แก้วขวัญวันรัก

ตอนที่ 38 : ตอนที่ 35 ขวัญเอ๋ย ขวัญมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ม.ค. 58

35

ขวัญเอ๋ย ขวัญมา

 

“แม่ครับ ผมไม่ไปนะ ผมไม่ไปนะครับ” เด็กชายวาทินในวัยแปดขวบเอ่ยขึ้นและร้องเสียงดัง เขาพยายามกอดเอวหญิงผู้เป็นแม่ไว้แต่แม่ของเขากลับแกะมือเธอออก ผลักเขาไปให้กับพวกคนชุดดำ

“ดาวพ่อว่าอย่าให้ทินไปเลย”

“ไม่ค่ะ ทินต้องไป”

“ผมไม่ไป ผมจะอยู่กับแม่ อย่าให้ผมไปนะ ผมไม่ไป ฮือ...”

“เป็นผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กันหรอกนะ อายคนอื่นเขาบ้าง อยู่ที่โน่นไม่เหมือนที่นี่ เชื่อฟังลุงอดัม เขาจะดูแลทิน ไม่ต้องกลับมาถ้าฉันไม่อนุญาต”

“ไม่ ผมไม่ไป ไม่ไป” วาทินร้องและพยายามดิ้นให้หลุดจากชายชุดดำที่รวบตัวเขาไว้ เขาดิ้นอย่างสุดแรงและเหลียวหลังหันมองเดือนดารา มารดาของเขาที่จ้องมองเขาด้วยแววตานิ่งเฉย แววตาเดียวกับวันสุดท้ายของชีวิต แววตาที่ไม่มีความรู้สึกใด ๆ

 

เฮือก!!!!

วาทินสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นจากความฝัน ความฝันที่ตามหลอกหลอนชีวิตเขามาตลอดหลายปี วาทินหันไปมองรูปของเดือนดาราที่วางอยู่บนโต๊ะ เขามองผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา ผู้หญิงที่เป็นแม่ของเขา เป็นแม่ที่ไม่เคยรักเขา เกลียดชังเขา ทุกครั้งที่สบมองไม่เคยมีสายตาอารีย์เหมือนแม่คนอื่น ๆ มีเพียงสายตาที่เย็นชาและห่างเหิน แม้แต่วันสุดท้ายของชีวิตก็ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาจากปากของแม่เขานอกจากดวงตานิ่งที่เฉยชา เขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไรผิด แม่ถึงไม่เคยรักเขา เขาล้มก็ยืนมองและสั่งให้เขาลุกขึ้น เมื่อเขาไม่ลุกก็เดินหนีไป ตอนเขาโดนพวกบรรดาลูกพี่ลูกน้องแกล้ง เขาแค่ป้องกันตัวโต้กลับไป เมื่อเรื่องถึงหูแม่ คนที่โดนลงโทษกลับเป็นเขาเป็นเพียงเดียว เขาไม่เคยทำอะไรถูกในสายตาแม่ แม่เกลียดเขา นั่นคือสิ่งที่เขารับรู้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“คุณวาทินครับ” ประตูห้องเปิดออก อเล็กซ์เปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง

“เรื่องที่ให้จัดการเป็นยังไงบ้าง”

“เราส่งหลักฐานให้ตำรวจ หลักฐานเอกสารงานผิดกฎหมายของนายชัยวัฒน์ งานนี้พวกมันไม่รอดแน่ครับเจ้านาย” วาทินพยักหน้า ใบหน้าหล่อแต่เย็นชาดูเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ขวัญชีวันเป็นยังไงบ้าง” เขาเอ่ยถามขึ้น

“ยังไม่ฟื้นเลยครับ อาการดูน่าเป็นห่วง หมอบอกว่าทั้งที่อาการเธอก็ดูปกติแล้วแต่กลับไม่ยอมฟื้น บางทีอาจมีผลแทรกซ้อน หมออาจจะต้องตรวจอีกครั้งเพื่อความแน่ใจครับ” อเล็กซ์มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเจ้านายที่นิ่งงัน ก่อนจะขยับริมฝีปากพูดกับอเล็กซ์

“นายออกไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน” อเล็กซ์พยักหน้ารับคำสั่งและเดินออกไป วาทินนั่งเงียบอยู่ในห้องทำงานไม่ได้ออกไปพักผ่อน ภาพเมื่อสามวันก่อนฉายชัดเข้ามาอีกครั้ง วินาทีที่ขวัญชีวันวิ่งเอาตัวมาบังกระสุน เขารู้สึกเหมือนมีคนมาสับสวิตซ์ไฟในร่างกายเขา มีแต่ความไม่เข้าใจ ทันทีที่ทุกอย่างเงียบลงเขาเป็นคนแรกที่อุ้มเธอไปที่รถ ยืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินเกือบห้าชั่วโมง ห้าชั่วโมงที่เขาลุ้นระทึกใจ เขายังจำสีหน้าของขวัญชีวันตอนล้มลงไปได้ชัด เธอดูตื่นตะลึง งงงวย ไม่เข้าใจ เธอไม่ควรจะต้องมาอยู่ในสภาพนี้ เขาคือต้นเหตุของความวุ่นวายในชีวิตของขวัญชีวัน เธอจึงตายไม่ได้ เขารอจนขวัญชีวันพ้นขีดอันตราย ยืนเฝ้าเธอจนเช้าจนแน่ใจว่าเธอจะไม่เป็นอะไรอีกจึงกลับออกจากโรงพยาบาล

“ขออนุญาตครับนาย” อเล็กซ์เดินกลับเข้ามาในห้อง

“ฉันบอกว่า...”

“คุณรักจิราเธอโทรมาสายแทบไหม้แล้วครับ เธอบอกว่าต้องการเรียนสายกับเจ้านายให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธอจะบุกมาที่นี่ ผมเกรงว่าคงจะไม่เป็นการดี”

“เอาโทรศัพท์มา” อเล็กซ์ยื่นสายให้กับวาทิน เมื่อครู่ตอนเขารับแม่เจ้าประคุณเล่นแผดเสียงแปดปรอท เอาตกยกสายหนี เขายังไม่เคยเจอน้องสาวของขวัญชีวันคนนี้แต่รู้สึกได้ว่าเธอคงร้ายใช่ย่อย

(คุณวาทิน คุณเอาเจ๊ขวัญของฉันไปไว้ที่ไหน ฉันต้องการคุยกับเจ๊ขวัญ)

“ขวัญชีวันไม่ว่าง”

(แต่ฉันต้องการได้ยินเสียงพี่สาวฉัน ฉันโทรหาเจ๊ขวัญไม่ติดมาหลายวันแล้ว)

“ขวัญชีวันสบายดี เธอไม่ต้องห่วง”

(ฉันไม่มั่นใจในคำพูดคุยสักนิด ฉันอยากคุยกับเจ๊ขวัญ คุณเอาโทรศัพท์ไปให้เจ๊ขวัญ ฉันต้องการถามจากปากเจ๊ขวัญเอง) รักจิราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดสุด ๆ

“เธอสั่งใครรักจิรา” รักจิราเงียบเมื่อเจอเสียงเขาดูดุขึ้นมา “อีกสามวันฉันจะให้เธอได้คุยกับขวัญชีวัน ตอนนี้ขวัญชีวันไม่อยู่ที่นี่ ฉันให้ขวัญชีวันไปทำธุระให้ แล้วไม่ต้องโทรมาอีก ฉันจะให้ขวัญชีวันโทรกลับไปเอง”

(เดี๋ยว ติ๊ด) วาทินกดวางสายและยื่นโทรศัพท์คืนให้อเล็กซ์

“ถ้าโทรมาอีกบอกไปเลยว่าฉันจะโยนพี่สาวหล่อนลงน้ำ”

“ครับ เอ่อ....”

“หมดธุระแล้วก็ออกไป” วาทินมองอเล็กซ์ที่ยังยืนอยู่เหมือนจะยังไม่หมดเรื่อง “มีอะไรว่ามา”

“คือว่า...คุณขวัญชีวันหายไปจากโรงพยาบาลครับนาย”

 

ใบหน้าซีดขาวของขวัญชีวันมีเหงื่อไหลซึมออกมา ดวงตาฉายแววเหนื่อยและเจ็บปวดสุด ๆ เท้าก้าวเข้าสู่สนามบิน ได้ยินไม่ผิด หูไม่ฝาด คนที่ป่วยอาการสาหัสที่ควรจะนอนอยู่โรงพยาบาลตอนนี้มาปรากฏตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย ในมือถือเอกสารการเดินทาง ท่าทางอ่อนระโหยดูน่าสงสาร ถ้าถามว่าทำไมขวัญชีวันถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่สนามบินแทนที่จะเป็นโรงพยาบาล ก็ต้องเล่าย้อนไปเมื่อวานตอนหัวค่ำ ลูคัสเข้ามาเยี่ยมเธอซึ่งได้จังหวะที่เธอฟื้นพอดีหลังจากหลับไปได้เกือบสามวันเต็ม ๆ

“เป็นยังไงบ้างขวัญชีวัน” ใบหน้าซีดของขวัญชีวันมองลูคัสแบะส่ายหน้าเป็นคำตอบ แต่เมื่อเห็นคนที่ชอบพูดจาเย้าแหย่มองเธอเงียบ ๆ สายตาเหมือนกำลังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

“คุณมีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” ขวัญชีวันเอ่ยถาม จากสายตาของเขาเธอพอจะมองออกว่าเขาไมได้แค่มาเยี่ยมเธอเท่านั้น ลูคัสยิ้ม

“เธอดูฉลาดกว่าที่ฉันคิดไว้ ฉันพูดเลยแล้วกัน ฉันต้องการช่วยเธอ”

“ช่วย” ขวัญชีวันขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เขาจะช่วยอะไรเธอกัน เธอไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออะไรจากเขาสักหน่อย ลูคัสหยิบซองจดหมายซองหนึ่งให้กับเธอ แต่เรี่ยวแรงยังกลับมาไม่สมบูรณ์พร้อมเธอจึงไม่ได้รับ แต่พอเห็นตราหน้าซอง เธอพอจะเดาได้ว่ามันคือ

“ตั๋วเครื่องบิน คุณให้ฉันทำไมคะ”

“เธอควรจะกลับบ้านไปซะ ฉันไม่อยากให้เธอต้องถูกดึงเข้ามากลางสงครามของพวกนักธุรกิจ ไม่สิ มาเฟีย เธอยังมีอนาคตอีกเยอะ ยังมีพี่น้อง ตอนนี้กลับได้ควรจะกลับ ก่อนจะไม่มีโอกาสได้กลับอีกตลอดชีวิต”

“แต่...”

“ที่เธอต้องมานอนเจ็บแบบนี้มันพึ่งเริ่มต้นเท่านั้นขวัญชีวัน มันจะหนักขึ้น วาทินเป็นตัวอันตรายมีศัตรูที่คิดจะฆ่ามันเยอะแยะ ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่วันพรุ่งนี้เธออาจจะไม่ได้บาดเจ็บแต่เธออาจจะตายก็ได้ เรื่องที่เธอวิ่งเข้ารับกระสุนแทนวาทินดังไปทั่วอิตาลี ศัตรูของวาทินจะต้องเล่นงานเธอแน่เพราะคิดว่าเธอเป็นจุดอ่อนของวาทิน คิดว่าเธอคือผู้หญิงของวาทิน”

“ไม่นะ ไม่ใช่ ฉันไม่ใช่ แล้วก็ไม่ได้...”

“ไม่ต้องปฏิเสธอะไรทั้งนั้น เธอเลือกเอาแล้วกันว่าจะหนีตอนที่หนีได้หรือจะตาย แล้วครอบครัวเธออีกหลายชีวิตต้องเดือดร้อนไปด้วย เธอไม่ใช่คนโง่นะขวัญชีวัน ฉันยื่นโอกาสให้เธอ ออกไปจากชีวิตของวาทินให้เร็วที่สุดเท่าที่เร็วได้ ก่อนจะมีอันตรายไปมากกว่านี้”

“คุณหวังอะไรอยู่หรือเปล่าคะคุณลูคัส”

“ท่าทางซื่อ ๆ แต่ฉลาดใช่ย่อยนะ”

“คุณต้องการอะไรพูดมาตรง ๆ เถอะค่ะ คุณคงไม่ได้อยากช่วยฉันฟรี ๆ แน่ ๆ ฉันรับการช่วยเหลือที่ไม่มีสาเหตุไม่ได้หรอกค่ะ” ลูคัสยิ้ม

“เฮ้อ...สงสัยข้อมูลที่ได้มาของเธอจะผิดพลาด เธอไม่ได้บื้อเลยนี่ หรือตั้งแต่มาอยู่ที่นี่จะทันคนมากขึ้น เธอคงรู้เรื่องเอวามาไม่มากก็น้อยแล้วสินะ” ขวัญชีวันพยักหน้า

“ฉันไม่อยากเห็นเธอต้องตายแบบเอวา วาทินดูแลใครไม่ได้ มันจะไม่มีทางเลือกชีวิตคนอื่นมากกว่าตัวเอง มันจะปล่อยให้เธอตาย เธอรู้ไหมทันทีที่เธอเข้ามาเป็นจุดอ่อนของวาทิน วาทินมีทางเลือกสองทางให้กับชีวิตเธอ ทางแรกคือเอาเธอไว้ใกล้ตัวป้องกันการลักพาตัวเธอ หรือจับตัวเธอไปข่มขู่ ทางเลือกที่สองคือฆ่าเธอซะ ตัดปัญหาที่จะตามมาทุกอย่าง” ขวัญชีวันนิ่ง

“คุณวาทินไม่ใช่มาเฟียเขาไม่ทำหรอก”

“มันบอกสินะว่ามันไม่ใช่ แต่สภาพแวดล้อมและการกระทำมันของมันน่ะใช่ แน่นอนว่ามันไม่กระเตงผู้หญิงที่ไม่สำคัญอย่างเธอไปไหนมาไหนให้มันยุ่งยากแน่ เธอรู้อะไรไหมที่เอวาต้องตายก็เป็นเพราะมัน ทั้งที่มันอยู่กับในวันนั้นเอวา แต่กลับปล่อยให้เอวาตายไปต่อหน้าต่อตาได้ ฉันไม่อยากเห็นเธอต้องมีจุดจบแบบเอวา แค่เอวาคนเดียวก็เกินพอแล้ว”

“แค่นั้น...”

“ใช่ แค่นั้น ฉันรักเอวามาก ฉันสัญญาต่อหน้าศพเอวาว่าจะไม่ยอมให้ไอ้วาทินทำร้ายใครอีก เธอเป็นคนดีไม่ควรจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ ฉันถึงช่วย ตกลงเธอจะกลับบ้านเธอไหม”

“แต่...”

“เรื่องหนี้ เธอชดใช้ให้มันตั้งแต่วิ่งเข้าไปรับกระสุนแทนแล้ว แต่ถ้ากลัวฉันจะใช้ให้ทั้งหมด”

“ฉันไม่อยากเชื่อในสิ่งที่คุณพูด มันดู...ไม่จริง”

“เธออาจจะไม่เชื่อที่ฉันบริสุทธิ์ใจในการช่วยเธอ แต่เธอเชื่อที่ว่าไอ้วาทินมันปล่อยให้เธอตายได้ ไม่ใช่แค่เธอ จะมีครอบครัวเธอที่เดือดร้อน ศัตรูในเงามืดกำลังเธออยู่ด้านนอก แต่ยังไม่มีใครเคยรู้จักหรือเห็นหน้าเธอ ถ้าเธอหายไปฉันจะจัดการลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอบนเกาะให้ ฉันอาจมีอำนาจไม่พอ แต่ฉันจะพูดกับไอ้วาทินให้ลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอบนเกาะ ฉันมีวิธีที่ทำให้มันยอม”

“แต่...”

“ไม่มีแต่ เธอลองคิดดูนี่เป็นโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายของเธอ ตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้าโรงพยาบาลจนถึงวันนี้วาทินไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลย เธอคงไม่รู้สินะ”

“ก็ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันนี่”

“ใช่ แต่เธอคือผู้มีพระคุณ มันต้องใยดีเธอบ้าง ไม่เชื่อฉันกลับไปเธอลองถามบอดี้การ์ดด้านนอกดูก็ได้ ว่าวาทินมันเคยมาเยี่ยมเธอไหมตลอดสามวันมานี้ บอกให้เลยคำตอบก็ต้องเป็นแบบเดียวกับฉัน แค่นี้มันก็แสดงชัดแล้วว่ามันไม่แคร์ที่เธอช่วยชีวิตมัน ไม่สนอะไรทั้งสิ้น ถ้าเธอตายมันก็คงไม่สนอีกนั่นแหละ ว่ายังไงขวัญชีวัน ชีวิตเป็นของเธอ เธอมีสิทธิ์เลือกจะไปก็ได้ หรือจะอยู่ต่อ” ขวัญชีวันทำหน้าคิดหนัก

“แต่ฉันยังไม่หาย ออกไปตอนนี้คง...”

“ยังไม่หายนี่แหละเป็นช่วงเดียวที่จะไปได้ ถ้าเธอหาย จะมีคนมารับเธอกลับเกาะ เธอจะถูกขังอยู่ที่นั่น หรือไม่ก็ถูกจับถ่วงน้ำตอนนั่งเรือไปใครจะรู้ เลือกดี ๆ นะขวัญชีวัน” ขวัญชีวันทำหน้าไม่สบายใจ เขากับเธอมีแค่ฐานะเจ้านายกับลูกน้อง เจ้าหนี้กับลูกหนี้ เขาไม่มีทางยกเธอขึ้นมาเป็นผู้มีพระคุณ มีโอกาสเธอควรจะคว้าไว้ เพราะถ้ากลับไปแล้วไม่ได้กลับมาอีกล่ะ เธอตัดสินใจพลาดตั้งแต่เอาตัวเองมายุ่งกับเรื่องวุน่วายพวกนี้ เธอจะยอมตัดสินใจพลาดอีกหรอ แล้วครอบครัวเธอจะต้องเดือดร้อน เธอควรจะ

“นี่โทรศัพท์ กดหนึ่งแล้วโทรไปหาฉัน ฉันจะรอฟังคำตอบจากเธอ ฉันต้องไปแล้ว คนของไอ้วาทินคงกำลังจะกลับมา ถ้าเธอตกลงเราจะไปกันพรุ่งนี้เช้า คนของฉันจะมารับเธอ” ขวัญชีวันทำหน้าไม่มั่นใจและมองลูคัสเดินออกไป ขวัญชีวันพยายามพิจารณา แต่หัวสมองเธอมันต้องเล็กเท่าเมล็ดถั่วแน่ ๆ ที่คิดอะไรเป็นระบบไม่ได้เหมือนวันวิวาห์ ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวไม่ได้เหมือนรักจิราและแก้วกัลยา พลันประตูก็เปิดออก บอดี้การ์ดหน้าตาคุ้น ๆ เหมือนจะเป็นลูกน้องของคิมหันต์อีกทีเดินเข้ามาใบหน้ายังคงนิ่ง ดวงตาแสดงความแปลกใจ

“คุณฟื้นแล้ว ผมจะโทรไปเรียนคุณวาทิน”

“เอ่อ...อย่าพึ่งค่ะ ไว้โทรไปพรุ่งนี้ดีกว่า เอ่อ...คุณคะ...คุณวาทินเธอมาที่นี่บ้างไหมคะ” ขวัญชีวันถาม บอดี้การ์ดกลับมาตีหน้านิ่งขรึมเช่นเคยและเอ่ยตอบ

“หลังจากวันที่พาคุณมาส่ง คุณวาทินก็ยังไม่มาเลยครับ ช่วงนี้คุณวาทินยุ่ง ๆ เรื่องงานกับจัดการคดีครับ” ขวัญชีวันพยักหน้า

“เมื่อครู่มีคนน่าสงสัยทำลับ ๆ ล่อ ๆ หน้าห้อง ไม่มีคนเข้ามาใช่ไหมครับ” ขวัญชีวันส่ายหน้า เมื่อได้คำตอบบอดี้การ์ดคนนั้นก็เดินออกไป

 “หวังว่าฉันจะตัดสินใจถูก” ขวัญชีวันหยิบโทรศัพท์และกดโทรออกทันที เสียงปลายสายดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมีคนกดรับปลายสายเงียบเหมือนรอให้เธอพูด ขวัญชีวันหายใจเข้าออกช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“คุณลูคัส ฉันตกลงค่ะ ฉันจะกลับบ้าน”

 

และหลังจากเธอตอบตกลงเธอก็มาปรากฏตัวอยู่ที่สนามบินในตอนเช้า โดยมีคนของลูคัสที่ปลอมเป็นหมอพาเธอออกมาจากห้องนั้น เปลี่ยนเสื้อผ้าและพาออกมาจากโรงพยาบาล โดยที่บอดี้การ์ดคนใหม่ที่มาเปลี่ยนเวรกับคนเก่าก็ไม่รู้ถึงแผนแอบหนีของเธอเลย พอมาถึงคนของลูคัสก็ปล่อยเธอลงที่หน้าสนามบิน คนของเขาจัดการทุกอย่างให้เธอ เธอเพียงแค่รอขึ้นเครื่องบิน เธอกำลังจะได้กลับบ้าน เสียงประกาศเรียกให้ขึ้นเครื่องดังขึ้น ขวัญชีวันรู้สึกได้ว่าแผลที่โดนยิงของเธอกำลังจะทำพิษ เธอพยายามเดินช้า ๆ เพื่อไม่ให้แผลสะเทือน เธอตัดสินใจถูกหรือผิดที่หนีออกมาทั้งที่สภาพร่างกายยังไม่พร้อม เธอเป็นคนโง่หรือเปล่าเนี่ย ขวัญชีวันทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ มือหยิบโทรศัพท์กำลังจะโทรออก

“โปรดทราบ เครื่องบินของสายการบิน นกแอร์ เที่ยวบินที่ ดีดี 194 พร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง...” ขวัญชีวันกดวางสายโทรศัพท์ ลุกขึ้นยืน ตอนเหม่อมองออกไปชั่ววูบหนึ่งเธอมองเห็นเงาร่างคุ้นตายืนอยู่ ขวัญชีวันสะบัดหน้าคิดว่าตัวเองคิดไปเอง พอมองไปอีกครั้งกลับไม่มีใครอยู่แล้ว

“คิดมากน่า อีกนิดเดี่ยวจะได้กลับบ้านแล้ว” ขวัญชีวันเอ่ยและหันหลังจะเดินไป ขาทั้งสองกลับชะงักค้าง ดวงตากลมดูตกใจมาก ในใจพลางคิดว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ขวัญชีวันหันหลังและวิ่งหนี ในสภาพที่เริ่มจะประคองตัวเองไม่อยู่

“ขวัญชีวัน!!!” เสียงวาทินที่ดังก้องทำให้ขวัญชีวันสะดุ้ง จากที่กลัวอยู่แล้วเกิดกลัวขึ้นมาอีก เท้ารีบก้าววิ่งหนี ชนคนโน้นคนนี้ วิ่งแบบลืมชีวิต เสียงของลูคัสดังตามติดหูของเธอ

“วาทินมีทางเลือกสองทางให้กับชีวิตเธอ ทางแรกคือเอาเธอไว้ใกล้ตัวป้องกันการลักพาตัวเธอ หรือจับตัวเธอไปข่มขู่ ทางเลือกที่สองคือฆ่าเธอซะ ตัดปัญหาที่จะตามมาทุกอย่าง”

“แค่นี้มันก็แสดงชัดแล้วว่ามันไม่แคร์ที่เธอช่วยชีวิตมัน ไม่สนอะไรทั้งสิ้น ถ้าเธอตายมันก็คงไม่สนอีกนั่นแหละ

“ขวัญชีวัน!!!

“โอ๊ย!!!” ขวัญชีวันวิ่งเข้าไปขนกับใครคนหนึ่ง ก่อนจะผละตัวออกไปคน ๆ นั้นกับเอามือโอบเอวพยุงเธอไว้ ขวัญชีวันเงยหน้าขึ้นมอง

“คุณลูคัส”

“คนของผมโทรมาบอกว่าวาทินตามคุณมาแล้ว ผมว่าแล้วเชียวว่าข่าวจะต้องไปถึงหูมันไว้” ขวัญชีวันมองหน้าลูคัสและพยายามแกะมือลูคัสออกแต่มือของเขากับโอบเธอไว้แน่น

“ปล่อยขวัญชีวัน” เสียงของวาทินดังมาจากด้านหลัง ขวัญชีวันหันไปมอง

“ถ้าฉันไม่ปล่อยล่ะ”

“ขวัญชีวันอยู่คนในปกครองของฉัน”

“เจ้าหนี้กับลูกหนี้อ่ะนะ ฉันจะใช้เงินแทนขวัญชีวัน แกก็ปล่อยเธอกลับไปเถอะ เกมส์นี้ไม่เหมาะกับผู้หญิงคนนี้หรอก” ขวัญชีวันมองวาทินที่ดูนิ่งมาก เขาตวัดสายตามามองเธอ ขวัญชีวันรีบก้มสายตาหลบอย่างขลาด ๆ

“ขวัญชีวันไม่ได้เป็นลูกหนี้ แต่เป็นคนในความดูแลฉัน”

“ฐานะล่ะ”

“ขวัญชีวันช่วยฉัน เป็นผู้มีพระคุณ จากนี้ฉันจะดูแลขวัญชีวัน จนกว่าเรื่องจะจบ ฉันจะส่งขวัญชีวันกลับเอง คืนเธอมา” ขวัญชีวันมองลูคัสที่เปลี่ยนจากโอบเอวมาโอบไหล่เธอแทน แต่ขวัญชีวันดันตัวเองออกมาขยับออกห่างจากเขาเพียงเล็กน้อย ทางซ้ายลูคัสและลูกน้อง ทางขวาวาทินและลูกน้อง ตอนนี้สถานการณ์กำลังไม่ปลอดภัยต่อชีวิตเธอ ถ้าทั้งสองเกิดยกปืนขึ้นกลางสนามบิน เธอตายแน่

“แกพูดเองเออเองทั้งนั้น ถามเจ้าตัวเขาดีกว่าว่าเขาอยากจะกลับกับแก หรือกลับบ้านกับ...ฉัน จริงไหมขวัญชีวัน เธอมีสิทธิ์เลือก”

“ไม่จำเป็น ขวัญชีวันมานี่” เขาเอ่ยสั่ง ขวัญชีวันทำหน้าฉงน นี่เขาสั่งเธอต้องไปใช่ไหม

“ไม่ต้องกลัว เธอบอกมันไปเลยเธอจะกลับบ้าน ฉันจะไปส่งเธอถึงบ้านเลย”

“ขวัญชีวัน ฉันบอกให้มานี่”

“คือ...” ขวัญชีวันทำหน้าเหมือนเริ่มมึนและงง เหมือนกระต่ายที่กำลังหลงทางเลือกไม่ถูกตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะเดินกลับไปหาวาทิน หรือจะยอมให้ลูคัสส่งเธอกลับ ถ้าเลิกอย่างใดอย่างหนึ่งชีวิตเธอจะไม่มีวันสงบแน่ สายตาเย็น ๆ ของวาทินแสดงถึงความข่มขู่ สายตาเจ้าเล่ห์ของลูคัสกำลังคุกคามเธอ

“ขวัญชีวัน” สองเสียงดังขึ้นประสานกันแม้จะไม่ได้ตะโกนเสียงดังแต่สองเสียงกำลังบังคับให้เธอเลือกเดี๋ยวนี้

“นายครับผมว่าเลือกพูดก่อนเธอครับ” อเล็กซ์ชี้ไปที่ขวัญชีวัน ขวัญชีวันก้มมองที่อกของเธอเลือกซึมออกมา อาการเจ็บแทรกเข้ามาในทันที พลันร่างของขวัญชีวันก็ล้มลง วาทิน และลูคัสวิ่งเข้าไปพร้อมกับ แต่ลูคัสอยู่ใกล้กว่าจึงรับร่างของขวัญชีวันไว้ทัน ลูคัสอุ้มร่างของขวัญชีวันขึ้น

“ส่งเธอมา”

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ”

“เธอไม่ใช่ของเล่นของแก ฉันไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนี้ อย่าพยายามใช้เธอแก้แค้นเรื่องเอวา มันไม่ได้ผล ส่งเธอมา นายคงยังไม่ลืมว่าฉันอยู่ในฐานะผู้ดูแลทุกอย่างของคาเว่น ฉันมีสิทธิ์ตัดสิทธิ์นายก่อนจะถึงวันมอบสิทธิ์ ฉันไม่อยากใช้วิธีนี้หรอกนะ แต่ขวัญชีวันคือคนในปกครองของฉันเธออยู่ในฐานะผู้มีพระคุณ จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยนับจากวันนี้ฉันจะดูแลเธอและส่งเธอกลับเอง” อเล็กซ์กำลังจะเดินเข้ามาช่วยรับร่างของขวัญชีวัน แต่วาทินกลับเดินตัดหน้าเขาและรับร่างเธอมาและหันหลังเดินออกไป ลูคัสมองตามออกไปมือของเขากำแน่น ดวงตาฉายแบบแค้นออกมา

“ไอ้วาทิน” เขาเค้นเสียงออกมาพอได้ยินเพียงคนเดียว

 

ขวัญชีวันลืมตาขึ้น ดวงตากลมมองไปรอบ ๆ ห้อง สีขาวสีคุ้นเคย เธอจำได้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาล ชีวิตเธอวิ่งหนีไม่พ้นโรงพยาบาลเลยจริง ๆ แล้วใครล่ะที่พาเธอมา ลูคัส หรือวาทิน เธอไม่อยากให้เป็นใครสักคนในสองคนนี้ เธอรู้สึกเหมือนอายุเธอหดสั้นไปอีกสิบปียิ่งพวกเขาขยับเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่

“ตื่นแล้วหรอครับคุณขวัญ” ขวัญชีวันมองคนที่ยืนอยู่มุมห้อง

“คุณอเล็กซ์”

“คุณวาทินออกไปคุยกับหมอ น่าจะขอย้ายคุณกลับไปที่เกาะพรุ่งนี้”

“คุณได้อธิบายกับคุณวาทินหรอว่าฉันไม่ได้ตั้งใจจะช่วยเขา ฉันแค่ขึ้นไปหาสร้อย แล้วตอนนั้น”

“จุ๊ จุ๊” อเล็กซ์ทำเสียงสั่งให้เธอเงียบ พลางเดินมาใกล้กับเตียงและชะโงกหน้าต่ำลงมา ขวัญชีวันแทบจะเบียดตัวเองชิดกับเตียงนอน

“อย่าเสียงดังไปสิ ห้ามพูดเรื่องนี้ จำไว้เอตั้งใจช่วยคุณวาทิน”ง

“แต่ฉันเปล่า ฉันวิ่งไปเอาสร้อยที่ตกอยู่ใต้โต๊ะ แต่มันสะดุดต่างหาก” ขวัญชีวันแย้งทันที

“บอกแล้วไงว่าอย่าพูด จำไว้ใส่สมองว่าเธอช่วยคุณวาทิน”

“แต่”

“เชื่อฉันแล้วมันจะดีเอง คิดดูนะ ถ้าเธอบอกไม่ได้ตั้งใจ ผลจะต่างจากตอนนี้แน่นอน คุณวาทินขยับฐานะของคุณจากลูกหนี้มาเป็นผู้มีพระคุณ อยากกลับไปเป็นหนี้หรือไง”

“แต่ฉันไม่ชอบพูดโกหก”

“เธอก็ไม่ต้องพูด แค่ทำเฉย ๆ เนียน ๆ ให้ทุกคนคิดว่าเธอช่วยเขาน่ะดีแล้ว มันดีต่อเธอ และดีต่อคุณวาทินเอง เชื่อฉันไม่ต้องพูดถึงมัน”

“แต่...”

“อย่ามีคำว่าแต่อีก เอาล่ะแค่ฟัง ถ้ามีคนถามเรื่องนี้ก็ทำหน้ามึน ๆ อึน ๆ แบบทุกครั้ง”

แกรก

“นายทำอะไรอเล็กซ์” อเล็กซ์เงยหน้าขึ้นและหันไปมองยิ้มเจ้าเล่ห์เข่นเคย วาทินหันไปมองขวัญชีวันที่นอนหลับตาไปแล้ว อเล็กซ์ยิ้มเพราะรู้ว่าขวัญชีวันกำลังจะหลบหน้าเจ้านายของเขา

“ผมเห็นอะไรติดหน้าคุณขวัญผมก็แค่ช่วย โอ๊ะ ผมนึกขึ้นได้ว่าแอนนาโทรมาให้ผมโทรกลับ ยังไงผมขอตัวนะครับเจ้านาย อีกหนึ่งชั่วโมงผมจะกลับมารับนะครับ” แล้วอเล็กซ์ก็เดินออกไป วาทินปรายตามองและก้าวเท้าเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียง ดวงตากลมพยายามหลับตาแบบสนิท เธอจะรู้ตัวไหมยิ่งพยายามหลับตาแบบนี้มันยิ่งไม่เนียน

“ตื่นแล้วก็ลืมตาเถอะ” ขวัญชีวันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเพราะเขาจับได้แล้ว แต่เธอก็ไม่กล้าสบตากับเขา วาทินปล่อยให้ห้องเงียบอยู่สักพักก็เอ่ยขึ้น

“ทำไมถึงต้องหนีออกไป” ขวัญชีวันไม่ยอมตอบ และไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอกลับมาเป็นสาวขี้กลัวอีกครั้ง เขาเชยคางหน้าขึ้นและจับหน้าของเธอให้หันมามอง ขวัญชีวันมองตาเขาแววตาสั่นเหมือนกลัว

“ฉันไม่ฆ่าเธอหรอกขวัญชีวัน แต่ฉันอยากรู้ว่าอะไรทำให้คนที่ป่วยเกือบตายอย่างเธอหนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน” ขวัญชีวันน้ำตาคลอ วาทินถอนหายใจ

“โอเคไม่พูดก็ไม่ต้องพูด แต่อย่าทำแบบนี้อีก ฉันสัญญาว่าฉันจะส่งเธอกลับบ้านแน่นอน แต่ไม่ใช่วันนี้ ตอนนี้ จนกว่าเธอจะปลอดภัย จนกว่าฉันจะจบทุกอย่าง อีกไม่นานหรอก”

“คุณจะไม่ฆ่าฉันใช่ไหม คุณจะไม่คิดว่าฉันเป็นภาระ ตัดปัญหาและฆ่าฉันทิ้ง ถ้าฉันโดนจับคุณจะปล่อยให้คนพวกนั้นฆ่าฉันไหม ไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายครอบครัวฉัน”

“อย่าหลบตาและมองตาฉัน” ขวัญชีวันหลุบตาต่ำลงค่อย ๆ ช้อนสายตาขึ้นมองสบกับดวงตาคมของเขา ใจที่เต้นอยู่แล้วกลับเปลี่ยนจังหวะเต้นแรงขึ้นเมื่อสบตาเขาในระยะใกล้แบบนี้

“เธอช่วยชีวิตฉันแล้วฉันจะเอาชีวิตเธอไปทำไม ที่สำคัญฉันยังยืนยันว่าฉันไม่ใช่มาเฟียไม่ฆ่าคน และฉันสัญญาว่าจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ฉันจะดูแลเอให้ดีที่สุด รวมถึงฉันจะส่งคนไปดูคนที่บ้านเธอ จะไม่มีใครต้องเป็นอันตรายฉันสัญญา อย่าหนีไปแบบนี้อีก แล้วมีอะไรต้องถามฉัน บอกฉัน อย่าคิดไปเองคนเดียว เข้าใจใช่ไหม” ขวัญชีวันนิ่งไม่กล้าตอบกลับไป

“ขวัญชีวัน”

“ค่ะ” ขวัญชีวันเอ่ยสั้น ๆ

“ค่ะอะไร” ขวัญชีวันที่หลุบตาลงช้อนตาขึ้นมองเขาอีกครั้ง

“ฉันจะไม่หนี มีอะไรจะถามคุณ จะบอกคุณ ฉันขอโทษ”

“ช่างมันเถอะ ส่วนเรื่องที่ไม่ได้มาเยี่ยม ฉันติดธุระ มีอะไรต้องเคลียร์และคิดเยอะ” ที่เขารู้เพราะว่าบอดี้การ์ดของเขารายงายคำถามที่เธอถามให้ฟัง

“ฉันง่วง”

“นอนเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะย้ายเธอกลับไปรักษาตัวที่เกาะ” ขวัญชีวันหลับตาลง เขายืนมองเอสักพัก จังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอทำให้รู้ว่าเธอหลับไปแล้ว วาทินดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเธอ เขาจ้องมองใบหน้ากลม ๆ เนียนใสเหมือนลูกซาลาเปา ใบหน้าของเธออ่อนกว่าวัยมาก ไม่ได้สวยจัดแต่ก็น่ามอง นี่เป็นครั้งแรกที่เขายืนพิจารณาเธอนานขนาดนี้ เธอดูเดียงสา ดูน่าสงสารที่ต้องถูกดึงมายุ่งกับเรื่องพวกนี้ ชั่วขณะมือของเขาเคลื่อนไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าเนียนใส แต่ก็ต้องชะงักค้างเมื่อรู้สึกตัว

“จะแตะเธอหน่อยจะเป็นไรไปครับนาย ไม่เสียของหรอกครับ” อเล็กซ์ที่เปิดประตูเข้ามายืนมองอยู่พักหนึ่งเอ่ยขึ้น วาทินหันไปปรายตามองคนพูดมาด้วยแววตาไม่ชอบใจนักและมองกลับมาที่ขวัญชีวันอีกครั้ง

 “พูดมาก ให้คนตามทิมกลับมา ฉันจะให้เขาเป็นคนดูแลขวัญชีวัน ให้คิมตามหาตราให้เจอให้เร็วที่สุด เราต้องได้ตรานั่นมาเป็นเครื่องรับรอง ส่วนนายทำงานของนายอย่ายุ่งกับเรื่องคนอื่น”

“เธอน่ารักดีนะครับ เจ้านายจะไม่ลองชอบผู้หญิงธรรมดาดูบ้างหรือครับ เจ้านายอาจจะไม่เสียใจก็ได้ ผู้หญิงธรรมดาอาจจะเหมาะกับเจ้านายที่สุดแล้วก็ได้”

“อย่าเพ้อเจ้ออเล็กซ์”

“เธอจะไม่ทำให้เจ้านายเสียใจ เธอไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติของเจ้านายหรอครับ เรียบ ๆ ธรรมดา ผู้หญิงที่เจ้านายสามารถดูแลปกป้องได้ และผู้หญิงที่จะดูแลเจ้านายได้เช่นกัน ที่ผมพูดมามันไม่มีในตัวคุณเอวา คุณเอวาเธอแข็งแกร่งเกินกว่าจะนายจะรักและดูแลเธอได้ แต่ในยามเธออ่อนไหว เธอกลับไม่คว้ามือเจ้านายแม้เธอจะเลือกเจ้านาย เธอเลือกจะอยู่กับตัวเอง ขีดเส้นไว้ให้เจ้านายเข้าไปไม่ถึง ถึงเวลาแล้วนะครับที่เจ้านาย...”

“พอได้แล้ว เลิกคิดสิ่งที่มันไม่มีวันเป็นไปได้”

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะครับ เจ้านายเองก็ห่วงคุณขวัญเหมือนกัน เธอหยุดหายใจไปชั่วขณะเจ้านายจำได้ไหมครับ เจ้านายนั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเอาแต่พูดย้ำไปมา คนอื่นไม่ได้ยินแต่ผมอยู่ใกล้เจ้านายที่สุดผมได้ยิน เจ้านายเรียกให้เธอกลับมา ทั้งที่ไม่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่กลับพูดออกมาว่า พระเจ้าอย่าพึ่งเอาเธอไป”

“มันก็ไม่แปลก เธอช่วยฉัน ฉันไม่อยากให้ความรู้สึกผิดนี้ติดตัวฉันไป มันก็แค่นั้น”

“แต่เจ้านายไม่เคยทำกับใคร ถ้าเจ้านายเปิดในให้กว้างบางทีเจ้านายอาจจะรักเธอ...”

“ไม่มีวันที่ฉันจะรักใครได้อีก แค่เอวาคนเดียวก็พอแล้ว ให้มันจบแค่ที่เอวาก็พอแล้ว เลิกคิดอะไรไร้สาระแบบนั้นอีก อย่าดึงคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเข้ามาเกี่ยว ขวัญชีวันจะกลับบ้านเมื่อทุกอย่างจบลง เธอจะมีชีวิตของเธอเหมือนที่เคยเป็นมา อย่าเอาอะไรไปใส่หัวเธอ”

“เจ้านายดูไม่ออกจริง ๆ หรือครับ ว่าเธอก็มีความรู้สึกดี ๆ กับ...”

“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น เลิกพูด มีอะไรก็ไปทำ” อเล็กซ์มองขวัญชีวันและถอนหายใจก่อนจะเดินออกไป จะหัวแข็งใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กันนะ อเล็กซ์ได้แต่คิด ยิ่งพยายามจะเย็นชามันก็ยิ่งชัดขึ้น ก่อนอเล็กซ์จะปิดประตูลงเขามองเข้าไปด้านในห้องอีกครั้งวาทินเดินออกไปยืนที่นอกระเบียงเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ทุกครั้งที่เรื่องเอวาวนเวียนเข้ามา เจ้านายของเขาจะออกไปยืนมองท้องฟ้า ดวงตาเย็นชาจะมีร่องรอยของความเศร้าสร้อย รู้สึกผิด เจ็บปวด เขาได้แต่คิดในใจว่าน่าสงสาร

“คุณเอวา อวยพรให้คุณวาทินด้วยเถอะครับ ให้เขาพ้นจากความรู้สึกผิดสักที เพราะไม่อย่างนั้นเจ้านายของผมคนนี้จะไม่มีวันเจอกับความสุขอีกเลย” และอเล็กซ์ก็ปิดประตูลง วาทินคงจะยืนอยู่นอกระเบียงจนเกือบเช้า เหมือนกำลังทำโทษตัวเองอย่างไงอย่างนั้น

 

 

304 ความคิดเห็น