ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 39 : ประชุมวิหารโอสถ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    18 ต.ค. 63

 

ณ เรือนนกยูง

ไป่ชิงถิงกำลังปรุงยาตามเทียบยาที่อาจารย์เกาหลินหยางแนะนำมา นางยืนอยู่หน้าเตาเผา กำลังโบกพัดกะไฟให้พอดี ยาสมุนไพรเยียวยาร่างกายของหวังหยีหมิ่นกับโจวจิ่งอี้เป็นคนละตัวกัน แม่นางโจวฟื้นแล้วแต่คุยได้ไม่นานก็สลบไปอีก อาการยังอยู่ในช่วงอ่อนเพลีย ต่างกับแม่นางหวังที่เริ่มรับประทานข้าวต้มได้แล้ว อาการดีขึ้นตามลำดับ 

หลงชู่มายืนกอดอก พิงขอบประตู มองน้องสาวปรุงยาขมักเขม้น ด้วยแววตาขบขันปนชื่นชม

“เป็นยังไง นักปรุงยาน้อย มีอารมณ์ปรุงยารักษาคนแล้วรึ ไหนพี่ใหญ่บอกข้าว่า ตอนอยู่หมู่บ้านหยง เจ้าไม่ตั้งใจรักษาคนป่วยเลย” 

ไป่ชิงถิงชะงักกึก ยืดกายตรง หันมามองหน้าพี่ชาย กลืนน้ำลาย ทำท่าขลาดๆ

“ข้าผิดไปแล้ว พี่รอง ก็ข้า… ไม่เคยห่างท่านเนิ่นนานอย่างนี้ แต่ว่าที่นี่ดียิ่ง มีเตาปรุงยาขนาดใหญ่ มียอดสมุนไพรมากมาย และมีพี่รองอยู่ใกล้ๆ”

ช่วงท้ายจากสลดแปรเปลี่ยนเป็นคึกคักร่าเริง ฉีกยิ้มกว้างสดใส “หึ…” พี่ชายยิ้มบางๆ ตรงเข้ามาขยี้ศีรษะนางอย่างมันเขี้ยวปนเอ็นดู “พี่หรือจะมีภาษีเท่าอาจารย์เกา ถ้าเจ้าอยู่กับเขา คงลืมเลือนพี่ไปเลย”

“ไม่มีทางหรอก ไม่มีใครแทนพี่รองของข้าได้” 

ดวงตากลมแป๋วเปล่งประกายแจ่มใส สื่อความรักอย่างชัดเจน พี่ชายเต็มตื้น โอบร่างน้องสาวมากอดไว้ ไป่ชิงถิงซุกกายในอ้อมอก สองแขนกอดพี่ชายแนบแน่น กลั้นเสียงสะอื้นให้ นางรอคอยไออุ่นที่โหยหามานานเหลือเกิน…

“แบบนี้ก็ดี ข้าร่ำเรียนวิหารโอสถ เจ้าพักอยู่เรือนนกยูง เราสองจะได้ไม่ต้องห่างกันอีก ไว้ว่างๆ รอพวกอาจารย์เหล่านั้นเผลอ ข้าค่อยแอบพาเจ้าเข้าไปวิ่งเล่นในวิหาร ที่นั่นทั้งกว้าง ห้องปรุงยามากมาย รับรองเจ้าต้องชอบแน่”

เด็กสาวผละจากอ้อมอก เงยหน้ามอง “พี่รองสนิทกะคุณชายซุนแล้วใช่ม๊าา”

“ทำไมอ่ะ?” 

“ก็…" นางบิดนิ้วทำกระบิดกระบวน "ข้าไม่ได้เจอ…ผู้อาวุโสตั้งนานแล้ว… พี่รองช่วย…ขอร้องคุณชายซุน…ให้หน่อยได้ไหมคะ” 

หลงชู่ถึงกับยืนอึ้ง วูบแรกพูดไม่ออก เพราะการเสียชีวิตของผู้เฒ่าหนานฉือนั้น…ไป่ชิงถิงยังไม่รู้! 

 

ภายในสวนหย่อมของเรือนเมฆน้อย ปรากฎเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้น!

หน้าป้ายวิญญาณ “เทพโอสถ หนานฉือ” เด็กสาวตัวน้อย ไป่ชิงถิง นั่งคุกเข่าหลั่งน้ำตาด้วยความโศกเศร้าอาดูร แม้นมิเคยกราบไหว้เป็นศิษย์อาจารย์ แต่เกือบหนึ่งปีที่อยู่ร่วมกันมา เด็กสาวเคารพนับถือดุจบิดรบังเกิดเกล้า ดุจญาติสนิทที่รักใคร่ ข่าวร้ายอันไม่ทันตั้งตัวนี้ สร้างความเจ็บปวดยิ่ง ยิ่งเมื่อทราบว่าอาวุโสมิได้จากไปตามปกติด้วยโรคชรา แต่ถูกคนปองร้าย ความเสียใจก็ยิ่งทวีคูณ

“อาวุโส เพราะข้าไม่ดีเอง ข้าไม่ควรนำท่านออกมาตั้งแต่แรก… ฮึกๆ… ถ้าท่านอยู่ในถ้ำตลอดมา ก็แค่หิวโหย คงไม่จบชีวิตอย่างอนาถเช่นนี้ ชิงถิงทำร้ายท่าน ฮือ…”

“ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เจ้าทำดีที่สุดแล้ว ต้องโทษที่เราไม่อยู่…”

หลงชู่คล้องแขนกอดคอน้องสาวอย่างปลอบใจ มิคาด พอได้ยินคำนั้น ไป่ชิงถิงพลันลุกพรวดขึ้น หันมาทางเจ้าของเรือนเมฆน้อย ชี้หน้าด้วยมือสั่นระริก

“ท่าน…! ท่านรับปากกับข้า… จะดูแลผู้อาวุโส ทำไมท่านไม่ทำตามสัญญา… ท่านผิดคำพูด! ท่านฆ่าผู้อาวุโส!”

ปรี่มาถึงตัวแล้วยกกำปั้นน้อยๆ ทุบหน้าอกฝ่ายตรงข้ามด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ ซุนฟู่หรงก็ยืนนิ่ง ปล่อยให้เด็กสาวระบายความคับแค้น ด้วยสำนึกถึงความผิด ละอายใจ หลงชู่เข้าใจความรู้สึกน้องสาว ตัวมันจึงดึงร่างมากอดไว้

“อย่าเป็นห่วงเลย ข้าไม่ยอมให้การตายของอาจารย์หนานฉือสูญเปล่า ข้ากับซุนฟู่หรง…จะแก้แค้นให้กับท่านแน่ แต่เจ้าต้องรับปากข้า อย่าทำอะไรโง่ๆ อยู่ที่นี่ ตั้งใจเรียนวิชาปรุงยากับอาจารย์เกา อย่าให้ผู้อาวุโสต้องผิดหวัง เพราะเจ้าเป็นศิษย์คนเดียวของท่าน สัญญากับพี่สิ หม้อดินน้อย เจ้าจะต้องเติบใหญ่เป็นนักปรุงยา สืบทอดปณิธานของเทพโอสถ!”

ท่ามกลางเสียงสะอึกสะอื้น ไป่ชิงถิงผวากอดพี่ชายทั้งน้ำตา แววตาเปล่งประกายเด็ดเดี่ยว พยักหน้าหงึกๆ หลงชู่ลูบหัวเบาๆ ถอนหายใจโล่งอก…

 

กลางลานกว้างหน้าประตูเมือง กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้ง!

ภายหลังการเข่นฆ่ายุติลง คนจำนวนน้อยหลบหนีจากไป ส่วนคนกลุ่มใหญ่นอนทอดร่างกลายเป็นศพ เหล่าทหารช่วยกันหิ้วศพเหล่านั้นขึ้นรถม้าเพื่อนำไปเผา โดยมีแม่ทัพใหญ่เฉินป้ายคอยกำกับการดูแล นับเป็นภาพที่ชวนสลดสังเวชแก่ผู้พบเห็น แม้จะเป็นนายทหารที่ผ่านการฝึกปรือมาอย่างเข้มข้น บางคนยังรู้สึกขนลุกขนชันปนเวทนา เพราะพวกที่ตายล้วนเป็นราษฎร์ผู้บริสุทธิ์มิใช่ทหารเลว และที่นี่ในเมืองหาใช่สนามรบไม่ แต่คำสั่งเจ้าเมืองถือเป็นสิทธิ์ขาด นับเป็นการประกาศสงครามอันโหดเหี้ยม อำมหิตที่สุดของเจ้าเมืองหยาง เหอซ่านหยวน

เจ้าวิหารโอสถ และหัวหน้าตึกกายา จงหยู เดินทางกลับมาจากเก็บสมุนไพรวิเศษที่หุบเขาไฟเหมันต์ พร้อมสาวกจำนวนหนึ่ง ได้ทราบข่าวคราวของดินแดนกว่างหลงมาตลอดทาง ตั้งแต่เมืองอี๋ล่มสลาย โจวผิงเกิดเภทภัย มู่ถัวก่อจราจลบุกเมืองหยาง ก็เกิดความวิตกกังวลมาตลอดทาง แต่พอเดินทางด้วยรถม้ามาถึงหน้าประตูเมือง ล้อรถหมุนผ่านข้ายกายร่างไร้วิญญาณมากมายที่ดับสิ้นด้วยลูกธนู โลหิตเจิ่งนอง ให้รู้สึกสะทกสะท้อนใจยิ่ง สวดแผ่เมตตามาตลอดทาง กระทั่งเข้าประตูเมืองไป…

 

เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะเทือนจิตใจชาวเมืองหยาง

เจ้าวิหารโอสถจึงเรียกประชุมผู้นำ หัวหน้าหอต่างๆ และศิษย์ชั้นนำรุ่นแรก หัวข้อคือการรับมือกับโรคระบาดที่อาจจะกำลังมาถึง และออกตระเวนตรวจสุขภาพชาวบ้านแต่ละครัวเรือนอย่างเข้มข้นขึ้น เกาหลินหยางถูกมอบหมายให้ออกตรวจทางทิศตะวันออก ถางโป๋หมิงถูกมอบหมายให้ออกตรวจทางทิศตะวันตก เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

เมื่อเกาหลินหยางนำความกลับมาบอกที่เรือนนกยูง ซุนฟู่หรงกับหลงชู่ขอออกติดตามด้วย ในฐานะหมอวิหารโอสถ เจ้าสำนักลมทะเลรับปากว่าจะดูแลสองนางคนป่วยให้ โดยมีไป่ชิงถิง และหวังชีเอ่ออยู่ดูแลด้วย เกาหลินหยางจึงวางใจให้ทั้งสองคนรีบพักผ่อน เพื่อออกเยี่ยมชาวบ้านในตอนเช้า

 

หลงชู่เลยตัดสินใจบอกกับซุนฟู่หรงก่อนแยกย้ายกันกลับห้องว่า ตัวมันเอาตำราไร้ชื่อไปแลกเปลี่ยนกับหวังชีเอ่อ

“อะไรนะ! เจ้าก็รู้ว่า ถางโป๋หมิงปรารถนาตำรานั่นเพื่อขึ้นเป็นเทพโอสถ ทำเช่นนี้ ไม่เท่ากับหยิบยื่นโอกาสอันดีงามให้มัน ส่งเสริมคนชั่ว ผิดต่อเจตนาของเทพหนานฉือ”

ซุนฟู่หรงถึงกับว่ากล่าวทันที เพราะในความรู้สึกถือเป็นเรื่องใหญ่ แม้นยังฉงนสงสัย เพราะตำรานั่นตัวหลงชู่เป็นคนขโมยมากับมือ เหตุใดยอมส่งคืนไปอย่างง่ายดาย 

ทั้งสองหารู้ไม่ว่า ประมุขแห่งสำนักลมทะเลยืนกอดอกพิงเสา แอบฟังอยู่อย่างสงบเงียบ 

“ตำราไร้ชื่อเป็นของน้องสาวข้า อย่างไรนางต้องได้ครอบครอง แต่ชีวิตคนสำคัญกว่า ชีเอ่อเป็นสหายข้า นิ่งดูดายไม่ได้ เจ้าไม่ต้องห่วง ต่อให้เจ้าถางชั่วนั่นมีตำราในมือ ก็ไม่มีทางสอบชนะเลื่อนขั้นเป็นเทพโอสถหรอก ตำรานั่นไม่สมบูรณ์ เรียนรู้อย่างไรก็ไม่ทะลุปรุโปร่ง สำหรับข้าแล้วก็ไม่มีความหมาย เพราะจดจำได้ทุกตัวอักษร ข้าจะเขียนออกมาให้เจ้าทั้งเล่มก็ได้ ถ้าเจ้ากลัวว่าจะไม่ได้ศึกษา” 

“เจ้าเห็นข้าเป็นพวกบ้าแต่วิชาหรือ ข้าไม่ได้กลัวไม่ได้ศึกษา แต่กลัวคนชั่วอย่างถางโป๋หมิงจะขึ้นมามีอำนาจ คนมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นนั้น… ช่างเถอะ ตำราเป็นของเจ้า เจ้ามีสิทธิ์ตัดสินใจ”

หลงชู่มองสหายซุนจากไปด้วยท่าทางไม่ยินดี ก็เอียงคอมองตามฉงน 

“แค่ตำราเล่มเดียว ต้องจริงจังปานนี้ สมชื่อคุณชายน้ำแข็งจอมเครียดจริงๆ” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น