[จบ] Don't tell me to take off my skirt [yaoi] สนพ. SENSE BOOK

ตอนที่ 8 : 07 Beauty and a sad puppy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,822
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 826 ครั้ง
    5 พ.ค. 61

07 Beauty and a sad puppy

 

            ตอนที่กำลังเดินออกจากร้านของพี่เพลิน ผมก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าสกายยืนกดโทรศัพท์อยู่หน้าร้าน พอเขาเห็นผม เขาก็โบกมือให้ผมเร็ว ๆ ด้วยสีหน้าอารมณ์ดีอันเป็นเอกลักษณ์ ผมหัวเราะเมื่อเห็นว่าเด็กที่เดินผ่านสกายไปยกมือตอบเขาจนสกายกะพริบตา

 

            สกายเพิ่งกลับมาจากสัมมนาเมื่อวาน เขาเท็กซ์บอกผมแล้วด้วยว่าวันนี้จะมารับ วันนี้โซเลยไม่ทำตัวเป็นเจ้าที่ เอาจริง ๆ ยังไม่เจอเขาตั้งแต่เมื่อคืน เห็นว่าไปตรวจบัญชี นี่คงจะติดลมอยู่ยาวจนลุกไม่ขึ้นแหง ๆ

 

            ผมเดินขึ้นรถของสกายอย่างรู้งาน รู้สึกแปลก ๆ ที่สกายไม่ได้เล่นหัวผมหรือกวนประสาทผมอย่างทุกวัน เอาแต่จ้องไปยังถนน ผมมองเขา เสี้ยวหน้าด้านหนึ่งของสกายเป็นสีทึบจนมองสีหน้าของเขาไม่ชัด แม้รอยยิ้มจะยังอยู่บนใบหน้า แต่อะไรบางอย่าง อาจจะเป็นภาษากายหรือความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ผมรับรู้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติ

 

            สกายไม่ได้เลี้ยวรถเข้าไปที่คอนโดเขาอย่างทุกที แต่กลับแวะซื้อวัตถุดิบทำอาหารจากท็อปส์ที่อยู่ใกล้ ๆ ผมเข็นรถเข็นตามระหว่างจ้องแผ่นหลังของสกายที่ขยับหยิบนู่นหยิบนี่ไม่หยุดด้วยความรู้สึกวูบโหวง ชัดเจนแล้วว่ามันมีอะไรแปลกไป สกายเป็นแบบนี้ไม่บ่อย เพราะงั้นบางทีครั้งนี้ เหตุผลที่ทำให้สกายนึกครึ้มอกครึ้มใจมาชวนผมทำอาหารกินกันเองทั้งที่ก็ทำกับข้าวไม่อร่อยด้วยกันทั้งคู่น่าจะมาจากผมเอง

 

            แต่ในเมื่อสกายยังไม่พูด ผมก็จะไม่คาดคั้น รู้ดีด้วยแหละว่าไม่เกินคืนนี้สกายก็คงพูดมันออกมาเอง สกายไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงขนาดนั้นหรอก

 

            บนโต๊ะแก้วตัวเตี้ยหน้าทีวีมีเบียร์กับอาหารง่อย ๆ ของเราสองคน หน้าจอโทรทัศน์ฉายหนังผีเกรดซีที่ไม่ได้สนุกเลยสักนิด ผมจิบเบียร์ เบ้หน้าเพราะรสชาติมันห่วยแตก สกายเห็นผมที่เป็นแบบนั้นก็ขำและดึงมันออกจากมือ ทีแรกผมนึกว่าเขาจะเอาไปดื่มต่อแล้วล้อเลียนผมด้วยคำพูดน่าหมั่นไส้อย่างที่ทำประจำ แต่เขากลับเอื้อมมือมาประคองใบหน้าของผม แล้วจ้องอยู่อย่างนั้น

 

            สกายไม่ได้เข้ามาจูบ ไม่ได้พาผมขึ้นเตียง ไม่ได้ทำอะไรที่เราสองคนมักจะทำประจำ ประกายความเศร้าในดวงตาของเขาทำให้ผมรู้สึกแย่ตามไปด้วย อะไรเนี่ย ไม่เจอกันไม่กี่วันลากผมมาดราม่าด้วยกันซะงั้น ถึงสกายร่างกวนตีนจะน่าต่อย แต่ผมยินดีเจอเขาในร่างนั้นมากกว่าร่างนี้

 

            บอกทีว่าสกายไม่ได้เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

 

            สกายขำพรืดและส่ายหน้าทันที บรรยากาศหม่น ๆ ระหว่างเราสองคนหายวับ ผมค่อยหายใจหายคอโล่ง แต่ก็โล่งได้ไม่นานเมื่อสกายโน้มมาใกล้จนหน้าผากของเราอยู่ชิดกัน มือของเขายังอยู่บนแก้มสองข้าง ลมหายใจกลิ่นเบียร์รดลงบนริมฝีปากของผมหลายครั้ง ผมเม้มปาก อยู่ ๆ ก็กลัวและรู้สึกประดักประเดิดกับท่าทางแบบนี้ขึ้นมาจนพึมพำออกมาอีกรอบ บอกผมทีว่าสหายไม่ได้เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

 

            “ทำไมแช่งพี่อย่างนั้นสกายหัวเราะ ไม่ยอมผละออกไป ส่ายหน้าเบา ๆ และหลับตาลง ผมรับรู้ได้ว่าคิ้วของสกายขมวดแน่น เรียกชื่อผมเสียงแหบพร่าและหัวเราะทั้งที่ตอนนี้บรรยากาศมันหนักไปหมดจนขำไม่ออก บอกไปแล้วกลัวครามโกรธว่ะ

 

            “ถ้าไม่บอกจะโกรธแล้วเนี่ยแหละ

 

            โคตรแปลกเลย สกายชอบเข้ามาอ้อนมืออ้อนเท้าผมก็จริง แต่เขาไม่อ้อนไปแล้วทำหน้าเหมือนอยากไม่รู้ว่ะ รู้แค่ว่าสายตาของเขาที่มองผมมันไม่ปกติ

 

            สกายหัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะไอโขลกเมื่อผมตุ๊ยท้องแรง ๆ เขาสูดหายใจลึก ก่อนจะยอมพูด พี่ได้เลื่อนขั้น

 

            “อ้าว ก็ดีแล้วนี่

 

            “ย้ายไปประจำสาขาที่สิงคโปร์ผมนิ่งไปทันที สกายยังคงหลับตาเหมือนกลัวเห็นหน้าของผม ปากก็พูดต่อไปเรื่อย ๆ ทุกคำพูดกรีดลงบนผิวของผมไม่หยุด พี่จะหนีไปจากที่นี่แล้วคราม พี่บอกพ่อแม่ว่าจะไม่มีแฟน ไม่แต่งงานเพราะจะจริงจังเรื่องงาน ในเมื่อมีแฟนเป็นผู้ชายเป็นตัวเป็นตนแล้วที่บ้านไม่ยอมรับ โวยวายให้หาเมียอยู่นั่นก็พอละ กูไม่อยู่แม่ง อยู่ไปก็ตามมารู้อยู่ดีว่ามีครามอยู่ข้าง ๆ ดีไม่ดีเขาจะมาหาเรื่องครามด้วย

 

            ผมไม่รู้จะตกใจเรื่องอะไรก่อน ระหว่างเรื่องที่สกายจะไม่อยู่แล้ว เรื่องที่เขากำลังก้าวหน้าไปด้วยดีในหน้าที่การงาน หรือเรื่องที่บ้านเขารู้ถึงตัวตนของผมแล้ว

 

            ทั้งหมดทั้งมวล สรุปคือต้องบ๊ายบายกันแล้วว่างั้นผมพูดเสียงกลั้วหัวเราะแบบฝืน ๆ เอื้อมมือไปจับชายเสื้อเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมไม่ได้รักสกายแบบนั้นก็จริง แต่เขาก็อยู่ในฐานะสำคัญในชีวิตของผม อยู่ด้วยกันในฐานะประหลาดแบบเพื่อนก็ไม่ใช่แฟนก็ไม่เชิง เป็นแค่คู่นอน แต่ดันกลายเป็นว่าทั้งผมทั้งเขาดันรู้สึกถึงความผูกพันที่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมหาศาลขนาดนี้ จะไปนานเลยเหรอ

 

            “อย่างต่ำก็ห้าปี ผมถอนหายใจ ห้าปี นานโคตร สกายลืมตาขึ้น จ้องผมด้วยสายตาแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันลึกซึ้งมากจนทำให้ผมรู้สึกกระดาก ปล่อยมือจากเสื้อของเขาอย่างทำตัวไม่ถูก เตรียมจะผละออกแต่สกายไม่ยอมปล่อย โกรธพี่หรือเปล่า

 

            “จะโกรธเพราะถามแบบนี้เนี่ยแหละผมตอบกลับ แหงล่ะว่าผมไม่ได้โกรธเขา ทำไมผมต้องโกรธที่พี่ประสบความสำเร็จด้วย

 

            “แต่พี่กำลังจะทิ้งคราม

 

            “สกายไม่ได้ทิ้ง อ่า ถึงจะทิ้งจริงก็มีเหตุผลสมควร ผมรู้อยู่แล้วว่าช่วงนี้สกายแทบจะทนกับที่บ้านไม่ไหวแล้ว แปลกใจนิดหน่อยเหมือนกันเพราะนึกว่าสกายจะใช้วิธีแตกหักไปเลยสกายหัวเราะ ผมยิ้มและจ้องหน้าสกายอย่างจริงจัง อีกอย่าง ท้ายที่สุดแล้วเราสองคนก็ต้องแยกย้ายอยู่ดี วันนั้นแค่มาถึงเร็วเกินไปแค่นั้นเองผมยักไหล่ สกายยิ้ม พวกเราต่างรู้กันดีว่าไม่มีทางเป็นมากกว่านี้ได้ ระหว่างเรามีแค่ความสัมพันธ์มึน ๆ แบบนี้เนี่ยแหละ จะไปเมื่อไหร่

 

            “อาทิตย์หน้า

 

            อ่า สิ้นเดือนพอดี ไม่รู้หรอกนะว่าเขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่การที่เขารอให้เหลือแค่อาทิตย์เดียวแล้วค่อยมาบอกผมนี่ทำผมหน้าชานิดหน่อยเหมือนกัน

 

            “ไม่มาบอกตอนกำลังจะขึ้นเครื่องแล้วเลยล่ะ

 

            สกายแค่ยิ้มกับคำประชดประชันนั้น เขารู้ว่าผมไม่ได้หมายความตามนั้นหรอก แค่ประชดเพราะรู้สึกแย่ขึ้นมาเฉย ๆ พวกเราจ้องกันเงียบ ๆ ก่อนที่สกายจะปล่อยมือ พวกเราขยับไปนั่งพิงโซฟา สกายจิบเบียร์ ผมดื่มโค้ก จ้องหน้าจอโทรทัศน์ที่เปลี่ยนเป็นหนังซอมบี้แทน

 

            อยู่ ๆ ก็หมดแรงจนไม่อยากทำอะไรเลยว่ะ มันช็อคเหมือนโมเมนต์ตอนที่รู้ว่าเพื่อนสนิทสมัยมัธยมต้องย้ายบ้านกะทันหัน สกายเอื้อมมือมาเล่นหัวผม เป็นครั้งแรกที่ผมไม่หันไปแยกเขี้ยวใส่เขาที่มาลูบหัวผมเล่น สักพักก็ดึงผมเข้าไปชิด บังคับให้ผมซบหน้าลงกับไหล่ของตัวเอง ผมทำตามอย่างไม่อิดออด ถือว่าเอาใจเขาก่อนต้องบ๊ายบายกัน

 

            อีกอย่างก็ใจหายด้วยนั่นล่ะ อยู่ ๆ จะไปก็ไปเลยงี้

 

            “อยู่ได้นะ?”

 

            “ถามตัวเองเถอะ ลงแดงตายแน่มึง

 

            “แหม่ พี่ไม่ได้เห็นครามเป็นแค่ที่ระบายความใคร่สักหน่อย ครามเป็นน้องที่น่ารักน่าเตะในสายตาพี่นะ ถึงปกติพี่น้องจะไม่เอากันเองก็เถอะสกายลูบหัวผมเบา ๆ ผมเม้มปากเมื่อสกายหัวเราะอีกแล้ว ทำไมเวลาที่หัวเราะกันแทบไม่ออก คนเราต้องหัวเราะให้บรรยากาศดีขึ้นด้วย ถ้าฝืนก็ไม่ต้องทำก็ได้ป่ะวะ อ่า จะว่าไปผมก็ทำเหมือนกันนี่หว่า เดี๋ยวเอาของเล่นไปเก็บในห้องซะนะ

 

            “ผมก็ไม่ได้เห็นพี่เป็นแค่ที่ระบายความใคร่เหมือนกันนั่นล่ะ แต่ต้องยอมรับว่าพี่สกายแม่งเด็ดจริงผมยอมรับและยอมเรียกเขาว่าพี่อย่างที่ทำไม่บ่อยนักจนสกายหลุดหัวเราะ ถอนหายใจแรง ๆ และต่อยไหล่เขาอีกครั้ง ถ้ากลับมาตอนรวยแล้วห้ามลืมผมนะ

 

            “เด็ด ๆ อย่างครามพี่ลืมไม่ลงแน่นอนคำมั่นสัญญานั่นทำให้ผมต่อยไหล่เขาแรง ๆ เป็นรอบที่สาม สกายหัวเราะ เปลี่ยนเป็นโอบไหล่ผมแน่น ตอนแรกพี่ว่าจะถามว่าอยากไปด้วยกันไหม ครามเองก็จะได้ไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะความแตกกับที่บ้านเมื่อไหร่ อย่างน้อยไปอยู่นู่นก็คงไม่มีใครตามไปส่องการใช้ชีวิตของเราแน่

 

            “ไม่เอา ไม่ไป

 

            “ก็ว่างั้นล่ะ

 

            ผมสะดุ้งเมื่ออยู่ ๆ สกายก็หยุดเล่นหัวผมแล้วล้มตัวลงมานอนหนุนตัก พลิกตัวมากอดเขาเอวผมและฝังจมูกลงบนท้อง ผมถอนหายใจ วางมือบนหัวเขาและลูบเบา ๆ ดีใจมากที่สกายไม่ได้เงยหน้ามากวนตีนผมตอนนี้เพราะไม่อย่างนั้น ต่อให้กำลังดราม่ากันอยู่ผมคงอดไม่ได้ที่จะตบหัวเขา

 

            คืนนั้นสกายกับผมไม่ได้เล่นแรง ๆ กันบนเตียงเหมือนอย่างทุกที ทุกอย่างมันเนิบนาบไร้ความตื่นเต้น มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแย่หรอก แค่รู้สึกแปลก ไม่แน่ใจว่าควรทำตัวแบบไหนเพราะไม่คุ้นเคย แถมสกายยังจ้องผมไม่หยุด ไม่ว่าผมจะทำอะไร หอบ ร้องขอ เรียกชื่อเขา ทุกการเคลื่อนไหว ผมรับรู้ได้ว่าสกายไม่ยอมละสายตาออกไป ก่อนที่ผมจะต้องเป็นฝ่ายนิ่งไปเมื่อเราสองคนเสร็จ สกายโถมตัวลงมาทับผมเต็มแรง กอดผมแน่นแล้วร้องไห้ไม่หยุด

 

            อย่าร้องไห้ดิ อายุเยอะแล้วนะผมลูบไหล่ชื้นเหงื่อของเขา ทีแรกนึกว่าสกายจะบ่นอะไรให้ผมฟังต่อ แต่เขากลับไม่ทำ เพียงแค่ยืดตัวขึ้นมาต่อรอบต่อไป วนลูปอยู่อย่างนั้นจนเกือบเช้า รอบสุดท้ายก่อนที่ผมจะเสร็จ สกายโน้มหน้ามากระซิบอะไรบางอย่างข้างหูผม แต่ผมไม่ทันได้ฟังเพราะเอาแต่คราง พอเงยหน้าขึ้นถามว่าเขาพูดอะไร สกายก็เอาแต่ยิ้มและส่ายหน้าไม่ยอมบอกอย่างเดียว

 

            สกายหลับไปแล้ว แต่ผมยังไม่ยอมหลับสนิท เหนื่อยแทบขาดใจแต่ก็ยังหลับ ๆ ตื่น ๆ ด้วยความรู้สึกโหวงแปลก ๆ ผมมองสกายที่ซุกหน้าอยู่ตรงหน้าท้องของผม พอผมเริ่มขยับตัวเพื่อที่จะลุกไปเข้าห้องน้ำ สกายก็กระชับอ้อมกอดแน่นอย่างไม่ยอมให้ผมลุกไปไหน ผมเลยได้แต่ถอนหายใจ ทั้งกลิ่นอายหลังการร่วมรัก ทั้งเนื้อตัวที่เหนอะหนะ ทุกอย่างทำให้ผมรำคาญไม่น้อย แต่ผมกลับไม่อยากขัดใจสกายในตอนนี้

 

            ใครกันแน่ที่จะอยู่ไม่ได้ผมพึมพำ ก่อนจะนิ่งค้างเมื่อสกายลืมตาขึ้นมาโดยที่ไม่ได้มีวี่แววง่วงงุน เงยหน้าจ้องมายังผมด้วยสายตาที่ทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ อีกรอบ ก่อนจะส่งยิ้มแบบที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่มาให้ มันเหมือนว่าถ้าผมตีสกายแรง ๆ ตอนนี้ เขาจะร้องไห้อีกรอบ

 

            พี่เองเนี่ยแหละที่จะอยู่ไม่ได้

 

            หลังจากนั้นเขาก็เอาแต่เรียกชื่อของผมจนหลับไปจริง ๆ ทิ้งผมให้นั่งมึนงงอยู่คนเดียว





ผมโบกมือลาสกายที่มาส่งผมหน้าอพาร์ทเม้นท์ ก่อนจะเดินหอบกล่องของเล่นขึ้นบันได ความจริงสกายจะขึ้นมาส่งด้วย แต่ผมไล่เขาไปก่อน สกายยังต้องไปจัดการเรื่องโน่นนี่ที่ออฟฟิศอีก สายตาของสกายทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ จริง ๆ นะ มันไม่ใช่สายตาปกติ แบบ ไม่รู้ว่ะ อธิบายไม่ถูก เหมือนมีอะไรบางอย่างที่เขาอยากบอกผม แต่ก็ยั้งตัวเองเอาไว้ ยิ่งเมื่อคืนสกายยิ่งแปลก ๆ อยู่ด้วย

 

            ผมมองตามป้ายทะเบียนรถของสกายด้วยความวูบโหวง รู้เลยว่าถ้าเขาไปแล้วเราคงไม่ได้ติดต่อกันแบบตอนอยู่ที่นี่แน่ ไม่ผมก็เขาจะหยุดเท็กซ์หาอีกฝ่ายก่อน หรือไม่เราทั้งคู่ก็จะคงขาดการติดต่อกันทันทีที่สกายขึ้นเครื่องเลย แล้วคงจะมาส่งข้อความหากันเอาตอนโอกาสพิเศษอย่างวันเกิดหรือวันปีใหม่แทน

 

            จะว่าอยากรั้งไม่ให้สกายไปก็ไม่ใช่ ถึงสกายบอกว่าจะหนีจากที่นี่แต่อย่างน้อยก็เป็นการหนีที่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ดีใจกับเขาก็ดีใจด้วยอยู่หรอก แต่สีหน้าของสกายตอนที่มองหน้าผมเมื่อคืนทำให้ผมพูดได้ไม่เต็มปาก เหมือนเขาคาดหวังให้ผมพูดอะไรบางอย่างที่ผมก็เองก็ไม่รู้

 

            เอาเถอะ ช่างมัน ถ้าสกายไม่บอกชาตินี้ผมก็คงรู้ด้วยตัวเองไม่ได้หรอก

 

            ผมลากสังขารตัวเองขึ้นบันได ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าโซยืนซบหน้าผากอยู่ตรงหน้าประตูห้อง ยืนเอนเหมือนเสาคาอยู่ตรงประตูนั่นล่ะ เขาไม่ได้รับรู้ถึงตัวตนของผมจนผมเลิ่กลั่ก ช่วงนี้มีโรคอะไรระบาดเหรอ ทั้งสกายทั้งโซถึงได้เหมือนคนบ้าไปกันหมด

 

            โซ?” ผมเรียก เขาหันมามองผม ใต้ตาคล้ำและตาแดงจัดเหมือนคนนอนไม่พอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทำตาเยิ้ม กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งโชยออกมาจากตัวจนผมย่นหน้า เครื่องสำอางลอกเละเทะ ริมฝีปากแห้งผาก เดรสหลุดลุ่ย แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงความพิเศษอยู่ได้เหมือนเดิม สุดยอดไปเลยว่ะ คนหน้าตาดีนี่หน้าอิจฉาจริง ๆ ดูเละเทะแค่ไหนก็ยังมีออร่าคนหน้าตาดีโผล่ออกมา ไหวหรือเปล่า

 

            โซไม่ได้ตอบ แค่กดสายตามามองกล่องของเล่นในมือของผม กระตุกยิ้มล้อเลียนแบบที่ผมอยากจะเอาอะไรฟาดหัว ขนาดทำหน้าเหมือนจะสลบลงไปอยู่แล้วยังจะมาล้อผมทางสายตาได้ เชื่อเขาเลยจริง ๆ

 

            พี่โซลืมกุญแจห้องอะน้องครามผมเกือบอ้าปากหวอเมื่อโซลากเสียงยาวแบบอ้อน ๆ ใส่ เดินโงนเงนมาโถมตัวใส่ผมจนผมทิ้งกล่องของเล่นในมือแล้วรับตัวเขาไว้แทบไม่ทัน โซกอดผมแน่นและทิ้งน้ำหนักทั้งหมดมาที่ตัวผม คะ โคตรหนัก โซกินอะไรเข้าไปแล้วถ่ายไม่ออกป่ะวะเนี่ย ขอพี่ปีนระเบียงกลับห้องหน่อยน้า ไม่อยากไปขอเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ เดี๋ยวเขาด่าที่เมาเป็นหมา ป้าขี้บ่น

 

            โซบ่นงุ้งงิ้งฟังไม่รู้เรื่อง ผมสะดุ้งเมื่อเขาซบหน้าลงมาตรงซอกคอและใช้จมูกดุนเนื้อบริเวณนั้นไปมา ผมเกือบผลักเขากระเด็นแต่โซหนักเกินกว่าจะดันไหว โซหัวเราะเสียงต่ำแล้วเอียงคอมาสบตากับผม สายตาเยิ้ม ๆ กับรอยยิ้มหวานจัดทำให้ผมทำตัวไม่ถูกไปอีกหนึ่งตลบ ทำไมวันนี้ทั้งสกายทั้งโซขยันทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ จังวะ

 

            โซเอื้อมมือเอานิ้วมาจิ้มแก้มผมเล่น ผมพยายามไม่สนใจเพราะกำลังไขประตูห้อง อยากตบหัวไอ้พี่โซให้ตั้งสติโคตร ๆ แต่เชื่อเลยว่าพี่มันไม่มีสติแบบนี้ ขืนผมตบหัวเขาไป มีหวังโดนตบหัวกลับแน่

 

โซไม่ได้ดัดเสียงต่ำ แต่ยังพูดคะขากับผมอยู่จนผมเผลอรู้สึกเขินเขา เวรแท้ ๆ น้องคราม แหม หน้าแดงเชียว เขินพี่โซเหรอคะ เขินพี่โซเหรอ

 

            ไม่ได้เขิน แต่หนักแล้วก็ร้อนผมเค้นเสียงตอบกลับ พอไขกุญแจห้องได้ก็แทบถีบห้องเข้าไปข้างใน ทั้งลากทั้งกระชากตัวไอ้พี่โซที่กอดผมหนึบหนับเหมือนกลายร่างเป็นปลาหมึกไปที่เตียง จัดการทุ่มเขาลงไปแต่ดันกลายเป็นว่าโดนกระชากร่วงไปนอนทับกัน

 

ผมต่อยท้องโซแรง ๆ อย่างลืมตัว โชคดีที่เขาแฮงค์หนักเกินกว่าจะมาตีหัวผมได้ ผมมองโซที่นอนคอพับอยู่บนเตียงอย่างเวทนา

 

            เวทนาตัวเองนี่ล่ะ เมาแล้วลำบากกูไปอีก

 

            ผมถอนหายใจ รีบเดินไปเอากล่องของเล่นที่วางทิ้งไว้หน้าห้องมาเก็บก่อนที่จะมีใครผ่านมาเจอ

 

            ตอนที่ผมเดินกลับไปที่เตียง โซก็นอนหงายจ้องเพดานเงียบ ๆ โดยที่ไม่พูดอะไร สายตาของเขาดูจริงจัง ผมไปนั่งเกยสะโพกอยู่ข้าง ๆ เขา ถอนหายใจรดตัวโซที่ยังคงไม่ยอมหันมาสบตา แต่ก็ยังอุตส่าห์พูดกับผมเสียงแหบแห้ง ขอพี่โซนอนอยู่ตรงนี้แปบนึงนะน้องคราม ไว้มีแรงแล้วเดี๋ยวรีบกลับห้อง

 

            นอนไปเถอะ สภาพโซไม่ไหวแล้วผมตอบกลับ ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร แต่สภาพน่าเป็นห่วงกว่าสกายอีก โซยิ้มให้ความว่างเปล่าตรงหน้า ผมมองวิกผมยุ่งเหยิงของโซแล้วถอนหายใจ อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปดึงมันออกมาอย่างเบามือ เอาน้ำมั้ย อยากอ้วกหรือเปล่า

 

            ไม่เอาน้ำ ไม่อยากอ้วกโซตอบผมช้า ๆ ผมพยักหน้ารับทั้งที่เขาไม่ได้มอง แอบรู้สึกแปลกอีกครั้งที่โซไม่ได้ทำหน้ากวนประสาทใส่ อืม เอาโซคนนั้นกลับมาเถอะ โซคนนี้อาการน่าเป็นห่วงว่ะ เขาจะไม่ตายคาเตียงของผมถูกไหม น้องครามใจดีจังเลย

 

            เออ อย่างน้อยก็มีแรงมาทำเสียงเล็กเสียงน้อยใส่ผมได้ แบบนี้ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมากแล้วแหละ

 

            เดี๋ยวผมไปเก็บของแปบ โซนอนไปก่อนแล้วกัน ถ้าจะอ้วก อ้วกลงถังขยะนี่นะโซเหม่อหนักมาก จนผมต้องย้ำอีกสองสามรอบนั่นล่ะถึงจะได้สติมาพยักหน้าให้กับผม ผมจ้องโซด้วยความเป็นห่วงอีกรอบ โซดูไม่มีสติเลยจริง ๆ ว่ะ

 

            ผมแบกกล่องของเล่นไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า สายตาหันไปจ้องโซที่นอนฝังตัวอยู่ในเตียงของผมเป็นระยะ พอดันของเข้าไปเก็บไว้ลึก ๆ แล้วก็รีบเดินมาหาโซทันที ทั้งห่วงเขาทั้งห่วงเตียงที่เสี่ยงโดนโซพ่นอ้วกใส่ มานั่งกอดเข่าจ้องโซจากข้างเตียง ไล่สายตาจากปลายนิ้วเรียวรีที่อยู่ห่างจากใบหน้าของผมไปไม่มาก ไปยังปลายจมูกและดวงตาของโซ

 

            โซเหมือนกำลังหงุดหงิด เสียใจ เหนื่อยหน่าย ล่องลอยเป็นพัก ๆ

 

หรือไม่ผมก็อาจจะจินตนาการไปเอง โซอาจจะแค่แฮงค์

 

ที่นั่งอยู่ข้างเตียงนี่น้องครามหรือเปล่าคะโซพูดโดยไม่หันมามองหน้าผม

 

ผมหันไปมองรอบห้องและตอบเขาอย่างกวนตีน ตอนนี้โซแฮงค์ โซไม่มีปัญญาเอาอะไรมาฟาดหัวฟาดปากหรือจิกกัดอะไรผมหรอก แล้วสรุปจะเรียกผมน้องตลอดไปเลยเหรอวะเนี่ย ไม่ใช่ครับพี่โซ นี่แม่ซื้อน้องครามเอง

 

แม่ซื้อบ้านน้องครามเป็นผู้ชายเหรอคะ ผมอาจจะคิดผิดไป โซตอนไหนก็ยังเป็นโซล่ะวะ แม่ซื้อน้องครามคะ

 

พอเหอะ โซ นี่ครามเองผมยอมแพ้ ยื่นหน้าไปใกล้เมื่อโซกวักมือเรียกทั้งที่ไม่ได้หันหน้ามามอง อะไร อยากอ้วกเหรอ

 

มาให้พี่โซกอดหน่อยสิคะน้องคราม เจอคนเศร้าต้องกอดปลอบนะรู้เปล่า

 

ผมนิ่งค้าง ทำตาแข็งอย่างไม่ยอม ถ้าเป็นโซตอนเป็นปกติต้องทำเสียงเล็กเสียงน้อยหาว่าผมเขินเขาแน่ ๆ แต่ตอนนี้โซพะงาบปากใกล้ตายแล้วไง เลยทำได้แค่หัวเราะออกทางจมูก วางมือลงบนเตียงตามเดิมและเมินผมที่ทำหน้าต่อต้านหน้าตาเฉย

 

อยู่ ๆ ก็ขัดใจเฉยเลยว่ะ

 

บอกก่อนสิว่าโซเศร้าเรื่องอะไร

 

พี่โซไม่ได้เศร้าค่ะน้องคราม น้องครามต่างหากที่เศร้า ไม่รู้หรือไงว่าตัวเองกำลังทำหน้าเหมือนลูกหมาโดนเจ้าของทิ้งโซตอบเสียงเรียบในขณะที่ผมเป็นฝ่ายนิ่งค้างไปอย่างตกใจ เผลอยกมือจับหน้าตัวเองอย่างมึนงง นี่ผมทำหน้าแบบนั้นอยู่เหรอวะ โซเอียงคอหันมามองผม หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดต่อ ครามทำหน้าเศร้ากว่าโซอีก เป็นอะไรคะ เนี่ย พี่โซจะกอดปลอบก็ไม่ยอม

 

ไม่ได้เศร้าสักหน่อยผมแย้ง โซต่างหากที่…”

 

พี่โซแค่แฮงค์ค่ะน้องคราม พี่โซไม่ได้เศร้า ที่เห็นทำตาขวางนี่คือปวดหัวฉิบหายผมที่กำลังเม้มปากแน่นหลุดอมยิ้มเพราะเสียงสบถของโซ

 

กอดปลอบเหรอวะ ผมเศร้าอยู่เหรอ

 

หรือว่าเศร้าอยู่จริง ๆ รู้สึกโหวง ๆ ได้พักใหญ่ ๆ แล้ว

 

ผมมองเขาอยู่สักพัก บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอก ถึงกอดโซไปจริง ๆ พรุ่งนี้โซก็จำไม่ได้เพราะโซเมา ก่อนจะตัดสินใจปีนขึ้นไปบนเตียงและขยับตัวไปหาโซที่พลิกตัวมาดึงผมเข้าไปกอดอย่างทุลักทุเล เขาวางคางไว้บนหัวผม สองแขนโอบร่างของผมไว้หลวม ๆ ผมจำไม่ได้แล้วว่านอกจากสกายแล้วคนที่กอดผมคนสุดท้ายนี่ใคร ผมไม่ค่อยสนิทกับที่บ้านเพราะรู้สึกว่าผมมีเรื่องปิดบังเขาอยู่ตลอดเวลา ส่วนสกายก็กอดผมแค่ตอนที่เขาเศร้าหรือตอนที่เรามีอะไรกัน ผมนึกขึ้นได้ว่าสกายกำลังจะไม่อยู่แล้ว ไปอยู่ที่นั่นจะไม่มีใครรู้จักเขา ไม่ต้องกังวลว่าการเปิดเผยตัวตนจะทำให้คนที่ไทยรู้อีกต่อไป

 

ส่วนผมก็ต้องอดทนต่อไปคนเดียว

 

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมถึงรู้สึกเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ในใจ ทั้งที่ดีใจกับสกายแต่ก็รู้สึกใจหาย ความวูบโหวงนั้นไม่ใช่แค่เพราะหนึ่งในคนสำคัญกำลังจะไม่อยู่ แต่เพราะรู้ว่ามันเหลือแค่ผมที่ต้องพยายามต่อไป

 

อิจฉาเขานั่นล่ะ

 

ใครทำน้องครามของพี่คะ ให้พี่ไปตีให้เอามั้ย พี่โซเคยต่อยแฟนเก่าปากแตกด้วยน้า

 

เดี๋ยวนะ

 

ไม่ใช่แล้วโซ ไปต่อยเขาทำไม ผมพะงาบปาก ลืมไปเลยว่ากำลังอึน ๆ งง ๆ กับอารมณ์ตัวเองอยู่

 

เขาด่าพี่โซว่าไอ้วิปริตเพราะพี่ไม่ยอมให้เขาเสียบนี่นา เลยเผลอไป โซงอแงใส่ผม ส่วนผมหน้าเหวอ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า เอ้อ เพราะโซแต่งหญิงทุกคนเลยคิดว่าเขาเป็นฝ่ายรับนี่หว่า ขนาดผมยังเข้าใจไปแบบนั้นในทีแรกอยู่เลย แต่เขาก็ต่อยพี่โซกลับเหมือนกันนะ เจ๊า ๆ กันเนอะ

 

อย่ามาถามผมสิผมพึมพำ

 

แล้วอยู่ ๆ โซก็ลูบหัวผมเบา ๆ ฝังมือเข้าไปในเส้นผมของผม นวดไปตามกระหม่อมและสางผมให้อย่างเบามือ

 

ผมไม่มีใครลูบหัวผมแบบนี้มาเป็นปีแล้ว

 

ความเศร้าเอ๋ยจงลอยหายไป เสียงโซยานคางแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่ประโยคนั้นก้องอยู่ในหัวของผมหลายสิบครั้ง ต่อไปใครทำน้องครามมาบอกพี่โซนะครับ เดี๋ยวพี่โซจัดการให้เอง

 

 

 

 

 

 

ทันทีที่ผมลืมตาขึ้นมา อะไรหลายอย่างก็เข้าจู่โจมผมทันที

 

หนึ่งคือความจริงที่ว่าสกายกำลังจะไปต่างประเทศ เอาจริง ๆ เรื่องนั้นเกือบจะเทียบไม่ได้กับสีหน้าท่าทางที่เขามองผมเลย มันทำให้ผมทั้งอึดอัดทั้งหน่วง จนต้องรีบปัดมันทิ้งและเลิกสนใจมัน

 

สองคือหมอนข้างของผมวันนี้แข็งเป็นพิเศษ แถมเหม็นเหล้าสุด ๆ

 

และสาม ซวย หมอนข้างนี่ไม่ใช่หมอนข้าง แต่มนุษย์ที่ทำหน้าที่แทนหมอนข้างกำลังกดสายตาจ้องผมอย่างล้อเลียน ยิ่งพอเห็นผมลืมตาตื่น เงยหน้าขึ้นมาจากไหล่เขาอย่างงุนงงยิ่งฉีกยิ้ม กระชับอ้อมกอด ลูบไปตามเหนือสะโพกของผมไม่หยุด

 

น้องครามกอดพี่โซแน่นเลยโซว่าเสียงแหบที่แฝงความกวนประสาท ผมรีบยันตัวขึ้นแต่ต้องหล่นไปทับเขาอีกรอบเพราะไอ้พี่โซแรงควายดึงไว้ ผมย่นจมูกเพราะกลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งและความจริงที่ว่าผมก็นอนกอดเขาแน่นจริง ๆ ตีแสกหน้า พอเหลือบมองหน้าโซ ผมก็พบว่าถึงเขาจะฉีกยิ้มกวนประสาท แต่เขาเหมือนศพที่เพิ่งถูกขุดขึ้นมาจากหลุม พี่โซจะลุกไปอาบน้ำน้องครามก็ไม่ยอม เอาแต่งอแง

 

ผมปล่อยแล้วเนี่ย มีแต่โซนั่นแหละที่กอดกันอยู่นั่นผมเถียง ไม่ยอมแพ้หรอก ตั้งแต่รู้จักกันมาผมหน้าแหกต่อหน้าโซกี่รอบแล้วก็ไม่รู้

           

โซยอมปล่อยมืออย่างง่ายดาย ไม่งอแงอย่างน่าถีบอย่างที่ผมคิดจนผมกะพริบตาอย่างงุนงง ขยับตัวคุกเข่ามองโซที่ยันตัวขึ้นจากเตียง

 

โซเสยผมตัวเองและเลื่อนมือมาวางไว้บนหัวผม กดแรง ๆ ทีหนึ่งแล้วผละออก ผมเงยหน้าขึ้นสบตาโซ หน้าของเขามีรอยยับ เครื่องสำอางเละเทะดูไม่ได้ รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ดูยียวนเท่าครั้งก่อน แถมสายตาของเขาก็ทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ อีก

 

            เอาโซไปผูกไว้กับสกายแล้วส่งไปสิงคโปร์ด้วยกันเลยไป อะไรจะพร้อมใจกันทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ วะ

 

            แต่ในความรู้สึกที่คล้ายคลึงกันนี้ก็มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป กับสกาย มันทำให้ผมรู้สึกทั้งอยากเบือนหน้าหนีทั้งอยากปลอบเขา ส่วนกับโซ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยากสั่งให้เขาพูดอะไรก็ตามที่เขาอยากพูดออกมา

 

            เดี๋ยวไปอาบน้ำแปบนะน้องคราม แล้วเดี๋ยวไปหาอะไรให้กิน ผมกะพริบตากับน้ำเสียงธรรมดาที่ไม่ได้ดัดเสียงเล็กเสียงน้อยกวนประสาท บอกตามตรงว่าไม่ชินแต่ก็ไม่ได้ไม่ชอบ แถมยังรู้สึกดีใจแปลก ๆ ที่เขาหยุดกวนตีนและพูดธรรมดากับผมสักที

 

            ผมพยักหน้า ลูบหน้าลูบตา ก่อนจะชะงักเมื่อโซทรุดตัวลงมานั่งยอง ๆ ตรงข้างเตียงจนระดับสายตาของพวกเราตรงกัน เขาเอียงคอ รอยยิ้มกวนประสาทกลับมาจนผมมุ่นคิ้ว เตรียมพร้อมรับมือกับอะไรก็ตามแต่ที่จะออกจากปากของโซ แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ได้รับมีแค่นิ้วชี้ของโซที่จิ้มระหว่างหัวคิ้วของผมแรง ๆ จนผมหน้าหงาย

 

            น้องครามทั้งนอนดิ้นทั้งนอนละเมอ ตีหน้าพี่โซตั้งหลายทีจนพี่แทบจะเหวี่ยงเราตกเตียงผมพะงาบปาก รู้สึกดีใจขึ้นมาในตอนนั้นที่โซตัดสินใจไม่ทำ ไม่อย่างนั้นผมคงกระดูกหักเพราะโซมันแรงควาย โซลดมือลง เปลี่ยนเป็นเท้าคางกับเข่าแล้วเอียงคอมองผมที่นิ่งไปเล็กน้อยเมื่อโซเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง จากที่ฟังน้องครามละเมอนู่นนี่นั่น พี่โซคิดว่าน้องครามเนี่ยขี้เหงาเหมือนกันเนอะ

 

            อยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนลำคอตีบตัน ไม่รู้หรอกว่าเผลอพูดอะไรไปบ้างแต่สายตาของโซทำให้ผมรู้สึกลุกลี้ลุกลนเหมือนทำอะไรผิด ไม่ได้เหงา

 

            ไม่เชื่อค่าเกลียดไอ้ ค่ายาว ๆ ข้างหลังจริง ๆ ไม่ถามเหรอว่าละเมออะไรให้พี่โซฟังบ้าง

 

            ไม่อยากรู้เอาจริง ๆ ก็อยากรู้แต่ไม่กล้าถาม มันต้องทำให้ผมอายจนแทบกราบให้เขาหยุดพูดแน่ แล้วหยุดพูดพี่โซน้องครามเถอะ ขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย

 

            ผมชูแขนที่มีขนลุกพรึ่บพรั่บขึ้นมาจริง ๆ ให้เขาดู โซกดสายตามองและหัวเราะในลำคอ ตีแขนผมแรง ๆ จนผมจ้องเขาตาขวาง แต่พอโซจ้องกลับด้วยสายตาน่ากลัวกว่าทำเอาผมต้องรีบหลุบตาลงอย่างไม่คิดสู้ เชี่ย น่ากลัวนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ความหื่นของผมดันกลับมาซะงั้น

 

            โซเหมือนจะรู้ทัน ถึงได้หัวเราะเสียงดังลั่นห้อง

 

            เบื่อเขาจริง ๆ

 

            พวกเราจ้องกันนานมาก ไม่สิ โซเนี่ยจ้องผมนานมากเหมือนหน้าผมมีอะไรติด ทั้งที่ผมมั่นใจว่าถ้าหน้าผมมีอะไรติดจริง ๆ มันก็คงจะมีแค่น้ำลาย ส่วนหน้าโซน่ะมีทั้งคราบเครื่องสำอางและคราบน้ำลาย เละเทะยิ่งกว่าผมห้าร้อยเท่าแน่ ๆ

 

            แต่สุดท้ายแล้วโซก็แค่ยักไหล่ ลุกพรวดแล้วยีหัวผมแรง ๆ จนผมปัดมือเขาออกแทบไม่ทัน โซโน้มหน้าลงมาใกล้จนผมเผลอผงะแทบนอนลงไปกับเตียงอีกรอบเพราะปากเขาจะเฉี่ยวหน้าผากเฉี่ยวจมูกผมอยู่แล้ว แถมยังเอาแต่หัวเราะเมื่อเห็นว่าผมจ้องเขาอย่างไม่ไว้ใจ ปิดท้ายด้วยการคลี่ยิ้มอารมณ์ดี ไม่เหมือนคนที่กำลังแฮงค์เลยแม้แต่นิดเดียว

 

ขอบคุณที่ช่วยดูแลพี่โซนะครับ ขอบคุณที่ทำหน้าตาน่ารัก กอดฟัดพี่โซไม่หยุดด้วย ของพี่แทบตั้งเลยเนี่ย

 

            ผมพะงาบปาก แทบทึ้งหัวเขากับประโยคสุดท้าย

 

            ไปล่ะ แล้วนั่งดี ๆ เดี๋ยวกระดูกกระเดี้ยวจะหักก่อนได้ใช้งานสะโพกบนเตียง

 

ผมอ้าปากค้างอีกรอบกับคำพูดโผงผาง พอตั้งสติได้ก็รีบเดินตามโซที่ควงวิกผมเปื้อน ๆ ของตัวเองไปทางระเบียง เบิกตาโพลงมองตามแผ่นหลังของโซที่ปีนขึ้นไปบนราวระเบียงอย่างไม่กลัวตาย ก้าวขาข้ามไปยังระเบียงห้องของตัวเองที่อยู่ห่างออกไปไม่มากอย่างที่ผมคว้าตัวเขาไว้หรือเอ่ยปากห้ามไม่ทัน

 

            โซหมุนตัวกลับมามองผมอย่างสวยงามพร้อมทั้งยักคิ้วให้ ไม่มีเซไม่มีอะไรทั้งนั้น ผมเกาะราวระเบียงแน่น ไม่อยากยอมรับว่าหัวใจแทบหยุดเต้นตอนที่เห็นโซเหวี่ยงตัวข้ามราวระเบียงกลับไปที่ระเบียงห้องตัวเอง โซหัวเราะ เท้าคางกับระเบียงและเอียงคอสบตากับผม

 

            ถ้าตกลงไปตายผมจะสมน้ำหน้าผมเค้นเสียงออกมาในที่สุด

 

            กลัวโซจะเป็นอะไรจะแย่อยู่แล้วยังทำปากร้ายใส่อีกนะคะ ครามนี่ปากไม่ตรงกับใจเลย

 

            ไม่ต้องมาพูดเสียงสองใส่เลย

 

            น้องครามชอบแบบนี้มากกว่าเหรอครับ

 

            ผมเม้มปากแน่น ก่อนที่จะช่างแม่งเขาและเดินหนีกลับเข้าไปในห้อง โซก็ยืดตัวขึ้น โน้มตัวข้ามระเบียงมาใกล้จนผมต้องรีบเอื้อมมือไปดันให้เขากลับไปยืนดี ๆ โซหัวเราะ จับมือผมไว้และโน้มหน้าลงไปฝังจมูกที่หลังมือของผม ตัวผมชาวาบ ตกใจจนลืมสะบัดมือเขาออก

 

โซเหลือบตาขึ้นมองผมทั้งที่จมูกและริมฝีปากแนบอยู่บนหลังมือของผม สายตาของโซเข้มจัดและส่องประกายทะลุเครื่องสำอางเละเทะนั่นออกมาจนผมมือสั่น

 

            ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับผมมาก่อน

 

            ถ้าเหงาก็มาหาพี่โซนะครับน้องคราม พี่ให้น้องครามได้มากกว่าเรื่องเซ็กส์แน่นอนโซพูดเสียงเรียบ ลมหายใจร้อนผ่าวรดลงบนหลังมือ หัวใจผมเต้นอย่างรุนแรงด้วยความตกใจ ริมฝีปากแห้งผากของโซเลื่อนไปตรงปลายนิ้ว ขบมันเบา ๆ จนผมเผลอกระชากมือออกอย่างแรง โซไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง แค่ยืดตัวขึ้น สีหน้าท่าทางจริงจังเปลี่ยนเป็นใบหน้ายียวนเหมือนอย่างทุกที เขาเสยผมและพูดกับผมโดยไม่ดัดเสียง น้องครามลองไปคิดดูแล้วกัน

 

            ว่าจบส่งจูบอย่างยียวนเหมือนตอนที่เราไปลองเสื้อด้วยกันที่ห้างมาให้ ก่อนจะชิงหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องตัวเอง ทิ้งผมให้ยืนอึ้งอยู่ที่เดิมร่วมสิบนาทีเต็ม

 

            นั่นคือการชวนไปมีอะไรกันหรือเขาจีบผมวะ

 

            โซชวนผมไปมีอะไรกัน กับโซจีบผม อันไหนดูเป็นไปได้มากกว่ากัน

 

            อืม น่าจะอย่างแรกมากกว่า โซจะมาจีบผมได้ยังไงล่ะ อย่างผมเนี่ยนะ เขาเห็นผมเป็นหมาเป็นแมวที่เก็บไว้แหย่เล่นด้วยซ้ำมั้ง

 

            ผมเม้มปาก จ้องระเบียงห้องของโซด้วยความสับสน ไม่เข้าใจว่าอยู่ดี ๆ ทำไมโซถึงเปลี่ยนท่าทีไปเป็นแบบนี้ได้

 

            ในหัวผมเริ่มจินตนาการ ผมกับเขามีอะไรกันอาจจะพอเป็นไปได้ แต่เขากับผมที่คบกัน ตะแคงหัวจินตนาการยังไงมันก็ไม่โผล่ออกมา

 

            ถ้าโซจีบผมจริง ๆ ผมก็อยากจะบอกเขาว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่ผมจะคบกับใครสักคนได้ เพราะผมไม่ชอบผู้หญิง และถ้าจะให้คบกับผู้ชาย ผมก็ปอดแหกเกินไป และความปอดแหกของผมต้องทำร้ายอีกฝ่ายแน่ ๆ

 

            แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อกี้โซทำผมเขินเขาโคตร ๆ เลยโว้ย!

 

            ผมเห็นเงาของโซเคลื่อนไหวอยู่ใกล้หน้าต่าง พอเขาหันมาเห็นผม ผมก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ามันตรงนั้นทันที อาศัยราวระเบียงบังหัว กลั้นหายใจตอนได้ยินเสียงเปิดประตูระเบียงและเสียงฝีเท้า แต่มันก็เงียบไปนานมากจนผมสงสัยว่าบางทีโซอาจจะกลับเข้าไปในห้องแล้วก็ได้

 

ผมค่อย ๆ โผล่หน้าขึ้นมา ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อโซที่เปลือยท่อนบนเอาไม้แขวนเสื้อที่เกี่ยวบราสีขาวห้าตัวมาเคาะราวระเบียงห้องผม

 

            เล่นบ้าอะไรวะโซ ไม่อายคนอื่นหน่อยเหรอผมแทบกระชากบราเขาแล้วโยนทิ้งลงพื้น แต่โซกลับหัวเราะ ชักไม้แขวนเสื้อกลับแล้วยักคิ้ว

 

            เห็นน้องครามยังอยู่ ตอนแรกก็ว่าจะไม่อะไรหรอก แต่พอน้องครามลงไปแอบแบบนั้นเลยว่าจะบอกอะไรน้องครามอย่างหนึ่งไม่รู้เลยว่าจะเกลียดที่เขาเรียกผมว่าน้องครามทุกคำโดยใช้เสียงแหบต่ำแบบนั้นอย่างที่วันอื่นไม่ทำดี หรือจะเกลียดตัวเองที่เผลอคิดถึงตอนเขาดัดเสียงเรียกครามคะครามขาดี ผมจ้องโซที่หรี่ตาลง ขนลุกเลยทีเดียว โซทำตาแบบนี้ทีไร… “ตัวโตเป็นควายแบบนั้นคงหลบพ้นหรอกครับ

 

            ผมเป็นอันต้องอับอายเพราะปากและคำพูดของเขาทุกที

 

            แต่คำพูดยียวนนั่น ไม่สามารถทำให้ผมสะบัดสายตาของโซตอนที่จูบหลังมือของผมออกไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

 

 

            วันนี้มาทีเดียวทั้งตอนเลย ฮิ้วว

            ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านมากเลยค่า คิดเห็นอย่างไรบอกเราบ้างน้า ^^

>>FACEBOOK<< 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 826 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,371 ความคิดเห็น

  1. #1365 wuddyy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 00:04
    สงสารสกายอ่ะ ทั้งรักทั้งผูกผันอะ
    #1,365
    0
  2. #1351 gabriel.la(: (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 10:10
    สกายยรูกก็ว่า fwb จบไม่สวยสักรายจริงๆไม่ใครก็ต้องชอบอีกฝ่ายแต่ดีแล้วกายไม่บอก โซก็ไปเจอใครเจาะใจมาพังทั้งคู่
    #1,351
    0
  3. #1324 b-hohohoho (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 19:42
    สงสารสกายย สกายรักน้องงง แต่ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้เพิ่มขั้นตั้งแต่ต้นมันก็พัฒนายากจริงๆ แงงงงงง สกายยยยยยย
    #1,324
    0
  4. #1303 maybee23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 00:48
    สกายคือทั้งรักทั้งผูกพันกันน้องอะ อยากเป็นมากกว่านี้แต่น้องมันขีดเส้นให้แค่นี้ไง
    #1,303
    0
  5. #1269 NamKudos (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 14:45

    สกายรักน้องใช่ไหม แต่ไม่กล้าพูด

    #1,269
    0
  6. #1252 pcy921 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 14:56
    แอบคิดว่าสกายน่าจะมีใจให้ครามแบบคนมันผูกพันอะ
    #1,252
    0
  7. #1242 มาเฟียแพรรี่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 14:06
    พี่โซคือกวนจริงๆ5555555555พี่สกายไม่ไปจากน้องได้ไหม ฮือ แอบชอบคสพของครามกับสกายอยู่นะ แบบต้องผูกพันกันแน่ๆเลยอ่ะ
    #1,242
    0
  8. #1229 SOUGIYA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 21:51
    ถึงพระเอกจะเป็นพี่โซ แต่ก็ขอบพี่สกายมากพอๆกับพี่โซเลย ฮือออ พี่สกาย รักน้องครามแน่ๆเลย T T
    #1,229
    0
  9. #1216 emptyq_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 09:29
    พี่สกายบอกรักน้องแน่ๆเรย ฮื่อ
    #1,216
    0
  10. #1214 ghostnovel (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 12:48
    ม่ายยยย พ่อเทพครดีสีสลายของเขาาาาา กลับมาได้หรือเป่าาาา กลับมาหาน้องครามทีได้ไหม คนดี~~~~
    #1,214
    0
  11. #1208 vy0Cik (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 18:38
    สกายรักครามมากกว่าคู่นอนหรือน้องแน่ๆ สงสารนะ แต่เดี๋ยวพระเอกพี่ไม่เกิด ไปซะสกาย55555
    #1,208
    0
  12. #1196 JMpalmy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 19:31
    เห็นใจสกายอะ หมั่นไส้พี่โซ หล่อนักหรออ
    #1,196
    0
  13. #1187 เคแอล9091 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 12:41
    สกายคิดกับครามแบบแฟนแน่ๆ ถึงอาการแบบนั้น
    #1,187
    0
  14. #1126 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 07:12

    จีบเลย จีบเลย จีบเลย

    #1,126
    0
  15. #1104 manabi kaminaga (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 16:12
    พี่สกายของน้องคิดกับน้องครามมากกว่าคู่นอนแน่ๆเลยยย แต่ก็เหมือนจะพยายามรักษาความสัมพันธ์คู่นอนมากกว่าจะเลื่อนขั้นอ่ะ งื้อออ คนดีของน้อง น้องอยากได้เขาาาาา
    #1,104
    0
  16. #1041 luhan7_lulu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 20:07
    ต้องหาคนมาให้พี่สกายนะคะ ฮือออ
    #1,041
    0
  17. #1021 tan~tan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 08:23
    ความกลัวของน้องครามทำร้ายพี่สกายสินะคะ
    #1,021
    0
  18. #999 GaoSeob (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 00:54
    สกายบอกอะไรกับน้องงง สกายรักน้องแน่เลยอะ แต่ทำไมน้องกลับไม่รู้สึกอะไรกับสกายล่ะ หรือน้องมองสกายไว้แค่คนสำคัญคนนึงในชีวิตแค่นั้นจริงๆ แงงง พี่สกายเศร้ามาก ไรท์สื่ออารมณ์ได้ดีมากง่ะ ว่าแต่แล้วน้องงอแงอะไรใส่พี่โซเนี่ย พี่โซถึงมาพูดงี้ อ๋อยย เป็นตอนที่ผั่นป่วนมากๆตอนนึงเลย หน่วงแบบกวนตีนๆแบบผู้ชาย 5555
    #999
    0
  19. #982 vviwian (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 20:05
    สงสารพี่สกาย อยากให้คุยกันได้เหมือนเดิม ไม่อยากให้ห่างกันไปจนเป็นเเค่คนรู้จัก อยากให้สกายเป็นคนหนึ่งที่ทำให้พี่โซหึงได้ เพราะถึงน้องจะไม่รัก เเต่น้องยกระดับให้เป็นคนสำคัญจนโซห้ามไม่ได้ ไม่อยากให้จากกันไปแบบนี้
    #982
    0
  20. #966 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 13:23
    สกายชอบครามแน่ๆอ่ะ
    #966
    0
  21. #710 Pee Perry (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:11
    ชอบตอนสกายร้องไห้มากๆ เราอ่านแล้วโคตรหน่วง มันอึดอัดตามตัวละครแล้วก็บอกไม่ได้ว่าเรื่องอะไร และแอบอยากรู้ว่าสกายกระซิบอะไรกับน้อง จะบอกรักรึเปล่าวะ ตอนหลังๆ มาก็เขินพี่โซหนักมาก ทั้งนอนกอด ทั้งลูบหัวสางผม ไหนจะจูบมือน้องแล้วพูดเหมือนกับจะจีบน้องนั่นอีก เป็นคนกวนๆ ที่โคตรอบอุ่นเลยไอบ้าเอ้ย อยากได้ๆๆ
    #710
    0
  22. #500 kikilululu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 16:57
    เราชอบความสกายพาร์ทนี้มากๆเลยค่ะ ชอบความอ่อนไหวในคาแรคเตอร์ที่ดูจะตลกร่าเริงแล้วมีมุมเกรี้ยวกราดด้วย แต่ตอนที่สกายร้องไห้กับน้องครามคือเราน้ำตาคลอเลย เราเข้าใจสกายมากๆ แล้วก็เข้าใจน้องครามด้วย น้องครามเป็นเด็กดีที่คิดว่าตัวเองไม่ใช่เด็กดีอ่ะ ฮืออออ อยสกกอดสกายกับน้องครามพร้อมๆกันเลย เอ็นดูมาก ไม่เจอตัวละครที่รู้สึกร่วมไปกับเค้า เอ็นดูเค้าขนาดนี้สักพักแล้ว ชอบที่น้องครามตุ๊บตั๊บกับอิพี่โซตลอด ต่อยท้องฟาดหน้าไรงี้เราว่ามันเป็นโมเม้นที่น่ารักดี แล้วต้องสนิทใจกันทั้งคู่ด้วยถึงจะนัวเนียกันแบบนี้ได้ ต่อให้น้องครามปฏิเสธก็เถอะว่าไม่สนิทกับเค้าอ่ะ แต่คลุกวงในตลอดคือรัยยยยย แล้วก็นังพี่โซถ้าแกล้งน้องแรงๆอีกจะตามไปต่อยแน่ หมั่นไส้อิจฉาด้วยบอกเรย5555555
    #500
    0
  23. #471 wissturn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 13:44
    สกายชอบครามแน่เลย ฮืออ
    #471
    0
  24. #464 glloy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 11:10
    โซ ไม่มีความอ่อนโยน รู้ว่าน้องความรุนแรงใช่ไหมเลยทำแบบนี้
    #464
    0
  25. #451 sp-in-k (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 22:47
    เฮ้อ แต่งดีจัง ชวนให้สับสนด้วยเลย
    #451
    0