มาเฟียร้ายพ่ายแผนรัก (อีบุ๊ค)

ตอนที่ 6 : บทที่ 2 เผชิญหน้าอย่างไม่ได้เตรียมตัว (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    3 มี.ค. 62

ต่อค่า... ขอโทษที่หายไปนานนะคะ พอดีมีเรื่องด่วนให้ต้องจัดการ ไรท์กลับมาลงต่อและมาข่าวดีสำหรับนักอ่านที่รออีบุ๊นะคะ ตอนนี้ไรท์ลงขายที่เมพแล้วจ้า ตามลิงก์ด้านล่างเลยนะคะ ราคาลดเหลือ 209 บ. อยู่ในช่วงจัดโปรโมชั่น จนถึงวันจันทร์ ที่ 11 มีนาคม 2562 จ้า ฝากอุดหนุนด้านนะคะ



             ขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในห้องอาหารสุดหรูของคฤหาสน์ อิซนอฟถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันชวนอึดอัด จนบรรดาคนรับใช้รีบก้มหน้าหลบสายตาคมของคนที่นั่งหัวโต๊ะ อย่างเกรงกลัวอานุภาพความพิโรธของนายใหญ่ ที่นั่งกอดอก ตัวตั้งตรงบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าบึ้งตึง พร้อมจะอาละวาดได้ทุกเมื่อ

                “ทำไม...สองคนนั้นยังไม่ลงมาอีก” เดนิสเอ่ยถามเสียงกระด้าง อย่างไม่พอใจ เวลารับประทานอาหารของที่นี่คือหนึ่งทุ่มตรง แต่ผ่านไป เกือบจะยี่สิบนาทีแล้ว แขกสาวทั้งสองก็ยังไม่ลงมา เป็นผลให้คนตรงต่อเวลาและไม่ชอบรอใครเกิดอาการหงุดหงิดอย่างที่เห็น

                ‘มัวทำอะไรกันอยู่ ถึงปล่อยให้คนอื่นรอแบบนี้ คอยดูเถอะ ลงมาเมื่อไรจะสั่งสอนเสียให้เข็ด’ มาเฟียวายร้ายคาดโทษไว้ในใจ

                “เอ่อ...ผมได้บอกกำหนดการต่างๆ ให้คุณผู้หญิงทั้งสองทราบแล้วนะครับ” พ่อบ้านประจำตระกูลรายงานให้ผู้เป็นนายทราบ

                “เดินทางมาเหนื่อยๆ อาจจะอยากพักผ่อนก็ได้นะครับ” ลูกน้องคนสนิทตั้งข้อสันนิษฐาน

                “ถึงจะเหนื่อยยังไงก็ต้องมาทานอาหารให้ครบสามมื้อสิ”

                ผู้เป็นนายบอกเสียงห้วน โดยไม่ได้เอะใจว่า ปกติแล้วตัวเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทานอาหารให้ครบเลยสักครั้ง

                ‘คิดจะนอนกินบ้านกินเมืองเลยหรือไง ไม่ได้ทานข้าวตั้งแต่ เมื่อตอนบ่าย ไม่หิวบ้างเหรอ แล้วทำไมฉันจะต้องเป็นห่วงหล่อนด้วยนะ’

                “ผมจะขึ้นไปตามให้ครับ” ริคแกนขยับตัวจะลุก แต่เสียงห้วน ที่ดังขึ้นทำให้เขานั่งลงไปที่เดิม

                “ไม่ต้อง! บอกให้สาวใช้ขึ้นไปตาม” ท้ายประโยคหันไปสั่งพ่อบ้าน

                “ดูเหมือนพี่ใหญ่จะห่วงทั้งสองคนมากเลยนะครับ”

                อลันถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ ปกติพี่ชายจะไม่สนใจว่าใครจะเป็นอย่างไร แต่นี่ถึงกับแสดงความเป็นห่วงออกมา แถมยังตั้งหน้าตั้งตารออีก

                “ฉันเป็นห่วงลูกไม่ได้หรือไง” เดนิสทำหน้านิ่ง พลางถลึงตาใส่น้องชายอย่างเอาเรื่อง

                “จริงเหรอ” น้องชายยิ้มเล็กน้อย “ผมอยากจะเห็นหน้าแม่ของลูกพี่จริงๆ”

                เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นลอยๆ เขาอยากจะเห็นหน้าตาของผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นแบบไหน ทำไมถึงทำอะไรแบบนี้ได้ คนปกติที่ไหนยอมทิ้งลูกในไส้ได้ลงคอ หล่อนทำเพื่อเงินหรืออยากจับพี่ชายเขากันแน่

                “เดี๋ยวแกก็เห็น...”

                “โฮ่ง...โฮ่ง”

                เสียงเห่าของเจ้าไต้ฝุ่นดังขึ้น ทำให้เจ้านายกับลูกน้องที่อยู่ในห้องอาหารหันไปมองกันอย่างพร้อมเพรียง

                “ไต้ฝุ่น...แม่เคยบอกหนูแล้วใช่ไหมว่าอย่าเสียมารยาทแบบนี้” แพรไหมรีบเดินเข้าไปอุ้มลูกชายที่กำลังเกาะขามาเฟียวายร้าย ทำท่าจะกระโดดขึ้นไปนั่งบนตักแกร่ง

                “ฉันขอโทษด้วยนะคะ” แพรไหมเอ่ยเสียงหวาน ก็เธอสองคน มัวแต่คุยกันจนทำให้ลืมเวลาอาหารเย็น

                “พ่อบ้าน...รีบพาเจ้าสี่ขานี่ออกไปจัดการให้เรียบร้อยด้วย”

                เดนิสหันไปสั่งพ่อบ้าน ไม่ได้เอ่ยปากตำหนิอะไรออกมา เฮ้อ! พอได้เห็นใบหน้านวลสวยกับเสียงเอ่ยขอโทษหวานๆ นั้น ก็ทำให้หลงลืม คำต่อว่าไปหมด มันเกิดอะไรขึ้นกับเขาอีกแล้วเนี่ย

                “ไม่ได้นะ! นี่เป็นลูกชายสุดที่รักของฉัน...ฉันไม่ยอมให้คุณรังแกมันหรอก” แพรไหมพูดขึ้นเสียงดังลั่นพร้อมกับกอดเจ้าไต้ฝุ่นเอาไว้แน่น ราวกับกลัวจะมีคนมาพรากมันออกจากอก

                สีหน้าและท่าทางราวกับจงอางหวงไข่ทำให้มาเฟียหนุ่มอดที่จะขำ ออกมาไม่ได้ ‘ยายบ้า คิดได้ยังไงว่าฉันจะรังแกมัน แค่จะให้พ่อบ้านพามันไปกินข้าวต่างหาก’ แต่ก็สนุกดี ขอแกล้งต่ออีกหน่อยก็แล้วกัน

                “ทำไมจะไม่ได้...ถ้ามันเป็นความต้องการของฉัน”

                “คนใจร้าย ขนาดหมาก็ไม่เว้น” เสียงหวานเอ่ยตำหนิ

                “เธอเคยเห็นใจฉันหรือไง ถึงได้ว่าฉันใจร้าย”

                 เดนิสเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มกริ่ม นัยน์ตาคมไล่มองการแต่งกายของคุณหมอตั้งแต่หัวจนถึงปลายเท้า แววตาแข็งกระด้างขึ้นทันทีที่เห็นเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้น

                ‘ดูเหมือนหล่อนจะชอบอวดเรียวขาขาวเนียนเสียเหลือเกิน ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่เต็มไปด้วยผู้ชายเสียส่วนใหญ่ พวกลูกน้องฉันไม่ใช่อิฐปูน จะได้สงบนิ่งกันได้ คงต้องสั่งให้แพรไหมเลิกใส่กางเกงขาสั้นเสียแล้ว’ ชายหนุ่มคิดในใจอย่างหงุดหงิด

                “คุณอยากเห็นไหมล่ะ ฉันเป็นหมอ จะช่วยคว้านหัวใจของคุณ ออกมาให้ดู ”แพรไหมสะบัดหน้างอนๆ หนีชายหนุ่ม

                คนที่กำลังไม่พอใจ เรื่องการแต่งกายของหญิงสาวอยู่ถึงกับอยากจะจับแม่นางฟ้าตัวแสบมาลงโทษที่บังอาจยั่วยวนเขา

                “แหม คุยกันเข้าขาดีขนาดนี้ น่าจะแต่งงานกันเลยนะครับ”

                อลันเอ่ยแซว เขาไม่เคยเห็นพี่ชายเป็นแบบนี้มาก่อน แล้วนี่ เจ้าตัวจะรู้ไหมนะ ว่าเปลี่ยนไป จนคนที่ได้เห็นถึงกับพากันตกใจกับความ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

                เดนิสไม่สนใจเสียงเอ่ยแซวของน้องชาย หันไปสั่งคนที่ยืน กอดเจ้าสี่ขาอย่างอิจฉา ‘อย่าหวังว่าแกจะได้อยู่ในอ้อมกอดนี้ อีกเลย อ้อมกอดนี้จะต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น’

                “ส่งเจ้าสี่ขาให้พ่อบ้านแล้วก็นั่งลงได้แล้ว”

                “ฉันไม่หิว...แค่จะมาบอกว่าขอโทษที่ผิดเวลาเท่านั้น”

                แพรไหมตัดสินใจบอกออกไปทั้งๆ ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เรื่องอะไรเธอจะปล่อยให้เขารังแกลูกชายสุดที่รักได้กันเล่า แม้ว่าตอนนี้ เธอจะกินช้างได้ทั้งตัวก็ตาม ตั้งแต่เดินทางมาถึงข้าวก็ไม่ตกถึงท้องสักเม็ด พอตื่นขึ้นมาท้องก็ร้องจ๊อกๆ จนอยากจะเร่งให้ถึงเวลาทานข้าวโดยเร็ว แต่ทั้งหมดก็เป็นเพราะมาเฟียวายร้าย ที่ทำให้ความหิวของเธอหายไปหมด เพียงแค่ได้เจอหน้ากัน เธอไม่นึกอยากจะเจอเขาในสถานการณ์แบบนั้น เลยจริงๆ

                “แล้วไอ้เสียงโครกครากที่มันดังอยู่ใกล้ๆ หูฉันเนี่ยมันเสียงอะไร” เดนิสย้อนถามพร้อมกับยิ้มล้อเลียน

                “สงสัยหูจะเพี้ยนมั้ง” แพรไหมเผลอยิ้มเก้อเขิน ลืมตัวไปชั่วขณะ ‘อีตาบ้า ยังจะได้ยินอีก ฉันพยายามเก็บเสียงแล้วนะ’

            “นั่งลงได้แล้ว...ฉันจะให้พ่อบ้านพาลูกชายสุดที่รักของเธอไปกินข้าวเฉยๆ” เดนิสเอ่ยบอก เมื่อพอใจกับความสนุกเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้แกล้ง คุณหมอคนสวย เขารู้จากลูกน้องว่าตั้งแต่เดินทางมาถึงที่นี่ ทั้งสองก็ยังไม่ได้ทานอะไร ถ้าเอ่ยปากบอกสักนิดก็คงจะได้ทานไปแล้ว

                “คุณแกล้งฉันเหรอ” แพรไหมถามเสียงขุ่นพร้อมกับเม้มปาก แน่นระงับความโกรธ

                “ฉันไม่ได้แกล้ง แต่เธอตีคำพูดฉันผิดไปเอง”

                เดนิสยักไหล่ด้วยกิริยาที่ทำให้คู่สนทนารู้สึกว่าขัดตาเป็นที่สุด

                แพรไหมเลิกสนใจคนที่นั่งยิ้มเล็กยิ้มน้อยอยู่หัวโต๊ะ

                “ฝากด้วยนะคะ” หญิงสาวหันไปพูดกับพ่อบ้านพร้อมกับส่งเจ้าสี่ขาให้ จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้ามกับอลันที่นั่งกอดอก ส่งยิ้มมาให้ มือบางฉุดแขนขวัญข้าวให้นั่งลงข้างๆ ตัวเอง

                “นี่คือคุณเดนิส ว่าที่คุณพ่อมือใหม่...คุณเดนิสคะ นี่น้องขวัญ แม่อุ้มบุญของคุณ”

                แพรไหมจัดการแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกันตามแผนที่วางเอาไว้

                “เรารู้จักกันแล้ว” เดนิสพูดขึ้น

                “ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไร” แพรไหมเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ก็ในเมื่อเธออยู่กับขวัญข้าวเกือบตลอดเวลา แต่มันก็ดีแล้วนี่ที่ทั้งสองรู้จักกัน เริ่มต้นได้ดี

                “ฉันก็ต้องทำความรู้จักส่วนตัวกับว่าที่คุณแม่ของลูกฉันน่ะสิ”

                “ชิ!”

                แพรไหมเบ้ปากพลางสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง เพราะรู้ว่าถ้าเถียงหรือพูดอะไรออกไป แน่นอนว่าไม่มีทางชนะได้ แกล้งทำเป็นไม่สนใจ ดีกว่ากับคนแบบนี้

                “นี่อลัน น้องชายผมเอง ลูฟ คุณขวัญ ว่าที่แม่หลานแก”

                เดนิสจัดการแนะนำน้องชายให้รู้จักกับแม่อุ้มบุญ

                “ผมไม่อยากรู้จักหรอก” อลันแสยะยิ้มหันไปมองใบหน้าหวาน เพียงผ่านๆ

                ‘หึ หล่อนก็มีหน้าตาเหมือนคนปกติทั่วไปนี่นา แต่ทำไม ถึงคิดไม่เหมือนคนทั่วไป มีใครบ้างที่จะยอมลงทุนขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่ผู้หญิง หน้าเงิน ฮึ ผู้หญิงก็เหมือนๆ กันหมด คิดเหรอว่าฉันจะยอมให้หล่อนมา จับพี่ชายได้ง่ายๆ ไม่มีวันที่ฉันจะยกย่องหล่อนเป็นพี่สะใภ้หรอก’

                คนที่กำลังถูกแนะนำตัวนั้นถึงกับหน้าเสีย กำมือของตัวเองแน่น ก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่กำลังจะเอ่อไหลออกมา

                ‘ฉันไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจตั้งแต่ชาติปางไหนกันนะ ถึงได้ ส่งสายตาดูถูกให้กันแบบนี้ ถ้าเลือกได้ก็คงจะไม่ทำแบบนี้หรอก ใครจะยอมเอาศักดิ์ศรีของตัวเองมาให้คนอื่นดูถูกเล่นได้ง่ายๆ แบบนี้กัน เข้มแข็งเข้าไว้ คนที่ชอบดูถูกคนอื่นแบบไม่มีเหตุผลอย่างนี้ อย่าได้ไป ใส่ใจ’ เธอเตรียมตัวเตรียมใจมาพร้อมแล้วนะ แต่ทำไมถึงยังมีความอายหลงเหลืออยู่อีกล่ะ

            จะทานข้าวกันได้หรือยังคะ”

            แพรไหมถามขึ้นอย่างเสียมารยาทเพื่อตัดบทสถานการณ์ที่กำลังส่อไปในทางอึมครึมระหว่างอลันกับขวัญข้าว เอื้อมมือไปกุมมือขวัญข้าว อย่างให้กำลังใจ

            ไหนบอกไม่หิว” เดนิสแกล้งถามราวกับจงใจแกล้ง

            “ฉันเริ่มหิวแล้ว”

            แพรไหมกัดฟันกรอดๆ ดวงตากลมโตจ้องมองคนถามอย่างเอือมระอา

            ‘ท่องไว้ให้ขึ้นใจ พุทโธ อย่าสนใจเสียงนกเสียงกา ธัมโม อย่า ต่อปากต่อคำให้มากความ สังโฆ อย่าได้เก็บมาใส่ใจคนพรรค์นั้น ตอนนี้ฉันควรสนใจความรู้สึกของขวัญข้าวมากกว่า ไม่นึกเลยว่า บุรุษผู้มีรอยยิ้มต้อนรับแขกอย่างอลัน จะทำตาขวางไม่พอใจใส่ขวัญข้าว’

            หลังจากนั้นทุกคนก็ลงมือทานอาหารมื้อค่ำ มีเพียงแค่นายจ้าง กับคุณหมอที่ทานอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนน้องชายของนายจ้างเหล่ตามอง แม่อุ้มบุญเป็นระยะอย่างไม่ไว้ใจปนกับความไม่เข้าใจในตัวเอง จนคนที่ถูกมองได้แต่เขี่ยข้าวในจานไปมาอย่างไม่รู้สึกอยาก

.................................

สั่งซื้อกดเลยจ้า  



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น