EVIL & GENTLE นางร้ายไม่ได้ร้ายอย่างที่คิด

ตอนที่ 3 : EPISODE-1{UPLOADING 100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 432 ครั้ง
    16 ก.ย. 61






EP-1


-DAZED-

งุนงง






     “โอ้ย!ปวดหัวจัง”หญิงสาวพึมพำเบาๆพยายามเเสงตาให้เข้ากับเเสงในห้องที่สว่างจนเเสบตา



     ‘นี่ฉันหลับไปตอนไหนเนี้ย’ หญิงสาวได้เเต่คิดในใจก่อนจะยันตัวเองลุกขึ้นจากเตียงนอนเเต่เมื่อสัมผัสกับขอบเตียงเธอจึงรู้สึกได้ว่ามันไม่เตียงของเธอ เธอจึงมองไปรอบๆหัองนอนเเต่ต้องแปลกใจอย่างมากเมื่อห้องที่เธอเคยอยู่ไม่ใช่ห้องที่เธออยู่ตอนนี้มันเเตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก เตียงของเธอที่จัดเซ็ตให้อยู่ในโทนสว่างเเต่ตอนนี้มันกลับเป็นโทนสีเเดงเลือดนกที่เธอเเล้วรู้สึกกลัวสีนี้ทันที



      หญิงสางมองไปเรื่อยๆจนไปสดุดเข้ากับกระจกบานใหญ่ที่มันตั้งตระง่าอยู่ใกล้ตู้เสื้อผ้าที่มีขนาดใหญ่จนเธอยังนึกสงสัยว่าในตู้นั้นเอาไว้ใส่เสื้อผ้าหรือเอาไว้เก็บอย่างอื่นกันเเน่



     เธอพยุงตัวเองก่อนจะค่อยๆหย่อนเท้าที่ดูอย่างก็ไม่เหมือนเท้าของเธอเลยสักนิด



แอ้ด..



     แต่ต้องชงักเท้าทันทีเมื่อก็ได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามาก่อนจะรีบเอาเท้าขึ้นบนตื่นเเละเอาผ้าห่มคลุมกายเอาไว้ เเละทำเป็นว่าหลับตาเพื่อให้คนที่เข้ามาคิดว่าตนหลับ



     เสียงฝีเท้าของคนที่เขาอย่างเงียบๆนั้นทำให้คนที่อยู่บนเตียงยิ่งนิ่งมากขึ้นเพราะตอนนี้ยังไม่พร้อมเจอกับเรื่องอะไรทั้งนั้น เพราะตอนนี้เธอยังไม่รู้เลยว่าเธอมาอยู่ที่ไหนเเล้วตอนนี้เธออยู่ในร่างของใครเเล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี้ คำถามพวกนี้ยังคงวนไปวนมาอยู่ในหัวของเธออย่างไม่มีวันลบให้หายไปได้

หญิงสาวรู้สึกถึงการยุบตัวของเตียงนอนที่เธอกำลังเเกล้งหลับอยู่ตอนนี้ก่อนจะมีมืออันเย็นเฉียบวางลงที่เเขนเธออย่างเบาทำให้เธอสดุ้งเล็กน้อยเเต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้คนที่อยู่ข้างๆรู้ว่าเธอไม่ได้หลับ



     “อลิสของเเม่เมื่อไรลูกจะตื่นซักที รู้ไหมว่าเเม่ทรมานทุกครั้งที่เห็นลูกยังหลับอยู่เเบบ นี้”เจ้าของเสียงเอยด้วยน้ำเสียงปนเศร้าสร้อยพรางลูบผมเธออย่างเบามือเหมือนคิดถึงผู้เป็นเจ้าของร่างนี้อย่างจับใจ



     ตอนนี้เธอกำลังสับสนว่าควรขยับตัวให้หญิงสาวข้างกายเธอรู้หรือไม่เพราะฟังจากน้ำเสียงเเล้วเธอคงคิดถึงเจ้าของร่างนี้มาก โอ้ยเธอลืมไปเมื่อกี้ก็บอกอยู่ว่าเเม่ เธอควรตื่นเเล้วทำเป็นความจำเสื่อมดีไหมน่ะ ทำเหมือนในเกมที่เธอเคยเล่นมา หรือเธอจะเล่นเป็นเจ้าของร่างเหมือนในเกมที่เธอเคยเล่นเหมือนกันเเต่เธอยังไม่รู้เลยว่าร่างที่เธออาศัยอยู่คือใคร อยู่ในเกมที่เธอเล่นหรือเปล่า หรือเธอดันเข้าภพมาอยู่ในประวัติศาสตร์สักประเทศ เเต่ก่อนที่เธอจะมาที่นี้เธอได้ไปซื้อเกมมาเกมหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘love romantic of my’ เเต่ยังไม่ได้อ่านเนื้อเรื่องอะไรมาก สติของเธอก็ดับวูบทันทีเเละก็โผล่มาในเกมนี้ 


     สิ่งที่เธอควรทำในตอนนีคือลุกขึ้นเเละเออออไปตามเกมก็เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นหรือตัวละครต่างๆคอยเรียนรู้เอาในเกม เอาล่ะ!ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม!



     “โอ้ย!ปวดหัว”เธอเอยเสียงค่อยข้างเบาเเต่ก็ยังทำให้คนที่อยู่ข้างๆเธอได้ยิน เเละขยับเข้ามาใกล้เธออย่างมากก่อนจะเอยถามด้วยเสียงเป็นห่วงเป็นใยเเละรีบลนลานด้วยความดีใจ



     “อลิสลูกฟื้นเเล้ว!แม่ดีใจเหลือเกิน ปวดหัวหรอลูกเดี๋ยวเเม่ไปตามท่านหมอมาตรวจดูอาการลูกนะ รอแม่เเปบเดียวนะค่ะ”ว่าจบหญิงสาวผู้เป็นเเม่พูดกับลูกสาวของเธอก่อนจะรีบลุกจากเตียงนอนเเละออกจากห้องไปเพื่อไปตามท่านหมอมาดูอาการของลูกสาวเธอที่นอนป่วยอยู่บนเตียงมาหลายวัน



      “ร่างนี้ชื่ออลิสซินะ”ว่าจบหญิงสาวก็มองไปที่กระจกก่อนจะมองสลับไปที่ประตู เมื่อพบว่ายังไม่มีใครเข้ามาเธอจึงลุกออกจากเตียงเเละเดินตรงไปที่กระจกก่อนจะประหลาดใจเมื่อเป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆคงต้องปรับอะไรหลายอย่าง



     ‘คิดเเล้วเพลีย’ หญิงสาวได้เเต่บ่นในใจก่อนรีบกลับไปที่เตียงเมื่อได้ยินเสียงคนเดินมาทางห้องที่เธออยู่



     “เชิญทางนี้เลยท่านหมอ อลิสแม่พาท่านหมอมาเเล้วนะ”เมื่อผู้ที่เป็นเเม่ของร่างนี้เข้ามาก่อนจะเดินตรงมาที่พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนเธอรู้สึกอิจฉาเจ้าของร่างนี้จริงๆที่มีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้ ก่อนเธอจะมองไปที่ชายสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องเมื่อกี้ คนที่เดินมาก่อนน่าจะเป็นพ่อของร่างนี้กับชายที่เดินอยู่ข้างหลังน่าจะเป็นพี่ชายละมั้งเเต่หล่อดีฉันชอบ≥3≤ขนาดพ่อยังหล่อเลย



     “อลิสรู้สึกอย่างไรบ้างลูก?”ผู้พ่อเอยถามขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวของตนยังคงมองมาที่พวกเขาด้วยสีหน้านิ่งเชย เเต่เเววตาเหมือนกังวล



     “คงสำผิดอยู่ละมั้งท่านพ่อ”ชายหนุ่มเอยขึ้นมาเมื่อยังเห็นน้องสาวของเขายังไม่ตอบอะไรจึงรู้สึกเบื่อหน่ายกับท่าทางเเบบนั้น



     ‘ขอตัดคำพูดเเล้วกันว่าครอบครัวอบอุ่น!’ หญิงสาวคิดในใจอย่างเคืองๆในตัวชายผู้นี้คงเป็นพี่ชายผู้เกลียดน้องสาวสินะ เเล้วร่างนี้ไปทำอะไรให้ถึงได้เกลียดกันขนาดนี้



     “อย่าไปสนใจพี่เขาเลยลูก ตอนนี้บอกแม่หน่อยสิลูกยังปวดหัวอยู่ไหม?”คนเป็นเอยถามบุตรสาวอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนเอาเเต่นิ่งเงียบไม่ยอมปริปากพูดสักคำจนเธอเริ่มกังวล



     “เหอะ! คงอับอายละมั้งที่ดันคิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะเจ้าชายไม่รัก”



     “เเดเนียล!”เสียงนี้เป็นเสียงของผู้เป็นพ่อที่เริ่มเห็นว่าลูกชายของตนเริ่มลามปามไปใหญ่ทั้งที่น้องสาวป่วยทั้งคนกับไม่ใส่ใจ



     ‘ออ...ที่เเท้ร่างนี้ก็ฆ่าตัวตายเพราะเจ้าชายไม่รัก อย่างกับนางร้ายอ่ะ หรือจะเป็นนางร้ายอย่างที่เราคิด’ เธอได้เเต่คิดในใจอย่างปลงกับชีวิตที่ต้องมาอยู่ในร่างของ ‘นางร้าย’



     “ก็ผมพูดความจริงนี่ท่านพ่อ!”ชายหนุ่มยังคงเถียงไม่หยุด



     “พอทั้งคู่แหละควรอายท่านหมอหน่อยนะ”ผู้เป็นแม่เอยห้ามทั้งสองไว้ก่อนจะเลยเถิดไปมากกว่านี้



     “ท่านหมอดูอาการของต่อเถอะ”ท่านหมอพยักก่อนจะเอาอุปกรณ์ต่างๆมาตรวจร่างกายเธอเหมือนโลกที่เธอจากมา



     ท่านหมอตรวจเสร็จจึงหันไปพูดคุยกับหญิงข้างกายที่รอคำตอบจากเขาอย่างรีบเร่ง



     “หลังจากที่ตรวจดูอาการของท่านหญิงอลิสเเล้วทุกอย่างไม่มีอะไรหน้าเป็นห่วง”ท่านหมอพูดก่อนจะเก็บข้าวของเข้ากระเป๋าดังเดิมก่อนจะขอตัวกลับ



     “อลิสรู้หรือไม่แม่คิดถึงเจ้ามากเเค่ไหน ที่หลังอย่าทำเรื่องสิ้นคิดอื่นนะ”ผู้เป็นแม่พูดจบก็โผเข้ากอดลูกสาวของตนอย่างรักใคร่ก่อนผู้เป็นพ่อจะขึ้นมานั่งข้างๆเเละลูบผมของเธออย่างเอ็นดูทำให้ชายหนุ่มผู้ยืนผิงผนังห้องถึงกับเบื่อหน่ายก่อนจะเดินออกจากห้องนั้นอย่างหงุดหงิด



     “ท่านพ่อท่านแม่ลูกขอโทษที่ทำอะไรไม่คิด”หญิงสาวตัดสินใจพูดในสิ่งที่เธอคิดว่าถูกต้องที่สุดในตอนนี้และคงเป็นการดีถ้าหากเธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีพร้อมครอบครัวที่(ค่อนข้าง)สมบูรณ์เเบบถ้าไม่รวมพี่ชายผู้ไม่รักน้องสาว



     “ไม่ต้องคิดมากพวกเราไม่โกรธลูกเลยแม้เเต่น้อย”ผู้เป็นพ่อว่าพรางลูบหัวบุตรสาวอย่างรักใคร่ก่อนพวกเขาจะพากันออกจากห้องไปเพื่อต้องการให้ลูกสาวเขาได้พักอย่างเต็มที่



     “ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง นี้เเหละครอบครัวที่เราเคยฝันถึง”หญิงสาวยิ้มอย่างดีใจก่อนจะล้มตัวลงนอนเเละเข้าสู่ห้วงนอนทราอย่างง่ายดาย







-เช้าวันต่อมา-




     หญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปที่ระเบียงเเละมองบรรนากาศยามเช้าของที่นี้ที่เเตกต่างจากโลกเธอโดยสิ้นเชิง ก่อนเธอจะสะดุ้งเมื่อมีคนเอยเรียกชื่อเธอทางด้านหลัง



     “ท่านหญิงอลิสคะ ดิฉันเอาอาหารมาให้ค่ะ”สาวใช้พูดจบก็วางถาดอาหารเอาไว้บนโต๊ะก่อนจะหันหลังกลับไปที่ประตูเเต่ถูกหญิงสาวผู้เป็นเจ้านายเรียกไว้ซะก่อน



     “อย่าเพิ่งไปฉันมีอะไรจะถามเธอหน่อย”สาวใช้รีบหันเมื่อถูกเรียกให้หยุดก่อนจะเอยถามอยากหวาดกลัวจนหญิงสาวเเปลกใจกับท่าทีที่สาวใช้กลัวเธอขนาดหน้ายังไม่มอง



     “มะ มีอะไรหรือคะท่านหญิงอลิส”สาวใช้ได้เเต่ก้มหน้าตอบเเถมปากยังสั่นๆขณะเธอพูด



     “ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ฉันไม่ฆ่าเธอหรอก”หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงติดตลกเพราะเธอมองดูเเล้วมันตลกกว่าดูหนังตลกซะอีก คนอะไรจะกลัวขนาดนั้น หรือจะเป็นสาวใช้คนใหม่นะ



     “เธอคือสาวใช้คนใหม่ใช่ใหม่? ชื่ออะไรหรอ?”หญิงสาวลองถามออกไปตามความคิดของเธอ สาวใช้ได้เเต่พยักหน้าเพราะเธอยังเเปลกกับท่าทีของหญิงสาวตรงหน้า เพราะทุกคนในคฤหาสน์ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านหญิงอลิสร้ายกาจเเค่ไหน เเต่ทำไมพอเธอได้เจอตัวจริงไม่เห็นเหมือนใครเขาพูด คนตรงหน้าเเตกต่างจากคำพูดเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง



     “ชะ ใช่ค่ะดิฉันเป็นสาวใช้คนใหม่ ชื่อเมด้าค่ะ”สาวใช้ยังคงพูดติดขัดก่อนบอกชื่อของตนให้หญิงสาวตรงหน้าได้รับรู้



     “งั้นต่อไปนี้เธอจะมาเป็นสาวใช้ส่วนตัวของฉันนะเมด้า เธอจะตกลงไหม?”หญิงสาวรู้สึกถูกชะตากับสาวใช้คนนี้อย่างมากจึงอยากได้มาเป็นสาวใช้ส่วนตัวถึงจะดูเอาเเต่ใจไปบ้างเเต่นี้คือชีวิตใหม่ของเธอเธอเเค่อยากทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ



     “ถ้าท่านหญิงอลิสต้องการดิฉันก็ยินดีค่ะ”สาวใช้ตอบออดไปเพราะเธอก็รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวตรงหน้าจึงขอรับใช้หญิงสาวตรงหน้าจนกว่าชีวิตจะสลายหายไป



     “ดีมากงั้นไปทำงานของเธอต่อเถอะฉันไม่รบกวนเเล้ว”เมื่อหญิงสาวพูดจบสาวใช้คนใหม่ของเธอจึงก้มหัวลงก่อนจะเดินออกไปจากห้อง



     “ในที่สุดก็ได้อยู่คนเดียวสักที สำรวจห้องก่อนเเล้วกันค่อยสำรวจบ้าน ไม่สิคฤหาสน์ต่างหาก”ว่าจบหญิงสาวก็เดินสำรวจภายในห้องของเธอทุกซอกทุกมุมก่อนจะค่อยมานั่งกินอาหารเเละวางแผนในหัวว่าจะสำรวจตรงไหนของคฤหาสน์ก่อน



แอ้ด...



     หญิงสาวค่อยๆเปิดบานประตูอย่างช้าก่อนจะก้าวเท้าออกมานอนห้องพร้อมกับมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นทางสะดวกเธอจึงวิ่งไปที่บรรไดก่อนจะเดินไปเรื่อยเเต่ต้องสะดุดตาเข้ากับถุงดอกกุหลาบที่ยังอยู่ในถุงดำถูกวางไว้เฉยๆทำให้เธอต้องขมวดคิ้ว



     ‘ทำไมถึงไม่ปบลูกกันนะ น้ำก็ไม่รดให้’ หญิงสาวคิดในใจก่อนจะเดินไปที่ดอกกุหลาบต้นนั้นก่อนจะมองหาอุปกรณ์สำหรับขุดดินเพื่อปลูกต้นดอกกุหลาบผู้น่าสงสาร



     “อ้ะ เห็นเเล้วปลูกตรงไหนดีนะ”เธอมองไปรอบสวนก่อนจะเดินไปหยิบถุงต้นกุหลาบเเละเดินไปบริเวณที่เธอจะนำดอกกุหลาบต้นนี้ไปปลูก



     “ในที่สุดก็เสร็จ ทีนี้ฉันจะนำน้ำมารดให้เธอนะ”หญิงสาวบอกแก่ต้นกุหลาบที่เธอเพิ่งลงปลูกมันเสร็จก่อนจะเดินหาบัวรดมารดต้นกุหลาบของเธอ เเต่เดินหาจนทั่วเธอก็ยังไม่เห็นแม้เเต่เงาของบัวรดน้ำจนเธอเกือบถอดใจ เเต่กลับมีเสียงหนึ่งเอยขึ้นข้างหลังเธอ



     “หานี่อยู่รอ?”ผู้มาใหม่เอยถามหญิงสาวตรงหน้าที่เลิกคิ้วขึ้นสูงเเละชี้มาที่บัวรดน้ำที่ชายหนุ่มถืออยู่



     “ฉันขอได้ไหมคะ?พอดีต้องใช้มัน”หญิงสาวเอยถามเขาออกไปก่อนจะยื่นมือเพื่อจะหยิบสิ่งที่เธอต้องการที่อยู่บนมือของเขา เเต่เขากับชักมันออกก่อนเธอจะหยิบมันทำให้หญิงสาวเเปลกใจอย่างมาก



     “จะเอามันไปทำอะไร”ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งก่อนจะมองไปยังหญิงสาวตรงหน้าเขาอย่างสงสัย เพราะวันนี้เขาเเค่มาเยี่ยมเธอตามที่ท่านพ่อให้มาในฐานะ ‘คู่หมั้น’ ถึงเขาจะเบื่อหน่ายกับการเห็นหน้าเธอเเต่มันจำเป็นในเมื่อท่านพ่อเเละแม่ต่างบีบบังคับเขาหลายส่วน จนเขาจำต้องมาเยี่ยมตามคำสั่งของท่านทั้งสอง เขาในฐานะ ‘เจ้าชาย’ ถ้าเลือกได้ก็คงไม่อยากมาหาเธอสักเท่าไรทุกครั้งที่มาสิ่งเเรกที่จะได้ยินก่อนนั่นก็คือเสียงที่ชวนฟังเเล้วขนลุก เเต่วันนี้ไม่เหมือนวันอื่นๆที่เขาเคยผ่านมา เพราะเธอดูเหมือนไม่รู้จักเขาเเถมน้ำเสียงไม่ได้ดัดเหมือนก่อน



     “คือฉันจะเอาไปรดกุหลาบต้นนั้นค่ะ”หญิงสาวชี้ไปที่ต้นกุหลาบที่เธอเพิ่งปลูกไปเมื่อกี้ ก่อนจะมองมาที่ชายหนุ่มแปลกหน้า



     “เธอปลูกมัน?”ชายหนุ่มถามออกไปเเต่ยังคงมองไปที่กุหลาบต้นนั้นต้นที่เธอเพิ่งชี้เมื่อสักครู่



     “ค่ะฉันปลูกมันกับมือ”หญิงสาวเเบมือเเละยกให้เขาดูพร้อมกับรอยยิ้มจางๆที่เธอชอบยิ้มให้คนอื่นที่โลกก่อน



     “ฉะ”



     “อยู่นี้เองมิคาเอลฉันหานายซะทั่ว”ชายหนุ่มกำลังจะพูดเเต่ถูกผู้มาใหม่เอยเเทรกซะก่อนทำให้ทั้งคู่หันไปหาผู้มาใหม่

     


     ‘ไอ้พี่ชายผู้ไม่รักน้องนี่เอง’ หญิงสาวพูดในใจก่อนจะหยิบบัวรดน้ำจากชายหนุ่มพร้อมกับเดินออกจากตรงนั้นทันที เพราะถ้าเธออยู่มีหวังพี่ชายสุดหล่อ(?)ต้องพูดหาเรื่องเธอเเน่ ตอนนี้เธอยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเกมนี้ดังนั้นอะไรเลี่ยงได้ก็ต้องเลี่ยงเเต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้เธอก็จะเลี่ยง!



     “นายมาทำอะไรตรงนี้เจ้าชาย”ชายหนุ่มเอยถามคนที่เขาเรียกว่าเจ้าชายที่สายตาไม่ได้มองหน้าเขาเลยสักนิดเเต่สายตากับมองที่แผ่นหลังของร่างเล็กที่กำลังรดน้ำให้กับต้นกุหลาบที่เธอเคยชี้ให้เขาดูเมื่อสักครู่



     “เจ้าชายมิคาเอลขอรับ ตอบคำถามกระหม่อมด้วยขอรับ”ชายหนุ่มเอยขึ้นอีกครั้งเเต่กลับถูกอีกฝ่ายสวนกลับอย่างรวดเร็ว



     “ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเรียกว่าเจ้าชาย”ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหนักหน่วงเเต่กลับไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกลัวได้แม้เเต่น้อยเเต่กลับหัวเเหละอยากชอบใจ



      “เครๆรู้เเล้วว่าไม่ชอบให้เรียกเจ้าชาย เเต่นายไม่ยอมตอบฉันสักทีว่ามาทำอะไรตรงนี้”ชายหนุ่มถามผู้ที่เป็นเจ้าชายอีกครั้ง



     “ท่านพ่อให้มาเยี่ยมอลิสเเต่ไปหาที่ห้องไม่อยู่เลยลองออกมาที่สวน”เจ้าชายมิคาเอลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง



     “ถูกบังคับสินะ”ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่ออีกฝ่ายพูดจบ



     “ถามมากไปแล้วเเดเนียล”เจ้าชายมิคาเอลพูดออกไปก่อนก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นทิ้งให้ชายหนุ่มนามว่าเเดเนียลเดินตามไปอย่างงงๆ



     ฝั่งหญิงสาวที่รดน้ำให้เเก่ต้นกุหลาบเสร็จก็รีบวิ่งขึ้นห้องทันที ก่อนจะนึกถึงใบหน้าเรียบเชยที่พูดกับเธอเมื่อสักครู่เขาเป็นใครกันนะ เข้ามาในคฤหาสน์เหมือนเป็นคนรู้จักของใครสักคนหรือจะเป็นเพื่อนของพี่ชายเธอ เรียกซะสนิทสนมด้วย



ก๊อก ก๊อก



     เสียงเคาะประตูทำให้เธอตื่นจากผวังก่อนจะเดินไปเปิดประตู คนที่เคาะประตูเธอเมื่อกี้คือสาวใช้คนใหม่ของเธอนี่เอง



     “ท่านหญิงดิฉันมาเก็บถาดค่ะ”สาวใช้พูดจบเธอจึงเปิดประตูให้สาวใช้เข้ามาก่อนจะเรียกไว้



     “หยุดก่อนเมด้าฉันมีเรื่องจะถามเธอ”สาวใช้หันมามองเจ้านายของตนก่อนจะเลิกคิ้วเเละมองหน้าของผู้เป็นนายอย่างสงสัย



     “ผู้ชายที่คุยอยู่กับท่านพี่คนนั้นใครหรอ?”หญิงสาวถามผู้สาวใช้ออกไปก่อนจะเห็นสาวใช้ของเธอขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่ มันอาจจะเเปลกไปหน่อยที่เธอถามเเบบนี้เเต่มันช่วยไม่ได้นิ เพราะเธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับโลกนี้ เเค่รู้ชื่อเขาเท่านั้นเพราะเมื่อสักครู่พี่ชายของเธอเป็นคนเรียกชื่อเขาเอง



     “ท่านหญิงไม่ทราบจริงๆหรือคะ?”สาวใช้เอยถามเพื่อความเเน่ใจ ก็ในเมื่อแม่บ้านบอกเเก่เธอว่าท่านหญิงเป็นคู่หมั้นของเจ้าชายมิคาเอล เเถมที่ท่านหญิงต้องมาป่วยเเบบนี้ก็เพราะถูกเจ้าชายพูดจาร้ายๆใส่ ทำให้ท่านหญิงถึงกับคิดสั้น หรือศรีษะของท่านหญิงกระทบกระเทือนกันนะ?



     “ฉันไม่รู้อะไรเลยตอนนี้ อาจจะเพราะศรีษะฉันกระเเทกกับอะไรสักอย่างละมั้ง”เธอพูดโกหกออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ สาวใช้ของเธอคงไม่ตามท่านหมอมานะ



     “ให้เรียกท่านหมอมั้ยคะ?ท่านหญิงอลิส”เดาใจสาวใช้ของเธอง่ายกว่าปอกกล้วยซะอีก(-_-+)



     “ไม่ต้องๆและห้ามบอกท่านพ่อท่านแม่ด้วย”หญิงสาวรีบสวนกลับทันทีขืนให้เมด้าไปบอกท่านหมอเรื่องได้ใหญ่โตเเน่ท่านพ่อท่านเเม่ก็ต้องเป็นห่วงเธอเข้าไปใหญ่เธอยิ่งไม่ชอบความวุ่นวายซะด้วยซิ



     “ตอนนี้เธอช่วยตอบคำถามฉันด้วย”หญิงสาวเร่งรัดเอาคำตอบเพราะเธอต้องการรู้ฐานะของเขา



     “คนผู้นั้นคือเจ้าชายมิคาเอลค่ะว่าที่องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรริชมอนด์และเป็นคู่หมั้นของท่านหญิง”สาวใช้บอกเเก่นายของตนก่อนจะขอตัวเอาถาดอาหารลงไปเก็บ



     “คู่หมั้น?”หญิงสาวย้ำคำพูดอีกครั้งก่อนจะค่อยๆนั่งลงที่เก้าอี้



     “คงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องน่าปวดหัวเเน่ๆ”หญิงสาวพึมพำเบาๆ ในสมองเธอเริ่มประมวลอะไรได้บ้างแล้วเธอคิดว่าผู้ชายที่คุยกับเธอน่าจะเป็นพระเอกเเละอีกไม่กี่วันเธอคงได้เจอนางเอกเเน่นอน เเละเรื่องร้ายๆคงมีมาไม่หยุดเพราะเธอคือ ‘นางร้าย’







      สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านค่ะ ไรท์คนเดิมเพิ่มเติมคือนี้คือเรื่องที่สองของไรท์เองค่ะ เรื่องนี้ก็มีเเน้วโน้มที่(จะ)สนุกเหมือนเรื่องเเรกเเน่นอน(แล้วเเต่คนชอบอ่ะเนอะ^o^)


♥ฝากติดตามอีกเรื่องด้วยนะค่ะ♥


ข้ามภพ‘ลิขิตรัก’


“เปิ่นหวางมิชอบสตรี!”

“งั้นท่านชอบบุรุษสินะเพคะ?”


♥อิงอิงขององค์ชายสาม♥



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 432 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #86 TKKKKKKKKKKKK (@TKKKKKKKKKKKK) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 00:12
    นางร้ายป้ายแดงมั้ยล่ะ
    #86
    0
  2. #50 เป็นคนไทย (@sudarat30876) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 02:18
    ยังมีคำผิดอยู่นะคะ แต่เนื้อเรื่องสนุกชวนให้น่าติดตามมากค่ะ
    #50
    0
  3. #4 dnkdnk (@dnkdnk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 00:08
    ชอบบบมากกก
    #4
    0
  4. #3 biw2559 (@biw2559) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 15:45

    รอยุนะค่ะ
    #3
    0
  5. #2 sumittrath48 (@sumittrath48) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 15:43

    สู้ๆนะ
    #2
    0