ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 37 : จับเป็นตัวประกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    16 ต.ค. 63

 

หน้ากำแพงเมืองหยาง

ทันทีที่มู่ถัวล้มลง เกิดความแตกตื่นโกลาหล พวกชาวบ้านที่เหลือต่างโกรธแค้น นึกว่าเป็นฝีมือทหารเมืองหยาง จึงชูอาวุธโห่ร้อง รุกคืบกันเข้ามาอีก “ยิงให้หมด!” เฉินป้ายสั่งการอย่างไม่เห็นแก่หน้าใคร พวกทัพหน้าที่บุกตะลุยก่อน ส่วนใหญ่เป็นทหารและโจรป่าเมืองอี๋ ชาวบ้านอยู่ข้างหลัง แต่เกาทัณฑ์ไร้นัยน์ตา เข่นฆ่าทุกคนที่เบื้องล่างไม่แบ่งแยก ก่อให้เกิดภาพอันน่าเวทนา

“หม้อดินน้อย!” หลงชู่เกาะกำแพงตะโกน ใจหายวาบเมื่อเห็นน้องสาวเกือบจะโดนธนูแต่หลิวอี้คังโดดมาซัดลมปราณกระแทกเบนไป เจ้าสำนักลมทะเลยืนตระหง่านบนรถม้า คอยปัดป่ายห่าเกาทัณฑ์ที่พุ่งมาแบบไม่หยุดพัก

“สั่งหยุดยิง!” หลงชู่หันมากระชากคอเสื้อแม่ทัพใหญ่ แต่ถูกปัดออก พูดอย่างไม่ใยดี

“คำสั่งท่านเจ้าเมือง ใครอยู่นอกกำแพงเมือง ถือเป็นศัตรู ฆ่าทิ้งให้หมด!!”

ก่อนหันไปสั่งการต่อ หลงชู่เห็นอาจารย์ของตน มือไม้เป็นระวิง ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจควบม้าหนีไป ยามนั้น ตัวรถพรุนไปด้วยธนูเจาะ ไม่คิดลังเลอีก เตรียมกระโดดขึ้นไปแต่ถูกมือแข็งแรงหนึ่งยึดไหล่ไว้

“อย่าลงไป! เจ้าจะเข้ามาไม่ได้”

ซุนฟู่หรงนั่นเอง!

“ข้าต้องไปช่วยน้องสาวข้า”

พูดเด็ดขาดแล้วเหยียบบนขอบกำแพง ลอยลิ่วลงสู่เบื้องล่างทันที

“พี่รอง… พี่รอง…” ไป่ชิงถิงโผเข้ากอดพี่ชายด้วยความดีใจปนตื่นกลัว

“ไม่เป็นไรแล้ว พี่อยู่นี่ จะพาเจ้าเข้าเมืองให้ได้… อาจารย์ ท่านคอยระวังหลัง ข้าจะนำหน้าเอง”

“ได้…” เจ้าสำนักหลิวรับคำ แล้วทั้งสามก็โดดลงจากรถม้า ท่ามกลางห่าธนูที่โปรยปรายมาอย่างต่อเนื่อง หลงชู่มือขวาโอบน้องสาวไว้ มือซ้ายชักกระบี่ออกมาปัดป้องเกาทัณฑ์ ทั้งสามค่อยๆ เดินมาจนเกือบถึงหน้าประตูเมือง

“หลงชู่ รับไว้!” เชือกเส้นหนึ่งลอยตกลงมา หลงชู่เงยหน้ามอง ซุนฟู่หรงนั่นเองเป็นคนโยนเชือกมาให้พวกเขา

“อาจารย์ ท่านขึ้นก่อน” บอกแล้วผลักเจ้าสำนักลมทะเลไปเบื้องหน้า ด้วยวิชาตัวเบาสูงส่ง หลิวอี้คังจับเชือกแล้ววิ่งไต่กำแพงขึ้นไป ซุนฟู่หรงช่วยดึงตัวขึ้นมาอีกแรง พอรอดแล้วเกาะขอบกำแพงร้อง “หลงชู่ ชิงถิง… ขึ้นมาเร็ว!” 

หลงชู่กำเชือกแน่น มือขวาโอบเอวน้องสาว แล้วค่อยๆ ไต่ขึ้นไปบนกำแพงสูง แม้ตัวมันจะมีพลังตัวเบาล้ำเลิศ แต่ก็ไม่อาจลอยขึ้นกำแพงด้วยตัวเปล่าได้ ซุนฟู่หรงกับหลิวอี้คังช่วยดึงร่างทั้งสองขึ้นมา ไป่ชิงถิงขึ้นไปจนพ้นก่อน ก่อนซุนฟู่หรงยื่นมือให้พี่ชายจับตามขึ้นมาอย่างปลอดภัย “ไป!” หลงชู่คว้ามือน้องสาววิ่งจากไปทันที ซุนฟู่หรงหันมองเฉินป้ายแวบหนึ่งก่อนติดตามไป เฉินป้ายหันมองทางที่ทั้งสามวิ่งไปด้วยประกายตาซ่อนนัย แต่ก็ไม่ได้สั่งให้ทหารไล่ติดตาม…

 

เรือนนกยูง

“อาจารย์เกา ข้าขอฝากน้องสาวของข้า พักอยู่ที่นี่ได้หรือไม่”

หลงชู่ พาหลิวอี้คังกับไป่ชิงถิงมายังที่แห่งนี้ ด้วยคิดว่าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดเวลานี้ ซุนฟู่หรงก็ตามมาด้วย

“ท่านคือ อาจารย์เกาหลินหยางจริงๆ หรือคะ?” 

สาวน้อยสีหน้าตื่นเต้นยินดีนัก เมื่อได้พบกับหมอผู้มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งดินแดนกว่างหลง

“ใช่แล้ว ส่วนแม่นางน้อยก็คือ… หม้อดินผู้ช่วยชีวิตคนแห่งหมู่บ้านหยงใช่หรือไม่”

ไป่ชิงถิงยิ้มแก้มแดงระเรื่อ เพิ่มความปิติยินดีมากขึ้นอีก

“ท่านชมไปแล้ว ข้าเป็นแค่หมอสมุนไพรพื้นบ้านเท่านั้น มิได้ช่วยชีวิตคนอันใด แต่ว่า ทำไมท่านถึงรู้จักข้าด้วยล่ะคะ”

อาจารย์เกายิ้มอ่อนโยน พิจารณามองนางด้วยสายตาเอ็นดูปนชื่นชม ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

“คนไข้จากเมืองเยี่ยนผู้หนึ่งเคยมารักษาตัวกับข้า มีประวัติป่วยด้วยโรคปอดพิการมานาน เขาเอ่ยถึง “หม้อดินน้อยหมู่บ้านหยง” ว่าเคยรักษาเขาไว้อย่างไร ข้าปรุงยาให้เขาทานจนอาการทุเลาแต่ว่าไม่มีทางหายขาดสนิท การปรุงยาของเจ้าช่วยเหลือให้เขามีอายุยืนยาวขึ้น เพราะว่าใช้สมุนไพรพื้นฐานในการต้ม หากผู้ป่วยไปหาพวกเจ้าตำรา คงไม่มีโอกาสอยู่จนมาพบกับข้า เพราะคนเหล่านี้จ่ายยาแรงและแพงตามท้องตลาดทั่วไป ข้าจึงจดจำเจ้าได้อย่างดี”

สาวน้อยยิ้มแก้มปริด้วยความปลาบปลื้ม หลงชู่ลูบหลังน้องสาวเบาๆ ให้คลายความตื่นเต้นดีใจ

“ยามนี้เมืองหยางปิดประตู คงมีการตรวจค้นภายในอย่างเข้มงวด หม้อดินน้อยไม่ใช่ชาวเมืองหยาง ข้ากลัวจะถูกไล่กลับไป หากว่าท่านช่วยคุ้มครองนางได้ จะถือเป็นพระคุณยิ่ง” หลงชู่พูดเสียงอ่อน

“ยามนี้มีสองดรุณีป่วย ไม่มีคนเฝ้าพอดี ได้แม่นางไป่มาคอยดูแล ข้าจะได้หมดห่วง”

เกาหลินหยางตอบเป็นเชิงรับปาก หลงชู่กับไป่ชิงถิงหันมาสบตากันอย่างดีใจ ยามนั้น คุนเซียวเดินเข้ามาเงียบๆ ทำความเคารพหัวหน้าหอสดับชีพแล้ว ป้องปากกระซิบข้างหูเจ้านาย ซุนฟู่หรงสีหน้าแปรเปลี่ยน กล่าวว่า

“หลงชู่ ข้ามีธุะ ขอตัวก่อน”

สหายหลงหันมาพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงเข้าใจ คุณชายซุนจึงเดินตามคุนเซียวออกจากเรือนนกยูงไป…

“เอ่อ…” เจ้าสำนักหลิวจะเอื้อนเอ่ยบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้พูดอออกมา หลงชู่เหลือบเห็น จึงพูดเป็นเชิงขอตัวกลับวิหารโอสถ และบอกน้องสาวว่าดึกๆ จะแวะมาเยี่ยม ไป่ชิงถิงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย หลงชู่กับหลิวอี้คังจึงจากไป

 

ระหว่างทางเดินกลับวิหารโอสถ สองศิษย์อาจารย์ผ่านบริเวณชายป่า

“น่าประหลาดใจที่ป่านนี้เกาหลินหยางยังมีชีวิตอยู่!”

เจ้าสำนักลมทะเลพึมพำส่ายหน้า ก่อนพูดอุบอิบหน้าตาเฉยว่า “สงสัยข้าคงต้องคืนเงินผู้จ้างวานกลับเป็นสองเท่า เพราะนักฆ่ามือเอกของข้า ใจอ่อนทำไม่ลงเสียแล้ว”

หลงชู่เหล่มองหน้า ก่อนถอนหายใจเสียงดังแบบตั้งใจ “อาจารย์หนออาจารย์ เพราะงานของท่าน ทำให้ข้าต้องมาเป็นศิษย์เขา คนอย่างหลงชู่ใจโหดมหาหิน ยังฆ่าเกาหลินหยางไม่ลง ท่านก็ปลงเสียเถิด ถือว่าข้าไม่ใช่ศิษย์ท่านอีกต่อไปก็ได้”

หลิวอี้คังกะพริบตาถี่ๆ “วิหารโอสถทำให้เจ้าเปลี่ยนไปได้จริงๆ แบบนี้ข้าก็ขาดทุนสิเนี่ย! ข้าอุตส่าห์เลี้ยงเจ้ามา ลงทุนลงแรงไปเท่าไหร่ ทั้งค่าข้าว ค่าสอนวิชา เจ้ายังตอบแทนไม่ถึงครึ่ง ใช้ได้ที่ไหน…"

เจ้าสำนักลมทะเลบ่นยืดยาวอีกหลายประโยค ศิษย์เอกจอมทะเล้นกอดคอเอาใจ ยิ้มขบขัน

“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ไม่เอาน่า… ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ใช่คนเนรคุณ หรือเป็นพวกใจอ่อนปวกเปียกแบบนั้น แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาจะลงมือ เอาล่ะ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำท่านขายหน้าแน่นอน แต่ว่า ท่านยังไม่ได้บอก ทำไมถึงพาหม้อดินน้อยมาที่นี่”

“น้องสาวเจ้าคิดถึงเจ้าจนไม่เป็นอันรักษาคนไข้ ข้ากะว่าจะพานางมาเห็นเจ้าสุขสบายดีแล้วก็กลับ ใครจะนึกว่า…”

หลิวอี้คังพูดค้าง ก่อนส่ายหน้าเบาๆ “ไม่นึกจริงๆ ว่าชาวอี๋ที่อยู่หุบเขางู รอดออกมาได้กลับต้องพบชะตากรรมเช่นนี้ เหอซ่านหยวนถึงกับฆ่าไม่ละเว้นลูกเด็กเล็กแดง”

“เฮอะ สันดานธาตุแท้ของคนผู้นี้เป็นเช่นนี้ตั้งนานแล้ว ข้าไม่อยากจะเล่า ข้ายังรู้เรื่องอะไรอีกเยอะ”

หลงชู่ทำท่าจะพล่ามยาว ทหารเลวนายหนึ่งกลับเดินมาหา ยื่นสิ่งหนึ่งให้กับเขา มันคือ “สายข้อมือหยกเขียว”

“ท่านเจ้าเมืองสั่งว่า ให้ท่านรีบไปพบ หาไม่แล้ว เจ้าของสายข้อมือเส้นนี้ จะได้ไปปรภพ!” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น