โซ่รักบ่วงพันธนาการ (e-book)

ตอนที่ 6 : บทที่ 2 ทำตามสไตล์ตัวเอง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    19 ก.ย. 63

ต่อจ้า...



            เช้าวันรุ่งขึ้น นีรชากลับมาทำงานหลังจากที่หยุดพักไปหนึ่งอาทิตย์ ถึงแม้ช่วงเช้าเธอจะมีอาการแพ้ท้องก็ตาม แต่ได้กินยาที่คุณหมอให้มาก็ดีขึ้นจนสามารถมาทำงานได้

            “อ้าว! นิกกี้ ทำไมถึงไม่พักต่อล่ะ รีบมาทำไม” เสียงเอ่ยถามดังขึ้นจากเลขาฯ หนุ่มอีกคน เมื่อเห็นร่างอรชรนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

            “หยุดไปตั้งหลายวัน เกรงใจพี่เวลล์” นีรชาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม

            “เกรงใจอะไร แล้วเป็นไงบ้าง แพ้ท้องหนักไหม” 

            “ไม่ค่อยหนักเท่าไรค่ะ มีอาการช่วงเช้าๆ แค่นั้น” 

            “อืม ถ้าเหนื่อยก็พักนะ เดี๋ยวคุณแมทจะมาแหกอกพี่กับบอสที่ใช้งานเราหนัก”

            หญิงสาวากหน้ายุ่งเมื่อได้ยินชื่อของคนร้ายกาจออกจากปากของเลขาฯ หนุ่ม หลังจากที่ทะเลาะกันเมื่อวานมาจนถึงตอนนี้ เขาก็หายไปเลย สงสัยจะหมดความอดทน เลิกตื๊อไปแล้วกระมัง ดีเหมือนกันอารมณ์ของเธอจะได้ดีขึ้น 

            “บอสยังไม่มาเหรอคะพี่เวลล์” เธอเปลี่ยนเรื่องถามถึงบอสหนุ่ม

            “อยู่ข้างล่าง เดี๋ยวก็คงขึ้นมา นั่นไงมาพอดี” เวลล์หันไปเห็นเจ้านายหนุ่มที่กำลังเดินมาพอดี

             “นิกกี้ มาทำงานแล้วเหรอ” แพทริกเอ่ยถามทันทีที่เดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของเลขาฯ ค่อนข้างจะแปลกใจที่เห็นเลขาฯ สาวกลับมาทำงาน ไหนแมทธิวบอกว่าจะเดินทางไปเมืองไทยไม่ใช่หรือ แล้วทำไมนีรชาถึงไม่ไปด้วย

             “ค่ะ หยุดไปหลายวันแล้ว เกรงใจน่ะค่ะ” 

            “เกรงใจอะไร เจ้าแมทรู้ได้เป็นเรื่องกันพอดี” แพทริกตัดบทด้วยการหันไปถามเลขาฯ หนุ่มเสียดื้อๆ “มีเอกสารต้องเซ็นใช่ไหม” 

            “ครับ” เวลล์หยิบแฟ้มสีดำ ก่อนจะเดินตามผู้เป็นนายเข้าไปในห้องทำงาน ส่วนนีรชาก็เดินไปที่ห้องครัวเพื่อชงกาแฟ เมื่อเสร็จแล้วก็นำเสิร์ฟให้ 

            “ขอบคุณครับ นั่งก่อนสิ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย” แพทริกเอ่ยขึ้น

            “ถ้างั้นผมขอตัวนะครับ” เวลล์ก้มหัวลงเล็กน้อยแล้วก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้เจ้านายกับเลขาฯ สาวได้คุยกันตามลำพัง 

            “บอสมีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ผมอยากจะขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องขึ้น” ถ้าเขาไม่ดึงเธอเข้ามาช่วย เรื่องคงไม่ออกมาแบบนี้ แต่ในเมื่อมันแก้ไขอะไรไม่ได้ เขาก็จะช่วยอย่างเต็มที่ให้ทั้งสองได้สร้างครอบครัวที่พร้อมหน้า รวมไปถึงในเรื่องหัวใจด้วย เขาเชื่อว่าเพื่อนรักจะต้องแอบรู้สึกดีๆ กับเลขาฯ ของเขาแน่ ส่วนนีรชานั้น เขาก็เชื่อเช่นกันว่าจะตกหลุมเสน่ห์ของแมทธิวได้ไม่ยากหรอก

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเต็มใจจะช่วย ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา”

            “ในเมื่อยอมรับ แล้วทำไมถึงยังดื้อกับแมทอยู่อีกล่ะ”

            “เพื่อนของบอสร้ายกาจ เจ้าเล่ห์ ชอบสั่ง ทั้งยังชอบบังคับ ฉันไม่ชอบมากๆ เลยค่ะที่เขาเป็นคนเผด็จการแบบนี้ จะคุยดีๆ ก็ไม่ได้” พึมพำเบาๆ ในท้ายประโยค

            “ถ้าหมอนั่นมาคุยดีๆ ก็จะยอมใช่ไหม” 

            “ค่ะ มาคุยกันด้วยเหตุผล” แค่เขามาคุยกันอย่างมีเหตุผล เธอก็ยอมรับฟัง ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้

            “หมอนั่นบอกว่า โดนคุณไล่ มันไม่เคยโดนใครไล่ ก็เลยมีอารมณ์แบบนั้นแหละ” แพทริกเอ่ยยิ้มๆ 

            “เอ่อ...” หญิงสาวลังเลว่าจะบอกเจ้านายดีไหม ทำไมถึงชอบไล่เพื่อนของบอสน่ะหรือ เธอก็ยังสรุปไม่ได้ว่ามันเกี่ยวกับอารมณ์ของคนท้องไหม

            “อะไรครับ บอกมาเถอะ ผมไม่บอกเจ้าแมทหรอก” 

            “ฉันเหม็นขี้หน้าเพื่อนของบอสน่ะค่ะ” เธอยิ้มแหยๆ “เห็นหน้าเขาแล้วอารมณ์ก็ปรี๊ดขึ้นเลยทันที ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับอารมณ์ของคนท้องไหมน่ะค่ะ” 

            บอสหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำตอบของลูกน้องสาว มิน่า แมทธิวถึงได้บอกว่าหมดอารมณ์จะคุยดีๆ แล้ว เลยจะใช้วิธีของตัวเอง ว่าแต่วิธีอะไร ถึงได้พาคุณป้าไปเมืองไทย แต่ไม่พาว่าที่เมียไปด้วย

            “คุณรู้ไหมว่าแมทไปเมืองไทยกับคุณป้า...” 

            “คะ ไปเมืองไทย” นีรชาขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ ที่หายหน้าไปตั้งสองวันเพราะไปเมืองไทยหรอกหรือ นึกว่าจะเลิกตามตื๊อแล้วเสียอีก ว่าแต่เขาพาคุณป้า...ไปเมืองไทยทำไม “ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยค่ะ แล้วเขาไปทำอะไรที่นั่น” 

            “ผมคิดว่าแมทพาคุณป้าไปสู่ขอคุณ” 

            “อะไรนะคะ! ไปสู่ขอฉันเหรอคะ” เขาบ้าไปแล้วหรือไร เธอยังไม่ตกลงด้วยเลย สร้างเรื่องให้เธออีกแล้ว ทำไมถึงไม่ปรึกษากันก่อน ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างล่ะเนี่ย

            “ครับ มัดมือชกคือสไตล์ของเจ้าแมท” 

            หญิงสาวทำหน้ายุ่ง ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงโทรศัพท์ของตัวเองก็ดังขึ้น เธอล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมมาดู เมื่อเห็นเป็นญาติผู้พี่ก็เกิดอาการลังเล แต่เมื่อเห็นเจ้านายพยักหน้าส่งให้ ก็กดรับ ปลายสายพูดสั้นๆ ให้ลงไปหาที่ด้านล่างตอนนี้ เสร็จแล้วก็วางสายไป

            “พี่เคลน่ะค่ะ ฉันขอลงไปคุยกับพี่ชายสักครู่นะคะ”

             “เชิญครับ” 

            “ขอบคุณค่ะ” นีรชายิ้มน้อยๆ พลางขยับลุกขึ้นหมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานของเจ้านาย แพทริกยิ้มมองตามหลังลูกน้องสาว ก่อนจะก้มลงสนใจเอกสารตรงหน้า สบายใจที่ได้ขอโทษลูกน้องกับเรื่อง

ที่เกิดขึ้น 

            “อะไรนะ! พี่เคลว่ายังไงนะ” นีรชาร้องถามเสียงหลงอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินจากปากของญาติผู้พี่

            “คุณแม่โทร.มาหาพี่ให้บอกให้เรายอมจดทะเบียนสมรสและย้ายไปอยู่กับคุณแมทซะ” เคลวินเอ่ยอีกครั้งชัดถ้อยชัดคำ เขาได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากมารดาที่โทร.มาถามถึงเรื่องของน้องสาวว่าเป็นมาอย่างไร ตรงกับที่ได้ยินจากฝ่ายชายที่โผล่ไปหาที่โน่นพร้อมกับผู้ใหญ่เพื่อจะสู่ขอนีรชา เขาก็เล่าไปตามที่ได้ยินจากปากของเพื่อนสนิทของน้องสาว แบบนั้นคุณแม่เลยบอกให้เขาบอกกับนีรชาให้จดทะเบียนสมรสและย้ายไปอยู่กับแมทธิว

            “คุณป้าโกรธมากไหมคะ” เธอถอนหายใจหนักหน่วง ว่าจะรวบรวมกำลังใจก่อนถึงไปโทร.ไปบอกให้ท่านทราบ แต่เขาดันสร้างเรื่องเสียได้ 

            “ไม่นี่ ออกจะดีใจเสียอีกที่จะมีหลาน แล้วดูจะถูกใจว่าที่หลานเขยมาก ชื่นชมไม่หยุดปากเลย ไม่เบาเลยนะว่าที่น้องเขยของพี่”

            น้องสาวทำหน้าง้ำงอ คุณป้าไปหลงคารมคนเผด็จการแบบนั้นได้อย่างไร คนแบบนั้นมีอะไรให้ชมด้วยหรือ โอ๊ย อยากจะบ้าตาย ไม่คิดว่าเขาจะจริงจังขนาดนี้ “ไม่โกรธจริงนะคะ แล้วทำไมถึงไม่โทร.หานิกกี้เองล่ะ” 

            “ท่านรู้ไงว่าเราไม่ยอมคุณแมทธิว กลัวคุยกับเราแล้วใจอ่อนให้ ท่านเลยฝากพี่มาบอก” เนื่องจากมารดารักนีรชามาก ท่านรู้นิสัยน้องสาวดีว่าทำไมถึงไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับพ่อของลูก ท่านกลัวจะใจอ่อนถ้าคุยเอง เลยให้เขามาบอกแทน “อย่าเล่นอะไรเป็นเด็กๆ อยู่เลย นึกถึงลูกให้มากๆ พี่เชื่อว่าคุณแมทธิวต้องจริงจังกับเราไม่น้อย ไม่งั้นไม่ทำแบบนี้หรอก ถึงจะทำไปเพราะความรับผิดชอบ ไม่มีความรู้สึกมาเกี่ยว แต่ในอนาคตมันก็ไม่แน่ อยู่ด้วยกัน เดี๋ยวก็รักกันเองนั่นแหละ”

            “เฮ้อ พี่เคลก็พูดง่าย” อีกครั้งที่ต้องถอนหายใจออกมา ทุกคนเห็นดีเห็นงามไปกันหมด ขนาดคุณป้าของเธอ เขายังผ่านไปได้ คงไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องไม่ยอมอีกแล้วสินะ เอาเถอะ ผู้ใหญ่ก็รับรู้และยินยอม เธอก็จะยอม ไม่ลองดูก็ไม่รู้อย่างที่เพื่อนบอกนั่นละ เรื่องอื่นๆ โยนทิ้งไป เรื่องลูกสำคัญที่สุด

            “เชื่อพี่เถอะ พี่ดูคนไม่พลาดหรอก” 

            “ค่ะ ขอยืมโทรศัพท์หน่อยสิ จะโทร.หาคุณป้า” ถ้าใช้ของตัวเอง ท่านอาจจะไม่รับ เธอรับโทรศัพท์มากดโทร.หาคุณป้า พูดคุยกับท่านถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเกือบครึ่งชั่วโมง ตบท้ายด้วยคำอวยพรและคำสอนเรื่องการใช้ชีวิตคู่ก็ยุติการสนทนา

             “สบายใจแล้วก็ทำตามที่ผู้ใหญ่แนะนำมาซะ ยายคนดื้อรั้น” พี่ชายยกมือขยี้ผมของคนดื้อรั้นอย่างมันเขี้ยว “ทำมาเป็นเล่นตัว สวยนักหรือไง”

            “สวยสิคะ ไม่สวยทำแบบนี้ไม่ได้หรอก” นีรชาหัวเราะออกมาเบาๆ กับความสามารถของตัวเอง ที่ทำให้ผู้ชายอย่าง แมทธิว ฟาร์แลนด์ ยอมทุ่มสุดตัวรับผิดชอบด้วยการเสียสละสถานะโสดของตัวเอง เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นให้กับลูกน้อย

            “คุณเมนี่ครับ” นักฟุตบอลหนุ่มเอ่ยเรียก เมื่อหันไปเห็นร่างบอบบางของเมลานีที่กำลังเดินเข้ามาในร้านกาแฟ ร่างสูงขยับลุกเดินเข้าไปหาทันที “มาทำธุระหรือมาหาผมเหรอครับ” 

            “มาหาพี่เคลนั่นแหละค่ะ เจอโค้ช บอกว่าอยู่ที่นี่” เมลานีเหลือบไปมองนีรชานิดๆ “เมนี่มากวนหรือเปล่าคะ”

             “ไม่ครับ ผมเสร็จพอดี” ชายหนุ่มเอ่ยตอบ ก่อนจะหันไปกวักมือเรียกน้องสาว “นิกกี้ มานี่ก่อน” 

            นีรชาขยับลุกขึ้นเดินเข้ามาหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “พี่เคลมีอะไรหรือเปล่า”

            “คุยกันซะ พี่ไปซ้อมก่อน อย่าเพิ่งกลับนะครับคุณเมนี่ ซ้อมเสร็จค่อยคุยกัน” จากนั้นนักฟุตบอลหนุ่มก็เดินออกไปจากร้าน ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ทักท้วง ทิ้งให้ทั้งสองสาวได้เคลียร์กันให้เรียบร้อย

            “เอ่อ...ไปนั่งคุยกันตรงนั้นเถอะค่ะ” นีรชาเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นชวน เมื่อเห็นคู่กรณีพยักหน้าก็ออกเดินไปนั่งตรงที่เดิม เจอกันแล้วก็ตกลงทำความเข้าใจ จะได้ไม่มีปัญหาตามมาอีก เวลาที่เธอย้ายเข้าไปอยู่กับพ่อของลูก

            “ฉันขอโทษนะคะที่หลอกคุณเมนี่” 

            “เมนี่เข้าใจ เมนี่ต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำตัวไม่ดีกับคุณนิกกี้” พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นแฟนกับคนที่แอบชอบ เธอก็คอยหาเรื่อง ทั้งยังใส่ไฟให้พี่ชายเข้าใจผิดอีก

            “ไม่เป็นค่ะ ฉันไม่ได้ติดใจอะไร” 

            “งั้นเอาเป็นว่าเราดีแล้วนะคะ” เมลานียิ้มส่งให้พร้อมกับยื่นมือส่งให้ เห็นแบบนั้นนีรชาเลยยื่นมือไปจับ เป็นสัญญาณว่าทั้งสองเข้าใจกันแล้ว

            “ค่ะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว เราอย่าไปพูดถึงอีกเลยค่ะ” 

            “ขอบคุณนะคะ เอ่อ...พี่นิกกี้ เมนี่เรียกพี่ได้ใช่ไหมคะ” เธอรู้สึกถูกชะตากับว่าที่พี่สะใภ้ตั้งแต่แรก ถ้าไม่มีเหตุการณ์นั้น ป่านนี้คงได้สนิทกันไปแล้วละ 

            “ได้สิคะ งั้นพี่แทนตัวว่าพี่นะคะ” 

            “ค่ะ ว่าแต่ทำไมพี่นิกกี้ถึงไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับพี่แมทล่ะคะ” เอ่ยถามด้วยความสงสัย สาวๆ ทั่วโลกอยากจะได้เป็นภรรยาของพี่ชายเธอกันทั้งนั้น แล้วทำไมคนตรงหน้าถึงไม่ยอม

            “พี่ก็ไม่แน่ใจนะคะ แต่ที่แน่ๆ พี่ไม่ชอบที่พี่ชายคุณเมนี่เอาแต่ใจ ทั้งยังชอบสั่ง ไม่คิดจะถามความเห็นของคนอื่นเลย” 

            “พี่แมทเอาแต่ใจสุดๆ จริงๆ ค่ะ แต่ว่าถึงจะเอาแต่ใจ แต่พี่แมทก็ยอมรับผิดชอบการกระทำของตัวเองนะคะ เมนี่เชื่อว่าที่พี่แมททำแบบนี้ต้องมีอะไรซ่อนไว้ในใจแน่ๆ ไม่งั้นไม่ยอมสละโสดหรอกค่ะ เมนี่รู้จักพี่ชายดี พี่นิกกี้ยอมมาเป็นพี่สะใภ้ของเมนี่เถอะนะคะ”

            “ค่ะ” 

            “จริงนะคะ เมนี่ดีใจสุดๆ เลยค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะพี่สะใภ้คนสวย”

            ว่าที่พี่สะใภ้คนสวยยิ้มอายๆ ส่งให้ “ค่ะ แต่ว่าคุณเมนี่อย่าเพิ่งบอกคุณแมทนะคะ” เธออยากจะดูว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป หลังจากที่ไปเจรจากับคุณป้าเรียบร้อยแล้ว จะมาพูดคุยกันดีๆ หรือจะมาแบบเผด็จการตามสไตล์ตัวเอง

            “ได้ค่ะ” เมลานีพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วก็เอ่ยขอตัว เมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่คนที่เธอแอบรักจะลงมาดูนักเตะซ้อมแล้ว “ถ้างั้นเมนี่ขอตัวก่อนนะคะ” 

            “ค่ะ” นีรชายิ้มส่งให้อีกฝ่ายที่ขยับลุกขึ้น ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากร้าน คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน เมื่อเห็นร่างบอบบางของเมลานีเลี้ยวขวาไปทางสนามแทนที่จะเป็นทางออกที่อยู่ด้านซ้าย สงสัยจะไปหาญาติผู้พี่ของเธอ เอ๊ะ หรือว่าจะไปแอบดูบอสเหมือนตอนก่อนหน้าที่ยังไม่เกิดเรื่อง ร่างอรชรขยับลุกขึ้น เดินตามไปดูว่าเป็นแบบไหนกันแน่ เมื่อได้เห็นกับตาตัวเองก็รู้ว่าเมลานียังไม่ตัดใจไปจากบอสหนุ่ม เดี๋ยวเธอจะช่วยให้น้องสาวคนนี้สมหวังเอง แต่ตอนนี้ขอจัดการเรื่องของตัวเองให้ได้ก่อน ไม่รู้ว่าคนชอบสั่งจะมาไม้ไหนกันแน่ เดาใจไม่ออกเลยจริงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น