ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 24 : หนึ่งหมาก สองทางเดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    1 ก.ย. 63

 

ณ เรือนเมฆน้อย เมืองหยาง

บนโต๊ะเขียนหนังสือ บุรุษรูปงามอาภรณ์ขาว เสื้อคลุมแพรสีฟ้ายาวระพื้น นั่งหลังตรงบนเก้าอี้ บรรจงตวัดพู่กันเขียนตัวอักษรบนกระดาษเรียงแถวเป็นระเบียบ สละสลวย โดยเป็นการเขียนคัดลอกจากหนังสืออีกเล่ม 

คุนเซียวเดินยกน้ำชามาวางบนโต๊ะ เรือนน้อยหลังนี้ เจ้าเมืองหยางมอบเป็นที่พักแก่ซุนฟู่หรง พร้อมเด็กรับใช้จำนวนหนึ่ง แต่ซุนฟู่หรงทราบดี บ่าวพวกนั้นถูกส่งมาจับตา ดูความเคลื่อนไหวของเขา ซุนฟู่หรงจึงเกณฑ์ทั้งหมดไปปลูกผัก สร้างศาลาที่สวนหย่อม ไม่ให้ออกมายุ่มย่ามข้างนอก คุนเซียวจึงต้องเป็นทั้งองครักษ์และผู้รับใช้ในคราเดียว

“คุณชาย ตำราไร้ชื่อลึกล้ำพิสดาร มียอดวิชาฝังเข็ม และศาสตร์จับแมะที่ซับซ้อน เหนือกว่าตำราแพทย์ทั่วไป เพราะหลงชู่ได้ตำราเล่มนี้ จึงสอบผ่านวิหารโอสถ น่าเสียดายถูกคนฉีกขาดไปครึ่งเล่ม แต่ว่า ตำรายังไม่เก่ามาก เหตุใดคุณชายต้องคัดลอก”

คุนเซียวเอ่ยถาม ไม่เข้าใจความคิดของเจ้านาย

“ตำราไร้ชื่อเป็นของชิงถิง เมื่อนางกลับมา ข้าจะมอบคืนนาง”

“ห๊ะ! ตำรานี้ล้ำค่ายิ่ง ไม่ต่างกับคัมภีร์ยุทธ์อันดับหนึ่ง ปล่อยให้อยู่ในมือเด็กไร้เดียงสา นี่จะได้อย่างไร”

คุนเซียวทำท่าขัดใจ ซุนฟู่หรงยิ้มๆ ในหน้า แววตาทอประกายอ่อนโยนเมื่อนึกถึงใบหน้าเด็กสาว

“หม้อดินน้อยมิใช่เด็กไร้เดียงสา ความสามารถของนาง…อาจเหนือกว่าผู้สอบผ่านวิหารโอสถบางคน!”

“แต่ว่า…”

คุนเซียวทักท้วงไม่สำเร็จ เพราะทหารเลวเข้ามาขัดจังหวะ น้อมตัว ประสานมือ

“คุณชายซุน ท่านเจ้าเมืองเชิญพบที่หอชมไม้”

 

ณ หอชมไม้ จวนเจ้าเมืองหยาง

บนโต๊ะศิลาหินอ่อนมีหมากดำขาว รอบๆ ศาลาอุดมด้วยดอกไม้ไผ่เขียว ธรรมชาติคือเสียงนกกระจิบร้อง ที่แหวกว่ายในบ่อคือปลาหลากสี หอชมไม้เป็นเรือนรับรองที่มีทิวทัศน์ตระการตา โอบล้อมด้วยสวนหย่อมแมกไม้สวย

“คุณชายซุนก้าวหน้ารวดเร็วจริงๆ”

คำชมจากผู้วางหมากดำ บนกระดานแข่งขันประลองปัญญา

“เพราะได้ หวงตี้ (ผู้ปกครองเมืองผู้ยิ่งใหญ่) คอยแนะนำสั่งสอน"

หมากดำวางกับดัก หมากขาวแก้ได้ในพริบตา…

เหอซ่านหยวนมองแล้วหัวร่อกว้าง เสียงดังกังวานทรงอำนาจ

“ฮ่าฮ่าฮ่า… วันนี้ข้าอารมณ์ดี บรรยากาศก็ยิ่งดี จิบชาเดินหมาก สนทนากับผู้รู้ใจ คุณชายซุนได้ชื่อว่าปราดเปรื่อง เพียบพร้อมบุ๋นบู๊ ดนตรี หมากล้อม กาพย์กลอน วิชาแพทย์ เรามาลองแลกเปลี่ยนทัศนะกันหน่อยเป็นไร” 

คุณชายซุนยกจอกน้ำชาคารวะ “แลกเปลี่ยนทัศนะกับเจ้าเมืองหยาง เป็นเกียรติของฟู่หรง”

“อืมม… ดินแดนกว่างหลงนี้ รวมผู้มีวิชาแพทย์ จากเหนือจรดใต้ ตะวันออกถึงตะวันตก ผู้ใดเล่าถือเป็นหนึ่ง?"

เจ้าเมืองหยางตั้งคำถามลองภูมิ อาคันตุกะทรงเกียรติยิ้มบางๆ ตอบทันที

“เหนือมีเกาหลินหยาง ใต้มีหยางตงจั๋ว ตะวันออกมีโจวหย่วน ตะวันตกมีชุยปิง”

“หือ? ชุยปิงเป็นแค่เจ้าตำราเท่านั้น เหตุใดยกเขาขึ้นเทียบนักปรุงยาล่ะ"

เหอซ่านหยวนขมวดคิ้วถาม แต่ซุนฟู่หรงรู้ดี ความสงสัยเป็นแค่การเสแสร้ง

“เพราะเมืองโส่วเป็นเขตพิบัติ ประสบภัยธรรมชาติเกือบทั้งปี ทรัพยากรน้อย อาหารไม่อุดมสมบูรณ์ สมุนไพรขึ้นและเติบโตยาก ต้องนำเข้าจากต่างแดน จึงไม่มีนักปรุงยา สี่ชื่อที่กล่าวมา สามคนเป็นหมอ มีแต่ชุยปิง นอกจากเป็นหมอ ยังเป็นนักปกครองและผู้บริหาร ทั้งผูกสัมพันธ์ใกล้ชิด เป็นเขยสกุลอู อนาคตของชุยปิง คือ เจ้าเมืองโส่ว”

เจ้าเมืองหยางยิ้มหึๆ ในลำคอ หรี่ตามองฝ่ายตรงข้าม มือหยิบเม็ดหมากในโถ

“คุณชายซุนสายตากว้างไกล อยู่ในกระท่อมยังเห็นไกลพันลี้ น่านับถือ… แต่ว่า ยังขาดไปหนึ่งคน"

“ขอท่านชี้แนะ”

“ภาคกลางมีซุนฟู่หรง ผู้กอบกู้เมืองเหอ!”

พูดจบ วางหมากตาต่อไปอย่างมั่นคง คุนเซียวยืนอยู่ข้างหลังเจ้านาย ลอบสะดุ้งในใจ 

ซุนฟู่หรงนิ่งสงบ ไม่สะทกสะท้าน หวั่นไหว ตาจดจ้องกระดาน ล้วงเม็ดหมากยกค้างไว้

“คารวะท่านเจ้าเมือง คุณชายซุน… ข้าน้อยมีเรื่องด่วน”

แม่ทัพใหญ่ เฉินป้าย เดินเข้ามา คำนับ

“ที่นี่ไม่มีคนอื่น ว่าไป”

“ชุยปิงนำคณะเจ้าตำราเมืองโส่วมุ่งหน้าสู่เมืองอี๋ ระหว่างทางผ่านทุ่งฉางหลินพบโจรชาวบ้านรุมปล้นฆ่า ทหารคุ้มกันตายหมดสิ้น โชคดีพบกับคุณหนูหวัง จึงร่วมเดินทางมาเมืองหยางด้วยกัน อีกสามลี้จะถึงหน้าประตูเมืองขอรับ"

คำว่า “โจรชาวบ้าน” ทำให้มือที่กำลังวางหมากชะงัก เหอซ่านหยวนมองหมากขาวเม็ดนั้นวางลงอย่างเชื่องช้า

“เหิมเกริมนัก! พวกโจรชาวบ้าน เกะกะระราน สร้างความเดือดร้อน เดือนนี้มีขบวนคุ้มกันสินค้าถูกปล้นฆ่าไปถึงสามราย คนแทบไม่กล้าออกนอกเมืองกันแล้ว" เปล่งเสียงเกรี้ยวกราด แล้วพลันจ้องหน้าฝ่ายตรงข้าม

“…ยินว่าคุณชายซุนฝึกกระบี่ วรยุทธ์ถือว่าเข้าขั้น หากได้ท่านนำทัพปราบโจรเถื่อน คงสร้างชื่อระบือไกล”

ซุนฟู่หรงปั่นป่วนมวนท้อง จุกแน่นหน้าอก แต่ภายนอกยังสงบนิ่ง

“อาจารย์เกาเตรียมคัดคนไปเมืองอี๋ เพื่อร่วมคิดค้นยารักษา เป็นงานใหญ่ที่รวมนักปรุงยาหัวกะทิ ตัวข้าแม้นฝีมือไม่ถึง แต่ไม่อยากพลาดงานสำคัญนี้”

คุนเซียวได้ฟังดังนั้น ถึงกับสีหน้าตกใจ!

“อ๋อ คุณชายซุนห่วงใยเรื่องโรคระบาด อย่างนั้นข้าก็ไม่ขัดศรัทธา แม่ทัพเฉิน…”

“รับทราบ ข้าน้อยไปจัดการเดี๋ยวนี้"

เฉินป้ายรับคำสั่งอย่างรู้ใจ แล้วเดินจากไป

เหอซ่านหยวนยิ้มกริ่ม ยกจอกสุรา “คุณชายซุน เชิญ”

 

อุทยานหอชมไม้ จวนเจ้าเมืองหยาง

ซุนฟู่หรงประคองตัวเองออกมาจากศาลาอย่างมั่นคง กำลังเดินผ่านสะพานคดเคี้ยว

“คุณชาย เมืองอี๋มีผู้ติดเชื้อ เหอซ่านหยวนอุตส่าห์เสนอ ท่านควรรับหน้าที่ปราบโจร เหตุใดเลือกไปเมืองอี๋ เสี่ยงต่อชีวิตล่ะท่าน”

คุนเซียวที่เดินตามหลังมา กลับโพล่งอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ทำให้อารมณ์ที่ถูกสะกดยับยั้ง พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกจนแทบกระอัก ต้องเซไปเกาะขอบสะพาน ก้มหน้า ยกมือกุมหน้าอก

“อ๊ะ! คุณชาย ท่านเป็นไรไป!" คุนเซียวตกใจ รีบมาประคอง 

“เจ้าไม่เข้าใจ… นัดพบครานี้มีความหมาย เพื่อเล่นงานข้า”

ซุนฟู่หรงหน้าซีด พยายามระงับโกรธแค้น

“เล่นงานท่าน!?”

“เหอซ่านหยวนเอ่ยปาก เท่ากับบีบให้ข้าเลือกสองทาง ไม่ไปปราบโจรก็ไปเสี่ยงติดโรค”

“ปราบโจรย่อมง่ายกว่า ติดเชื้อลมดำไม่มีทางรักษา ตายสถานเดียว”

คุนเซียวยิ่งพูดยิ่งมึน ตามไม่ทันเล่ห์กล

“โจรชาวบ้านที่ทุ่งฉางหลิน ส่วนใหญ่คือประชากรเมืองเหอ เจ้าจะให้ข้า…ไปสังหาร…ราษฎรของตัวเองหรือ!”

นายน้อยเอ่ยเสียงเย็น คุนเซียวสบตาคู่นั้นถึงกับสะท้านเฮือก “นี่…” แล้วพลันเข้าใจในบันดล 

“เหอซ่านหยวนรู้ว่าท่านทราบเรื่องนี้ ก็เลยแสร้งมอบหน้าที่ แท้จริง ตั้งใจบีบให้ท่านไปเมืองอี๋”

ซุนฟู่หรงระบายลมหายใจยาว ค่อยๆ ยืนหยัดมั่นคง กลับมาเยือกเย็นดังเก่า

“เมืองอี๋มีอันตราย หากชิงซานจ้าย(ค่ายเขาเขียว) กักเชื้อไม่อยู่ อาจพบชะตากรรมเช่นเดียวกับเมืองเหอ จิ้งจอกเฒ่ารู้ดีว่าข้าไม่ยอมฆ่าพสกนิกรของตัวเอง ทางออกเดียวที่มี คือ ไปเสี่ยงกับโรคระบาด เมื่อวาน เกาหลินหยางคัดคนที่จะเดินทางรอบแรก ไม่มีชื่อของข้า เหอซ่านหยวนจึงจงใจสร้างสถานการณ์นี้ขึ้น บีบให้ข้าอาสาเอง"

“ร้ายกาจจริงๆ” คุนเซียวพอรู้แจ้ง กระทืบเท้าเจ็บแค้นแทนเจ้านาย

“เขายิ่งอยากกำจัดข้า ข้ายิ่งต้องพิสูจน์ให้เห็น ซุนฟู่หรง…มิใช่หยกเปราะบาง…"

เสียงเจ้งแผ่วเบาลอยมาตามลม ทั้งสองหันมองศาลาริมทาง ม่านบางสีขาวโบกพริ้วตามแรงลม ภาพที่เห็นเลือนลาง คือ หญิงงามอาภรณ์เหลืองนั่งอยู่หลังเครื่องดนตรี ร่ายนิ้วมืออ่อนช้อย ข้างกายยืนไว้ด้วยหญิงรับใช้หนึ่งนาง

“คุณหนูเหอ…” ซุนฟู่หรงเดินมาคารวะอย่างสุภาพ คุนเซียวยืนก้มหน้าอยู่ข้างหลัง 

เหอซื่อเหม่ย บุตรีเจ้าเมืองหยาง ระบายยิ้มบาง ชม้ายตามอง เสียงหวานกังสดาล นิ้วไม่หยุดบรรเลง

“ยินว่าซุนฟู่หรงแห่งเมืองเหอ สามารถดีดเจ้งได้ไพเราะเสนาะหู มิทราบข้าจะมีวาสนา ได้ชื่นชมหรือไม่”

“ขออภัย ข้ามีธุระต้องทำ ขอตัว”

คุณชายซุนสะบั้นไมตรีที่ทอดมาในทันทีทันใด ตอบเฉยชาแล้วหันกายจากไป เสียงเจ้งหยุดลงแล้ว…

“คุณชายซุนผู้นี้ ไม่มีมารยาทเลย ถือตัวยโส ทั้งที่เป็นแค่ผู้อาศัย” สาวใช้บ่นว่า

“ชุ่ยเอ๋อร์ อย่าพูดมาก” คุณหนูเหอกล่าว สายตาอาวรณ์มองตามหลังบุรุษผู้หยิ่งทระนงจนลับสายตาไป

 

ยามโหย่ว (18.59) ณ ห้องโถงใหญ่ เมืองหยาง

ภายในห้องบัญชาการ ยามนี้ ดัดแปลงเป็นงานเลี้ยงต้อนรับคณะเจ้าตำราจากเมืองโส่วและอาคันตุกะจากเมืองเยี่ยน โต๊ะแปดตัวทอดยาวเรียงรายทางซ้ายขวา แยกเป็นฝั่งละสี่ตัว บนเบาะนั่งฝั่งขวา ประกอบด้วย เกาหลินหยาง ชุยปิง(ตัวแทนเมืองโส่ว) ซุนฟู่หรง หวังหยีหมิ่น บนเบาะนั่งฝั่งซ้าย ประกอบด้วย ถางโป๋หมิง หยางตงจั๋ว(มาถึงก่อน) หลงชู่ และหวังชีเอ่อ บนโต๊ะมีสุราอาหารพร้อม ด้านหลังทุกคนมีเด็กรับใช้ประจำตัว

บนบัลลังก์หัวพยัคฆ์ เหนือบันไดสามขั้น คือ เจ้าภาพงานเลี้ยง เหอซ่านหยวน 

“วันนี้ ข้ารู้สึกเป็นเกียรติ สหายสูงศักดิ์ มากความสามารถ ทั้งเมืองเยี่ยน เมืองโส่ว ต่างมารวมกันอยู่ในงานนี้ น่าเสียดาย ขาดท่านโจวหย่วนอีกคนก็จะครบ คงได้เป็นงานเลี้ยงชุมนุมแพทย์ที่ใหญ่สุดในแดนกว่างหลง ฮ่าฮ่าฮ่า…”

เจ้าเมืองหยางหัวร่อชอบใจ อารมณ์เบิกบานยิ่ง

“หากท่านเหออยากเห็นภาพนั้น มิสู้ติดตาม เดินทางไปพร้อมกัน”

หยางตงจั๋วกล่าวยิ้มๆ ในหน้า เหอซ่านหยวนยกมือ ทำหน้าขึงขัง

“เอ้ ท่านหยางพูดเช่นนี้ เหมือนบีบให้ข้าต้องสารภาพว่า… แท้จริงผู้แซ่เหอใจเสาะ กลัวตายอย่างยิ่ง"

ทุกคนล้วนทราบเป็นคำกล่าวล้อเล่น ใบหน้าจึงมีรอยยิ้ม ยกเว้นซุนฟู่หรงคนเดียวหน้านิ่งขรึม ตาเหม่อลอยไร้ความรู้สึก หลงชู่เหล่มองมันบ่อยครั้ง 

“ตอนเมืองเหอประสบเคราะห์กรรม ปุบปับเกินไป ช่วยเหลือไม่ทัน ตอนนี้เมืองอี๋มีผู้ติดเชื้อ หากเรามัวแต่ขลาดกลัว ไม่ร่วมมือสามัคคี อาจจะซ้ำรอยเมืองเหอ เกิดโศกนาฏกรรมใหญ่”

เจ้าตำราชุยกล่าวเสียงกังวาน ฉาดฉาน เจ้าเมืองหยางยิ้มแย้มพอใจ 

“อายุน้อยๆ กลับมีความกล้าหาญ มา… ขอคารวะท่านหนึ่งจอก”

ชุยปิงลุกขึ้นยืน ยกจอกสุราคำนับตอบ

“เมืองหยางเป็นหัวหน้าคณะเดินทาง ส่งอาจารย์เกาหลินหยางเข้าร่วม เป็นประโยชน์มหาศาล ชุยปิงขอขอบคุณแทนประชาชนเมืองอี๋”

“พูดได้ดี พูดได้ดี ฮ่าฮ่าฮ่า… มา ทุกคนมาดื่มพร้อมกันสิ"

ทุกคนยกจอกสุรา เอียงกายมาทางเจ้าภาพ หลงชู่คนเดียว นั่งเท้าคาง อ้าปากหาว ทำหน้าเบื่อคล้ายจะหลับ… 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น