โซ่รักบ่วงพันธนาการ (e-book)

ตอนที่ 19 : บทที่ 6 ตั้งรับแทบไม่ทัน (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ก.พ. 64

อัปต่อจ้า... ฝากอุดด้วยนะคะ   


           นีรชาหลังจากที่แยกกับน้องสาวของแมทธิวแล้ว เธอก็เดินหาซื้อของใช้ส่วนตัวต่อ เมื่อเสร็จแล้วก็กลับโรงแรมทันที ร่างอรชรเดินเข้าไปในลิฟต์โดยได้รับการอำนวยความสะดวกจากบอดี้การ์ดหน้าเข้ม

             “นายหญิงจะขึ้นห้องหรือจะไปหาเจ้านายก่อนดีครับ”

            “แวะไปหาคุณแมทธิวก่อนก็แล้วกันค่ะ” หญิงสาวเอ่ยบอก เดี๋ยวจะเป็นเรื่องอีก ถ้ารู้ว่าเธอกลับมาแล้ว แต่ไม่แวะไปหา เดี๋ยวนะ นี่เธอแคร์ความรู้สึกของเขาถึงขนาดนี้เลยหรือ ไม่หรอก แค่ไม่อยากให้ลูกต้องมาฟังเสียงบ่นไร้สาระของเขาเท่านั้นเอง

            ใช้เวลาไม่นานลิฟต์โดยสารก็ขึ้นมาถึงชั้นทำงานของแมทธิว บอดี้การ์ดหนุ่มทำหน้าที่ให้นายหญิงได้เดินออกจากลิฟต์ ก่อนจะเดินตามออกมา 

            “นายหญิงกลับมาแล้วเหรอครับ” เวนเดอร์ลุกขึ้นทันทีที่เห็นนายสาวเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงาน

             “ค่ะ ฉันซื้อขนมมาฝากคุณเวนเดอร์กับผู้ช่วยด้วยนะคะ” 

            “ขอบคุณมากครับ ไม่เห็นต้องลำบากเลยครับ” เลขาฯ หนุ่มก้มหัวลงเล็กน้อยแล้วถามอย่างแซวๆ “แล้วซื้อมาฝากเจ้านายด้วยไหมครับ ผมเกรงว่าจะอดอีกถ้าเจ้านายรู้เข้า”

            “ไม่พลาดหรอกค่ะ มีทั้งอาหาร ทั้งขนมเลย”

            “ค่อยโล่งใจหน่อย” หญิงสาวยิ้มนิดๆ ส่งให้คนพูด ลองไม่ซื้อมาสิ สงสัยได้เป็นเรื่องแน่ 

            “เวนเดอร์ ไหนนายบอกว่าเมียฉันออกจากห้างแล้ว ทำไมยังมาไม่ถึงอีก” คนที่เปิดประตูออกมารัวคำถามใส่ลูกน้องคนสนิท แล้วก็ได้เห็นว่าภรรยามาถึงแล้ว ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปหาทันที “คุณมาแล้ว รู้ไหมผมรอคุณนานขนาดไหน เกือบตาย” 

            “ฉันไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองค่ะ” 

            “แค่นาทีเดี๋ยวก็จะตายแล้ว” ตายเพราะหิว ข้าวเที่ยงยังไม่กินเลย รอเมีย

            “บ้า ก็ไม่เห็นตายนี่คะ” หญิงสาวส่ายหน้ากับคำพูดเว่อร์วังของอีกฝ่าย “แล้วนี่กินข้าวหรือยังคะ”

            “ยัง รอเมีย หิวจะตายอยู่แล้วเนี่ย” เขาทำหน้ายุ่ง 

            “อ้อ ที่จะตายเพราะหิว แล้วทำไมไม่กินล่ะคะ จะรอทำไม ก็บอกแล้วว่าไปกินข้าวกับเพื่อน”

             “กินคนเดียวไม่อร่อย ไม่เหมือนกินกับเมียกับลูก” แมทธิวรวบร่างอรชรเข้ามาในอ้อมแขนหน้าตาเฉย โชว์หวานให้เจ้าพวกนี้ดูเสียเลย

            “อุ๊ย! คุณแมท ปล่อยฉันนะ” นีรชาร้องอย่างตกใจ คนบ้า มาทำประเจิดประเจ้อต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ เธอก็อายเป็นนะ 

            “ผมชอบให้คุณเรียกผมแบบนี้จัง” คนหน้าด้านฝังจมูกลงบนแก้มนุ่มฟอดใหญ่อย่างให้รางวัลที่พูดถูกใจ ไม่คิดจะอายลูกน้องตามประสาคนมั่นหน้า “ต่อไปเรียกผมว่าคุณแมท” 

            “ปล่อยเลย คนนิสัยไม่ดี ไหนบอกหิวไง”

            “หิวอย่างอื่นมากกว่าตอนนี้” เสียงทุ้มกระซิบให้ได้ยินแค่สอง 

            “ทุเรศ รีบปล่อยฉันเลยนะคุณแมทธิว” ใบหน้าสวยแดงก่ำไม่รู้อายหรือโกรธ

            “คุณแมท ไม่ใช่แมทธิว” 

            นีรชาถอนใจเบาๆ ก่อนจะทำตามที่เขาบอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

            “คุณแมท ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ”

            “เมียใครช่างน่ารักเหลือเกิน” แมทธิวยิ้มกว้างพร้อมกับปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ ก่อนจะหันไปหาเลขาฯ หนุ่มที่มองมายิ้มๆ รวมไปถึงลูกน้องคนสนิทอีกคน ทั้งสองคงจะแปลกใจกับท่าทางอ้อนๆ ของคนเป็นนายที่เปลี่ยนไปมาก

            “ยิ้มอะไร ไม่เคยเห็นสามีภรรยาทำหวานใส่กันเหรอ” 

            “ก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละครับ” คนตอบเป็นเวนเดอร์ที่พูดเสร็จก็หันไปยิ้มกับแจ็คสัน ที่รู้ใจกันเป็นอย่างดี

            “เดี๋ยวก็จะได้เห็นบ่อยๆ” จนกว่าแม่คุณจะยอมรับเขาเป็นสามีอย่างเต็มใจนั่นละ นี่คือหนึ่งแผนที่เขาชอบ ได้ถึงเนื้อถึงตัวเมียแล้วมันรู้สึกดีจริงๆ 

            “หิวไม่ใช่เหรอคุณแมท ฉันซื้ออาหารไทยมาให้ด้วยนะ รีบไปกินสิ” นีรชาชิงพูดขึ้นก่อนที่จะมีใครได้พูดต่อ

            “คุณเมียนี่ชักจะน่ารักขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะเนี่ย ทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างดีเยี่ยม แม้จะปล่อยให้สามีหิ้วท้องรอก็เถอะ แบบนี้ให้อภัย ต้องให้รางวัลเสียแล้ว” ชายหนุ่มทำท่าจะเข้าไปรวบตัวเธออีกครั้ง แต่ติดเสียงหวานที่ดังขึ้นเสียก่อน

            “ไม่ต้องเลย ไม่อยากได้ และก็ไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาด้วย ก็แค่เห็นว่าอร่อย แล้วคุณก็ชอบกินเท่านั้น” คำพูดแก้ตัวเหมือนฟังไม่ขึ้น ไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยา แต่รู้ความชอบของสามี แปลว่าอะไรกันคะ เมื่อเห็นว่าตัวเองพลาดจึงรีบชิงเปลี่ยนเรื่อง “ฝากให้แม่บ้านอุ่นให้ด้วยนะคะคุณเวนเดอร์”

            “ครับนายหญิง”

            “งั้นเราเข้าไปรอในห้องกันเถอะ แจ็ค ส่งของใช้ของนายหญิงมาให้ฉันสิ อ้อ ไม่ต้องรีบนะอาหารน่ะ” แมทธิวรับถุงจากลูกน้องแล้วก็หันไปพูดกับเลขาฯ หนุ่มบ้าง แล้วก็ประคองภรรยาคนสวยพาเดินเข้าไปในห้องทันที เมียซื้ออาหารมาให้ก็ดีใจที่จะได้กิน แต่ก็อยากจะให้รางวัลเมียก่อน แล้วค่อยจัดการอาหารทีหลัง จะกินให้เกลี้ยงเลยคอยดูสิ

            “เจ้านายเปลี่ยนไปจนฉันตามไม่ทัน” แจ็คสันพูดตามหลังประตูที่ปิดไป แบบนี้ก็ดีไปอย่าง แต่อย่าให้มีเรื่องจนเจ้านายต้องเปลี่ยนโหมดก็แล้วกัน แบบนั้นนรกสำหรับพวกลูกน้องอย่างพวกเขาแน่ 

            “ใช่ อาการหนักด้วย ถึงขนาดวางแผนการเลย”

            “แผนการอะไร”

            “แผนยั่วยวนเมีย” พูดเสร็จก็ก้าวเดินไปยังห้องครัว ไม่คิดจะขยายความให้เพื่อนฟัง จนคนเป็นเพื่อนต้องรีบสาวเท้าตามไปติดๆ เพราะอยากรู้เรื่องแผนอ่อยเมียของผู้เป็นนาย

            “เดี๋ยวสิวะ จะรีบไปไหน อธิบายให้ฟังก่อน” 

            “อุ่นอาหารให้เจ้านายก่อน ค่อยเล่าทีหลัง”

            “เจ้านายบอกไม่รีบ เล่ามาก่อน” คนคิดจะแกล้งเจ้านายไม่สนใจฟัง แย่งถุงอาหารในมืออีกฝ่ายมาได้ แล้วก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ จัดการอุ่นอาหารทันที ฝ่ายเพื่อนหนุ่มก็เลยจำใจเข้าไปช่วย เพราะหวังจะได้ฟังถึงเรื่องแผนของเจ้านายที่อีกฝ่ายพูดค้างไว้ด้วย และก็สมหวังเมื่อเวนเดอร์ยอมปริปากบอกระหว่างที่จัดเตรียมอาหาร

            “เป็นไง แผนการของเจ้านาย”

            “สุดๆ ไปเลย” แจ็คสันพูดตอบอย่างไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร เขานับถือเลยนะเนี่ย จริงๆ นะ วางแผนเป็นขั้นเป็นตอนมาก ทำเหมือนวางแผนทำธุรกิจอย่างไรอย่างนั้นเลย จริงจังกับทุกเรื่อง นี่ละเจ้านายของเขา

            “ฉันยกอาหารไปให้เจ้านายก่อนนะ” เวนเดอร์บอกพร้อมกับยกถาดไปวางบนรถเข็น ก่อนจะเข็นออกไปจากห้องครัว เสียงของแจ็คสันดังเตือนขึ้นจากทางด้านหลัง

            “ระวังโดน เข้าไปไม่ถูกจังหวะ” เลขาฯ หนุ่มได้แต่ยิ้มแล้วเข็นรถตรงไปยังห้องทำงานของผู้เป็นเจ้านายอย่างไม่คิดจะกลัว เขาเคาะประตูส่งสัญญาณ จากนั้นก็เปิดประตูเข้าไปในห้อง 

            “อาหารมาแล้วครับ” เอ่ยบอกพลางเข็นรถไปยังโต๊ะตัวยาวที่ตั้งริมหน้าต่าง 

            “น่าจะหักเงินเดือนเสียให้เข็ด” เสียงห้วนๆ ของคนเป็นนายดังขึ้น

            “พูดมาก จะกินไหม ถ้าไม่กินจะได้ให้คุณเวนเดอร์เอาไปเก็บ” 

            นีรชาเสียงดังใส่คนเจ้าเล่ห์ โอ๊ย เกือบไปแล้วไหมล่ะ โชคดีที่ลูกน้องของเขามาขัดเสียก่อน ไม่งั้นได้ลงเอยบนเตียงแน่ ทำไมเธอถึงปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาง่ายๆ แบบนี้นะ ถูกปลุกเร้านิดหน่อยก็หลงไปกับเขาเสียแล้ว 

            “กินสิครับ เมียซื้อมาให้ทั้งที จะกินให้เกลี้ยงเลยด้วย” แมทธิวขยับลุกขึ้น “เสร็จแล้วก็ออกไปทำการทำงานได้แล้วไป๊”

            “ครับผม จะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ” คนได้แกล้งยิ้มขำๆ แล้วก็หมุนตัวเดินออกไปทันที ไม่ลืมที่จะกดล็อกประตูให้ด้วย เชิญตามสบายเลยครับเจ้านาย คราวนี้รับรองไม่มีใครมาขัดอีกแน่นอน 

            “ไปนั่งเป็นเพื่อนด้วยสิครับ”

            “ไม่ค่ะ ง่วง จะขึ้นไปนอนแล้ว”

            “อยู่ก่อน อย่าเพิ่งไปเลย นะครับ” เขาทำอ้อนๆ และก็สำเร็จเมื่อภรรยาพยักหน้าส่งให้พร้อมกับถอนหายใจเบาๆ กับความใจอ่อนของตัวเอง หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปนั่งเป็นเพื่อน ท่าทางที่แสนอร่อยทำให้เธออดยิ้มออกมาไม่ได้

            “ผัดดเปรี้ยวหวานก็อร่อยนะคะ ลองดูสิคะ” ไม่พูดเปล่า เอื้อมมือไปหยิบช้อนตักใส่จานให้ด้วย

            “ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มตักเข้าปากพลางพยักหน้าเห็นด้วยสุดๆ ปกติแล้วเขาจะกินอาหารไทยน้อยมาก ตั้งแต่มารดาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน เขาก็ห่างหายจากการกินอาหารไทยไปเลย ถ้าน้องสาวอยากกินนั่นละถึงพากันไปกิน “นานมากแล้วที่ผมไม่ได้กินอาหารไทย”

            “ทำไมล่ะคะ” เธอเอียงคอถาม

            “ผมทำแต่งาน ถ้ายายเมนี่ไม่รบเร้าไป ก็แทบไม่ได้แตะเลย ช่วงหลังมาเนี่ยเมนี่ติดเพื่อน ก็ชวนเพื่อนไปเสียส่วนใหญ่”

            “ฉันทำเป็นค่ะ ไว้จะทำให้กินบ่อยๆ นะคะ เอ่อ อาจจะไม่อร่อยเหมือนแบบนี้ แต่ก็กินได้” พูดอะไรออกไปนีรชา เธอจะทำอาหารให้พ่อของลูกอย่างนั้นหรือ นี่มันเกิดอะไรกันนี่ ทำไมถึงคิดจะเอาอกเอาใจเขาด้วย

            “ครับ” แมทธิวไม่แซวเพิ่ม เพราะกลัวอดได้กิน จากนั้นเขาก็จัดการกับอาหารต่อจนเกลี้ยงในเวลาไม่นาน ชายหนุ่มวางแก้วน้ำที่ดื่มไปจนหมดลงที่เดิม เห็นแบบนั้นเธอจึงอาสา

            “น้ำเพิ่มไหมคะ” หญิงสาวรินน้ำใส่แก้วให้ เมื่อเห็นเขาพยักหน้าส่งให้ เขายกขึ้นดื่มจนพร่องแก้ว 

            “ขอบคุณนะครับคุณภรรยา ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยม ไว้จะมาให้รางวัลต่อ” พูดจบก็ขยับลุกขึ้นพลางก้าวเดินไปยังห้องน้ำ ปล่อยให้คนเป็นภรรยาค้อนลมค้อนแล้งตามหลัง คนบ้า ไม่เห็นอยากจะได้รางวัลสักหน่อย

            นีรชาลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะกระจกกลางห้องเพื่อหยิบกระเป๋าจะได้ขึ้นห้องไปพัก แต่สายตาคู่สวยเผอิญไปเห็นเหยือกใสที่บรรจุน้ำกีวีปั่นที่เหลือนิดหน่อยวางบนโต๊ะทำงานเสียก่อน อะไรกัน นี่เขาดื่มน้ำกีวีเยอะขนาดนี้เลยหรือ เดี๋ยวก็ท้องเสียหรอก เธอทรุดตัวลงนั่งรอให้ชายหนุ่มออกมาจากห้องน้ำจะได้พูดเรื่องนี้ แต่ความง่วงดันไม่อำนวย ร่างบางค่อยๆ พิงกับพนักโซฟาแล้วหลับไปอย่างง่ายดาย

            ร่างสูงก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำแล้วก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าภรรยายังไม่หนีขึ้นห้องอย่างที่คิดไว้ ผู้หญิงปากแข็ง ดูแลเอาใจใส่ดีขนาดนี้ ไม่ได้คิดอะไร ใครมันจะเชื่อ เขาย่อตัวลงช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นมาแนบอก ก่อนจะหมุนตัวพาเดินไปทางห้องนอนที่อยู่ในห้องทำงาน

            แมทธิวค่อยๆ วางคนตัวเล็กลงบนเตียง ก่อนจะนั่งลงริมเตียง

            “หนักขึ้นกว่าคราวก่อนแล้วนะเนี่ย” เขาพึมพำพลางก้มลงจุมพิตหน้าผากเล็ก ทำท่าจะขยับลุกขึ้น แต่ก็คิดอะไรได้ขึ้นมาเสียก่อน นอนเป็นเพื่อนเมียท่าจะดี ร่างสูงเลยขยับไปชิดร่างบางก่อนจะล้มตัวนอนกอดจากทางด้านหลัง แล้วคนแสร้งขี้เกียจแต่อยากนอนกอดเมียก็เผลอหลับตามไปในเวลาไม่นาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น