มาเฟียร้ายพ่ายแผนรัก (อีบุ๊ค)

ตอนที่ 11 : บทที่ 6 บทเรียนเล็กๆ น้อยๆ (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 623
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    21 ก.พ. 63

ต่อค่ะ...ไรท์หายไปนาน เนื่องจากไปคลอดลูกมาจ้า แจ้งอีกรอบนะคะ นิยายเรื่องนี้หมดสัญญากับสนพ.ไรท์เลยนำมาให้อ่านอีกรอบ มีวางจำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊คที่เมพ เนื้อหาเหมือนเดิมนะคะ นักอ่านท่านใดยังไม่มีฝากอุดหนุนด้วยจ้า



บทที่ 6 บทเรียนเล็กๆ น้อยๆ 

ตุ้บ! 

            เดนิสโยนร่างบางลงบนเตียงอย่างแรงตามอารมณ์ของตนที่ยังลุกโชนอย่างไม่สามารถจะยับยั้งได้ ตลอดเส้นทางที่เขาอุ้มแม่ตัวดีมายังห้องรับรองส่วนตัว สายตาของไอ้ผู้ชายที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจ้องมองคนในอ้อมแขนของเขาตาเป็นมัน ทำให้อารมณ์ที่กำลังจะดีต้องปะทุขึ้นมาอีก

            โอ๊ย...ฉันเจ็บนะคนบ้า”

            แพรไหมนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวด คนนะ ไม่ใช่กระสอบทราย โยนมาได้ เธอก็ว่ายอมหมดทุกอย่างแล้วนะ แต่ทำไมคนบ้านี่ถึงยังโมโหอยู่อีก

            “เจ็บก็ดี...จะได้จำเอาไว้”

            “ขอถามหน่อยเถอะ...ฉันไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจ ถึงได้โมโหขนาดนี้” 

            “นี่...ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ” เดนิสย้อนถามเสียงสูง พลางตวัดตาขุ่นขวางไปยังร่างบางที่ทำหน้างุนงงอย่างไม่เข้าใจ ว่าตนไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจ

            “ถ้าเป็นเรื่องนี้...ฉันขอโทษที่ไม่ได้ขออนุญาตคุณก่อน” แพรไหมเอ่ยอย่างยอมรับผิด “ฉันมาที่นี่ตั้งหลายวันแล้ว ก็อยากจะออกมาเที่ยวเท่านั้นเอง”

            “ฉันไม่ใช่...คนโง่ แพรไหมบอกความจริงมา”

            ชายหนุ่มไม่เชื่อคำพูดของเธอ ใครเชื่อก็บ้าแล้ว คนอย่าง แพรไหมเนี่ยนะ อยากเที่ยวสถานที่แบบนี้ เข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรมยัง น่าเชื่อกว่าอีก

            ฉลาดนัก...คิดเอาเองก็แล้วกัน”

            ใบหน้านวลสวยสะบัดหน้าหนีอย่างไม่พอใจ เรื่องอะไรเธอจะยอมบอกความจริง เชิญคิดเองตามสบาย อย่านึกนะว่าเธอไม่รู้ความคิดของเขา ทำไมคนแบบเธอจะมาสถานที่แบบนี้ไม่ได้ เธอก็มีเพื่อนมีสังคมเหมือนกันนะ

            “ฉันไม่คิดให้เสียเวลาหรอก” เดนิสแสยะยิ้มพร้อมกับก้าวขึ้นบนเตียง รวบร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดด้วยความไว “ในเมื่อกล้องวงจรปิดมันก็บันทึกทั้งภาพและเสียง ระบบเอชดีเสียด้วย”

            “คุณ!” คำพูดของเขาทำให้คนที่พยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนแกร่งหยุดชะงักลง ซวยแล้ว เธอลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปได้อย่างไร ถ้าชายหนุ่มเปิดดูก็คงจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงทำอะไรเขาไม่ได้เลยนะ หมดกันสิ่งที่เธอลงทุนมาตั้งแต่แรกกำลั งจะสูญเปล่า ชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เป็นลูกไก่ในกำมือของมาเฟียวายร้าย

            “ว่าไง...จะบอกได้หรือยัง”

            มือใหญ่พลิกร่างบางให้หันหน้ามาหา ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้านวลสวยที่บัดนี้เศร้าสร้อยเสียจนคนมองรู้สึกไม่ชอบใจ เขากำลัง รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ เพียงแค่เห็นหน้าเศร้าสร้อยของหล่อน มันเป็นแบบนี้ได้อย่างไรกัน

            “ฉัน...ฮือๆๆๆ”

            แพรไหมปล่อยโฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่จะบอกเขาได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าไต้ฝุ่นเป็นทั้งชีวิตของเธอ เธอรักมันมากกว่าชีวิตของตัวเองอีก ถ้าเขาฆ่าเจ้าไต้ฝุ่น เธอจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร คิดได้แบบนั้นคนขี้แย ก็ปล่อยโฮออกมาชุดใหญ่

            “ฮือๆๆ...คนใจร้าย ใจดำ ฉันเกลียดคุณ ฉันไม่ยอมหรอก”

            กำปั้นเล็กรัวใส่อกแกร่งไม่ยั้ง ปากพูดไป น้ำตาก็ไหลเป็นทาง

            เดนิสปล่อยให้หญิงสาวทุบอกของตน ไม่ตอบโต้ใดๆ มือแกร่ง ลูบหัวคนขี้แยอย่างปลอบประโลม เฮ้อ! กลายเป็นเขาที่ผิดไปเสียอย่างนั้น ดูเอาเถอะ แค่จะสั่งสอนคนโกหกให้ได้รับบทเรียนเล็กๆ น้อยๆ กลับกลาย เป็นตัวเองที่ได้รับบทเรียนแทน แค่เห็นแพรไหมร้องไห้ ใจเขาก็แทบจะขาดรอนๆ ยิ่งคำพูดใจร้ายใจดำนั่นเหมือนมีดที่กรีดหัวใจเขาออกเป็น เสี่ยงๆ ปกติคำพวกนี้มันไม่ซึมเข้าสู่สมองหรือหัวใจแม้แต่น้อย แต่นี้ มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่

            “ปล่อย” แพรไหมดิ้นออกจากอ้อมกอดแข็งแกร่ง หลังจากหยุดร้องไห้ ถึงจะเข้มแข็งเพียงใด แต่ถ้ามาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็คงยากที่จะฝืนกลั้นน้ำตาอยู่ได้ ท้ายที่สุดมาเฟียวายร้ายก็ต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปดี

            “ทำผิดแล้วยังจะอวดเก่งอีก” ชายหนุ่มแสร้งว่า ไม่ยอมทำตามคำสั่ง แต่ทว่ามือแกร่งซับคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าสวยให้อย่างอ่อนโยน “ดูสิ ตาบวมหมดเลย”

            แพรไหมอึ้งกับการกระทำของเขา จนทำอะไรไม่ถูก ใจเต้นตึกตัก ใบหน้านวลสวยแดงระเรื่อ รู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างแปลกประหลาด

            “รู้ไหม...ว่าฉันไม่เคยปล่อยคนผิดให้ลอยนวล” น้ำเสียงทุ้มพูดชิดใบหูนุ่มจนสาวเจ้าหน้าแดงเถือกยิ่งกว่าเดิม

            “อย่านะ!” แพรไหมร้องห้ามเสียงหลง ทว่าไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเขาดันร่างบางให้นอนราบลงไปกับที่นอนนุ่ม ร่างแกร่งตามไปทาบทับเอาไว้ มองร่างบางที่หลับตาปี๋อย่างพอใจที่สามารถเอาคืนคนตัวเล็กได้บ้าง

            “ลืมตาขึ้นมามองเดี๋ยวนี้นะ” เดนิสสั่งเสียงเฉียบขาด

            แพรไหมลืมตาขึ้นตามคำสั่ง

            “ฉะ...ฉันว่าเรามานั่งคุยกันดีๆ เถอะนะ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก เริ่มหายใจติดขัด เธอกำลังจะหายใจไม่ออก เพราะใบหน้าหล่อเหลาที่ชิดเหนือหน้าของเธอไปเล็กน้อย เท่านั้นยังไม่พอ ร่างแกร่งที่แนบชิดจนเธอสัมผัสกับอะไรบางอย่างเข้าให้ เธอไม่น่าเลือกใส่ชุดนี้เลย มันแทบจะไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลยในตอนนี้

            “คุยกันแบบนี้ดีออก”

            เดนิสยิ้มกรุ้มกริ่ม ค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้าไปทีละนิดจนจมูกโด่งเฉียดจมูกเล็ก นี่สินะ เรียกว่าของขึ้นจริงๆ ดูเถอะ แค่สัมผัสนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ เห็นทีคงจะสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ เสียแล้วกระมัง

            “อย่า...อื้อ”

            ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้ริมฝีปากหวานฉ่ำอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนสอดแทรกควานหาความหวานจากโพรงปากอวบอิ่มอย่างช่ำชองและเอาแต่ใจ มือบางทุบอกแกร่งอย่างประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ ชายหนุ่มจึงถอนริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อต่อลมหายใจให้กับร่างบาง แล้วก็จุมพิตต่ออีกครั้งอย่างดูดดื่ม

            “แพรไหม...” เสียงเรียกแหบพร่าดังชิดริมฝีปากอวบอิ่ม พลางกดย้ำจุมพิตลงไปอย่างอดใจไม่ไหว ก่อนจะค่อยๆ ซุกไซ้ที่ซอกคอขาว ดูด ขบเม้มไปทั่วจนเป็นรอยแดง มือแกร่งลูบไล้อย่างปลุกเร้าริมฝีปากหยัก ค่อยๆ จูบไล่วนลงมาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่เนินอกอวบอิ่มที่ดันเกาะอกตัวสวยออกมา

            ครืด...ครืด... 

            เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้น ส่งผลให้เจ้าของสบถออกมาอย่าง เสียอารมณ์ ก่อนจะกดปิดเครื่องพร้อมกับโยนทิ้งอย่างไม่สนใจ

            “ยะ...อย่า”

            แพรไหมพยายามรวบสติที่กระเจิดกระเจิงของตัวเองกลับมา มือบางดันใบหน้าคมเอาไว้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มสัมผัสหน้าอกของเธออีกครั้ง มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทำไมถึงปล่อยให้เขารุกล้ำได้ถึงเพียงนี้ ใจเต้นแรง แถมสติก็เลือนหายไปหมด เพียงแค่ได้รับสัมผัสอุ่นร้อน เสียจูบแรกให้กับมาเฟียวายร้ายยังไม่พอ เกือบจะเสียตัวอีกด้วย เธอคงต้อง อยู่ให้ห่างจากผู้ชายคนนี้ให้มากที่สุด ถ้ายังอยากมีตัวและหัวใจอันแสนบริสุทธิ์เก็บเอาไว้ให้เจ้าบ่าวในอนาคตอยู่

            “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” เดนิสยอมทำตามที่หญิงสาวบอกแต่โดยดี ก่อนจะรั้งร่างบางให้ลุกขึ้นมานั่งบนตักของตัวเองหน้าตาเฉย

             “คนบ้า...ฉวยโอกาส” แพรไหมตวาดแว้ด ยกกำปั้นน้อยๆ ขึ้นทุบหน้าอกแข็งแรง แต่ทว่าคนโดนทุบกลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังส่งยิ้มเย้าให้คนตัวเล็กอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวสะบัดหน้าหนีคนจอมกวนที่ยิ้มหน้าระรื่นอย่างหมั่นไส้ 

            “ขอฉันสำรวจหน่อยสิว่านอกจากปากที่บวมเจ่อ ตาแดงๆ แล้ว มันยังมีอะไรเกิดขึ้นกับเธออีกหรือเปล่า” 

            เดนิสจับร่างบางพลิกซ้ายพลิกขวาพลางจ้องมองอย่างสำรวจ

            “แค่รอยเล็กๆ คงไม่มีใครสังเกตเห็นหรอก” เอ่ยขึ้นเมื่อเห็น รอยแดงๆ จ้ำๆ ที่เกิดจากฝีมือตัวเอง บนลำคอเนียนขาว

            แพรไหมรีบเด้งตัวออกจากตักแกร่ง วิ่งไปส่องกระจก จึงได้เห็น รอยแดงๆ จ้ำๆ รอบคอของตัวเองเต็มไปหมด

            “คนทุเรศ! รอยเล็กๆ บ้านคุณน่ะสิ” 

            “มันเล็กนิดเดียวเองนะ แพรไหม” มาเฟียหนุ่มยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน 

            “ใช่ เล็กมาก...คนอื่นคงไม่เห็นหรอก” 

            แพรไหมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ จะทำอย่างไรกับคนพรรค์นี้ดี ด่าจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่า ทุบจนมือแทบจะหัก แต่คนหน้าด้าน กลับไม่สะทกสะท้าน ยิ้มยียวนกวนประสาทเป็นที่สุด 

            “ไม่เอาน่า...เล็กจะตายไป” 

            ร่างสูงขยับลุกขึ้นเดินเข้าไปหาหญิงสาว 

            “คนทุเรศ!” แพรไหมหันหลังเดินหนีอย่างเหนื่อยใจ ที่ไม่สามารถทำอะไรมาเฟียวายร้ายได้ จูบแรกที่เฝ้ารอวันจะมอบให้คนที่รักถูกเขาช่วงชิงไปอย่างง่ายดาย ตอนนี้ได้แต่ภาวนาให้หัวใจเธอเข้มแข็ง ไม่ตกเป็นทาสมาเฟียวายร้ายที่เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่นคนนี้

            “ฝากเอาไว้ก่อนเถอะแพรไหม” เดนิสบ่นพึมพำ แล้วก็วิ่งตามหญิงสาวออกไป เมื่อนึกได้ว่าชุดที่หล่อนใส่มันวับแวมขนาดไหน ต่อไป เขาจะไม่ให้หล่อนใส่ชุดแบบนี้อีก แล้วเขาจะไปสนใจทำไม แพรไหมก็แค่สิ่งเล็กๆ ที่มีไว้ให้ความบันเทิงยามเครียดกับเขาเท่านั้น แต่ความคิดกับการกระทำช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อคนที่ไม่รู้ใจตัวเองเดินไปรั้งร่างบางให้หยุดพร้อมกับถอดเสื้อสูทคลุมให้อย่างอ่อนโยน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #11 Funnut (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:37

    นึกว่าไรท์จะไม่มาซะเเล้วค่ะ

    ขอบคุณน่ะค่ะไรท์ที่มาอัป

    ดีใจม๊ากมาก รอมานานมาก

    ที่จะอ่านเรื่องนี้เข้ามาส่องทุกวันเลย

    #11
    0