ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 2 : หม้อดินน้อยแห่งป่าหยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    24 ก.ค. 63

 

ณ เมืองเยี่ยน

ใกล้ชายแดนฝั่งตะวันออก มีหมู่บ้านชาวประมงชื่อ หมู่บ้านหยง ภูมิประเทศติดภูเขาและทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพจับปลา หาของป่า ในกระท่อมเล็กๆ ท้ายเขา ติดกับ ถ้ำมังกรดำ คือ ที่อยู่อาศัยของ ไป่ชิงถิง

ไป่ชิงถิง เป็นดรุณีน้อยที่ยังไม่เติบใหญ่ อายุสิบสี่ย่างสิบห้า หน้าตามอมแมมตลอดเวลา สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ รูปร่างผอมเล็กกะทัดรัด ผิวพรรณกระดำกระด่าง แต่ดวงตากลมโตสดใส ใบหน้ามีโครงสวย

กระท่อมซอมซ่อ ล้อมรอบด้วยกระถางสมุนไพร ข้าวของเครื่องใช้วางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ ทั้งแขวนทั้งวางจนล้นออกมานอกประตูบ้าน ล้วนเป็นเตาถ่าน ฟืน หม้อดินหลายขนาด ถ้วยชาม ถังน้ำ ตะกร้า กะละมัง จิปาถะ

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า ทะลุลอดกิ่งไม้หนาทึบ สาดกระทบโต๊ะไม้หน้ากระท่อม หนึ่งเด็กสาวนั่งเผชิญหน้ากับหนึ่งชายชรา สามนิ้วเรียงติดกันทาบบนข้อมือด้านในของชายผู้นั้น บัดเดี๋ยวคิ้วกระตุก บัดเดี๋ยวกลอกกลิ้งลูกตา

“ชิงถิงเอ๊ยย รู้ไม่รู้ก็บอกมาเถิด รักษาไม่ได้ ข้าก็จะได้ไปหา ”นักปรุงยา" ในเมือง"

“เอ่อ… ขออภัย ท่านลุง ข้าไม่ถนัดอ่านชีพจร ขอข้าดูลิ้นท่านหน่อย” 

ชายแก่แลบลิ้น เด็กสาวพินิจมอง แล้วครุ่นคิด

“หน้าดำ โคนลิ้นขาวซีด มีฝ้าหนา เป็นกลุ่มอาการเย็น…หยางพร่อง…ขาดเลือด หรือว่าเป็นโรคไต แต่ชีพจรไม่ลอย อ่านยากมาก อาจมีโรคอื่นซ่อนอยู่อีกรึเปล่า พี่รองกำชับว่าอย่าจ่ายยาซี้ซั้ว รอเขากลับมาก่อนดีไหม"

“เฮ้อ ช่างเถอะ ข้าไปหาหมอจริงๆ ดีกว่า ไม่รบกวนเจ้าแล้วล่ะ”

“อ๊ะ ช้าก่อน ท่านลุง รอก่อนเถิด พี่รองข้ากำลังมา…”

เด็กสาววิ่งตามมาหมายจะรั้ง ประตูรั้วพลันเปิดออก หลงชู่รับร่างชายชราที่จู่ๆ หน้ามืดจวนจะล้มเอาไว้ทัน

“อ๊ะ พี่รองกลับมาแล้ว” ไป่ชิงถิงร้องดีใจ 

“หลงชู่ เจ้าถอยไป ข้าจะรีบไปหาหมอ” ชายแก่ชาวบ้านหยงทำท่ารำคาญ จะแทรกกายผ่านออกประตู หลงชู่คว้าข้อมือขวาหมับ ยึดตรึงไว้ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง กระทบจุด กวน ชุ่น ฉื่อ ที่ข้อมือด้านใน

“ท่านลุงไม่มีพลัง โลหิตน้อย ธาตุไฟกำลังจะมอด ควรรีบหาหมอถูกต้องแล้ว!”

ก่อนปล่อยมือ บอกเอื่อยๆ

“ห๊ะ! นั่นมันเป็น…"

พี่ชายส่งสายตาปรามไม่ให้พลั้งปาก “เดินดีๆ ลุง” ก่อนหลบทางให้คนแก่เดินโซเซออกจากรั้วบ้านไป…

“พี่รอง อาการลุงเหวิน?”

น้องสาวปรี่มาถาม หลงชู่เข้าบ้านคว้ากระบอกไม้ไผ่ซดน้ำอึกๆ 

“ข้าไม่ใช่หมอ! จะรู้เร๊อะ" 

พี่ชายตอบเสียงห้วน หน้าดุ เดินมากระแทกก้นบนแคร่ไม้ไผ่ ถอดรองเท้า

“อะไรกัน เมื่อครู่นี้… อ๋อ ท่านพี่อ่านชีพจรเขา! พี่รองเก่งจังเลย ข้านั่งคลำอยู่ตั้งนานยังไม่รู้ พี่จับแป๊บเดียว…”

สาวน้อยจอมแก่นมานั่งยองๆ ข้างๆ ทำท่าจะพูดยาว 

“จับเป็นชั่วยามอย่างเจ้า ชาติหน้าก็อย่าหวังเปิดโรงหมอ” พี่รองแทรกมาก่อน

“แหม เก่งกว่าก็ต้องข่มด้วย”

“เก่งกว่าอะไร เพราะข้าความจำดีกว่า… หม้อดินน้อย อย่างเจ้า ทั้งความจำสั้น ทั้งจำสลับบ่อย ข้าล่ะสงสารผู้ป่วยที่มาหาเจ้าจริงจริ๊งง” นั่งกระดิกขา ส่ายหน้า แสยะยิ้มหึๆ 

ไป่ชิงถิงแลบลิ้นหมั่นไส้ “ตกลงว่าชีพจรท่านลุงเป็นไรแน่” อยากรู้ก็ต้องถาม

“เฮ้อ ข้าไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวมาบอก ต้มเก๊กฮวยรอไว้ด้วยล่ะ”

 

หลงชู่นั่งแช่น้ำในถังอย่างสบายอารมณ์ น้ำตกของหมู่บ้านหยง คือ ยอดปรารถนาของหลงชู่ เขาใช้แปรงขัดตัว พลางคิดถึงยอดวิชาที่อ่านเมื่อคืน “เคล็ดเก้าตะวัน ข้าก็จำได้คล่อง แต่ทำไมไม่เข้าใจ เจ้าหัวขี้เลื่อยเอ๊ยยย”

 

หนึ่งเค่อต่อมา หลงชู่กำลังนั่งซดน้ำเก๊กฮวยอุ่นๆ จากถ้วยบนโต๊ะไม้ ตอนไป่ชิงถิงวิ่งออกจากในบ้านมา

“เสื้อผ้าเปื้อนเลือดอีกแล้ว ข้าไม่อยากซัก!”

เด็กสาวบอกหน้างอ พี่ชายอึ้งไปวูบ

“วางไว้ ข้าซักเอง”

นางเลยนั่งขัดสมาธิบนพื้น “พี่ไปฆ่าคนมาอีกแล้ว”

“อย่าพูดมาก ไม่ใช่เรื่องของเด็ก”

“บอกว่าจะไปเมืองเหอ ดูคัมภีร์ ทำไมต้องโชกเลือดด้วย” 

“ข้าไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าข้า”

“ก็หนีสิ พี่เหาะเหินเร็วยังกะนก”

หลงชู่ขยี้หัวนาง แล้วผลักหน้าผาก “เลิกยุ่งเรื่องของข้า เอาตัวเองให้รอดก่อน”

“พี่ยังไม่ได้บอกเลย ชีพจรของท่านลุงเหวินเป็นยังไง” 

หลงชู่นั่งยกขาไขว่ห้าง กระดิกเท้า เอนหลังพิงโต๊ะ

“เป็นฝอย"

“ฝอย!?"

“ชีพจรเต้นเล็กเป็นฝอยๆ คล้ายไม่มีชีพจร เป็นอาการของผู้ป่วยธาตุไฟใกล้จะมอด”

ไป่ชิงถิงตกใจ “อันตรายมาก!”

“ใช่ อวัยวะภายในป่วยหนัก ระบบเลือดด้วย” กอดอกตอบ

“พี่รู้ได้ยังไง”

“ก็บอกว่าข้าจำได้"

น้องสาวลุกขึ้นยืน พูดฉาดฉาน “ไม่ใช่แบบนั้น อาวุโสถ้ำมังกรบอก ชีพจรมีหลายรูปแบบ ผู้ตรวจต้องอาศัยประสบการณ์ฝึกฝนจนเกิดชำนาญ ก็จะแตะรู้ได้ในเสี้ยววูบ ต่างกับผู้ไม่ช่ำชอง แม้รู้แต่อธิบายไม่ถูก แยกแยะไม่ออก เมื่อครู่ข้าจับ รู้สึกแต่ว่าจม ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นฝอย พี่เคยจับชีพจรคนมาแค่สามครั้ง ทำไมถึงระบุได้ชัดเจน”

หลงชู่จ้องหน้าน้องสาว กระพริบตาปริบๆ งุนงง

“ถือว่าข้ามั่วก็แล้วกัน ไปล่ะ เย็นนี้ไม่กินข้าวนะ”

แล้วลุกเดินไปหน้าตาเฉย

“อ้าว พี่ชายจะไปไหน”

“กลับสำนัก!”

 

สำนักลมทะเล แห่ง เมืองเยี่ยน

“คำนับ พี่ใหญ่”

เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดย่างสิบแปด หน้าตาเกลี้ยงเกลา เค้าโครงคมคาย ดวงตาสดใสเจิดจรัส รูปกายค่อนผอมแต่หนา ก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม

“ไปสามกลับหนึ่ง แต่ตายเกลื่อน”

หลิวอี้คัง ยืนอ่านตำราในมือ บอกลอยๆ ทั้งหันหลังให้

“หลงชู่ฆ่าคนโดยพลการ ยินดีรับโทษจากพี่ใหญ่ครับ"

เจ้าสำนักลมทะเลหันกายมา เขาเป็นบุรุษวัยสามสิบห้า ใบหน้าขาวซีดเล็กน้อย บุคลิกสง่า สวมอารมณ์สีเทา

“โชคดีเมืองเหอเหลือแต่แปดทูตพิทักษ์ ไม่อย่างนั้นแล้ว สำนักลมทะเลข้าคงเละกันคราวนี้…” เดินไปนั่งบนเก้าอี้ หยิบถ้วยน้ำชา "…หลงชู่ นักฆ่าก็มีจรรยาบรรณของนักฆ่า พวกเรานักฆ่าฆ่าคนแล้วต้องได้เงิน ไม่ได้เงินอย่าเปลืองแรง”

“แต่ข้าคิดว่า ศักดิ์ศรีก็สำคัญนะ”

“เหลวไหล…” เจ้าสำนักหลิวว่าขำๆ ยกน้ำชาจิบ “…ไม่ได้แข่งประลองคัดเลือกจ้าวยุทธ์สักหน่อย เจ้าชนะไปก็ไร้คนประโคมยกย่อง ไม่แหกตาดูบ้างรึ ยุทธภพเงียบกว่าตลาดสดอีก เวลานี้ชีวิตและเงินทองมีค่าที่สุด อ้อ นี่งานใหม่ของเจ้า ลูกค้ารวยมาก หากว่าทำสำเร็จ เขายินดีจ่ายไม่อั้น”

หลงชู่เดินมาหยิบเทียบคำสั่งบนโต๊ะ เปิดอ่าน ก่อนเหล่ตามอง

“เมืองหยาง”

“อื้อ”

“ให้ข้าไปเมืองหยาง ฆ่าคน?”

“ใช่”

หลงชู่คอตก ทิ้งมือ ถอนหายใจ พูดเหมือนท้อ

“ประตูสี่เมืองตอนนี้ คุ้มกันแน่นหนายิ่งกว่าคุกผี คนผ่านเข้าออกต้องมีใบรับรองจากเจ้าตำรา”

เจ้าสำนักเลิกคิ้ว แววตาฉงน “เจ้าตำราเดินกันขวักไขว่ทุกถนนมุมเมือง เจ้าก็เอาตัวไปหา"

“ข้าไม่ตรวจหรอก!” สาวกหนุ่มที่เขาถือเสมือนน้องชาย บ่นหน้างอ ทรุดนั่งบนเก้าอี้

“ท่านก็รู้ ข้าเบื่อฟังเสียงคนพวกนี้ที่สุด พวกคลั่งลัทธิตำรา พล่ามแต่ความรู้ของตน ทั้งที่ไม่รู้จริงสักอย่าง”

หลิวอี้คังถอนหายใจ นั่งดึงนิ้วเหม่อลอย “หลงชู่ งานนี้สำคัญ มีแค่เจ้าที่ทำได้ ห้ามปฏิเสธ… เจ้าจะบีบคอหรือกระทืบหนอนหนังสือพวกนั้นก็ได้ แต่ต้องได้ใบรับรองมา ไปได้แล้ว”

 

ยามโหย่ว หมู่บ้านหยง เมืองเยี่ยน

“พี่รอง ไหนว่าไม่กินข้าวเย็น นึกว่าไปก๊งเหล้ากับเพื่อนแล้ว”

ไป่ชิงถิงลุกจากเก้าอี้ เมื่อพี่ชายเดินท่าทางอ่อนเพลีย มานั่งบนโต๊ะอาหาร

“หมดอารมณ์แล้ว… พี่ไปหาเจ้าตำรามา”

เขาคว้าชามข้าวน้องสาวมา หยิบตะเกียบคีบผักใส่ปาก

“อ้าว พี่ป่วยเหรอ” เด็กสาวงุนงง

“ไปตรวจสุขภาพ ให้เขาออกใบรับรอง”

ตอบงึมงำทั้งอาหารเต็มปาก 

“เอาใบรับรองมาทำไมน่ะ"

คำถามของเด็กสาว ทำให้หลงชู่ชะงัก วางชามข้าวลง จ้องหน้าน้องสาวแล้วกลืนไม่ลง

กินข้าวก่อน แล้วค่อยคุยกัน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น