ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 38 : จดหมายก่อการลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    17 ต.ค. 63

 

ณ เรือนเมฆน้อย

คุณชายซุนแห่งเมืองเหอยืนอ่านจดหมายหนังแกะด้วยมืออันสั่นระริก ใบหน้าขาวซีดสื่อถึงอารมณ์เจ็บปวดอัดอั้น คุนเซียวยืนอยู่ด้านหลัง มองอาการของนายน้อยอย่างเข้าใจ

“คุณชาย ข้ากลับไปที่เมืองเหอ ใช้เวลาค้นหาเนิ่นนานจึงพบกับสิ่งนี้ ท่านคาดเดามิผิดเลย จดหมายฉบับนี้เป็นหลักฐานชั้นเยี่ยม ท่านจะต้องเอาผิดตัวการสร้างความวิบัติแก่เมืองเหอ และแดนกว่างหลง ทวงคืนความเป็นธรรมให้ทุกคน"

“เหอ…ซ่าน…หยวน…!!” ซุนฟู่หรงกำจดหมายหนังแกะจนยับยู่ยี่ ประกายตาลุกโชนด้วยความแค้น

 

ณ จวนเจ้าเมือง

หลงชู่เดินอาดๆ ผ่านทางเดินของห้องโถงใหญ่เข้ามา เจ้าเมืองหยางนั่งตระหง่านอยู่บนบัลลังก์ สายตาจับจ้องตามอิริยาบถนักฆ่าแห่งเมืองเยี่ยนตาไม่กระพริบ ด้านข้างของเขายืนไว้ด้วย หัวหน้าหอปรุงยา ถางโป๋หมิง

คุณชายหลงประสานสายตากับถางโป๋หมิง ในแววตาหรี่เข้มแฝงด้วยความเย้ยหยัน เหอซ่านหยวนไม่ทันเอ่ยปาก หลงชู่ล้วงสิ่งหนึ่งออกจากอกเสื้อ ชูขึ้น พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่สื่ออารมณ์ 

“ตำราไร้ชื่ออยู่ที่นี่! หวังชีเอ่อล่ะ?” 

เจ้าเมืองหยางยิ้มเย็นเยียบ “ก่อนหน้านั้น เจ้ากับซุนฟู่หรงยืนกรานหนักแน่นไม่ยอมรับ มาตอนนี้ข้ายังไม่พูดสักคำ ทำไมถึงรีบนำออกมาซะล่ะ”

หลงชู่ลดมือลง เอียงคอ ทำหน้าเบื่อหน่าย “จะอ้อมค้อมไปทำไม ชีเอ่อเป็นเพื่อนข้า เขามีค่ากว่าตำราขาดๆ เล่มนี้มากนัก พวกเจ้าอยากครอบครองถึงขนาดฆ่าคน ทำร้ายคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เอาเถิด ข้ามาให้ถึงที่แล้ว ท่านได้ของ ข้าได้คน จบเรื่อง ไม่ต้องยืดเยื้อกันอีก”

“เฮอะ! เด็กสวะอย่างเจ้า มีอำนาจต่อรองเมื่อไหร่” ถางโป๋หมิงแค่นเสียงหยัน

“เจ้าคิดว่า เพื่อตำราเล่มเดียว ข้าต้องทำมากมายเพียงนี้หรือ” เหอซ่านหยวนยังยิ้มอ่อน

“ข้าไม่สนท่านมีอุดมการณ์ชั่วร้ายอะไร ไม่เกี่ยวกับข้า แต่ชีเอ่อเป็นเพื่อนข้า ข้าต้องการเขาคืน” 

เหอซ่านหยวนยืดกายอก ใบหน้าแฝงรอยยิ้มนุ่มละไมแต่ชวนให้ขยะแขยง!

“คุณชายหวังเป็นบุตรชายเจ้าเมืองเยี่ยน ข้ารับรองเขาในฐานะแขก เป็นเรื่องสมควร ทุกคนในจวนรวมถึงหัวหน้าถางต่างก็เห็นเต็มสองตาว่าเขาอยู่ดีมีสุข บ้างเดินหมากบ้างสนทนา ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาครึ่งค่อนวัน น่าเสียดาย จู่ๆ เดินเที่ยวเล่นในสวน กลับล้มลงกะทันหัน หัวหน้าหอปรุงยาแห่งวิหารโอสถรีบไปตรวจ ช่างเป็นข่าวที่น่าตกใจ คุณชายหวัง…ติดเชื้อลมดำ…โดยไม่รู้ที่มา!”

สิ้นคำนั้น หลงชู่ถึงกับเบิกตาโต สะดุ้งวาบในใจ ฝ่ายตรงข้ามเล่าออกมาด้วยใบหน้าระรื่นราวกับเป็นเรื่องชวนขัน ไม่ทราบจริงเท็จประการใดกันแน่ แต่หลงชู่ตกใจวูบเดียว กลอกตาคิดแล้วยังพอมีไหวพริบอันดี ตอกกลับไปว่า 

“ท่านแต่งเรื่องเก่งดี แต่ข้าไม่เชื่อ ท่านจะเอาชื่อเสียงเมืองหยางมาแลก ในเมื่อตอนนี้ ห้าเมืองใหญ่ล่มสลายไปแล้วสอง มีแต่เมืองหยางที่แข็งแกร่งอยู่โดดเดี่ยว หากเมืองหยางมีผู้ติดเชื้อ ความวุ่นวายโกลาหลย่อมมีมากกว่าเมืองอื่นเป็นทวีคูณ ท่านจะเอายังไงก็บอกมา แต่อย่าได้ทำร้ายสหายของข้า”

“หลงชู่ เจ้าไม่เหมือนกับซุนฟู่หรง และเจ้าเป็นคนมีความสามารถ ในระดับที่ไม่ด้อยกว่าศิษย์คนใดของวิหารโอสถ หากว่าเจ้ายอมมาช่วยเหลือข้า อย่าว่าแต่หวังชีเอ่อ ไม่ว่าอะไรบนดินแดนกว่างหลงนี้ที่เจ้าอยากได้ ข้าสามารถสรรหามาให้…”

“ไม่ต้องพล่ามแล้ว!” เด็กหนุ่มเมืองเยี่ยนยกมือ พูดเสียงเฉียบขาด…

 

ซุนฟู่หรงควบม้าเร็วรี่มาถึงหน้าประตูจวนเจ้าเมือง

โดดลงจากหลังม้า วิ่งขึ้นบันไดไป แต่ถูกทหารอารักขาสองนายยื่นทวนขวาง

“จะพบท่านเจ้าเมือง ต้องรายงานก่อน โปรดรอด้านนอก”

“ถอยไป!” คุณชายซุนตวัดท่อนแขน ผลักไสทหารองครักษ์ ก่อนพรวดเข้าไปบนลานกว้างด้านใน ทวนสองเล่มจู่โจมมาทางด้านหลัง พุ่งมาด้วยกำลัง หมายสกัดให้บาดเจ็บ แต่ซุนฟู่หรงราวกับมีตาหลัง หมุนตัวหลบรอดอย่างปราดเปรียวว่องไว สองทหารวัยฉกรรจ์รับทวนกลับมาโจมตีแบบกลุ้มรุม ซุนฟู่หรงยืนตระหง่านองอาจกลางวงล้อม ใบหน้าเย็นชาอำมหิต ดุจพร้อมมาฆ่าคน สองมือเปล่าต้านรับ ไม่ถอยหนีสักครึ่งก้าว กลายเป็นการประลองอันเร่าร้อน…

“พอได้แล้ว!” เสียงดังตวาด ทหารอารักขาเห็นเป็นท่านเจ้าเมืองออกมา จึงพากันหยุดมือ

“…” ซุนฟู่หรงยืนงงงันเมื่อเห็นสหายหลงฉุดแขนหวังชีเอ่อออกมาจากห้องโถง ขณะเดินสวนตัวเขาไปก็พึมพำว่า “กลับกันก่อน” คุณชายซุนไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ที่ตนมาหาเหอซ่านหยวนเพราะความแค้นส่วนตัว เห็นหลงชู่อยู่ที่นี่แถมพาหวังชีเอ่อออกมาด้วยกัน เรื่องราวดูมีลับลมคมใน จึงได้แต่เก็บความแค้นไว้ก่อน ล่าถอยจากมาพร้อมสหาย

 

ณ เรือนนกยูง

“ชีเอ่อ พี่สาวเจ้าบาดเจ็บอยู่ในห้อง เจ้าเข้าไปดูนางเถอะ”

หลงชู่เริ่มด้วยการไล่คุณชายหวังออกไปก่อน หวังชีเอ่อผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าตนเองเกือบตกอยู่ในอันตราย ได้ฟังดังนั้นตกใจยิ่งนัก รีบวิ่งเข้าไปข้างในทันที สวนกับหลิวอี้คังที่เดินข้ามสะพานออกมา

“หลงชู่ เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงกลับมาอีก”

“พี่ใหญ่ ข้าไม่อยากให้ท่านเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ข้าขอตัวสักครู่”

พูดแล้วจูงมือคุณชายซุนจากไป เจ้าสำนักลมทะเลขมวดคิ้วมุ่น “ไม่น่าเชื่อว่าเจ้านี่จะเป็นเพื่อนกับซุนฟู่หรงได้”

 

ในห้องพักของหวังหยีหมิ่น

“พี่ใหญ่… พี่ใหญ่…” หวังชีเอ่อวิ่งด้วยความร้อนใจ ผลักประตูเข้ามา คุณหนูหวังนั่งอยู่บนเตียง มีไป่ชิงถิงป้อนยาอยู่ หันมามองแล้วล่าถอยออกมา ให้สองพี่น้องอยู่ด้วยกันตามลำพัง

“ชีเอ่อ… เจ้ามา…นั่งลงก่อน”

“ท่านพี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดท่านถึงรับบาดเจ็บหนักเช่นนี้"

หวังชีเอ่อแข้งขาอ่อนแรง ทรุดนั่งลงข้างเตียง กุมมือพี่สาวไว้ ไม่อยากเชื่อสายตา

“พี่ไม่เป็นไรแล้ว ชีเอ่อ พี่อยากให้เจ้า…เขียนจดหมายถึงท่านพ่อ… บอกท่านว่า…ข้าปลอดภัยดี ข้าเกรงท่านจะเป็นห่วงจนมาหา เมืองหยางยามนี้ไม่สู้ดี ท่านพ่ออาจเข้าเมืองไม่ได้ เจ้ารีบให้คนส่งม้าเร็วไปดักขบวนของท่านพ่อไว้"

“ท่านพี่วางใจ ข้าจะรีบเขียนจดหมาย… ท่าน… ท่านก็พักผ่อนมากๆ นะ”

 

หลงชู่พาซุนฟู่หรงเข้ามาในห้องพักหลังหนึ่ง แล้วปิดประตูมิดชิด

“เจ้าไปหาเหอซ่านหยวนทำไมกัน?” อีกฝ่ายตั้งคำถามก่อน

“ข้าไปช่วยชีเอ่อ… ว่าแต่เจ้าเถอะ อยู่ดีๆ ไปเตะต่อยจวนเจ้าเมือง เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

ซุนฟู่หรงล้วงจดหมายหนังแกะจากอกเสื้อมอบให้เขา บอกว่า “เจ้าอ่านดูเอง!”

หลงชู่เปิดดู กลางผืนผ้าหนังแกะนั้น เขียนด้วยพู่กันเป็นลายอักษรสวยงาม ดูมั่นคง

“…แพร่เชื้อหมู่บ้านอี้ ต่อด้วยเขาอู่ซาน ล้างหอสิบพยัคฆ์ เมืองเหอล่มสลาย…”

“นี่มัน…!” หลงชู่เงยหน้ามองอริเก่าที่บัดนี้กลายมาเป็นสหายร่วมทางเดียวกัน ถึงกับสะอึกพูดไม่ออก

“เป็นลายมือเหอซ่านหยวน…" ซุนฟู่หรงใบหน้าเคร่งเครียด กำมือแน่น "…ข้าเคยเห็นบทกวีภาพแขวนในห้องโถงใหญ่ ที่ข้าเจ็บปวดเสียใจที่สุด สิ่งนี้ซุกซ่อนอยู่ในห้องพักของท่านอาคนหนึ่งที่ข้าเคารพ หนึ่งในสิบพยัคฆ์เมืองเหอ”

“หมายความว่า… เชื้อลมดำ…ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ… แต่เป็นฝีมือของพวกมัน!!”

“ข้าสงสัยมาตลอด แต่ไม่มีหลักฐาน เมืองเหอ…โดยเฉพาะหอสิบพยัคฆ์ เป็นขวากหนามสำคัญที่คอยขัดขวางแผนการรวมอำนาจของเหอซ่านหยวน ข้ารู้เรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว พอเมืองเหอล่ม ข้าแบกความอัปยศอดสูมาขอพึ่งพิงเขาก็เพื่อสืบหาหลักฐาน เหอซ่านหยวนก็รู้เท่าทัน คอยจับผิดข้าเสมอมา มันคอยหาโอกาสฆ่าข้า แต่ข้าสาบาน จะไม่มีวันล้มให้มันเห็น… หนี้แค้นครอบครัว กอบกู้เมืองเหอ ข้าต้องอยู่ต่อสู้ และเป็นเสาหลัก”

หลงชู่วางมือแปะลงบนบ่าสหายซุน พูดเสียงห้าวด้วยท่าทางขึงขัง

“ไม่ต้องห่วง เจ้ายังมีข้าอีกคน…"

“ดี…!" สองมือกระชับกันแน่น สายตาประสานสัมพันธ์ ไม่ต้องมีคำพูดใด หัวใจก็สื่อถึงกัน…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น