[FIC INFINITE] Star Child : MyungYeol (End)

ตอนที่ 10 : (D)estiny of Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    14 เม.ย. 61




[ Star Child ] : (D)estiny of Love

_______________________________

 

 


 

            ช่วงสายของวันหยุด  ย่านช้อปปิ้งชื่อดังในกรุงโซลยังคงคึกคักและพลุกพล่านไปด้วยผู้คนเช่นเคย แต่ดูเหมือนกลุ่มคนที่เดินสวนกันไปมาเหล่านี้คงไม่รู้ว่าบัดนี้มนุษย์ต่างดาวหน้าตาน่ารักๆตนหนึ่งกำลังเดินปะปนอยู่กับพวกเขา

 

 

            ก็ใครจะไปคิดล่ะ

 

ว่าสิ่งมีชีวิตจากดาวอื่นจะน่ารักน่าฟัดซะขนาดนี้

 

 

            วันนี้ผมพาไอ้แก้มป่องมาซื้อของตามลิสต์รายการของเจ้าตัวที่ยาวเป็นหางว่าว  อีกหน่อยผมคงต้องซื้อบ้านเตรียมไว้อีกสักสี่ห้าหลังเพื่อเอาไว้ใช้เป็นที่เก็บของแล้วมั้ง  หรือจะให้ส่งข้าวของพวกนี้กลับไปทางหลุมดำดีนะ

 

 

 

            “สนใจดูดวงมั้ยพ่อหนุ่ม”

            เสียงใครบางคนทักขึ้นมาจนผมที่ยืนรอไอ้แก้มป่องอยู่หน้าร้านต้องหลุดออกจากภวังค์  หญิงวัยกลางคนหน้าตายิ้มแย้มแต่งตัวสะอาดสะอ้านคนหนึ่งกำลังยืนหอบหนังสือเล่มหนาอยู่ตรงหน้า

 

            “ครั้งแรกป้าดูให้ฟรี  ครั้งต่อๆไปค่อยจ่ายราคาเต็ม”

 

            “ไม่เป็นไรครับ  ขอบคุณ”

            ผมเอ่ยปฏิเสธออกไปเพราะไม่ค่อยสนใจเรื่องดวงชะตาสักเท่าไหร่  เนื่องด้วยอาชีพการงานของผมมันทำให้ต้องยึดเหตุผลและหลักฐานที่ชัดเจนเท่านั้น ดังนั้นอะไรที่เป็นเพียงแค่คำพูดลอยๆจากการคาดเดาจึงอาจฟังดูไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ในความคิดของผม

 

 

            “ยืนรอแฟนอยู่สินะ

            คุณป้าตรงหน้ายังคงไม่หนีไปไหน  แถมยังเอ่ยในสิ่งที่ทำให้ผมต้องเลิกคิ้วขึ้นนิดๆด้วยความแปลกใจ  แต่ก็นั่นแหละ  ทั้งหมดนี้อาจจะเป็นแค่การคาดเดาที่สุดแสนจะบังเอิญก็ได้  ผู้ชายหน้านิ่งๆแบบผมมายืนรออยู่หน้าร้านตุ๊กตามุ้งมิ้งที่คนแน่นขนาดนี้ก็คงจะต้องมารอแฟนอยู่แล้วล่ะ

 

            “เขาน่ารักมากเลยนะ แฟนพ่อหนุ่มน่ะ”

  

            อันนี้ก็ตรงดีแฮะ แต่มันก็เป็นเรื่องปกติมั้งที่จะต้องชมแฟนคนอื่นว่าน่ารัก  ว่าแต่คุณป้าเมื่อไหร่จะไปจากตรงนี้สักทีเนี่ย  หน้าผมบอกรึไงว่าอยากให้มาดูดวงให้น่ะ!

 

            “ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่พ่อหนุ่มกับเขาจะมาเจอกันได้แบบนี้  มันน่าเหลือเชื่อมากเลยใช่มั้ย”

 

            …!   ว่าไงนะ!!!

 

            “ต้องขอบคุณพรหมลิขิตนะ ที่ทำให้ความรักอันน่าอัศจรรย์ใจถือกำเนิดขึ้นอย่างงดงามในจักรวาลของเรา”

 

“ท..ทำไมคุณถึงได้..   ถ้อยคำและสีหน้าคล้ายกับมองเห็นอะไรบางอย่างของคุณป้าตรงหน้านี้ทำให้ผมเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง  เพราะมันช่างตรงกับการพบเจอกันระหว่างผมกับไอ้แก้มป่องได้อย่างน่าเหลือเชื่อ 

หมอดูคนนี้ทำนายแม่นจริงอย่างกับตาเห็นหรือแค่ลองเดาสุ่มๆออกมาและมันดันบังเอิญตรงกับเรื่องของผมกันแน่

 

“ขอให้ช่วยกันดูแลความรักให้มั่นคงต่อไปนะ  เพราะคนรักของพ่อหนุ่มคือดวงดาวที่สดใส”

 

ทำไมพูดเหมือนรู้ว่าคนรักของผมไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา

 

 

“ดวงดาวที่หล่นลงมาเพื่อคุณคนเดียวเท่านั้น”

           

            …!!

 

“โชคดีเหลือเกิน ที่สามารถคว้าเขาลงมาอยู่เคียงข้างกันได้”

อีกฝ่ายพูดพลางชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้าด้วยรอยยิ้มใจดีก่อนจะหันหลังเดินจากไป แล้วกลืนหายไปกับฝูงชนที่เดินสวนกันไปมาเบื้องหน้าผม

 

 

นี่มันอะไรกัน

 

ทำนายได้แม่นยำขนาดนั้นเลยเหรอ!

 

เป็นไปไม่ได้!

 

ทั้งหมดนี้มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญใช่มั้ย?

 

 

“เมื่อกี๊ใครอ่ะมยองซู  แอบนัดกิ๊กมาคุยด้วยเหรอ?

เสียงใสๆของไอ้ตาโตที่โผล่มาทางด้านหลังทำเอาผมเผลอสะดุ้งตัวเล็กน้อย  ดูท่าว่าคงจะเดินออกจากร้านมาเห็นตอนที่คุณป้าคนนั้นเดินหันหลังออกไปพอดี  แต่เดี๋ยวก่อนนะเจ้ามนุษย์ต่างดาวนี่มันหาว่าผมนัดกิ๊กมางั้นเหรอ!

 

“ใช่ซะที่ไหนล่ะ!  คือป้าเค้าก็แค่มาทามถางเฉยๆ”

ผมไม่ได้บอกความจริงเรื่องที่ป้าคนนั้นได้ทำนายอะไรไว้บ้าง เพราะยังไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญรึเปล่า  และขืนเล่าออกไป มีหวังไอ้หน้าหวานนี่ต้องซักไซ้ไม่หยุดแน่ๆ

ซึ่งสิ่งที่ผมแก้ตัวออกไปก็ทำให้มนุษย์แก้มยุ้ยได้แต่พยักหน้าหงึกหงักสองสามทีอย่างไม่นึกใส่ใจ ก่อนจะลากผมออกไปเดินช้อปปิ้งที่ร้านอื่นต่อ ทั้งๆที่ตอนนี้ถุงข้าวของจะพะรุงพะรังแทบเต็มไม้เต็มมือพวกเราแล้วก็เถอะ!

 

.

.

.

.

.

.

.

.

 

ผมพามนุษย์ต่างดาวหน้าหวานกลับมาถึงบ้านในเวลาเกือบบ่ายสาม  หมอนี่พาผมเดินช้อปซะจนขาลากในขณะที่เจ้าตัวยังมีพลังงานหลงเหลืออยู่เต็มเปี่ยม  แถมยังเริงร่าเดินดุ๊กดิ๊กยิ้มหน้าบานไม่หุบเพราะกำลังชื่นใจอยู่กับข้าวของต่างๆมากมายที่ซื้อมา

 

 

เงินผมทั้งนั้น!

           

            คนอย่างผมนี่แหละคอยเปย์เมียที่รวยกว่าตัวเองตั้งหลายพันเท่า!!

           

 

 

            “มยองซูววว~

 

            มาแล้วสินะไอ้เสียงอ้อนๆงุ้งงิ้งนี่มันพุ่งตรงมาหาเหยื่ออย่างผมแล้ว 

 

            “ทำเสียงทำหน้าแบบนี้คิดจะอ้อนเอาอะไรใช่มั้ย”

            ผมถามพลางหรี่ตาจ้องจับผิดไอ้แก้มยุ้ยที่เดินยิ้มร่ามาหาผมถึงโซฟาห้องรับแขก มือนึงถือเจ้าอุปกรณ์ไฮเทคสีเงินสุดรักสุดหวง แขนอีกข้างหอบถุงขนมฮันนี่บัตเตอร์ชิปรสเชอรี่บลอสซัมห่อสีชมพูมุ้งมิ้ง  ปากก็ขยับเคี้ยวแผ่นมันฝรั่งกรุบๆแล้วเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วออกมาอีกครั้ง

 

            “มยองซูแสนรู้อีกแล้ว!  อ่ะ! งั้นเราให้รางวัล  อ้ามมม~

มือขาวยื่นแผ่นมันฝรั่งมาจ่อปากผมพลางอ้าปากตามราวกับกำลังรอลุ้นให้ผมกิน  ซึ่งคนชอบโดนอ้อนอย่างผมก็เลยต้องอ้าปากงับมันมาเคี้ยวกิน ก่อนจะถามกลับด้วยสีหน้ารู้ทัน

 

            “สรุปว่าต้องการอะไรครับคุณยอลลี่”

 

            “เราอยากไปดูคอนเสิร์ต!!

 

            “คอนเสิร์ตอะไร  วงเกิร์ลกรุ๊ปงั้นเหรอ?

            ได้แต่เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย ไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าอยู่ๆหมอนี่จะอยากไปในที่แบบนั้น  สงสัยคงไปเห็นพวกแฟนคลับเค้าหวีดอะไรกันมาสินะ แล้วผมเองก็เคยแอบได้ยินไอ้แก้มป่องมันเปิดเพลงอะไรไม่รู้แล้วเต้นดุ๊กดิ๊กส่ายก้นไปมาในห้องด้วย

 

 

            “คอนเสิร์ตวงอินฟินิทต่างหาก~

 

            “ไม่ให้ไป”

            ผมตอบออกไปโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา และคำตอบของผมก็ทำให้เจ้ามนุษย์ต่างดาวผู้กลายเป็นแฟนบอยวงอินฟินิทถึงกับขมวดคิ้วพลางจ้องเขม็งมาที่ผมอย่างขัดใจ

 

            “ทำไมอ่ะ!!

 

            “ก็แล้วทำไมฉันจะต้องปล่อยให้นายไปชื่นชมพวกผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันด้วยล่ะ”

 

            “แค่ดูเฉยๆเองอ่ะ!  เราชอบฟังเพลงของพวกเค้านี่นา”

           

            “เดี๋ยวฉันร้องให้ฟังก็ได้  เต้นให้ดูยังได้เลย”

            ของแค่นั้นทำไมผมจะทำไม่ได้  หน้าตาอย่างผมนี่เป็นวิชวลของวงยังได้เลย

 

            “ไม่เอาอ่ะ! มันไม่เหมือนกัน เราอยากไปดูในฮอล์คนเยอะๆ แล้วก็

 

            “แบบนั้นยิ่งไม่ดีเลย  เอาเป็นว่าฉันไม่อนุญาต  จบนะ”

ผมรีบตัดจบด้วยเสียงเข้ม ก่อนจะรีบเดินหนีเตรียมขึ้นไปเคลียร์เอกสารที่ยังค้างคาอยู่อีกเล็กน้อย  ซึ่งดูเหมือนว่าเสียงตะโกนไล่ตามหลังของใครบางคนจะทำให้ผมได้แต่คิ้วกระตุกยิกๆ 

 

            “มยองซูใจร้ายยยย   ไอ้มนุษย์ไม่มีเหตุผล!!

 

           

 

            “ไอ้ขยะอวกาศ!

 

 

            หนอยแน่ะ

 

 

            เดี๋ยวฉันเคลียร์งานเสร็จเมื่อไหร่ล่ะโดนแน่!! 

 

 

.

.

.

.

.

.

.

.

 

            เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มหมดไปกับการเคลียร์เอกสารอันน่าปวดหัว  และสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้เสมอก็คือมนุษย์ต่างดาวแก้มยุ้ยที่มีสถานะเป็นคนรักของผมนั่นเอง

 

            ผมลุกออกจากโต๊ะทำงานแล้วเดินออกมาสำรวจความเป็นไปของอีกฝ่ายที่คราวนี้ดูจะเงียบผิดหูผิดตา  ที่ห้องรับแขกก็เงียบ ห้องนอนที่ถูกทำเป็นห้องเก็บของของอีกฝ่ายก็ไม่มีแม้แต่เงา

 

 

            ไอ้แก้มป่องมันหายไปไหน!

 

 

            “ยอลลี่!!

            ผมตะโกนขึ้นจนมันดังก้องไปทั่วโถงห้องรับแขก หลังจากที่เดินออกไปดูนอกตัวบ้านก็พบว่าประตูยังคงถูกล็อกไว้จากด้านใน จักรยานคันสีชมพูพาสเทลของเจ้าตัวก็ยังคงจอดสนิทอยู่ที่เดิม

 

          หรือว่าจะเดินออกไปมินิมาร์ทหน้าปากซอย?

 

 

            “นายอยู่ไหนน่ะ!           

            ความเงียบสนิทอันเป็นคำตอบทำให้ผมรู้สึกร้อนใจขึ้นมา  สองขาผมเพียรออกตามหาอีกฝ่ายทุกซอกทุกมุมภายในบ้านหลังใหญ่ด้วยสภาพเหนื่อยหอบ มือก็คอยกดโทรหาปลายสายผู้ที่ทำให้ผมกำลังจะกลายเป็นบ้าขึ้นมาเวลานี้

 

            และทันทีที่พบว่าอีกฝ่ายปิดเครื่องมือสื่อสาร ร่างกายของผมก็ชาวาบขึ้นมา สองมือเริ่มสั่นเทาเพราะความรู้สึกบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาเกาะกุมในใจ

 

          ความรู้สึกเจ็บปวดเพราะกลัวจะสูญเสียอีกฝ่ายไป

 

 

            “ออกมาเถอะ ฉันไม่เล่นนะ!

            ผมตะโกนออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลังจากวิ่งกลับเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง  สิ่งมีชีวิตสี่ขาที่ผมคุ้นเคยค่อยๆลุกออกจากใต้โซฟาแล้วหันมาจ้องมองผมอยู่อย่างนั้น

 

            “บยอล  นายเห็นยอลลี่มั้ย”

            ราวกับคนบ้าที่อับจนทุกหนทาง  จนต้องหันมาถามแม้กระทั่งกับสัตว์ที่ดูเหมือนไม่รู้เรื่องราวใดๆ

 

            “เมี้ยววว~ 

และเจ้าบยอลก็ได้แต่ส่งเสียงร้องไปตามประสาของมัน แต่ก็ยังคงเงยหน้าจ้องมองผมอยู่อย่างนั้นราวกับต้องการจะบอกอะไรสักอย่าง

 

 

            “ฉันจะทำยังไงดี

 

“ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง  จะออกตามหานายจากที่ไหน

            ได้แต่รำพึงออกมาคนเดียวคล้ายคนเสียสติในขณะที่เดินกลับขึ้นมาบนห้องนอนอีกครั้ง  พยายามตั้งสติและเช็กข้าวของเครื่องใช้ต่างๆของอีกฝ่ายก็พบว่ามันยังคงอยู่ที่เดิม

         

            ผมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเครียดจัด  ลองเช็คจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านก็ไม่พบว่ามีใครเข้าออกหรือมียานที่ไหนแอบมาลงจอดเลยสักนิด  นึกเจ็บใจที่ไม่ได้ติดกล้องวงจรไว้ภายในตัวบ้านแต่ละโซน เพราะไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องมานั่งส่องหรือนั่งดูอะไรทั้งๆที่อยู่ตัวคนเดียว

           

          นายกลับไปแล้วจริงๆงั้นเหรอ

 

 

          กลับไปในที่ไกลแสนไกล

 

ที่ที่ฉันไม่สามารถตามไปหานายได้

 

 

สองขาแทบไร้เรี่ยวแรงพาตัวเองเดินกลับมานั่งลงบนเตียงด้วยหัวใจที่ปวดร้าว  หมอนั่นโกรธผมจนต้องหนีกลับไปเลยอย่างนั้นเหรอ?  ความรักของผมไม่มีค่าพอที่จะฉุดรั้งให้อีกฝ่ายอยู่ด้วยกันต่อไปอย่างนั้นสินะ?

 

 

ผมมันก็แค่มนุษย์ธรรมดา

 

ต้องทำยังไงในเมื่อคนรักของผมไม่ใช่มนุษย์โลกที่จะสามารถไปแจ้งความเพื่อตามหาตัว หรือบอกให้ใครต่อใครช่วยกันออกตามหา  องค์การนาซ่าจะช่วยพาผมไปยังดวงดาวอันแสนไกลได้รึเปล่านะ

 

 

          มันดูมืดมนไปหมดราวกับถูกโอบล้อมไว้ด้วยทางตัน

           

 

            “นายจะทิ้งฉันไปจริงๆงั้นเหรอ

 

 

            “ฉันรักนายนะ”

 

 

            “กลับมาหาฉันสักทีเถอะได้โปรด

 

            เสียงของผมเริ่มสั่นเทาคล้ายคนหมดแรง  ความเข้มแข็งและความเด็ดเดี่ยวที่เคยมีเสมอมาค่อยๆพังทลายลง  ผมแก้ปัญหาและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดกับเรื่องต่างๆนานาในหน้าที่การงานมานักต่อนัก  แต่บัดนี้พอเป็นปัญหาของผมเองบ้างมันกลับทำให้ผมกลายเป็นคนอ่อนแอซะอย่างนั้น

 

ปวดร้าวเมื่อดวงใจอันเป็นที่รักหนีจากกันไป

 

 

ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มียอลลี่

 

 

 

 

 

ดวงดาวที่หล่นลงมาเพื่อคุณคนเดียวเท่านั้น

 

                   

โชคดีเหลือเกิน ที่สามารถคว้าเขาลงมาอยู่เคียงข้างกันได้

 

            จู่ๆคำพูดของคุณป้าหมอดูคนนั้นกลับลอยเข้ามาในหัว และมันทำให้ผมถึงกับชะงักไปชั่วขณะ 

 

 

            คว้าลงมาได้งั้นเหรอ?…

 

 

            ความคิดถึงและโหยหาจับใจทำให้ผมค่อยๆหลับตาลง  แหงนใบหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า  จินตนาการว่าบนเพดานห้องนี้คือท้องฟ้าอันสุกสกาว  พราวระยับไปด้วยหมู่ดาวสว่างสดใส  และมีมนุษย์ต่างดาวหน้าหวานที่ผมแสนรักคอยส่งยิ้มมาให้

 

            ยอลลี่”   ผมเปล่งเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาราวกับคนเพ้อ  ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน

           

 

            “จ๊ะเอ๋!!~

 

            “เฮ้ยยย!!

           

            “มยองซูหาเราเจอจนได้~  ไวกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย เก่งจัง”

            เจ้าของเสียงสดใสเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง เรือนกายบางซึ่งเคยนั่งขัดสมาธิลอยตัวอยู่เหนือหัวผมในระยะไม่ใกล้ไม่ไกล ค่อยๆเคลื่อนลงมายืนอยู่ที่พื้นห้องตามปกติ

 

            “เล่นอะไรของนาย!  รู้มั้ยว่าฉัน อึก!...   ผมเปล่งถ้อยคำเหล่านี้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสั่นไหวจนน่าใจหาย  ราวกับมีบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอจนตีบตัน ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาจนยากที่จะสะกดกลั้นให้เข้มแข็งดังเดิม

           

          จ้องมองคนตรงหน้าด้วยความคิดถึงจับใจ

 

อยากจะตรึงอีกฝ่ายไว้กับตัวเพื่อไม่ให้หนีจากกันไปไหนได้อีก

 

 

            “เรารู้ เราเห็นทั้งหมด เพราะเราลอยตามมยองซูอยู่ข้างบนนี้ตั้งแต่แรก”

 

            …!

 

            “แต่เราไม่ได้ทำเล่นๆนะ  ทั้งหมดนี้เป็นเพราะท่านแม่เราสั่งให้ลองใจมยองซู”

           

            “ว่าไงนะ!

            ผมโพล่งขึ้นด้วยสีหน้าแตกตื่น  เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง  รู้สึกขนลุกขึ้นมาเมื่อเรื่องทั้งหมดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวที่ผมยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตา  ขนาดตัวอยู่ไกลยังทำให้ผมหัวปั่นได้ขนาดนี้

 

            แปลว่าพวกเขาต้องฉลาดและเจ้าแผนการมากแน่ๆ

 

            “ท่านแม่อยากรู้ว่ามยองซูจะทำยังไงถ้ารู้ว่าเราหายไป  และจะตามหาเราเจอมั้ย”

            คนรักของผมพูดออกมาเสียงอ่อย ใช้ดวงตาแป๋วแหววของเจ้าตัวจ้องมองผมอย่างออดอ้อนจนผมนึกโกรธไม่ลง  สุดท้ายผมก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะความโล่งอก  ก่อนจะรีบลุกไปคว้าตัวอีกฝ่ายมากอดไว้แน่นราวกับกลัวว่าไอ้แก้มป่องมันจะหายไปอีกครั้ง

 

            “ถ้านายกลับไปจริงๆฉันคงตามหานายไม่ได้ง่ายๆแบบนี้หรอก เพราะฉะนั้น

           

           

 

            “อย่าไปจากฉันเลยนะ”

 

            “มยองซู

 

            “แต่ถ้านายงอนแล้วคิดจะหนีกลับดาวไป  งั้นฉันขอซื้อต่อยานอวกาศของนายได้มั้ย  พอถึงเวลานั้นฉันจะได้ใช้มันพาไปที่ดาวของนาย”

            มนุษย์ต่างดาวในอ้อมกอดผมถึงกับชะงักเมื่อได้ฟังคำพูดดังกล่าว  อีกฝ่ายค่อยๆดันกายออกมาจนผละออกจากกัน แล้วหันมายืนจ้องหน้าผมด้วยแววตากรุ้มกริ่ม

 

            “มันแพงมากเลยนะ  มยองซูจะซื้อไหวเหรอ”

 

            จริงด้วยแฮะ

 

            “ถ้างั้นขอผ่อนจ่ายก่อนได้มั้ย”

 

            “อุ๊ปส์!... ฮ่าๆๆๆๆ”

            ข้อเสนอดังกล่าวของผมทำเอาไอ้แก้มป่องถึงกับหลุดขำออกมาลั่นห้อง หมอนี่มันขำจนน้ำหูน้ำตาเล็ด แถมยังเอาแต่จ้องมองผมยิ้มๆอยู่อย่างนั้น

           

            “มยองซูนี่ตลกจังเลยอ่ะ”

 

            “ฉันจริงจังนะ!

            คิดว่าพูดเล่นรึไง  ถ้ามียาน UFO อย่างน้อยผมก็จะสามารถใช้มันเพื่อไปยังดาวแคปเลอร์อะไรนั่นได้ แต่ติดอย่างเดียวที่มันไม่มีขายในโลกมนุษย์ แถมยังดูท่าว่าจะมีมูลค่ามหาศาล เพราะงั้นคงต้องค่อยๆผ่อนจ่ายกับมนุษย์ต่างดาวนี่แหละ

 

            “โธ่  ยอลลี่ไม่หนีมยองซูไปไหนหรอกน่า ถึงจะงอนแค่ไหนก็จะไม่หนีเลย เราสัญญา”

            อีกฝ่ายพูดพร้อมทำท่ายกนิ้วก้อยสัญญาเหมือนเด็กตัวน้อยๆ  แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ผมวางใจเลยสักนิด

 

            “เมื่อกี๊ก็ทำเอาฉันแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ถ้าไม่นึกถึงคำพูดของป้าหมอดูคนนั้นก็คง

           

            “คุณป้าที่มยองซูบอกว่ามาถามทางอ่ะนะ”

            เจ้าของเสียงใสเอ่ยถามกลับมาเมื่อผมดันหลุดปากพูดถึงคุณป้าหมอดู ซึ่งก่อนหน้านี้ผมดันโกหกไอ้แก้มป่องมันไปว่าเป็นแค่คนที่มาถามทางเท่านั้น 

 

            “ใช่ จริงๆแล้วเค้าเป็นหมอดูน่ะ  ขอโทษนะที่โกหกนายตอนแรก ฉันก็แค่ไม่อยากให้คิดอะไรมาก”

 

            “ไม่เป็นไรๆ  เรารู้อยู่แล้วน่า~

           

            หือ?

          หมายความว่ายังไง

 

            “นายรู้ได้ยังไง”

            คำถามของผมที่มาพร้อมสีหน้าจ้องจับผิด ทำให้ฝ่ายมนุษย์ต่างดาวที่เผลอหลุดปากออกมาบ้างถึงกับชะงัก  ไอ้หน้าหวานเบิกตากว้างแสดงสีหน้าเลิ่กลั่กแถมยังตอบออกมาแบบตะกุกตะกัก

 

            “ก..ก็

 

            “บอกมาเดี๋ยวนี้เลย”

 

          “ก็ป้าคนนั้นมาจากที่เดียวกันกับเราน่ะสิ! แถมยังมีพลังพิเศษในการทำนายด้วย”

 

            “อะไรนะ!!  ป้าคนนั้นเป็นมนุษย์ต่างดาวเรอะ!

 

            ดูยังไงก็เหมือนมนุษย์ทั่วไปชัดๆ

 

            “ช่าย  ก็เคยบอกไปแล้วไงว่าบนโลกนี้ยังมีพวกเราที่เข้ามาแฝงตัวอยู่อีกตั้งเยอะ”

            มนุษย์ต่างดาวตรงหน้าผมตอบออกมาอย่างแช่มชื่น  ดูท่าเจ้าตัวจะรู้สึกภาคภูมิใจเหลือเกินที่ดาวโลกถูกมนุษย์ต่างดาวแฝงตัวเข้ามาสอดส่องอย่างแนบเนียน

 

            “ให้ตายสิ!

            ไม่ใช่ว่าเจ้าบยอลเองก็เป็นแมวต่างดาวด้วยหรอกนะ ทำไมผมถึงพัวพันกับสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกได้มากขนาดนี้

 

 

            แถมยังมีเมียเป็นมนุษย์ต่างดาวอีกต่างหาก

 

 

            “โกรธเหรอ”

            เจ้าของดวงตากลมโตคู่สวยเมียงมองผมด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย  ความจริงผมเองก็ไม่ได้โกรธหรือโมโหอะไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันทำให้ผมทรมานจนแทบบ้าต่างหาก ยิ่งคิดว่าอีกฝ่ายจะทิ้งกันไปจริงๆก็ยิ่งปวดหนึบไปทั้งใจ

 

            “สมควรโกรธมั้ยล่ะ  วันนี้นายหลอกฉันสารพัดเลยนะ”

            ผมพูดออกไปด้วยความน้อยใจ แต่ไอ้แก้มป่องมันคงคิดว่าผมกำลังโกรธจริง เพราะดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววหม่นลงเล็กน้อยชวนให้นึกสงสาร  สีหน้าหงอยๆนั้นทำให้ผมตั้งท่าจะเอ่ยออกไปว่าล้อเล่น

แต่ทว่าจู่ๆหมอนี่กลับค่อยๆช้อนสายตาขึ้นมองผมอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ดวงตาคู่ตรงหน้าล้วนฉายชัดด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์  รอยยิ้มสวยหวานดูเย้ายวนชวนลุ่มหลง  ก่อนที่สุรเสียงหวานใสจะเปล่งออกมาให้ผมได้แต่ยืนเคลิ้มไปราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด

 

            “ถ้างั้น….

 

                 

 

            “อยากจะลงโทษยอลลี่มั้ยล่ะ”

 

           

หึยั่วกันขนาดนี้

 

 

ขืนปล่อยไปก็โง่เต็มที!!

 

 


            ** CUT SCENE **  

          เนื้อหาส่วนที่เหลือติดตามได้จากลิ้งก์บล็อกในไบโอทวิตเตอร์เรานะคะ

 

           

 

.

.

.

.

.

.

.

………
………………

 

 

            “เราชอบให้มยองซูกอดนะ  เพราะมันอุ่นมากเลย~

           

            น้ำเสียงสดใสจากเจ้าของผิวกายนุ่มนิ่มในอ้อมกอด ทำให้หัวใจคนฟังอย่างผมถึงกับพองโตขึ้นมาเพราะความยินดี  และผมก็ให้รางวัลกลับไปด้วยการกดจูบลงบนกลีบปากอิ่มแรงๆจนเกิดเสียงดังจุ๊บ  เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะคิกคักจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

           

            “ถ้าชอบก็อย่าหนีไปจากฉัน  อยู่ให้ฉันกอดแบบนี้ตลอดไปนะ”

            จากประโยคดังกล่าวของผมนี้เอง  ส่งผลให้มนุษย์ต่างดาวที่กำลังซุกอยู่กับแผ่นอกผมด้วยสภาพเปล่าเปลือยกันทั้งคู่ค่อยๆช้อนสายตาขึ้นมาจ้องมองผมด้วยรอยยิ้มกริ่ม

 

            “อื้อ!  เราไม่หนีหรอก  เดี๋ยวมยองซูร้องไห้แงๆอีก”

           

            “ฉันไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย!! 

 

พูดอะไรออกมาเนี่ยไอ้ตัวนุ่ม! 

 

เสียภาพลักษณ์อัยการผู้เคร่งขรึมหมด

 

 

            “ไม่ได้ร้องไห้แงๆหรอกเหรอ  งั้นเราหนีกลับดาวดีกว่า

 

            “ครับๆ ร้องก็ร้อง!  จะร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยด้วย!

            สุดท้ายสามีผู้เป็นแค่มนุษย์ต๊อกต๋อยอย่างผมก็ต้องยอมแพ้ให้เมียมนุษย์ต่างดาวอย่างราบคาบ  แถมท้ายด้วยการออดอ้อนกลับไปบ้างเพื่อให้คุณเมียหน้าหวานของผมรู้สึกเห็นใจ

 

            “เพราะงั้นอย่าไปเลยนะอยู่กับฉัน

 

           

 

“อยู่กับมนุษย์ธรรมดาๆคนนี้ ที่หลงรักนายจนหมดใจ”

 

            สิ่งที่ผมมองเห็นตอนนี้คือแววตาคู่สวยซึ่งกำลังทอประกายพราวระยับดุจดวงดาว  อีกฝ่ายนิ่งฟังถ้อยคำดังกล่าวจากหัวใจผมด้วยสีหน้าคล้ายกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้อย่างเด็ดขาด

 

            “อื้อ!  ไม่ไปไหนแล้วล่ะ เราจะเกาะติดมยองซูยันแก่ตายไปเลย~

            น้ำเสียงที่ฟังดูหนักแน่น และรอยยิ้มหวานๆที่ส่งมาให้ มันทำให้ผมถึงกับยิ้มกว้างออกมาเพราะความดีใจ

 

            ไอ้แก้มป่องขยับซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของผมราวกับแมวน้อยที่กำลังออดอ้อนเจ้าของ  แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตที่กำลังดิ้นดุ๊กดิ๊กในอ้อมกอดผมตอนนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่พวกเราจะสามารถพบเห็นกันได้โดยทั่วไป 

 

 

          เพราะเขาคือมนุษย์ต่างดาวที่แสนสำคัญของผม

 

 

            ผมตั้งใจไว้ว่าต่อจากนี้จะเริ่มต้นวางแผนชีวิตคู่ระหว่างเราให้รอบคอบที่สุด  และคงต้องลองเสี่ยงในการหาโอกาสบอกความจริงแก่เพื่อนสนิททั้งสามหน่อของผม รวมไปถึงแพทย์หนุ่มอย่างคิมซองกยูและนายตำรวจยศใหญ่อย่างอีโฮวอนซึ่งหลังๆมานี้พวกเราสนิทชิดเชื้อกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเขาเหล่านี้ช่วยเหลือปัญหาต่างๆที่ผมไม่อาจแก้ปัญหาและกระทำได้เพียงคนเดียว  

 

            เพราะผมต้องการให้มนุษย์ต่างดาวของผมอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างปลอดภัย

 

            และผมก็คำนึงอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นบุคคลที่ไว้ใจได้สำหรับผม

 

 

            “ว่าแต่นายไม่ได้เป็นอมตะใช่มั้ย

            ผมถามในสิ่งที่เคยอยากรู้แต่ยังหาโอกาสถามออกมาไม่ได้สักที  ไม่รู้ว่าระหว่างมนุษย์ธรรมดาอย่างผมกับสิ่งมีชีวิตจากดาวอื่นอย่างไอ้แก้มป่องนั้นจะสามารถอยู่ร่วมกันได้นานแค่ไหน

 

            “อ้อ! ไม่หรอก  ถ้าพวกเราเป็นอมตะละก็ ประชากรคงล้นดาวไปแล้วล่ะ”

            คำตอบดังกล่าวถูกเฉลยโดยมนุษย์ต่างดาวตัวจริงเสียงจริง ซึ่งบัดนี้กำลังค่อยๆขยับมานั่งจ้องหน้าผมแล้วอธิบายออกมาอย่างฉะฉาน

 

            “พวกเรามีอายุขัยอยู่นะ  ถ้าเทียบกับวันเวลาของมนุษย์ก็คือพวกเราจะอยู่ได้นานถึงหนึ่งร้อยปี  ยกเว้นแต่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุจนตายไปซะก่อน”

 

          แน่นอนว่าผมไม่มีวันปล่อยให้หมอนี่ได้รับอันตรายอยู่แล้ว!

 

 

            “แล้วไม่มีแบบว่าป่วยเป็นโรคจนตายไปก่อนงั้นเหรอ?

 

            “ไม่มีหรอกมยองซู เพราะวิทยาการทางเทคโนโลยีและการแพทย์ของพวกเราสามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด ดังนั้นถ้าครบอายุขัยพวกเราก็จะจากไปอย่างสงบเอง”

 

            ช่างเป็นเรื่องที่น่าอิจฉาเหลือเกินสำหรับมนุษย์โลกอย่างพวกเรา

           

 

“เฮ้อแต่ฉันคงอยู่ไม่ถึงร้อยปีเหมือนนายหรอกมั้ง”

 

            “อะไรกัน!  เราเห็นในกินเนสบุ๊คยังมีมนุษย์อายุมากกว่าร้อยปีตั้งหลายคน  เพราะงั้นมยองซูอาจจะอยู่ได้นานถึงร้อยปีก็ได้นะ  หรือถ้าป่วยละก็  เราจะพาไปรักษาที่ดาวของเราเอง จะได้อยู่ด้วยกันนานๆ~

            เจ้าของเสียงเจื้อยแจ้วตรงหน้าผมเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจังจนผมได้แต่หลุดยิ้มออกมา  แค่ได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะอยู่ด้วยกันให้ยาวนานจวบจนสิ้นอายุขัยเพียงแค่นี้ผมก็มีความสุขมากเหลือเกิน

 

            “ฉันจะอยู่กับนายให้นานที่สุด”

 

            ฉันสัญญา...

 

 

            “จุ๊บ!!

 

            ….!!

 

            “ยอลลี่รักมยองซูน้าาา~

            มนุษย์ต่างดาวแก้มยุ้ยของผมเอ่ยออกมาพร้อมขยิบตาส่งวิ้งค์มาให้ด้วยรอยยิ้มสดใส  หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งกดจูบลงมาที่ริมฝีปากของผมจนเกิดเสียง 

 

 

            จูบมาแบบนี้งั้นขอฟัดแก้มกลับก็แล้วกัน

 

           

 

            ฟอดดดด!!

 

 

            “รักนายเหมือนกัน  ยอลลี่วิ้งค์ของฉัน”

 

           

           

.

.

.

.

.

.

.

 

 

            ไม่ว่าจะเป็นเพราะพรหมลิขิตหรือเพราะอะไรก็ตามที่ดลบันดาลให้ยานอวกาศลำยักษ์ลงจอดกลางบ้านผมในวันนั้น

 

            ไม่ว่าจะเป็นเพราะดวงชะตา  ความบังเอิญหรืออาจเป็นความตั้งใจทั้งหมดทั้งมวลของบางสิ่ง ที่นำพาให้ผมได้มาพบเจอกับมนุษย์ต่างดาวตนหนึ่งที่สุดแสนจะน่ารักและพิเศษสำหรับผม

 

            ผมก็อยากจะขอบคุณทุกอย่างที่ว่ามา

ขอบคุณที่ทำให้มนุษย์ธรรมดาๆอย่างผมได้พบสิ่งสำคัญที่สุดของใจ  ขอบคุณที่ทำให้ผมได้พบกับคู่รักผู้ทำให้หัวใจของคิมมยองซูคนนี้เปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยคาดคิด

 

 

            สิ่งมีชีวิตที่ทำให้ผมใจเต้น 

 

 

สิ่งมีชีวิตที่ผมมองว่าน่ารักที่สุดในจักรวาล

 

 

และสิ่งมีชีวิตที่ทำให้ผม... หลงรัก

 

 

 

 

 

            ลองสังเกตผู้คนรอบๆตัวคุณสิครับ  ไม่แน่ว่าอาจจะมีมนุษย์ต่างดาวปะปนอยู่โดยที่คุณไม่รู้ตัวก็เป็นได้   หรือวันดีคืนดียาน UFO อาจจะลงจอดกลางบ้านของคุณเหมือนอย่างที่ผมเคยประสบพบเจอ

 

 

 

            แต่ถ้าอยากพบกับสิ่งมีชีวิตที่น่ารักที่สุดในจักรวาลนี้แล้วละก็

 

 

 

          คงมีแค่ยอลลี่วิ้งค์หนึ่งเดียวของผมเท่านั้น 

 

 

 

 

~ END ~

 

 





Talk:
# จบแย้ววววววว~ //จุดพลุ   เป็นฟิคสั้นที่โคตรแฟนตาซีแถมยังไร้ดราม่า เพราะทั้งเรื่องมีแต่ความน่ารักหวานแหววมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งยูนิคอร์น~  แต่งเรื่องนี้แล้วหายเครียดเลยนะ  แต่อาจจะเครียดก็เพราะอยากได้ยอลลี่วิ้งค์มาเป็นของตัวเองบ้างนี่แหละ 55555555
# สำหรับฟิคเรื่องนี้เราเปิดให้จองแล้วนะคะ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่ลิ้งก์นี้  คลิ๊ก หรือในหน้าถัดไป~ ซึ่งภายในเล่มจะเพิ่มตอนพิเศษมาให้อีก 4 ตอน  คือจะเป็นช่วงเวลาหลังจากนี้ที่คุณอัยการสุดหล่อจะเจอกับพ่อตาแม่ยาย  ช่วงเวลาผลิตลูกกันอย่างแข็งขัน =.,= ช่วงเวลาเลี้ยงลูกๆแสนซน หรือแม้กระทั่งความในใจจากมนุษย์ต่างดาวแก้มป่องที่น่ารักของพวกเรานั่นเอง!  ดังนั้นใครที่สนใจก็สามารถสั่งจองยอลลี่วิ้งค์ไปเลี้ยงดูกันต่อได้เลยค่าาาา

# ตอนนี้ยังเหลือเรื่อง Crossing through time to see you ซึ่งอีกไม่กี่ตอนก็จบแล้ว แต่เราคงจะเปิดจองช่วงปลายปีโน่นแน่ะ 5555555 เพราะช่วงกลางปีขอเวลาสะสางงานตัวเองก่อนเน้อ
# ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านยอลลี่วิ้งค์มาจนจบค่ะ  เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความน่ารักจากฟิคเรื่องนี้จะทำให้คนอ่านยิ้มออกมาได้บ้างนะคะ~  จุ๊บๆ  ^_<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #65 บบตพ ♡ (@twentynoey) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:12
    แง จบแน้วววว TwT ขอบคุณมี่เขียนมานะคะ เป็นฟิคแฟนตาซีใสๆ (?) ที่น่ารักมากเลย อ่านแล้วก็อยากจะมียอลลี่เป็นของตัวเองบ้าง อยากฟัดแก้ม ฮือ /โดนคุณอัยการฟาด TwT
    #65
    0
  2. #53 190642 (@190642) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 01:00
    จบแล้วฟิคน่ารักใสๆ แถมตอนจบมาพร้อมncที่น่ารัก ขอบคุณไรท์มากค่ะที่แต่งฟิคสนุกๆแบบให้ได้อ่าน อ่านเรื่องนี้แล้วมันคลายเครียดจริงๆค่ะ ไม่มีดราม่าให้ปวดใจเล่น ชักอยากได้ยอลลี่มาเป็นของตัวเองแล้วจิอะไรจะน่ารัก น่าฟัดขนาดนี้เนี้ย เป็นมยองมันก็ดียังงี้แหละมียอลลี่เป็นของตัวเอง รู้ไหมว่าอิจฉาโว้ยยยย จะคทอยติดตามเรื่องต่อๆไปของไรท์นะค่ะ สู้ๆค่ะ!
    #53
    0
  3. #52 yeolstorycb (@jahcbjahcb) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 02:10
    จบลงแล้วฟิคที่น่ารักมุ้งมิ้งที่สุดของปี
    ขอบคุณไรท์เตอร์ที่แต่งฟิคนี้ให้รีดอ่าน ฟิคมันทั้งสนุกและคลายเครียดอมยิ้มทุกครั้งที่อ่าน
    แต่จะว่าไปเรื่องนี้เครียดนะคะ เครียดตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้ายเลย
    เรื่องอะไรรู้ไหมคะ ก็เรื่องที่มนุษย์ต่างดาวยอลลี่น่ารักเกินไป น่ารักจนอยากได้มาเป็นเจ้าของบ้าง
    หมั่นไส้และอิจฉาที่คุณอัยการจอมหื่นที่ได้ฟัดยอลลี่เพียงแค่คนเดียว วางยาซะดีไหมคะ
    อยากอ่านตอนพิเศษจะแย่อยู่แล้ว อยากรู้ว่าลูกแฝดของมนุษย์ต่างดาวจะน่ารักแสบซนขนาดไหน
    คุณอัยการตายแน่ๆ แสบคูณสามอยู่บ้านเดียวกัน555
    รอเรื่องต่อไปและต่อๆไปของไรเตอร์นะคะ ขอบคุณค่ะ

    #52
    0
  4. #51 Chonlathon Monklang (@chonlatorn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 23:07
    โง้ยยยยยย น่ารักกันเหลือเกินค่ะ (///^^///)
    #51
    0