โซ่รักบ่วงพันธนาการ รอตีพิมพ์ สนพ.ไลต์

ตอนที่ 6 : บทที่ 3 นีรชา ฟาร์แลนด์ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    7 ก.พ. 60

ต่อค่า... เนื้อหาปรับปรุงใหม่นะคะ 



บทที่ 3 นีรชา ฟาร์แลนด์

            การจดทะเบียนสมรสของคุณพ่อกับคุณแม่มือใหม่ผ่านไปด้วยดี เมื่อแมทธิวเชิญเจ้าหน้าที่มาจดทะเบียนให้ที่โรงแรม แม้การจดทะเบียนสมรสจะใช้เอกสารเยอะและค่อนข้างยุ่งยาก แต่ด้วยอิทธิพลของแมทธิว ทุกอย่างก็เสร็จสิ้นภายในหนึ่งชั่วโมง 

                “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” นีรชาเอ่ยขึ้น หลังจากที่เจ้าหน้าที่พากันกลับ เมื่อทำหน้าที่เสร็จ

                “ผมลาออกให้คุณแล้ว”

                “นี่ คุณแมทธิว ถึงเราจะจดทะเบียนกันแล้ว แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องงานของฉันนะ”

                “ทำไมจะไม่มี สามีมีสิทธิ์ทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องของภรรยา”

                “สถานะของคุณตอนนี้เป็นแค่พ่อของลูกเท่านั้น ไม่ใช่สามีของฉัน”

                แมทธิวหน้าตึง พ่อของลูกเท่านั้นเหรอ นี่จะเล่นสงครามกับเขาใช่ไหม ถึงได้หาเรื่องมาชวนให้หงุดหงิดแบบนี้ จะทดสอบความสามารถของเขาหรือไร ได้ แค่พ่อของลูกก็พ่อของลูก

                “งั้นผมขอใช้สิทธิ์พ่อของลูก ไม่ให้คุณไปทำงาน เพราะผมเป็นห่วงลูก”

                นีรชาถอนหายใจหนักหน่วงพลางขยับลุกขึ้น ทำอะไรไม่เคยจะปรึกษาหรือถามความเห็นกันก่อน แบบนี้จะไปกันรอดได้อย่างไร เขาจะสร้างครอบครัวแบบไหนกัน คิดจะเป็นช้างเท้าหน้า แล้วให้เธอเป็นช้างเท้าหลัง ทำตามคำสั่งของเขาอย่างเดียวหรือไร ไม่มีทางซะหรอก

                “ยังไงฉันก็จะไป คุณอย่าห่วงไปเลย ฉันก็รักลูกเหมือนกัน เขาไม่ออกมาก่อนกำหนดแน่”

                “ผมไม่ให้ไป” ร่างสูงขยับลุกขึ้น เดินไปขวางทางไว้

                “แต่ฉันจะไป หลบไป” เมื่อเห็นว่าเขาไม่หลบ ร่างอรชรเลยขยับไปอีกทาง แต่เขาก็ตามมาขวางเอาไว้อีก

                “ก็บอกไม่ให้ไป” แมทธิวจ้องหน้านวลสวยของภรรยาป้ายแดงอย่างไม่ยอม ฝ่ายหญิงสาวก็จ้องใบหน้าหล่อเหลากลับอย่างท้าทาย

                “ก็บอกว่าจะไป”

                สงครามจ้องหน้าของสามีภรรยาคู่ใหม่เริ่มต้นขึ้น อย่างไม่มีใครยอมใคร จนลูกน้องคนสนิททั้งสองที่ยืนห่างไปไม่ไกล ต่างพากันถอนหายใจพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย เริ่มต้นการเป็นคู่ชีวิตได้อย่างมีสีสันสุดๆ

                “เอ่อ...ขอโทษนะครับ...” เวนเดอร์หน่วยกล้าตายที่ยอมสละตัวเอง เพื่อจะยุติสงครามย่อมๆของทั้งสอง

                “อะไร”

                “อะไร”

                แมทธิวกับนีรชาเปล่งเสียงถามออกมาพร้อมเพรียงกัน ทีแบบนี้แหละก็สามัคคีกันขึ้นมาทันที

                “ได้เวลาประชุมแล้วครับ”

                แมทธิวพยักหน้าก่อนจะหันไปหาลูกน้องอีกคน “แจ็คสันเฝ้าไว้อย่าให้ออกไปเด็ดขาด” จากนั้นร่างสูงก็หมุนตัวเดินไปที่ประตู

                “นี่ คุณแมทธิว ฉันไม่ใช่นักโทษของคุณนะ” หญิงสาวเดินตามก่อนจะดึงแขนแกร่งเอาไว้  “มาคุยกันให้รู้เรื่องเลย”

                “ตอนเย็นค่อยคุยกัน” พูดจบก็ทำท่าจะหมุนตัว แต่นึกขึ้นได้เลยหันกลับไปเอ่ยเสียงจริงจัง “หัดสงบจิตสงบใจเสียบ้าง อย่าใช้อารมณ์ให้มาก คุณไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว”

                นีรชามองตามร่างสูงที่หายลับออกไปจากห้องทำงานอย่างขุ่นเคือง ใครละที่ทำให้เธอมีอารมณ์โกรธแบบนี้ ไม่ใช่เขาหรือไร รู้ไหมว่าแค่เขากระตุ้นนิดเดียว เธอก็พร้อมที่จะปรี๊ดได้แล้วนะ ‘ใจเย็นๆนิกกี้’ หญิงสาวหลับตาลงพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเป่าลมออกจากปากช้า เมื่อสงบสติอารมณ์ได้ก็เดินกลับไปนั่งบนโชฟา มือบางหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มจนพร่องแก้ว ก็ได้ไว้คุยกันตอนเย็น หญิงสาวหันไปมองลูกน้องของแมทธิวที่จับตามองแทบไม่ละสายตา นี่ก็ทำตามคำสั่งดีเสียจริง

                “คุณ...มีอะไรก็ไปทำเถอะค่ะ ไม่ต้องเฝ้าฉันหรอก วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะไปทำงานหรือไปไหนหรอกค่ะ”

                “ผมต้องทำตามคำสั่งของเจ้านายอย่างเคร่งครัดครับ”

                หญิงสาวกรอกตา ทำหน้าเซ็ง ช่างเป็นลูกน้องที่ดีเสียจริง น่าจะได้รางวัลลูกน้องดีเด่นแห่งปี ร่างอรชรขยับลุกขึ้น

                “จะไปไหนเหรอครับ” ลูกน้องหนุ่มเอ่ยขึ้นถามทันที

                “จะไปเข้าห้องน้ำ จะตามไปเฝ้าด้วยไหมคะ”

                “ไม่บังอาจหรอกครับ เชิญเถอะครับ” ลูกน้องหนุ่มยิ้มบางๆพร้อมกับผายมือไปทางห้องน้ำ เห็นแบบนี้หญิงสาวเลยสะบัดหน้าพรืด เดินไปยังห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินออกมา

                “ฉันจะขึ้นข้างบนแล้วค่ะ” เธอเอ่ยบอก เมื่อจู่ๆความง่วงก็เข้าจู่โจม

                “ครับ” ลูกน้องหนุ่มเดินตามนายหญิงคนใหม่ไปที่ประตู ก่อนจะอำนวยความสะดวกด้วยการเปิดประตูให้ หญิงสาวตรงไปยังลิฟต์โดยสารขึ้นไปยังชั้นบนสุดที่เป็นชั้นที่พักของแมทธิว เมื่อถึงแล้วก็หายเข้าไปในห้องนอนใหญ่พักผ่อนทันที

.....................

                มทธิวเอนกายพิงกับพนักเก้าอี้ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด กับปัญหาใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ที่เขาต้องการให้ภรรยาออกจากงานเพราะเป็นห่วง ไม่อยากจะให้เหนื่อย งานของเลขาฯยุ่งวุ่นวายจะตายไป แล้วทำไมถึงไม่เห็นความหวังดีของเขาเลย ทั้งที่ก็ตกลงกันด้วยดีแล้วว่าจะลืมเรื่องที่ผ่านมา แล้วสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ด้วยกัน ทำไมถึงออกมาเป็นแบบนี้ วันแรกของการสร้างครอบครัว ก็ทะเลาะกันเสียแล้ว ฤกษ์ไม่ดีเอาซะเลย

                “ผมจะทำยังไงกับคุณดีนิกกี้” เสียงทุ้มพึมพำเบาๆ เขาไม่ชอบเลยที่เธอ ดื้อใส่ มันคันยุกยิกในหัวใจแปลกๆ

                ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นติดกันสามครั้ง ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกโดยฝีมือเลขาฯหนุ่มที่พ่วงตำแหน่งลูกน้องคนสนิทที่เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานใหญ่

                “มีอะไรเวนเดอร์”

                “ผมจะถามว่าเที่ยงนี้จะให้สั่งอาหารที่ไหนดีครับ”

                “ถามนายหญิงของนายสิ จะกินอะไร ฉันกินได้หมดแหละ”

                “นายหญิงยังนอนอยู่เลยครับ”

                “อ้าว ยังไม่ตื่นอีกเหรอ” แมทธิวเงียบไปพักหนึ่ง “อาหารไทยก็แล้วกัน ถ้าเที่ยงแล้วยังไม่ตื่น ให้แม่บ้านไปปลุกขึ้นมากินข้าวด้วยละ” 

                “ครับ แล้วจะขึ้นไปกินด้วยไหมครับ”

                “ไม่ละ เดี๋ยวได้ทะเลาะกันอีก” ผู้เป็นนายถอนหายใจหนักหน่วง “ฉันยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง”

                “พูดดีๆสิครับ ไม่ใช่ประชดประชันใส่ ห่วงทั้งแม่ทั้งลูกก็บอกออกไป” 

                “แบบนั้นไม่ใช่สไตล์ของฉัน”

                “ทิ้งไปเถอะครับสไตล์น่ะ ทำแบบที่นายหญิงยอมจดทะเบียนด้วย เอาแบบนั้นเลยครับ ผมเชื่อว่านายหญิงจะยอมแน่นอน”

                “พูดจากใจ แล้วให้เธอมาแกล้งอีกนะเหรอ ไม่มีทาง” แค่เมื่อคืนก็ยังหงุดหงิดมาจนถึงตอนนี้ ไม่พอยังโดนยึดเตียงอีก

                “แกล้งอะไรเหรอครับ” ลูกน้องเอ่ยถาม อะไรกัน เจ้านายโดนแกล้งด้วยเหรอ เป็นไปได้อย่างไรกัน

                “จะรู้ไปทำไม ไปทำงานได้แล้ว” แมทธิวเอ่ยไล่ บอกไปก็เสียหน้าหมดนะสิ

                “อย่าเพิ่งไล่สิครับ ผมมีอีกหนึ่งวิธี” ลูกน้องหนุ่มไม่ยอมให้โดนไล่ เสนอวิธีให้เจ้านายใหม่ เมื่อนึกขึ้นมาได้

                “วิธีอะไรอีก คราวนี้ถ้าไม่เข้าถ้า นายเจอดีแน่”

                “เอ่อ...ใช้ท่าไม้ตายของคุณหนูเมนี่ไงครับ ปุอิ๊ง ปุอิ๊ง ทำท่าอย่างที่คุณหนูทำ รับรองนายหญิงยอมไม่ไปทำงานแน่นอนครับ”

                “นายจะบ้าเหรอ จะให้ฉันเลียนแบบท่าที่ยายเมนี่เลียนแบบมาจากซีรีย์ปัญญาอ่อนเนี่ยนะ ไม่มีทาง” ท่าปัญญาอ่อนแบบนั้น ใครมันจะไปทำ แมทธิว ฟาร์แลนด์นะ ไม่ทำอะไรที่มันปัญญาอ่อนแบบน้องสาวทำหรอก

                “ถ้างั้นก็ทำหน้าอ้อนๆอย่างเดียวก็ได้ครับ แต่ผมแนะนำทำท่าทางประกอบด้วย”

                “แบบไหนก็ไม่ทำทั้งนั้น” เจ้านายหนุ่มยืนยันเสียงหนัก เหอะ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น นักธุรกิจชื่อดังอ้อนเมียด้วยท่าปัญญาอ่อน “ไปทำงานเลยไป กอนที่ฉันจะลุกไปเตะนาย”

                “โหด ไปก็ได้”  เวนเดอร์เอ่ยยิ้มๆพลางก้มศีรษะลงทำความเคารพ ก่อนที่จะหมุนตัวออกไปจากห้องทำงานของผู้เป็นนายเพื่อกลับไปทำงานของตัวเองต่อ

                แมทธิวเคาะโต๊ะอย่างใช้ความคิด จะเอาอย่างไรดี เย็นชาใส่ต่อไป ถอดใจยอมให้ไปทำงานหรือลองอ้อนๆดู โอ๊ย...คาสโนว่าอยากจะบ้าตาย ร่างสูงขยับลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะไปหยุดหน้าอ่างล้างมือ แล้วมองตัวเองในกระจกนิ่ง นายอย่าบ้าน่าแมท จะทำจริงๆเหรอ

                “นิกกี้อย่าไปทำงานเลยนะ” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆพร้อมกับพยายามทำหน้าอ้อนๆแบบที่น้องสาวชอบทำไปด้วย เขายกมือที่กำเข้าหากันมาแนบกับแก้ม ก่อนจะสะบัดข้อมือขึ้นลง พร้อมกับกระพริบตาปริบๆ

                “ปุอิ๊ง ปุอิ๊ง อย่าไปทำงานเลยนะ ปุอิ๊ง ปุอิ๊ง นะครับ ผมเป็นห่วงคุณกับลูก”

                ให้ตายสิ ไม่เห็นจะน่ารักเหมือนอย่างยายเมนี่ทำเลย ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างเซ็งๆมองตัวเองในกระจก ร่างสูงหมุนตัวเดินออกไปจากห้องน้ำ เมื่อคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั่นมันปัญญาอ่อนเกิน คนอย่างแมทธิว ฟาร์แลนด์ ไม่อับจนหนทางถึงขนาดต้องใช้วิธีนี้หรอก แค่เมียคนเดียว จะจัดการไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป


เจอกันวันพฤหัส ค่า เกณิกา 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

104 ความคิดเห็น