คัดลอกลิงก์เเล้ว

[B.A.P] Stop it, Tigger 2Bang (Yongnam X Yongguk) ft.Tigger

ทิกเกอร์งั้นหรอ!!! ไม่นะผมไม่มีทางแพ้ไอ้เสือสีส้มนั่นเด็ดขาด #ทิกเกอร์ผู้ฆ่านัม Author : หมูกระสือPPG

ยอดวิวรวม

432

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


432

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  31 ต.ค. 57 / 12:18 น.
นิยาย [B.A.P] Stop it, Tigger 2Bang (Yongnam X Yongguk) ft.Tigger [B.A.P] Stop it, Tigger 2Bang (Yongnam X Yongguk) ft.Tigger | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
2 B A N G   F A N F I C T I O N

Y O N G N A M   X   Y O N G G U K





Title: Stop it Tigger

Pairing: 2Bang ft.Tigger

 Rate: PG-13

Author: หมูกระสือPPG




: S t a y t u s :

เรื่องสั้น



สำหรับอยากติดตามเรื่องนี้ กด Favorite ได้เลย


หรืออยากให้คะแนนเรื่องนี้ กด Vote ได้เช่นกันจ้า

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
: M y F i c t i o n :
นี่คือฟิคชั่นทั้งหมดของเรา
[FICB.A.P]LoveBegin!!
Daddy Boy คุณพ่อหน้าใสวัยกระเตาะ
[Fic B.A.P] ปากเสียแบบนี้... น่าเอาลิ้นขยี้นะครับ^^
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
 
: A b o u t e :

หมูกระสือPPG

นามว่า โอเปิ้ล ปัจจุบันอยายุ 20 ปี

ติต่อหรืออยากคุยส่วนตัว




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
: ข้ อ ต ก ล ง :
ข้อตกลงในการอ่านฟิคชั่น
 
 
1. อ่านแล้วเม้น อย่าทำตัวเป็น นักอ่านเงา
2. อยากติดตาม กด Favorite
   อยากโหวตเรทติ้งกด Vote 
3. อย่าโพสต์ข้อความลูกโซ่ใส่บทความนี้
4. ห้ามก็อปปี้ ดีบอกต่อได้ ห้ามนำเนื้อหาไปเผยแพร่ถ้าไม่ได้
   รับอนุญาติจากไรท์เตอร์ หมูกระสือPPG
5. ห้ามใช้คำหยาบในบทความนี้
6. ถ้าไม่ชอบนิยายแนวนี้ อย่ากดแบน กด [X] แล้วออกไป
   ซะ!!!!
7. ไรเตอร์ไม่ได้เรื่องมาก ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย


 

b b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 31 ต.ค. 57 / 12:18


Title: Stop it Tigger

Pairing: 2Bang ft.Tigger

 Rate: PG-13

Author: หมูกระสือPPG

Note: เนื่องจากเมื่อวานเป็นวันเกิดของไรเตอร์ค่ะ และมีรีดเดอร์มารีเควสถึงไทม์ไลน์ แสดงตัวด้วยค่ะ รีดเดอร์คนนั้น 555555

 
 

 

 

 

บ้าจริง! ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้วะ!

 

 

ร่างสูงนั่งอยู่บนพื้นที่ปูพรมหนานุ่มพร้อมแสดงสีหน้าไม่พอใจ ริมฝีปากหนาบ่นขมุบขมิบเหมือนจะเอาแต่ใจ นิ้วเรียวสวยยกขึ้นกำเส้นผมแล้วยีจนมันไม่เป็นทรง ส่งเสียงฮึดฮัดอยู่ตลอดเวลา


สายตาจะเสมองอีกคนที่นั่งอยู่บนโซฟาสีแดง ในมือนั่นถือตุ๊กตาเสือสีส้มพร้อมกอดฟัดอย่างมีความสุข ดูสีหน้ามันสิ ดูสีหน้าตุ๊กตามันเซ่!!!

 

 

มันกำลังยิ้มเย้ยเขาอยู่น่ะสิ อย่าให้เจ้าของแกเผลอแล้วกัน หึ!

 

 
 

ก่อนหน้านั้น 10 นาที

 

 
 

“ยงกุก” เสียงแผ่วเอ่ยขึ้นเมื่อตัวเองได้เปิดประตูบ้านเข้ามาเจอน้องชายฝาแฝดที่นั่งบนโซฟาสีแดงอยู่ก่อนแล้ว ขายาวรีบก้าวเข้าไปหาแต่เพราะอาการเจ็บแปร๊บตามร่างกายของเขานั้นกลับทำให้เดินลำบากขึ้น

 

 

บนโซฟาสีแดงนั่นมีร่างหนึ่งที่ถอดแบบหน้าตาของเขามาแทบจะเหมือนกันหมดทุกประการ เพียงแต่ว่า ร่างนั้นดูบอบบางกว่า เตี้ยกว่า ใบหน้าและรอยยิ้มคงจะดูหวานกว่าเขาล่ะมั้ง

 

 

“โอ๊ะ! ฮยอง..” ยงกุกเอ่ยขึ้นเมื่อสายตาเหลือบขึ้นมองเห็นพี่ชายฝาแฝดร่างกายฟกช้ำมุมปากมีรอยแผล เนื้อตัวมอมแมมเหมือนไปฟัดกับหมามายังไงยังงั้น ร่างของเขาผุดลุกขึ้นอย่างอัตโนมัติก่อนจะรีบจ้ำอ้าวเข้าพี่ชายฝาแฝดของตน


แม่ไม่อยู่ใช่ไหม? โอ๊ย! ยงกุกฉันเจ็บนะ” ยงนัมเอ่ยขึ้น เริ่มชะเง้อคอเหลียวมองรอบบ้านเพื่อความแน่ใจว่ามารดาของตนนั้นไม่อยู่บ้านจริง เพราะถ้าอยู่บ้านเขาคงจะโดนแม่เฆี่ยนก้นลายเป็นแน่ ถึงแม้จะโตจนมีงานมีการทำแล้วก็ตามเถอะ แต่กลับโดนยงกุกเอานิ้วจิ้มแผลที่มุมปากจนเข้าสะดุ้งเฮือก

 

เขาไม่อยากจะกระตุกหนวดเสือของบ้านนี้ซักเท่าไหร่ บ้านนี้บอกเลยผู้หญิงคุม

 

 

“ฮยองไปทำอะไรมา ฟัดกับหมามาหรือไง” ยงกุกเอ่ยพร้อมกับเดินวนรอบตัวของยงนัม สายตาไล่พิจารณาพี่ชายฝาแฝดตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าไม่เจอส่วนไหนไม่มีรอยช้ำเลยซักนิด

 

 

มีเรื่องมาอีกแล้วแน่ๆ จะฟ้องแม่!

 

 

 

“พูดดีๆ หน่อยฉันไปต่อยกับฮันแจมา” เสียงพูดเรียบๆ เอ่ยขึ้นเหมือนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก่อนที่ขายาวจะก้าวเดินไปนั่งโซฟาสีแดงนั่น


“แล้วพี่ไปต่อยเขาทำไม?” ยงกุกหันมาสบตากับยงนัมอย่างคาดคั้น สายตาจ้องมองพี่ชายที่ทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

 

ทำไมถึงชอบมีเรื่องนักนะ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันกินได้หรือไงถึงได้แย่งชิงกันจัง ถ้ามันกินได้จริงอยากจะต้มมารยาทในการใช้ชีวิตในสังคมให้กับพี่ชายของเขาด้วย กินทุกวันๆ เผื่อว่าชีวิตจะดีขึ้นบ่างอะไรบ้าง

 

 

“ก็มันว่านาย เอ่อมันปากเสีย ฉันไม่ชอบ” เกือบหลุดไปแล้วยงนัมเอ๊ย!

 

 

ใช่! ยงนัมเดินไปต่อยฮันแจเพราะว่าผู้ชายคนนั้นมาว่าน้องชายของเขาว่าเป็นศิลปินที่ไม่ได้เรื่อง เสียงร้องก็ทุ้มใหญ่จนน่าขนลุก หน้าตาก็โหดเป็นตาย จนเขาเองทนแทบไม่ไหวเลยซัดหน้าหมอนั่นเข้าให้ ตอนแรกกะจะชกให้ล้มจะได้จำเฉยๆ แต่หมอนั่นกลับลุกขึ้นมาด่าว่ายงกุกต่อว่าทำตัวมุ้มมิ้ง ว่ายงกุกเป็นตุ๊ด เขาเลยเดือดดาดถึงขั้นหยุดยั้งควบคุมอารมณ์โกรธของตัวเองไม่ไหวจึงผลักกันแลกหมัดจนเนื้อตัวช้ำกลับบ้านแบบนี้

 

 

ที่ฉันทำทั้งหมดก็เพราะนายนะ.. ยงกุก

 

 

“แต่พี่ทำแบบนี้ไม่ได้ พี่เป็นครูนะครับ พี่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ พี่เป็นต้นแบบที่ดีของเด็กๆ” ยงกุกร่ายยาวเดินสาวท้าวเข้ามาใกล้พี่ชายของตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วยู่ปากขึ้นเหมือนไม่พอใจ แต่มันกลับทำให้ยงนัมคิ้วกระตุก

 

 

ไอ้เด็กนี่สอนเขาปาวๆ แล้วตัวเองล่ะ?

 

 

 

“นายก็เหมือนกัน ศิลปินต้นแบบเยาวชนแต่กลับมานั่งเล่นตุ๊กตาปัญญาอ่อนนี่ เหอะ! ก็ไม่ต่างจากฉันนักหรอก!!” ยงนัมเริ่มขึ้นเสียง มือหนาหยิบยกตุ๊กตาทิกเกอร์ที่วางอยู่บนโซฟาสีแดง และแน่นอนมันเป็นของยงกุกก่อนที่เขาจะปามันลงพื้นพรมอย่างไม่ใยดีด้วยความที่ไม่ถูกชะตาเหมือนโกรธกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนหรือยังไงไม่รู้

 

 

ใช่! เขาไม่ชอบมันเพราะมันแย่งยงกุกไปจากเขา เด็กน้อยที่เคยวิ่งตามเขา ติกเขาแจ แต่ตอนนี้มันไม่มี

 

 

“ฮยอง” ยงกุกมองการกระทำอีกคนอย่างอึ้งๆ เพราะเขาไม่คิดว่าพี่ชายจะกล้าทำอะไรอย่างนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าตุ๊กตาทิกเกอร์เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา แล้วพี่ชายสายเลือดเดียวกันทำกับสิ่งที่เขารักทะนุถนอมแบบนี้เขาก็

 

 

ผลัก!!

 

 

ขาเรียวยกขึ้นก่อนจะส่งแรงไปยังเป้าหมายซึ่งกระทบกับปลายเท้าของยงกุก ร่างยงนัมที่นั่งบนโซฟานั่นกระเด็นตกลงไปแบบเดียวกับตุ๊กตาทิกเกอร์ พร้อมสายตาค้อนส่งกลับไปอีกหนึ่งดอก


“โอ๊ยฮยองเจ็บนะ” ยงนัมเอามือลูกก้นที่จ้ำเบ้าด้วยฝีเท้าน้องชายฝาแฝดพร้อมส่งสายตาของความช่วยเหลือ


“สมควร” ยงกพูดเบาๆ ก่อนที่ขาเรียวจะก้าวมาหยุดตรงหน้ายงนัมพร้อมกับย่อตัวลงนั่งยองๆ มองหน้าพี่ชายตัวเองทำให้ยงนัมยิ้มดีใจ


 

เป็นห่วงเขาสินะ

 

 

มือเรียวเอื้อมไปหยิบตุ๊กตาทิกเกอร์ที่นอนแผ่อยู่ข้างๆ ยงนัมก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตัวเดิมพร้อมกับกอดตุ๊กตาไว้ รอยยิ้มของยงนัมที่ผุดขึ้นบัดนี้เขาแทบหุบยิ้มไม่ทัน

 

 

เขาจึงมานั่งทึ้งหัวอยู่แบบนี้ไง อ๊าก!!!!

 

 

ยอมเจ็บตัวก็เพราะบังยงกุก ไม่อยากให้ใครมาว่า ไม่อยากให้ใครมาดูถูกยงกุก ดูสิ่งที่เขาได้กลับคืนมาสิ ได้แผลกลับมาแทนที่จะมาปฐมพยาบาลแต่กลับโดนนวดด้วยฝ่าเท้าแทน อยากจะบ้า

 


 

ฝากไว้ก่อนนะ ทิกเกอร์!!

 

 

 

ทำแผลเองก็ได้ วุ๊ย!!

 

 

ในเมื่ออีกคนไม่สนใจ เขาเองก็พยายามทำตัวดุ๊กดิ๊กให้อีกคนมองมา และแน่นอนมันได้ผล ยงกุกมองมา ก่อนจะหน้าเย็นชาและหันกลับไปจ้องดูทีวีเช่นเคย เขาเองทั้งแกล้งร้องเพลงเสียงดัง แกล้งโอดควรว่าเจ็บก็แล้ว ปวดก็แล้ว แต่ไม่มีทีท่าว่ายงกุกจะหันมาสนใจเขาแม้แต่น้อย

 

 

เขาเองเริ่มน้อยใจแล้วนะ

 

 

 

 

อากาศหนาวพัดผ่านห้องครัวทำเอาพ่อครัวจำเป็นต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองป้อยๆ ก็เพราะเขาดันใส่แค่เสื้อกล้ามกางเกงนอนขายาวไงล่ะ เขาจำต้องลุกมาทำอาหารเช้าให้กับพี่ชายแทนแม่ของเขาเพราะท่านไม่อยู่ มีธุระกับปู่ย่า ส่วนพี่สาวก็ไม่ค่อยกลับบ้านซักเท่าไหร่ รายนั้นจะทำงานดึกดื่นไม่ก็เที่ยวดื่มกับเพื่อนฝูง นาตาชาจะนอนที่สตูดิโอเสียมากกว่า

 

 

จริงๆ ยงกุกเขาก็ไม่ว่างอะไรหรอกนะ แต่เพราะอาทิตย์นี้บริษัทอนุญาตให้พักยาวกับการทำงานที่แสนจะยาวนานกับการเป็นไอดอลของเขา เขาจึงเลือกที่จะกลับบ้านมาพักผ่อนเพราะเหล่าสมาชิกก็กลับบ้านเช่นเดียวกัน จากการเป็นพี่ใหญ่ที่คอยดูแลเด็กๆ สุดเหนื่อยล้าได้กลับมาเป็นน้องเล็กของบ้านซักที

 

 

เขายกอาหารเช้าแบบที่ทำให้สมาชิกวงในหอพักกินพร้อมชงกาแฟไว้รอคนเป็นพี่เพราะวันนี้เป็นวันที่เด็กๆ ไปเรียนกัน แล้วที่สำคัญยงนัมก็มีสอน

 

 

ไม่น่าเชื่อแฮะ คนหยาบๆ แบบนั้นจะไปเป็นครู

 

 

ยงกุกได้แต่ยิ้มขำกับความคิดของเขา

 

 

ไม่นานร่างของยงนัมก็เดินลงบันไดมาประจำโต๊ะอาหารในห้องครัว ร่างสูงในชุดที่สุภาพ ใส่แล้วดูสง่า ถ้าไม่ติดที่ว่ารอยแผลฟกช้ำตรงมุมปากนั่นที่มันกำลังดับภาพลักษณ์ของเขาอยู่

 

 

“อรุณสวัสดิ์ยงนัม” ยงกุกเอ่ยขึ้นก่อนจัดแจงอาหารบนโต๊ะให้เข้าที่ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับยงนัม


……


เงียบไม่มีคำเอื้อนเอ่ยออกจากปากแฝดพี่แต่อย่างใด



“นายยังเจ็บอยู่ไหม?” น้ำเสียงเจือความห่วงใยเอ่ยออกจากปากยงกุก ดวงตาจ้องหน้าคนเป็นพี่ชายที่ยังคงก้มหน้ากินอาหารเช้าไม่พูดไม่จา ไม่สนใจ ทำไม่ได้ยิน

 

 

หัวใจมันกระทุกวูบแฮะ

 

 

“นายโกรธหรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ทำให้ยงนำเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินเหมือนเดิม ใบหน้าเย็นชาของยงนัมทำเอายงกุกเริ่มหงุดหงิด

 

 

ตุ๊กตาเสือสีส้มถูกหยิบมาวางกลึ่งกลางโต๊ะอาหารโดยฝีมือผู้เป็นแฝดน้อง ไม่แปลกนี่ก็เขาทำแบบนี้ทุกครั้ง แต่หารู้ไม่ว่าครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม



ยงนัมเงยหน้าขึ้นมองตุ๊กตาเสือสีส้มตัวเดิมที่ทำให้เขาผิดใจกับยงกุกเมื่อวานก็นึกแค้นในใจ มือหนาวางช้อนลงกับจานข้าวก่อนจะจิบกาแฟแล้วลุกเดินหนีไปปล่อยให้ยงกุกอยู่ในอาการมึนงง

 

“เฮ้ ยงนัม” เสียงผู้เป็นน้องตะโกนเรียกผู้เป็นพี่แต่ไม่มีที่ท่าว่ายงนัมจะหันมา เพราะเขาได้เดินจ้ำอ้าวแบกสัมภาระออกจากบ้านไปเรียบร้อย “อะไรอีกเนี่ย? เฮ้อ” ยงกุกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้กอดอกมองเจ้าตุ๊กตาทิกเกอร์อย่างชั่งใจ

 

 
 

หลายวันแล้วที่คนเป็นพี่ไม่ค่อยออกมาเจอหน้าเขา คุยก็ไม่ได้คุยมัน ตอนนี้ยงกุกเหมือนอกกำลังจะแตก เขารู้สึกอึดอัดกับการกระทำที่เย็นชาของอีกคน ปกติยงนัมจะคอยมาพูดจากวนๆ ใส่ตลอด ไม่อยากเจอก็เสนอหน้ามาให้เห็นทุกที

 
 

โหวงเหวงชอบกล

 
 

ร่างของยงกุกเดินมาหยุดหน้าประตูห้องของยงนัม เขายื่นมือไปกะจะเคาะบานประตูแต่กลับชักมือกลับมากุมไว้ ริมฝีปากสีแดงสดเม้นจนเป็นเส้นตรง ขาที่ไม่อยู่นิ่งกำลังเคลื่อนที่เดินวนอยู่หน้าประตูห้อง ในขณะที่สมองประมวลคำพูดที่จะพูดกับพี่ชาย ทำยังไงก็ไม่ไม่ให้ถูกเมินแบบนี้เขาเองไม่ชอบเลย

 
 

แกร็ก!

 
 

อยู่ดีๆ เสียงปลดล็อคประตูห้องก็ดังขึ้นมา ทำเอายงกุกสะดุ้งหลุดพ้นจากจินตนาการของตัวเอง ริมฝีปากสีแดงอ้ำอึ้ง ใบหน้าเหรอหรา และมือเรียวที่กำลังเกาท้ายทอยอยู่

 
 

ยงนัมอยากบอกว่ามันน่ารัก

 
 

“อ่ะเอ่อ.. ..คือ” มือเรียวที่เป็นเอกลักษณ์ของลีดเดอร์บีเอพีผสานกัน ให้ตายสิ ประหม่าทำไมนะ


“อะไร โรคใบ้สมัยเด็กกำเริบหรือไง” น้ำเสียงแข็งๆ เอ่ยขึ้นก่อนจะเดินแทรกตัวออกมาอย่างไม่สนใจผู้เป็นน้องเลยซักนิด


“เดี๋ยวสิยงนัม” ขารีบก้าวยาวๆ ไปยืนขวางหน้าแฝดพี่ “นายเป็นอะไรทำไมนายถึงเย็นชากับฉัน ฮึก! ทำไมนายไม่คุยกับฉัน” อยู่ดีๆ ไม่รู้น้ำตามันลื่นออกมาตั้งแต่ตอนไหน นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้ร้องไห้แบบนี้


ยงนัมเมื่อเห็นน้องชายสุดที่รักร้องไห้ ใจก็เริ่มสั่น ทั้งปวด ทั้งหน่วงขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ยายาวทำท่าจะก้ามเข้าไปหา อยากยกมือเช็ดน้ำตาจากตวงตาคมคู้นั้น แต่ว่าเขาเป็นฝ่ายงอนอยู่นะ ไม่ควรใจอ่อนกับเรื่องแค่นี้ ถึงแม้เขาอยากจะเข้าไปกอดอีกคนแทบขาดใจ


“ฉันมันไม่สำคัญสำหรับนายนิ” เสียงทุ้มเย็นเอ่ยออกมาอย่างตัดพ้อปนน้อยใจ ยิ่งทำให้ยงกุกร้องไห้ตัวสั่นขึ้นไปอีก

 

ใช่สำคัญไม่เท่าตุ๊กตาเสือสีส้มนั่นเลย ทั้งๆ ที่เขาเป็นคน มีชีวิต มีจิตใจ แต่ยงกุกก็เอาแต่คุยกับตุ๊กตานั่นเสมอ มันผิดที่เขาเองไม่น่าซื้อตุ๊กตาตัวนั้นให้ยงกุกเลย

 

“ฮยองไม่เข้าใจอะไรต่างหาก!” น้ำตาไหลเต็มหน้าก่อนที่เจ้าของเสียงและร่างที่เล็กกว่าจะพลิกตัวหันหลังและวิ่งกลับห้องของตัวเองไป

 

“เฮ๊ย! ยงกุก!!” ยงนัมสบถหัวเสีย มือหนายกยีหัวตัวเองสุดบ้าคลั่ง เขาไม่น่าเล่นตัวเลยจริงๆ เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว

 
 

ยงกุกพาร่างพร้อมใบหน้าที่เอ่อล้นน้ำตาเข้ามาในห้องและไม่ลืมที่จะล็อกประตูให้สนิท ร่างที่ดูบอบบางกว่าคนที่เป็นแฝดที่ทรุดลงกับเตียงนอนร้องไห้จนตัวโยน

 

 

ให้ตายสิ เขาเป็นเด็กขี้แยไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 

แต่ก็คงไม่แปลกที่น้องเล็กของบ้านจะทำตัวงอแง ขี้แยร้องไห้ขี้มูกโปร่งแบบที่เขากำลังเป็นอยู่นี้ เพราะในฐานะลีดเดอร์ของบีเอพีต้องแสดงแต่ท่าทีที่ดูเข้มแข็ง แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ใช่คนแบบนั้นเลย

 
 

มือเรียวที่เป็นเอกลักษณ์หยิบตุ๊กตาทิกเกอร์ขึ้นมากอดแนบอกแน่น ใบหน้าคมก้มลงซบกับตุ๊กจาตัวโปรดนั่นอย่างหวงแหน

 
 

“ฮยองจะไปรู้อะไรล่ะ ฮึก! ฮยองเคยใส่ใจมันบ้างไหม?” ยงกุกกอดตุ๊กตาทิกเกอร์พร้อมกับพร่างพรูคำพูดออกมานับไม่ถ้วน การพูดมันยากลำบากเหลือเกินกับการที่เขาต้องกลั้นเสียงร้องไห้ให้เงียบที่สุด

 
 

มันน่าอาย

 
 

“ไหนบอกจะกอดทุกวันไง” น้ำตายงกุกไหลออกมา แผ่นหลังกำลังสั่นเทิ้มกับอาการสะอื้นที่เขาต้องกลั้นมันให้เสียงเบาที่สุด

 
 

ตั้งแต่เขาไปเป็นเด็กเทรนด์ในค่าย ยงนัมก็ไม่เคยติดต่อมาเลย แม้แต่เขากลับไปบ้าน อาการที่เคยทำกันมันกลับหาย ความอบอุ่นที่เคยมีมันไม่เท่าเมื่อก่อน

 
 

อยากกอดแต่ทำไม่ได้ได้แค่กอดตุ๊กตาที่เป็นตัวแทนของเขา

 
 

รัก

 
 

หวงแหน

 
 

“ผมรักฮยองนะ รักมากเกินกว่าคำว่าพี่ชาย ฮึก! แต่มันคงเป็นไปไม่ได้”

 

 

 

ตุ๊กตาทิกเกอร์ตัวนี้เขาได้รับมันเป็นของขวัญวันเกิดในช่วงอายุสิบขวบ และที่สำคัญคนที่ให้เขาคือพี่ชายฝาแฝดบังยงนัม ช่วงนั้นยงนัมหายหน้าหายตาไปไม่ค่อยมาเล่นกับยงกุกบ่อยๆ เหมือนเคย ทำให้คนเป็นน้องชายต้องนั่งเหงาอยู่บ้านคนเดียว เจอกันแป๊บเดียวยงนัมก็หายตัวไปข้างนอก เป็นแบบนี้เสมอตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา


จนวันนึงจู่ๆ ยงนัมก็ปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มที่ส่งมาให้เขา พี่ชายร้องเรียกชื่อน้องชายฝาแฝดเสียงดังลั่น เมื่อเห็นเช่นนั้น ยงกุกก็ยิ้มร่าดีใจก่อนจะวิ่งเข้าหาพี่ชายของตน


สุขสันต์วันเดิดนะยงกุก รอยยิ้มของผู้เป็นพี่ถูกส่งกลับมาไม่ขาดสาย มือที่ไขว้หลังอยู่เลื่อนออกมาเผยให้เห็นตุ๊กตาเสือสีส้มที่มีชื่อว่าทิกเกอร์ที่อีกคนชอบมากในการ์ตูนเรื่องหนึ่งเพราะหางมันเด้งดึ๋งได้


ว๊าวยงกุกตาลุกวาวเมื่อยงนัมยื่นตุ๊กตาทิกเกอร์ส่งมาให้ คนเป็นน้องที่เกิดห่างกันไม่กี่นาทีแต่ว่าตัวกลับเล็กกว่าผู้เป็นพี่มาก เด็กน้อยวัยสิบขวบหมาดๆ ยื่นมือไปรับตุ๊กตามากอดไว้ก่อนจะส่งยิ้มตาหยีให้พี่ชาย ซึ่งยงนัมก็เอามือยีหัวอย่างเอ็นดู


แล้วของขวัญวันเกิดฉันล่ะ?ยงนัมเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปมสายตาจ้องมองน้องชายที่ทำหน้างุนงงอยู่ อย่าบอกนะว่าลืม ย่าห์! ยงกุกนายนี่มัน…’ ยงนัมเอ่ยขึ้นพร้อมกับใบหน้านิ่วคิ้วขมวด ทั้งโกรธทั้งงอน ดูสิ เขาออกไปทำงานหาเงินเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์อยู่เป็นเดือนเพื่อมาซื้อของขวัญให้ผู้เป็นน้อง แต่ยงกุกกลับลืมวันเกิดเขา ทั้งๆ ที่เราเกิดวันเดียวกัน มันน่า… ‘รักไหม๊!!!


ผมขอโทษ งั้น…’ คนเป็นน้องกำลังคิดหาทางออก ริมฝีปากขบเม้มเหมือนกำลังใช้ความคิด ก่อนจะกระโดดเข้าใส่พี่ชายจนล้มหงายท้องไปทั้งคู่


อะไรเนี่ยยงกุกยงนัมนอนมองน้องชายที่นั่งทับบนตัวเขาอยู่พร้อมหัวเราะร่าเริงก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้



สุขสันต์วันเกิด ผมคือตุ๊กตาของฮยองเสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นอย่างร่าเริงมันทำให้ยงนัมยิ้มกว้างอีกครั้ง ผู้เป็นพี่ดันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะโอบกอดน้องชายที่กอดตุ๊กตาทิกเกอร์ไว้ ก่อนที่คนเป็นพี่ชายจะฉวยโอกาสหอมแก้มยงกุกเหมือนที่เคยทำทุกวัน


ถ้างั้นต้องโดนกอดทุกวันนะยงนัมเอ่ยขึ้นพร้อมกับยงกุกที่ยิ้มแก้มปริพยักหน้ารับหงึกๆ

 
 

 

ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจ

 
 

 

“ไหนบอกว่านายเป็นตุ๊กตาของฉันไง” เสียทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายย่างก้าวเข้าหาประตูห้องนอนของบังยงกุก


ความรู้สึกที่เหมือนจะห่างเหินของเขาสองพี่น้องไม่แน่ใจว่าก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ คงเป็นตั้งแต่ตอนที่ยงกุกเข้าฝึกในค่ายเพลงล่ะมั้ง เด็กคนนั้นไม่ค่อยได้กลับบ้าน จึงทำให้เขาห่างเหินกันไปทีละนิด นั่นก็ล่วงเลยเกือบจะสิบปี ความห่างเหินทีละนิดก็เริ่มจะกว้างใหญ่จนหาทางปะมันไม่ได้อีกแล้ว


กลับมาบ้านทีไร ยงกุกก็เอาแต่นั่งอยู่กับตุ๊กตาทิกเกอร์ ไม่มีอีกแล้วเด็กน้อยที่เขาเคยกอดเคยหอม มันจึงทำให้เขาเริ่มหมั่นไส้ตุ๊กตาเสือนั่น และเริ่มโทษตัวเองที่เป็นคนซื้อให้ยงกุก

 

เสียงเท้าเดินมาหยุดหน้าประตูห้องก่อนที่จะได้ยินเสียงสะอื้นปนตัดพ้อของคนผู้เป็นน้องชาย ก่อนที่เขาจะเอาหูแนบกับประตูห้อง ก็ได้ยินบางอย่างชัดเจน

 

 

ขายาวรีบวิ่งจ้ำอ้าวลงบันได้สู่ชั้นล่างอย่างรีบร้อน อยู่ดีๆ ร่างกายเขาก็รีเร็กซ์ขึ้นมาซะงั้น ขายาววิ่งกระโดดข้ามโซฟามุ่งหน้าไปหน้าที ก่อนจะคว้าสิ่งหนึ่งหยิบคิดมือขึ้นมา

 

 

กุญแจสำรอง

 

 

ยงกุกต้องล็อคห้องแน่

 

 
 

แกร๊ก!

 

 

เสียงลูกบิดปลดล็อคดังขึ้น ทำให้ยงกุกที่นั่งกอดตุ๊กตาทิกเกอร์หันมามองก่อนจะรีบซับน้ำตาลวกๆ เมื่อเห็นว่าเป็นยงนัม เขายังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างหนาก็ก้าวมาประชิดตัวเขาเรียบร้อย


ริมฝีปากนุ่มหยุ่นจรดลงที่ริมฝีปากของยงกุกอย่างไม่ทันตั้งตัวทำเอาคนที่โดนสัมผัสตาโตขึ้น ก่อนจะกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโหมด สายตาเหลือบมองใบหน้าผู้เป็นแฝดพี่อยู่ใกล้จนใจเขาสั่นแทบจะทะลุออกมาจากอก ก่อนจะตัดสินใจหลับตาพริ้มปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น



เมื่อยงนัมเริ้มขยับดูดเม้มริมฝีปากนุ่มของยงกุก ก็มีเสียงขัดขืนในลำคอเกิดขึ้นแต่ไม่ได้สร้างความสนใจให้คนจูบเลยแม้แต่นิด แต่จู่ๆ ยงกุกกลับผละตัวออกจากยงนัมเสียดื้อๆ ริมฝีปากกำลังจะเอ่ยขึ้นแต่กลับถูกยงนัมพูดตัดเสียก่อน


 

“ไม่ต้องพูด ฉันได้ยินหมดแล้ว” พร้อมเอานิ้วแตะที่ริมฝีปากคนเป็นน้อง

 

 

ยอมรับว่าเขาประหลาดใจมากที่ได้ยินคำนั้น หัวใจที่เหี่ยวเฉามาเกือบสิบปีกลับพองโตอย่างประหลาด

 

 

….” ยงกุกกลับนิ่งเงียบไม่กล้าสบตาอีกคนที่เริ่มเขยิบเข้ามาใกล้ตัวเขาอีกครั้ง แต่ยงกุกกลับถดร่างหนี ยิ่งหนี ยงนัมยิ่งขยับก่อนจะคล้องมือกับเอวของยงกุกทำเอาคนที่เอาแต่ก้มหน้าเงยขึ้นมามองหน้าเขาด้วยใบหน้าที่แดงเถือก

 

 

ยอมรับว่าไม่เคยเห็นยงกุกในรูปแบบนี้ น่ารักชะมัด

 

 

“อยากให้กอดไม่ใช่หรอ” เสียงทุ้มกระซิบลงข้างหูยงกุกเสียกระเส่า มันทำให้คนที่ได้ยินต้องก้มหน้าลงอีกครั้ง เขาส่ายหน้าใบมาไม่พูดอะไรยิ่งทำให้ยงนัมอยากแกล้ง “ฉันได้ยินหมดแล้ว หึหึ” ยงนัมหัวเราะในลำคอทำเอายงกุกกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่

 

 

“ด..ได้ยินอะไร”


 “ก็ นายพูดเรื่องฉันจะกอดทุกวัน แล้ว” เว้นวรรคไปนิดหนึ่งเพื่อชิงหอมแก้มยงกุกเหมือนที่เคยทำสมัยเด็ก


“อะไร!” ยงกุกเอ่ยด้วยใบหน้าแดงเถือก อยากระเบิดตัวเองลงทุ่งข้าวสาลีจริงๆ นี่เขาบ่นเบาๆ ทำไมยงนัมถึงได้ยินนะ


“บอกว่ารักฉัน มากกว่าพี่ชาย” มุมปากยกยิ้มขึ้นก่อนจะเชยคางน้อยชายขึ้นมา “แต่ว่านายก็น่าจะรู้ว่าฉันคิด ไม่” เว้นวรรคคำพูดอีกครั้ง


……..” แววตาใสเงยขึ้นสบตาผู้เป็นพี่ ดวงตาของยงกุกสั่นละริก น้ำตาพร้อมเสียงสะอื่นที่เพิ่งขาดหายไปบัดนี้ได้กลับมาอีกครั้ง คราวนี้เขาเลือกที่จะปล่อยเสียงทั้งหมดออกมาถึงแม้มันจะไม่น่าฟังก็ตาม


“เฮ้ย! ร้องทำไม!!” เมื่อเห็นน้องชายสุดที่รักร้องไห้งอแงจนตัวโยน จนยงนัมต้องดึงมากอดเอาไว้ ใบหน้าคมยงกุกแนบกับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ(จะบรรยายทะไมวะ -,.-) เสียงร้องอู้อี้ยังคงดังไม่ขาดสาย

“ฮยองไม่รัก ฮึก! และมาจูบผมทำไม ฮือ” มือเรียวกำมือแน่นก่อนจะทุบใส่อกผู้เป็นพี่


“นายฟังให้จบเซ่! โวยวายอยู่ได้!!!” ยงนัมดึงอีกคนออกจากอ้อมกอด ยงกุกที่โดนตะหวาดก็เงียบเสียงลงแต่ยังคงสะอื้นไม่หยุด “ฉันจะพูกว่า นายก็น่าจะรู้ว่าฉันคิดไม่ต่างกับนาย” พูดจบก็เสมองน้องชายก่อนที่จะเป็นฝ่ายหลบตาเพราะเขินเสียเอง


จู่ๆ คนที่นิ่งเงียบก็โผตัวเข้าใส่ผู้เป็นพี่ ริมฝีปากนุ่มกดลงทับปากของยงนัมซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ปฏิเสธสัมผัสแต่อย่างใด กลับรุกเข้าใส่เสียอย่างนั้น


เสียบจูบดังระงบไปทั่วห้องก่อนที่ทั้งคู่จะถอนริมฝีปากออกเพราะจะหมดช่วงลมหายใจ รอยยิ้มประหลาดก็ปรากฏบนหน้ายงนัมที่หันไปมองตุ๊กตาทิกเกอร์


 

“ฉันชนะ หึหึ”




แฮสแท็ก #ทิกเกอร์ผู้ฆ่านัม

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ หมูกระสือPPG จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 ...
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 12:05
    คิดสภาพเฮียเคะไม่ออก5555555 แต่น่ารว๊ากกกอ่ะ กิ๊กิ๊

    เขินนนน ขอบคุณนะค้าาา
    #4
    0
  2. #3 Pastto (@maifua) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 18:02
    งื่ออออออ
    #3
    0
  3. วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 13:26
    หึงแม้กระทั่งกับตุ๊กตานะพี่นัม คิคิ
    #2
    0
  4. วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 12:35
    กรี๊ดดดดก จ๊ะเอ๋ โผล่มาแบ้ววว เขินนน >/////< ขอบคุณนะค๊าบบบ
    #1
    0