โซ่รักบ่วงพันธนาการ รอตีพิมพ์ สนพ.ไลต์

ตอนที่ 8 : บทที่ 3 นีรชา ฟาร์แลนด์ (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    11 ก.พ. 60

จบตอนค่า... ตอนนี้เป็นเนื้อหาของพี่แพทกับหนูเมนี่ ปรับปรุงเพียงเล็กน้อย ไปอ่านกันค่า



             เสียงหัวเราะสดใสคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ร่างสูงในชุดเสื้อเซิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังหยุดกึกก่อนจะหันไปมองด้วยความอยากรู้ว่าเจ้าของเสียงหัวเราะที่คุ้นหูนั่นคือใคร แพทริก โมเรโน่ ทำหน้ายุ่งเมื่อเห็นว่าเป็นน้องสาวของเพื่อนรักกับนักฟุตบอลในทีมที่เขาเป็นเจ้าของนั่นเอง อะไรวะ ทำไมช่วงนี้ถึงได้บังเอิญเจอกันทุกวันเลย หรือคิดจะตามติดชีวิตเขาอีกครั้ง ถึงได้จงใจมาให้เห็นทุกวันแบบนี้

                “สวัสดีครับคุณแพทริก” เคลวิน โคเซ่ เอ่ยทักทายเจ้านายเมื่อเดินเข้ามาหา

                “อืม เป็นไงบ้าง ข้อเท้าหายดีแล้วเหรอ” แพทริกเอ่ยถามถึงอาการเจ็บของอีกฝ่ายที่ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าจากการลงเล่นสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

                “ครับ เสาร์นี้พร้อมลงแล้วละครับ”

                “อืม ดาร์บี้แมตซ์ของเมือง ฉันคิดว่านายคงไม่พลาด”

                “แน่นอนครับ คุณแพทริกจะมาดูไหมครับ”

                “ฉันไม่เคยพลาดหรอก” แพทริกเอ่ยบอกพลางหันไปมองหญิงสาวที่เงียบปล่อยให้ทั้งสองคุยกัน “ว่าไงเมนี่ไม่คิดจะทักทายพี่หน่อยเหรอ”

                “เมนี่เห็นพี่ เอ่อ…คุณแพทริกคุยกับพี่เคลอยู่นี่คะ ก็เลยไม่อยากขัด” หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงค่อนข้างห่างเหิน จากคำแนะนำของเพื่อนสนิท ที่ให้ทำตัวห่างเหิน เพื่อดูปฏิกิริยาของเขาว่าจะเป็นอย่างไร จะได้รู้ว่าควรจะรุกต่อหรือตัดใจเสียที

                แพทริกนิ่วหน้ากับคำเรียกขานที่ห่างเหินเหมือนคนไม่รู้จักกัน ทั้งที่ปกติเธอจะเรียกเขาว่าพี่ แล้วทำไมถึงเรียกกันห่างเหินแบบนี้ ไหนบอกว่ารักเขา อยากจะได้เป็นสามี จนให้ผู้ใหญ่มาจับเขาหมั้นด้วย แต่เขาไม่อยากหมั้นเลยโกหกกับทุกคนไปว่า มีคนรักอยู่แล้ว เป็นเลขาฯสาวที่เขาไหว้วานให้เล่นละครตบตาให้ จนเกิดเรื่องขึ้นมา

                “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เมนี่กับพี่เคลขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นด้วยความน้อยอกน้อยใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป พานคิดว่าเขาคงไม่อยากจะคุยกับเธอเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ขนาดหน้าก็ยังไม่อยากจะมอง น้ำตาที่พยายามกั้นไว้แทบไหลออกมา ต้องทำอย่างไรเธอถึงจะเลิกรักคนใจร้ายแบบเขาได้ เจ็บทุกครั้งที่ต้องเจอกับสายตาเย็นชา ท่าทางรังเกียจเหมือนเธอเป็นตัวเชื้อโรคอย่างไรอย่างนั้น

                “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณแพทริก” นักฟุตบอลหนุ่มเอ่ยบอก แล้วทั้งสองก็พากันออกเดินผ่านเจ้าของสโมสรฟุตบอลชื่อดังไปไม่ถึงสองก้าว เสียงทุ้มห้วนก็ดังขึ้นเสียงก่อน

                “เดี๋ยวก่อน เมลานี” ร่างสูงหันไปเผชิญหน้ากับหญิงสาวด้วยสายตาแข็งกร้าว “พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”

                “ถ้างั้นผมเข้าไปก่อนนะครับคุณเมนี่” เคลวินรับรู้ได้ถึงรังสีอะไรสักอย่างจากตัวของเจ้านายสุดหล่อ เขาพอจะรู้ถึงความรู้สึกของคนข้างกายที่มีให้กับเจ้านายหนุ่ม ถ้าไม่อยากงานเข้า ก็ควรจะให้ทั้งสองได้คุยกันตามลำพัง

                “เดี๋ยวสิคะ พี่เคล” เมลานีร้องเรียก แต่ไม่เป็นผลเมื่อนักฟุตบอลหนุ่มเพียงแค่ยิ้มส่งให้ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งเธอให้เผชิญหน้ากับคนใจร้ายเพียงลำพัง พี่เคลนะพี่เคล ทำไมทำกันแบบนี้ เมื่อทำอะไรไม่ได้เธอเลยหันกลับไปถามเพื่อนของพี่ชาย

                “คุณแพทริก มีอะไรจะ…ว้าย” ยังเอ่ยไม่ทันจบประโยคก็ร้องอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆก็ถูกชายหนุ่มฉุดข้อมือให้เดินตามไปยังลิฟต์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล “คุณแพทริกจะพาเมนี่ไปไหน อุ๊ย! เจ็บนะคะ”

                ชายหนุ่มไม่ตอบลากคนตัวเล็กพาเดินเข้าไปในลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องทำงานที่อยู่ชั้นบนสุด มือแกร่งกดน้ำหนักลงบนข้อมือเล็กตามอารมณ์ไม่พอใจที่เธอเรียกเขาห่างเหินอีกครั้ง เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดอาการแบบนี้ขึ้นมา

                “คุณ…”

                “ถ้าพี่ได้ยินคุณอีกคำเดียว อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ เมลานี” เสียงทุ้มห้วนแทรกขึ้นก่อนที่เธอจะทันได้พูด

                “ก็เมนี่เจ็บนี่คะ” เสียงหวานบ่นอุบ

                ได้ยินแบบนั้นเขาก็รีบปล่อยข้อมือเล็กแต่โดยดี น้ำเสียงเอ่ยถามอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “เจ็บมากไหม”

                “ค่ะ” เธอนิ่วหน้าขณะลูบข้อมือของตัวเองเบาๆ

                “ขอพี่ดูหน่อย” แพทริกเอื้อมไปจับมือเธอมาดู เขาลูบเบาๆ ตรงรอยแดงๆ “พี่ขอโทษ”

                “เอ่อ…เมนี่หายเจ็บแล้วค่ะ” ไม่ใช่แค่มือที่หายเจ็บ ใจของเธอก็หายเจ็บด้วย เพียงแค่คนที่เธอแอบรักแสดงการกระทำที่อ่อนโยนด้วย จากที่จะทำตัวห่างเหินกับเขา เป็นอันต้องอันตรธานหายไปในพริบตา

                เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อมาถึงชั้นเป้าหมาย ชายหนุ่มกุมมือเล็กพาเดินออกจากลิฟท์ ตรงไปยังห้องทำงานของตัวเอง

                “กลับมาแล้วเหรอครับ” ลูกน้องคนสนิทควบตำแหน่งเลขาฯอีกคนเงยหน้าจากกองเอกสารเอ่ยขึ้นทักอย่างแปลกใจที่เห็นบอสหนุ่มพาน้องสาวของเพื่อนรักมาด้วย แถมยังจูงมืออย่างสนิทสนมอีก มันเกิดอะไรขึ้นกับบอส ทำไมถึงมากับคุณเมลานีได้ ไหนบอกเป็นผู้หญิงต้องห้ามไง เลขาฯหนุ่มได้แต่สงสัยในใจไม่กล้าที่จะเอ่ยถามออกไป

                “ไม่รับแขกนะ เวลล์ แล้วขอกาแฟให้ฉันด้วยกับน้ำส้มคั่น”

                “ครับ” เวลล์ขานรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อเสียงหวานใสดังขึ้น

                “เมนี่ไม่ดื่มน้ำส้มคั่น ขอน้ำเปล่าแทนนะคะ” ดวงหน้าสวยของคนพูดง้ำงอ แม้กระทั่งน้ำ เขายังไม่รู้เลยว่าเธอชอบอะไรไม่ชอบอะไร ใช่สิ ก็เขาไม่สนใจเรานี่น่า จะไปรู้ได้อย่างไร

                “พี่ก็กำลังจะถามเราอยู่ว่าจะดื่มอะไร น้ำส้มคั่นพี่สั่งมาดื่มเอง” คนไม่รู้ถึงความชอบของเธอรีบแก้ตัว

                “ไม่ยักรู้พี่แพทดื่มกาแฟกับน้ำสั้มคั่น” คนงอนเอ่ยล้อพลางอมยิ้มน้อยๆ เมื่อได้ยินคำพูดของเลขาฯหนุ่ม ก็เข้าใจว่าเขาจะสั่งให้เธอ แต่ดันหน้าแตกที่เธอไม่ดื่ม อารมณ์คนงอนหายเป็นปกติ ก็คนไม่รู้ ยอมไม่ผิดนี่นะ คนเราเมื่อรักใครสักคนจนถอนตัวไม่ขึ้น อะไรก็เห็นดีไปเสียหมด

                “นั่นสิครับ ปกติไม่เห็นจะดื่มน้ำส้มคั่นเลย”

                “พูดมาก รีบไปจัดการได้แล้ว”

                “ครับผม” จากนั้นเลขาฯหนุ่มก็เดินออกจากโต๊ะทำงานไปยังห้องครัวเพื่อแจ้งแม่บ้านให้จัดเตรียมเครื่องดื่มเข้าไปเสิร์ฟให้กับเจ้านาย พอเลขาฯสาวคนสวยไม่อยู่ หน้าที่นี้จึงตกเป็นของเขาไปด้วย แต่เขาก็ต้องพึ่งแม่บ้านอีกต่อหนึ่ง

                “เข้าไปกันเถอะ” แพทริกกุมมือเล็กพาเดินเข้าไปในห้องทำงานของตน เขาพาเธอไปนั่งตรงโชฟาตัวยาวกลางห้องทำงาน รอให้ลูกน้องนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเสียก่อน แล้วจึงพูดเข้าเรื่อง

                “พี่แพทมีอะไรจะพูดกับเมนี่เหรอคะ” หญิงสาวทนเก็บความอยากรู้ไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นถามทันทีที่ประตูห้องปิดลงด้วยฝีมือของเลขาฯหนุ่มที่นำแม่บ้านเข้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้เรียบร้อย

                “ตอนนี้เมนี่ว่างงานอยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มกระแอมเล็กน้อยแก้เก้อ ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เมื่อเขาไม่เคยมีความคิดแบบนี้เกิดขึ้นเลย แต่จู่ๆมันดันผุดขึ้นมาซะงั้น ทั้งที่เขาปฏิเสธแมทธิวเสียงหนักว่าจะไม่เอาเมลานีมาเป็นเลขาฯแทนนีรชาเด็ดขาด เดี๋ยวนะ เพื่อนรักก็จะให้หญิงสาวมาเป็นเลขาฯแทนอยู่แล้วนี่น่า

                “ค่ะ ทำไมคะ”

                “เมนี่ก็รู้ใช่ไหมว่าแมททำให้พี่ขาดเลขาฯอีกคนไป” ชายหนุ่มยกเรื่องความผิดของพี่ชายเธอขึ้นมาพูด “เพราะฉะนั้นเมนี่ต้องรับผิดชอบการกระทำของแมทด้วยการมาเป็นเลขาฯให้พี่”

                “คะ อะไรนะคะ” เธอร้องเสียงหลงอย่างตกใจระคนแปลกใจ นี่เราไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม พี่แพทอยากให้เรามาเป็นเลขาฯแทนพี่สะใภ้ ถึงแม้เขาจะยกเรื่องความผิดของพี่ชายมาพูดก็เถอะ คนอย่างแพทริก โมเรโน่ มีทางเลือกเยอะแยะ มีคนอยากจะเป็นเลขาฯกันเต็มบ้านเต็มเมือง แต่เขาดันมาเลือกเธอ ไม่อยากจะเชื่อเลย

                “พี่ว่าเมนี่ได้ยินชัดแล้วนะ” เขาทำหน้ายุ่ง จนคนได้เห็นรีบละลักละล่ำเอ่ยตอบ กลัวชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจ

                “ได้ยินชัดค่ะ เมนี่ตกลงค่ะ เริ่มงานพรุ่งนี้เลยนะคะ” สาวน้อยยิ้มร่าด้วยความดีใจที่จะได้อยู่ใกล้ๆกับคนที่แอบรักมานาน ไม่สนด้วยว่าทำไมเขาถึงต้องการแบบนี้ แค่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรักก็พอ

                แพทริกยิ้มเล็กน้อยขณะมองดวงหน้าสวยที่มีความสุขจนหาคำบรรยายไม่ได้ โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองก็มีความสุขเช่นกันเวลาที่เห็นเธอมีความสุขแบบนี้และเวลาที่เธอพูดห่างเหิน เขาไม่ชอบใจเอามากๆเลย ยิ่งเห็นเธอสนิทสนมกับนักฟุตบอลในสโมสรและมาหากันทุกวัน ยิ่งไม่ชอบใจใหญ่ มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันนะ ทำไมถึงมีปฏิกิริยาที่รุนแรงกับคนที่เขาคิดเป็นแค่น้องสาวและปฏิเสธอย่างไม่ใยดีมาตลอดหลายปี 
________________
เจอกันวันอังคารค่า เกณิกา 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

104 ความคิดเห็น