EVIL & GENTLE นางร้ายไม่ได้ร้ายอย่างที่คิด

ตอนที่ 12 : EPISODE-8{UPLOAD 100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 475 ครั้ง
    26 ม.ค. 62


EP-8

-OLDER BROTHER-

พี่ชาย






[ห้องพยาบาล]






     เวลาผ่านนานเท่าไรไม่รู้ เเค่ที่รู้ได้อย่างเดียวคือข้างๆเตียงของฉันที่ผ้าม่านกั้นไว้นั้นเป็นเตียงของคุณนางเอกที่นางสลบอย่างไงเล่า ส่วนที่ฉันต้องมานอนในนี้นั้นเพราะว่าโดนเพื่อนของคุณนางเอกแกล้ง ตบลูกวอลเล่ย์โดนเต็มเบ้าหน้าเลย เจ็บกว่านี้มีอีกมั้ยเนี้ย(ㄒoㄒ)



     ฉันหลับตาลงอย่างช้าๆก่อนจะค่อยๆทบทวนเกี่ยวกับเกมที่ฉันต้องมาติดอยู่ในนี้อย่างไม่รู้สาเหตุ เเถมต้องมาเจอเหตุการณ์ต่างๆที่ทำเอาเกือบรับมือไม่ทัน หลายวันที่ผ่านมาฉันพยายามศึกษาเกี่ยวกับนิสัยของตัวละครในเกมรู้บ้างไม่รู้บ้างเพราะเหมือนตัวละครบ้างตัวกำลังปิดกั้นความรู้สึกอยู่ แถมยังมีอีกคนที่ตอนนี้ฉันไม่เข้าใจเจตนาของเขาเลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ คนๆนั้นเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากพี่ชายของฉัน วันก่อนยังเกลียดฉันเเถมตายเเต่ทำไมวันนี้กับมาทำตัวเหมือนพี่ชายทั้งที่ยังว่าฉันต่างๆนานาอยู่เลย



แอ๊ด



     ฉันได้ยินเสียงประตูเปิดออกเเต่ไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะเตียงของฉันอยู่สุดท้ายของเเถว ไม่ได้ใกล้ประตู คงจะเป็นอาจารย์ไม่ก็เหล่าเพื่อนของนางเอกหรือไม่ก็เพื่อนของฉันละมั้ง



ตึก ตึก ตึก



     ฉันไม่ได้ลืมตาจึงไม่รู้ว่าใครเเต่ได้ยินเเค่เสียงเท้าที่กำลังเดินมาทางนี้ก่อนจะรู้สึกอีกทีว่าคนนั้นมานั่งลงข้างๆเตียงฉันก่อนจะรู้สึกถึงฝ่ามือของใครสักคนที่กำลังปัดปอยผมของฉันอย่างอ่อนโยน มันอบอุ่นโดยไม่รู้สาเหตุเหมือนว่าฉัน ไม่สิ เหมือนว่าเจ้าของร่างนี้โหยหาสัมผัสเเบบนี้มานาน



     “คงเจ็บมากสินะ”เสียงนี้คือเสียงของท่านพี่เเดเนียลพี่ชายที่ไม่เคยเเยเเสน้องสาวว่าจะเป็นยังไง เเต่ทำไมวันนี้กลับมาทำเเบบนี้เนี้ย ฉันควรลืมตาหรือหลับต่อดี



      หลังจากที่กำลังสับสนอยู่นั้นมือของพี่ชายก็ค่อยๆไล่อยู่บนใบหน้าฉันอย่างอ่อนโยนเหมือนต้องการให้หายเจ็บยังไงอย่างงั้นเเหละ ฉันจึงเลือกที่จะหลับตาต่อเพื่อต้องการดูปฎิกิริยาของคนข้างๆว่าเขาคิดอะไรกันเเน่ หรือว่าพี่ชายของเธอบังเอิญไปรู้ความลับของนางเอกเข้า คงไม่หรอกมั้งนางเอกคงยังไม่เผยธาตุแท้ออกมาตอนนี้เพราะฉันยังไม่ได้ทำให้นางเอกต้องยอมเผยลายเลย บางที่ท่านพี่คงรู้อะไรเกี่ยวกับตัวของอลิสที่เเม้ภายนอกจะดูร้ายยังไงเเต่ภายในคงไม่มีใครรู้นอกจากตัวของอลิสเอง



     “พี่คงได้เเค่เป็นห่วงเเละขอโทษเธอในใจกับตอนเธอหลับสินะ”ว่าจบก็ลูบหัวฉันอย่างรักใคร่ทำให้ฉันรู้สึกอิจฉาอลิสที่สุดที่มีพี่ชายที่แอบเป็นห่วงน้องสาวในใจเสมอมา เเละอดเข้าใจความรู้สึกของท่านพี่ไม่ได้ ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นดีว่ามันต้องฝืนขนาดนั้นที่จะไม่ให้เเสดงความรู้โดยตรง ครั้งนี้ฉันจะพยายามไม่คิดมากกับคำด่าที่เคยว่าก็เเล้วกันฉันจะคิดว่ามันคือคำด่าที่เเฝงไปด้วยความห่วงใยของพี่ชายสายซึนก็เเล้วกัน ก่อนจะรู้สึกง่วงขึ้นมาทันทีเเละหลับลงไปอย่างต้านทานความง่วงไม่ไหว






~♥~

{UPLOAD 5%}





[เวลาเลิกเรียน]






     “อืม”ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนจะมองเห็นเพดานเป็นอันดับเเรก ก่อนจะใช้สายตามองไปเรื่อยๆ



     “หลับไปนานเเค่ไหนแล้วเนี้ย!”ฉันลนลานรีบลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะรีบออกจากห้องพยาบาล ปานนี้ท่านพี่คงรอในรถนานเเล้วมั้งเเต่เขาก็ต้องรู้แหละว่าฉันหลับอยู่ในห้องพยาบาล แถมยังจำได้หมดทุกคำพูดเเละการกระทำอีกด้วย ต่อไปนี้ต่อให้เขาด่าฉันเเบบไหนฉันก็จะตั้งรับด้วยการยิ้มสู้



     “แฮ่กๆ”ฉันเปิดประตูเข้าไปในรถอย่างเหนื่อยหอบ ทีตอนอาจารย์ให้วิ่งไม่ยักเหนื่อยทีตอนนี้กลับเหนื่อย



     “ให้สอนให้เธอวิ่งเเบบนี้เนี้ย!”ฉันนั่งพักหายใจได้ไม่นานพี่ชายสุดที่รักก็เอยขึ้นมา



     “ไม่มีค่ะ”ฉันบอกออกไปพร้อมกับหันไปยิ้มให้ท่านพี่ ดูเหมือนเขาจะงงกับรอยยิ้มของฉัน



     “เป็นบ้าไปแล้วหรือไง หรือเพราะลูกวอลเล่ย์”ว่าจบเขาก็เอื้อมมือมาหยิกแก้มฉันทั้งสองข้างอย่างหมั่นเขี้ยวหรือหมั่นไส้ก็ไม่รู้ เเต่ฉันเจ็บ!



     “โอย! เปล่านะคะ”ฉันตอบออกไปจะลูบแก้มเบาๆนี่เเรงคนหรือยักษ์เนี้ย เเรงเยอะชมัด!



     “ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ”ฉันพึมพำออกไปเบาๆในใจคิดเเค่ว่าต่อให้ได้ยินหรือไม่ได้ยินฉันก็อยากบอกออกไมอยู่ดี อยากขอบคุณแทนอลิสที่ไม่สามารถอยู่ขอบคุณพี่ชายของเธอได้



     รถขับมาเรื่อยๆจนมาจอดหน้าคฤหาสน์ก่อนคนขับรถจะรีบมาเปิดประตูให้ฉันส่วนท่านพี่ก็เปิดประตูเองเเละเข้าไปในคฤหาสน์ก่อนฉัน ฉันจึงรีบกล่าวขอบคุณเเละเดินเข้าไปข้างในตามท่านพี่



     “พรุ่งนี้วันหยุด”เมื่อถึงห้องฉันก็ตะโกนออกมาเบาๆอย่างดีใจ ก่อนจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น จึงรีบไปค้นกระเป๋านักเรียน ตอนนี้ฉันรู้มาอีกอย่างว่าที่นี้เริ่มมีเคลื่อนมือสื่อสารเเละอุปกรณ์อิเล็กซ์ทรอนิก เช่น นาฬิกาปลุก โทรศัพท์ ทีวี เเละอื่นๆ ฉันเริ่มชอบที่นี้เเล้วสิเป็นเกมที่ดีอะไรอย่างนี้ไม่เสียใจที่หลงเข้ามา



     “ว่าไงเอมม่า”ฉันตอบรับเสียงปลายสายที่โทรมาในตอนนี้



     ‘เธอดีขึ้นหรือยัง’เอมม่าถามออกมาอย่างเป็นห่วงดูจากน้ำเสียงที่เธอพูด



     “ดีขึ้นเเล้วฉันเเค่เลือดกำเดาไหลนะ ไม่ได้เป็นไรมากซะหน่อย”ฉันตอบออกไปก่อนจะยิ้มกลับห่วงเป็นห่วงของเธอ



     ‘ฉันอย่างจะตบยัยพวกนั้นจริงๆเชียว’ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับเก็บกดความเเค้นมานาน



     “โหดร้ายเกินไปแล้วนะเพื่อนฉัน”ฉันยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี มีเพื่อนที่นิสัยร้ายไม่เสเเสร้งเเต่ห่วงใยเรา ดีกว่ามีเพื่อนที่นิสัยเเต่แอบนินทาเราลับหลัง



     ‘ฉันร้ายได้กว่านี้เธอก็รู้’เอมม่าพูดออกมา



     “แล้วโทรมานี้คงไม่ได้จะคุยเเค่นี้ใช่ไหม?”ฉันถามปลายสายออกไปก่อนจะได้รับคำตอบที่คาดคิดไว้



     ‘เธอนี่เดาเก่งจัง ฉันว่าจะชวนเธอไปเที่ยวหน่อยพรุ่งนี้ว่างมั้ย’เอมม่าเอยออกมา มันช่างเข้าทางฉันซะจริงไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ



     “ว่าง”ฉันตอบออกไปทันทีโดยไม่มีคำว่าลังเล



     ‘งั้นเจอกันที่บ้านวิกกี้ตอนแปดโมงเช้านะ’เอมม่าพูดขึ้นก่อนจะตัดสายไป ส่วนฉันก็ได้เเต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างดีใจ จะได้ไปเที่ยวชมเมืองในเกม คงจะสวยน่าดูขนาดทางไปโนงเรียนยังสวยเลย คงต้องค้นตู้เสื้อผ้าหาชุดน่ารักๆใส่ซะเเล้ว จะมีมั้ยน๊าชุดที่ไม่ค่อยโป๊เพราะขนาดชุดที่ใส่อยู่บ้านยังมีเเต่สีเเสบๆทั้งนั้นเลย คงมองหาคำว่าสีสดใสกับไม่โป๊ยากเเน่นอน



     “ท่านหญิงอลิสคะได้เวลาทานอาหารเเล้วค่ะ”ฉันพยักหน้าให้กับเมด้า นี่ฉันเลือกชุดสำหรับพรุ่งนี้นานขนาดนี้เชียว



     “ช้า”ลงมาถึงก็โดยท่านพี่ต่อว่า เเต่ไม่เป็นไรเเค่นี่ถือว่าจิ้บๆ



     “ขอโทษที่มาช้าค่ะ”ฉันบอกออกไปก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างๆพี่ชาย



     “พรุ่งนี้วันหยุดสินะ พวกลูกคิดจะไปไหนมั้ยจ้ะ”ท่านแม่เอยขึ้น



     “พรุ่งนี้เอมม่านัดอลิสไว้เเล้วค่ะ”ฉันตอบท่านแม่ออกไปอย่างร่าเริง



     “แล้วเเดเนียลละลูก”เมื่อท่านเเม่ได้คำตอบจากฉันก็หันไปหาพี่ชาย



     “ผมไม่คิดจะไปไหนครับ”ท่านพี่ชอบบอกออกไป



     “แดเนียลนี้เหมือนคุณเลย”ท่านแม่หันไปพูดกับท่านพ่อด้วยรอยยิ้ม และท่านพ่อกับท่านเเม่ก็พูดกันอย่างอารมณ์พลันทำให้โต๊ะอาหารในตอนี้มีเเต่สีชมพู อาหารบนโต๊ะก็พากันหวานตาม



     เมื่อฉันรับประทานอาหานเสร็จ ฉันจึงเดินขึ้นห้องตัวเองไปก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าอีกครั้งเพื่อเลือกชุดสำหรับใส่วันพรุ่งนี้ ฉันเชื่อว่าทุกคนก็ต้องเป็นเหมือนฉันที่เมื่อเวลาจะไปในที่ที่ตัวเองชอบหรือคนชอบชวนไปไหน หรือไปกับเพื่อนๆทุกคนก็ต้องตื่นเต้นเเละกังวลเกี่ยวกับชุดที่จะใส่ไป



     “เอาชุดนี้เเหละใส่สำหรับพรุ่งนี้”ฉันหยิบชุดกระโปรงสีดำบริเวณคอเสื้อสีขาวเป็นเนื้อผ้าโปร่งสีสวย ฉันจึงนำมันมาเเขวนไว้ข้างนอกตู้ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำนอนเเละก่อนนอนไม่ลืมที่จะตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนเจ็ดโมงครึ่งเพราะเอมม่านัดฉันไว้แปดโมงพรุ่งนี้คงสนุกน่าดู



     ส่วนเรื่องยัยพวกนั้นจะเเก้เเค้นยังไงดีนะ เเก้เเค้นเเบบนางเอกหรือเเก้เเค้นเเบบนางร้าย เเต่ฉันคงแก้เเค้นเเบบนางเอกไม่ได้เเล้วล่ะ เพราะฉันอยู่ในร่างนางร้ายการเเก้เเค้นย่อมต้องร้ายตาม คิดเเล้วรู้สึกสนุกขึ้นมานิดหน่อย ใครว่าฉันจะเเสนดีตลอดทั้งเรื่องละไม่มีทางหรอก



     พระเจ้าอุสาห์ให้ฉันมาอยู่ในร่างนางร้ายทุกอย่างก็ต้องมีร้ายบ้างมีดีบ้างโลกถึงจะสมดุล ส่วนแผนนั่นฉันมีเยอะเเยะเเค่เลือกว่าจะเอาแผนไหนเเค่นั้นเอง รับรองยัยพวกนั้นไม่มีวันลืมคนอย่างฉันลงเเน่นอน





~♥~

{UPLOAD 30%}





[เวลา 7:15 นาที]






     ฉันตื่นขึ้นมายามเช้าก่อนจะหันไปมองนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง



     ฉันตื่นก่อนเวลาตั้งหลายนาทีมีเวลาเตรียมตัวมากมายจึงไม่รีบร้อนในการเเต่งตัว



     เมื่อฉันเข้าห้องเเละทำธุระเสร็จเรียบร้อย ฉันจึงเดินไปหยิบชุดที่เเขวนไว้ข้างนอกตู้เเละเดินเข้าห้องน้ำเปลี่ยน

 


[5 นาทีต่อมา]



      “อ้าวอลิส...ตื่นเเล้วหรอลูก”ท่านพ่อที่นั่งอยู่บนโซฟาเอยถามขึ้นมามองที่ฉันนิดหน่อยก่อนจะหันไปรับถ้วยกาแฟที่ท่านเเม่นำมาให้แก่ท่านพ่อ



     “พอดีวันนี้มีนัดไปเที่ยวนะคะ”ฉันตอบออกไปก่อนจะเดินไปนั่งลงโซฟาอีกตัว



     “หืม?นัดกันไว้กี่โมงละ”ท่านพ่อเลิกคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะเอยปากถามฉัน



     “ก็ประมาณเเปดโมงเช้าค่ะ”ฉันตอบออกไปอย่างยิ้มๆ



     “นัดไวกันจัง”ท่านพ่อพูดพึมพำเเต่ฉันก็ยังได้ยินอยู่ดี



     “ท่านพ่อหมายความว่าไงคะ?”ฉันเอียงคออย่างสงสัย



     “พอดีพ่ออยากจะขอร้องให้ลูกช่วยพาคนสำคัญของอาณาจักรเราชมเมืองนี้หน่อยน่ะ แต่คงไม่ได้เเล้วละ เพราะลูกมีนัดกับเพื่อนๆเเล้ว”ท่านพ่อว่าพรางสายตาก็อ่านหนังสือในมือที่น่าจะเป็นหนังสือธุระกิจ



     “คนสำคัญของอาณาจักร?เขาคนนั้นสำคัญมากมั้ยคะ”ฉันถามท่านพ่อออกไปยังไม่เเน่ใจว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าสำคัญมากก็คงต้องมาพาไปด้วย



     “สำคัญมาก เพราะเป็นรัชทายาทเเละเจ้าชายเจ้าหญิงของอาณาจักรต่างๆ”



     “หืม?ใช่นักเรียนเเลกเปลี่ยนมั้ยคะ”ฉันถามในสิ่งที่คิดว่าถูกที่ตรงกับความคิดของฉัน



     “ใช่”ท่านพ่อยังคงไม่ละสายตาจากหนังสือ



     “อ่า...”ฉันนั่งคิดในใจสักพักเกี่ยวกับการตัดสินใจในการพาคนสำคัญของอาณาจักรแห่งนี้ทัวร์รอบเมือง



     “ท่านพ่อค่ะ ถ้าอลิสจะพาพวกเขาไปกับพวกอลิสจะได้มั้ยคะ?”เมื่อตัดสินใจได้จึงเอยถามออกไป ไหนๆก็เป็นถึงคนสำคัญของอาณาจักรเรา ปฏิเสธคงเป็นเสียมารยาท



     “คงได้นะ”ท่านพ่อให้คำตอบแก่ฉัน แล้ว‘คงได้นะ’ของท่านพ่อมันคืออะไรค่ะ!!?






[ณ.สวนสนุก]






     สุดท้ายพวกเราทั้งหมดก็มาอยู่ที่สวนสนุก โดยมีฉัน เอมม่า วิกตอเรีย เป็นผู้พาเหล่าเจ้าชายเจ้าหญิงจากอาณาจักรต่างๆไปชมรอบเมือง 



     ตอนเเรกเอมม่าก็ไม่เห็นด้วยหรอกเเต่พอเอยชื่อเจ้าชายอลันแห่งอาณาจักรเพตันเท่านั้นแหละถึงยอมตกลง



     คนสำคัญนั้นมีรัชทายาทลูเซียโน่ วิลส์สันแห่งอาณาจักรวิลส์สัน เจ้าชายอลัน เพตันแห่งอาณาจักรเพตัน เจ้าหญิงแซนดี้ เทอร์ริชกับเจ้าหญิงเจมิลี่ เทอร์ริชแห่งอาณาจักรเทอร์ริช



     พวกเราเลือกสถานที่เป็นสวนสนุกก็เพราะว่าเหล่าเจ้าหญิงต้องการมา ส่วนเหล่าเจ้าชายนั้นบอกว่าที่ไหนก็ได้ พวกเขาได้หมด เราจึงตามใจเจ้าหญิงก่อนเเล้วจึงตกลงกันว่าจะไปที่สนามยิงปืนหลังจากที่เล่นเสร็จจากสวนสนุก



     “เจ้าหญิง...พวกท่านต้องการเล่นเครื่อวเล่นอันไหนก่อนเพคะ”เอมม่าเดินไปถามเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์



     “เราอยากเล่นบ้านผีสิง”เจ้าหญิงแซนดี้เป็นคนเอย



     “เราก็อยากเล่นอยากรู้เหมือนกันว่ามันน่ากลัวขนาดไหนกันเชียว”เจ้าหญิงเจมิลี่เอยเสริม



     “...”ส่วนฉันได้แต่น้ำตาตกใน บ้านผีสิงเป็นอะไรที่ฉันค่อนข้างไม่ค่อยชอบ 


     ฉันยืนคอตกอย่างหมดอาลัย ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะจากคนข้างๆจึงหันไปมอง



     เมื่อสายตาหันไปหาต้นเสียงที่หัวเราะนั้น คนๆนั้นกับไม่ใช่ใครเเต่เป็นรัชทายาทผู้ซึ่งมีชีวิตที่ว่างเสียจริง ฉันได้แต่กัดปากเเละสาปแช่งในใจ(?)



      สุดท้ายพวกเราก็พากันมายังบ้านผีสิงสุดหลอนที่ฉันคิดไว้ว่าจะไม่มีทางเหยียบในนั่นเเน่ เเต่ทำไมถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้นะ ฮือๆเเม่จ้าหนูอยากกลับบ้าน



     “อลิส”



     “หะ ห้ะ”ฉันหันไปหาคนที่สกิดเเขนของฉัน



     “หน้าเธอซีดๆนะ เป็นไรหรือเปล่า”วิกตอเรียถามฉันขึ้นอย่างเป็นห่วง



     “ก็เปล่านิ ปกติดีทุกอย่าง”ฉันบอกด้วยรอยยิ้มเพื่อให้เธอคลายสีหน้ากังวล



     “โอเคเเน่นะ”เอมม่าเดินมาหาฉันอีกคน



     “ฉันไม่เป็นไรจริงๆ”



     “อืม ไม่ไหวก็บอกนะ”วิกตอเรียกล่าว



     “เข้าไปกันเถอะเราอยากเล่นจะแย่อยู่เเล้ว”เจ้าหญิงทั้งสองพระองค์หันมาหาพวกเราด้วยความตื่นเต้นหรือเร่งเร้าก็ไม่รู้



     “งั้นเข้าไปกันเถอะเพคะ”เอมม่าเอยก่อนจะเดินนำเข้าไปตามด้วยเจ้าชายอลันเเละเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ ส่วนได้เเต่ถอนหายใจอย่างกังวล



     “กลัวหรอ?”อยู่ๆองค์รัชทายาทก็เดินมาข้างหลังฉันตอนไหนก็ไม่รู้ ตกใจหมด



     “หม่อมฉันเปล่า”ฉันโกหกออกไป ก็ความจริงมันน่าอายนิ



     “อ่อ...เราจะพยายามเชื่อนะ”หมายความว่าไง?



     “องค์รัชทายาท!พระองค์หมายความว่าไง”ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาเขาทันทีโดยลืมไปว่าในนั้นคือสิ่งที่ฉันกลัว



     “พวกนั้นหายไปไหนเเล้ว”เมื่อเดินเข้ามาก็กลับไม่พบใครนอกจากองค์รัชทายาท



     “ก็คนเเถวนี้มัวเเต่กลัวไงล่ะ”ฉันหันไปมองคนข้างๆก่อนจะ



     ปึก!



     “โอ้ย!นี่เธอกล้าตีฉัน”เพราะความเคยชินฉันเลยเผลอตีองค์รัชทายาทที่เเขนอย่างจัง โดยไม่ทันได้ไตร่ตรองว่าคนตรงหน้าสูงศักดิ์เพียงใด



     “อะ องค์รัชทายาท มะ หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ พะ พอดีมันเคยชิน”ฉันตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เป็นเรื่องเเล้วมั้ยละ



    “ฉันไม่ยกโทษให้”เขาช่างใจเเคบเสียจริงโดนตีเเค่นี้เอง



     “หม่อมฉันขอประทานอภัยจริงๆนะเพคะ อย่าเอาเรื่องมะ...”ฉันยังพูดไม่ทันจบองค์รัชทายาทก็เมินหน้าเเละเดินหนีฉันไปแล้ว



     “...”



     “...”



     ฉันได้เเต่เดินตามเขาไปเรื่อยๆทั้งที่ยังคงระเเวงรอบข้างอย่างหวาดกลัวได้เเต่สวดภาวนาให้อย่าเพิ่งโผล่มาตอนนี้เลย



     หมับ!



     “อ้ะ!”อยู่ๆฉันก็รู้สึกถึงสิ่งที่เย็นยะเยือกอยู่ที่รอบข้อเท้าฉัน ทำให้ฉันเผลออุทานออกมาก่อนจะค่อยๆก้มมองข้างล่างเเละเปล่งเสียงสุดฤทธิ์พร้อมกับใช้เท้าสบัดมือนั่นอย่างหวาดกลัวและตกใจ



     “กรี๊ดดดด!”



     พรึบ!



     “อะ องค์รัชทายาทเมื่อกี้ เมื่อกี้”

ฉันวิ่งเข้าไปกอดองค์รัชทายาทอย่างลืมตัวเพราะความกลัวครอบงำ



     “ชู่ๆใจเย็นๆเมื่อกี้เธอเห็นอะไร ไหนลองบอกฉันสิ”องค์รัชทายาทไม่ได้ผลักฉันออกแต่กลับทำตรงกันข้ามด้วยการกอดฉันเเละลูบหัวปลอบอย่างออกโยน



     “เมื่อกี้มีคนจับเท้าหม่อมฉัน ฮึก”ฉันพยายามจะไม่ร้องไห้เเล้วนะเเต่มันกลัวจริงๆจนห้ามน้ำตาไว้ไม่อยู่



     “ชู่ๆอย่าร้องสิมันไม่มีอะไรหรอก”เขายังคงลูบหัวฉันและปลอบประโลมให้หายกลัว เเถมฉันยังมีความรู้สึกแปลกๆในใจอีกด้วย คงไม่ใช่อะไรเเบบนั้นหรอกมั้งเเค่ใจเต้นเพราะความกลัว



     “ฉันจะพาเธอออกไปเอง”เขาเลิกกอดฉันก่อนจะเลื่อนมือมาจับที่มือฉันไว้เเละพาเดินหาทางออก ทำไมถึงรู้ว่าไม่กลัวเเล้วนะ ทำไมกันนะ






~♥~

[UPLOAD 100%]

~♥~


ถึงมาช้าเเต่ก็มานะคะ


ต้องขอโทษด้วย

ที่หายไปนานหน่อยนะคะ

เเละก็ขอบคุณที่รีดที่น่ารักทุกคน

ที่ไม่ทิ้งไรท์ไปไหน


♡อย่าลืมกดหัวใจให้ด้วยนะ♡



นี้คือชุดที่อลิสเลือกนะคะ(≧∇≦)



ชุดของรัชทายาทลูเซียโน่



ชุดของวิกตอเรีย



ชุดของเจ้าชายอลัน



ชุดของเอมม่า



ชุดของเจ้าหญิงเจมิลี่



ชุดของเจ้าหญิงเเซนดี้


♡(มาตามคำขอค่ะ)♡



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 475 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #56 matthaya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 18:55

    รอนะคะ
    #56
    0
  2. #55 missmyself (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 21:19
    วนอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ นางเอกมีทุกอย่างแต่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
    #55
    1
    • #55-1 phan44(จากตอนที่ 12)
      14 พฤษภาคม 2562 / 22:58
      อันนี้จริง
      #55-1
  3. #53 Ning6653 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 19:27
    รออยู่เด้อ. รีบมาต่อนะคะ
    #53
    0
  4. #52 sirinapa2148 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 18:07

    รออ่านค่าาา สนุกมากเลย
    #52
    0
  5. #51 17111150 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 07:38
    รออ่านๆๆๆๆ
    #51
    0
  6. #48 Fogus2005 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 19:35
    รออยู่นร้า ·×·
    #48
    0
  7. #47 Lyra_Selwyn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 14:25
    รอค่าสา
    #47
    0
  8. #44 More (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 22:01

    อะไรจะทำให้นางเอกเผยธาตุแท้ เอาตัวเองให้ทันคนก่อนมั้ยค่ะ

    #44
    0