มาเฟียร้ายพ่ายแผนรัก (อีบุ๊ค)

ตอนที่ 13 : บทที่ 7 หลงกล (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    3 เม.ย. 63

ต่อค่า... ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ



บทที่ 7 หลงกล 

            อลันจูงมือขวัญข้าวเดินเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว ก่อนเอื้อมมือไปกดหมายเลขชั้น เพื่อขึ้นไปห้องทำงานที่อยู่ชั้นบนสุดชายหนุ่มมองหญิงสาวที่ถอยไปชิดติดผนังอีกด้านหนึ่งของลิฟต์อย่างไม่เข้าใจตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจด้วยความหนักใจ เมื่อตอนบ่ายพี่ชายเรียกเขาเข้าไปพบ ด้วยเรื่องที่ไร้สาระมากในความคิดของเขา พี่ชายอยากจะรู้ว่ายายแม่อุ้มบุญ ผ่านการฉีดสิ่งสำคัญเข้าไปแล้วหรือยัง พอได้ยินคำขอของพี่ชายเขา ก็ปฏิเสธออกไปทันที ด้วยไม่ต้องคิดให้เปลืองสมอง แต่เหมือนว่าตอนนี้ ร่างกายและหัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศวาจาตัวเองเสียได้ เขายอมรับว่าไม่เคยเกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับผู้หญิงคนไหนได้อย่างง่ายดายเหมือนกับแม่อุ้มบุญของพี่ชาย หล่อนเทียบกับเหล่าคู่ขาของเขาแทบจะไม่ติด แต่ทำไมเขาถึงมีความรู้สึกไม่ชอบไปพร้อมๆ กับความต้องการด้วยนะ หล่อนทำให้คนที่มั่นใจในตัวเองเช่นเขาต้องเก็บเอามาคิด และก็ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เขาจึงต้องหาคู่ควงเพื่อที่จะไม่ต้องคิดถึงเรื่องของหล่อน แต่ที่ไหนได้ มันกลับไม่สามารถช่วยอะไรเลย ในเมื่อหัวสมองอันชาญฉลาดของเขา เอาแต่คิดถึงเรื่องนี้ พอเห็นหล่อนอยู่กับผู้ชายคนอื่นเท่านั้นแหละ ไอ้ความคิดที่ไม่อยากทำหลุดหายไปจากวงโคจร เหลือเพียงความอยากพิสูจน์ เขาไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมายุ่งกับหล่อนเป็นแน่

            ขวัญข้าวเบือนหน้าหนีนัยน์ตาสีอำพันที่กำลังจดจ้องเธออย่างไม่ละสายตา ‘คนไม่มีมารยาท จ้องอยู่ได้ ไม่คิดที่จะพูดหรือบอกให้ฉันรู้สักนิดหรือไงว่าจะพาไปไหน เอาแต่ลากจูงเหมือนกับเป็นสิ่งไม่มีชีวิต พอจะถามก็ทำตาดุใส่จนไม่กล้าถาม’ 

            “ฉันกำลังมองเธออยู่นะขวัญข้าว อย่าเสียมารยาทสิ” 

            น้ำเสียงหงุดหงิดดังขึ้นอย่างไม่พอใจ ทำให้คนที่ไม่มีมารยาท หันไปทำตาขวางใส่คนพูด 

            ‘มีมารยาทมากเลยนะ จ้องคนอื่นไม่กะพริบตาแบบนี้’

            อลันยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ทำไม...ไม่พอใจหรือไง” มือใหญ่คว้าเอวบางเข้ามาปะทะอกกว้าง

            “ว้าย ปะ...ปล่อย ฉันนะ”

            หญิงสาวพยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนแกร่ง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งดิ้นเท่าไร เขากลับรัดแน่นขึ้นจนรู้สึกอึดอัด 

            “ฉันเจ็บ” 

            ได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มจึงคลายวงแขนออกเล็กน้อย

            “เธอมีอะไรดี ฮึ ขวัญข้าว ทำไมพี่ใหญ่ถึงได้เลือกเธอ”

            น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบถามที่ข้างหูพร้อมกับเผลอสูดกลิ่นหอม อ่อนๆ จากเนื้อกายสาวอย่างอดใจไม่ไหว

            “คุณอลัน...ปล่อยฉันก่อนค่ะ” ขวัญข้าวบอกด้วยแววตาขอร้อง ในขณะที่หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก

            “กลิ่นหอมๆ ของเธอมันติดจมูกฉันอย่างกับสารเสพติด พอไม่ได้กลิ่นนี้ฉันเหมือนจะลงแดงตาย เธอต้องได้รับการลงโทษ”

            น้ำเสียงแหบพร่ากล่าวโทษคนในอ้อมกอด ให้ตายสิ ขวัญข้าวทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ อยากจะถอดเสื้อผ้าแล้วก็จัดการมันตรงนี้เลย ทำไมความต้องการของเขาถึงรุนแรงได้ขนาดนี้นะ

            “ฉันไม่ได้...อื้อ” พูดยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกปิดปากเสียก่อน ชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปหาความ หวานในโพรงปากนุ่มอย่างช่ำชอง จูบนั้นเร่าร้อนแต่ผสมปนเปไปด้วยความอ่อนหวาน ส่งผลให้คนที่ไม่มีประสบการณ์ถึงกับตัวอ่อนระทวย หลับตาพริ้มเคลิ้มตามรสจูบอย่างลืมตัว ต่างฝ่ายต่างดื่มด่ำกับรสชาติของกันและกันจนไม่ได้ยินเสียงลิฟต์ที่ดังเตือนว่าถึงชั้นที่ต้องการแล้ว

            “บอสคะ นี่มันในลิฟต์นะคะ ทำอะไรนึกถึงผลที่จะตามมาด้วยสิคะ” เสียงเอ่ยเตือนค่อนข้างไม่พอใจดังขึ้น แต่เหมือนว่าเสียงนั้น จะไม่ได้ทำให้ผู้เป็นนายสนใจละจากริมฝีปากที่ครอบครองอยู่ในขณะนี้ แตกต่างจากผู้ถูกกระทำที่ยกมือบางขึ้นทุบอกแกร่งประท้วงให้ออกห่าง

            อลันผละออกจากริมฝีปากนุ่มแสนหวานอย่างเสียดาย ก่อนจะสบถคำหยาบออกมาอย่างเสียอารมณ์ที่มีคนมาขัดจังหวะ 

            “แล้วไง...ถ้ามีผลตามมาแสดงว่าคุณทำงานไร้ประสิทธิภาพ” เขาเอ่ยบอกด้วยเสียงห้วนจัด รู้สึกโมโหเลขาฯ สาวที่เข้ามาขัดจังหวะ แต่พอได้เห็นร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดแทบจะสิงร่างของตน ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างชอบใจ

            “ดึกแล้วทำไมยังไม่กลับอีก”

            “กำลังจะกลับค่ะ” เลขาฯ สาวตอบพลางยิ้มหวานส่งให้เจ้านาย

            อลันทำเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย นัยน์ตาสีอำพันก้มลงมองคนตัวเล็กที่พยายามขืนตัวออกจากอ้อมแขนอย่างไม่พอใจ มือแกร่งจึง ต้องโอบเอวบางเอาไว้แน่น

            เลขาฯ สาวตวัดหางตามองหญิงสาวที่แนบชิดกับเจ้านายพร้อมครุ่นคิดด้วยความอิจฉาริษยาอยู่ในใจ

            “ริก้าว่าบอสน่าจะพาแม่สาวน้อยคนนี้ไปต่อกันในห้องนะคะ... ดูเหมือนว่าเธอคงจะยังไม่จบ” เลขาฯ สาวพูดพร้อมส่งสายตาเหยียดหยามให้หญิงสาวในอ้อมกอดเจ้านาย พลางเบ้ปากส่งให้อย่างไม่พอใจ

            “ช่วยไม่ได้นะ ก็ใครใช้ให้เจ้านายคุณน่ากอดน่าฟัดกันล่ะ”

            ขวัญข้าวเชิดหน้าขึ้นตอบ หล่อนเป็นใคร ทำไมถึงมาดูถูกกันได้ขนาดนี้ หน้าตาก็สวย แต่ความคิดนั้นน่าเกลียดสิ้นดี

            “ดูท่าคงจะเป็นวัตถุอันตรายนะคะ”

            ขวัญข้าวพยายามปั้นหน้ายิ้ม

            “ขอบคุณค่ะที่บอก ฉันจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของฉัน ก่อนที่จะว่าคนอื่นหัดก้มมองดูตัวเองเสียบ้าง ถ้ามันดีพอที่จะว่าคนอื่นได้ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่ดูแล้วคุณมันก็ไม่ต่างจากฉันเท่าไรนักหรอก”

            ขวัญข้าวถือโอกาสสั่งสอนเลขาฯ สาวไปในตัว

            “อ๋อ คงจะแตกต่างกันตรงที่เจ้านายคุณเขายอมให้ฉัน แต่คุณน่าจะขอคำแนะนำจากฉันมากกว่ามาหาเรื่องฉันแบบนี้”

            หญิงสาวส่ายหน้าอย่างเอือมระอาทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องชอบ ดูถูกคนอื่นกันหมด ถ้าได้เป็นคู่กันโลกคงจะวิบัติน่าดู นี่ก็อีกคน ยังไม่ปล่อยเธออีก แม่เลขาฯ นั่นแยกเขี้ยวใส่เธออีกแล้ว ไม่รู้บรรดาแม่ผู้หญิงเหล่านั้นชอบไปได้อย่างไร คนแบบนี้ยกให้เธอฟรีๆ ยังต้องคิดหนักเลย หญิงสาวจิกสายตาส่งให้คนเจ้าเสน่ห์อย่างไม่พอใจปนหึงหวง

            “นี่หล่อน!” เลขาฯ สาวกำมือแน่นด้วยความแค้นใจ อยากจะกระชากตัวผู้หญิงปากดีตรงหน้ามาตบสักทีสองทีให้หายแค้น

            “เอาละ...เลิกเถียงกันได้แล้ว” อลันส่งสายตาดุเตือนเลขาฯ สาว พร้อมกับเอ่ยปากไล่ด้วยน้ำเสียงห้วนจัด “กลับไปได้แล้ว”

            “บอสคะ!”

            “ถ้ายังอยากทำงานที่นี่ต่อ ก็ทำตามที่ฉันสั่ง” ผู้เป็นนายเอ่ยเตือนเสียงต่ำ

            “ค่ะ” เลขาฯ สาวหน้าเปลี่ยนสี ตอบรับอย่างจำยอม ถ้าเธอยังอยากทำงานกับชายหนุ่มอยู่ก็ต้องเลิกหวังลมๆ แล้งๆ สินะ อิจฉาผู้หญิง คนนี้จริงๆ หล่อนจะรู้ไหมนะว่าเจ้านายของเธอไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหน ขึ้นมาบนนี้ ขนาดคนที่มาติดต่อเรื่องงานยังมีห้องรับรองอยู่อีกชั้นหนึ่ง เธอเป็นถึงเลขาฯ ยังทำงานคนละชั้นกับเจ้านายเลย หล่อนคงจะสำคัญกับเจ้านายมากสินะ คิดได้ดังนั้นเลขาฯ สาวก็รีบเดินเข้าไปในลิฟต์เพื่อที่ จะได้กลับบ้านไปด้วยหัวใจที่แห้งเหี่ยว

            “ไม่แรงไปหน่อยเหรอคะ” ขวัญข้าวมองตามเลขาฯ สาวที่เดินคอตกกลับไปด้วยความรู้สึกสงสาร ชายหนุ่มก็พูดแรงเกินไป ไม่รู้เลยหรือไรว่าเลขาฯ สาวคิดอย่างไรกับตัวเอง

            “หรือเธอจะยอมให้หล่อนฉีกอก ฮึ ฉันไม่ยอมหรอกนะ”

            อลันมองขวัญข้าวอย่างโมโห เขาเป็นคนช่วยไว้แท้ๆ ยังจะไปปกป้องคนแบบนั้นอีก เขารอโอกาสที่จะสลัดแม่เลขาฯ นี้ออกไปตั้งนานแล้ว ในเมื่อหล่อนไม่ยอมทำตามข้อตกลงของเขาก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บหล่อนเอาไว้

            “คุณหมายถึงอะไร” ขวัญข้าวงุนงงกับคำพูดของชายหนุ่มที่พูดออกมา แล้วเขาจะไม่ยอมเรื่องอะไร ถึงอย่างไร เธอก็ไม่ปล่อยให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ เหมือนกันหรอกนะ บ้าหรือเปล่า

            “ยืนบื้ออยู่ทำไม...อยากจะฟัดฉันไม่ใช่เหรอ แม่สาวไวไฟ”

            อลันฉวยโอกาสจูงมือบางเดินเข้าไปในห้องทำงานของตน

            “ปล่อยค่ะ” ขวัญข้าวสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม

            “ไม่อยากฟัดฉันแล้วเหรอ” อลันยิ้มกรุ้มกริ่มทอดตามองอย่างล้อเลียน

            “คุณกับลูกน้องนี่เหมือนกันจริงๆ เลยนะ เรื่องดูถูกคนอื่นเนี่ย” ขวัญข้าวสะบัดแขนออก แล้วเดินหนีไปนั่งบนโซฟา

            “ไม่เอาน่า...ฉันไม่ได้คิดที่จะดูถูกเธอเลย” ร่างสูงเดินตามไป นั่งข้างๆ คนงามที่ทำหน้างอพร้อมกับอธิบายให้เข้าใจ

            “คุณไม่ได้คิด...แต่สายตากับการกระทำของคุณมันบ่งบอก”

            “ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย” อลันปฏิเสธ ‘เอ๊ะ หรือว่าทำ ไม่จริง ขวัญข้าวกำลัง ปรักปรำฉัน ไม่มีทางหรอก สวยหวานไปทั้งตัวแบบนี้ ฉันจะดูถูกได้ยังไงกัน’ 

            “ช่างเถอะ” เสียงเล็กเอ่ยตัดบท “คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ”

            อลันทำหน้าเครียดพลางถามในสิ่งที่ตัวเองกำลังวิตก

            “เธอท้องจริงหรือเปล่า ขวัญข้าว”

            “เอ่อ...ฉันไม่รู้ค่ะ ต้องรอดูรอบประจำเดือนของเดือนหน้า”

            ขวัญข้าวก้มหน้าพูดเสียงเบา เขาลากเธอมาที่นี่เพื่อที่จะถามถึงเรื่องนี้เนี่ยนะ เป็นไปได้อย่างไรที่คนอย่างอลันจะสนใจเรื่องนี้ หรือว่าจะเป็นแผนการของนายจ้าง แล้วเธอจะทำอย่างไรดี นึกเป็นห่วงคุณหมอขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง

             “เธอไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม” มือใหญ่เชยคางมนให้เงยขึ้นสบตา

            “เอ่อ...ฉันจะไปโกหกคุณทำไม” ใบหน้าสวยหวานเห่อแดงขึ้นทันที เมื่อเห็นสายตาคมที่จ้องมองอย่างไม่วางตา

            “แน่ใจนะ” มือใหญ่ดันร่างบางให้นอนราบไปกับโซฟาตัวยาว แต่เมื่อร่างหนาจะตามลงไปทาบทับ หญิงสาวก็ยกมือขึ้นยันอกกว้างไว้ 

            “ฉันพูดจริงๆ ค่ะ” ขวัญข้าวเอ่ยเสียงสั่น

            อลันจับมือเล็กที่ยันอกเขาไว้แต่แรกให้เลื่อนมาโอบที่ลำคอ เอนกายทาบทับลงไปจนใบหน้าห่างกันแค่คืบ ริมฝีปากหยักจูบแก้มนุ่มที่แดงระเรื่ออย่างอดใจไม่ไหว

            “แต่ฉันไม่เชื่อ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากบาง เด็กน้อย คิดว่าเขาจะเชื่อหรือไร คนอย่าง อลัน อิซนอฟ ไม่มีทางให้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมาหลอกได้ง่ายๆ หรอกนะ มาดูซิว่าจะปากแข็งได้แค่ไหนกันเชียว

            “งะ...งั้นก็ปล่อยสิ” หญิงสาวหันหน้าหนีจมูกโด่งที่คลอเคลียตรงพวงแก้มนุ่ม

            “โนเวย์...ถ้าฉันยังไม่ได้ความจริง เธอก็หมดสิทธิ์ที่จะออกไปจากที่นี่”

            ริมฝีปากคลี่ยิ้มนิดๆ แม่เด็กเลี้ยงแกะตัวน้อย มีอะไรให้เขาทึ่ง ได้ตลอดสินะ เห็นหน้าสวยหวานแบบนี้ ไม่นึกว่าจะซ่อนความใจแข็งและเด็ดเดี่ยวเอาไว้ภายใน

            “ถึงคุณจะทรมานฉันจนถึงตาย ฉันก็ไม่มีความจริงให้หรอก” ดวงตาดำขลับจ้องมองด้วยสายตาว่างเปล่า

            “งั้นก็มาลองดูหน่อยละกัน”

            “อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ”

            ขวัญข้าวพยายามคิดหาทางหนีทีไล่

            ‘ตายหมู่แน่ๆ ยายขวัญ ถ้าเขาจะลงมือทำอะไรจริงๆ ฉันคง ต้องยอมบอกความจริงแน่ๆ ทำยังไงดี คิดสิ คิด’ 

            “ทำไมกลัวหรือไง” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากอย่างถูกใจที่ ได้เห็นหน้าตาที่หวั่นวิตกของคนใต้ร่าง

            “ฉันยอมบอกคุณก็ได้...แต่คุณต้องลุกออกไปก่อน”

            ขวัญข้าวพูดขึ้น เธอกำลังจะทำผิดศีลข้อสี่ แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ พวกเธองานเข้าแน่ๆ หน้าตาของเขาออกจะจริงจังเสียขนาดนั้น

            “จะพูดก็รีบพูด ถ้าไม่พูด ฉันจะได้ใช้วิธีของตัวเอง”

            “ฉันก็รู้เหมือนที่พวกคุณรู้นั่นแหละ” ขวัญข้าวรีบพูดออกมา

            “หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน คุณหมอก็บอกฉันว่าของที่ได้มาอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ”

            “อาจจะ!” อลันขมวดคิ้วฉงน 

            “ค่ะ...พวกเราก็ เลยต้องมาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง” พูดจบก็แอบลุ้นว่าเขาจะเชื่อคำพูดของตัวเองหรือไม่

            “แน่ใจนะ” อลันถามย้ำ 

            “ฉันพูดจริงๆ” ขวัญข้าวยืนยันทั้งคำพูดและหน้าตา

            “ฉันจะเชื่อเธอสักครั้งหนึ่ง...แต่ถ้าเกิดฉันรู้ว่าเธอโกหก ฉันจะลงโทษเธออย่างสาสม” อลันบอกอย่างยอมรับ แต่ก็ไม่ลืมคาดโทษหญิงสาวเอาไว้

            “งั้นก็ลุกออกไปสิคะ” ขวัญข้าวสั่ง แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจ ใดๆ ทั้งสิ้น แถมยังเอาจมูกโด่งคลอเคลียพวงแก้มนุ่มอยู่ไม่ห่าง 

            โครกกก! ครากกก! 

            เสียงท้องร้องที่ดังขึ้นของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเคลิ้มกับความหอมของเนื้อกายสาวเผลอหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ให้มันได้อย่างนี้สิ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเขาแล้ว จะปล่อยเรื่องน่าอายออกมาแบบที่ขวัญข้าวกำลังทำ เสน่ห์ของเขาจะใช้กับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จริงๆ เหรอเนี่ย 

            “หมดอารมณ์สุดๆ” อลันบ่นพึมพำก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นจากร่างบาง

            “บ้า!” ขวัญข้าวหน้าแดงอย่างเขินอาย ขอบคุณความหิว ที่ทำให้เธอรอดพ้นจากเสือร้ายที่จ้องแต่จะฉวยโอกาสกับเนื้อตัวเธอตลอดเวลาก็ว่าได้

            “ถ้าฉันไม่พาเธอไปกินข้าวคงจะใจร้ายน่าดู” อลันยิ้มเล็กน้อย

            “ก็คงจะแบบนั้นละค่ะ” ขวัญข้าวเผลอค้อนชายหนุ่มไปหนึ่งที

            “เธอจะเข้าห้องน้ำก่อนไหม”

            “ก็ดีค่ะ” บอกเสร็จก็ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ เพื่อจะได้สำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง

            อลันมองตามคนที่เดินหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างครุ่นคิด แค่ไม่นานที่ได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวก็ทำให้เขาได้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวหล่อน ที่มันแตกต่างจากที่คิดเอาไว้ตั้งแต่ตอนแรกเป็นอย่างมาก

            ติ๊ด...ติ๊ด... 

            เสียงข้อความจากโทรศัพท์เครื่องหรู ดังปลุกชายหนุ่มที่กำลังคิดอะไรอยู่ ให้รีบหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดดูข้อความที่ส่งมา

            “ร้ายจริงๆ นะพี่ใหญ่” อลันลบข้อความที่อ่านแล้วทิ้งทันที

            “ไปกันหรือยังคะ” ขวัญข้าวเอ่ยถามหลังจากเดินออกมาจากห้องน้ำ 

            “ครับ” อลันสลัดความคิดที่ยังค้างคาออกไปจากหัว จากนั้นก็พาหญิงสาวไปทานข้าว เพื่อที่จะได้กลับไปเคลียร์กับพี่ชายเรื่องข้อความที่ส่งมาให้รู้เรื่อง

            เสือร้ายออกโรงเองแบบนี้...พี่คงจะต้องทำใจว่าถึงยังไงก็คงจะไม่ได้ของที่เป็นของตัวเองคืนมาแน่’ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น