู่มองพวกสมุนไล่ตามมาถึง แต่แรก คนเหล่านี้หาใช่คู่ต่อสู้ เพียงทำให้เกะกะรังควานยากปลีกตัว พัวพันต่อไปไร้ประโยชน์ หลงชู่จึงเกร็งลมปราณ โผพุ่งขึ้นบนหลังคา กระโดดคราเดียว ร่างเหินไปไกลหลายวา คนเบื้องล่างได้แต่ไล่ตามด้วยสายตา

 

เวลาเดียวกัน ณ เรือนเมฆน้อย เมืองหยาง

กลางศาลาริมน้ำ คุณชายผู้ลี้ภัย ซุนฟู่หรง นั่งบนเสื่อหลังโต๊ะไม้หอม กำลังร่ายนิ้วบนสายพิณ มุมปากประดับรอยยิ้ม พริ้มตา ดื่มด่ำเสียงเสนาะกังวาน

คุนเซียว เดินบนสะพานคดเคี้ยว มาถึงหน้าศาลา ประสานมือ

“เรียน คุณชาย คนของเราเข้าเมืองเยี่ยนได้แล้ว ยามนี้ คงกำลังตาม “สับ” หลงชู่อยู่"

“ทางเมืองเยี่ยนล่ะ” เจ้านายถามเสียงเอื่อยเบา ตาหลับ มือไม่หยุดบรรเลง

“ข้าให้คนลอบปล่อยข่าวถึงเจ้าเมืองเยี่ยน หลงชู่เป็นนักฆ่า ทางการต้องการตัว รับศึกสองด้าน ยังไงก็ไม่รอด”

คุนเซียวกล่าวขึงขัง

ซุนฟู่หรงลืมตา แววตาหรี่ซึมจับต้องประกายแสงแดดในสระน้ำ พูดพึมพำ “ข้าหวังให้มันรอด!”

 

หมู่บ้านหยง

ที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน ไป่ชิงถิงก้มๆเงยๆ ในสวนรกทึบ กำลังเด็ดเก็บดอกไม้ป่า เพื่อนำไปทำน้ำสมุนไพร ชงบำรุงให้ “ผู้อาวุโสในถ้ำ” ยามนั้นเอง ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ด้านนอกดังแว่วมา และเสียงประหลาดคล้ายอาวุธกระทบกัน ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะเสียงหวีดร้อง และเห็นเงาคนวิ่งผ่านรั้วหน้าบ้านไปมา 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ”

เด็กสาวค่อยๆ สืบเท้ามาใกล้รั้ว มองลอดออกไป ก่อนสะดุ้งสุดตัว เมื่อประตูหน้าบ้านถูกผลักออกดัง โครม

ปาจิ้นก้าวเข้ามา ประสานสายตากับไป่ชิงถิง…!

 

หลงชูโดดลงจากหลังคา กวาดมองไม่พบทหารไล่ตาม ขยับตัวจะบ่ายหน้าไปสำนักลมทะเล

แขนหนึ่งยื่นจากมุมตึกดึงตัวเข้ามาในตรอก 

“พี่ใหญ่…”

เป็นหลิวอี้คังนั่นเอง ที่ทำตัวลับล่อ

“ออกจากเมืองแล้ว ย้อนกลับมาอีกทำไม” เจ้าสำนักหลิวถามเสียงหนักใจ

“เห็นพวกทหารเหอปลอมเป็นชาวบ้านเข้าเมือง กลัวว่าจะเกิดเรื่อง” หลงชู่ตอบตามตรง

“มันไปที่สำนักข้ามาแล้ว เจ้าอยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัย รีบไปเมืองหยางซะ” 

หลงชู่ขบคิดใคร่ครวญ “เพราะข้าฆ่าคนที่เมืองเหอ ข้าต้องรับผิดชอบ”

หลิวอี้คังถอนใจ ตบบ่าศิษย์เอก บอกความลับสำคัญแก่เขา 

“เฉิงซุ่นสั่งทหารชายแดนบุกเยี่ยนไม่ได้หรอก เบื้องหลังต้องมีคนใหญ่กว่าสั่งการแน่ ข้าสงสัยว่าเป็นซุนฟู่หรง!”

“ซุนฟู่หรง?”

“ทายาทคนเดียวของหอสิบพยัคฆ์ บุตรบุญธรรมของเจ้าเมืองเหอ หนีภัยโรคระบาดไปอาศัยอยู่เมืองหยาง คิดดูสิ ยามนี้เมืองเหอแทบร้างผู้คน เหล่าผู้นำตายกันหมด ใครจะเป็นผู้บัญชาการทหารพวกนั้น”

หลงชู่ฟังความอธิบาย พลันคลี่คลายกระจ่างแจ้ง ถึงสาเหตุที่กองทหารเหอลอบเข้าเมืองมา

“จริงสิ พี่ใหญ่ ทางการรู้ตัวตนของข้าได้ยังไง”

หลิวอี้คังงุนงงวูบ คิดแล้วอุทาน “แย่แล้ว…!"

“อะไร?”

“ทางการรู้ว่าเจ้าเป็นนักฆ่า ก็ต้องรู้ว่าสำนักลมทะเล คือ… ข้ากลับก่อน”

บอกไปเป็นไป เจ้าสำนักลมทะเลว่องไวลึกลับดุจสายลมเบาบาง หลงชู่เพ่งตามอง พริบตาเดียวหายไปกับสายตาราวกับมีเวทมนตร์! 

“รู้ว่าข้าอยู่สำนักลมทะเล ก็ต้องรู้ว่าข้าพำนักหมู่บ้านหยง… หม้อดินน้อย!”

 

ณ กระท่อมหมู่บ้านหยง

“เรียน ท่านขุนพล ค้นจนทั่วแล้วไม่พบครับ”

ทหารกลับมารายงาน หลังแยกย้ายกันค้นภายในบ้าน และบริเวณโดยรอบ

ปาจิ้นหันขวับมาจ้องเด็กสาว แววตาสาดอำมหิตจนสาวน้อยสะท้านเฮือก

“บอกมา หลงชู่อยู่ที่ไหน” 

สมุนสองนายเข้ายึดแขนไว้คนละด้าน ไป่ชิงถิงเม้มริมฝีปาก เห็นคนพวกนี้พกพาอาวุธ ทำลายข้าวของ กระโชกโฮกฮาก ย่อมไม่ใช่ตัวดี

“พี่ข้าบอกว่า จะไปทำธุระที่เมืองโส่ว”

ถึงตาย… ข้าก็ไม่ขายพี่รองให้เจ้าแน่!

ขุนพลหน้าโหดตรงเข้ามา มือขยุ้มปลายคางเด็กสาว แสยะยิ้มเหี้ยม

“น้องสาวอย่างเจ้า คงมีค่ากับมันอยู่บ้าง เอาตัวไป!” 

“ช้า… ช้าก่อน… ข้ามี…ข้ามีท่านลุงอีกคนอยู่ในถ้ำ ถ้าข้าไป เขาต้องอดตายแน่”

ด้วยความไร้เดียงสา มีจิตใจเป็นห่วง เด็กสาวโพล่งออกไป

“ท่านลุง…” ปาจิ้นกระตุกคิ้ว พึมพำ

 

เพียงผ่านปากทางเข้าหมู่บ้าน หลงชู่ก็รู้ว่าเกิดเรื่องแล้ว

มันไม่หยุดถามชาวบ้านที่จับกลุ่มพูดคุยด้วยท่าทางไม่ปกติ วิ่งตรงไปยังกระท่อมท้ายหมู่บ้านทันที

ผ่านประตูรั้วเข้ามา เด็กหนุ่มสาวเท้าเชื่องช้า สายตาเซื่องซึม พบบนดินมีรอยเท้าคนมากมาย บนสวนดอกไม้มีร่องรอยเหยียบย่ำ หม้อดินปรุงยาแตกอยู่บนพื้น หลงชู่กลืนน้ำลาย หัวใจเต้นรุนแรง ปรากฎความรู้สึกหวาดกลัวเป็นครั้งแรก วิ่งพรวดเข้ามาภายในกระท่อม โต๊ะเตียงถูกรื้อ ชั้นวางของถูกทำลาย แต่ไม่พบผู้ใดสักคนเดียว

มีเพียงอักษรเลือดปรากฎบนกำแพง…!!

“รับศพที่เรือนเมฆน้อย"

หลงชู่ขบกรามแน่น กำหมัดจิกเล็บจนฝังเนื้อ

“หม้อดินน้อย พี่รองสาบานต้องไปช่วยเจ้า"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น