EVIL & GENTLE นางร้ายไม่ได้ร้ายอย่างที่คิด

ตอนที่ 14 : EPISODE-10{UPLOAD 100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 301 ครั้ง
    20 มี.ค. 62


EP-10

-Fail-

คาดไม่ถึง






     หลังจากที่ฉันคุยกับองค์รัชทายาทเสร็จท่านแม่ก็เดินออกมาพอดี พวกเราจึงนั่งรถเเละกลับบ้านทันที



     “พรุ่งวันจันทร์!”ฉันล้มตึงไปบนเตียงทันทีอย่างหงุดหงิด



     “แผนเเรกเอาเเบบไหนดี”ฉันนอนคิดเเผนอยู่บนเตียงอย่างคิดหนัก ถ้าจะเเกล้งเเบบให้อับอายไม่รู้ว่าใครทำก็มีหลายวิธี มีเเต่วิธีที่ใช้เเกล้งกันตอนมัธยมต้น คิดเเล้วก็ยังตลกไม่หายถึงฉันจะเป็นคนเงียบๆเเต่ก็เจ้าคิดเจ้าแค้นเอาเรื่อง



     รายเเรกก็ไม่มาโรงเรียนตั้งหนึ่งอาทิตย์เพราะว่าฉันนำกาวไปเทบนเก้าของเธอเเต่มันเป็นกาวใสที่ทาเนียนๆไว้ ไม่สังเกตคงไม่เห็น



     รายที่สองนั้นเหมือนจะไม่ได้หยุดเรียนเเต่โดนฉันแกล้งบ่อยเพราะเจ้าตัวชอบเอาของฉันไปซ่อน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน รองเท้า เครื่องเขียน กระเป๋านักเรียน หนักสุดคงเป็นกระเป๋าเงินของฉัน การเอาคืนของฉันจึงมีหลายขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการเอาน้ำไปเทราดหัวตอนที่เจ้าตัวกำลังทำธุระในห้องน้ำหรือจะตอนที่ยัยนั่นเปิดประตูเข้ามาถังเเป้งที่เตรียมไว้ก็ตกใส่หัวยัยนั่นพอดี



     ส่วนรายที่สามนั่นเหมือนจะถึงขั้นย้ายโรงเรียนเลยนะ ไม่ใช่เพราะฉันแกล้งรุนเเรงหรอก เเต่เพราะเจ้าตัวต้องย้ายตามพ่อแม่ไปน่ะ



     “อลิส”



     “คะ?!”ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆพี่ชายสุดหล่อก็เปิดประตูมาอย่างพรวดพราดจนฉันขวัญกระเจิงหมด ทำไมไม่มีมารยาทเอาซะเลย



     “ท่านเเม่ให้ตามลงไปทานข้าว”ท่านพี่บอกก่อนจะปิดประตูให้อย่างมีมารยาท เเล้วทีตอนเปิดไม่เห็นมีมารยาทเลยย๊ะ!!



     ฉันเดินยังห้องอาหารก่อนจะไปนั่งประจำที่ตัวเองพร้อมส่งรอยยิ้มให้ทุกคน ก่อนสายตาจะสะดุดที่หญิงสาวคนหนึ่งที่อายุน่าจะเท่ากับฉัน เธอมีทร่ยาวสลวยสีบลอนด์ทองตาสีเทาเป็นประกายน่าค้นหา ว่าเเต่เธอคือใครกัน?



      “เเดเนียล อลิสจ้ะ”ท่านแม่เอยเรียกพวกเราสองคน



     “ครับ/คะ”



     “เด็กผู้หญิงคือโซเฟียร์ญาติของแม่เองจ้ะ”ท่านแม่เอยเเนะนำผู้หญิงคนนั้นด้วยรอยยิ้ม


 

     ฉันส่งยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร เเต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าฉัน แทนที่จะยิ้มตอบให้ฉันเเต่กลับหันไปยิ้มให้พี่เเดเนียลเเละท่านพ่อท่านเเม่ฉันแทน ทำขนาดนี้ต่อให้โง่เเค่ไหนก็ดูออก เป็นถึงนางร้ายซะด้วยสิจะยังรอให้เธอหันมายิ้มให้คงได้เงือกแห้งตายพอดี



     “แล้วญาติของท่านเเม่เป็นคนอาณาจักรไหนหรือครับ”ท่านพี่ถามท่านเเม่ด้วยเสียงปกติสีหน้ายังคงนิ่งเรียบเหมือนเดิม



     “โซเฟียร์อยู่ที่อาณาจักรวิลส์สันจ้ะ”อาณาจักรนี้คืออาณาจักรขององค์รัชทายาทนิ ที่มาที่นี้คงไม่มีจุดประสงค์อะไรหรอกนะ



     “แล้วทำไมโซเฟียร์ถึงมาที่นี้ล่ะคะ”ถึงคำถามจะส่อเเววประมาณว่า‘ทำไมถึงมาอยู่บ้านของฉัน’ก็เถอะ เเต่ที่ถามก็เเค่อยากรู้คำตอบไม่ได้ต้องการศัตรูเพิ่ม



     “พอดีว่าโซเฟียร์ต้องการจะเรียนที่อาณาจักรของเรา แม่ก็เลยรับโซเฟียร์มาอยู่ที่นี้มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับที่นี้จะคุยกับพวกลูกไงละจ้ะ จะได้สนิทกันไว้ๆ”ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะค่ะ เเต่ไม่ถามหนูก่อนหรอค่ะว่าต้องการมั้ย!!



     เเค่หันไปมองหน้าท่านพี่ก็รู้แล้วละว่าเขาคงเบื่อหน่ายเต็มที



     “เอาเป็นว่าเราทานอาหารกันเถอะ ก่อนที่มันจะจืดชืดเอา”ท่านพ่อที่นั่งอยู่บนหัวโต๊ะเอยขึ้นทำให้พวกเราเริ่มลงมือจัดการ(?)อาหารบนโต๊ะ ส่วนฉันก็หวาดระเเวงสายตาของยัยโซเฟียร์นี่แล้วเหมือนกัน ใครก็ได้พาไปจากตรงนี้ที!(╥﹏╥)






~♥~

[UPLOAD 10%]







     “เธอมันไม่เหมาะกับเขาสักนิด”ฉันที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้องเพื่อจะเข้านอน เเต่ต้องหยุดชะงักเพราะมีคนต้องการ(หาเรื่อง)คุยด้วย



     “ที่พูดหมายความว่าไง”ฉันหันไปหาคนข้างหลังที่ไม่ปิดบังสีหน้าที่มองมาทางฉัน



     “ก็หมายความว่าเธอไม่คู่ควรที่จะถูกคนผู้นั้นรัก”



     ‘คนผู้นั้น’คือใครกัน?



     “คนผู้นั้นของเธอคือใครกัน”ฉันยืนกอดอกมองด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจ อยู่ๆก็มาหาเรื่องกัน



      “เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง เเต่ถึงตอนนั้นอย่าหวังว่าเธอจะได้รักกับคนผู้นั้น”ว่าจบยัยโซเฟียร์ก็เดินเข้าห้องของตัวเองไปปล่อยให้ฉันยืนงงกับคำพูดของเธอ



     “ฉันจะรักคนผู้นั้นได้ไงในเมื่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาคือใคร”











     “นี่ๆอลิส”



     “ห้ะ?”ฉันหันไปหาเอมม่าที่สกิดเรียกฉัน



     “เธอจะเริ่มเเผนของเธอตอนไหน”เอมม่าถามฉันขึ้น พวกเราคุยกันเรื่องการวางแผนเกี่ยวกับการล้างเเค้นยัยพวกนั้น



     “ให้ยัยนาเดียร์ไปเข้าห้องน้ำก่อนสิ เเล้วแผนฉันมันก็มีต่อจากนั้น”เมื่อนึกถึงแผนที่ตั้งไว้ก็เผลอหลุดยิ้มทันที ไม่เคยคิดว่าต้องนำมาใช้ที่นี้



     “แผนเเบบนี้คิดว่ามันจะได้ผลหรอ?”วิกกี้ที่นั่งอยู่ข้างหน้าฉันพรางเอยขึ้น



     “ไม่ลองไม่รู้นะ”ฉันตอบออกไป



     “ฉันชักสนุกแล้วสิ”เอมม่าที่เหมือนจะตื่นเต้นกว่าใครพรางเอยออกมาอย่างอารมณ์ดี เเต่ก่อนที่พวกเราจะคุยกันไปมากกว่านี้อาจารย์ประจำคลาสนี้ก็เข้ามาก่อนพวกเราจึงนั่งในท่าทีที่เรียบร้อย



     “เอาล่ะวันนี้มีนักเรียนใหม่ที่มาจากอาณาจักรข้างเคียงที่ต้องการจะศึกษาที่นี้”พออาจารย์พูดจบเพื่อนๆในห้องก็ต่างพากันซุบซิบ



     “เข้ามาได้เลยจ้ะ”จบประโยคประตูห้องเรียนก็เปิดออกเพื่อต้อนรับนักเรียนใหม่ของห้องนี้ แถมเป็นคนที่ฉันไม่ถูกชะตาเอามากๆเลย



     “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อโซเฟียร์ ฝากตัวด้วยนะคะ”เมื่อกล่าวจบเจ้าตัวก็ส่งยิ้มหวานๆไปให้เหล่าชายในห้อง



     “สวยใช้ได้เลยเนอะ”ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นเมื่อมองไปยังคนที่ยืนหน้าห้องที่ส่งรอยยิ้มมาอย่างสวยงาม



     “นั่นสิๆน่ารักเกินไปแล้ว”ชายอีกคนตอบกลับอย่างตื่นเต้น



     ‘ชิ!ไม่เห็นน่ารักเลย’ฉันบ่นในใจอย่างอารมณ์เสีย



     “เอาล่ะเงียบๆหน่อย ส่วนเธอเดินไปนั่งได้เลยจ้ะ”เมื่ออาจารย์พูดจบยัยโซเฟียร์ก็เดินไปนั่งโต๊ะที่ว่างอยู่โดยปรายตามาที่ฉันเบาๆบอกได้คำเดียวเลยว่า...



     ‘ฉันไม่ชอบเธอ!!’











     ผ่านไปสักพักเเต่ยังไม่ถึงคาบพักเที่ยงในห้องเรียนก็เรียนกันตามปกติ มีเเต่ฉันนี้แหละที่กะวนกะวายใจอยู่คนเดียว ยัยนาเดียร์ไม่ยอมไปเข้าห้องน้ำสักที แล้วฉันจะทำตามแผนอย่างไรละเนี้ย



     “ลุกขึ้นสักทีสิย่ะ”ฉันพึมพำเบาๆสายตาก็พรางมองไปทางยัยนาเดียร์เป็นระยะๆก่อนจะปะทะเข้ากับสายตาของโซเฟียร์ที่มองมาทางนี้ ฉันจะไม่สนใจอะไรเลยถ้ามุมปากของยัยนั้นจะไม่ยกยิ้มเหมือนคนเจ้าเลห์เเบบนั้น



     “ไม่ชอบรอยยิ้มแบบนั้นเลย”



     กริ้ง~



     “เอาล่ะวันเราค่อยมาเรียนต่อคลาสหน้าละกัน”เมื่ออารย์กล่าวจบเหล่านักเรียนชายหญิงในห้องต่างพากันทำความเคารพ ก่อนจะเก็บของเเละพากันไปยังโรงอาหาร



     “นี่เเผนเราพังทั้งทียังไม่ได้เริ่มเลยหรอ?”เอมม่าที่เดินมายังฉันกล่าวขึ้นอย่างหัวเสีย



     “ฉันว่าต้องมีคนรู้แผนเราเเน่”เอมม่าเอยขึันมาอย่างหงุดหงิด ฉันก็หงุดหงิดไม่น้อยกว่าเธอ การแกล้งคนนี่มันยากสำหรับนางร้ายอย่างฉันด้วยหรอเนี้ย!?






~♥~

[UPLOAD 20%]




      “วันนี้มันเป็นวันอะไรเนี้ย!!”ฉันถึงกับตกใจเมื่ออยู่ๆเอมม่าก็นั่งลงที่เก้าอี้อย่างรุนเเรง เธอไม่เจ็บก้นหรือไงนะ



     “ไปเจออะไรมาละ”วิกตอเรียที่นั่งสงบเสงี่ยมในมือเธอมือมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง



     “ก็ยัยเจ้าหญิงนั่นไงล่ะ”เอมม่าพูดด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงๆ



     “เจ้าหญิงไปทำอะไรให้เธอโกรธขนาดนี้?”ฉันถามออกไป



     “เธอไม่รู้อะไรซะเเล้ว คิดว่าจะน่ารัก นิสัยดีเหมือนหน้าตา เเต่ที่ไหนได้หวังจะจับเจ้าชายอลันของฉันนะสิ”



     “เจ้าหญิงพระองค์ไหนล่ะ”วิกตอเรียถามออกไป เเต่สายตาก็ยังอยู่ที่หนังสือ มันน่าสนใจขนาดนั่นเชียวหนังสือเล่มนี้



     “เจ้าหญิงเจมิลี่”เจ้าหญิงที่ดูใสซื่อเเบบนั่นอ่ะนะ?



     “มันไม่ค่อยน่าเชื่อถือ”ฉันพูดออกไป



     “หรือฉันต้องถ่ายภาพมาให้ดู”



     “ไม่ต้องหรอก...ฉันว่ามันก็คงเป็นเรื่องปกติที่เจ้าชายและเจ้าหญิงสมควรที่ต้องรู้จักกัน”ฉันอธิบายตามความคิดของฉันให้เอมม่าฟัง เเต่เธอคงไม่ฟัง



     “จะเหตุผลอะไรก็ช่าง เเต่ฉันจะสังเกตต่อไป”เอมม่าพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อยข้างจริงจัง



     “ฉันว่าฉันไปหาอะไรอ่านที่ห้องสมุดดีกว่า”ฉันลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวออกไป เเต่ถูกวิกตอเรียเรียกไว้



     “อย่าเพิ่งไปอลิส”



     “หืม?มีอะไรหรอ”



     “ฉันฝากเธอช่วยหาหนังสือให้ฉันหน่อยได้ไหม?”



     “ได้สิ ว่าเเต่เรื่องอะไรละ”



     “เรื่องอัญมณีน่ะ”วิกตอเรียบอกกับฉัน นั่นสินะแม่เธอคือดัชเชสที่ทำงานเกี่ยวพวกเครื่องประดับของผู้หญิง เเถมอัญมณีพวกนั่นยังส่งมาจากอาณาจักรเทอร์ริช ดินเเดยอัญมณีที่มีเหล่าเพชรพลอยหรูหรา



     “ได้”ว่าจบฉันก็เดินออกจากห้องเรียนที่ไม่มีเหล่าอาจารย์มาสอน เพราะผู้อำนวยการเรียกประชุมภาคบ่ายด่วน เหล่านักเรียนจึงมีเวลาอิสระ
















[ห้องสมุด]




     ฉันเดินเข้าไปในห้องสมุดที่เเสนจะเงียบสงบ ถึงจะมีสายตาหลายคู่ที่มองมาหาฉันอย่างสงสัยก็เถอะ เเต่พอจะรู้อยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงมองด้วยสายตาแปลกๆ ก็เพราะว่าอลิสไม่เคยเข้ามาเหยียบห้องสมุด!



     “เเค่ไม่เคยเข้าไม่จำเป็นต้องมองขนาดนี้ก็ได้”ฉันละปวดจิตกับร่างนี้เสียจริง



     “ว่าเเต่หนังสือเกี่ยวกับอัญมณีอยู่ไหนนะ”ฉันเดินหาหนังสือที่วิกตอเรียต้องในเเต่ละชั้นหนังสืออย่างละเอียด ห้องสมุดแห่งนี้มีสองชั้นข้างบนจะเป็นพวกหนังสือที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอาณาจักรต่างๆ ตำนานก็มีมากมายอยู่บนชั้น



     “อะ! เจอแล้ว”ฉันเงยหน้าขึ้นไปก็เจอกับหนังสืออัญมณีที่น่าจะละเอียดกว่าเล็มอื่นเพราะเล่มมันใหญ่มาก เเถมยังมีอีกเรื่องที่ใหญ่สำหรับฉัน นั่นคือ ความสูง! ฉันเอื้อมไม่ถึงหนังสือเล่มนั้นถึงเเค่ปลายนิ้วที่สัมผัสตัวหนังสือนิดเดียวเอง



     “อื้บ อื้บ”ฉันพยายามเขย่งปลายเท้าเพื่อหยิบหนังสือเล่มนั้นเเต่ก็ไม่ได้ผล มันจะสูงอะไรขนาดนี้เนี้ย!



หมับ!



     “อะ!”ฉันตกใจเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆก็มีคนมาหยิบหนังสือเล่มนั้นไปต่อหน้าต่อตา ใครมันช่างกล้าฉันเจอมันก่อนนะ



พรึบ!



     ด้วยความที่ค่อนข้างโมโหนิดน้อยจึงรีบหันไปหาคนข้างหลัง เเต่ด้วยความที่ไม่รู้ว่าคนข้างหลังนั่นใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับใบหน้าของฉัน ทำให้จมูกของพวกเราชนกันทำให้รู้ว่าเขาคือรัชทายาทลูเซียโน่



     “!!?”นี่มันฉากโรแมนติกในหนังรักนี่น่า! ไม่คิดไม่ฝันว่านางร้ายอย่างฉันจะมีโมเมนต์แบบนี้ เเต่อยู่อย่างงี้ไม่ดีเเน่(ไม่ดีต่อใจ)



     ฉันผลักหน้าอกรัชทายาทเบาๆก่อนจะเบี่ยงหน้าที่หน้าจะเเดงเพราะเหตุการณ์เมื่อกี้



     “ขอโทษ”องค์รัชทายาทกล่าวออกมาอย่างเเผ่วเบา



     “มะ ไม่เป็นไรเพคะ”โอ้ย!ทำไมต้องตะกุกตะกักแบบนี้



     “อะ”อยู่ๆองค์รัชทายาทก็ยื่นหนังสือที่ทรงหยิบไปเมื่อกี้ให้ฉัน



     “เพคะ?”ฉันมองเขาด้วยความงุนงง



     “จะเอาหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หรอ?ฉันเห็นเธอหยิบไม่ถึงจึงหยิบให้”อ๋อ...เข้าใจเเล้วค่ะ



     “ขอบพระทัยเพคะองค์รัชทายาท”ฉันหยิบหนังสือจากมือของเขาก่อนจะไม่ลืมเอยขอบคุณ



     “อืม”ว่าจบก็เดินจากไปทันที



     “ว่าเเต่มาตอนไหนนะ ตอนเข้ามาก็ไม่เห็นมี”



     “อร๊าย!นี่ฉันสังเกตเขาด้วยหรอเนี่ย!?”ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย


















     “วิกกี้นี่หนังสือที่ต้องการ”ฉันที่กลับมาจากห้องสมุดรีบตรงมาหาเพื่อนๆของฉันทันที



     “ขอบใจนะ”วิกตอเรียหยิบไปก่อนจะเปิดมันอ่านอยากตื่นเต้น



     “ว่าเเต่เธอไม่เห็นมีหนังสือติดมาเลย?”เอมม่าที่นั่งขัดเล็บอย่างพิถีพิถัน(?)เอยขึ้น



     “ก็...ไม่มีอะไรที่น่าสนใจ”จะบอกว่าลืมก็คงเสียฟอร์มแย่



     “ฉันคิดไว้เเล้วเชียว”ถึงกับคิดไว้เชียว



     “เอมม่าเธอทาเล็บสีใหม่อีกแล้วหรอ?”ฉันนั่งมองเอมม่าที่ขัดเล็บเสร็จแล้วหยิบสีทาเล็บที่ค่อนข้างสวยกว่าสีครั้งเก่าที่เธอทา



     “เอมม่ากำลังหัดอ่อนโยนเธอไม่รู้หรือไง?”วิกตอเรียเสียสละเวลาอ่านหนังสือเอยกับฉันด้วยน้ำเสียงเรียบๆตามแบบฉบับของตัว



     “อ่อนโยน?”ฉันยังคงมองเอมม่าอย่างแปลกใจ



     “คงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดนะ”



     “ถ้าคิดแบบเดียวกับที่ฉันรู้นะ”โอ้!เอมม่ากำลังทำตัวให้อ่อนโยนเพราะเจ้าหญิงเจมิลี่ เธอคงคิดว่าเจ้าชายอลันจะต้องชอบคนอ่อนโยน เเต่มันขนาดต้องเปลี่ยนสีเล็บมั้ยเนี่ย!



     “เอมม่าเธอไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนขนาดนี้ก็ได้มั้ง”ฉันเอยปากคุยกับเอมม่าที่ท่าจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้



     “จำเป็นสิ”เธอยังคงมุ่งมั่นต่อไป



     “แต่ฉันคิดว่าการเป็นตัวของตัวเองมันดูดีกว่าเเบบนี้อีกนะ”



     “ยังไง”



     “ก็ถ้าเธอเปลี่ยนแบบกะทันหันมันคงไม่ชินน่าดู”เหมือนอย่างฉันไงล่ะตอนมาโลกนี้เเรกๆเปลี่ยนกะทันหันจนจำหน้าครั้งเเรกของท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ คนในบ้าน ที่ทำหน้าตาเหมือนกับเจอผียังไงยังงั้นแหละ



     “ฉันก็คิดเหมือนกันกับอลิสนะ”วิกตอเรียเอยขึ้น



     “พวกเธอคิดแบบนั้นหรอ?”เอมม่าเริ่มคล้อยตาม



     “ถ้าเธออยากเปลี่ยนจริงล่ะก็...ลองเปลี่ยนทีละเรื่องก่อนมั้ย? กะทันหันคงไม่ดี”



     “มันก็น่าคิด”



     “งั้นก็ตามนี้ล่ะกันเนอะ”



     “อุสาห์ทาเล็บเเล้วเชียว”เอมม่าพูดอย่างเสียดาย



     “ทาแล้วก็ทาไปเถอะสีสวยออก”ฉันบอกกับเอมม่าก่อนจะจ้องสีทาเล็บสีพีชที่สวยสดใสในเเบบของมัน



     “อยากทาหรอ?”เอมม่ามองหน้าฉันอย่างสงสัย



      “ไม่ทาหรอก”ฉันบอกมือปฎิเสธก่อนจะพูดต่อ



     “สีนี่คงไม่เหมาะกับฉัน...ฉันชอบสีใสๆมันดูเงาดี”ฉันบอกเอมม่าออกไป



     “สีแบบนั่นฉันไม่เคยใช้หรอก ขนาดขวดนี้ยังเพิ่งไปซื้อมาเมื่อวานเอง”ฉันก็คงคิดแบบนั้นเเหละอย่างเอมม่าคงไม่ชอบพวกสีจืดๆหรอก



     “อย่างน้อยมันก็สวย”ฉันพูด



      “ว่าเเต่วิกกี้”เอมม่าหันไปหาวิกตอเรียหลังจากทาเล็บเสร็จเเละรอให้มันแห้ง



     “หืม?”วิกตอเรียที่ขานตอบเเต่สายตายังคงไม่ละจากหนังสือ



     “ฉันอยากได้สร้อยหน่อยน่ะ”



     “ก็ไปซื้อสิ”หลังเอมม่าพูดจบวิกตอเรียก็สวนกลับทันที



     “ถ้าอยากได้เเบบธรรมดาก็คงไม่มาพูดกับธอหรอก”เอมม่าพูดจบก่อนทำสีหน้าติดงอนนิดๆที่ค่อนข้างน่ารักตามแบบฉบับนางร้าย



     “ต้องการให้ร้านฉันทำแบบสร้อยคอที่เธอต้องการใช่ไหม?”วิกตอเรียช่างเป็นคนที่อ่านใจคนอื่นออกจนน่ากลัว



     “ถูกต้องที่สุด!”เอมม่ากระโดดไปจับเเก้มของวิกตอเรียก่อนจะส่ายไปส่ายมา



     “แล้วต้องการแบบไหนล่ะ”



     “แบบที่มีแค่หนึ่งอันในโลก”เอมม่าพูดขึ้น



     “เธอจะใส่เองหรอ?”ฉันถามเอมม่าเพราะนั่งสงสัยมานานแล้ว



     “เปล่า”



     “แล้วจะเอาให้ใครอ่ะ?”มันยิ่งน่าสงสัย



     “ความลับ”หืม?แบบนี้ก็ได้หรอเอมม่า



     “งั้นบอกแบบมาละกัน”



     “เดี๋ยวค่อยโทรไปบอกทีหลัง”



     “ฉันจะได้เห็นมันมั้ย?”ฉันถามเอมม่าขึ้น



     “ก็ถ้ามันเสร็จแล้วนะ”ฉันขอให้ถึงวันที่มันเสร็จแล้วด้วยเถอะ


















     “ท่านหญิงอลิสเชิญครับ”ในที่สุดก็ได้กลับบ้านซะที



     “ขอบคุณค่ะ”ฉันเอยขอบคุณคนขับรถที่เปิดประตูให้ก่อนจะก้าวขึ้นรถที่ภายในรถมีคนนั่งอยู่ด้วย



     “สวัสดีตอนเย็นค่ะท่านพี่”ฉันยิ้มร่าเริงทักทายพี่ชายที่ได้เจอกันเเค่ช่วงที่อยู่บ้านก่อนมาโรงเรียนและหลังเลิกเรียน



     “อืม”ท่านพี่เเดเนียลตอบรับเบาๆแบบนี่จะเรียกว่าซึนได้มั้ยนะ?



     “ท่านพี่มาไวก่อนอลิสอีกแล้ว”เมื่อภายในรถที่ค่อนข้างเงียบ(มาก)ฉันจึงหาเรื่องคุยเพื่อไม่ให้ดูน่าอึดอัด เเต่ไม่รู้ทำไมยิ่งคุยยิ่งรู้สึกอึดอัดเข้าไปใหญ่



     “อืม”อร๊าย!ช่างไร้อารมณ์อะไรอย่างนี้ค่ะพี่ชาย!! ไม่คุยแล้วก็ได้ค่ะ คนสวยเครียด!!




~♥~

[UPLOAD 100%] 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 301 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #85 nuknik2482 (@nuknik2482) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 02:41
    ..ตกลงนางร้ายเราจะร้ายหรือจะอะไรกันแน่งงมาก ไหนจะลูเซียโน่ที่ตอนแรกยังกวนประสาทอยู่ดีๆตอนนี้มานิ่ง งงไปหมดเลยจ้า
    #85
    0
  2. #65 first prft (@f0954248326) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 19:13
    มั่นไส้ยัยรัสเซียร์มากกกก ถึงจะออกบทตัวแบบแปบๆแต่ก็อยากใส่เดี่ยวกับเธอ ยัยรัสเซียร์
    //หาไม้หน้าสามแปบบบ
    #65
    0