OH My Voice! : ใช่เธอหรือเปล่าที่รัก?[โทริโกะ] [TORIKO FANFIC]

ตอนที่ 1 : เธอ ฉัน และใคร?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ม.ค. 63

Zebra's Talk
ณ ย่านบาบาร่า , ชานเมืองกรูเม่ต์

     'บ้าจริง กว่าจะมาถึงก็ช้าไป....' ซีบร้ามองดูเศษซากของบ้านไม้เก่า สถานที่หนึ่งที่เขาและคนรักใช้เวลาร่วมกัน เวลาที่น่าจดจำเหล่านั้นไม่ได้มอดสลายไปพร้อมกับไฟเลยแม้แต่น้อย 
     "ตรงนี้ต้องผ่านทุ่งนี่เข้าไป โชคร้ายของบ้านไม้หลังนั้น...รถดับเพลิงเข้าไปไม่ทันสินะ แต่ยังดีที่ในบ้านไม่มีคนอยู่แล้ว" ทาโร่ไม่ได้ทำการสำรวจรอบบริเวณบ้าน เพราะจำเป็นต้องไปยังจุดที่มีการระเบิดใหญ่กว่า เฮลิคอปเตอร์จึงบินผ่านไปเหนือซากปรักหักพังเหล่านั้น

     [รายงานสถานการณ์สิ ทาโร่] เสียงของกรีนดังออกมาจากลำโพงจิ๋วของอุปกรณ์สื่อสารที่แนบอยู่กับหูของทาโร่
     "เขตรอบนอกของเมืองยังเรียบร้อยดี ไม่มีการระเบิดแถวนี้แล้ว อ๊ะ! คนพวกนั้น" หล่อนหยุดชะงักไปเล็กน้อย
     "ก่อการร้าย กรีน" ทาโร่เอ่ยพร้อมขมวดคิ้ว
     "เราต้องหยุดคนพวกนั้นให้ได้" หล่อนจับจอภาพขนาดเล็กเอาไว้แน่น บนจอนั้นแสดงภาพเหตุการณ์ระเบิดและการถ่ายทอดสดของสำนักข่าว วีดีโอฉายภาพผู้คนที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าของตึกตรงข้ามห้างบาบาร่าจำนวนสองสามคน หนึ่งในนั้นคือชายที่ถืออาวุธเอาไว้ในมือ บังคับให้ตัวประกันที่เป็นเด็กนั่งอยู่นิ่ง ๆ 
     [เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ส่งทีมแม่นปืนไปคุมเชิงไว้ ระวังอย่าให้พลเรือนบาดเจ็บ]
     [เรายังไม่รู้จักพลังของคนพวกนี้ โจมตีโดยไม่มีแผนก็เสี่ยงเกินไป สังเกตการณ์อยู่รอบนอกก่อน ทีมของฉันกำลังไปช่วย อย่าทำอะไรห่าม ๆ ล่ะ] จากนั้นกรีนก็เงียบไป
     "ฟู่ว พอได้เห็นอะไรแบบนี้แล้วก็นึกถึงเมื่อก่อนเลยแฮะ อะฮ่าฮ่าฮ่า" ทาโร่หัวเราะร่วน แล้วจึงหันมาพูดกับซีบร้า
     "พร้อมสำหรับของจริงรึยัง?" หล่อนยิ้ม
     "อืม" ซีบร้าพยักหน้า

ณ บาบาร่าทาวน์, เมืองกรูเม่ต์

     "ซูมกล้องเข้าไปอีกซิ" ทีน่าบอกตากล้องที่อยู่ข้าง ๆ เธอ
     "หรือไม่เราก็ต้องเข้าไปใกล้ ๆ !" หล่อนตาเป็นประกาย
     "นี่จะเป็นข่าวเด็ดชามยักษ์แน่เลยล่ะ!" พูดจบก็กำมือทั้งสองด้วยความมุ่งมั่น
     "ออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ! มันอันตรายนะ ทีน่า" ตากล้องหนุ่มคัดค้าน
     "อุตส่าห์มาได้ใกล้ขนาดนี้แล้วแท้ ๆ ! ถ้าถอยกลับไปต้องพลาดข่าวเด็ดแน่!" แต่หล่อนยังยืนกรานว่าจะดำเนินการถ่ายทอดสดต่อไป

     ในเวลานั้นเอง เสาเหล็กต้นหนาที่ถูกแขวนอยู่เหนือทั้งสองก็ร่วงลงเพราะเชือกที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ไหว
     "กรี๊ด!!" ทีน่ากรีดร้อง

ตึง! เสียงเสาเหล็กที่ปักลงบนพื้นด้วยมือของทาโร่เป็นสัญญาณว่าพวกเขาปลอดภัยแล้ว
     "ถอยไปอยู่หลังเส้นเหลืองด้วย! พลเรือน!" ทาโร่ชี้นิ้วไปทางเส้นเชือกสีเหลืองแก่ซึ่งถูกขึงไว้ระหว่างเสารอบ ๆ ที่ห่างออกไปประมาณสิบเมตรมีเต็นท์พยาบาลขนาดเล็กอยู่ด้วย

     ทั้งทีน่าและตากล้องหนุ่มก็จำต้องถอยออกไปแต่โดยดี ถึงอย่างนั้นแล้วดวงตาของนักข่าวสาวก็ยังคงเป็นประกายอยู่

     "หวังว่าเธอคงจะไม่หาเรื่องเจ็บตัวเป็นครั้งที่สองนะ" ทาโร่ยังมองด้วยความเป็นห่วง
     "เราต้องรีบแล้ว" หล่อนหันมาพูดกับซีบร้า
     
     [ทักทายกันยามเช้าที่แสนสดใส! คงได้เห็นการแนะนำตัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่นของเราแล้วใช่ไหม] จอภาพขนาดใหญ่ที่ถูกติดตั้งอยู่บนตึกสูงปรากฏภาพหญิงสาวปริศนาผู้ยืนสง่าอยู่บนดาดฟ้าของตึกระฟ้าตรงข้ามห้างบาบาร่า
     [ทีนี้มาชมการแสดงสักเล็กน้อยกันดีกว่า!] หล่อนเท้าสะเอว ขณะที่มืออีกข้างกำไว้แนบอก ก้มหน้าลงชั่วขณะหนึ่ง

กล้องตัวหนึ่งกำลังถ่ายทอดสดภาพจากยอดตึก
บนจุดสูงสุดนั้น คือที่ที่หญิงสาวยืนท้าลมด้วยความองอาจ
เส้นผมโค้งงอนมีสีเข้มดั่งท้องฟ้าราตรีที่แต่งแต้มด้วยประกายดาวเล็ก ๆ ถูกรวบจนตึง
แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับมืดมิดกว่าก้นมหาสมุทรประหนึ่งหุบเหวอันเว้งว้างไร้ที่สิ้นสุด
ดวงตากลมโตรับกับรูปหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์เพทุบาย
ริมฝีปากสีดำถ่านเผยอยิ้มอย่างหยิ่งผยองในบางครั้ง
บนใบหน้าสะอาดสะอ้านไม่มีสิ่งใดปกปิด มีเพียงรอยยิ้มอิ่มเอิบของหล่อน
ชุดเดรสแนบเนื้อสีขาวสะอาดที่สวมอยู่ช่วยเผยทรวดทรงอ้อนแอ้นกำลังดี
ราวกับมนต์สะกดในทันทีทันใด
เมื่อหล่อนตวัดแขนขึ้นเหนือหัวแล้วคลายมือออก

โลกทั้งใบในขณะนั้นเหมือนถูกกลืนกินและคายออกมาด้วยความรวดเร็ว
สิ่งที่กลับออกมาพร้อมกันคือพลังงานหนาแน่นซึ่งสามารถสร้างแรงระเบิดจนพื้นที่กว้างต้องราบเป็นหน้ากลอง แต่บนพื้นนั้นมีข้อความเขียนไว้

'แด่ฮิเมมิโกะ'

     'ทำไม.....' ซีบร้าถึงกับสะอึกเมื่อได้อ่านข้อความที่ถูกเขียน
     'สำหรับข้า เธอตายไปแล้ว!' เขาพยายามเลิกคิดถึงเจ้าของชื่อที่เขียนอยู่ตรงหน้า

     'ฮิเมะ...ฮิเมมิโกะ' เขาไม่เคยรู้สึกอ่อนแรงเท่านี้มาก่อน ข้อความตรงหน้าคือข้อความเดียวกันกับที่สลักบนกล่องไม้...ของระลึกถึงคนรัก

     เวลาหลายปีที่ผ่านมาถูกใช้เพื่อลืมผู้หญิงคนนั้น เขาคิดว่าต้องด้านชาให้มากขึ้น จะได้ลืมคนที่เขารัก คนที่จากเขาไปแล้ว พยายามที่จะลืม แต่สุดท้ายก็ลบเธอออกไปจากหัวใจไม่ได้

     'ผู้หญิงคนนั้นใคร ทำไมถึงได้รู้เรื่องกล่อง...เพื่อนฮิเมมิโกะ? หรืออาจจะเป็นพี่น้องกันก็ได้' ซีบร้าไม่สามารถทำได้แม้แต่เปล่งเสียง จตุรเทพหนุ่มทำได้เพียงยืนอ้ำอึ้ง

     หญิงปริศนาบนดาดฟ้ายิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นท่าทีสับสนของซีบร้า และดำเนิน 'การแสดง' ของหล่อนต่อไป

     [เป็นยังไงบ้าง เยี่ยมยอดไปเลยใช่ไหม นี่แค่เรียกน้ำย่อยเท่านั้น!] หล่อนผายมืออย่างภาคภูมิ แล้วพูดต่อ

     [การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเราจะเริ่มตอนสองทุ่มตรง! ขอให้ทุกคนเปิดโทรทัศน์แล้วรอชมด้วยนะ] พูดจบก็กุมมือประสานกันไว้ที่หน้าอก

     [สำหรับตอนนี้...สวัสดีและลาก่อน] เสียงกังวาลก้องก่อนที่จะหายไปท่ามกลางระเบิดควันชุดใหญ่

     "อึก...แค่ก" ทาโร่นั่งคุกเข่าอย่างหมดสภาพอยู่บนพื้น สีข้างของหล่อนมีเลือดไหลจนชุ่มเลอะเสื้อ ที่ยืนอยู่ด้านหลังคือเด็กน้อยที่ถูกจับเป็นตัวประกันเมื่อสักครู่
     "พี่...พี่ครับ" เด็กน้อยน้ำตาคลอเบ้า แก้มของเขาเปียกเพราะน้ำตา
     "อย่าตายนะครับ ฮึก" เด็กชายพยายามที่จะใช้เสื้อของเขาห้ามเลือดให้ทาโร่ พร้อมกับสะอื้นอีกสองสามครั้ง

     "นี่! นี่! รีบหามเข้ามาเต็นท์พยาบาลเร็ว!" ทหารหนุ่มตะโกนเรียกคนที่อยู่ข้างหลังด้วยความรีบร้อน ส่วนอีกนายหนึ่งก็มาอุ้มเด็กน้อยไป

หลังจากทาโร่ได้รับการปฐมพยาบาล

     "ฉันได้รับบาดเจ็บด้วยการโจมตีที่แปลกมากเลยล่ะ กรีน" ทาโร่พยายามวิเคราะห์
     "เป็นพลังที่ยังไง ๆ อยู่น่ะ" หล่อนทำเสียงฮึมฮัมในลำคอ
     "ไม่ใช่รูปแบบอาวุธด้วย อยู่ดี ๆ ก็ระเบิดตู้มออกมาซะงั้น!" หล่อนทำเสียงดังเพื่อให้ดูสมจริงมากขึ้น
     "แย่หน่อยที่ฉันยืนอยู่ใต้กระจกพอดี ฮ่าฮ่า" พูดจบก็หัวเราะกลบเกลื่อน
     [ฝั่งฉันก็รู้สึกถึงระเบิดเหมือนกัน ระบบรวนยังแก้ไขไม่ได้] เสียงของกรีนดูไม่เป็นกังวลสักเท่าไหร่ เมื่อรู้ว่าทาโร่และซีบร้าปลอดภัยดี
     "ซากุระกับสามหนุ่มติดต่อได้มั้ย กรีน?" ทาโร่ถามพร้อมกับขยับแผนที่บางแผ่นที่อยู่บนโต๊ะ
     [ทุกคนปลอดภัย] หล่อนพูดสั้น ๆ 
     [ทีมเก็บกวาดคงกำลังทำงานอยู่ ถ้าเธอยังไม่ดีขึ้นก็กลับมาพร้อมทีมของฉันก็แล้วกัน ทาโร่] กรีนหยุดพูดไปเล็กน้อยแล้วพูดต่อ
     [ฉันจะไปนอนสักหน่อย] หล่อนพูดอย่างเนือย ๆ 
     "ฉันจะพยายามทำเวลานะ เราจะได้ประชุมกันเรื่องนี้เร็ว ๆ " หล่อนนั่งลงบนเตียงผ้าใบ

     "พี่ครับ" เด็กชายก้าวเดินมายังทาโร่ แล้วขยับเข้าใกล้หล่อนมากขึ้น
     "พี่สาวคนนั้นไม่ได้น่ากลัวเลยนะครับ อย่าทำร้ายเธอเลยนะครับ" พูดจบก็จับมือของทาโร่ไว้แน่น
     "หมายถึง...ผู้ร้ายน่ะหรอ?" ทาโร่รู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
     "ครับ"
     "ทำไมล่ะ??" หล่อนจับไหล่ของเด็กชายไว้อย่างนุ่มนวล
     "ตอนนั้นพี่สาวบอกว่าไม่อยากทำร้ายใคร แล้วก็บอกให้ผมเป็นเด็กดีด้วย แล้วก็บอกว่าถ้าผมนั่งนิ่ง ๆ ผมจะเป็นเด็กดีครับ" 

     ทาโร่นิ่งฟังอยู่พักหนึ่ง จากนั้นหันไปสั่งทหารหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ 
     "พาเด็กไปหาแม่ได้แล้วล่ะ" หล่อนพูดพร้อมกับดันหลังของเด็กชายเบา ๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น