ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 33 : ข้อต่อรองของเจ้าเมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    7 ต.ค. 63

 

ณ จวนเจ้าเมืองหยาง

“…ท่านเหอ จดหมายจากโจวผิงช่างน่าสมเพชสิ้นดี เป็นถึงเจ้าเมืองอี๋ กลับมาขออาศัยเขาอยู่เหมือนคนไร้ศักดิ์ศรี ซุนฟู่หรงยังมีความถือตัวซะกว่า”

เหอซ่านหยวนวางจดหมายลับในมือลง ดวงตาทอประกายครุ่นคิดลึกซึ้ง เฉินป้ายที่กลับมาจากส่งเสบียงให้หุบเขาหู เข้าพบเพื่อรายงานเหตุการณ์และความเป็นไปของกลุ่มชาวอพยพเมืองอี๋

“เมืองอี๋ล่มสลาย ชาวเมืองโทษเป็นความผิดโจวหย่วนที่ดึงดันจะรักษาผู้ติดเชื้อ ตอนนี้โจวหย่วนตาย โจวผิงก็ไร้ประสิทธิภาพ มิสามารถนำพาชาวบ้านผ่านพ้นความเลวร้าย หากข้ายื่นมือช่วยเหลือให้ที่พักพิงแก่เขา รวมทั้งรับราษฎรเมืองอี๋ให้เข้ามาอาศัย ทำมาหากินเลี้ยงชีพ ข้าก็จะได้รับการสรรเสริญจากผู้คนทั่วหล้า” 

“ท่านเหอ มิได้! ชาวบ้านพวกนั้นแม้คัดกรองเบื้องต้นไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่คนมากอาจมีหลุดรอด… รับประกันความปลอดภัยไม่ได้ เราควรรับแต่ครอบครัวโจวผิง ส่วนราษฎรเมืองอี๋ให้อยู่หุบเขางูต่อไป… อ้อ มีอีกเรื่อง ตอนข้านำทหารออกนอกเมืองพบคนซุ่มทำร้าย คนผู้นี้เป็นคนเดียวกับที่เคยลงมือกับข้า และข้าก็รู้แล้วว่ามันเป็นใคร หลงชู่!”

เหอซ่านหยวนกระตุกคิ้ว ความลับนี้ค่อนข้างสร้างความแปลกใจยิ่ง

“เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า… หลงชู่ กับ ซุนฟู่หรง ร่วมมือกันแล้ว!?"

เฉินป้ายก้มหน้าขบคิด “การตายของหนานฉือ ซุนฟู่หรงปิดได้เงียบมาก หลงชู่ลอบทำร้ายข้าหลังจากกลับมาไม่นาน ไม่น่าจะเป็นอย่างอื่นไปได้ ข้าคง…เผลอทิ้งรอยเท้าไว้ในสวน”

ประโยคท้าย พูดเบาเหมือนสำนึกผิด เหอซ่านหยวนไม่มีโทสะ กลับรู้สึกว่าน่าสนใจ 

“สองคนนั้นอยู่กับเทพโอสถมานาน มิน่าถึงได้รอบรู้วิชาแพทย์เหนือกว่าคนทั่วไป…”

 

วิหารโอสถ

เหล่าลูกศิษย์เกือบห้าสิบคนยืนออกันอยู่หน้าประตูหอปรุงยามาครึ่งชั่วยามแล้ว แต่อาจารย์ถางโป๋หมิงก็ยังไม่ปรากฎตัว มาเปิดประตูเพื่อสอนวิชาปรุงยาตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน สร้างความฉงนงงงวยจนต้องจับกลุ่มซุบซิบนินทากันว่าเกิดอะไรขึ้น กลางกลุ่มนักศึกษานั้น หลงชู่ยืนกอดอกอมยิ้มกระดิกเท้าท่าทางสบายอกสบายใจยิ่ง สบตาอย่างมีนัยกับซุนฟู่หรงอยู่เป็นระยะ ผิดกับหวังชีเอ่อที่ยืนทรงตัวไม่มั่นเพราะยังเมาค้างจากการไปเที่ยวกลางคืนดื่มสุราเมามายกับเกาเหวินเจี๋ย ตัวมันเซมาคอตกบนไหล่ของหลงชู่ ตาปิด หลับทั้งยืนเช่นนั้น 

“วันนี้ หัวหน้าถางติดธุระกะทันหัน มิอาจมาสอนได้ ขอให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักก่อน ค่อยเริ่มเรียนในวันต่อไป” ผู้ช่วยหัวหน้าหอปรุงยาออกมาประกาศ 

เหล่าลูกศิษย์จึงแยกย้ายกันไปเป็นกลุ่มๆ ช่วงเช้าถึงเที่ยงนั้นเลยถือว่าว่าง เพราะวิชาจับชีพจรของหอสดับชีพนั้นอยู่ช่วงบ่าย หลงชู่หันมาประคองเพื่อนรักไม่ให้ล้มพับลงไปกับพื้น เหลือแค่สามคนยืนอยู่ตรงนั้น

“หลงชู่…” ซุนฟู่หรงขยับเท้าเข้าหา อ้าปากหมายจะถาม ทหารนายหนึ่งก้าวเข้ามา

“คุณชายหลง… คุณชายซุน… ท่านเจ้าเมืองเชิญพบ!"

 

ณ จวนเจ้าเมือง

สองหนุ่มเดินเคียงข้างกันเข้ามากลางห้องโถงใหญ่ ภายในห้องนั้นมีอยู่ผู้เดียว เจ้าเมืองหยางผู้เกรียงไกร เหอซ่านหยวน นั่งมองอยู่บนบังลังก์ ทอดสายตาจับนิ่งมายังทั้งคู่ หลงชู่มองแล้วเมินไปดูนกในกรงที่แขวนไว้ ส่วนซุนฟู่หรงใบหน้าเรียบเฉยตามปกติ

“หัวหน้าหอปรุงยาเพิ่งเข้ามาพบข้า เขาบอกกับข้าว่า เมื่อคืน… มีโจรแอบขโมยของในห้องพักของเขาเมื่อคืนนี้!”

เหอซ่านหยวนเข้าเรื่องตรงประเด็น น้ำเสียงต่ำลึก แววตาคมจับบนใบหน้าทั้งคู่ตลอดเวลา

“อ๋อ…” หลงชู่ครางเสียงสูง แล้วทำหน้าเป็น “…ที่แท้หัวหน้าถางเจอขโมยนี่เอง ถึงไม่เข้าสอนเช้าวันนี้ น่ากลัวว่าคงกำลังหาของอยู่เป็นแน่…แต่หาเท่าไรก็ไม่พบ”

ซุนฟู่หรงถึงกับลอบยิ้มขำ…

“คุณชายหลง เจ้ารู้หรือว่า… ของที่หายไป คืออะไร?” เหอซ่านหยวนยังถามนิ่มนวล

“นั่นคาดเดาไม่ยาก…” ซุนฟู่หรงตอบแทนมา “…หนึ่ง ของที่หายในหอปรุงยาย่อมต้องเป็นของล้ำค่า สอง เป็นของส่วนตัวของหัวหน้าถางยิ่งต้องเรียกว่าสมบัติล้ำค่า สาม เช้านี้ไม่ปรากฏกายในห้องเรียนกลับมารายงานท่าน ยิ่งแสดงว่า เป็นของสำคัญอันประเมินค่ามิได้ และหากข้าเดาไม่ผิด ท่านเจ้าเมืองเองทราบตัวคนร้ายแล้ว ถึงได้เรียกพวกเราสองคนมาพบ!”

เหอซ่านหยวนแสยะยิ้มอย่างมีปริศนา ดวงตาคมกริบ “คนร้ายที่ว่า… คือ หนึ่งในพวกเจ้า!”

หลงชู่กับซุนฟู่หรงสบตากัน ไม่มีตระหนกกับคำพูดโจ่งแจ้งประโยคนั้น หลงชู่ถึงกับพูดหน้าตาเฉยว่า

“อ่า… ถ้าเช่นนั้นก็ผิดปกติแล้ว หากว่าข้าเป็นคนขโมยของสำคัญของอาจารย์ถาง คงไม่หน้าด้านหน้าทนเดินทางไปเรียนในวันนี้แน่ และอาจารย์ถางก็คงจะจับข้าไปลงโทษ ไม่หายหน้าหายตาไปเช่นนี้ ท่านเจ้าเมืองท่านช่างมีอารมณ์ขัน ตัวข้ายังนึกไม่ออกว่า อาจารย์ถางมีของสำคัญใดให้น่าช่วงชิง วานท่านแถลงให้หายสงสัย เผื่อว่าข้าจะความจำสั้นหลงลืมไป”

ขณะสหายหลงเอ่ยวาจา ซุนฟู่หรงจ้องหน้าเหอซ่านหยวนตาไม่กระพริบ เห็นอีกฝ่ายสีหน้าเย็นเยียบ อ่านความรู้สึกยาก เมื่อค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ยกสองมือไพล่หลัง ตัวมันจึงเพิ่งรับรู้ถึงกระแสอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมา!

“ภายในห้องนี้ มีเพียงข้ากับพวกเจ้า ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา ตำราไร้ชื่อ ของเทพโอสถหนานฉือ อยู่กับใครกันแน่ คุณชายซุน หรือว่า คุณชายหลง!?”

ซุนฟู่หรงลอบตระหนก และหวาดระแวงในใจ สถานการณ์เช่นนี้… คาดเดามิได้เลย!

หลงชู่กลับตอบโต้อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน “ท่านเหอก็เป็นคนตรงไปตรงมาดี ไม่เห็นลึกลับซับซ้อนอย่างที่คนว่ากัน ท่านถามข้าหนึ่งประโยค อย่างนั้น ข้าก็ถามท่านกลับหนึ่งประโยค ผู้ใดฆ่าเทพโอสถหนานฉือ!” 

“ไม่ว่าผู้ใดฆ่า สิ่งที่ชาวแดนกว่างหลงจดจำก็คือ การหายสาบสูญของเทพโอสถ และจะเป็นเช่นนั้นตลอดกาล เรื่องบางเรื่องไม่สามารถอธิบายชี้แจงได้ และมันก็ไม่ใช่ความประสงค์ของข้า หากพวกเจ้าสองคนยินยอมรับใช้ข้า ไม่ว่าเรื่องใด ข้าล้วนมีคำตอบ แต่ว่าหากอยู่คนละฝ่าย ก็อย่าหาว่าข้า… ไม่เมตตาพวกเจ้า”

ท่าทีเด็ดขาด กับสายตาที่อำมหิต เหมือนประกาศิต ประกาศเสนอทางเลือก มิตร หรือ ศัตรู อย่างแท้จริง ซุนฟู่หรง กับ หลงชู่ สบตากัน ไม่มีความลังเลในอากัปกริยา

“ใกล้ถึงคาบสอนของอาจารย์เกาแล้ว ข้าว่า ถ้าไปเรียนสายคงจะไม่เหมาะ”

คุณชายหลงพูดแล้วเดินจากไปก่อน โดยไม่สนทำความเคารพตามมารยาทแล้ว 

“เก็บความเมตตาของท่านไว้เถอะ วันไหน หน้ากากถูกกระชากออก ท่านคงจะได้เที่ยววอนขอความเมตตาจากคนอื่น” 

คุณชายซุนพูดเสียงเย็นชา แล้วเดินติดตามออกไป… เมื่อทั้งสองจากไปแล้ว เหอซ่านหยวนยังคงนั่งนิ่งขึงอยู่ในสภาพนั้น สีหน้าราบเรียบ ไม่แสดงอารมณ์ กลับเก็บความปั่นป่วนไว้ภายใน…

ในที่สุด ถางโป๋หมิงผู้ยืนฟังอยู่หลังม่าน เดินออกมาช้าๆ ใบหน้าถมึงทึง เปล่งเสียงเครียด

“สองคนนี้… เก็บเอาไว้ไม่ได้!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น