มาเฟียร้ายพ่ายแผนรัก (อีบุ๊ค)

ตอนที่ 8 : บทที่ 4 ศึกษาพฤติกรรมบนเตียงของมาเฟียวายร้าย (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    11 มี.ค. 62

ต่อค่า... ขอแจ้งกำหนดอัปใหม่นะคะ จะลงทุกวันจันทร์ และ ศุกร์ จ้า แต่ถ้างานยุ่งมาก ก็จะไม่ตามกำหนดนะคะ และไรท์ลงขายแบบอีบุ๊คที่ เมพเลยนะคะ จัดโปรเหลืออีกไม่ถึงวันแล้ว จากราคา 259 ลดเหลือ 209 จ้า





บทที่ 4 ศึกษาพฤติกรรมบนเตียงของมาเฟียวายร้าย (50%)

               แพรไหมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำไปเมื่อวานช่วยส่งเสริมผลประโยชน์ของตัวเองหรือทำให้มันแย่ลงกันแน่ ที่เธอขัดคำสั่งของนายจ้าง ออกไปข้างนอกกับน้องชายเขา นึกย้อนไปเมื่อสองวันก่อน หลังจากที่มีปากเสียงกันเล็กน้อยในมื้อเช้าของวันนั้น เธอก็หุนหันออกไปจากห้องอาหาร พอสงบสติอารมณ์ของตนได้ เธอก็ออกไปข้างนอกกับนายจ้างตามที่เขาสั่ง สถานที่ที่ชายหนุ่มพาไปคือห้างสรรพสินค้าชื่อดัง และจุดประสงค์ที่พาพวกเธอสองคนมาที่นี่เพราะรู้สึกขัดหูขัดตากับการแต่งกายของพวกเธอ ซึ่งพอได้ยินแบบนี้ เธอก็ตอบเขากลับไปว่าถ้ามันขัดตานักก็ไม่ต้องมอง ไม่ต้องมาสนใจ เท่านั้นละ จากที่มีปากเสียงกันเล็กน้อยก็ลุกลามเป็นความขัดแย้งขั้นรุนแรง เพราะเธอก็ไม่ยอม เขาก็ไม่ยอม แต่สุดท้ายเธอก็ต้อง แพ้ให้กับความปากจัดชนิดผู้หญิงยังชิดซ้ายของเขา ได้เสื้อผ้าชุดใหม่มากันเต็มตู้โดยที่ไม่ต้องเสียสตางค์เลยสักแดงเดียว จริงๆ แล้วถ้าเขาไม่พาออกมาเธอก็ว่าจะขอเขาออกมาซื้อชุดใหม่อยู่เหมือนกัน

                พอหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่พูดคุยกับเขาอีกเลย ถึงแม้เธอจะเคืองเขาอยู่ แต่ก็ยังคงไม่ลืมว่ามีภารกิจที่ต้องทำ เพราะแบบนี้เธอถึงได้ขัดคำสั่งของเขานายจ้าง ที่สั่งห้ามไม่ให้พวกเธอทั้งสองออกไปข้างนอก โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียก่อน แต่เมื่อวานเธอออกไปข้างนอกกับอลัน โดยที่ยังไม่ได้ขออนุญาต สาเหตุที่เธอออกไปเพื่อจะล้วงความลับของนายจ้างจากน้องชายเขา หลังจากที่ได้พยายามสืบถามจากบรรดาลูกน้อง แต่กลับไม่ได้ข้อมูลอะไรสักอย่าง ทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คืออลัน เขาไม่ทำให้เธอผิดหวังเลยสักนิด ข้อมูลลับสุดยอดของมาเฟียวายร้ายอยู่ในมือเธอแล้ว แม้แผนยั่วยวนจะถูกแฉจนหมดเปลือก แต่เธอก็ไม่ถอดใจ

                ส่วนเรื่องกามเทพ รอมีโอกาสค่อยแผลงศรก็ได้ ตอนนี้สิ่งที่ เธอควรจะทำคือ แผนใหม่ที่คิดได้สดๆ ร้อนๆ จริงๆ เธอก็เคยคิดที่จะทำแบบนี้เหมือนกัน แต่ด้วยหลายๆ อย่างยังไม่พร้อม เธอจึงเริ่มแผนยั่วยวนก่อน แต่มันก็ไม่ได้ผล ถึงแม้จะทำใจให้ชินว่าถึงอย่างไรก็ต้องทำเรื่องแบบนี้ แต่เธอก็ยังมีความอายเป็นอย่างมากอยู่ดี ถ้าคนอื่นมาเห็น คงคิดว่าเธอต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ เลย ที่อยู่ๆ ก็ถือกระปุกบุกเข้าห้องนอนของมาเฟียวายร้ายเพื่อที่จะปลดกางเกงเขา

                แค่คิดก็สยองแล้ว จะให้ไปสัมผัสแตะต้องมันได้อย่างไร ถ้าเป็นของผู้หญิงก็ว่าไปอย่าง สูตินรี แพทย์ประสบการณ์หลายปีอย่างเธอคงไม่หวั่น แต่กับของเพศตรงข้ามเนี่ยคงจะไม่ไหว นี่ว่าทำใจยากสุดๆ แล้ว นะ ยังจะมียากยิ่งกว่าเธอจะเข้าไปเอาอย่างไรไม่ให้ชายหนุ่มรู้ตัว ถึงแม้จะไม่เคยเห็น แต่เธอไม่ได้โง่หรอกนะ ที่จะไม่รู้ว่าการจะได้มันมาเนี่ย ต้องทำอย่างไรกันบ้าง เพราะฉะนั้นงานนี้มันต้องมีตัวช่วย สิ่งที่เธอจะต้องทำคือการวางแผนให้ดีและรัดกุมที่สุด ก่อนที่จะลงมือ เธอคงต้องหาข้อมูล เรื่องบนเตียงของเขาเสียก่อน ซึ่งข้อมูลลับที่เธอได้มาจุดความฝันให้เธอเลยก็ว่าได้ สถานที่แหล่งมั่วสุมที่อลันเคยพูดติดตลกว่ามีทุกอย่างที่เป็นความลับขั้นสุดยอดของพี่ชายและตัวเขาเอง

                “คุณแพรจะไปจริงๆ เหรอคะ” ขวัญข้าวถามขึ้นหลังจากได้ฟังสิ่งที่คุณหมอเล่าจบ เธอไม่รู้ว่าน้องชายนายจ้างจะไว้ใจได้ขนาดไหน ขนาดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนเขายังเปิดโปงจนนายจ้างสงสัยเลย แต่ถึงไม่โดนเปิดโปง เธอก็เชื่อว่านายจ้างจะต้องรู้ และสัมผัสได้อย่างแน่นอน แล้วถ้าเกิดพวกเธอไปจริงๆ คนที่อยู่ที่นั่นจะไม่นำไปบอกนายจ้างหรอกหรือ อีกอย่างสถานที่แบบนั้น จะมีข้อมูลที่พวกเธอต้องการหรือเปล่าก็ไม่รู้ บางทีมันอาจเป็นแผนของนายจ้างก็เป็นไปได้หรือไม่น้องชายของเขาก็น่าจะร่วมมือกันด้วย

                “จริงค่ะ” แพรไหมพูดขึ้น ถึงแม้จะยังระแวงถึงความใจดีของอลันอยู่ แต่เธอควรจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง จากการที่ได้ พูดคุยกับอีกฝ่าย เธอเชื่อเกินครึ่งว่าชายหนุ่มไม่ได้โกหก และเพื่อความชัวร์ เธอคงต้องเช็กข้อมูลของคอร์สตันแกรนด์โฮเต็ล โรงแรมสุดหรูของตระกูลอิซนอฟ สถานที่ลับที่เธอได้รับรู้มา

                “เจอแล้วค่ะ” แพรไหมบอกหลังจากได้ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต “คอร์สตันแกรนด์โฮเต็ล โรงแรมสุดหรูของตระกูลอิซนอฟที่ติดอันดับท็อปไฟว์ของโลก นอกจากความสวยงามแล้ว ยังมีความลับที่ซ่อนเอาไว้สำหรับสมาชิกเพียงเท่านั้น นี่คงจะเป็นจุดเด่นที่เหล่าบรรดาอภิมหาเศรษฐีต่างพากันโหวตให้ติดอันดับมานานหลายปี”

                “ความลับที่ว่าคือไนต์คลับที่คุณแพรจะไปหาข้อมูลใช่ไหมคะ”

                “ใช่ค่ะ...นอกจากข้อมูลแล้ว พี่คงจะต้องหาตัวช่วยและก็เครื่องทุ่นแรงอีกนิดหน่อย” แพรไหมบอกพลางยิ้มออกมา เมื่อนึกอะไรขึ้นได้บางอย่าง หลังจากค้นหาเธอถึงได้รู้ว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยเบาแรงของพวกเธอ และที่สำคัญเธอต้องหาตัวช่วยที่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จด้วย มาคิดดูดีๆ แล้ว เธอกับขวัญข้าวไม่มีวันทำเรื่องนี้กันได้เป็นแน่ จะให้ไปควักอาวุธลับของอีตามาเฟียออกมา แล้วทำการลมจับไปเสียก่อนนะสิ

                “เครื่องทุ่นแรงอะไรหรือคะ” ขวัญข้าวถามด้วยความแปลกใจ

                “ก็พวกยานอนหลับหรือยาปลุกเซ็กส์อะไรแบบนี้ละค่ะ”

                “ยาปลุกเซ็กส์!” ขวัญข้าวอุทานอย่างตกใจ

                “อย่าเสียงดังสิคะ...เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หมด” แพรไหมเอ็ดเบาๆ

                “ต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยเหรอคะ” ขวัญข้าวถาม รู้สึกกังวลใจกับแผนการของคุณหมอ ที่มันเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงเข้าไปทุกที ถ้าถูกจับได้ คงจะจบเห่เป็นแน่ แต่ถ้าไม่ลองเสี่ยงก็อาจจะจบเห่เหมือนกัน และอีกอย่างมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ เลย แล้วตัวช่วยของคุณหมอ จะไปหามาจากไหน

                “แหม คุณน้องทำอย่างกับไม่เคยเรียนสุขศึกษานะคะ...ถ้าไม่ใช้วิธีนี้คุณน้องจะยอมไปเป็นดาวยั่วอีกครั้งไหมล่ะคะ” แพรไหมพูดติดตลกแต่ก็แอบจิกกัดขวัญข้าวเล็กๆ น้อยๆ

                “ไม่เอาหรอกค่ะ” ขวัญข้าวส่ายหัวพัลวัน แค่ต้องเจอคำพูดกับสายตาดูถูกจากน้องชายนายจ้าง เธอก็อยากจะเอาหน้าไปมุดดินอยู่แล้ว ลองไปยั่วพี่ชายของเขาอีกครั้ง ได้โดนเขาจัดอย่างแสบสันต์อีกแน่

                “ถ้าอย่างนั้น วิธีนี้ก็คงดีที่สุดแล้วละค่ะ” แพรไหมกล่าวสรุป

                “คุณแพรไม่ลองเป็นดาวยั่วดูล่ะคะ คุณเดนิสอาจจะสนใจก็ได้” ขวัญข้าวลองเชิงถาม เธอเห็นสายตาของนายจ้างที่มองคุณหมอ มันแตกต่างจากที่มองเธออย่างสิ้นเชิง บางทีเรื่องยากๆ อาจจะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ขึ้นมาก็ได้

                “ไม่ไหวมั้งคะ...ก่อนจะสำเร็จพี่คงโดนจับโยนออกมาจากห้องเสียก่อน”

                แพรไหมส่ายหน้าพัลวัน ให้เธอไปยั่วโมโหคงง่ายกว่าเป็นไหนๆ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ชอบยอกย้อน ปากคอเราะรายจนผู้หญิงถึงกับยอมแพ้ราบคาบ

                “แต่ว่าสายตาที่คุณเดนิสมองคุณแพรมันมีความหมายอะไรบางอย่างอยู่นะคะ”

                ขวัญข้าวยิ้มตาหยี เธอก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่ามันสื่อถึงอะไร แต่เซนส์เธอมันบอกว่าต้องมีความรู้สึกลึกซึ้งซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคมคู่นั้นเป็นแน่

                “จะอะไรล่ะคะ ถ้าไม่ใช่จ้องจับผิด” แพรไหมย่นจมูก ป่านนี้คงส่งลูกน้องพลิกแผ่นดินเมืองไทยหาสาเหตุแล้วมั้ง หวังว่าเจ้าของโรงพยาบาลที่เป็นถึงเพื่อนสนิทคงจะไม่ยอมให้ความลับของเธอรั่วไหลหรอกนะ ถ้าไหล หมอนั่นก็อดที่จะได้ค่าจ้าง อีกครึ่งหนึ่ง แถมยังต้องเอาอีกครึ่งที่ได้ไปแล้วมาคืนด้วย ดีไม่ดี มาเฟียวายร้ายอาจจะฟ้องร้องเอาก็ยังได้ เธอได้แต่ภาวนาว่ามันจะไม่เกิดขึ้น

                “ถ้ามีหลักฐานเราคงจะแย่นะคะ” ขวัญข้าวบอกอย่างเป็นห่วง เธอไม่น่าห่วงเท่าไร แต่คุณหมอเนี่ยสิผิดเต็มประตู

                “มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นค่ะ...พี่สัมผัสมันได้” แพรไหมบอกให้อีกฝ่ายมั่นใจ ถึงแม้ตั วเองจะหวั่นใจอยู่ก็ตามที

                “แล้วตัวช่วยกับเครื่องทุ่นแรงเราจะไปหามาจากไหนคะ” ขวัญข้าวถาม ของแบบนี้คงจะไม่มีขายตามร้านสะดวกซื้อหรือ ร้านขายยาหรอก

                “ก็ที่ที่เราจะไปนั่นแหละค่ะ” แพรไหมบอก สถานที่แบบนั้น คงจะมีหมดนั่นแหละ เดี๋ยวเธอค่อยตีสนิทสอบถามจากพนักงานในนั้นเอาก็แล้วกัน บางทีถ้าเธอได้ตัวช่วยมีฝีมือก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้

                “สรุปคือจะไปจริงๆ ใช่ไหมคะ” ขวัญข้าวเอ่ยถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เธอคงจะปล่อยให้คุณหมอไปคนเดียวไม่ได้ ในเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้วก็ขอช่วยคุณหมออย่างสุดความสามารถ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด จะปล่อยโอกาสให้เสียเปล่าประโยชน์ไปทำไมกัน ความสำเร็จมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ

                “ค่ะ” แพรไหมยืนยันหนักแน่นพร้อมด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม

                “ไต้ฝุ่นหายไปไหนนะ...หาเรื่องให้แม่เพิ่มอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย” แพรไหมบ่นพึมพำ เมื่อมองหาเจ้าลูกชายสุดที่รักไม่เจอ

                “สงสัยจะเบื่อ อาจจะออกไปเดินเล่นข้างนอกก็ได้ค่ะ”

                ขวัญข้าวตั้งข้อสงสัย ตั้งแต่เธอเดินเข้ามาในห้องของคุณหมอ ก็ยังไม่เห็นเจ้าสี่ขาเลย

                “วันหลังพี่คงต้องต้มมารยาทในการอยู่บ้านคนอื่นให้เจ้าไต้ฝุ่นมันกิน จะได้รู้อะไรกับเขาบ้าง”

                “ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ขวัญข้าวยิ้มเต็มใบหน้ากับคำพูดของคุณหมอ หน้าตาที่สวยงามอย่างกับนางฟ้าทำให้เธออดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าคนสวยๆ เป็นแบบนี้กันหมดทุกคนหรือเปล่า

                “ใช่ค่ะ เจ้านี่ยิ่งกว่าลูกเทวดาเสียอีก” แพรไหมส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ แต่ทว่าดวงตากลับฉายแววถึงความสุขยิ่งนักยามพูดถึงเรื่องของลูกชายสุดที่รัก

                “คุณแพรคงจะรักมันมากนะคะ”

                “มันมีความหมายกับพี่มากค่ะ” แพรไหมได้แต่ยิ้มเต็มใบหน้าไม่ยอมอธิบายความสำคัญของเจ้าไต้ฝุ่นให้ขวัญข้าวฟัง

                “คนให้คงจะสำคัญกับคุณแพรมากเลยนะคะ”

                “เราลงไปข้างล่างกันเถอะค่ะ” แพรไหมไม่ตอบคำถามของอีกฝ่าย กลับเอ่ยปากชวนลงไปข้างล่างแทน เธอไม่รู้จะอธิบายให้ขวัญข้าวฟังอย่างไรดี เพราะตัวเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเจ้าไต้ฝุ่น มันมาอยู่หน้าบ้านพร้อมกับกล่องปริศนาได้อย่างไร ผ่านมาเกือบปีแล้ว แต่มันก็ยังเป็นความลับอยู่จนถึงทุกวันนี้

                “ค่ะ” ขวัญข้าวบอกอย่างยอมรับ ก่อนจะเดินตามคุณหมอออกจากห้องลงไปข้างล่างเพื่อช่วยกันตามหาเจ้าไต้ฝุ่นที่ไม่รู้ว่าไปซุกซนอยู่ที่ไหน

                “หายไปไหนนะ” แพรไหมบ่นพึมพำ เธอกับขวัญข้าวตามหาเจ้าไต้ฝุ่นจนทั่วคฤหาสน์ แต่ก็ไม่พบ ที่ต่างๆ ที่มันชอบไปเธอก็ไปจนหมดแล้ว แต่ก็ไม่เจอ คุณหมอคนสวยเริ่มเป็นห่วงเจ้าสี่ขาขึ้นมา

                “เราไปถามพ่อบ้านกันดูดีกว่าค่ะ” ขวัญข้าวแนะนำ เมื่อได้เห็นหน้าตาที่เป็นกังวลของคุณหมอ คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ถึงมันจะซุกซน แต่ก็เป็นที่รักของทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ในความคิดของเธอนะ แต่เจ้าของคฤหาสน์ทั้งสองคนไม่ชอบสุนัข เธอเคยได้ยินคุณพ่อบ้านบอกกับสาวใช้ แต่ยังไม่มีโอกาสกระซิบบอกเรื่องนี้ให้คุณหมอรู้ จะได้ตักเตือนเจ้าไต้ฝุ่นอย่าได้ไปวุ่นวายกับชายหนุ่มทั้งสองคน

                “ค่ะ” แพรไหมกับขวัญข้าวเดินเข้าไปหาพ่อบ้านที่กำลังสั่งงานคนใช้ อยู่ในห้องครัว ท่าทางกำลังยุ่งวุ่นวายกันอย่างกับจะมีงานใหญ่ คุณพ่อบ้านยุติการคุยกับลูกน้องเมื่อเห็นคุณหมอกับแม่อุ้มบุญเดินเข้ามาหา

                “คุณพ่อบ้านเห็นเจ้าไต้ฝุ่นไหมคะ” แพรไหมเอ่ยถามขึ้นทันที

                “เจ้าสี่ขาไปทำงานกับนายใหญ่”

                “ไปทำงาน!” แพรไหมอุทานอย่างตกใจ ลูกชายสุดที่รักของเธอ ไปทำท่าไหน มาเฟียวายร้ายถึงได้พามันไปทำงานด้วย หรือว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอยังไม่รู้ แล้วมันคืออะไรกันล่ะ

                “ใช่ครับ คุณหมอไม่รู้เหรอครับ” คุณพ่อบ้านยิ้มบางๆ ไม่ใช่คุณหมอคนเดียวหรอกที่ตกใจ เขาและบรรดาลูกน้องก็ตกใจกับท่าทางการรักสัตว์ของนายใหญ่

                “คุณพ่อบ้านช่วยให้คนไปรับมันมาให้หน่อยสิคะ”

                แพรไหมบอกแกมขอร้อง เจ้าลูกชายเธอนี่ ไม่รู้อะไรเข้าสิง ปกติมันจะไม่ค่อยสนิทกับคนแปลกหน้าง่ายๆ เจอกันแค่ไม่นานก็ไปกับเขามั่วไปหมด

                “เอ่อ...ผมขอโทร.ถามนายใหญ่ก่อนก็แล้วกันครับ”

                 พ่อบ้านอ้ำอึ้งเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตามคำขอร้องของคุณหมอคนสวย

                แพรไหมเดินตามพ่อบ้านไปด้วย หากมาเฟียวายร้ายไม่ยอม เธอจะได้เจรจาเสียเอง และก็เป็นไปตามที่คาด พ่อบ้านส่ายหัวพร้อมกับบอกเธอว่าเจ้านายของตนไม่ยอม

                “บอกเจ้านายของคุณว่าฉันจะคุยด้วย”

                ได้ยินแบบนั้นพ่อบ้านก็บอกให้ผู้เป็นนายทราบ ก่อนส่งโทรศัพท์ให้คุณหมอ เมื่อได้รับอนุญาต

                “ฮัลโหล...คุณเดนิส ทำไมคุณถึงไม่ยอมให้คนไปรับเจ้าไต้ฝุ่นล่ะคะ” แพรไหมกรอกเสียงถามไปตามสาย

                “มันยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน” เดนิสตอบกลับเสียงห้วน คราวนี้ละก็ อยากจะคุยกับเขาขึ้นมาเลยทีเดียว ไหนว่าโกรธอยู่ไม่ใช่หรือไร สามวันแล้ว ที่แพรไหมไม่ยอมพูดจากับเขา นึกไม่ถึงว่าประโยคเพียงสั้นๆ ของเขาที่บอกว่า“แต่งแบบนี้ก็ไม่ทำให้เธอลงจากคานได้หรอก” จะทำให้หญิงสาว โมโหถึงเพียงนี้ มันคงจะจริงที่ผู้หญิงเห็นคำพวกนี้เป็นศัตรู ขึ้นคาน อ้วน แก่ เขาอยากบอกหล่อนจริงๆ เลยว่าหล่อนน่ะห่างไกลจากคำพวกนี้นัก

                “อะไรของคุณ ฉันไม่เข้าใจ”

                “ก็เจ้าสี่ขามันกำลั งทำงานอยู่” เดนิสมองน้องหมาที่นั่งอยู่บนตักของตัวเอง มือแกร่งลูบหัวมันไปมาอย่างหยอกล้อ

“นึกยังไงถึงยอมคุยกับฉันได้”

                “ฉันก็ไม่อยากจะเสวนากับคนแบบคุณหรอก แต่คุณลักพาตัวลูกฉันไป ฉันก็เลยจำใจต้องคุยด้วย ว่าไง คุณใช้ให้ลูกฉันทำอะไร”

                ท้ายประโยคเอ่ยถามเสียงขุ่น นึกว่าอยากจะคุยด้วยหรือไร ทั้งหมดเพราะเขานั่นละ กล้ามาใช้ลูกเธอได้อย่างไรกัน ขนาดเธอยังไม่เคย ใช้ให้มันทำอะไรเลย

                “งั้นก็แค่นี้แหละ...ฉันก็ไม่อยากจะเสวนากับเธอเหมือนกัน” มาเฟียหนุ่มกัดฟันแน่น

                “เดี๋ยวก่อนสิ...เอ่อ ฉันอยากคุยกับคุณก็ได้” เธอจำใจบอกออกไป

                “ไม่ต้องห่วงลูกชายเธอหรอก งานสบายๆ นั่งอยู่ในห้องแอร์” เดนิสยิ้มอย่างพึงพอใจที่เห็นว่าคุณหมอคนสวยยอมคุยด้วยแล้ว แบบนี้ก็แสดงว่าหายโกรธเขาแล้วนะสิ

                “ฉันจะฟ้องกรมแรงงานว่าคุณใช้แรงงานเด็ก เจ้าไต้ฝุ่นมันยังไม่ถึงแปดขวบเลยนะ”

                “เจ้านี่มันเป็นต่างด้าว กรมเขาไม่รับแจ้งหรอก”

                เดนิสพูดกลั้วหัวเราะพลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี ไม่นึกเลยว่าการคุยกับแพรไหมจะทำให้อาการเบื่อเซ็งหายไปในพริบตาเสียงหวานๆ ที่แสดงความไม่พอใจ หรือถามอะไรต่างๆ มันมีอิทธิพลกับหัวใจเขาเข้าแล้ว ตอนนี้เหมือนเขากำลังตกหลุมรักเสียงของแพรไหมอย่างไรอย่างนั้น

                “บ้า!” แพรไหมค้อนปลายสาย “เจ้าไต้ฝุ่นมันปรับตัวยาก...ฉันกลัวว่ามันจะไม่สบาย”

                “เจ้าสี่ขาไม่เห็นตัวร้อนเลย”

                เดนิสบอกขึ้นหลังจากที่ใช้ฝ่ามือวัดไข้ที่หน้าเจ้าสี่ขา นัยน์ตาคมแผ่รังสีพิฆาตส่งให้ลูกน้องที่นั่งอยู่ในห้องประชุม บรรดาลูกน้องต่างรีบ ก้มหน้าหลบสายตาของเจ้านาย มีเพียงลูกน้องคนสนิทที่ยังยิ้มล้อเลียนส่งให้ผู้เป็นนาย

                “มันมีอุณหภูมิสูงกว่าเรามาก จะใช้มือวัดไม่ได้ ต้องใช้ปรอทในการวัด” แพรไหมกลั้นขำเกือบจะไม่อยู่กับคำพูดของชายหนุ่ม จึงรีบอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ

                “ว่าไงเจ้าสี่ขาแกหายใจออกหรือเปล่า”

                เสียงเข้มของเดนิสที่ถามเจ้าสี่ขาส่งผ่านมาทางโทรศัพท์ทำให้แพรไหมเผลอยิ้มออกมา ความเป็นห่วงของชายหนุ่มที่มี ต่อลูกชายสุดที่รักทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

                “คุณสังเกตอาการของมันน่าจะง่ายกว่าพูดกับมันนะคะ”

                “ก้มหน้าแล้วก็ปิดหูให้หมดทุกคน ถ้าไม่อยากตกงาน” เสียงเข้มตวาดลูกน้องที่นั่งกลั้นขำกันอยู่ บางคนก็ขำออกมาเบาๆ

                “แพรไหม ฉันต้องดูยังไงล่ะ” พอจัดการกับลูกน้องเสร็จเดนิส ก็ถามกลับปลายสายด้วยความอยากรู้

                “ดูที่จมูกว่ามีน้ำมูกหรือจมูกแห้งหรือเปล่าเมื่อเช้ามันกินข้าว ตามปกติไหมคะ เอาแต่นอนอย่างเดียวหรือไม่” แพรไหมบอกขึ้น เธอนี่แย่มาก มัวแต่คิดแผนการ จนทำให้ละเลยหน้าที่ ถ้ามันไม่สบายจะไปโทษใครได้ นอกจากตนเอง

                “ฉันว่ามันคงไม่เป็นอะไรหรอก” เดนิสบอกหลังจากที่ทำตามที่หญิงสาวแนะนำ

                “อากาศหนาวอาจจะทำให้มันไม่สบายก็ได้ ให้ฉันไปรับ มันกลับบ้านเถอะ” แพรไหมบอกแกมร้องขอ

                “ไม่เอา...เดี๋ยวฉันจะให้ลูกน้องปรับแอร์ให้” เดนิสรีบปฏิเสธเสียงสูง

                “แต่นั่นมันสุนัขของฉันนะ” แพรไหมท้วงติง เริ่มรู้สึกไม่พอใจกับคำปฏิเสธของเขา

                “สุนัขที่เธอปล่อยทิ้งขว้างน่ะเหรอ” เดนิสถามอย่างเย้าแหย่

                “ฉันไปทิ้งขว้างมันเมื่อไรกัน คุณต่างหากที่ลักพาตัวมันไปนะ” แพรไหมไม่ยอมรับความจริง แถมยังกล่าวโทษชายหนุ่มอีก ขออนุญาตก็ไม่ยอมขอ เธอไม่แจ้งความก็ดีแล้ว

                “เมื่อคืนมันนอนกับฉันทั้งคืน ถ้าเธอไม่เรียกว่าทิ้งขว้าง จะให้เรียกว่าอะไร” เอ่ยบอกเสียงกระด้าง ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ยังจะมาโทษเขาอีก อย่านึกว่าเขาไม่รู้นะว่าเพราะอะไรถึงได้ปล่อยปละละเลยเจ้าสี่ขา มันถึงได้ขึ้นไปยุ่งวุ่นวายหน้าห้องนอนเขาที่อยู่ถึงชั้นสาม เห็นว่าดึกแล้ว ก็เลยใจดีพาไปนอนด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพาสัตว์เลี้ยงขึ้นไปนอนแทน สาวๆ สวยๆ แต่รู้อะไรไหม เจ้าสี่ขากลับทำให้เขาหลับสบายตลอดทั้งคืนอย่างไม่น่าเชื่อ จะไม่ให้หลับลึกได้อย่างไร ก็เขาได้กลิ่นหอมของแพรไหม ผ่านเจ้าสี่ขาน่ะสิ ดูเถอะ ขนาดถูกหล่อนโกรธอยู่ยังคิดกับหล่อนได้ถึงขนาดนี้ รู้สึกว่าตัวเองเหมือนโรคจิตเข้าไปทุกที

                “มันแอบออกจากห้องฉันอีกแล้วเหรอเนี่ย” แพรไหมบ่นพึมพำ เจ้าลูกชายบ้าวันหลังเธอคงต้องจับยัดใส่กรงไว้ จะได้ไม่หาเรื่องให้แม่อย่างเธออีก กล้าขึ้นไปถึงชั้นสามเลยเหรอ เธอคงต้องบอกให้มันทราบว่ามาเฟียวายร้ายไม่ชอบให้ใครไปยุ่งวุ่นวายในที่ส่วนตัว

                “เพราะเธอมัวแต่ศึกษาข้อมูลของฉันก็เลยไม่ยอมสนใจลูกเลย...อยากรู้อะไรทำไมไม่มาถามฉันล่ะ”

                “คุณรู้...” แพรไหมได้แต่อึ้งและอึกอัก จงรักภักดีกันจริงๆ ถามนิดถามหน่อยก็นำไปเล่าสู่กันฟัง แล้วน้องชายของเขาล่ะ นำไปเล่าให้ ผู้เป็นพี่ฟังหรือยัง

                “ฉันรู้...ทุกอย่างนั่นละแพรไหม” เดนิสพูดขึ้น บรรดาลูกน้อง มารายงานให้เขาฟังหมดทุกอย่างที่แพรไหมมาสอบถาม ทั้งเรื่องบนเตียง ผู้หญิง เธอคงจะพยายามหาสาเหตุให้เขาเชื่อว่าตัวเองไร้ประสิทธิภาพละสิ

                “ขอประทานโทษนะครับ นายใหญ่ คือพวกเราเมื่อยแล้ว ขออนุญาตนั่งตามปกตินะครับ” ริคแกนเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นเจ้านายคุยโทรศัพท์ อย่างไม่ยอมวางสักที พวกเขานั่งก้มหน้าและปิดหูจนเกิดอาการเหน็บชาไปหมดทั้งตัวแล้ว

                “คุณประชุมอยู่เหรอคะ...ถ้าอย่างนั้นฉันไม่กวนแล้ว”

                แพรไหมถอนหายใจอย่างโล่งอก อยากจะขอบคุณเสียงสวรรค์ ที่ช่วยให้เธอรอดพ้นจากการซักฟอกของมาเฟียวายร้าย

                “อย่าเพิ่งวางนะแพรไหม” เดนิสสั่ง ก่อนจะหันหลังไปจัดการกับลูกน้องคนสนิทที่เข้ามาขัดจังหวะ เสียงบ่นพึมพำกับลูกน้องดังแว่วมาตามสาย เดนิสกับริคแกนโต้เถียงกันไปมาอย่างไม่ค่อยจะยอมกันเท่าไ

            ก็ได้” เดนิสบอกอย่างยอมแพ้ ‘ต้องประชุมต่อให้เสร็จใช่ไหม ไอ้ประชุมประจเดือน ฉันจะยกเลิก เปลี่ยนเป็นสาม หรือไม่ก็หกเดือนน่าจะดี เจ้าลูกน้องบ้านั่นอีก คอยดูตอนที่ฉันเอาคืนบ้างก็แล้วกัน’ คาดโทษลูกน้องคนสนิทในใจ

            คุณทำงานเถอะ ตอนเย็นอย่าพาเจ้าไต้ฝุ่นกลับค่ำก็แล้วกัน”

            แพรไหมไม่เซ้าซี้ เพราะถึงอย่างไรมาเฟียวายร้ายก็คงไม่ยอมทำตามคำขอของเธอเป็นแน่ ก็ดี เธอจะได้มีเวลาไปทำตามแผนการของตัวเอง ให้ชายหนุ่มยุ่งอยู่กับเจ้าไต้ฝุ่น จะได้ไม่มายุ่งเรื่องของเธอ

            อืม...ฉันมีอะไรจะบอกเธอด้วยนะ” เดนิสเอ่ยเสียงทุ้มอย่างตื่นเต้นอารมณ์ดี

            อะไรเหรอคะ” แพรไหมอดที่จะถามออกมาไม่ได้กับน้ำเสียงตื่นเต้นของเขา

            เมื่อเช้าฉันอาบน้ำให้ลูกชายของเราด้วยนะ” เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจ

            เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” แพรไหมไม่รู้จะพูดอะไรออกมานอกจากคำขอบคุณ เมื่อได้ยินคำพูดที่ออกจากปากเขา

                หลังจากนั้นหญิงสาวก็ปิดการสนทนาและกดวางสาย ปล่อยให้ชายหนุ่มได้ทำงานต่อ ถึงแม้จะเป็นห่วงเจ้าไต้ฝุ่นขนาดไหน แต่เธอคิดว่ามาเฟียร้ายคงจะตกหลุมพรางของเจ้าไต้ฝุ่นไปอีกคนหนึ่งแล้ว หวังว่าความดีงามของมันจะทำให้มาเฟียวายร้ายละเว้นโทษให้นะ


เจอกันวัน ศุกร์ จ้า 

ขวัญนลิน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #9 Funnut (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 21:58

    ขำตอนที่บอกว่าลูกชายของเรา555 หลงคุณหมอกับไต้ฝุ่นเเล้วเฮีย

    #9
    0
  2. #3 dokao (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 16:05
    สนุกมากเลยคร้า ติดตามนะค่ะ
    #3
    0