โซ่รักบ่วงพันธนาการ (e-book)

ตอนที่ 10 : บทที่ 3 นีรชา ฟาร์แลนด์ (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    5 ต.ค. 63

จบตอนจ้า...





            หลังจากนอนพักไปเกือบสองชั่วโมง นีรชาก็ตื่นขึ้น เธอลงจากเตียงไปล้างหน้าล้างตา เมื่อเห็นว่าใกล้เที่ยงแล้ว จะได้ไปกินข้าว ร่างอรชรเดินออกจากห้องนอนทันทีที่จัดการกับตัวเองเรียบร้อย

             “ตื่นแล้วเหรอครับ” แจ็คสันเอ่ยขึ้นถามเมื่อเห็นนายหญิงเดินมาที่โต๊ะอาหาร

            “ค่ะ มีอะไรให้กินบ้างคะ” 

            “อาหารไทยครับ เชิญครับ” ร่างอรชรทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ลูกน้องเลื่อนให้ 

            “ขอบคุณค่ะ แล้วคุณแมทธิวล่ะคะ” 

            “เจ้านายไปดูงานข้างนอกครับ” 

            “ค่ะ กินด้วยกันสิคะคุณแจ็คสัน คุณป้า” หญิงสาวเอ่ยชวนลูกน้องหนุ่มกับแม่บ้านที่ยืนรอรับใช้อยู่ห่างออกไป

            “ไม่เป็นไรครับ พวกเราเรียบร้อยแล้วครับ” 

            นีรชาพยักหน้า จากนั้นก็ลงมือกินข้าว จนกระทั่งผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีก็เสร็จ เธอยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ก่อนจะวางลงที่เดิม 

            “มีแพนเค้กด้วยนะคะ จะรับไหมคะ” แม่บ้านเอ่ยถาม

            “ขอเป็นผลไม้ดีกว่าค่ะ เอาสตรอว์เบอร์รี่ก็ได้ค่ะ” 

            “ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” แล้วแม่บ้านก็ลงไปที่ห้องอาหารของโรงแรม เพื่อนำผลไม้มาเสิร์ฟให้กับนายหญิง 

            ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด...

            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เจ้าของเครื่องล้วงหยิบออกจากกระเป๋าเสื้อมาดูว่าเป็นใคร เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่เธอกำลังจะโทร.หาหลังจากกินข้าวเสร็จ ก็กดรับพร้อมกับกรอกเสียงขุ่นๆ ลงไปตามสาย

            “ว่าไงยายวีวี่ ฉันกำลังจะโทร.หาแกพอดี ช่างเป็นเพื่อนที่แสนดีจริงๆ ถึงได้ปล่อยให้ฉันโดนลักพาตัวน่ะหา” ร่างอรชรขยับลุกเดินออกไปนอกระเบียงเพื่อสนทนากับเพื่อนตามลำพัง 

            “แหม ใจเย็นๆ ก่อนสิคุณเพื่อน ที่ฉันทำไปเพราะหวังดีกับแกจริงๆ นะ” ปลายสายรีบอธิบายถึงสิ่งที่ทำลงไป  “พี่ชายแกแหละที่เห็นดีเห็นงามไปด้วย จนฉันต้องตามน่ะ” 

            “เรื่องพี่เคลไว้ฉันจัดการทีหลัง ว่าแต่แกโทร.มามีอะไร” เมื่อเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเอาเรื่องที่ผ่านมามาพูดอีกเลยเปลี่ยนเรื่อง

            “จะโทร.ไปถามว่าเป็นไงบ้าง ไม่เห็นมาทำงาน” 

            “ฉันจดทะเบียนสมรสกับคุณแมทธิวเมื่อเช้า ส่วนเรื่องที่ไม่ไปทำงานเพราะเขาลาออกให้ฉันโดยไม่ถามกันสักคำน่ะสิ” พูดถึงเรื่องนี้ก็เริ่มจะหงุดหงิดขึ้น

            “ว้าว ยินดีด้วยนะแก แกตัดสินใจถูกแล้วละ ได้คนหล่อรวยเป็นสามี ดีจะตาย ส่วนเรื่องงาน ฉันว่าแกไม่พร้อมที่จะทำหรอก ช่วงที่หยุดพัก ฉันเห็นแกกินแล้วก็นอนอย่างเดียวเลย” 

            “ก็ฉันไม่มีอะไรให้ทำไง ก็ต้องกินกับนอนน่ะสิ” เถียงกลับปลายสาย 

            “เหรอ แม่คนดื้อ ฉันไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ ว่าทำไมถึงได้ชอบท้าทายคุณแมทธิวจัง” 

            “ฉันไม่ได้ท้าทายนะ แค่ไม่ชอบวิธีการของเขาเท่านั้น” นีรชาถอนหายใจเบาๆ เธอก็ไม่อยากจะทะเลาะกับเขานักหรอก แต่มันอดไม่ได้ “วันแรกของการเริ่มต้นครอบครัวก็ทะเลาะกันเสียแล้ว แบบนี้จะไปรอดไหมก็ไม่รู้” 

            “แกก็ยอมๆ ไปสิ นึกถึงลูกให้มากๆ”

            “ยอมง่ายๆ ไม่ได้หรอก เดี๋ยวจะได้ใจ ขอเล่นตัวบ้างเถอะ” 

            “เล่นตัวมากไม่ดีนะแก” 

            “รู้แล้วน่า แกมาช่วยฉันคิดหน่อยสิว่าจะทำยังไงคุณแมทธิวถึงจะยอมให้ฉันไปทำงานน่ะ” 

            ปลายสายเงียบไปพัก ก่อนจะบอก “มารยาหญิงไงแก ออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวานพร้อมบีบน้ำตา”

            “จะให้ฉันไปออดอ้อนเขาเนี่ยนะ ไม่เอาหรอก” นีรชาทำหน้ายุ่งๆ ถึงจะยอมจดทะเบียนสมรสด้วย แต่ก็ยังมีเคืองอยู่บ้างนะ 

            “ก็ตามใจแกละกัน เพราะฉันก็ไม่รู้จะแนะนำอะไรแล้ว”

            “เฮ้อ! เอาเถอะ ไว้ฉันจะดูสถานการณ์อีกทีว่าจะเอายังไง บางทีบอสอาจจะช่วยฉันได้” เธอยังมีเจ้านายอีกคนที่พอจะช่วยไปพูดกับเขาได้ เพราะทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเจ้านายหนุ่มของเธอก็มีส่วนด้วย

             “หวังว่าบอสจะช่วยแกได้นะ”

            “ฉันก็หวังให้เป็นแบบนั้น ว่าแต่แกไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม ที่จะต้องอยู่กับพี่เคลแค่สองคนน่ะ”

            “ฉันว่าจะย้ายออกน่ะแก ฉันเป็นผู้หญิงอยู่กับผู้ชายตามลำพังมันดูไม่ดี ถึงจะอยู่คนละห้องคนละชั้นก็ตาม” ปลายสายถอนหายใจเบาๆ 

            “แล้วจะย้ายเมื่อไรล่ะ ย้ายไปอยู่ที่ไหน” 

            “ก็คงเป็นสิ้นเดือน ฉันกำลังหาห้องพักอยู่ แกไม่ต้องห่วงหรอก ตายจริง ฉันต้องเข้าประชุมแล้ว แค่นี้ก่อนนะ ไว้จะโทร.หาใหม่ มีอะไรก็โทร.มาก็แล้วกัน แค่นี้แหละ” แล้วปลายสายก็ตัดไปทันที

            ถึงแบบนั้นนีรชาก็อดที่จะเป็นกังวลไม่ได้ เอาเถอะ ไว้ตอนเย็นค่อยโทร.ไปคุยกับญาติผู้พี่ถึงเรื่องนี้ คิดได้แบบนั้นหญิงสาวก็กลับเข้าไปในห้อง สั่งแม่บ้านให้เอาผลไม้ไปเสิร์ฟที่หน้าโทรทัศน์ จะได้ดูคลายเครียดด้วย เธอต้องไปหาหนังสือกับหนังมาดูเพื่อผ่อนคลายเสียแล้ว 

            สียงหัวเราะสดใสคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังหยุดกึก ก่อนจะหันไปมองด้วยความอยากรู้ว่าเจ้าของเสียงหัวเราะที่คุ้นหูนั้นคือใคร แพทริก โมเรโน่ ทำหน้ายุ่งเมื่อเห็นว่าเป็นน้องสาวของเพื่อนรักกับนักฟุตบอลในทีมที่เขาเป็นเจ้าของนั่นเอง ‘อะไรวะ ทำไมช่วงนี้ถึงได้บังเอิญเจอกันทุกวันเลย’ หรือคิดจะตามติดชีวิตเขาอีกครั้ง ถึงได้จงใจมาให้เห็นทุกวันแบบนี้

            “สวัสดีครับคุณแพทริก” เคลวิน โคเซ่ เอ่ยทักทายเจ้านายเมื่อเดินเข้ามาหา

            “อืม เป็นไงบ้าง ข้อเท้าหายดีแล้วเหรอ” แพทริกเอ่ยถามถึงอาการของอีกฝ่ายที่ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าจากการลงเล่นสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

            “ครับ เสาร์นี้พร้อมลงแล้วละครับ” 

            “อืม ดาร์บี้แมตช์ของเมือง ฉันคิดว่านายคงไม่พลาด”

             “แน่นอนครับ คุณแพทริกจะมาดูไหมครับ” 

            “ฉันไม่เคยพลาดหรอก” แพทริกเอ่ยบอกพลางหันไปมองหญิงสาวที่เงียบปล่อยให้ทั้งสองคุยกัน “ว่าไงเมนี่ ไม่คิดจะทักทายพี่หน่อยเหรอ” 

            “เมนี่เห็นพี่ เอ่อ…คุณแพทริกคุยกับพี่เคลอยู่นี่คะ ก็เลยไม่อยากขัด” หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงค่อนข้างห่างเหิน จากคำแนะนำของเพื่อนสนิทที่ให้ทำตัวห่างเหินเพื่อดูปฏิกิริยาของเขาว่าจะเป็นอย่างไร จะได้รู้ว่าควรจะรุกต่อหรือตัดใจเสียที 

            แพทริกนิ่วหน้ากับคำเรียกขานที่ห่างเหินเหมือนคนไม่รู้จักกัน ทั้งที่ปกติเธอจะเรียกเขาว่าพี่ แล้วทำไมถึงเรียกกันห่างเหินแบบนี้ ไหนบอกว่ารักเขา อยากจะได้เป็นสามีจนให้ผู้ใหญ่มาจับเขาหมั้นด้วย แต่เขาไม่อยากหมั้นเลยโกหกกับทุกคนไปว่ามีคนรักอยู่แล้ว เป็นเลขาฯ สาวที่เขาไหว้วานให้เล่นละครตบตาให้จนเกิดเรื่องขึ้นมา 

            “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เมนี่กับพี่เคลขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นด้วยความน้อยอกน้อยใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป พานคิดว่าเขาคงไม่อยากจะคุยกับเธอเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ขนาดหน้าก็ยังไม่อยากจะมอง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้แทบไหลออกมา ต้องทำอย่างไรเธอถึงจะเลิกรักคนใจร้ายแบบเขาได้ เจ็บทุกครั้งที่ต้องเจอกับสายตาเย็นชา ท่าทางรังเกียจเหมือนเธอเป็นตัวเชื้อโรคอย่างไรอย่างนั้น

            “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณแพทริก” นักฟุตบอลหนุ่มเอ่ยบอก แล้วทั้งสองก็พากันออกเดินผ่านเจ้าของสโมสรฟุตบอลชื่อดังไปไม่ถึงสองก้าว เสียงทุ้มห้วนก็ดังขึ้นเสียก่อน

            “เดี๋ยวก่อน เมลานี” ร่างสูงหันไปเผชิญหน้ากับหญิงสาวด้วยสายตาแข็งกร้าว “พี่มีเรื่องจะคุยด้วย” 

            “ถ้างั้นผมเข้าไปก่อนนะครับคุณเมนี่” เคลวินรับรู้ได้ถึงรังสีอะไรสักอย่างจากตัวของเจ้านายสุดหล่อ เขาพอจะรู้ถึงความรู้สึกของคนข้างกายที่มีให้กับเจ้านายหนุ่ม ถ้าไม่อยากงานเข้าก็ควรจะให้ทั้งสองได้คุยกันตามลำพัง

            “เดี๋ยวสิคะ พี่เคล” เมลานีร้องเรียก แต่ไม่เป็นผลเมื่อนักฟุตบอลหนุ่มเพียงแค่ยิ้มส่งให้ ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งเธอให้เผชิญหน้ากับคนใจร้ายเพียงลำพัง ‘พี่เคลนะพี่เคลทำไมกันแบบนี้’ เมื่อทำอะไรไม่ได้เธอเลยหันกลับไปถามเพื่อนของพี่ชาย 

            “คุณแพทริก มีอะไรจะ…ว้าย” ยังเอ่ยไม่ทันจบประโยคก็ร้องอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆ ก็ถูกชายหนุ่มฉุดข้อมือให้เดินตามไปยังลิฟต์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล “คุณแพทริกจะพาเมนี่ไปไหน อุ๊ย! เจ็บนะคะ” 

            ชายหนุ่มไม่ตอบ ลากคนตัวเล็กพาเดินเข้าไปในลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องทำงานที่อยู่ชั้นบนสุด มือแกร่งกดน้ำหนักลงบนข้อมือเล็กตามอารมณ์ไม่พอใจที่เธอเรียกเขาห่างเหินอีกครั้ง เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดอาการแบบนี้ขึ้นมา 

            “คุณ…”

            “ถ้าพี่ได้ยินคุณอีกคำเดียว อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ เมลานี” เสียงทุ้มห้วนแทรกขึ้นก่อนที่เธอจะทันได้พูด 

            “ก็เมนี่เจ็บนี่คะ” เสียงหวานบ่นอุบ

            ได้ยินแบบนั้นเขาก็รีบปล่อยข้อมือเล็กแต่โดยดี น้ำเสียงเอ่ยถามอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “เจ็บมากไหม”

            “ค่ะ” เธอนิ่วหน้าขณะลูบข้อมือของตัวเองเบาๆ 

            “ขอพี่ดูหน่อย” แพทริกเอื้อมไปจับมือเธอมาดู เขาลูบเบาๆ ตรงรอยแดงๆ “พี่ขอโทษ”

            “เอ่อ…เมนี่หายเจ็บแล้วค่ะ” ไม่ใช่แค่มือที่หายเจ็บ ใจของเธอก็หายเจ็บด้วย เพียงแค่คนที่เธอแอบรักแสดงความเป็นห่วงเป็นใย จากที่จะทำตัวห่างเหินกับเขา เป็นอันต้องอันตรธานหายไปในพริบตา

            เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อมาถึงชั้นเป้าหมาย ชายหนุ่มกุมมือเล็กพาเดินออกจากลิฟต์ ตรงไปยังห้องทำงานของตัวเอง

            “กลับมาแล้วเหรอครับ” ลูกน้องคนสนิทควบตำแหน่งเลขาฯ อีกคนเงยหน้าจากกองเอกสารเอ่ยขึ้นทักอย่างแปลกใจที่เห็นบอสหนุ่มพาน้องสาวของเพื่อนรักมาด้วย แถมยังจูงมืออย่างสนิทสนมอีก 

            ‘มันเกิดอะไรขึ้นกับบอส ทำไมถึงมากับคุณเมลานีได้ ไหนบอกเป็นผู้หญิงต้องห้ามไง’ เลขาฯ หนุ่มได้แต่สงสัยในใจ ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามออกไป 

            “ไม่รับแขกนะ เวลล์ แล้วขอกาแฟให้ฉันด้วยกับน้ำส้มคั้น”

            “ครับ” เวลล์ขานรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเสียงหวานใสดังขึ้น

            “เมนี่ไม่ดื่มน้ำส้มคั้น ขอน้ำเปล่าแทนนะคะ” ดวงหน้าสวยของคนพูดง้ำงอ แม้กระทั่งน้ำ เขายังไม่รู้เลยว่าเธอชอบอะไรไม่ชอบอะไร ‘ใช่สิ ก็เขาไม่สนใจเรานี่นา จะไปรู้ได้อย่างไร’

            “พี่ก็กำลังจะถามเราอยู่ว่าจะดื่มอะไร น้ำส้มคั้นพี่สั่งมาดื่มเอง” คนไม่รู้ถึงความชอบของเธอรีบแก้ตัว

            “ไม่ยักรู้พี่แพทดื่มกาแฟกับน้ำส้มคั้น” คนงอนเอ่ยล้อพลางอมยิ้มน้อยๆ เมื่อได้ยินคำพูดของเขาเลขาฯ หนุ่มก็เข้าใจว่าเขาจะสั่งให้เธอ แต่ดันหน้าแตกที่เธอไม่ดื่ม อารมณ์คนงอนหายเป็นปกติ ก็คนไม่รู้ ย่อมไม่ผิดนี่นะ คนเราเมื่อรักใครสักคนจนถอนตัวไม่ขึ้น อะไรก็เห็นดีไปเสียหมด 

            “นั่นสิครับ ปกติไม่เห็นจะดื่มน้ำส้มคั้นเลย” 

            “พูดมาก รีบไปจัดการได้แล้ว”

             “ครับผม” จากนั้นเลขาฯ หนุ่มก็เดินออกจากโต๊ะ�ทำงานไปยังห้องครัวเพื่อแจ้งแม่บ้านให้จัดเตรียมเครื่องดื่มเข้าไปเสิร์ฟให้กับเจ้านาย พอเลขาฯ สาวคนสวยไม่อยู่ หน้าที่นี้จึงตกเป็นของเขาไปด้วย แต่เขาก็ต้องพึ่งแม่บ้านอีกต่อหนึ่ง

            “เข้าไปกันเถอะ” แพทริกกุมมือเล็กพาเดินเข้าไปในห้องทำงานของตน เขาพาเธอไปนั่งตรงโซฟาตัวยาวกลางห้องทำงาน รอให้ลูกน้องนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเสียก่อนแล้วจึงพูดเข้าเรื่อง 

            “พี่แพทมีอะไรจะพูดกับเมนี่เหรอคะ” หญิงสาวทนเก็บความอยากรู้ไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นถามทันทีที่ประตูห้องปิดลงด้วยฝีมือของเลขาฯ หนุ่มที่นำแม่บ้านเข้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้เรียบร้อย

            “ตอนนี้เมนี่ว่างงานอยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มกระแอมเล็กน้อยแก้เก้อ ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เมื่อเขาไม่เคยมีความคิดแบบนี้เกิดขึ้นเลย แต่จู่ๆ มันดันผุดขึ้นมาเสียอย่างนั้น ทั้งที่เขาปฏิเสธแมทธิวเสียงหนักว่าจะไม่เอาเมลานีมาเป็นเลขาฯ แทนนีรชาเด็ดขาด เดี๋ยวนะ เพื่อนรักก็จะให้หญิงสาวมาเป็นเลขาฯ แทนอยู่แล้วนี่นา

            “ค่ะ ทำไมคะ” 

            “เมนี่ก็รู้ใช่ไหมว่าแมททำให้พี่ขาดเลขาฯ อีกคนไป” ชายหนุ่มยกเรื่องความผิดของพี่ชายเธอขึ้นมาพูด “เพราะฉะนั้นเมนี่ต้องรับผิดชอบการกระทำของแมทด้วยการมาเป็นเลขาฯ ให้พี่”

            “คะ อะไรนะคะ” เธอร้องเสียงหลงอย่างตกใจระคนแปลกใจ ‘นี่เราไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม พี่แพทอยากให้เรามาเป็นเลขาฯ แทนพี่สะใภ้’ ถึงแม้เขาจะยกเรื่องความผิดของพี่ชายมาพูดก็เถอะ คนอย่าง แพทริก โมเรโน่ มีทางเลือกเยอะแยะ มีคนอยากจะเป็นเลขาฯ กันเต็มบ้านเต็มเมือง แต่เขาดันมาเลือกเธอ ไม่อยากจะเชื่อเลย 

            “พี่ว่าเมนี่ได้ยินชัดแล้วนะ” เขาทำหน้ายุ่งจนคนได้เห็นรีบละลักละล่ำเอ่ยตอบ กลัวชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจ

            “ได้ยินชัดค่ะ เมนี่ตกลงค่ะ เริ่มงานพรุ่งนี้เลยนะคะ” สาวน้อยยิ้มร่าด้วยความดีใจที่จะได้อยู่ใกล้ๆ กับคนที่แอบรักมานาน ไม่สนด้วยว่าทำไมเขาถึงต้องการแบบนี้ แค่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรักก็พอ

            แพทริกยิ้มเล็กน้อยขณะมองดวงหน้าสวยที่มีความสุขจนหาคำบรรยายไม่ได้ โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองก็มีความสุขเช่นกันเวลาที่เห็นเธอมีความสุขแบบนี้ และเวลาที่เธอพูดห่างเหิน เขาไม่ชอบใจเอามากๆ เลย ยิ่งเห็นเธอสนิทสนมกับนักฟุตบอลในสโมสรและมาหากันทุกวัน ยิ่งไม่ชอบใจใหญ่ มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันนะ ทำไมถึงมีปฏิกิริยาที่รุนแรงกับคนที่เขาคิดเป็นแค่น้องสาวและปฏิเสธอย่างไม่ไยดีมาตลอดหลายปี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น