EVIL & GENTLE นางร้ายไม่ได้ร้ายอย่างที่คิด

ตอนที่ 13 : EPISODE-9{UPLOAD 100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 374 ครั้ง
    29 ม.ค. 62


EP-9

-FEELING-

ความรู้สึก


[สนามยิงปืน]






     ฉันนั่งมองเหล่าเจ้าชายเเละเจ้าหญิงที่ฝึกยิงปืนอย่างสนุก ส่วนเพื่อนของฉันพากันไปซื้อน้ำมาให้เหล่าเจ้าหญิงเเละเจ้าชาย องค์รัชทายาทไม่ได้ไปไหนเพราะเขานั่งอยู่ข้างๆฉันโดยสายตาก็จ้องเเต่โทรศัพท์ในมือ 



     ฉันนึกสงสัยว่าโทรศัพท์มีตอนฉันอายุเท่าไรเพราะเหมือนว่ามันเพิ่งจะมีมานานไม่นานมานี้เอง คงมีคนประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสะบายในการติดต่อสื่อสารกัน เเต่ในโทรศัพท์นั่นยังไม่มีเเอพมากเท่าไร หลักๆก็มีเเค่เอาไว้ติดต่อกันเเละถ่ายรูปเท่านั้นเเหละ 



     ส่วนเบอร์นั่นก็มีเเค่เก้าหลังไม่เหมือนในโลกอีกโลกหนึ่ง เเต่คนมีฐานะเท่านั้นแหละที่สามารถมีโทรศัพท์ไว้ใช้ได้เพราะราคาของมันค่อนข้างสูงทีเดียว เเต่ในเมื่อมันมีเเค่แอพกล้องถ่ายรูปเเละสำหรับไว้โทรองค์รัชทายาทกำลังทำอะไรอยู่



     “องค์รัชทายาท...พระองค์ไม่ทรงโปรดการยิงปืนหรือเพคะ”ฉันหันไปถามคนข้างเพื่อต้องการไม่ให้สถานการณ์มันดูเงียบไป อีกส่วนก็คงไม่มีเพื่อนคุยด้วยนั่นเเหละ



     “ฉันก็ชอบอยู่นะ”องค์รัชทายาทนำโทรศัพท์เก็บไว้ในกระเป๋าก่อนจะหันมาคุยกับฉัน



     “แล้วทำไมพระองค์ทรงไม่ลองละเพคะ”ฉันพูดกับเขาด้วยท่าทีสบายไม่เหมือนครั้งเเรกที่เรารู้จักกัน คงเพราะเหตุการณ์ในบ้านผีสิงนั่นละมั้งที่ทำให้ฉันลดทิฐิเเถมเขายังปลอบฉันอีกด้วย น่าอายชะมัดเลย



     “อาณาจักรของฉันก็มีการฝึกบ่อยๆเพื่อป้องกันตัว...เหล่าเจ้าชายย่อมคุ้นชินกับการจับปืน”เออเน้อะลืมไปเหล่าเจ้าชายย่อมต้องฝึกการป้องกันตัวอยู่เเล้ว



     “ที่ถามต้องการให้ฉันสอนหรือ?”องค์รัชทายาทเลิกคิ้วก่อนจะมองฉันพร้อมยกยิ้มที่มุมปาก ฉันเกลียดรอยยิ้มเเบบนี้จัง



     “หม่อมฉันยิงปืนเป็นเพคะ!”ฉันโกหกออกไปขืนพูดความจริงคงได้ขายหน้าเป็นถึงลูกสาวดยุกอาร์เธอร์ วอล์กเกอร์ผู้ยิ่งใหญ่รองจากราชาเเละราชินี



     “ออ”มองฉันด้วยสายตาเเบบนี้หมายความว่าไง!



     “หม่อมฉันยิงให้พระองค์ดูก็ได้นะเพคะ”ฉันเชิดหน้าอย่างท้าทาย



     “เอาสิ...ฉันก็อยากเห็นฝีมือของท่านหญิงอลิส วอล์กเกอร์เหมือนกัน”องค์รัชทายาทผายมือไปทางที่สำหรับการยิงปืน



     “ได้เพคะ”ฉันเดินไปยังที่สำหรับยิงปืนด้วยหัวใจที่ค่อนข้างเต้นเเรงตั้งเเต่เกิดมายันมาอยู่ในร่างนี้ยังไม่เคยจับปืนเลยสักครั้ง กลัวปืนลั่นโดนคนอื่นตายนะสิ



     ฉันเอื้อมมือไปหยิบปืนขึ้นมาโดยไม่ได้หยิบที่ใส่สำหรับกันเสียงปืนที่ดังหนวกหู ยกปืนขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา



     ‘โอ้ยไอ้มือบ้าสั่นทำไมเนี้ย!’ฉันคิดในใจอย่างโมโห



     “เฮ้อ...ขนาดจับปืนยังไม่เป็นเลย”ว่าจบองค์รัชทายาทก็เดินมาซ้อนข้างหลังฉันก่อนจะจับที่มือฉันอย่างอุจอาจ



     “การจับปืนเขาจับเเบบนี้กัน”เขาจับมือฉันไปวางยังตำเเหน่งต่างๆอย่างชำนาญ พร้อมอธิบายรายละเอียดต่างๆให้ฉันด้วย



      น้ำเสียงที่ทุ้มหูน่าฟังเเถมใบหน้าของเขายังใกล้กับใบหน้าของฉันอีกด้วยหายใจเเต่ละทีรดที่เเก้มของฉันอย่างไม่ได้ตั้งใจ



     ตึก ตึก ตึก



     หัวใจที่เต้นดังจนฉันกลัวว่าเขาจะได้ยิน สมองของฉันก็เหมือนไม่ทำงานเอาซะเลยมัวเเต่สนใจหัวใจที่เต้นดังกับคนข้างๆอยู่ได้



     “ฟังอยู่รึเปล่า”



     “ฟะ ฟังอยู่เพคะ”เสียงของเขาเรียกสติฉันกลับมาทำให้หันมาโฟกัสที่ข้างหน้าได้ไงรวดเร็ว



     “เมื่อจับถูกเเล้วก็เล็งที่เป้าหมายที่เราต้องการเหนี่ยวไก...เข้าใจใช่มั้ย”



     “เพคะ”ฉันตอบรับออกไปก่อนเขาจะยกปืนอยู่ระดับสายตาก่อนจะเหนี่ยวไกไปยังเป้าข้างหน้า



     ปัง



     “ทีหลังอย่าอวดเก่งอีกละ...หึๆ”เขาผละออกจากฉันก่อนจะหัวเราะอย่างผู้เหนือกว่า



     “เพคะ! หม่อมฉันจะจดจำไว้”ฉันกระเเทกเสียงใส่เขาอย่างประชด เกลียดเสียงหัวเราะของเขา






~♥~

[UPLOAD 10%]








     ฉันนั่งมองเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ที่กำลังสนุกกับการยิงปืน โดยไม่สนเวลาในตอนนี้



     “เจ้าหญิงเพคะ หม่อมฉันว่าได้เวลากลับกันแล้ว”เอมม่าที่ยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาดู ก่อนจะเดินไปทางเหล่าเจ้าหญิงเพื่อบอกเวลาให้รู้ว่าเวลานี้ควรกลับกันได้เเล้ว



     “เเต่เรากำลังสนุก”เจ้าหญิงแซนดี้กล่าวขึ้น



     “ฟ้าเริ่มมืดเเล้ว เราควรกลับดีกว่าเพคะ”เอมม่าพยายามใช้เหตุผลเเต่เหมือนองค์แซนดี้จะดื้อดึงมากเกินไป



     “เเต่เรายังไม่อยากกลับ”เจ้าหญิงเชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทีเเสนจะพยศ



     “เเต่เจ้าหญิง...”



     “เจ้าหญิงแซนดี้ที่เธอคนนี้พูดมาก็ถูก ฟ้าเริ่มมืดเเล้ว เราควรกลับกันได้เเล้ว”องค์รัชทายาทลูเซียโน่กล่าวแทรกขึ้น



     ดูเหมือนเจ้าหญิงเเซนดี้จะเริ่มพยศน้อยลง เเถมยังทำท่าทีเหมือนสาวน้อยวัยเเรกเเย้มที่เมื่อเจอคนที่ชอบก็จะบิดตัวไปมาเหมือนเขินอาย(?) หรือฉันคิดไปเอง



     “เรากลับก็ได้”เมื่อได้รับคำตอบเอมม่าจึงเดินนำพวกเราไปยังรถที่นั่งกันมา ส่วนองค์รัชทายาทลูเซียโน่กับเจ้าหญิงแซนดี้เหมือนจะสนิทกันเร็ว โดยเฉพาะเจ้าหญิงที่มักจะเดินมาข้างองค์รัชทายาท หรือไม่ก็มักจะเเอบมองมาทางองค์รัชทายาทบ่อยๆ ตั้งเเต่สวนสนุกแล้วละ ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะสังเกตนะ เเต่บังเอิญหันไปเจอพอดี



     “นี่อลิส”



     “หืม?...ว่าไงเอมม่า”เราสามคนเดินไปยังรถด้วยกัน โดยเหล่าเชื้อพระวงศ์นั่นคงไม่ได้สังเกตว่าพวกเราเดินกันช้าลง



     “ฉันว่ายัยเจ้าหญิงเเซนดี้ต้องคิดอะไรกับองครัชทายาทลูเซียโน่เเน่นอน”บอกฉันด้วยเรื่องเเค่นี้อ่ะนะ?



     “กรุณาเรียกเจ้าหญิงให้ดีๆหน่อยสิเอมม่า”วิกตอเรียที่เดินอยู่ข้างๆเอมม่าเอยขึ้น



     “เรียกเเค่นี้มันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ เป็นเจ้าหญิงเเท้ๆเเต่กลับทำตัวดื้อดึง ฉันล่ะไม่ชอบจริงๆ ถ้าตรงนั้นไม่มีเจ้าชายอลันอยู่ด้วยนะ รับรองต่อให้เป็นเจ้าหญิงก็เถอะ!”ฉันเริ่มรู้สึกกลัวเอมม่าเเล้วสิ



     “ว่าเเต่เรื่องเเก้เเค้นยัยพวกนั้นล่ะ”เอมม่าเอยขึ้นมาก่อนจะหยุดเดินเพื่อคุยกับฉัน



     “แก้เเค้นใคร?”วิกตอเรียเอยขึ้น



     “ก็พวกยัยนาเดียไง”เอมม่าพูดออกมาด้วยสีหน้าเเค้นจัด



     “ฉันก็กำลังคิดวิธีเอาคืนยัยพวกนั่นอยู่”ฉันบอกเอมม่าออกไปเเต่จริงๆคิดไว้เเล้วล่ะไอ้วิธีแก้เเค้นน่ะ เเต่กำลังหาหนทางวางแผนอยู่ รับรองยัยนั้นได้อับอายเเน่เพราะเเต่ละเเผนนั่นมันมีเเต่วิธีปัญญาอ่อนที่พวกเด็กเกรียนในโลกของฉัน พากันคิดขึ้นมาเพื่อปั่นป่วนเพื่อนในห้อง ขนาดอาจารย์ยังโดนเลยヘ( ̄▽ ̄*)ノ











     ตอนนี้ก็เป็นเช้าวันอาทิตย์เป็นวันหยุดอีกวันหนึ่งที่ต้องอยู่บ้านอย่างเงียบเหงา ท่านพ่อก็ไปทำงานส่วนท่านพี่ก็ไปกับท่านพ่อ ท่านเเม่ก็ทำอะไรสักอย่างในครัวเหมือนจะเป็นขนมคุ้กกี้ล่ะมั้ง



     “อลิส”ท่านแม่ที่เดินออกมาจากห้องครัวเอยเรียกฉัน



     “คะท่านเเม่”ฉันลุกขึ้นก่อนจะเดินไปยังท่านแม่สายตามองขนมที่ท่านเเม่ทำโดยเหล่าคนรับใช้พากันถือออกไปยังรถ



     “ไปวังหลวงกับแม่มั้ยจ้ะ”ท่านเเม่ส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ ท่านของฉันช่างอ่อนโยนจริงๆ



     “ท่านแม่มีธุระกับฝ่าบาทหรือคะ”ฉันถามออกไปอย่างสงสัย



     “เปล่าจ้ะ แม่แค่จะไปหาองค์ราชินีเท่านั้น”



     “องค์ราชินีทรงเรียกตัวท่านแม่ไปหรือคะ”



     “เปล่าจ้ะพอดีเเม่เเค่ทำขนมที่องค์ราชินีทรงชอบไปให้พระองค์เท่านั้นเอง...อลิสไปกับแม่มั้ยจ้ะ?”



     “ค่ะ”ฉันตอบตกลงทันที



     “งั้นไปที่รถกันเถอะ”พวกเราสองคนพากันเดินไปที่รถที่จอดอยู่ข้างหน้าคฤหาสน์ก่อนตัวรถจะขับเคลื่อนออกจากหน้าคฤหาสน์หลังโตมุ่งไปที่วังหลวง











     ตอนนี้พวกเราอยู่หน้าตำหนักขององค์ราชินีโดยท่านเเม่เดินนำหน้าไปก่อนเเละมีคนรับใช้ที่ถือขนมตามไป 



     ส่วนฉันขออนุญาตท่านแม่ว่าจะเดินเล่นเเถวๆนี้ เพราะไม่ชอบการนั่งนานๆมันน่าเบื่อเกินไป



     “ถ้าเดินเล่นจนเบื่อเเล้วก็ไปรอที่รถเลยนะอลิส”ท่านแม่เอยกับฉันก่อนท่านจะเดินเข้าไปข้างใน



     ฉันไม่รอช้าที่จะเดินชมพระราชวังก่อนจะมุ่งหน้าไปยังอุทยานหลวงที่ซึ่งสวยงามกว่าที่ใดมีดอกหลากหลายสายพันธ์ุ



     “โอ๊ะ!”ฉันอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อเดินไปยังอุทยานหลวงที่ซึ่งมีคนอื่นอยู่ก่อนแล้ว เเถมยังเป็นคนที่ฉันรู้จักอีกต่างหากซึ่งคนนั้นก็คือเจ้าหญิงแซนดี้เเละองค์รัชทายาทลูเซียโน่ เหมือนมาขัดจังหวะอย่างไงอย่างงั้นเลยดูจากสายตาเจ้าหญิงที่มองมาทางฉัน



     “หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ พอดีเเค่บังเอิญผ่านมาทูลลาเพคะ”ฉันยอบกายลงเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพเเก่ผู้ที่มีฐานะสูงกว่าตน ก่อนจะหมุนตัวเพื่อหันหลังกลับ เเต่ทำไหมมันรู้สึดหน่วงในใจแปลกๆก็ไม่รู้ องค์รัชทายาทกับเจ้าหญิงจะสนิทกันก็ไม่เห็นเกี่ยวกับเราเลย



     ฉันเดินออกมาจากที่ตรงไหนด้วยจิตใจที่เหม่อลอยไปไกลจนถึงดาวอังคาร(?) 



     ทำไมในหัวคิดถึงเเต่เหตุการณ์เมื่อกี้นะ ก็เเค่เชื้อพระวงศ์คุยกัน สนิทกัน มันไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย



     “ไม่คิดๆ”ฉันสบัดหัวเบาๆเพื่อไล่ความคิดไร้สาระให้ออกจากหัวอันน่ารักของฉัน



     “กลับรถดีกว่า”เมื่อตัดสินเเบบนั้นฉันจึงเดินกลับรถเพื่อรอท่านเเม่ที่คุยกับองค์ราชินียังไม่เสร็จ



      “!!”ระหว่างที่กำลังเดินกลับไปยังรถนั้นก็พบเจอกับองค์รัชทายาทที่หยุดเดินเเละมองมาทางฉัน



     แล้วทำไมเขาเดินไวขนาดนี้เนี้ย! เมื่อกี้ยังอยู่กับเจ้าหญิงที่สวนอยู่เลย



     “พระองค์มาเดินเล่นหรือเพคะ”ฉันถามคำถามโครตจะไร้สาระ คนอย่างเขาจำเป็นต้องมาเดินเล่นทำไม!



     “เปล่า”คำตอบตรงกับที่คิดเอาไว้



     “แล้วพระองค์จะเสด็จไปที่ไหนหรือเพคะ”



     “มาหาเธอ”



     “หม่อมฉัน?”ฉันยกนิ้วขึ้นมาชี้ที่ตัวเองอย่างแปลกใจ



     “ใช่”เขาเอยตอบรับด้วยน้ำเสียงปกติ



     “มีธุระกับหม่อมฉันเรื่องอะไรหรือเพคะ”ฉันถามเขาอย่างสงสัย



     “ที่เธอเห็นเมื่อกี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด”เขาหมายถึงเรื่องที่ฉันเห็นเขาอยู่กับเจ้าหญิงใช่มั้ย? ฉันไม่ได้คิดมากเลยนะ ไม่เค๊ยไม่เคย



     “พระองค์มาบอกหม่อมฉันทำไมเพคะ”เขาจะบอกฉันทำไมในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน คนรักก็ไม่ใช่ คู่หมั้นก็ไม่ใช่



     “ก็บอกไว้ไม่อยากให้คิดไปไกล...กว่าคนที่รักจะเข้าใจผิด”ประโยคเเรกพอเข้าเเต่ประโยคหลังทำไมถึงพูดค่อยจัง ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย เอาเป็นว่าได้ยินเเล้วกัน



     “หม่อมฉันเข้าใจเเล้วเพคะ หม่อมฉันไม่ใช่คนที่เก็บเอาเรื่องที่ไร้สาระมาคิด”ฉันพูดออกไปอย่างที่ใจคิด



     “อืม...งั้นไปละ”ว่าจบเขาก็เดินผ่านตัวฉันไป



     “นี่เขากลัวเราเข้าใจผิดด้วยหรอเนี่ย...คงไม่”






~♥~

[UPLOAD 100%]


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 374 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #74 GhostTigerMaya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 14:21
    คือ..นางโดนวอลเลย์บอลอัดหน้า เลือดออก

    ท่านพ่อไม่ทราบหรอคะ?
    #74
    0
  2. #59 ThitichayaNoojor (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 11:46
    ลงภาพชุดของทุกคนด้วยได้มั้ยคะ...
    #59
    0
  3. #58 FANG_426 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 17:57

    ฟินๆๆๆ
    #58
    0