มาเฟียร้ายพ่ายแผนรัก (อีบุ๊ค)

ตอนที่ 22 : บทที่ 12 ผ่อนคลาย(50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    29 พ.ค. 63

ต่อค่า... ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ 


 

      เดนิสเดินจูงมือแพรไหมเข้ามาในห้องขนาดใหญ่ที่มีไว้สำหรับฝึกซ้อมยิงปืน ภายในห้องมีอุปกรณ์ครบครัน กิจกรรมเพื่อคลายเครียดสำหรับเขา ทุกอาทิตย์เขาจะต้องมาฝึกซ้อมเพื่อไม่ให้ฝีมือตก การฝึกฝนเป็นประจำมันช่วยได้มาก ถึงแม้จะมีบอดี้การ์ดที่มีฝีมือดีคอยคุ้มกันอยู่แล้วก็ตาม แต่เรื่องความปลอดภัยของตัวเอง ถ้าเจ้าตัวไม่มีพื้นฐานด้านการต่อสู้มันก็อาจจะทำให้คู่อริเห็นเป็นช่องโหว่ได้ อีกอย่างการยิงปืนก็เป็นงานอดิเรกที่เขาชื่นชอบด้วย เขาจึงเนรมิตห้องนี้ตามความต้องการของตัวเอง ทุกอย่างจึงออกมาสวยงามตามใจปรารถนา
“นี่อย่าบอกนะ...ว่ามันเป็นกิจกรรมผ่อนคลายของคุณน่ะ”
แพรไหมรั้งแขนแกร่งเอาไว้ไม่ให้เดินต่อ เธอเกลียดพวกวัตถุอันตรายที่ส่งเสียงดังทุกชนิด โดยเฉพาะเสียงปืน
“ใช่ เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เดนิสถามขึ้น เขารับรู้ถึงปฏิกิริยาของหญิงสาว ที่แสดงออกมาผ่านสายตาที่ตื่นตระหนกเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในห้อง
“คือ...ฉันไม่ได้มีปัญหาอะไร แค่สงสัยเท่านั้น” คุณหมอคนสวยส่ายหน้าไม่ยอมรับ เรื่องอะไรเธอจะเปิดเผยให้ชายหนุ่มรู้ถึงความกลัวของตัวเองกันเล่า
“ก็ดี ไปกันเถอะ ฉันอยากประลองฝีมือจะแย่อยู่แล้ว”  ชายหนุ่มพยายามกลั้นขำ เมื่อถูกมือบางกระตุกชายเสื้อเอาไว้
“ฉันว่าคุณน่าจะไปว่ายน้ำ ดูหนัง หรือว่าขี่ม้าอะไรแบบนี้ น่าจะช่วยให้ผ่อนคลายได้มากกว่านะ”
“ฉันเป็นมาเฟียนะแพรไหม ไอ้กิจกรรมที่เธอบอกมาเนี่ย มันมีไว้สำหรับพวกผู้ดีเขาทำกัน ไหนเธอบอกว่าไม่มีปัญหาอะไรไงล่ะ”
ดวงตาคู่คมหรี่มองอย่างจับผิด หน้าตาเขาเป็นลูกคุณหนูขนาดที่จะต้องไปทำกิจกรรมไร้สาระแบบนั้นเลยเหรอ
“ใครจะไปรู้ล่ะ” คุณหมอคนสวยแสร้งพูดไปเรื่อยเปื่อยเพื่อถ่วงเวลา “ฉันก็เห็นพวกพระเอกในนิยายเขาทำกันแบบนี้ทั้งนั้น” 
“ฉันไม่ใช่พระเอก ที่สำคัญ ฉันไม่เอาเวลาไปทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอก เธอน่าจะรู้นะว่าไอ้กิจกรรมที่บรรดาพระเอกของเธอทำน่ะ ทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่แสนดีของตัวเอง สุดท้ายมันก็กินนางเอกอยู่ดีนั่นแหละ” รอยยิ้มมีเลศนัยผุดขึ้นมา
“บ้า! คนไม่มีความโรแมนติกอย่างคุณจะไปรู้อะไร” 
แพรไหมย่นจมูก ถึงจะเป็นแค่ภาพลักษณ์ แต่มันก็ดูดีไม่ใช่หรือไร
“ไร้สาระน่า แพรไหม” เดนิสบอกปัดอย่างเจ้าเล่ห์
“สมัยนี้เขาไม่พากันไปเดตแล้ว ถูกใจก็พากันเข้าห้อง ง่ายๆ ตาม กระแสโลกาภิวัตน์”
“พวกไม่จริงใจ” แพรไหมฉวยโอกาสเดินหนีหน้าตาย 
“จะไปไหน มานี่เลย เธอกำลังนอกเรื่องใช่ไหมยายคนเจ้าเล่ห์” 
เดนิสฉุดแขนบางเอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหนีกลับไปทางเดิมที่เดินเข้ามา ริมฝีปากหยักยกยิ้มอย่างรู้ทัน ‘เนียนได้ตลอดจริงๆ ขอเอาคืนบ้างละกันที่ปล่อยให้ฉันต้อง ค้าง...’ 
“ฉันไม่ได้นอกเรื่องสักหน่อย” ใบหน้านวลสวยเลิ่กลั่กอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ‘อีตาบ้า ยังจะรู้ทันอีก’ 
เธอว่ามันเนียนแล้วนะ แต่ทำไมมาเฟียวายร้ายถึงสงสัย ทำยังไงดีล่ะ เขาจะต้องล้อแน่ๆ เลย ถ้ารู้ถึงความกลัวของเธอ 
“ไปได้แล้ว เสียเวลาจริงๆ” เดนิสบ่นพึมพำ พลางจูงมือบาง เดินเข้าไปหาลูกน้องที่กำลังเตรียมอุปกรณ์ให้ตัวเองอยู่ รอยยิ้มร้ายกาจถูกเผยออกมาอย่างผู้ชนะ
“คุณเดนิส...” คุณหมอคนสวยหน้าซีด เหงื่อแตกพลั่กๆ สั่น ไปหมดทั้งตัว
เดนิสหันกลับมาถาม เมื่อได้ยินเสียงพึมพำอะไรออกมาสักอย่าง
“เป็นอะไรหรือเปล่า แพรไหม” 
“เอ่อ...ฉันอยากเข้าห้องน้ำน่ะ” เอ่ยบอกเสียงสั่น ตอนนี้เธอกลัวจนฉี่จะราดอยู่แล้ว
“อย่าบอกนะ...ว่าเธอกลัวปืน” ดวงตาคมเป็นประกายพราว ด้วยอารมณ์ขัน แล้วเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น
“ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย”
ปัง ปัง ปัง 
“กรี๊ด!” 
แพรไหมกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนจะโผเข้าไปกอดชายหนุ่มแน่น ใบหน้านวลซุกกับอกแกร่งอย่างขวัญเสีย น้ำตาไหลพราก เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความกลัว
“ไม่มีอะไร ก็แค่เสียงปืน” มือใหญ่ลูบศีรษะทุยเล็กเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
“แค่ได้ไง เสียงมันดังมากเลยนะ” น้ำเสียงอู้อี้สั่นเครือชิดกับอกแกร่ง
“ฉันไม่นึกว่าเธอจะกลัวมากขนาดนี้” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยน
“ฉันไม่ได้กลัว...แค่ไม่ชอบอะไรที่เสียงดังเท่านั้น” 
แพรไหมผละออกจากอกแกร่งทันที มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ ส่งผลให้คนที่เห็นล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“ก็แล้วไป งั้นฉันก็ซ้อมต่อได้สินะ ถ้าเธอไม่กลัว”
“คนบ้า! ทำไมจะต้องแกล้งฉันด้วยนะ” หญิงสาวย่นจมูก รู้ว่ากลัวแล้วยังจะซ้อมอีก แกล้งกันเห็นๆ
“ฉันไม่ได้แกล้งเธอเลยนะแพรไหม ถ้าเธอบอกฉันตั้งแต่แรกว่ากลัว ฉันก็ไม่พาเธอมาหรอก”
“ฉันบอกว่าไม่ได้กลัว แค่ไม่ชอบเสียงมันเท่านั้น” แพรไหมยังคงดื้อดึงไม่ยอมรับ
“น่าเชื่อตายละ” เดนิสส่ายหัวไปมาด้วยความเหนื่อยใจกับความดื้อดึงของคนปากแข็ง
“ฉันไม่ใช่คนป่าเถื่อนอย่างคุณนี่ จะได้ชื่นชอบจนเอามาเป็นงานอดิเรกได้” แพรไหมถลึงตาใส่อย่างไม่ยำเกรง
“ถึงแม้จะอันตราย แต่ก็สามารถป้องกันตัวเราได้ ฉันว่าเธอน่าจะหัดเอาไว้นะ” เดนิสทำหน้าตึงเล็กน้อย
“ทำไมฉันจะต้องหัด ไม่ใช่มาเฟียเสียหน่อย อีกอย่าง ฉันก็ไม่มี ศัตรูที่ไหนด้วย” แพรไหมบอก แค่เห็นเธอก็สั่นแล้ว จะให้เอามือสวยๆ ไปจับเนี่ยนะ แค่คิดก็สยองแล้ว 
“เป็นผู้หญิงก็ต้องรู้จักวิธีป้องกันตัวเองจากอันตรายสิ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันมีหน้าตาเป็นอาวุธ ไม่มีใครกล้ามาทำร้ายได้หรอก”
เดนิสยกมือขึ้นเคาะหน้าผากมน “หน้าตาใสซื่ออย่างนี้ ควรจะรู้จักวิธีการป้องกันตัวเองเป็นที่สุด”
“เชอะ ไม่ต้องมาหลอกด่าฉันเลย” แพรไหมสะบัดหน้าหนีอย่างแสนงอน
“ฉันไม่ได้ด่า เธอไม่รู้หรือไงว่าหน้าตาแบบนี้ พวกบ้ากามมัน ชอบลากไปทำมิดีมิร้าย” มือใหญ่จับใบหน้าเนียนสวยให้หันมาเผชิญหน้ากับตัวเอง
“คุณไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าฉันจะโดนลากคงโดนไปนานแล้ว” แพรไหมย่นจมูก อย่างเธอเนี่ยนะจะโดนลาก เธอว่าเธอจะไปลากผู้ชายมาทำมิดีมิร้ายมากกว่าเสียอีก ก็ในเมื่อผู้ชายมันหันไปชอบเพศเดียวกันจนเกือบหมดโลกเสียแล้ว
“ไม่รู้แหละ...ยังไงเธอก็ต้องฝึก” เดนิสพูดอย่างเอาแต่ใจ
“เอาไว้วันหลังได้ไหม” แพรไหมต่อรองพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนให้ 
“ก็ได้ งั้นเธอไปนั่งดูเฉยๆ ก็แล้วกัน” เดนิสยอมอย่างเสียมิได้ เมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แพรไหมจึงเดินไปนั่งตามที่มาเฟียวายร้ายสั่ง
จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง แต่ยังไม่มีวี่แววว่าชายหนุ่มจะหยุดฝึกซ้อม การได้ฝึกฝนอยู่เป็นประจำทำให้ฝีมือของเขาไม่ตก หรือเพราะ ต้องการจะโชว์ให้แพรไหมได้เห็นว่าเขามีฝีมือระดับไหน
“ให้มันได้อย่างนี้สิ...แพรไหม” เดนิสบ่นพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อเห็นหญิงสาวหลับอยู่บนโซฟาชายหนุ่มส่งปืนและอุปกรณ์ป้องกันตัวคืนให้ลูกน้องเพื่อยุติการฝึกซ้อม แล้วก็เดินเข้าไปหาร่างบางที่นอนอย่างสบายในห้องรับรอง เดนิสมองหญิงสาวที่หลับอย่างมีความสุขเป็นเวลานาน ก่อนที่จะเอื้อมมือเกลี่ยผมที่ปรกหน้าออกให้อย่างอ่อนโยน
“เวลาเธอหลับแล้วเหมือนเด็กน้อยมากเลยนะ”
เดนิสจัดท่านอนหญิงสาวให้นอนหนุนตักตัวเองเพื่ออีกฝ่ายจะได้ไม่เมื่อยตัว สายตาคมจ้องมองใบหน้านวลสวยอย่างมีความสุข มือหนาบิดจมูกรั้นสวยด้วยความมันเขี้ยว
“อือ...” หญิงสาวครางประท้วงเมื่อมีคนมารบกวนการนอน ตามด้วยส่ายหน้าหนีอย่างรำคาญ
“หึ! ถ้าฉันจะปลุก เจ้าหญิงนิทราจะตื่นมาโวยวายหรือเปล่านะ” เดนิสบ่นพึมพำ ไม่รอช้ารีบก้มลงจุมพิตริมฝีปากสีกุหลาบเพื่อที่จะปลุกคนขี้เซาแต่กลับไม่ได้ผล เมื่อหญิงสาวทำเพียงแค่ส่งเสียงประท้วงอย่างรำคาญเท่านั้น เห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงปล่อยให้หญิงสาวได้อยู่ในโลกนิทราของตัวเองต่อไป
การกระทำของนายใหญ่ส่งผลให้บรรดาลูกน้องที่ฝึกซ้อมอยู่ ต่างพากันมองด้วยความแปลกใจ ไม่นึกว่าเจ้านายที่แสนเย็นชาจะมีมุมน่ารักแบบนี้กับเขาด้วย ลูกน้องคนสนิทยิ้มอย่างยินดี
แพรไหมเดินตามเดนิสเข้ามาในห้องนั่งเล่น หลังจากที่เธอนั่งรอชายหนุ่มฝึกซ้อมยิงปืนได้สักพักหนึ่งก็เผลอหลับไป พอตื่นมาก็รู้สึกเขินอาย เมื่อตัวเองนอนหนุนตักมาเฟียวายร้ายตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจจะ รู้ได้ แถมตอนท้ายคนเจ้าเล่ห์ยังทวงค่าตักของเขาด้วยจูบอีก เธอว่าตอนนอนก็นอนเองนะ แต่พอตื่นขึ้นมาเธอนอนหนุนตักเขาได้อย่างไรกัน พอปล่อยให้มาเฟียวายร้ายจูบจนพอใจแล้ว เขาก็พาเธอออกจากห้องฝึกซ้อมยิงปืน
“ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยแพรไหม” เดนิสถามขึ้นด้วยความสงสัย
“คนบ้า...” แพรไหมหน้าแดงด้วยความเขินอาย เมื่อยังไม่ลืมเรื่องที่เกิดที่ขึ้นก่อนหน้า
‘คนหน้าด้าน ไม่คิดจะอายพวกลูกน้องบ้างเลยหรือไง’ เขาไม่อายแต่เธออาย 
“จะอายทำไม ฉันยังไม่เห็นอายเลย” ชายหนุ่มยิ้มระรื่น 
“ฉันไม่ได้หน้าด้านแบบคุณนี่” แพรไหมเบ้ปากใส่ชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้ 
“เดี๋ยวอีกหน่อยเธอก็ชิน” สงสัยเขาต้องจูบให้บ่อยขึ้นแพรไหมจะได้ชิน 
“ดูเหมือนคุณจะอารมณ์ดีแล้วนะ ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนก็แล้วกัน” 
“ก็ดีอยู่นะ...รู้สึกเหมือนอิ่มทิพย์ แต่ก็ไม่ค่อยจะเต็มกระเพาะสักเท่าไร” 
เดนิสเลียริมฝีปากตัวเองไปมาอย่างเชิญชวน 
“บ้า...ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว” แพรไหมหนีออกจากห้องนั่งเล่น เดนิสจึงเดินตามหลังออกมา
“น้องขวัญ คุณอลัน ถืออะไรกันมาเยอะแยะคะ” 
แพรไหมร้องถาม เมื่อเห็นทั้งสองเดินถือข้าวของเต็มไม้เต็มมือ เธอยื่นมือไปช่วยขวัญข้าวถือของ แต่ก็ช้ากว่าเดนิสที่ฉวยเอาข้าวของมาถือไว้เสียก่อน แพรไหมมองค้อนชายหนุ่มอย่างอดไม่ได้ ‘ยังจะตามมาอีก’ 
“ขวัญจะทำอาหารไทยน่ะค่ะ” ขวัญข้าวเอ่ยบอก 
“พี่อยากกินพอดีเลย ไปค่ะ เดี๋ยวพี่ช่วย” แพรไหมยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่ได้ยินคำว่าอาหารไทย
“เธอทำอาหารเป็นด้วยเหรอ แพรไหม” เดนิสเอ่ยถามด้วยความแปลกใจปนสงสั
“เด็กหอเก่าแบบฉันทำไมจะทำไม่เป็น ไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม ต้มมาม่าฉันทำเป็นหมดนั่นแหละ” เสียงใสเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ 
“มันเรียกว่าเมนูอาหารเหรอ ไอ้เมนูไข่กับต้มมาม่าของเธอน่ะ” เดนิสเลิกคิ้วสูง
“คนแบบคุณจะไปรู้จักได้ยังไง” พูดจบก็หันไปหาอลัน 
“มาค่ะ คุณลูฟ ฉันช่วย”
อลันส่งของให้คุณหมอช่วยถือบางส่วน จากนั้นแพรไหมก็เดิน นำทุกคนเข้าไปในห้องครัวทันที
เดนิสเดินตามด้วยใบหน้าตาบึ้งตึงอย่างไม่พอใจที่เห็นคุณหมอคนสวยสนใจน้องชายมากกว่า
“ขวัญว่าจะทำผัดผัก ไข่เจียว แล้วก็ต้มยำค่ะ แต่ไม่รู้ว่าคุณเดนิสกับคุณอลันจะทานได้หรือเปล่า” ขวัญข้าวเอ่ยอย่างเป็นกังวล หญิงสาวทั้งสองช่วยกันนำวัตถุดิบออกมาวางบนโต๊ะ 
“น้องขวัญก็ทำแกงจืดให้ทั้งสองคนทานด้วยสิคะ” แพรไหมแนะนำ
“ก็ได้ค่ะ” ขวัญข้าวระบายยิ้ม
“ถ้ามีข้าวสวยด้วยคงเป็นมื้อที่สุดยอดเลยนะคะ” 
แพรไหมทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย
“จริงด้วยค่ะ...ขวัญก็ว่าลืมอะไร ที่แท้ก็ข้าวสวยนี่เอง” 
ขวัญข้าวยิ้มแหยๆ กับความขี้หลงขี้ลืมของตนเอง เธอนั่งนึกตั้งนานว่าลืมอะไร ที่แท้ก็ข้าวสวยนี้เอง มีกับข้าว แต่ไม่มีข้าวสวยร้อนๆ จะได้รสชาติได้อย่างไรกัน
“มีอะไรหรือเปล่า” เดนิสถามขึ้นอย่างสงสัย เขาเห็นทั้งสองคุยกัน ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน แต่หน้าตาที่ผิดหวังของทั้งสองทำให้เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“นั่นสิ...มีอะไรหรือเปล่าขวัญข้าว ถ้าต้องการอะไรเพิ่ม ฉันจะให้ลูกน้องไปจัดหามาให้” อลันเอ่ยบอก
“ฉันลืมข้าวสวยน่ะค่ะ” ขวัญข้าวเอ่ยบอกให้ชายหนุ่มทั้งสองทราบ 
“ก็แค่ข้าวสวยเอง เดี๋ยวฉันให้พ่อบ้านจัดการให้” เดนิสพูดขึ้น นึกว่าอะไร ก็แค่ข้าว ทำไมถึงได้ทำหน้าตาผิดหวังกันขนาดนั้นก็ไม่รู้
“คุณรู้เหรอว่าข้าวสวยคืออะไร” แพรไหมอดที่จะถามออกมาไม่ได้ เมื่อได้ยินชายหนุ่มบอกอย่างกับเป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะหามา
“ทำไมฉันจะไม่รู้จัก ไอ้เม็ดสีขาว เวลาหุงออกมาแล้วหอมนุ่ม น่าทานจะตาย” เดนิสยิ้มยามที่นึกถึงแม่เลี้ยง เขารู้จักอาหารไทย ก็เพราะแม่เลี้ยงที่เขากับน้องชายยอมรับเป็นแม่คนที่สองด้วยความเต็มใจ
“ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะรู้จักอาหารไทยด้วย” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด นี่เธอเคยรู้เรื่องราวอะไรในชีวิตเขาบ้างไหม ไม่มี เลยใช่ไหม เธอไม่เคยรับรู้เรื่องของเขาเลยสักอย่าง แพรไหมถอนหายใจ อย่างเหนื่อยในหัวใจ
“คนแบบเธอจะไปรู้อะไร วันๆ ก็เอาแต่ศึกษาเรื่องบนเตียงของฉัน” เดนิสพูดเหน็บแนม
“เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับหน้าที่ ฉันก็ต้องรู้ไว้ ส่วนเรื่องที่นอกเหนือจากหน้าที่ ทำไมฉันจะต้องรู้ด้วยล่ะ” จู่ๆ หญิงสาวก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมา ที่ไม่ได้รู้เรื่องราวส่วนตัวของเขาเลย
“นั่นมันก็เรื่องของเธอ” เดนิสบอกเสียงห้วน รู้สึกหงุดหงิดที่ เห็นว่าสิ่งที่แพรไหมต้องการรู้เป็นเพราะหน้าที่เพียงเท่านั้น ไม่มีความรู้สึกอะไรแอบแฝง
ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาขวัญข้าว ไม่สนใจแพรไหมที่กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง
“มีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้นะขวัญข้าว วันนี้ฉันจะเป็นลูกมือให้เธอเอง”
“ถ้างั้นขวัญไม่เกรงใจนะคะ” ขวัญข้าวยิ้มหวาน ก่อนจะหยิบผ้ากันเปื้อนส่งให้ เดนิสนำมาสวมอย่างคล่องแคล่ว ด้วยความที่เคยเป็นลูกมือของแม่เลี้ยงบ่อยๆ ก็เลยรู้ว่าต้องทำอย่างไร
“จัดมาเลยครับ แม่ครัวหัวป่า” เดนิสยิ้ม ส่งผลให้แม่ครัวจำเป็นหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่กับความตั้งใจของนายจ้าง
“งั้นผมไปบอกพ่อบ้านเรื่องข้าวก่อนก็แล้วกัน” อลันพูดขึ้น เขาไม่สามารถทนมองความสนิทสนมของทั้งสองได้อีกต่อไป ตกลงพี่ชายจะเอาอย่างไรกันแน่ หรือว่าที่เขาคิดมันจะไม่ใช่แบบนั้น
“ฉันไปด้วย” แพรไหมเอ่ยบอก นี่คือความต้องการของเธอ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เธอก็ไม่สามารถที่จะมองภาพของความสนิทสนมของทั้งสองได้
“นายกับแพรไหมไปจัดการเรื่องข้าวแล้วกัน ส่วนพี่กับขวัญข้าวจะจัดการเรื่องอาหารเอง” เดนิสเอ่ยไล่ทั้งสอง ดวงตาคมมองตามอย่างครุ่นคิด แพรไหมพอได้ยินถึงกับนิ่งไปพักหนึ่ง ส่วนน้องชายนั้นไม่ต้องพูดถึงหน้าสลดลงไปเลย ที่เขาต้องทำแบบนี้ เพราะต้องการกระตุ้นให้ ผู้เป็นน้องเข้าใจหัวใจของตัวเอง สำหรับแพรไหม เขาก็อยากให้เธอรู้สึก หึงหวงเขาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ประเคนเขาให้แก่ขวัญข้าว เขาเข้าใจว่าหล่อน อยากให้เด็กเกิดมาจากความรักของพ่อกับแม่ แต่บางทีหญิงสาวอาจจะ ไม่ทันคิดว่าเขากับแม่อุ้มบุญไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันคนที่เขาอยากจะลึกซึ้งด้วยคือแพรไหมต่างหาก ดูเหมือนหล่อนก็รู้ แต่ทำไมถึงนิ่งเฉย ไม่ยอมเข้าใจเสียที หรือว่าเขาแสดงออกน้อยเกินไป หล่อนถึงมองไม่เห็น
“คุณเดนิสคะ คือว่า...” ขวัญข้าวรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก เธอกลัวทั้งสองจะเข้าใจผิด
“ฉันรู้ ขวัญข้าว ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันเชื่อว่ามันจะดีเอง”
ได้ยินดังนั้นขวัญข้าวก็ลงมือทำอาหาร ทั้งสองใช้เวลาในการทำอาหารเกือบชั่วโมงก็เสร็จ เดนิสสั่งให้เด็กรับใช้นำอาหารไปขึ้นโต๊ะ เพื่อที่จะได้รับประทานอาหารเย็น
“แพรไหมกับอลันอยู่ไหน” เดนิสเอ่ยถามลูกน้องคนสนิท ตั้งแต่ทั้งสองคนออกไปก็ไม่กลับเข้ามากันอีกเลย มันทำให้คนเจ้าแผนการเริ่มหงุดหงิด
“จัดโต๊ะอยู่ที่ห้องอาหารครับ” ได้คำตอบแล้ว ชายหนุ่มก็พาขวัญข้าวไปที่ห้องอาหารทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น