[จบ] Don't tell me to take off my skirt [yaoi] สนพ. SENSE BOOK

ตอนที่ 4 : 03 Beauty and a confusing friend

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,945
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,016 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

03  Beauty and a confusing friend  

 

            ผมไปทำงานที่คาเฟ่ที่โซแนะนำได้ประมาณอาทิตย์หนึ่งแล้ว ระหว่างนี้ก็ร่อนเรซูเม่ส่งไปที่บริษัทมากมาย ได้แต่หวังว่าเขาจะให้โอกาสเรียกไปสัมภาษณ์สักที่สองที่ ช่วงนี้ผมสนิทกับโซมากขึ้นด้วย ถึงจะหวาด ๆ กับสายตาของเธอที่ดูมีประกายแปลก ๆ บ่อยครั้ง แต่โดยรวมแล้วเธอก็เป็นเพื่อนที่ดี เป็นที่ปรึกษาที่ดี แถมยังสปอยล์ผมยิ่งกว่าพ่อแม่ผมเสียอีก

  

แม้ว่าจะเป็นการสปอยล์ที่มาพร้อมการแหย่ที่เกือบจะทำผมเผลอตบหัวเธออีกรอบก็ตาม


อ้อ แล้วที่เห็นบางวันผมเธอสั้นบางวันผมเธอยาว นั่นเพราะเธอใส่วิกผม เห็นว่าเผลอตัดผมไปวันที่ลูกพี่ลูกน้องมาแล้วไม่ชอบ เลยไปหาซื้อวิกแบบเดียวกับตอนเธอผมยาวมาใส่แทน ดังนั้นถ้าเห็นผมเธอเดี๋ยวสั้นเดี๋ยวยาวไม่ต้องตกใจ ผมเธอไม่ได้งอกได้แบบผีในการ์ตูน

 

            ที่สำคัญคือผมเพิ่งรู้ว่าโซอายุเท่าสกายเลย แต่คือผมติดเรียกเธอด้วยชื่อเฉย ๆ อย่างเดียวแล้ว จะเรียกพี่โซ ๆ ก็กระดาก พอผมลองเรียกเธอว่าพี่โซขึ้นมาครั้งหนึ่ง โซก็อ้าปากค้าง กะพริบตาถี่จนขนตาปลอมที่วันนั้นเธอติดมานั่งปั่นงานไปฟังผมบ่นไปในห้องของผมเด้งรัว ๆ ตลกว่ะ เหมือนพวกตุ๊กตาบลายด์เวอร์ชั่นหัวไม่โตและหน้ากวนตีนอะ

 

สักพักเธอจะซบหน้าลงกับโต๊ะญี่ปุ่น เอาหน้าผากไถมันไปมาจนผมรีบดึงหัวเธอขึ้น เพื่อนผมบอกมาว่าหน้าตาเป็นสมบัติล้ำค่าของผู้หญิง และผมจะไม่ยอมให้โซทำลายสมบัติล้ำค่าที่ดูโคตรแพงของเธอเด็ดขาด เอ้อ ผู้หญิงนี่ติดขนตาปลอมกันยังไงวะ คือเอากาวแปะไว้งี้เหรอ ถูกับโต๊ะขนาดนั้นมันยังไม่หลุดอะคิดดู ตอนดึงออกนี่ลำบากมั้ยผมสงสัย

 

            จมูกของโซแดงนิดหน่อย ก่อนที่เธอจะเอานิ้วมาจิ้มจมูกผมบ้างจนผมปัดมือเธอทิ้งแทบไม่ทัน ตอนนั้นเธอไม่สนใจแถมยังดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พอจิ้มจมูกผมไม่ได้ก็รัวนิ้วบนแป้นพิมพ์ทั้งที่กำลังจ้องหน้าผมโดยไม่ละสายตา ทำตาเป็นประกายล้อเลียนจนผมเริ่มเขินแทนขณะที่หยอกผมด้วยน้ำเสียงที่น่าต่อยเพิ่มขึ้นสามระดับ เรียกพี่อีกสิคะน้องคราม เรียกพี่โซเร้ว~’

 

            นั่นล่ะ หลังจากนั้นผมไม่เรียกเธอว่าพี่อีกเลย โคตรหมั่นไส้ เพิ่งเคยเจอผู้หญิงที่กวนตีนด้วยสีหน้าระรื่นขนาดนี้เป็นคนแรก

 

            น้องครามคะ~’

 

            ‘ถ้าไม่เงียบผมเหวี่ยงคอมพ์โซออกระเบียงจริง ๆ ด้วย

 

            ‘งั้นโซจะขยี้นมครามจนกว่าครามจะร้อง…’

 

            ‘ไอ้พี่โซโว้ย!’

 

            เสียงหัวเราะสุดสะพรึงของโซในวันนั้น ยังคงตราตรึงในความทรงจำของผมจนวันนี้

 

            ผู้หญิงอะไรขู่จะขยี้นมผู้ชายวะ!

 

            อีกเรื่องคือโซเคยทำงานเป็นนักออกแบบโลโก้สินค้า แต่เหมือนว่าเธอจะมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานเลยออกมาจริงจังกับงานอย่างอื่นแทน เธอทั้งวาดภาพประกอบหนังสือ เขียนนิทานสำหรับเด็ก รับออกแบบร้านอาหารให้เพื่อน ๆ กับคนใกล้ตัวที่รู้จักกันผ่านทางเพื่อน แต่รายได้หลักของเธอมาจากการเป็นหุ้นส่วนเจ้าของบาร์สามสี่แห่งเนี่ยล่ะ ที่เห็นวันไหนเธอหายออกไปตอนดึก ๆ แล้วแวะเอาขนมมาห้อยไว้หน้าห้องผมอย่างวันที่สกายกับผมมีอะไรกันนั่น คือเธอออกไปจัดการงานบัญชีที่บาร์หรือคุยกับหุ้นส่วนนั่นล่ะ

 

            เจ๋งดีนะ เธอเองก็อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร ถึงวันไหนเธอจะมีสภาพอิดโรยเป็นพิเศษเพราะต้องไปตรวจบัญชีหรือปั่นงานดึก ๆ ดื่น ๆ เพราะโดนแก้งานบ้างอะไรบ้าง แต่เธอยังสปอยล์ผมอย่างสม่ำเสมอ แถมยังบีบบังคับให้ผมนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของเธอไปทำงานเกือบทุกวันจนผมที่เริ่มรู้สึกเกรงใจเป็นฝ่ายเอาใจเธอบ้าง

 

แม้ว่าจะมีหลายครั้งที่แอบอยากเอาโจ๊กร้อน ๆ แนบหน้าเพราะเธอยักคิ้วกวนตีนผมไม่หยุดก็ตาม

 

น้องครามเป็นห่วงพี่โซเหรอคะ

 

ถ้าไม่หยุดเรียกผมน้อง ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะเอาโจ๊กมาให้ครับ

 

โอ๋เอ๋นะคะ

 

โอ๋เอ๋พ่อง

           

เมื่อวันศุกร์ผมไปค้างห้องสกาย กลับมาวันอาทิตย์ด้วยสภาพที่เหมือนชาร์จแบตแล้ว แฮปปี้อย่างมหาศาลเพราะได้ทำอะไรก็ตามที่ห่างหายไปนาน ช่วงนี้สกายกำลังหงุดหงิดและไม่ค่อยมีเวลามาทำอะไรกับผมเพราะปัญหาที่บ้านเหมือนจะระอุ แต่สกายก็ยังเป็นสกาย พอผมไปหา เขาแค่มานอนกอดเอวอ้อน บอกให้ผมปลอบเขาหน่อยอย่างเดียว ผมเลยได้แต่ลูบหัวเขาไปมาอย่างเห็นใจ

 

อย่างเดียวที่ผมพอจะช่วยเขาได้ก็คงเป็นเรื่องคลายเครียดเนี่ยล่ะ

           

ผมชะงักเมื่อโซเปิดประตูห้องนอนออกมาพอดี เธอดูเหนื่อย ๆ นิดหน่อย แต่ก็ยังสวยเช้งและส่งยิ้มกว้างมาให้ผมอย่างทุกที

 

เธอมองผมที่มีสภาพไม่เรียบร้อยเลยสักนิดเพราะตอนอยู่บนรถเมื่อกี้ อืม นั่นล่ะ กับสกายไป ก็ไม่ได้ไปจนสุดทางแต่ผมก็เบลอมากพอที่จะไม่สนใจสภาพของตัวเองอยู่ดี

           

วันนี้ออกไปไหนเหรอครับผมรีบพูดก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกมาให้ผมหน้าม้าน โซพูดแน่ รอยยิ้มมุมปากของเธอบอกผมแบบนั้น

 

            ว่าจะไปซื้อของเข้าห้องหน่อยค่ะ แล้วว่าจะไปหาอะไรกินด้วย​

 

            “ตอนบ่ายสาม?”

 

            “ตอนบ่ายสามโซพยักหน้า ย้ำด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีที่เหมือนปั้นแต่งขึ้นมา เชรด นี่ผมอยู่กับเธอมากจนพอมองออกแล้วเนี่ยว่าตอนไหนเธออารมณ์ดีจริง ตอนไหนเธอแค่พยายามอารมณ์ดีเพราะไม่อยากให้ผมเจื่อนไปด้วย ความจริงก็ไม่ต้องก็ได้นะโซ ปล่อย ๆ ออกมามั่งเถอะ เก็บกดจะตายแล้วมั้ง เมื่อคืนบัญชีที่ร้านมีปัญหาค่ะ กว่าโซจะจัดการเสร็จก็เกือบเช้า ไอ้เด็กเวรแม่งขโมยตังค์กู…”

 

            โซ หลุดครับหลุด

 

            จะว่าไปยิ่งสนิทกันโซยิ่งมีโมเม้นต์หลุด ๆ ออกมาให้ผมเห็นหลายรอบ ส่วนใหญ่ก็ตอนที่ร้านมีปัญหานั่นล่ะ หลุดสบถออกมาทีห้าวเลย ปกติเสียงโซก็แหบต่ำกว่าคีย์เสียงผู้หญิงทั่วไปอยู่แล้ว พอเธอเหวี่ยงปุ๊บเสียงนี่หล่อกว่าผมอีก แถมยังทำตาขวางจนผมเป็นอันต้องกะพริบตาปริบ ไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่แต่หน้าของโซตอนเหวี่ยงโคตรกระชากใจ

 

            ตอนนี้รู้แล้วทำไมโซไม่มีแฟน เธอหล่อเกินกว่าผู้ชายจะเอาชนะได้

 

            ส่วนผู้หญิง พวกเธออาจจะเขินโซจนไม่กล้าเข้ามาทัก ขนาดผมเป็นเกย์ยังเผลอเขินเธอตั้งหลายรอบ

 

            โซกะพริบตาเหมือนสติเพิ่งกลับมาเมื่อผมขำอย่างไม่ดูสถานการณ์ เธอกระแอมไอ อ่า นั่นล่ะค่ะ เนี่ยโซเพิ่งตื่น

 

            “ตื่นแล้วสวยเลยนะเนี่ย หน้าเหน้อแน่นเชียว

 

            “ต่างจากครามเนอะ ตื่นมาทั้งวันแล้วยังหลุดลุ่ยซะไม่รู้เลยว่าไปทำอะไรมา อืม หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าทำอะไรไปบ้างเอ่ย

 

            ผมผิดเองล่ะที่คิดจะไปต่อกรกับโซ

 

            เธอยิ้มจางเมื่อเห็นผมเคี้ยวปากอย่างหมดทางสู้ โซโคลงศีรษะและเอ่ยปากชักชวน ไปด้วยกันมั้ยคะ คราวนี้โซว่าจะเรียกแท็กซี่ไปด้วย ขากลับจะได้ไม่ลำบาก

 

            ผมที่คิดจะไปต้มมาม่ากินประทังชีวิตเปลี่ยนใจ ไปกับโซก็ดีเหมือนกัน

 

            แต่ก่อนที่ผมจะเดินตีคู่ไปกับโซได้ เธอก็วางมือไว้บนไหล่สองข้างของผม ก่อนที่จะโน้มหน้าลงมาใกล้ กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจจนผมเสียวสันหลัง โซยิ้มแบบนี้ทีไร ความฉิบหายมาเยือนผมทุกที

 

            ริมฝีปากสีส้มจัดจ้านของโซขยับ เสียงดัดจนหวานจัดอย่างน่าสยดสยองเอ่ยออกมาช้า ๆ เหมือนพยายามกระแทกทุกคำใส่หน้าผม ไปจัดการเสื้อผ้าตัวเองก่อนนะคะคราม ตอนนี้มองจากดาวอังคารยังรู้เลยค่ะว่าครามไปทำอะไรมา

 

            ผมอ้าปากค้าง โซหมุนตัวผม เอื้อมมือขวามาตามท่อนแขนของผมแล้วจับมือที่ถือกุญแจของผมไว้ จากนั้นก็จับมือผมเพื่อไขกุญแจห้อง เป็นฝ่ายโน้มตัวมาใกล้จนแผ่นอกของเธอแนบไปกับหลังจนผมช็อคค้าง มือของโซอุ่นจัด เธอพ่นลมหายใจร้อนผ่าวรดหูจนผมขนลุกเกรียว จากที่จะสะบัดตัวเธอออก ผมก็รู้สึกไม่มีสติมันไปซะเฉย ๆ จนโซเป็นฝ่ายเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูแล้วดันตัวผมเข้าไปอย่างง่ายดายแทน

 

            ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโซผละออกจากผมตั้งแต่เมื่อไหร่

 

            เลิกอึ้งได้แล้วค่ะคราม จัดการตัวเอง เร็วค่ะ ปฏิบัติ!”

 

            ผมสะดุ้งโหยงเมื่อเธอทำเสียงเหมือนตอนที่ผมเรียนรด. พอหมุนตัวกลับไปเจอว่าเธอกอดอกและเอนตัวพิงประตู ยักคิ้วและมองผมด้วยสายตานิ่ง ๆ แบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ได้ทำให้ผมอึดอัด แต่มันทำให้ผมทำตัวไม่ถูก มือไม้เกะกะไปหมด สายตาของโซมันเป็นสายตาแบบขั้นกว่าของสกายที่มองผมตอนที่พวกเราร่วมกิจกรรมกัน

 

            ผมสะบัดหัวปัดความคิดน่าสยดสยองนั่นออกไป แล้ววิ่งไปจัดการตัวเองตามคำสั่งทันที

 

            แต่ระหว่างนั้นคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมาอยู่ในหัวทำไมผมใจเต้นกับผู้หญิงคนนี้บ่อยจังวะ!

 

 

            ‘มันก็มีนะคราม คนที่ไม่ว่าเพศไหนก็ไม่สำคัญเพราะเราชอบที่ตัวตนของเค้า

 

            ‘แต่ผมชอบผู้ชายมาตลอดนะ แล้วไม่เคยร้อน ๆ หนาว ๆ กับสายตาของผู้หญิงด้วย

 

            ‘เอ้า นี่ก็อาจจะเป็นคนแรกไง

 

            ‘เห้ย แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมันไม่แย่กว่าเดิมเหรอวะพี่

 

            ‘อ้อ เพราะครามอยากเป็นฝ่ายโดนกระทำน่ะนะ

 

            ‘ใช่!’

 

            ‘อย่าเพิ่งไปคิดถึงตรงนั้นเลย เอาให้ชัวร์ก่อนเถอะว่าครามชอบผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพราะตกใจเฉย ๆ

 

           

            ผมหรี่ตาใส่ข้อความที่คุยกับสกาย โซนั่งเท้าคางมองออกไปนอกรถ ส่วนผมก็กดโทรศัพท์ยุกยิกไม่หยุดอย่างต้องการขอความช่วยเหลือ สกายเป็นตัวเลือกเดียวที่ผมมี ถึงแม้ว่าผมต้องทำใจว่า ถ้าเจอกันครั้งหน้ามันต้องลงไปนอนหัวเราะเพราะเรื่องนี้แน่ ๆ ก็ตาม

 

           

            แต่ถ้าครามจะมีคนรักเป็นตัวเป็นตนจริง ๆ พี่ก็แฮปปี้ไปกับครามด้วยนะ ถึงไอจะมิสยัวร์บอร์ดี้มาก ๆ ก็ตาม ;P’

 

           

            หมั่นไส้มันจริงโว้ย!

 

 

            ‘อันนี้พูดทั้งในกรณีที่มีแฟนเป็นผู้ชายทั้งในกรณีที่มีแฟนเป็นผู้หญิงเลยนะ แต่ถ้ามีจริง ๆ พี่จะไปเยี่ยมในฐานะเพื่อนอยู่ได้ป่ะวะ

 

            ‘อยู่ ๆ ก็ลากมาดราม่าเฉย

 

            ‘ก็ทุกวันนี้พี่มีครามที่รู้เกือบจะทุกเรื่องในชีวิตของพี่อยู่คนเดียวนี่หว่า

 

           

            ผมลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกดส่งข้อความสุดท้ายไปแล้วเก็บโทรศัพท์ลง

 

           

            เหมือนกันนั่นล่ะ

 

 

            ผมหันกลับไปมองโซ ความจริงตั้งแต่ที่ขึ้นมานั่งอยู่บนแท็กซี่พวกเราก็เงียบใส่กันเลย ผมเอาแต่กดโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากสกาย ส่วนโซที่ดูเหนื่อย ๆ ก็นั่งสัปหงกอยู่นานจนผมบอกให้เธอนอน เดี๋ยวหลับเดี๋ยวตื่นตลอดการเดินทางฝ่าจราจรที่ติดขัด โซก้มหน้าลงมองมืออีกข้างที่วางอยู่บนตักและกดอะไรสองสามที ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผมในจังหวะเดียวกันกับตอนที่โทรศัพท์ในมือของผมสั่นขึ้นพอดี

 

            ผมก้มหน้าลงไปมอง ก่อนจะหันไปกลอกตา และยกโทรศัพท์ที่หน้าจอกะพริบโชว์ข้อความใส่โซที่หัวเราะรับทันที

 

 

            คุยกับโซบ้างสิคะ เหงานะ :( ’

 

            คราม~’

 

 

            “ไม่ต้องมองแป้นก็พิมพ์ได้เหรอครับ

 

 

            ‘เก่งมั้ยล่ะค่ะ

 

            ‘เอ้า ไม่ยอมคุยกับโซต่อเฉยเลย

 

            ‘น้องครามคะ

 

           

            “เลิกเรียกผมน้องสักทีเถอะ





หลังจากที่พวกเราฟาดชาบูกันเสร็จ เป้าหมายต่อไปของพวกเราก็คือการไปซื้อของใช้เข้าห้อง แต่ก่อนจะไปถึงโซนเครื่องใช้ มันต้องผ่านชั้นที่ขายเสื้อผ้าก่อน ระหว่างที่เดินไปยังบันไดเลื่อน เดรสสีดำสั้นเปลือยไหล่ลายดอกไม้สีขาวก็กระแทกเข้าตาของผมเข้าทันที ผมเคยเห็นโซใส่แต่เดรสยาว หรือไม่ก็กางเกงยีนส์ขายาวฟิต ๆ ที่แนบไปตามกล้ามเนื้อสวย ๆ นั่นเวลาเธอคร่อมมอเตอร์ไซค์

 

จะว่าไปแล้วโซไม่คิดอยากลองใส่เดรสสั้นดูบ้างเหรอ ผมหันไปถามเธอที่เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะมองตามสายตาของผมเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าร้านนั้น เธอลูบคางด้วยสีหน้าครุ่นคิด ในขณะที่ผมหันกลับมามองเธอ โซสูง ๆ เพรียว ๆ ใส่ชุดเดรสสั้นน่าจะดูดีไปอีกแบบ

 

เออ แอบอยากเห็นเหมือนกันว่ะ

 

อยากเห็นเหรอคะโซอ่านใจผมอีกรอบ เธอทำตาเป็นประกายเหมือนกำลังล้อเลียนผม แต่ผมทำหน้านิ่งจนเธอยักไหล่ หึ ไม่ได้กินกูหรอก คิดว่าผมจะเขินทุกครั้งที่โซทำตาวิบวับเหรอครับ เจอทุกวัน ๆ ผมก็เริ่มมีภูมิคุ้มกันแล้วเว้ย ถ้าอยากเห็นโซใส่ให้ดูก็ได้นะ

 

ผมแค่คิดว่าโซน่าจะเหมาะกับชุดแบบนี้ผมยักไหล่ จินตนาการภาพเธอในชุดนี้ เธอน่าจะยิ้มมุมปากดูมั่นใจแล้วก็ทาลิปสติกสีจัด ๆ แบบที่เธอทำประจำ ปกติเธอทาแต่สีแดงเลือดนก สีส้มจัดจ้าน สีม่วงเข้ม สีม่วงสะท้อนแสง หรือไม่ก็เขียวเข้มจนเกือบดำ ไอ้สีแปลก ๆ ที่ไม่น่าจะมีใครกล้าทาออกมาเดินร่อนไปร่อนมาในชีวิตประจำวัน โซทาออกมาแล้วสวยทุกสี

 

งั้นไปกันค่ะ เธอลากผมเข้าไปในร้านทันทีโดยไม่รอผมตอบ ผมนิ่งค้าง ตั้งใจจะดึงแขนออกแต่เธอสอดแขนมาเกี่ยวกันไว้ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้และมองตรงไปด้านหน้า แถมแรงเธอมหาศาลชนิดที่ดึงไม่หยุด ล็อคแขนผมแน่นหนา เกี่ยวกันไว้เหมือนเป็นหนวดปลาหมึก วินาทีที่ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเธอ โซก็หันมากดสายตาลงสบตากับผม กระตุกยิ้มมุมปากและโน้มหน้ามากระซิบใกล้ ๆ ถ้าไม่ให้เกี่ยวแขนก็เรียกพี่โซสิคะ

 

ไม่เอาผมทำหน้าสยองเหมือนกำลังดูหนังผี โซหัวเราะเสียงต่ำในลำคอเหมือนไม่พอใจนักทั้งที่ยังยิ้มอยู่ ก่อนจะยักไหล่แล้วลากผมไปหยิบเดรสชุดที่ผมชี้และเลือกไซส์ใหญ่สุดออกมาจากราว ก้าวขาฉับ ๆ ไปยังหน้าห้องลอง ก่อนจะทำท่าเหมือนจะยัดผมเข้าไปในนั้นด้วยกัน โซ เดี๋ยว ๆ ผมไม่อยากเห็นโซโป๊!”

 

โซไม่ถือนะคะ

 

ถือทีเถอะโว้ย!

 

โซหัวเราะเสียงต่ำ ไม่ปิดบังเลยว่าสนุกสนานแค่ไหนที่แกล้งผมได้ ผมกลอกตา ดันเธอเข้าไปข้างในแล้วกอดอก แสดงออกชัดเจนว่าจะรออยู่ตรงนี้และไม่ให้เธอปั่นหัวได้อีก โซยักไหล่ แต่ไม่วายส่งจูบมาให้ผมก่อนที่ประตูจะปิดลง ทิ้งผมจ้องบานประตูด้วยความรู้สึกเหมือนอยากถีบมันแรง ๆ ให้กระเด็นไปโดนคนข้างใน

 

ผมยืนกดโทรศัพท์รอโซ สกายส่งข้อความมาขอนัดเจอวันพรุ่งนี้เย็น เขาจะไปรับผมที่คาเฟ่หลังผมเลิกงาน สกายทำงานเป็นพนักงานบัญชีอยู่แถวคาเฟ่นั่นแหละ ดีเหมือนกัน ผมจะได้ไม่ต้องเทียวติดรถโซกลับบ่อย ๆ ถึงเธอจะเป็นฝ่ายบีบบังคับผมด้วยรอยยิ้ม สลับกับหลอกล่อผมด้วยของหวานหรือไม่ก็ข้าวเย็นให้ผมกลับด้วยกัน แต่ผมก็ยังเกรงใจเธออยู่ดี

 

ผมรู้จักสกายตั้งแต่ตอนเข้าปีหนึ่ง แถมเขายังรู้เรื่องผมเยอะแยะ ยังไงก็สนิทกันมากกว่าที่สนิทกับโซอยู่แล้ว

 

แต่พักหลัง ๆ ผมนี่ก็ตัวติดกับโซเหมือนกัน ข้าวเย็นก็กินด้วยกันบ่อย ๆ ดื่มเบียร์คุยกันตรงระเบียงบ้าง บ่นเรื่องสัพเพเหระแล้วก็ไปเที่ยวกันตอนสุดสัปดาห์บ้าง

 

เออ หรือเราสนิทกันแล้ววะ แต่เธอเริ่มกวนตีนผมบ่อยแล้วนะ คนกวนตีนกันแปลว่าสนิทกันแล้วหรือเปล่า

 

แต่นี่โซไง ตอนที่เธอบิดนมผมเรายังไม่สนิทกันด้วยซ้ำ

 

            บานประตูเปิดออกขัดความคิดเพ้อเจ้อของผม โซเดินออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจ เส้นผมยาว ๆ ที่แสกกลางของเธอถูกปัดให้เป็นแสกข้างแบบที่ทำให้โซดูมั่นยิ่งกว่าเดิม เธอเชิดหน้า ริมฝีปากสีม่วงเข้มต่างจากตอนที่เข้าไปจนผมนึกสงสัยว่าผู้หญิงคนหนึ่งเขาพกลิปสติกในกระเป่ากันคนละกี่แท่งกันแน่

 

โซก้าวขาฉับ ๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าผมแล้วโน้มหน้ามาใกล้ เอานิ้วจิ้มปลายจมูกผมจนผมเผลอผงะ

 

 

            ดวงตาของโซหรี่ลงเหมือนไม่พอใจนิดหน่อย เธอเอื้อมมือผ่านใบหน้าของผม ฝังมือลงในเส้นผมแล้วออกแรงบังคับให้ผมเลื่อนใบหน้าขึ้นลง ไล่สายตาตั้งแต่รองเท้าส้นเตี้ยสีดำที่เธอใส่ ท่อนขาแข็งแกร่งที่ดูโคตรฟิตจนผมที่อายตัวเองเล็กน้อย ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่า แผ่นท้องแบนราบ หน้าอกและไหปลาร้า ปลายคางและริมฝีปากที่กระตุกเป็นรอยยิ้มพอใจที่ผมชะงักค้าง โดนจับให้ไล่สายตาไปตามความต้องการของเธอ

 

            โซวางมือข้างหนึ่งไว้บนไหล่ของผม มืออีกข้างดึงให้ผมเงยหน้าสบตากับเธอที่โน้มหน้ามาใกล้ ดวงตาของเธอเหมือนจะสะกดให้ผมหยุดอยู่นิ่งกับที่ ผมพยายามดึงตัวหนี ไม่แน่ใจว่าทำไมเรามาทำอะไรแบบนี้กลางห้าง และไม่เข้าใจด้วยว่าเธอกินอะไรมาถึงได้แรงควายขนาดนี้

 

            โซสวยมั้ยคะริมฝีปากที่เคลือบลิปสีสดขยับช้า ๆ ผมรีบพยักหน้า ตีมือข้างที่วางอยู่บนไหล่ของผมแรง ๆ อย่างพ่ายแพ้ แต่เหมือนโซจะไม่พอใจ ฝังนิ้วลงไปบนหัวผมแรงขึ้น พูดด้วยสิคะคนดี

 

            เชี่ย ตอนนี้ค้นพบแล้วว่าเขินผู้หญิงจริงจังว่ะ

 

            สวยครับผมเม้มปากเมื่อโซหัวเราะเสียงต่ำ ลูบหัวผมเบา ๆ ผมได้สติกลับมาแล้วฟาดมือใส่แขนเธอเต็มแรงจนขึ้นรอยตอนที่เธอพึมพำว่าเด็กดี ๆ นั่นล่ะ ปล่อยได้แล้ว!”

 

            อะ ๆ ปล่อยแล้วครับเด็กดีโซยกมือขึ้นสองข้างอย่างยอมแพ้ ผมเม้มปากเมื่อได้ยินคำว่าครับออกจากปากของเธอ ทั้งที่เธอพูดเหมือนพูดกับเด็กกับหมากับแมว แต่ผมแม่งใจสั่นหนักกว่าเดิมอีก

 

โซเสยผมให้พ้นจากกรอบหน้า ก่อนจะหันมาหัวเราะเบา ๆ ใส่ผมที่ยืนกัดปากอย่างขัดใจตัวเองอยู่ไม่ห่าง เธอโคลงหัวและขยับมาใกล้ผมที่ก้าวถอยหนีทันที คนสวยสติไม่ปกติถอนหายใจ ทำมือเหมือนเรียกหมาแต่ร้องเหมียว ๆ ใส่ผม

 

            ไม่แกล้งแล้ว ๆ ไม่งอนสิคะผมทำตาวาว ๆ ไอ้ที่เผลอใจสั่นเมื่อกี้ทำผมเครียดจริงจังแล้วนะเห้ย คือตอนผมรู้ตัวว่าชอบผู้ชายก็สับสนไปรอบหนึ่งแล้วไง นี่ต้องมานั่งสับสนอีกรอบว่าจะกลับไปชอบผู้หญิงเหรอวะ ตอนนั้นผมคิดและทำทุกอย่างให้มั่นใจเลยนะว่าผมรู้สึกกับเพศชายอย่างเดียวหรือเปล่า แล้วนี่คิดจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนง่าย ๆ งี้เลย มันได้เหรอวะ ครามครับ

 

            นี่รู้ใช่ไหมว่าผมแพ้ทางคำว่าครับ ไอ้พี่โซ ไอ้ขี้โกง!

 

            โถ เด็กน้อย เขินพี่สาวเหรอ

 

            ไม่ตลกนะครับ

 

            อะ ๆ ไม่ตลก ๆไม่ตลกแล้วทำตาวาว ๆ ชอบใจนั่นมันอะไรวะ! “เขินเพราะโซสวยก็ดีแล้วนี่นา ถ้าเขินเพราะโซไม่สวยสิแปลก

 

            พูดบ้าอะไรวะครับ

 

            เธอวางมือลงบนหัวของผม แต่ผมก็ปัดออกทันที ไม่ชอบให้ใครมาลูบว่ะ ไม่ชอบรู้สึกเหมือนเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ นี่ผมสูงร้อยเจ็ดสิบกว่าเลยนะเห้ย

 

โซเลิกคิ้วและขยับรอยยิ้มร้ายกาจ พวกเราหรี่ตาจ้องกัน ก่อนที่สงครามมือจะบังเกิดขึ้น ผมปัดมือโซส่วนโซปัดมือผมกลับ ตีมือกันไปกันมาเหมือนเด็กเล็กอยู่หน้าห้องลองเสื้อ ก่อนที่สงครามจะจบลงอย่างรวดเร็วด้วยความพ่ายแพ้ของผม ปล่อยให้โซใช้มือสองข้างขยุ้มหัวไว้แน่น

 

            มือของโซค่อนข้างใหญ่ เธอยิ้มบาง ๆ ระหว่างมองหน้าผมที่เม้มปากและทำตาแข็งใส่ สองมือของเธอกระชับศีรษะของผมไว้ไม่ยอมให้หันหนีง่าย ๆ

 

            ครามเครียดแล้วก็งงที่ตัวเองเป็นเกย์แต่ดันมาใจเต้นกับโซล่ะสิเออ อ่านใจผมเข้าไป เชิญเล้ย ไม่เห็นเป็นไรเลย ครามไม่เคยใจเต้นกับพวกดาราสวย ๆ เลยเหรอ

 

            สการ์เล็ต โจแฮนสันผมงึมงำอย่างยอมรับความพ่ายแพ้ โซหัวเราะ ปล่อยมือออกช้า ๆ เหมือนเสียดาย ก่อนจะปัดให้ผมเข้าทรงอีกรอบ ผมสูดหายใจลึกเมื่อโซโยกหัวผมไปมาเหมือนผมเป็นน้องชายตัวเล็ก และละมือออกก่อนที่ผมจะปัดมือเธอทัน

 

            นั่นล่ะ คิดซะว่าโซสวยแบบสการ์เล็ต โจแฮนสันซะสิคะ ทีนี้จะได้ไม่ต้องเครียดไงโซว่า ก่อนจะแกล้งโพสท่าแสบ ๆ แซ่บ ๆ เลิกคิ้วทำสีหน้ายียวน ส่งจูบมาให้ผมที่แสยะยิ้ม แกล้งคว้ามันกลางอากาศ เหวี่ยงมันลงพื้น ถ้าไม่เกรงใจผมจะเอาเท้าขยี้ โซแกล้งกุมใจทำหน้าเจ็บปวด ที่รู้ว่าเธอไม่ได้เจ็บปวดจริงเพราะเธอยังทำหน้าสะใจที่เห็นผมใจสั่นเป็นบ้าเป็นบออยู่เลย

 

โซไม่ได้สวยเท่าสการ์เล็ตสักหน่อย

 

แปลว่ายอมรับแล้วสิว่าใจเต้นเพราะโซ

           

เงียบไปเลยครับ

 

            โซหัวเราะดัง ๆ เดินเกี่ยวแขนผมไปจ่ายเงินซื้อชุดที่เธอใส่โดยไม่สนใจสายตาคนอื่นที่มองมาทางเราทันที ผมกะพริบตาระหว่างเหลือบมองโซที่แขนข้างหนึ่งเกี่ยวแขนผม แขนอีกข้างเหวี่ยงถุงใส่ชุดเก่าของตัวเอง รอยยิ้มของเธอดูอารมณ์ดีจนผมรู้สึกแอบขัดใจ โซก้มหน้าลงมองผมและยักคิ้ว ไปเลือกเสื้อผ้าแนวอื่นด้วยเลยมั้ยคะ อยากเห็นครามเขินโซอีก

 

            ไม่เอาครับผมทำตาแข็ง พยายามดึงแขนออกแต่เธอเกี่ยวไว้แน่นเหมือนกลัวผมหนี

 

            งั้นไปเลือกลิปสติกสีใหม่มั้ย อยากเห็นโซทาสีหวาน ๆ ให้เข้ากับชุดนี้หรือเปล่า

 

            จะว่าไปสีชมพูก็น่าจะเหมาะ…” โซทำตาวิบวับ ผมเม้มปากทันที ไม่อยากเห็นครับ

 

            โซขำ ก่อนจะเดินดึงแขนผมไปขึ้นบันไดเลื่อน ผมที่เดินรั้งท้ายทำหน้างุ้ม รู้สึกพ่ายแพ้เธอมากขึ้นทุกวัน

 

            ทำไงดีวะสกาย ผมใจสั่นกับผู้หญิงคนนี้เกินห้ารอบแล้วว่ะ

 

            ผมพยายามปลง ก่อนจะชะงักเมื่อโซลดมือที่เกี่ยวแขนผมอยู่มาจับไว้ที่มือและดึงผมให้เดินตาม ผมก้มหน้าจ้องมือตัวเองอย่างไม่เข้าใจ โซหยอกผมบ่อยก็จริง แต่เธอก็ไม่ได้มีท่าทีจะจีบผมจริงจัง แหงล่ะ เธอรู้อยู่แล้วนี่ว่าผมชอบผู้ชาย เธอคงจะแค่ไม่ระวังตัวตามปกตินั่นล่ะ

 

            ไม่ดีเลยว่ะแบบนี้ โซทำให้ผมรู้สึกเหมือนตอนกลับไปคิดมากเรื่องชอบผู้ชายใหม่ ๆ

 

            ผมลองกระชับฝ่ามือ บีบมือเธอเบา ๆ และค้นพบว่าหัวใจตัวเองยังเต้นด้วยความเร็วปกติ ผมเกือบจะโล่งใจแล้ว ถ้าไม่ติดว่าโซที่เดินนำผมขึ้นไปบนบันไดเลื่อนหันกลับมามอง หรี่ตาลงท่าทางขี้แกล้ง กระตุกยิ้มรู้ทันจนผมแทบจะสะบัดมือเธอออก แต่โซก็เหมือนรู้ทัน เธอถึงได้บีบมือผมกลับจนผมตาเหลือก เกือบจะถีบเธอด้วยความตกใจ

 

แน่ะ หลงโซเข้าแล้วล่ะสิ ผมยิ้มฝืนเมื่อโซหยอกผมหน้าตาย รู้สึกเหมือนมีอะไรตีแสกหน้าจนเผลอทำหน้าประหลาดใส่โซไป อีกฝ่ายเลิกคิ้วนิดหน่อยเมื่อเห็นผมไม่โต้ตอบเพราะกำลังเถียงกับตัวเองในหัว ก่อนจะคลี่ยิ้ม แกว่งมือผมไปมาเหมือนผมเป็นเด็กจนผมหรี่ตาและดึงมือหนีทันที โซหัวเราะเสียงต่ำ ฝาแฝดสการ์เล็ต โจแฮนสันเองค่ะ แฟนคลับอยากได้อะไรคะ

 

ผมพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ พร้อมเสียงหัวเราะเอือมระอา ก่อนจะโคลงหัวอย่างรู้สึกโล่งใจขึ้นนิดหน่อย ใช่ ผมแค่ใจเต้นกับเธอเหมือนที่ใจเต้นกับสการ์เล็ตนั่นล่ะ

 

ย้ำอีกครั้ง โซไม่ได้สวยเท่าสการ์เล็ตสักหน่อย

 

โซจะขยี้…”

 

ขอลายเซ็นหน่อยได้มั้ยครับ





พวกเราหอบข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงพวกผลไม้กับเนื้อสัตว์สำหรับทำอาหาร โซบอกว่าเธอทำอาหารเป็น และการที่มาแชร์ค่าอาหารกันแบบนี้มันก็ถูกกว่า แถมโซก็ดูภูมิใจนำเสนอกับการจะทำอาหารให้ผมลองชิมมาก หน้าเหน้อนี่ไปหมดจนผมต้องกลั้นขำหลายรอบ

 

หลังจากที่พวกเราแยกย้ายเอาของใช้เข้าไปเก็บกันในห้อง ใช้เวลาไปกับการนอนเล่นโทรศัพท์และกำลังคิดว่าจะส่งเรซูเม่ไปที่ไหนอีกดี อาทิตย์หน้าผมมีสัมภาษณ์งานสองที่ นี่ผมโทรอยากโทรไปอวดสกายแทบตายแล้วว่าได้งาน ติดอยู่อย่างเดียวคือยังไม่ได้ หรือผมควรชวนสกายไปบนหัวหมู ทำบงทำบุญให้ชีวิตมันดีขึ้นดี ช่วงนี้ชีวิตเขาก็ดูมีปัญหาพอตัวเหมือนกัน

 

แต่สุดท้ายแล้วผมก็ไม่ได้ส่งเรซูเม่ไปที่ไหนอีก เอาแต่นอนกดโทรศัพท์บนเตียง เปิดพัดลมจ่อหัว ใช้เวลาอย่างเรื่อยเปื่อยและไร้แก่นสาร ก่อนจะชะงักเมื่อพี่ชายส่งข้อความบอกให้กลับบ้านบ้าง

 

ผมไม่ได้กลับบ้านมาหลายเดือนแล้ว ตั้งแต่ตกงานผมก็ไม่ค่อยได้โผล่หน้าไปเท่าไหร่เพราะรู้สึกเหมือนมีชนักติดหลัง งานก็ไม่มี แถมถ้าเขารู้ว่าอยากมีผัว ผมโดนพ่อแม่ตัดขาดกันพอดี ถึงพวกเราจะทะเลาะกันบ่อยแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้ไม่รักพวกท่านสักหน่อย แถมตอนผมเด็ก ๆ เขาก็โอ๋ผมที่เป็นลูกชายคนเล็กมากพอเหมือนกัน

 

นี่ถึงขั้นที่พี่ส่งข้อความมาบอก แปลว่าผมหายหัวนานเกินไปแล้วจริง ๆ

 

ผมเกือบหลับเพราะลมเย็น ๆ จากพัดลมไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงเคาะประตูจากหน้าห้อง ผมปรือตาขึ้นมา ในหัวมีเสียงตะโกนก้องว่าไม่อยากขยับ ไม่อยากลุกจากที่นอนเลยโว้ย แต่สุดท้ายก็ยอมขยับมือไปกดโทรศัพท์ที่วางอยู่บนอกเพื่อดูเวลา ก่อนจะรู้ทันทีว่าใครมาตาม

 

ผมพยายามขุดตัวเองขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบาก สะบัดหัวหลายครั้งเพื่อเรียกสติเข้าร่าง

 

โซที่ยังอยู่ในชุดเดรสสั้นที่เพิ่งซื้อมายืนอยู่หน้าประตู เธอส่งยิ้มล้อเลียนมาให้เมื่อเห็นผมทำตาปรือเหมือนยังไม่ตื่นดี เอื้อมมือมาใกล้จนผมเอียงหน้าหนี แต่เธอก็ยังดันทุรังที่จะจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้ผมใหม่ ผมได้แต่หรี่ตาจ้องเธอที่ดูแฮปปี้สุด ๆ กับการเล่นหัวกัน นี่ผมกลายเป็นส่วนผสมของน้องชายกับสารส้มแมวชื่อประหลาดของเธอไปแล้วเหรอ เธอถึงได้เล่นหัวกันตลอด ๆ

 

น้องครามหน้าเป็นรอยยับแบบนี้ หลับสบายมั้ยคะ

           

หลับสบายมากจนกระทั่งพี่โซมาเคาะประตูกวนเนี่ยแหละครับ ผมดัดเสียงเล็กเสียงน้อยเรียกเธอว่าพี่

 

โซชะงัก เธอละมือออกจากหัวของผม เอามือปิดหน้าเหมือนกลั้นหัวเราะ ก่อนจะผละไปเอาหน้าผากไปซบกรอบประตู ผมเหวอเมื่อโซเริ่มไถหน้าผากไปมาจนขึ้นรอยแดง รีบดึงหัวเธอออกก่อนที่หน้าเธอจะได้แผลจริง ๆ

 

อะไรของโซวะ นี่เธอเขินที่ผมเรียกพี่เหรอ เอาจริงดิ

           

โอ้ย น่ารักฉิบหาย ใจบางไปหมดผมเหวอหนักกว่าเก่าเมื่อเธอกุมเสื้อตัวเอง ยิ่งได้ยินคำพูดนั้นด้วยเสียงแมน ๆ ของเธอด้วยอีก ผมก็รีบปล่อยหัวเธอมันตอนนั้นเลย โซไหวป่ะวะ พอเห็นว่าผมปล่อยมือออกและทำท่าเหมือนอยากกลับเข้าไปนอนต่อแทน เธอก็หันกลับมา ลดมือลงเผยให้เห็นรอยยิ้มกว้าง ๆ บนใบหน้าของเธอ อ้าว ไม่เล่นหัวพี่โซต่อแล้วเหรอคะ

 

            ขนลุกอะโซ พอเหอะ

 

            โซหัวเราะเสียงดัง เปลี่ยนมาดึงผมออกจากห้อง จัดการล็อคห้องให้เสร็จสรรพแล้วลากผมที่ทำหน้าซังกะกายไปทางห้องของเธอด้วยความเร็วแสง ผมก้าวขายาว ๆ ตามเธอไป ก่อนจะชะงักเมื่อจากหางตาเห็นว่ามีเหมือนมีใครมองมาทางพวกเรา

 

            ผมรีบหันกลับไปและรั้งตัวไม่ยอมเดินต่อจนโซหันตามมา ขมวดคิ้วเมื่อเหมือนจะเห็นเงาหลบเข้าไปหลังหัวมุม

 

            อะไรวะ ผมนอนเยอะเกินจนสมองช็อตเหรอ

 

            มีอะไรหรือเปล่าคะโซชะโงกหน้ามองไปทางเดียวกัน ผมส่ายหน้าเบา ๆ ยักไหล่แล้วหันกลับมาหาโซ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่าเธอหรี่ตาลงด้วยสีหน้าน่ากลัว แต่ผมไม่ได้รู้สึกกลัว ผมรู้สึกอย่างอื่น

 

            ทีแรกก็ตื่นเต้นเหมือนทุกครั้งที่เห็นโซทำตาขวางจนคนหัวหด ก่อนที่มันจะแทนที่ด้วยความเป็นห่วง ถึงเธอจะเคยทำหน้าเหวี่ยง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะน่ากลัวเท่าครั้งนี้มาก่อน ผมเผลอเอื้อมมือไปจับแขนของโซและเขย่าเบา ๆ จนเธอก้มหน้าลงมามอง

 

ตอนนั้นเองที่โซเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่กับผม รอยยิ้มของเธอกลับมาเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น แล้วจัดการดึงตัวผมพรวดเดียวเข้าไปในห้องของเธอจนผมเกือบสะดุดขาตัวเองทันที

           

โซ เมื่อกี้…”

 

            หิวแล้วค่ะ อยากกินข้าวผัดหมูกับผัดผัก ครามเคยบอกว่าทำผัดผักอร่อย ทำให้โซหน่อยนะคะ ส่วนข้าวผัดโซขอโชว์ฝีมือเอง

 

            หลังจากดึงผมเข้ามาไว้ในห้องตัวเองได้สำเร็จแล้ว โซก็ปล่อยมือออกจากแขน เดินนำผมไปยังโซนครัวคับแคบชนิดที่ว่าผู้หญิงตัวสูงชะลูดกับผู้ชายตัวใหญ่ ๆ อีกคนยืนด้วยกันก็เต็มแล้วโดยไม่รอให้ผมตอบอะไรกลับไปได้เลย

 

            ผมได้แต่กะพริบตา ก่อนจะบอกตัวเองว่าผมคงคิดมากไปเอง อาจจะตาฝาดหรืออะไรแบบนั้น

 

            กับผีน่ะสิ! ไอ้เงานั่นอาจจะตาฝาด แต่สายตาของโซเมื่อกี้ผมไม่ได้จินตนาการไปเองแน่ นั่นมองแล้วผมเย็นไปถึงสันหลังเลยเถอะ

 

            โซหันกลับมามองผมขณะที่ดึงวิกผมออก วางมันลงบนชั้นวางของใกล้กับประตูทางเข้าครัว ก่อนจะขยี้ผมที่ยาวระต้นคอของตัวเองแรง ๆ แล้วมัดรวบไว้ครึ่งหัวอย่างรวดเร็ว สายตาของเธอเข้มขึ้นจนผมไม่กล้าพูดอะไรต่อ ได้แต่หันไปสนใจอย่างอื่นอย่างไม่รู้จะวางสายตาไว้ที่ไหน

 

นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่โซโยกหัวผมเบา ๆ แต่ผมไม่ปัดออก ปล่อยเธอเล่นจนเธอพอใจและละมือออกไปเอง

 

            ช่างมันแล้วกัน

 

            ผมกวาดสายตามองวัตถุดิบ โซดันผักในตะกร้ามาทางผม ส่วนตัวเองก็ยืนเท้าเคาน์เตอร์ กัดแอปเปิ้ลในมือแล้วเคี้ยวกร้วม ๆ ระหว่างรอน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตามเนื้อที่ถูกแช่ในช่องฟรีซละลายในไมโครเวฟ ผมมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลก ๆ จะว่าไปแล้วผมทำกับข้าวกินเองคนเดียวตลอด ไม่ก็พึ่งอาหารถุง ข้าวแกงห้าสิบหกสิบบาท ช่วงหลังมานี้แทบไม่ได้กินอาหารที่คนรู้จักทำให้เลย

 

            พวกเราแบ่งงานกันทำเงียบ ๆ โซยืนหั่นหมูอยู่ข้าง ๆ กับผมที่พอล้างผักเสร็จก็หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ สักพักโซก็ล้างมือ เอื้อมมือไปเปิดเพลงสากลจากโทรศัพท์ ฮัมเพลงคลอไปกับดนตรีจนผมเผลอยิ้มออกมา เพราะเสียงเพราะ ๆ ของเธอ สายตาน่ากลัวเมื่อกี้ก็ถูกปัดออกจากหัวของผมทันที น่าแปลกที่ครั้งนี้ผมไม่ค่อยรู้สึกอึดอัดใจหรือลนลานเพราะโดนเธอหยอก มันเป็นความรู้สึกเหมือนสบายใจเหมือนว่าพวกเราเป็นเพื่อนที่สนิทกันมานาน อืม แปลกจริง ๆ

 

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้หรอก

           

ระวังหั่นนิ้วตัวเองนะคะน้องคราม

 

            ถ้าเรียกน้องอีกรอบ ผมอาจจะเผลอหั่นจนมีดจิ้มพุงโซแทนนะครับ

 

            โซไม่มีพุงเหมือนครามสักหน่อย

 

            ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เธอก็แค่หัวเราะเบา ๆ เมื่อผมทำตาแข็ง ไม่ได้เอ่ยปากแซวอะไรผมต่อ ถึงด้วยสายตาของผมเธอคงรู้ว่าผมไม่มีทางทำจริง แต่เธอก็อาจจะรู้ว่าผมพร้อมที่จะเอาเท้าเตะข้อเท้าเธอแรง ๆ สักครั้งอยู่เหมือนกัน

 

            เมื่อกี้ตอนอยู่หน้าห้อง ครามเห็นอะไรเหรอคะ

 

            ผมที่กำลังประทุษร้ายแครอทหยุดมือลง ก่อนจะหันไปมองเธอที่ตั้งหน้าตั้งตาหั่นหมูเป็นชิ้นบาง ๆ ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่น่าจะนอนเยอะเกิน

 

            เขามีแต่นอนน้อยเกิน นี่ครามว่างขนาดนั้นเลยเหรอโซหัวเราะเบา ๆ เมื่อผมทำหน้าเหมือนอยากบ่นเรื่องไม่มีงานทำ แต่เสียงหัวเราะนั้นเหมือนมีความเคร่งเครียดผสมอยู่เล็กน้อย ผมหรี่ตามองเธออย่างไม่แน่ใจนักว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า ก่อนที่โซจะหันมาเจอว่าผมกำลังจ้องเธออยู่ ขยับรอยยิ้มประจำตัว แล้วอาศอกจิ้มสีข้างผมอย่างกวนประสาท คนไม่ทำงานจะไม่ได้กินข้าวนะคะ หั่นต่อไปเลย

 

            คร้าบผมลากเสียงยาวและกลอกตาใส่เธอไปที ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเธอถือมีดค้าง ทำหน้าเหมือนอยากฟุบหน้าลงไปซบกับเขียงและเนื้อหมูให้รู้แล้วรู้รอดจนผมรีบห้าม โซไม่ไหวแล้วว่ะ สมงสมองไปหมดแล้ว

 

ผมส่ายหน้าให้กับความบ้าบอของเธอ ก่อนจะหันไปมองหากระทะมาทำผัดผักให้ตามที่โซต้องการ

 

            ข้าวผัดหมูกับผัดผักน้ำมันหอยธรรมดา ๆ ของเราสำเร็จอย่างงดงามในยี่สิบนาทีต่อมา

 

            เนื่องจากว่าห้องในอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้มันค่อนข้างเล็ก แถมคนที่มาอาศัยอยู่ก็อยู่แค่คนเดียว หลายห้องจึงไม่มีโต๊ะกินข้าวเป็นกิจจะลักษณะ อย่างห้องของผมกับโซงี้ก็มีแค่โต๊ะตัวเตี้ย ๆ ที่พับได้ จะกินข้าวทีถ้าไม่นั่งกินบนเตียงหรือตรงเคาน์เตอร์ก็มานั่งกินบนโต๊ะพับเนี่ยล่ะ

 

            บนโต๊ะตัวเตี้ยมีกองจดหมายนับสิบที่ยังไม่ได้แกะอ่าน ผมที่ยืนถือจานข้าวมองโซที่กวาดจดหมายลงไปกองกับพื้นอย่างไม่สนใจ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ โซที่เอื้อมมือไปหยิบแล็ปท็อปบนเตียงมาวางไว้ตรงหน้าพวกเรา เปิดเน็ตฟลิกซ์และหันมาถามผมว่าอยากดูเรื่องอะไร

 

            ผมเหลือบมองข้อศอกของโซที่วางอยู่บนโต๊ะ รับรู้ได้ว่าระยะห่างระหว่างพวกเราสองคนหดสั้นเข้าทุกวัน ก่อนจะตอบไปส่ง ๆ ว่าอะไรก็ได้เมื่อเธอหันมาเลิกคิ้วเร่ง แล้วเริ่มลงมือจัดการอาหารตรงหน้าทันที

 

สายตาของผมเลื่อนไปจับจ้องอยู่ที่หน้าจอแล็ปท็อปโดยที่มือขยับตักข้าวเข้าปาก เห้ย อร่อยว่ะ! โซทำอาหารอร่อยอย่างที่โฆษณาไว้เลย ขนาดเป็นแค่ข้าวผัดหมูธรรมดา ๆ นะ เล่นซะผัดผักของผมห่วยแตกไปเลย

 

            โซเลือกซีรี่ย์ซอมบี้แบบที่ผมหันไปมองคนสมองมีปัญหาทันที นี่ใครเขาบอกให้เปิดหนังเลือดสาดแบบนี้ตอนกำลังกินข้าววะ

 

            อะไร อย่าบอกนะว่าข้าวไม่อร่อย เห้ย ไม่จริงน่า ผมหัวเราะกับท่าทางตกใจเฟค ๆ ของเธอ ก่อนจะดันหน้าผากโซให้ออกไปห่าง ๆ เมื่อเธอแกล้งขยับหน้าเข้ามาใกล้เหมือนหาเศษข้าวที่ติดอยู่ตรงปากกัน ครามมองโซแล้วทำหน้าเหมือนข้าวโซไม่อร่อยอะ

 

            แค่มองเพราะโซเลือกหนังซอมบี้มาดูตอนกินข้าวเนี่ยล่ะผมตอบแล้วยัดช้อนส้อมใส่มือเธอ จัดการได้ละโซ เลิกก่อกวนคนอื่นตอนกำลังกิน มันบาปนะ กินข้าวครับ เดี๋ยวเย็นแล้วไม่อร่อย

 

            โซทำอร่อยป่ะเธอกะพริบตาปริบ ๆ เหมือนกับพยายามจะอ้อนจนผมขนลุกผสมอาการใจกระตุกแปลก ๆ จนนึกอยากเอาช้อนควักตาของเธอแล้วก็บี้ ๆ ๆ จนดวงตาที่ทำให้ผมต้องมานั่งปวดหัวกับเพศสภาพของตัวเองอีกรอบเละเทะ ยิ่งเธอขยับเข้ามาใกล้แล้วย้ำคำถามเดิม ๆ ผมก็เริ่มพิจารณาการประทุษร้ายดวงตาของเธออย่างจริงจัง กระทั่งผมยอมชมอาหารเธอนั่นล่ะ โซถึงยอมกลับไปกินข้าวดี ๆ จริง ๆ สักที

 

            ทั้งที่โซทำตัวต๊อง ๆ แต่ผมกลับมองว่าเธอแหย่ผมอยู่ มันไม่ได้ดูน่ารักอ่อนหวานอย่างผู้หญิงคนอื่น แต่มันดูร้ายกาจแปลก ๆ ทั้งสายตาวิบวับ ทั้งริมฝีปากที่คลี่ยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าผมยอมจำนน ประกอบกับภาษากายอื่น ๆ ที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนโดนปั่นหัว

 

            คิดไปเองมากกว่า

 

            ผมสะกดจิตตัวเอง โซจะมาปั่นหัวผมทำไมกันล่ะ อาจจะแค่สนุกที่แหย่ผมที่ชอบผู้ชายได้ก็ได้

 

            อะไรบางอย่างปลิวมาชนปลายเท้าของผมที่วางอยู่ใต้โต๊ะ ผมก้มหน้าลงไปมองและพบว่ามันเป็นจดหมายสองสามฉบับ ผมโกยพวกมันขึ้นมาถือ ก่อนจะชะงักเมื่อจดหมายด้านบนสุดไม่ได้อยู่ในซอง มันถูกแกะออกโดยเจ้าของแล้ว

 

มันจะไม่อะไรเลยถ้าสายตาของผมไม่เหลือบไปเห็นข้อความน่าสยดสยองบนหน้ากระดาษเข้าก่อน ผมขมวดคิ้ว ไล่สายตาอ่านพวกมันอย่างลืมตัว

 

            มันไม่ใช่จดหมายรัก แต่เป็นจดหมายแสดงความรักแบบจิต ๆ อย่างที่ผมไม่เคยนึกเคยฝันมาก่อนว่าจะเห็นมันในโลกแห่งความเป็นจริง

 

            สตอล์กเกอร์?

           

            เดี๋ยวนะ อะ ไอ้คราบขาว ๆ นี่มันอะไรวะ

            

            แต่ผมที่อ่านไปได้แค่สามบรรทัดและกำลังจ้องคราบประหลาด ๆ ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อโซที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือมากระชากพวกมันออกไปอย่างแรง ผมมองหน้าโซที่ขยำพวกมันจนเป็นก้อนกลมด้วยมือข้างเดียว และโยนพวกมันทิ้งลงถังขยะที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ก่อนที่ผมจะพูดอะไรกับโซที่กลับมามีสีหน้าน่ากลัวอีกครั้งได้ เธอก็เอาปลายนิ้วมาแตะที่ริมฝีปากของผมเข้าก่อน

 

            แม้เธอจะไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาของเธอบอกได้ว่าเธอไม่พร้อมจะคุยกับผมเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว

 

            ผมจ้องอย่างไม่ยอมแพ้ กระทั่งเธอยอมพูดออกมา เราจะไม่คุยเรื่องนี้กันค่ะคราม

 

            แต่ว่า…”

 

            นิ้วเรียวของโซจิกลงบนริมฝีปากล่างของผมแรง ๆ แล้วทำการบุกรุกเข้ามาในโพรงปากของผมอย่างรวดเร็วจนผมผงะหงายไปด้านหลัง เธอแสยะยิ้มแล้วใช้มืออีกข้างจับไหล่ผมไว้ ละมือข้างที่เล่นปากผมออกแล้วบอกกับผมที่เม้มปากแน่นด้วยสีหน้าไร้ความปราณี ครามอยากกินข้าว หรืออยากทำอย่างอื่นกันกับโซดีคะ

 

            แล้วผมก็หันไปจ้วงข้าวเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตายทันที

 

 

 

 

 

 

น้องกลัวพี่ค่ะ ถถถถ             

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านมากเลยนะคะ คิดเห็นอย่างไรบอกเราบ้างน้า ^^

 >>FACEBOOK<< 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.016K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,371 ความคิดเห็น

  1. #1361 wuddyy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 23:00
    กลัววววววววว
    #1,361
    0
  2. #1347 gabriel.la(: (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 14:20
    ไม่รู้ว่าโรคจิตหรืออิพี่น่ากลัวกว่ากัน แต่แค่น้องคร้าบกับเรียกพี่นี่เสียอาการนะคะ
    #1,347
    0
  3. #1339 heutesprecheich (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 05:36
    ฮืออ ดุมากพิโซ
    #1,339
    0
  4. #1336 jonginshi88 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 20:34
    พี่โซลุนแลงงงงงงว
    #1,336
    0
  5. #1300 maybee23 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 23:14
    คุณโซอย่าทำให้น้องกลัวสิ555
    #1,300
    0
  6. #1279 amahcnas (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 23:28
    กลั้นขำไม่ไหวละ 555555 อิพี่โซโคตรร้ายกาจ
    #1,279
    0
  7. #1268 NamKudos (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 14:02

    อีพี่น่ากลัวจริงงงงง

    #1,268
    0
  8. #1248 pcy921 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 10:21
    คนที่ครามเห็นตอนอยู่หน้าห้องแน่เลยเนอะ
    #1,248
    0
  9. #1234 Gnv-Je (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 22:43
    พี่โซใช้ฟิลเตอร์สัตว์เลี้ยงหรือลูกน้อยกับน้องคะ 55555
    #1,234
    0
  10. #1223 SOUGIYA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 19:07
    เวลาพี่โซเขินก็เขินตามพี่โซตลอดเลย โอ๊ยย อยากให้ครามรู้ความจริงเร็วๆจัง
    #1,223
    0
  11. #1201 vy0Cik (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 14:57
    พี่นี่โรคจิตนิดๆไหมคะ แกล้งน้องจังเล้ยยยย เนียนอีก5555555
    #1,201
    0
  12. #1178 ZiRbuT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 16:29
    ขำ55555
    #1,178
    0
  13. #1175 WONGA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 09:25
    กีสสสส ตามเรื่องนี้มาจากในทวิต แงน่าติดตามมากค่ะสนุกมากกก
    #1,175
    0
  14. #1169 anongnart2545 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 22:51
    น้องกัวแล้ววว
    #1,169
    0
  15. #1161 oohyanisa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 17:49
    โซมีสตอกเกอร์ตาม?
    #1,161
    0
  16. #1139 sehun-hunhan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 00:13
    อยากให้ครามรู้ความจริงแล้วอ่าาา
    #1,139
    0
  17. #1117 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 22:52

    อีพี่โซชักนะน่ากลัวไปแล้วนะแก

    #1,117
    0
  18. #1042 [ May! Nie! Mo! ] (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 20:28
    เงาอะไร พี่โซรึกแรงจังค่า
    #1,042
    0
  19. #979 vviwian (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 18:42
    อิพี่โซ นี่หาเศษหาเลยไปทั่ว อยากบอกน้องว่าอย่าไปเชื่อมันมาก ดูซิ ตกหลุมพรางไปกี่ครั้งเเล้ว อิพี่มันร้าย เชื่อในสัญชาตญาณตัวเองซะ
    #979
    0
  20. #953 GaoSeob (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 11:19
    โซมีสตอลเกอร์ตามหรอ กรี้ดดดดด ครามต้องย้ายมาอยู่กับโซแล้ว ว่าแต่โซไม่มีข้าวของผู้ชายให้ครามสงสัยหน่อยหรอ 5555555
    #953
    0
  21. #950 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 11:04
    ชอบตอนพี่โซเขินอ่ะ คนอะไรเขินแล้วเอาบดกับกำแพง5555555555555555555
    #950
    0
  22. #923 manabi kaminaga (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 21:59
    อ่อนไหวกับโซ แต่อยากได้พี่สกาย...
    #923
    0
  23. #919 JMpalmy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:39
    โอ๊ยโซ แกน่ากลัวอะ
    #919
    0
  24. #886 bgks_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 01:23
    ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน555555
    #886
    0
  25. #769 Aphodite (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 00:42
    นี่อ่านตอนพี่โซ เขินน้องคราม อินี่ก็ใจบางไปหมดเลยค่ะ
    #769
    0