มาเฟียร้ายพ่ายแผนรัก (อีบุ๊ค)

ตอนที่ 12 : บทที่ 6 บทเรียนเล็กๆ น้อยๆ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    26 ก.พ. 63

จบตอนจ้า...



          หญิงสาวแสนสวยที่อยู่ในชุดเดรสสีครีมสายเดียวสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ผมยาวสลวยดำขลับถูกปล่อยยาวจนถึงกลางหลัง ดวงหน้าสวยหวานสะดุดตาจนผู้คนต้องเหลียวหลังมอง ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังก้าวออกจากห้องรับรองส่วนตัวชะงักอยู่กับที่ นัยน์ตาสีอำพันจ้องมองหญิงสาวที่ยืนคุยกับคนขับรถที่พ่วงตำแหน่งมือซ้ายของพี่ชายด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ส่งให้คนขับรถทำให้คนมองก้าวเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่อย่างไม่รู้ตัว

            “จะไปไหนคะลูฟ...นั่นไม่ใช่ทางไปห้องพักคุณนี่นา” 

            นางแบบสาวชื่อดังร้องถามเป้าหมายของตัวเองเสียงหลง พลางตวัดตามองตามเป้าหมายไป อีกแล้วเหรอเนี่ย กว่าจะกำจัดแม่ฮันนาให้ออกจากเป้าหมายของเธอได้ ยังจะมียายหน้าจืดนั่นอีก อย่าหวังว่าใคร ก็ตามจะมาขัดขวางเธอได้ ไม่ว่าอย่างไรวันนี้พ่อแดรกคูลารูปหล่อก็จะต้องตกเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว คิดได้ดังนั้นนางแบบชื่อดังก็ก้าวเดินตามอลันอย่างรวดเร็ว

            “ลูฟคะ...รีบไปกันเถอะค่ะ” นางแบบชื่อดังคล้องแขนชายหนุ่มอย่างสนิทสนม พลางจิกตาส่งให้ยายหน้าจืดอย่างไม่พอใจ

            “มาทำอะไรที่นี่” อลันเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าไม่สนใจเสียงเรียกของนางแบบชื่อดัง

            “เอ่อ...” ขวัญข้าวอ้ำอึ้ง นัยน์ตาคู่สวยมีแววลังเล ทำไมเธอถึงไม่สามารถโกหกผู้ชายคนนี้ได้นะ ความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนนั่นอีก เขาไม่ได้ชอบเธอเลยสักนิด อย่าได้ไปสนใจ คนแบบนี้เลย

            “มา...” มารัตกำลังอ้าปากจะตอบ แต่อลันก็พูดแทรกขึ้นอย่างไม่พอใจ

            “ฉันไม่ได้ถามนาย” เสียงเข้มตำหนิลูกน้องของพี่ชาย 

            “ว่าไงขวัญข้าว...เธอจะให้คนอื่นทำอะไรให้เธอหมดทุกอย่างเลยหรือไง” อลันหันกลับมาถามอย่างเอาเรื่อง ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องหงุดหงิดด้วย

            “ขอโทษครับ” มารัตก้มหัวลงเล็กน้อย เกิดอะไรขึ้นกับนายน้อย ผู้แสนสุนทรีย์ ทำไมถึงได้อารมณ์เสียเหมือนกับว่าไม่พอใจอะไรสักอย่าง แล้วคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณขวัญข้าวนั่นเอง เกิดอะไรขึ้น ทำไม นายน้อยที่เป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงสวยๆ ถึงได้ทำตาขวางใส่คุณขวัญข้าว ที่ไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไร 

            “มาเที่ยวค่ะ” ขวัญข้าวจำใจตอบออกไป

            “มากับใคร” อลันเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ สรุปแล้วหล่อนเป็น คนแบบไหนกันแน่ มองอย่างไรก็ไม่น่าจะเป็นพวกผู้หญิงหิวเงิน จ้องจับผู้ชายรวยๆ หรือว่ามันเป็นการแสดงเพื่อให้ดูอ่อนต่อโลก พวกผู้ชาย จะได้เห็นอกเห็นใจ มารยาหญิงสินะ 

            “คุณแพรค่ะ” ขวัญข้าวถอนหายใจ ทำตัวแปลกๆ ไหนบอกไม่สนใจ ไม่อยากจะรู้จัก แต่ทำไมถึงถามอย่างกับเป็นตำรวจสอบสวนผู้ร้าย อย่ามายุ่งวุ่นวายกับเธออีกคนหนึ่งเลย แค่กันคนขับรถออกจากแผนการของคุณหมอก็เหนื่อยพออยู่แล้ว 

            แล้วคุณแพรอยู่ไหน” 

            ไม่รู้สิคะ” ขวัญข้าวส่ายหัวปฏิเสธ เธอก็กำลังคุยกับนายมารัตอยู่ว่าคุณหมอหายไปไหน ไปเข้าห้องน้ำแค่ไม่นาน กลับมาคุณหมอก็ไม่อยู่ที่เดิมแล้ว

            “อย่าคิดที่จะโกหกฉันนะ” อลันเอ่ยเตือนเสียงต่ำ

            “ฉันจะไปโกหกคุณทำไม” ขวัญข้าวเชิดหน้าบอกอย่างไม่ค่อยจะพอใจ 

            “ลูฟคะ...ไปกันเถอะค่ะ” นางแบบสาวเอ่ยชวนเสียงหวานพลางลูบไล้แขนแกร่งไปมาอย่างเชิญชวน

            “กลับไปซะ วิเวียน” อลันเอ่ยไล่คู่ควงอย่างไม่ไว้หน้า มือแกร่งปลดแขนนางแบบสาวออกอย่างไม่ไยดี 

            “แต่เรานัดกันแล้วนะคะ” นางแบบสาวไม่ยอมล่าถอย 

            “มารัต จัดการด้วย” อลันหันไปสั่งลูกน้องของพี่ชาย แล้วก็ลากแขนขวัญข้าวเดินหายเข้าไปในทางลับส่วนตัวที่สามารถขึ้นตรงไปยัง ห้องทำงานคอร์สตันแกรนด์โฮเต็ลที่ตัวเองเป็นคนดูแลอยู่ 

            กรี๊ดๆๆๆ”

            นางแบบสาวชื่อดังกรีดร้องอย่างไม่พอใจ ยายผู้หญิงหน้าจืด กล้าดีอย่างไรถึงมาฉกเป้าหมายในคืนนี้ของเธอไป กว่าเธอจะได้พบอลัน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย สิ่งที่ลงทุนไปจะเสียเปล่าอีกแล้วหรือ 

            “เกิดอะไรขึ้น พี่มาร์ก” ชัชแมน ลูกน้องคนสนิทของนายน้อย เดินเข้ามาถามเพื่อนพี่ชายที่ยืนอยู่กับนางแบบสาวชื่อดังคู่ขาของเจ้านายในคืนนี้

            “ชะนีโดนทิ้งน่ะ” มารัตยิ้มหยันทั้งสีหน้าและแววตา

            “แก...ฝากไว้ก่อนเถอะ”

            นางแบบสาวได้แต่ชี้หน้าคาดโทษ ไม่กล้าด่าอะไรออกมาเมื่อ คิดได้ว่าคนพวกนี้น่าจะเป็นที่พึ่งของเธอในวันข้างหน้า

            “นายจะจัดการเองหรือให้พี่จัดการ” มารัตส่ายหัวเอือมระอากับพฤติกรรมของนางแบบชื่อดัง พลางหันหน้าไปถามชัชแมนเพื่อจะได้จบเรื่องนี้เสียที

            ผมยังไงก็ได้”

            ชัชแมนยิ้มนิดๆ เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนพี่ชายดี เขาเจอมาทุกรูปแบบ เหล่าคู่ควงของนายน้อยแต่ละคน เรียกว่าที่สุดของความน่าเบื่อ แต่เพื่อนของพี่ชายคงจะไม่หนักเท่าเขา เพราะนายใหญ่ขึ้นชื่อเรื่องความสมบูรณ์แบบ บรรดาคู่ขาแต่ละคนนั้น ต้องคัดสรรเป็นอย่างดี ไม่เหมือน เจ้านายเขาที่เผื่อแผ่ให้กับผู้หญิงสวยๆ ทุกคน

            ฉันมีปัญญากลับเองได้...อย่าลืมค่าเสียเวลาก็พอ”

            นางแบบชื่อดังบอกเสียงห้วน ไอ้พวกบ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้ผลักภาระรับผิดชอบ ก็แค่ลูกน้อง เธอไม่สนอยู่แล้ว สิ่งที่เธอสนคือเจ้านายต่างหาก คอยดูเถอะ โอกาสเป็นของเธอเมื่อไร จะเฉดหัวพวกบ้าๆ นี่ ออกไปให้หมดเลย

            “ผมจะจัดการให้ครับคุณวิเวียน” ชัชแมนเป็นคนบอก เมื่อได้ยินแบบนั้นนางแบบสาวก็ สะบัดก้นเดินหนีชายหนุ่มทั้งสองคนออกไปด้วยความรู้สึกเจ็บใจ

            นายน้อยอยู่ไหนครับ” ชัชแมนเอ่ยถาม

            “พาคุณขวัญข้าวขึ้นไปข้างบน”

            “คุณขวัญมาที่นี่”

            “อืม...มากันหมดเลย ทั้งนายใหญ่ คุณแพรไหม” มารัตบอกพร้อมกับชี้ให้ชัชแมนดู “อยู่นั่นไง”

            “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” ชัชแมนถามด้วยความอยากรู้มันเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่คุณหมอกับแม่อุ้มบุญมาอยู่ที่นี่ไม่นาน ก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นกับเจ้านายทั้งสองคน นายใหญ่เปลี่ยนไปมาก ส่วนนายน้อยรู้สึกไม่พอใจคุณขวัญข้าวเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ขนาดเขาที่เป็นลูกน้องคนสนิทก็ยังดูไม่ออก

            ไม่รู้เหมือนกัน...พี่ว่าเรารีบไปหานายใหญ่ก่อนเถอะ”

            มารัตเอ่ยชวน พอได้ยินแบบนั้น ชัชแมนก็รีบเดินตามเพื่อนพี่ชายไปหานายใหญ่ที่นั่งอยู่กับคุณหมอในโซนวีไอพี

            “มารัตน้องขวัญล่ะ” แพรไหมเอ่ยขึ้นถามทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาหา

            “อยู่กับคุณอลันครับ”

            “อะไรนะ...อยู่กับคุณลูฟ” แพรไหมอุทานอย่างตกใจระคนสงสัย ขวัญข้าวไปอยู่กับอลันได้อย่างไร ก็ในเมื่อเธอบอกขวัญข้าวให้กันมารัตออกไป จริงด้วย ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าอลันมาที่นี่ อย่างนั้นก็แสดงว่าตอนที่ เธอถูกมาเฟียวายร้ายกักขังอยู่ในห้อง อลันก็ถือโอกาสพาขวัญข้าว ไปสินะ งานเข้าแล้ว ความลับของเธอคงถูกน้องชายมาเฟียคาดคั้น จนรู้ความจริงหมดสิ้นแล้ว

            “น้องขวัญกับคุณลูฟอยู่ที่ไหน แล้วอยู่ด้วยกันนานหรือยัง” 

            คุณหมอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน พลางลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว ไม่ได้การแล้ว เธอจะปล่อยเอาไว้แบบนี้ไม่ได้ ต้องรีบไปขัดขวางเอาไว้ก่อน ถึงจะไม่รู้ว่าขวัญข้าวพูดอะไรออกไปหรือยังก็เถอะ

            “ว่าไง รีบๆ ตอบมาสิ” แพรไหมเร่งเอาคำตอบจากชายหนุ่มหน้าคมที่ไม่ยอมบอกสักที

            “นายสองคนมีอะไรก็ไปทำเถอะ” เป็นเดนิสที่เอ่ยสั่งลูกน้อง

            “ไม่ได้ พวกนายจะไปไหนไม่ได้ ตอบฉันมาก่อน” แพรไหมแย้ง ก่อนจะหันไปถามคนที่นั่งไขว่ห้างเท้าแขนพิงพนักโซฟาหรู อย่างสบายอารมณ์ ส่งผลให้คนที่เห็นค้อนให้อย่างหมั่นไส้

            “ฉันยังไม่ได้คำตอบเลย คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่คนอื่นแบบนี้”

            “สิทธิ์ที่ผมเป็นเจ้านายพวกเขาไง” เดนิสลอยหน้าลอยตาตอบอย่างอารมณ์ดี

            “คนบ้า!” หญิงสาวสะบัดหน้าหนีอย่างขุ่นเคือง เลิกสนใจเจ้าพ่อจอมกวน หันกลับไปถามคนขับรถที่ยืนลังเลอีกครั้ง “ว่าไง คุณลูฟอยู่ที่ไหน ว้าย!”

            แพรไหมร้องอุทานอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆ ก็โดนดึงให้นั่งบนตักแกร่งพร้อมถูกวงแขนแข็งแรงโอบรัดรอบเอวเล็กๆ ของเธอไว้อย่างแน่นหนา

            “ขวัญข้าวโตแล้วนะ...จะออกไปไหนมาไหนกับผู้ชายก็ไม่แปลกหรอก” ชายหนุ่มเกยคางกับไหล่บอบบาง

            “ถ้าเป็นคนอื่นฉันก็ไม่ห่วงหรอก แต่น้องชายของคุณเนี่ยไว้ใจไม่ได้”

            “ทำไม” เดนิสทำหน้ายุ่ง

            “น้องชายคุณไม่ชอบน้องขวัญ” แพรไหมบอก เธอเห็นกับตาและได้ยินมากับหู ว่าอลั นไม่อยากรู้จักขวัญข้าว ก็แสดงว่าชายหนุ่มไม่ชอบขวัญข้าวน่ะสิ

            “รู้ได้ไง” เดนิสยิ้มมุมปาก บางครั้งคนที่ฉลาดไปหมดทุกอย่างแบบแพรไหม เรื่องที่น่าจะคิดได้กลับคิดไปอีกแบบ เขาไม่เชื่อหรอกว่าน้องชายจะไม่รู้สึกอะไรกับขวัญข้าว ไม่งั้นคงไม่ยอมทำตามที่เขาขอร้องหรอก ปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมทำ พอลับหลังเขาไปเท่านั้นแหละ น้องของเขาก็จัดให้จนเกือบจะตั้งตัวไม่ทัน

            “หมายความว่ายังไง” แพรไหมขยับพลิกตัวหันหน้ามาเผชิญ กับเขา มือบางข้างหนึ่งยกขึ้นโอบรอบลำคอเขาอย่างลืมตัว

            “ฉลาดไม่ใช่เหรอ คิดเอาเองสิ” เดนิสเอาคำพูดก่อนหน้าของหญิงสาวมาพูด พยายามกลั้นขำสุดชีวิต ขอบ้างเถอะ เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี แพรไหมจะได้ไม่เหลิง

            “นี่แน่ะ!” แพรไหมหยิกแขนชายหนุ่ม ‘รอโอกาสนี้มานานแล้วละสิ แค่ครั้งเดียวหรอกที่จะพลาดให้’ เดี๋ยวนะ นี่เธอ กำลังปล่อยให้มาเฟียวายร้ายกอดอยู่เหรอ นึกได้แบบนั้นหญิงสาวก็พยายามดิ้นออกจากวงแขนแกร่ง “ปล่อยฉันนะ

            “โอ๊ย!...หยิกฉันทำไม” เดนิสโอดครวญ ไม่สนใจคนตัวเล็กที่ออกแรงดิ้นอย่างไม่เกรงกลัวว่าตอนนี้ได้ปลุกความต้องการของเขาเข้าอย่างจัง จนต้องเอ่ยขึ้นเตือนเสียงกระเส่า “อย่าดิ้นสิแพรไหม”

            “คุณก็ปล่อยฉันสิ กอดอยู่ได้ ไม่อายคนอื่นบ้าง” หญิงสาวหน้าแดงระรื่น เมื่อหันไปมองรอบๆ แล้วเห็นสายตาของผู้คนที่มองมาอย่างสนอกสนใจ ก็เกิดความอายขึ้นมา “ปล่อยเลยคนบ้า ดูสิ คนมองกันใหญ่เลย”

            “มองก็มองไปสิ ไม่แคร์” ไม่พูดเปล่าใบหน้าหล่อเหลายังซบลงบนซอกคอนุ่ม พลางฝังจมูกลงบนซอกคอขาวหนักๆ อย่างแสดงให้เห็นความไม่แคร์ของตนเอง

            “อุ๊ย! คนบ้า คุณไม่แคร์ แต่ฉันแคร์ ปล่อยเลย จะไปหาน้องขวัญ” เธอถอนหายใจหนักหน่วง เมื่อทำอะไรคนเอาแต่ใจไม่ได้ 

            “อย่าห่วงขวัญข้าวเลย ดึกแล้วเราไปหาข้าวกินกันดีกว่า” มาเฟียหนุ่มตัดบท เมื่อเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาปล่อยคนในวงแขนให้เป็นอิสระ

            “แต่ว่า...” แพรไหมลังเล ทั้งเป็นห่วงทั้งกลัวว่าความลับจะเปิดเผย เธอควรจะเชื่อใจขวัญข้าวเหมือนที่อีกฝ่ายเชื่อใจเธอด้วย เลิกกังวลก่อนที่มาเฟียวายร้ายจะคาดคั้นเอาความจริงจากเธออีกครั้งหนึ่ง

            “จะนั่งกอดกันอยู่แบบนี้หรือไปกินข้าว เลือกเอา” 

            แพรไหมหน้าตึง มองคนพูดด้วยความไม่พอใจ “ทำไมฉันต้องเลือก คุณจะกินก็ไปคนเดียว ฉันจะไปหาน้องขวัญ” 

            “ทำไม มันมีอะไรมากกว่านี้...ที่ฉันต้องรู้หรือเปล่าแพรไหม เธอถึงอยากไปหาขวัญข้าวมากขนาดนี้”

            ร่างอรชรที่กำลังจะหมุนตัวเดิน ชะงักกึก หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ “เปล่า ฉันก็แค่เป็นห่วงน้องขวัญ จะมีอะไรอีก” 

            “คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ...”

            “หิวไม่ใช่เหรอ ไปกินข้าวกันเถอะ” เธอพูดแทรกขึ้นชวน เพราะไม่อยากให้มาเฟียวายร้ายซักไซ้ไปมากกว่านี้

            เดนิสยกยิ้มมุมปากอย่างเป็นต่อ ถึงอย่างไรแล้วเขาก็ต้องรู้ ว่าเกิดอะไรขึ้น จะช้าหรือเร็วมันก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก เขาจะให้เวลาเธออีกนิด หวังว่าเธอคงจะคิดได้ ก่อนที่เขาจะรู้ความจริง แต่ถ้าเธอยังดึงดัน เขาก็จะทำให้เธอได้รู้เองว่า คนอย่างมาเฟียวายร้าย ไม่ยอมให้ใครมาลูบคมได้หรอก





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น