ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 25 : เดินทางสู่เมืองอี๋

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    2 ก.ย. 63

 

"นำเข้ามา…!"

เจ้าเมืองหยางปรบมือ ทหารสองคนยกเก้าอี้เข้ามาตั้งกลางห้องโถง บนเก้าอี้มีหีบเล็กๆ ใบหนึ่ง ขณะนี้ฝาหีบเปิดออก ด้านใน คือ ผลึกหกเหลี่ยมสีแดงเหลือบรุ้ง

หลงชู่ตาสว่าง หายง่วงในบัดดล ทุกสายตาจับจ้องมองวัตถุนั้น ที่มีความสวยงามอย่างยิ่ง

“ที่อยู่ต่อหน้าทุกท่าน เรียกว่า หยกโลหิต กำเนิดจากแร่วิเศษสมุนไพรหนึ่งร้อยปี คุณสมบัติคือ ดูดซับพิษจากร่างกายได้เจ็ดหน เป็นของล้ำค่าจากเมืองโส่วที่ชุยปิงมอบให้ข้า ข้าอยากมอบเป็นของขวัญแด่ผู้กล้าที่จะไปเมืองอี๋ แม้ขับพิษลมดำไม่ได้ แต่ดูดพิษทุกชนิดได้ พกติดตัวไว้ยังสามารถปรับอุณหภูมิร่างกายเป็นปกติ หนึ่งคนเท่านั้นที่จะได้ครอบครองมัน ถือว่าเป็นน้ำใจจากข้า แทนคำขอบคุณที่ช่วยแดนกว่างหลงพ้นภัยโรคระบาด ชุยปิง คงไม่ว่านะ"

คำพูดของเหอซ่านหยวน เรียกความสนใจจากทุกคน ชุยปิงยิ้มพลาง คำนับกล่าว

“ท่านเหอใจกว้าง เมตตาโอบอ้อม ของวิเศษคู่กับผู้กล้า สมควรแล้ว”

“เมืองโส่วสมเป็นเมืองของวิเศษ สมุนไพรประหลาดและหายาก ล้วนอยู่ที่นี่”

เกาหลินหยางเอ่ยชม ชุยปิงก้มหัวยิ้มรับน้อยๆ

“แต่ผู้กล้าคณะเดินทางเมืองอี๋มีมากมาย จะแข่งขันกันอย่างไร”

หยางตงจั๋วเอ่ยยิ้มๆ กระตุ้นความตื่นตัวของใครหลายคน โดยเฉพาะพวกหนุ่มสาว

“ชุยปิง เมื่อท่านเป็นคนนำมา ให้ท่านตั้งโจทย์เถิด ผู้ใดควรได้ ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของท่าน”

เหอซ่านหยวนเอ่ยยิ้มแย้ม มีอารมณ์เบิกบาน และแสดงความเป็นเจ้าภาพที่ดี 

“ข้าขอสละสิทธิ์” เกาหลินหยางเอ่ย

“ข้าไม่ได้ไปอยู่แล้ว” ถางโป๋หมิงกล่าว

“ฮ่าฮ่าฮ่า เล่นเกมชิงของ ปล่อยเป็นเรื่องสนุกของหนุ่มสาวเถอะ” หยางตงจั๋วพูด

ชุยปิงกวาดมองพวกที่เหลือ ก่อนลุกขึ้นยืน ประสานมือทางเจ้าภาพและผู้ใหญ่ท่านอื่น “ชุยปิงน้อมรับ”

“หยีหมิ่น กับ ชีเอ่อ ไม่ได้ไป งั้นก็เหลือแค่ คุณชายซุน กับ หลงชู่ แข่งกันสองคน”

หยางตงจั๋วกล่าวเปิด สองพี่น้องสกุลหวังที่กำลังตื่นเต้น กระฉับกระเฉง ห่อเหี่ยวในบันดล โดยเฉพาะหวังหยีหมิ่น นางทราบดีว่า การที่พวกนางสองคนพี่น้องไม่ได้ไป เพราะคำสั่งบิดา รู้สึกน้อยใจ ไม่ยุติธรรม จึงใบหน้าบึ้งตึง

ซุนฟู่หรงที่นั่งหน้านิ่งไม่สนใจใครมาเนิ่นนาน สบตาหลงชู่เป็นครั้งแรก

“เอาไปฝากหม้อดินน้อย นางต้องชอบใจแน่” หลงชู่คิดในใจ

ชุยปิงหันกายมาทางสองหนุ่ม “คุณชายซุน… คุณชายหลง…” ประสานมือนอบน้อมก่อนเริ่มกล่าว

“ระหว่างทางเจอโจรป่าดักปล้น งั้นขอถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ละกัน… ระยะนี้ โจรป่า โจรภูเขา มิจฉาชีพ เกิดขึ้นอย่างมากมายแทบทุกมุมเมือง สาเหตุเกิดจาก เศรษฐกิจซบเซา การค้าระหว่างเมืองหยุดชะงัก ไม่มีเงินหมุนเวียน หลายร้านปิดกิจการ คนตกงานเป็นว่าเล่น ทั้งที่หนีภัยโรคระบาดมา ไร้บ้าน ไร้ที่อยู่ ก็มีไม่น้อย คำถามคือ สมมุติว่าท่านทั้งสองเป็นผู้นำ ท่านจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ชุยปิงขอคำตอบสั้นๆ กระชับ ได้ใจความ เชิญคุณชายซุนตอบก่อน"

ทุกสายตาจับจ้องมาที่ซุนฟู่หรง เกาหลินหยางลูบเครา ยิ้มนิดอย่างถูกใจคำถาม สองคนเก่งวิชาแพทย์ แต่ต้องมาตอบคำถามการเมือง ชวนให้รู้สึกน่าสนใจ

ซุนฟู่หรงตอบฉาดฉาน ไม่มีติดขัด “โจรเหล่านี้มีที่มาแตกต่าง พวกที่เป็นโจรโดยพื้นเพควรยกกำลังปราบ พวกที่ชะตากรรมบีบคั้นควรรีบช่วยเหลือ คนไร้บ้านก็จัดสรรที่อยู่ คนไร้เงินก็สร้างอาชีพ สำคัญคือ ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันบนพื้นฐานคุณธรรมควบคู่กฎหมาย มอบโอกาสแต่ก็เข้มงวดวินัย ค้าขายระหว่างเมืองไม่ได้ แต่กระตุ้นเศรษฐกิจภายในเมืองได้ แค่ประชาชนทุกคนร่วมมือกัน ผลิต บริโภค ออกมาใช้จ่าย ให้มีเงินหมุนเวียน สะพัดอย่างทั่วถึง”

“ข้าเห็นต่าง…!” หลงชู่โพล่ง เรียกทุกสายตาเปลี่ยนมามองมัน

“เศรษฐกิจหลักของทุกเมือง เกิดจากการค้าระหว่างเมือง เมื่อทุกเมืองปิดตาย ห้ามค้าขายกัน ท้องพระคลัง เอ้ย เรียกว่าอะไรนะ อ้อ ฝ่ายการเงินก็ว่างเปล่า เมื่อผู้นำไม่ค่อยมีเงิน โรคระบาดก็ยังอยู่อีกยาวนาน ต่อให้อยากสนับสนุน ช่วยเหลือก็ไม่พอแน่ อย่างเช่นเมืองเยี่ยนไม่ร่ำรวยขนาดนั้น ความจนเป็นเรื่องปกติ ความเหลื่อมล้ำไม่ได้คอขาดบาดตาย ปัญหาเรื่องเงินข้าแก้ไม่ได้ แต่พวกโจรชาวบ้าน ควรปล่อยเขาอยู่แบบนั้น พื้นฐานเพาะปลูก ล่าสัตว์ ขึ้นเขาเก็บสมุนไพร ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ยังไงก็ไม่อดตาย”

คำตอบของหลงชู่ ทำหลายคนฉงนงงงวย ถางโป๋หมิงถึงกับส่ายหน้า ยกเว้นเหอซ่านหยวน เกาหลินหยาง และชุยปิง เมื่อขบคิดลึกซึ้ง ต่างมีรอยยิ้มบนใบหน้า

“หลงชู่ พูดอะไรของเจ้าเนี่ย”

หวังชีเอ่อเอาใจช่วยสหาย ได้ฟังคำตอบเหลวไหล ถึงกับเอียงหน้ามากระซิบว่า 

“คุณชายหลง กำลังจะบอกว่า พวกโจรเหล่านี้ ไม่ต้องแก้ที่ความจน แค่ปรับทัศนคติก็พอ”

ชุยปิงช่วยขยายความ “ตอบได้ดี!” หัวหน้าหอสดับชีพถึงกับเอ่ยปากชม

“คุณชายซุน คุณชายหลง ล้วนตอบถูกทั้งคู่ แค่ต่างวิธีการ” เหอซ่านหยวนสรุปให้

“อย่างนั้น ข้าขอมอบหยกโลหิตที่มีเพียงชิ้นเดียวให้กับทั้งคู่ สองคนเป็นเจ้าของ ผลัดกันครอบครอง”

“ฮ่าฮ่าฮ่า… ตัดสินดี ตัดสินดี” เจ้าเมืองหยางชอบอกชอบใจ

 

ณ เรือนเมฆน้อย

ภายหลังงานเลี้ยงเลิกรา ทุกคนแยกย้ายกันพักผ่อน แขกทั้งหมดพักที่หมู่ตึกอำพัน ยกเว้นซุนฟู่หรงกลับเรือนเมฆน้อย ขณะเดินขึ้นบันไดกลางสวน ร่างหนึ่งก็โฉบลงมาจากหลังคา หยุดยืนอยู่บนพื้น ห่างออกไปทางด้านหลัง 

“นี่ ซุนฟู่หรง!”

คุณชายซุนชะงักเท้า ใบหน้าเย็นชา เอ่ยเสียงกระด้าง

“หลงชู่ เจ้าจะเข้าออกบ้านข้า ตามอำเภอใจไปแล้ว”

ขาดคำ กงจักรขนาดจิ๋วสามใบพุ่งแหวกอากาศมา หลงชู่หยุดเท้าที่ก้าวเข้าหา ไม่คิดว่าซุนฟู่หรงจะลงมือ แต่ปฏิกริยายังไว ตีลังกาหลังหลบอาวุธลับทัน เสี้ยววินาทีต่อมา ปลายกระบี่คมกริบก็พุ่งเฉี่ยวใบหน้า กระบี่ใบหลิวของคุณชายเมืองเหอ ตัวมันเพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก บางเฉียบแต่ปราดเปรียวว่องไว กวาดทีมีเสียงดังหวีดหวิว… ต้องหลบซ้ายหลบขวา ทั้งก้มหัวและกระโดด ทุกกระบวนท่าฟาดฟันรุนแรงคล้ายจะระบายโทสะ แต่หลงชู่เป็นทั้งจอมยุทธ์และนักฆ่า ฝีมือยากหาคนทัดเทียม วรยุทธ์ของซุนฟู่หรงแม้นจัดว่าดี ยังมิอาจเทียบ เพียงสิบเพลงก็เปิดช่องโหว่ให้กระบี่หลงชู่ตวัดมาจ่อพาดลำคอ  

“คุณชาย!” คุนเซียวโผล่มา โพล่งตกใจ

หลงชู่จ้องหน้า เห็นอีกฝ่ายสงบ ไม่เคลื่อนไหว จึงลดกระบี่ลง พูดเสียงห้าว

“ข้ารู้ว่าเจ้าอารมณ์เสีย ที่ข้ามาเพราะหม้อดินน้อยฝากฝัง ไม่ได้มาหาเรื่องเจ้า”

“นางฝากอะไรมา” ซุนฟู่หรงท่าทีอ่อนลง

“จดหมายถึงผู้อาวุโส” ซัดจดหมายไปอยู่ในมือเจ้าบ้านแล้ว ก็เตรียมจะจากไป

“หลงชู่…” ชะงักเท้า หันกลับมาอีกครั้ง

“ขอหยกโลหิต…ให้ข้าใช้ก่อนได้ไหม!” น้ำเสียงแฝงความไม่มั่นคงอยู่หกส่วน

หลงชู่ไม่ยึกยัก ลังเล ล้วงหยกโลหิตจากในอกเสื้อ ยื่นมาต่อหน้า ซุนฟู่หรงสบตา นัยน์ตามีทั้งประหลาดใจและตื้นตัน รับจากมือมา กล่าว “ขอบคุณ” เบาๆ หลงชู่หันหลังกลับ เดินไปสามก้าว โดดขึ้นบนหลังคา หายไปในความมืด 

“คุณชาย นี่มัน…” คุนเซียวไม่เข้าใจเรื่องราว เห็นหยกในมือเจ้านายเปล่งประกายเรืองรอง

ซุนฟู่หรงยกหยกโลหิตขึ้นมองอย่างมีความหวัง… 

 

ในห้องรับรองหลังหนึ่ง ภายในเรือนเมฆน้อย

หยกโลหิตวางอยู่บนหัวเข่าที่เป็นรอยจ้ำช้ำจากการบวมของพิษ หยกเปล่งประกาย กลับไม่มีทีท่าว่าจะดูดซับเลือดพิษออกมาได้ ซุนฟู่หรงรอแล้วรอเล่า แปลกใจที่ไม่ได้ผล  

“…เปล่าประโยชน์ โรคลมดำหากติดแล้ว ไม่มีสมุนไพรใดถอนได้ ตัวข้าย่อมรู้ดี”

เทพโอสถเอ่ยเสียงแหบเครือ ซุนฟู่หรงยังไม่ยอมหมดหวัง เลื่อนมาวางตรงส่วนขา

“แต่ท่านถูกพิษอื่นด้วย หยกโลหิตน่าจะดูดพิษนั้นได้”

“อย่าเปลืองแรงเลย เพราะถูกพิษหกสี ทำให้ร่างกายเกิดพิษต้านพิษ ข้าไม่ตายเพราะโรคลมดำ แต่ก็ต้องอยู่กับพิษตลอดไป นี่เป็นชะตาที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้”

ผู้เฒ่าพูดอย่างปลงตก ซุนฟู่หรงถอดใจ ยกหยกโลหิตออก แต่ยังพูดว่า

“อาจารย์หนานฉือ โปรดวางใจ เมืองอี๋รวมคนเก่งมากมาย ต้องคิดค้นยารักษาได้ ถึงตอนนั้น ข้าจะกลับมาช่วยท่าน”

หนานฉือไม่ตอบ แววตาเหม่อลอย คุณชายซุนล้วงจดหมายจากในอกเสื้อ

“นี่เป็นจดหมายของชิงถิง ข้าจะอ่านให้ท่านฟัง…"

ซุนฟู่หรงอ่านจดหมาย ข้อความของเด็กน้อย บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา และปรารถนาดี คุณชายซุนผู้เจ็บปวด คับแค้นใจมาตลอดทั้งวัน เมื่อได้อ่านตัวอักษรโยเยของเด็กสาว จิตใจพลันปลอดโปร่ง เบาสบาย สุขใจอย่างประหลาด

 

รุ่งเช้าวันต่อมา คณะเดินทางเมืองอี๋พร้อมกันที่หน้าวิหารโอสถ

ประกอบด้วย เกาหลินหยาง หยางตงจั๋ว ชุยปิง ซุนฟู่หรง คุนเซียว หลงชู่ พร้อมด้วยคณะเจ้าตำราเมืองโส่ว และลูกศิษย์วิหารโอสถสิบคน ในนั้นไม่มีเกาเหวินเจี๋ย หลานชายของเกาหลินหยางอยู่ด้วย

“ศิษย์พี่ ท่านไปอย่างวางใจ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ข้าจะเริ่มสอนพวกเด็กใหม่ไปก่อน”

ถางโป๋หมิงยืนส่งที่หน้าบันได “เด็กใหม่” ที่ยืนทำท่าหงอยเหงาอยู่ข้างๆ คือ หวังชีเอ่อ

“ฝากด้วย” เกาหลินหยางตบแขนมา บอกสั้นๆ แล้วจากไป

ในขบวนเกวียนลากมีหีบสัมภาระของทั้งเมืองโส่ว และวิหารโอสถ รวมห้าหีบ ชุยปิงเดินตรวจตราดูความเรียบร้อย หลงชู่ตามมาดู เอ่ยปากว่า 

“พี่ชุย เมืองอี๋ใช่ว่าไม่มีสมุนไพร จำต้องแบกไปมากมายเพียงนี้”

ชุยปิงหันมายิ้มอ่อน “สมุนไพรพื้นบ้าน สมุนไพรหลากหลาย เมืองโส่วสู้เมืองอื่นไม่ได้ แต่ถ้าเป็นสมุนไพรวิเศษ ทั้งแปลก และสรรพคุณดุจโอสถทิพย์ กลับมีรวมไว้ที่เขาอี๋ซานเพียงแห่งเดียว”

“อ๋อ อย่างนั้นบนเขาอี๋ซาน มีสมุนไพรแก้อัมพาตหรือไม่”

ซุนฟู่หรงยืนลูบคอม้าอยู่ใกล้ๆ แถวนั้น ชะงัก หันมองมา

ชุยปิงทำหน้าประหลาดปนขัน “อัมพาตไม่ใช่โรค เป็นความพิการของร่างกาย มียารักษาที่ไหน” ก่อนจะเดินไปทางอื่น หลงชู่หันกลับมาสบตาซุนฟู่หรงเข้าพอดี

“โชคดีทุกๆ ท่าน” เจ้าวิหารโอสถกล่าวอวยพร คณะเดินทางสู่เมืองอี๋เริ่มเคลื่อนขบวน

อาชาดำนำหน้า คือ คุนเซียว ตามมาด้วย หลงชู่ ซุนฟู่หรง คนอื่นนั่งรถม้า และศิษย์วิหารโอสถขี่ม้าปิดท้าย…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น