ยอดยุทธ์นักปรุงยา

ตอนที่ 1 : นักฆ่าแห่งเมืองเยี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    23 ก.ค. 63

 

หอสูงตระหง่าน ยอดเขาอู่ซาน คำพังเพยนี้ กล่าวขานมานานหลายชั่วรุ่น ครั้งหนึ่ง เคยเป็นสถานที่อันทรงเกียรติของเหล่าชาวยุทธ์แดนกว่างหลง สิบพยัคฆ์ คือ ผู้นำยุทธภพ เกริกก้องทั่วหล้า ไร้ผู้เทียบเคียง

หกเดือนก่อน เกิดโรคระบาดในหมู่บ้านชาวนาใต้เขาอู่ซานอย่างเงียบๆ โรคติดต่อร้ายแรงคร่าชีวิตชาวบ้านอย่างปริศนาและรวดเร็ว เพียงแค่เดือนเดียว หมู่บ้านอี้สามร้อยกว่าชีวิตทอดร่างเป็นศพ สภาพอเนจอนาถ

ฟ่านหลู นำศิษย์ลงจากเขา สืบหากลิ่นเหม็นไม่รู้ที่มา… ภายหลังกลับจากหมู่บ้านอี้ ไม่ถึงครึ่งเดือน สาวกหอสิบพยัคฆ์ร้อยกว่าคนป่วยพร้อมกันโดยไม่ทราบสาเหตุ สัปดาห์ต่อมา สิบพยัคฆ์เมืองเหอ…ติดโรคระบาด!

ฮั่วเทียน หนึ่งในสิบพยัคฆ์ ควบม้าฝ่าสายฝนกลางแสงจันทร์ หนีจากเมืองเหอ ดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ล้มลงตรงหน้าปากทางเข้าป่ากระเรียนเทพโอสถ หนานฉือ เปิดประตูรับ…

ก่อนหายสาบสูญจากกระท่อมไผ่เขียว พร้อมกับร่างของฮั่วเทียน!

 

ณ เมืองเหอ ดินแดนกว่างหลง

รัตติกาล เดือนยี่ (เข้าสู่เดือนที่เจ็ดของเมืองผู้ติดเชื้อ)

หอคอยทอดยาวในม่านหมอก เหยี่ยวดำวนรอบกำแพงหนา พร้อมส่งเสียงร้องโหยหวน ที่นี่เคยสว่างไสว กังวานด้วยเสียงอาวุธ บัดนี้ ตึกอยู่ คนจากไป เงียบสงัดวังเวงหดหู่ ดั่งตอกย้ำให้ผู้มาเยือนนึกถึงฝันร้ายในอดีต

แต่หาใช่กับบุรุษทั้งสามไม่!

หน้าห้องคัมภีร์ชั้นสิบหก ประตูเปิดอ้า ชายชุดดำสองคนยืนกอดอกทางซ้ายและขวา พวกมันเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ รูปร่างผอมเพรียว แต่งกายรัดกุม หลังพาดกระบี่สองเล่ม คลุมผ้าดำปิดหน้า เหลือเพียงลูกตาวาววับ

…เสียงกุบกับแว่วผ่านรูกำแพงกระทบโสต ทั้งสองหันหน้าสบตากัน

“หลงชู่ เร็วกว่านี้” ถังเวยตะโกนอย่างร้อนใจ

“เร็วอยู่” หลงชู่ ตอบ แต่กิริยาไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังรีบ ข้างโคมแปดเหลี่ยม เขายืนพิงชั้นหนังสือ กางตำราในมือ ทำปากขมุบขมิบตามตัวอักษร

"เคล็ดวิชานี่ลึกซึ้งไม่น้อย ต้องอ่านทบทวนสองรอบ”

ถังเวยเหลือบมาเห็น “มารดาเจ้าเถอะ! ถึงเจ้าความจำดี แต่นี่ไม่ใช่เวลามายืนท่อง” บ่นปนเคือง พร้อมวิ่งเข้าห้องมาคว้าแขนสหายออกไป หลงชู่หน้าเหวอ ตัวใกล้ถูกลากข้ามธรณีประตู จึงได้แต่โยนคัมภีร์ข้ามไหล่กลับไป

“ข้าบอกแล้วไม่ขโมย…”

ถังเวย หลงชู่ อันเยว่ มาหยุดยืนอยู่หน้าระเบียง …ด้านล่างบนพื้นหญ้าของหอสิบพยัคฆ์ ที่เป็นเงาตะคุ่ม คือ ม้าดำแปดตัว กับ บุรุษแปดนาย

“หลงชู่ บิดาเจ้ามาแล้ว!” อันเยว่เอ่ยเสียงเครียด

 

วิชาตัวเบาของหลงชู่เหนือกว่าสหายทั้งสอง

และอาจนับว่าเหนือกว่า “ทูตพิทักษ์ทั้งแปด” ที่เบื้องล่าง วัดจากสายตาเหนือผ้าคลุมหน้าที่ฉายแววตื่นตระหนก จ้องตะลึงลาน ยามเมื่อหลงชู่กางแขนเหินฟ้า ลอยลงมาจากขอบระเบียง เพียงสะกิดยอดไม้คราเดียว ลงสู่พื้นอย่างสง่านุ่มนวล ต่างกับสหายทั้งสองที่ต้องกระโดดหลายขั้นตอน ก่อนจะวิ่งมายืนขนาบข้างหลงชู่

“กล้าบุกรุกเขตหวงห้ามเมืองเหอ พวกเจ้าเป็นใคร!”

เฉิงซุ่น หัวหน้าผู้ดูแลเมืองร้าง ตะคอกถาม

“ข้ามาอ่านคัมภีร์” หลงชู่โพล่ง ประกายตาใสซื่อ

“บังอาจ! เมืองเหอเราแม้จะพินาศ แต่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดลบหลู่” 

“ข้าไม่ได้ลบหลู่ อ่านเสร็จก็ไหว้ ไหว้ก็เก็บเข้าที่ ไม่ได้กระทืบ หรือถ่มน้ำลายสักหน่อย” 

สหายข้างกายกลั้นหัวร่อ หลงชู่เอียงคอ ตอบยียวน

“จับตัวมา!”

พอคำอาญาสิทธิ์หลุดจากปาก ประกายตาใสซื่อดั่งกระต่ายน้อยก็หายวับไป เจ็ดทูตพิทักษ์เคลื่อนไหวดุจภูตพราย โถมทะยานจากหลังม้า ลอยมาเป็นสองชั้น ชายเสื้อโบกสะบัดแต่ท่าร่างเบากริบ กระพริบตาทีเดียว ดาบแหลมยาวพุ่งจ่อถึงลำคอ

…เคร้ง! กระบี่มาอยู่ในมือหลงชู่ไวเท่าทัน ปัดดาบเฉไป ร้องเตือนเพื่อนว่า “ระวัง!” ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เยือกเย็นเกินวัย เจ็ดทูตพิทักษ์แยกพวกเขาออกจากกัน สหายโดนสองรุมหนึ่ง ฝ่ายหลงชู่โดนรุมถึงสาม ลานหญ้ากว้างหน้าหอสิบพยัคฆ์ยามนี้ไม่เงียบเหงา เสียงอาวุธปะทะก้องกังวาน การลงมือของกลุ่มที่ถูกขนานนามว่า นักสู้เงาผู้เร้นลับแห่งเมืองเหอ นับว่าหาดูได้ยากยิ่ง

วิชาแปลกประหลาด ฝีมือลึกล้ำพิสดาร หลงชู่ต่อสู้พลางตื่นเต้น เมืองเหอ คือ ศูนย์รวมศรัทธาชาวยุทธ์ ผู้นำยุทธภพ คือ สิบพยัคฆ์ หลงชู่ไม่เคยประมือกับสิบพยัคฆ์ ตัวมันทราบแต่ว่า เจ็ดทูตนี้ตึงมือยิ่งกว่าศัตรูที่เคยพบพาน

…เคร้ง…เคร้ง…เฟี้ยว…เฟี้ยว…

กระบี่ปะทะดาบ ว่องไวปราดเปรียว เฉียดกายหลงชู่ไปหลายครา ตัวมันเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายโจมตีเพื่อศึกษา อาศัยตัวเบาเหนือกว่าหลบรอดคมดาบ กระทั่งเจนจบกระบวนท่า จึงใช้วิชาของท่านคืนสนองท่าน

“อั๊กกก!” หนึ่งในเจ็ดทูตพิทักษ์ถูกกระบี่ของหลงชู่เสียบทะลุอก!!

“ฆ่ามัน! อย่าให้เหลือ"

เฉิงซุ่นเปล่งเสียงกร้าว โถมทะยานจากหลังม้า ทวนสามง่ามในมือพุ่งฟาดฉวัดเฉวียนกรีดผ่านลำตัวหลงชู่ เด็กหนุ่มตวัดกระบี่ต้านรับหักโหม พลันรู้สึกถึงแรงอัดหนักหน่วงกระแทกกลับมา บ่งบอกฝ่ายตรงข้ามพลังลมปราณสูงกว่าตน ไม่รอช้า รีบลอยถอยหลัง เฉิงซุ่นไล่จี้ติดตาม แววตาอำมหิต สาดรังสีพิฆาต หมายเด็ดชีพเพื่อกอบกู้ชื่อเสียง

แม้นในขณะห้ำหั่น อยู่ในห้วงความเป็นความตาย กลุ่มทูตพิทักษ์และสามสหายก็ไม่ยอมให้ผ้าปิดหน้าหลุดออก เพราะเชื้อ โรคลมดำ นั้นยืนยันแน่ชัดว่าติดต่อจากคนสู่คนผ่านลมหายใจ และอยู่ได้ในอากาศ

ผู้เข้าเมืองเหอ และผู้อยู่ในเมืองเหอทุกคน ล้วนต้องปิดผ้าคลุมหน้า…

ถังเวย อันเยว่ ทำร้ายทูตพิทักษ์บาดเจ็บไปถึงสอง แต่สุดท้าย ยอมรับชะตากรรม ผู้อ่อนกว่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

เสียงร้องสุดท้ายก่อนกระอักเลือดใต้คมดาบ สหายทั้งสองลาโลกไปตามวิถี ปลุกหลงชู่ให้ตื่นขึ้นอีกขั้น

พุ่งใส่ทูตพิทักษ์ที่รับบาดเจ็บดั่งประกายสายฟ้า ฟันกระบี่ ควั่บ ควั่บ… เกรี้ยวกราดไร้ปราณี เฉิงซุ่นยิ่งมายิ่งแตกตื่น เมื่อสาวกป้องกันหอสิบพยัคฆ์ ล้มตายไปอีกสอง 

มันผู้นี้มิทราบสังกัดฝ่ายใดแน่ จึงมีเพลงกระบี่เหี้ยมโหดอำมหิตสุดเปรียบปราน ฝีมือของมันว่าน่าสะพรึงแล้ว แววตาของมันยิ่งนับว่าน่ากลัวกว่า

“ข้ากับเจ้าแค้นเคืองอันใด ถึงได้ลงมือฆ่าคน”

เฉิงซุ่นกับพวกอีกสี่ ล่าถอยมาตั้งหลัก  

หลงชู่หันเผชิญหน้า เนื้อตัวแปดเปื้อนคาวโลหิต 

“ข้าบอกแล้ว แค่มาอ่านคัมภีร์ เมื่อโทษพวกข้าถึงตาย ข้าก็ยอมแลก”

หัวหน้าหอสิบพยัคฆ์ตวัดสายตาขึ้นๆลงๆ มองมัน ใจเกิดประหวั่นพรั่นพรึง

“จ…เจ้าฆ่าคนของข้าก่อน”

“เจ้าก็ฆ่าคนของข้ากลับ จะเปลืองน้ำลายทำไม"

กระบี่สองเล่มมาอยู่ในมือหลงชู่ มันร้องคำรามแล้ววิ่งเข้าหาราวกับพายุทะเลทราย เฉิงซุ่นสะท้านเฮือก ถอยหลังอย่างลืมตัว ปล่อยสี่สมุนสู้ศึก หลงชู่เปล่งอานุภาพ วิทยายุทธ์ขั้นสุดยอด เฉิงซุ่นประจักษ์แจ้งกับตา ความสามารถด้านเชิงกระบี่ ไม่เป็นรองนักสู้ชั้นผู้กล้าแห่งเมืองเหอ ตะลึงชมจนดวงตาพร่าพราย เพียงชั่วพริบตาเดียว เจ็ดทูตพิทิกษ์พลีชีพใต้คมกระบี่!

“เมืองเหอต้องมีผู้ดูแล นั่นเป็นเหตุผลที่เจ้าไม่ตาย”

สอดกระบี่คืนฝักพาดหลัง ประกาศเสียงเย็นชา ก่อนเดินผ่านข้างกายมันไป

“เจ้า… เจ้าเป็นใครกันแน่!”

มันตอบโดยไม่ชะงัก หันกลับ

“ข้าคือ หลงชู่ นักฆ่าแห่งเมืองเยี่ยน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น