ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 35 : ทะลวงเส้นลมปราณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    10 ต.ค. 63

 

ณ จวนเจ้าเมืองหยาง

“…ท่านเจ้าเมือง หุบเขางูเกิดจลาจล ชาวเมืองอี๋แบ่งออกเป็นสองฝ่าย กลุ่มของโจวผิงถูกต่อต้านขับไล่ ชาวบ้านโกรธแค้นว่าเขาเป็นต้นเหตุทำเมืองอี๋พินาศ ยามนี้ถูกคร่ากุมตัวเตรียมลงทัณฑ์ โจวจิ่งอี้ก็โดนไปด้วย แต่หวังหยีหมิ่นช่วยนางหลบหนีออกมา ข้าว่า เราควรส่งมอบทั้งสองนางกลับไป หนึ่ง เป็นการซื้อใจชาวเมืองอี๋ สอง ชาวเมืองหยางก็จะสรรเสริญชื่นชมท่าน ส่วนหลงชู่ กับ ซุนฟู่หรง เราก็ปล่อยข่าวออกไปว่า พวกมันให้การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อ แสดงถึงความไม่จงรักภักดีต่อเมืองหยาง ให้คุมขังไว้รอพิจารณาโทษ เท่านี้ ก็สามารถกำจัดได้อย่างเงียบๆ”

ภายในห้องโถงใหญ่นั้น เหอซ่านหยวน ประมุขแห่งเมืองหยางนั่งขบคิดอยู่บนบัลลังก์ ถางโป๋หมิงยืนอยู่ด้านข้าง ร่ายแผนการมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แม่ทัพใหญ่ เฉินป้าย ผู้มารายงานสถานการณ์ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านหน้า

“เจ้าลืมคนผู้หนึ่งไปแล้ว!”

“หากท่านหมายถึง เกาหลินหยาง ข้ามีวิธี…ทำให้มันหายสาบสูญ เหมือนดั่งเทพโอสถในอดีต!!”

ถางโป๋หมิงพูดเสียงเหี้ยม เหอซ่านหยวนยกมือ คล้ายให้ชะลอความเห็นของคนสนิทไว้ก่อน

“หวังหยีหมิ่นยังตายไม่ได้ ไม่สิ! เมื่อมาขอให้เรารักษา ยิ่งไม่อาจตายที่เมืองหยาง”

“ท่านเกรงว่า หวังชงเหมิน…”

“แดนกว่างหลงตอนนี้ เหลือแค่ หยาง โส่ว และเยี่ยน หากว่าข้าแตกหักกับหวังชงเหมิน เมืองเยี่ยนจะหันไปจับมือกับเมืองโส่ว ไม่เป็นผลดีต่อเรา ด้วยฐานะชื่อเสียงของวิหารโอสถ ข้ากลับคิดว่าเกาหลินหยางทำถูกต้องแล้ว ไม่ช่วยสองนางเพราะกลัวติดโรค จะยังถือเป็นสำนักแพทย์อันดับหนึ่งในใต้หล้าได้หรือ เกาหลินหยางไม่เพียงรักษาหน้าให้วิหารโอสถ ยังรักษาเกียรติของเมืองหยาง ข้าเป็นถึงเจ้าเมืองจะน้อยหน้าได้ยังไง… เฉินป้าย นำนักปรุงยาสองสามคนไปที่เรือนนกยูง เผื่อเกาหลินหยางต้องการผู้ช่วย ส่วนตัวเจ้าอารักขาอยู่ด้านนอกประตู อย่าให้ใครเข้าไปรบกวน”

“รับทราบ” แม่ทัพใหญ่น้อมคำนับ แล้วหันหลังเดินจากไป ถางโป๋หมิงขมวดคิ้ว เก็บความไม่สบอารมณ์ไว้ข้างใน ประสานมือ “ข้าต้องกลับไปสะสางงานที่วิหารโอสถต่อ ขออำลา” เหอซ่านหยวนมองตามแล้วพลันแสยะยิ้มบางๆ

 

ณ เรือนนกยูง

เกาหลินหยางออกไปเตรียมชุดฝังเข็มมา ปล่อยให้สองหนุ่มเฝ้าร่างดรุณีน้อยทั้งสองอยู่ในห้อง ซุนฟู่หรงมองสหายหลงชู่ยืนหลับตานิ่งคล้ายทำสมาธิ ที่แท้ กำลังปลุกความทรงจำรายละเอียดของยอดวิชาฝังเข็มในตำราไร้ชื่อ

เพราะความสามารถด้านการจดจำเป็นเลิศ เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป หลงชู่จึงแตกฉานในยอดวิชาทุกศาสตร์ทุกแขนง ไม่จำเป็นต้องเปิดตำราดูซ้ำ เพียงทบทวนความจำชั่วครู่ ก็พลันกระจ่างแจ้งในทุกขั้นตอน

คุณชายซุนอ้าปาก คล้ายอยากกล่าวสักหลายประโยค แต่แล้วก็ปิดปากลง

“หากตัวเราไม่เชื่อใจในหลงชู่ การรักษาก็จะไม่เกิดขึ้น หลงชู่อยู่กับตำราไร้ชื่อมานานกว่าเรา หากไม่มั่นใจย่อมไม่เอ่ยปาก คงต้องลองเสี่ยงดู”

เกาหลินหยางกลับเข้ามาในห้อง พร้อมชุดฝังเข็มสองชุด ซุนฟู่หรงยื่นสองมือรับแทนสหายหลง นำมาวางบนโต๊ะข้างเตียงแม่นางหวัง เกาหลินหยางจะรักษาโจวจิ่งอี้ซึ่งอาการหนักกว่า ส่วนหวังหยีหมิ่นนั้นเป็นหน้าที่ของหลงชู่

“คุณชายหลง จำได้แม่นยำหรือไม่" อาจารย์เกาสอบถาม ทบทวนความเข้าใจ

หลงชู่ทรุดนั่งลงข้างเตียง ดวงตาจ้องมองใบหน้าคุณหนูหวัง ปากตอบฉาดฉานว่า

“จุดเลี่ยเซวียของเส้นปอด เส้นหลักคือ เส้นมือไท่อินปอด เชื่อมโยงกับเส้นเยิ่น และจุดเจ้าไห่ของเส้นไตเชื่อมโยงกับเส้นอินเชียว สองจุดนี้เพื่อรักษาและประคองชีพจรในระบบหายใจ ปอด หลอดลม กะบังลม ต่อด้วยจุดซูหลัง ตำแหน่งจุดเฟ่ยซู เพื่อขยายปอดที่อุดกั้น เปิดช่องให้ลมปราณไหลเวียนไม่ติดขัด”

เกาหลินหยางพยักหน้า คล้ายมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น 

“ดี! ก่อนลงมือจงทบทวนตำแหน่งจุดก่อนทุกครั้ง ที่สำคัญ น้ำหนักในการลงมือ ต้องเบาและตื้นที่สุด คอยตรวจชีพจรคนไข้ตลอดเวลาว่าอยู่ในระดับใด หากไม่มั่นใจให้เรียกข้า… คุณชายซุน เชิญมาช่วยประคองแม่นางโจวขึ้น”

“อาจารย์เกา ช้าก่อน!” แม่ทัพใหญ่นำนักปรุงยาสามคนที่หอบหีบยา ปิดผ้าคลุมหน้า ก้าวเข้ามาถึง หมอพวกนั้นเห็นได้ชัดว่าถูกบังคับมา เพราะท่าทางลุกลี้ลุกลน แววตาไม่มั่นคง มองปราดเดียวก็ทราบว่ากลัวว่าจะติดโรคระบาด

“ท่านเจ้าเมืองให้ข้านำหมอมาช่วยท่าน เชิญคุณชายทั้งสอง…"

“รอด้านนอก เมื่อฝังเข็มจบแล้ว ข้าจะเขียนสูตรยาให้พวกท่านต้ม ออกไปปิดประตูด้วย ผู้ป่วยโดนลมไม่ได้”

เฉินป้ายไม่ทันจะพล่าม เกาหลินหยางตัดบทเฉียบขาดมา เฉินป้ายยืนอึ้ง ฝ่ายนักปรุงยาดีใจนักรีบเดินออก 

เมื่อประตูปิดสนิทแล้ว เกาหลินหยางหันมองหลงชู่ ก่อนเอ่ยเป็นสัญญาณ “ลงมือได้!”

หลงชู่หยิบเข็มเล่มเล็กบางขึ้นมา คมกริบและวาววับ ตัวมันสูดลมหายใจลึกเพื่อรวบรวมสติ สมาธิ และความกล้า 

นักฆ่าเมืองเยี่ยนผู้เคยแต่ถือดาบเชือดเฉือนชีวิตคน มาบัดนี้ ต้องถือเข็มช่วยรักษาชีวิตคน ชะตากรรมช่างพลิกผันอย่างน่าแปลกประหลาด!

เกาหลินหยางแทงเข็มลงบนจุดซานอินเจียว… สาวน้อยทั้งสองถูกปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกออกนานแล้วเหลือแต่เพียงเอี๊ยมสีขาวและแดงติดกาย ส่วนท่อนล่างนั้นยังคงไว้เพราะไม่จำเป็น บุรุษทั้งสามต่างไม่มีใครตะขิดตะขวงใจ ธรรมเนียมชายหญิงเป็นสิ่งที่ต้องละทิ้งเมื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา ล้วนต่างเข้าใจ และอยู่ในอาการสงบสำรวมดี

เข็มแต่ละเล่มค่อยๆ ถูกแทงลงบนผิวหนังอย่างช้าๆ และคาไว้ตรงจุดด้วยมืออันมั่นคงของหมอทั้งสอง การรักษาแม่นางโจวมีความยากลำบากกว่า จึงต้องมีคนช่วยประคองนั่ง ส่วนแม่นางหวังนั้นปริมาณเข็มน้อยเล่มกว่า และสามารถรักษาในท่านอน ในตำราไร้ชื่อส่วนของวิชาฝังเข็มนั้นมีทั้งภาพและรายละเอียดกำกับ หลงชู่จึงไม่มีปัญหากับตำแหน่ง ลงมือได้อย่างแม่นยำ และเมื่อสังเกตสีหน้าอาการคนไข้จากขาวค่อยๆ แปรเป็นแดง ลมหายใจกระเตื้องขึ้น แสดงถึงเส้นลมปราณด้านปอดที่ตีบตันได้ถูกทะลวงแล้ว หลงชู่ถึงกับยกหลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผากที่ผุดขึ้นมา

ซุนฟู่หรงคอยเดินวนมาดูอาการหวังหยีหมิ่นเป็นระยะ พบว่าฝีมือการฝังเข็มของเกาหลินหยางกับหลงชู่อยู่ในระดับไล่เลี่ยกัน คือ ทั้งสองดรุณีผ่านพ้นช่วงวิกฤติมาแล้ว ระดับลมหายใจราบเรียบสม่ำเสมอ ผิวหนังเริ่มมีสีเลือด

หลงชู่กับเกาหลินหยางถอนเข็มกลับมาพร้อมกัน หลังจากรักษาอวัยวะภายในที่บอบช้ำจนอยู่ตัวแล้ว อาจารย์เกาเดินมาดูแม่นางหวัง พยักหน้าเป็นเชิงผ่าน แล้วเดินไปเขียนสูตรยาบนโต๊ะ ซุนฟู่หรงวางมือลงบนบ่าของหลงชู่เป็นเชิงแสดงความยินดี หลงชู่ ณ ตอนนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

 

ภายหลังป้อนยาและปฐมพยาบาลภายนอกให้กับผู้ป่วยทั้งสองเรียบร้อยแล้ว

เฉินป้ายก็นำพวกนักปรุงยากลับไป ซุนฟู่หรงพูดคุยกับเกาหลินหยาง เพราะขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝังเข็ม ตัวมันมีปฏิภาณไหวพริบดี ได้มองก็สังเกตเรียนรู้ไปด้วย ฝ่ายหลงชู่มายืนนิ่งโดดเดี่ยวอยู่บนสะพาน แววตาหม่นซึมสะท้อนต้องสายน้ำ

“พี่รอง ท่านว่า…ถ้าวันนึงข้าได้ช่วยชีวิตคนที่กำลังใกล้จะตาย ข้าจะเกิดความรู้สึกแบบไหนกันนะ”

“ไม่เห็นต้องรู้สึกแบบไหนเลย ก็แค่ดีใจเฉยๆ ไม่ได้รึไง”

“พี่ไม่เข้าใจหรอก… ความรู้สึกนั้นจะต้องพิเศษกว่าธรรมดาแน่นอน และข้าเชื่อว่าสักวันมันจะต้องเกิดขึ้น”

“หม้อดินน้อย… อยากให้เจ้าอยู่ด้วยตอนนี้จริงๆ” หลงชู่ยิ้มหม่น รำพึงกับเงาตัวเอง

“คุณชายหลง…” เกาหลินหยางก้าวเข้ามาหา ชายหนุ่มหันมา

“อาจารย์เกา เรียกข้า หลงชู่ เฉยๆ เถอะ อย่าเรียกคุณชายเลย ข้าไม่ใช่คนใหญ่โตที่ไหน”

เป็นครั้งแรกที่หลงชู่พูดจาด้วยท่าทีนอบน้อม ตัวมันเองนับจากเห็นเกาหลินหยางออกโรงปกป้องชีวิตสองสาว แล้วยังไว้วางใจมอบงานยิ่งใหญ่ที่ทำให้เปลี่ยนความคิดไปตลอดกาล หลงชู่เกิดความยอมรับนับถือ ทั้งเคารพศรัทธา

“ข้าไม่รู้มาก่อนว่า เจ้าจะมีความจำเหนือกว่าคนทั่วไป สิ่งนี้…วิเศษมาก”

หลงชู่เข้าใจว่า อาจารย์เกาสงสัยเรื่องที่ตัวมันสอบผ่านการฝังเข็มครั้งแรกอย่างง่ายดาย และซุนฟู่หรงคงบอกเรื่องนี้ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แท้จริงแล้ว แค่ความจำไม่สามารถฝังเข็มได้แน่นอน หลงชู่ศึกษาจากตำราไร้ชื่อมาลึกมากกว่านั้น

“เพราะอาจารย์เกาให้ความไว้ใจ ข้าต้องทำเต็มที่ครับ”

หัวหน้าหอสดับชีพพยักหน้าน้อยๆ ดวงตามีแววชื่นชม ตบไหล่เบาๆ

“ข้าหวังว่าเจ้าจะก้าวหน้า… เติบโตเป็นหมอที่ดี วิหารโอสถจะได้มีผู้สืบทอด!”

“ข้ายังต้องเรียนรู้อีกมาก แต่จะพยายามถึงที่สุด อาจารย์เกา ข้าขอไปเยี่ยมพวกนางก่อน”

“ไปสิ” เกาหลินหยางมองตามหลังหลงชู่ไป ในประกายตาแม้นยังเกิดความเคลือบแคลง แต่ก็แฝงความชื่นชม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น