[จบ] พี่ชายครับ ไปนั่งกินหมูกระทะเป็นเพื่อนผมหน่อย [yaoi] สนพ.รักคุณ

ตอนที่ 9 : 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,820
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    2 ก.พ. 61

หลายคนไม่กินเนื้อ หลายคนเป็นมัง ผมผู้กินทั้งเนื้อทั้งผักมักจะไม่มีปัญหาอะไรกับกลุ่มคนเหล่านั้น ส่วนหนึ่งเพราะนั่นเป็นชีวิตของเขา นี่ก็เป็นชีวิตของผม ถ้าเขาไม่กินเนื้อผมก็ไม่คิดจะไปบังคับ และสำหรับฝ่ายนั้นเองก็ไม่คิดจะมาบังคับให้ผมกินแต่ผักแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นานๆ ทีผมจะได้มีโอกาสเจอคนบางส่วนที่มองว่าเรื่องรสนิยมการกินของผู้อื่นนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อการเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมหาศาล และนี่ก็เป็นหนึ่งในโอกาสนั้น ถึงจะไม่เลวร้ายเท่า แต่ผมก็ขอรวมมันอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน

 

            ผมคีบสามชั้นที่สุกกำลังดีสีขาวสลับชมพูโดยมีน้ำมันหยดเล็กหลายหยดเกาะให้เห็นจะๆ ตาเข้าปากพร้อมกับกระเทียมเม็ดใหญ่ที่สุกจนเกือบไหม้ไปด้านหนึ่ง รสชาติของหมูในวันนี้ทำให้อารมณ์ของผมดีกระเตื้องขึ้นไปสองระดับ แม้ว่าจะได้ยินเสียงหึ่งๆ ของใครบางคนที่บ่นไม่หยุดปาก ว่าด้วยเรื่องของบาปบุญคุณโทษของการกินสัตว์ใหญ่กลางร้านหมูกระทะที่มีหมูและเนื้อกองพะเนินวางอยู่เต็มโต๊ะโดยไม่ดูสี่ดูแปดใดๆ ทั้งสิ้น

 

            ผมเหลือบตาขึ้นมองคนพูดที่กำลังคีบกุ้งตัวแดงแจ๋ลงหม้อริมสุดทั้งที่ปากยังบ่นไม่หยุด ผมแอบได้ยินเฮียหมูถอนหายใจเสียงเบา พอเห็นว่าผมมองอยู่เฮียก็เอื้อมมือมาจับหัวผมให้หันไปทางเตาหมูกระทะตามเดิม ความจริงผมก็ไม่ได้โกรธอะไรพี่ผู้หญิงที่บ่นไม่หยุดคนนั้นหรอก ผมแค่รำคาญเขาหน่อยๆ ผสมกับระคายหูนิดนึง เฮียเองก็คงเหมือนกัน เพียงแต่เฮียทำหน้านิ่งเหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น นอกจากเสียงฉ่าจากหมูกระทะตรงหน้า

 

            โต๊ะเรามีกันแปดคน เฮียหมูอยู่ด้านซ้ายมือของผม เก้านั่งอยู่ด้านขวาตรงข้ามกับตี๋ ตรงข้ามเฮียคือพี่เอ็ม คนที่อยู่ระหว่างพี่เอ็มกับตี๋คือพี่เต้ย ความจริงแล้วสมาชิกควรมีแค่นั้นพร้อมกับหมูกระทะสองหม้อ แต่โต๊ะเล็กที่ติดกันก็มีคนมานั่งด้วยทันทีที่พวกเราหย่อนก้นลงเก้าอี้ และคนพวกนั้นคือพี่สาวสวยเป๊ะหุ่นสลิมเพล็กซ์สองคนที่เหมือนว่าจะรู้จักกับพวกเฮียหมู เพราะทั้งคู่เอาแต่หันมาคุยกับเฮีย ไม่สิ พี่สาวผมยาวน่ะคุยกับเฮียที่ทำหน้านิ่งแต่คลี่ยิ้มรับ ส่วนพี่สาวผมสั้นเอาแต่บ่น

 

            ผมเหลือบมองไปรอบโต๊ะ รู้แล้วว่าทำไมสองคนนั้นถึงเอาแต่คุยกับเฮีย เพราะพี่เอ็มยัดหมูเข้าปากแบบนันสต็อป ชนิดที่ว่าไม่หยุดเคี้ยวให้ใครเอ่ยทัก พี่เต้ยเอนหลังคุยอะไรบางอย่างกับตี๋เสียงเบาเหมือนสร้างโลกส่วนตัว ส่วนเก้าก็เอาแต่กดโทรศัพท์ไม่หยุด มันจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องกระทะในจังหวะที่หมูสุกพอดีแล้วใช้วิชานินจา คีบมันตัดหน้าตี๋ได้อย่างน่าคว่ำกระทะใส่

 

            เดี๋ยวบอสไปเอาหมี่หยกเพิ่มแป๊บผมลุกยืนระหว่างที่กระซวกหมูที่สุกจนเกือบเกรียมสีน้ำตาลไหม้กลิ่นหอมหวนชุ่มน้ำจิ้มเข้าปาก บริเวณส่วนที่ไหม้ค่อนข้างกรอบแต่ส่วนที่อื่นกลับนุ่มกำลังดีและเยิ้มไปด้วยมันหมู ใครเอาอะไรเพิ่มมั่ง

 

            “คว้าอะไรได้ก็เอามาให้หมดผมมองพี่เต้ยที่ยักคิ้วให้แล้วเกือบยิ้ม ความเห็นตรงกันเช่นนี้น่าจะอยู่ด้วยกันได้นาน

 

            เดี๋ยวเฮียไปด้วย ปล่อยบอสไปคนเดียวเดี๋ยวได้หยิบมาแต่หมี่หยก ตัดกำลังจะตายยังจะหยิบมาอยู่ได้เฮียหมูพูดอย่างรู้ทันแล้วลุกขึ้นตาม ผมเงยหน้าขึ้นให้เฮียเอาทิชชู่เช็ดขอบปากให้อย่างเคยชิน ผมมากับเฮียบ่อยมาก และเฮียก็ช่วยเช็ดปากเช็ดแก้มให้ผมบ่อยมากเช่นกัน ผมปลาบปลื้มในใจได้เจ็ดวินาทีก่อนที่เฮียจะหันไปหาสาวสวยสองคนที่นั่งอยู่ถัดกันแทน แก้มกับปลาเอาอะไรเพิ่มมั้ย เดี๋ยวเราหยิบเผื่อ

 

            รอยยิ้มละมุนอุ่นโกโก้ของเฮียถูกเผื่อแผ่ขึ้นอีกครั้ง เฮียยิ้มเปลืองมาก เรี่ยราดสุดๆ

 

            ไม่เอาหรอก เราว่าจะพอแล้ว อ้วนแย่แล้วพี่สาวผมยาวหน้าจิ้มลิ้มยิ้มอ่อนหวาน

 

            เราไม่ได้อยากมาร้านหมูกระทะด้วยซ้ำพี่สาวผมสั้นที่คีบกินแต่กุ้งกับผักบุ้งที่เหี่ยวแสนเหี่ยวกลอกตา

 

            ผมดึงแขนเฮียให้เดินออกมาเอาของทันที ในเมื่อพี่เขาไม่เอา เราก็ไม่ควรรีรอ สามชั้นรอเราอยู่

 

            แต่เผลอเพียงเสี้ยววินาทีเฮียก็เป็นดึงมือผมมากุมไว้แทน ผมขมวดคิ้วนิดหน่อยอย่างเริ่มสงสัยว่าเขาพับแขนมาจับมือผมตอนไหน แต่พอเรามาถึงโต๊ะของสดตรงกลางผมก็เลิกใส่ใจ ดึงมือหนีจากเฮียแล้วคว้าสามชั้นสามจานและหมูหมักซอสอีกสอง ตบท้ายด้วยเนื้อสไลด์บางเฉียบอีกสี่ พวกนั้นเฮียถือคนเดียวเกือบหมด ใครๆ ต่างก็มองตามตอนที่เฮียเอาจานหมูหมากาไก่หกจานวางเทินแขนแล้วเดินตัวปลิวกลับโต๊ะด้วยท่าทางเหมือนกำลังเดินอยู่บนแคทวอร์ค ผมที่ยืนถือจานที่เหลือมองตามแผ่นหลังของเฮีย เผื่อว่าเฮียจะฟูลเทิร์นกลางร้าน ผมจะได้ไม่พลาดช็อตเด็ด

 

            ตอนผมกลับมาอีกครั้งพร้อมกับหมี่หยกที่คว้ามากวนประสาทเฮียเล่น เฮียก็กำลังอ้าปากรับเอาสามชั้นเกรียมสีเข้มจากพี่สาวผมยาวที่ผมจำชื่อไม่ได้ ผมถือหมี่หยกค้าง หวิดทำสามชั้นตกพื้นไปสอง โชคดีที่สกิลของผมมันสูงเกินกว่าจะมาแข้งขาอ่อนให้อับอายขายขี้หน้าประชาชี เลยนั่งบนเก้าอี้ได้ดีๆ โดยที่อาการขาเปลี้ยเพลียแรงดูไม่เด่นชัดนัก

 

            เฮียหันขวับมามองผมจนผมหางม้าของเฮียปลิวสะบัดแทบไปชนหน้าพี่สาวคนนั้น ปากเฮียเคี้ยวหมูหยุบหยับไม่หยุด ผมรอให้เฮียเคี้ยวเสร็จเพราะเฮียจะไม่ยอมพูดจนกว่าจะเคี้ยวอาหารหมดปากไม่เหลือกระทั่งเศษเสี้ยว จังหวะที่ผมรอคอยมาถึงเร็วกว่าที่คิดเพราะเฮียเคี้ยวเต็มสปีด พอเฮียอ้าปากเตรียมพูดอะไรปุ๊บ ผมที่นั่งเป่าหมูหมักซอสเผ็ดที่เริ่มเกรียมชิ้นพอดีคำแบบที่เฮียชอบให้หายร้อนก็ยัดมันเข้าปากเฮียทันที

 

            เคี้ยวแล้วกลืนผมสั่งและเฮียก็ทำตาม ถึงจะทำไปแล้วทำตาพราวและกลั้นขำไปด้วยก็ตาม ระหว่างหมี่หยกกับวุ้นเส้นเฮียจะเอาอะไร

 

            เฮียกลอกตาให้กับตัวเลือกของผม ถึงแม้ตาจะเล็กมากแต่ก็ยังพอเห็นว่าตาดำเฮียไม่ได้อยู่ที่เดิม เขาเอาตะเกียบชี้ไปที่เนื้อที่ส่งเสียงฉ่าและเริ่มหายแดง ยักคิ้วและอ้าปากรอเหมือนจะบอกว่าจะป้อนก็ป้อนมา ผมระบายยิ้มแบบหล่อลากไส้ เฮียนิ่งไปเมื่อเห็นว่าผมยิ้ม พร้อมทั้งอ้าปากเตรียมคอมเม้นท์รอยยิ้มของผม แต่ผมก็ใช้จังหวะนั้นยัดหมี่หยกทั้งก้อนพร้อมกระเทียมเจียวเข้าปากเฮียแทน

 

            เคี้ยวผมสั่งอีกรอบ เฮียหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วยอมเคี้ยวตาม แล้วฮ้อน!”

 

            หมูที่ขึ้นจากกระทะมาหมาดๆ ที่เหมือนอาบเลือดมากกว่าจะอาบน้ำจิ้มถูกยัดเข้าปากผมอย่างรวดเร็วจนผมตาเหลือก เฮียหมูยักคิ้วอย่างผู้ชนะ ผมกดสายตามองเฮีย พวกเราฟาดฟันกันผ่านทางสายตาเกือบสองนาที กระทั่งพี่เอ็มเอื้อมมือมาผลักหัวเฮียหมูจนหน้าผากกระแทกกับหน้าผากผมที่ก็โดนเก้าผลักหัวเช่นกัน

 

            พี่เอ็มชี้หมูกระทะ ทำนองว่าพวกมึงรีบก้มหน้าไปกินมันต่อเดี๋ยวนี้ เฮียหมูฉีกยิ้มหล่อลากเป็นทัพหน้าแล้วตักหมูให้พี่เอ็มอย่างเอาใจโดยไม่ลืมเผื่อแผ่มายังคนที่เหลือ ผมที่หันไปขอบคุณก็สบตาเข้ากับพี่สาวสองคนที่มองมาทางผมอย่างเหวอๆ ผมโอบหมับเข้าที่ไหล่เฮียจนเฮียเผลอขมวดคิ้วกับตัวเองแล้วหันมาเลิกคิ้วข้างเดียวใส่ แต่พอเห็นว่าผมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วหันไปกินต่อทั้งที่ยังโอบเฮียอยู่ เฮียก็มองผมแล้วส่ายหัว จากนั้นก็หันกลับไปเอง

 

            บอสเฮียเรียกเสียงเบาเหมือนไม่อยากให้ใครได้ยินแต่โต๊ะนี้ดันมีกขคนั่งสลอนอยู่หก ผมเอียงคอไปหาทั้งที่ปากยังเคี้ยวหมี่หยกอยู่จนแก้มพอง เฮียชอบเด็กที่กินเหมือนยัดห่ามากกว่าคนที่กินน้อยๆ นะ

 

            ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเฮียกำลังทำหน้ายิ้มแบบรู้ทัน มันเป็นขั้นกว่าของยิ้มช็อคโกแลตร้อน เพราะเหมือนเผลอเอาช็อคโกแลตรสพริกลงไปชงด้วย ผมเบื่อที่เขารู้ทันว่าผมป้อน (ยัด) อาหารเข้าปากเฮียไปทำไม เลยเสยัดหมูเข้าปากจนมันแทบกระฉอกออกมาจากคอมากกว่าเดิมแทน

 

            ทีนี้ก็เอาแขนออกได้แล้ว เฮียยื่นมือไปคีบหมูไม่ถนัด

 

            “เดี๋ยวคีบให้

 

            “นี่เห็นเฮียเป็นง่อยเหรอ

 

            สุดท้ายพอผมเถียงไม่ได้ ก็ได้แต่กลอกตาเป็นโลโก้แมคโดนัลด์แล้วต้องยอมปล่อยมืออย่างเสียมิได้

 

 

 

                โอโคโนมิยากิหรือพิซซ่าญี่ปุ่นเป็นเหมือนไซด์ดิชจานดังของร้านหมูกระทะแห่งนี้ สาเหตุหลักที่พวกเฮียชวนเรามากินที่นี่แทนที่จะเป็นร้านประจำนั้น นอกจากจะมีรีวิวดีก็เพราะมีเจ้าพิซซ่าญี่ปุ่นชิ้นเท่าหน้าผมนี่แหละ

 

            ผมอิ่มหมูอิ่มเนื้อจนจุกเพราะซัดเหมือนยัดห่า ยังไม่ทันที่น้ำย่อยในกระเพาะจะออกมาทำหน้าที่ พี่เต้ยก็ลุกพรึ่บ ลากตี๋แล้วเดินไปคว้าโอโคโนมิยากิหกจานมาวางไว้พอดีจำนวนคน ผมก้มหน้ามองแผ่นแป้งที่มีส่วนผสมของกะหล่ำปลี แครอท ไข่ไก่ กุ้งแห้งฝอยและไส้กรอกรูปสามเหลี่ยมตรงหน้า ถึงท้องจะประท้วงว่าห้ามยัดมันลงมาเด็ดขาดถ้าไม่อยากกลิ้งกลับบ้าน แต่มือที่ถือส้อมของผมไม่ทำตามคำสั่งของท้องแต่อย่างใด สมองของผมสั่งการให้รีบยัดอาหารที่กำลังส่งกลิ่นยั่วยวนเหมือนหญิงสาวในชุดบิกินี่เข้าปากบัดเดี๋ยวนี้ และมือก็ทำตามคำสั่งของสมองอย่างเคร่งครัด

 

            เครื่องในแป้งนั้นเต็มปากเต็มคำและพากันให้รสชาติอย่างเต็มที่ พวกมันเข้ากันได้ดีกับซอสผสมมายองเนสรสหวานอมเผ็ดที่ถูกราดไว้อย่างพอดี ความกรอบจากปลาโอแห้งและสาหร่ายที่ถูกโรยทับก็ยิ่งเสริมแต่งรสชาติให้พิซซ่าชิ้นนี้อย่างดีเยี่ยม

 

            ผมเอียงหน้าไปทางเฮียเมื่อรับรู้ได้ว่ามีนิ้วโป้งนุ่มๆ มาปาดขอบปาก เฮียหมูยิ้มจนตาเกือบหายอีกครั้งตอนที่ช่วยเช็ดซอสที่เลอะปากผมให้ ผมหันหน้าไปหาเฮียอย่างเต็มที่ อยากเช็ดตรงไหนก็ตามสบาย ผมยินดีที่จะนั่งนิ่งๆ ให้เฮียช่วย

 

            บอสดูฟินมากจริงๆเฮียเลียนิ้วโป้งที่เปื้อนซอสจากมุมปากของผมด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่มันกลับทำผมแทบทุบโต๊ะแล้วดึงเฮียมากก เฮียไม่รับรู้ว่าเพ้อเจ้อของผมแต่อย่างใด เขาจัดการใช้ส้อมหั่นโอโคโนมิยากิเป็นชิ้นพอดีคำแล้วเอาเข้าปาก ผมนั่งสอดส่องหารอยเปื้อนบนปากเฮียบ้าง แต่เฮียกินแบบผู้ดี หาให้ตายชาตินี้ก็คงไม่เจอ

 

            อีกนิดเดียวบอสก็เกือบขึ้นสวรรค์แล้วล่ะผมตอบตามจริง และถึงแม้ที่ผมพูดจะจริงจังสุดๆ แต่ดันเรียกเสียงหัวเราะได้จากคนทั้งวง ขนาดพี่สาวผมสั้นคนนั้นยังยิ้มน่ะคิดดู

 

            ผมมองรอยยิ้มของเฮียแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ เฮีย ขอเบอร์หน่อย

 

            คำพูดที่ดังทะลุขึ้นกลางวงเรียกความสนใจได้ไม่น้อย ขนาดไม่หันไปมองยังรู้สึกได้เลยว่าสายตาล้อเลียนของตี๋กับเก้ากลายร่างเป็นลูกศรแล้วจิ้มหลังคอผมจนแทบพรุน

 

            เลขละห้าบาทเฮียเอนหลังลงกับเก้าอี้ ยกมือขึ้นกอดอกและยักคิ้วดูน่าเอาตะเกียบจิ้มตาทะลุหลังหัว

 

            อยากให้เค้าแทบตายยังเล่นตัวฉิบหาย ดูเพื่อนมึงสิเต้ยเสียงกาเหว่กาเหว่าดังมาจากทางพี่เอ็มที่ดูยังไงคนพูดก็จงใจพูดให้ชาวบ้านได้ยินไปทั้งร้าน

 

            กูพนันว่าไม่เกินห้านาที เดี๋ยวหมูมันก็หยิบโทรศัพท์น้องมากดเบอร์เองพี่เต้ยที่นั่งเท้าคางอยู่พูดด้วยรอยยิ้มมุมปากพูดรับมุกต่ออย่างรู้งาน

 

            กูพนันว่าห้าวิ กูพูดจบปุ๊บมันคว้าโทรศัพท์น้องปั๊บพี่เอ็มตบแบงค์ยี่สิบลงบนโต๊ะดังเปรี้ยง ตามมาด้วยแบงค์ห้าสิบของพี่เต้ยที่วางลงตามมาติดๆ

 

            ผมหันไปมองหน้าเฮียที่กำลังหรี่ตา ทำเหมือนเลือกไม่ถูกว่าจะเล่นงานเพื่อนคนไหนก่อนดี ไม่เป็นไรนะเฮีย ถ้าเฮียตัดสินใจไม่ได้เดี๋ยวบอสช่วยเอง

 

            ผมยัดโทรศัพท์ตัวเองลงในมือเฮียอย่างรวดเร็ว พอเฮียหันมาทำตาเข้ม ผมก็ร่ายยาว ถ้าเฮียให้เบอร์ผมเลย เฮียจะได้ตังค์ห้าสิบบาทจากพี่เต้ยในฐานะคนที่ทำให้พี่เอ็มชนะพนัน แต่ถ้าเฮียรอไปอีกห้านาทีแล้วพี่เต้ยชนะพนัน เฮียจะได้แค่ยี่สิบบาท ก็เลือกเอานะ ยี่สิบบาทเฮียจะได้มาม่าสองห่อจากเซเว่น แต่ถ้าห้าสิบบาทเฮียจะได้ชายสี่หมี่เกี๊ยวหน้าเซเว่นแทน

 

            “ถ้าสอบแกทแพทเชื่อมโยง ไอ้เด็กนี่คงได้เต็มพี่เอ็มคอมเม้นท์

 

            กูล่ะอยากเอาน้องกลับไปเล่นที่บ้านจริงๆพี่เต้ยระบายยิ้ม

 

            เพื่อนผมครับเพื่อนผมเก้าโหวกเหวก ถึงจะไม่รู้ว่ามีผมเป็นเพื่อนมันน่าอวดยังไง แต่ผมจะนับว่ามันเป็นคำสนับสนุนแล้วกัน

 

            ความจริงมาม่าก็อร่อยนะตี๋พึมพำแล้วโดนสายตาพิฆาตจากพี่เอ็ม พี่เต้ยแล้วก็เก้าหันขวับไปจ้อง ขอบคุณทุกคนที่ช่วยทำหน้าที่แทน ผมไม่ว่างเพราะจ้องเฮียอยู่

 

            เฮียหมูหลุดหัวเราะดังพรืด ใช้เวลาสองวิในการกดหมายเลขโทรศัพท์ลงในเครื่องของผมแล้วส่งคืนให้ด้วยรอยยิ้มของ หลิง เหยา ชายสี่ฟังดูดีกว่าจริงๆ นั่นแหละ

 

            ผมกระตุกยิ้มรับ คว้าโทรศัพท์คืนแล้วเอื้อมมือไปหยิบแบงค์ห้าสิบที่พี่เต้ยตบลงบนโต๊ะเมื่อครู่มาอย่างรวดเร็วเหมือนกลัวพี่เอ็มจะดึงมันมาถือไว้ทัน พี่เต้ยยกมือสองข้างเสมอไหล่เหมือนยอมแพ้แล้วหัวเราะหึ ทำนองว่าห้าสิบบาทขนหน้าแข้งกูไม่ร่วงหรอก และใช่ ห้าสิบบาทคงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งเส้นไหนของพี่เต้ยร่วงหรอก

 

            คนอื่นหันกลับไปสนใจโอโคโนมิยากินชิ้นใหญ่ตรงหน้าตามเดิมแล้ว ส่วนผมที่ฟาดพิซซ่าญี่ปุ่นจนเรียบไม่เหลือแม้กระทั่งหยดซอสบนจานก็กำลังนั่งจ้องตัวเลขสิบหลักในโทรศัพท์มือถือ ผมกระตุกชายเสื้อเฮียสองทีเรียกให้เฮียที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่หันมามองแล้วจัดการกดชัตเตอร์ดังแชะ ตั้งรูปหน้าเฮียในรายชื่อผู้ติดต่อเสร็จสรรพเป็นอันจบพิธี

 

            เท็กซ์มาหาเฮียด้วยนะ จะได้รู้ว่าเบอร์ไหนเบอร์บอสเฮียบอกและผมก็ทำตามคำสั่งทันที พร้อมทั้งส่ง (ยัดเยียด) รูปนักเรียนแนบไปด้วย ผมไม่เคยเซฟรูปหน้าตัวเองในโทรศัพท์มือถือเลยสักรูป รูปไหนมีผมรูปนั้นมีพ่อแม่พี่เทนหรือไม่ก็ตี๋กับเก้ามาเป็นตัวแถมอยู่ด้วย

 

            รูปนักเรียนเนี่ยนะเฮียหมูขำก๊าก ผมก้มมองรูปนักเรียนของตัวเองในมืออย่างไม่เข้าใจ รูปนี้ผมถ่ายก่อนตัดหัวเกรียนเพราะต้องเรียนรด. ผมยังดกดำดูดี มีตรงไหนน่าขำกัน มาถ่ายรูปคู่กันดีกว่า

 

            “ไม่ บอสไม่ชอบถ่ายรูปตัวเองผมทำตาแข็ง เอนตัวหนีมือเฮีย แต่ฝ่ามือของเฮียก็คว้าหมับเอาที่หลังคอแล้วออกแรงกระชากจนคอผมแทบเคล็ด ผมทำหน้านิ่งจ้องหน้าตัวเองกับเฮียหมูในหน้าจอโทรศัพท์ เฮียกดแชะรัวๆ จนน่าจะได้รูปคู่ของพวกเราเกือบยี่สิบรูป แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าหน้าผมเหมือนกันทุกรูป

 

            เฮียหัวเราะชอบใจแล้วยื่นมือมายีหัวที่มีแต่เส้นผมสั้นเตียนของผม ผมที่เห็นแบบนั้นก็โวยวายไม่ลง เลยได้แต่ปล่อยตามเลย ผมมองเลยเฮียไปยังพี่สาวสองคนที่ยังคงปักหลักกันอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือมีโอโคโนมิยากิแบบพวกเราวางอยู่ตรงหน้า สองคนนั้นเบิกตามองผมเหมือนเห็นผี ผมได้แต่ยักไหล่กับตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ ก็ถ้าเทียบผมกับสองคนนั้นแล้ว ผมอาจจะดูครึ่งผีครึ่งคนไปเลยก็ได้

 

            ความคิดไร้สาระของผมดูปัดกระเด็นออกจากหัวเมื่อโทรศัพท์ของผมมีไลน์เด้งขึ้นมาใหม่ ผมชะโงกหน้าไปหาเฮียแล้วเขย่าโทรศัพท์ที่โชว์สติ้กเกอร์หมี Bac Bac’s Diary สามตัวติดใส่หน้าเฮีย

 

            เพื่อ?”

 

            เฮียไม่ตอบ เอาแต่ยักคิ้วยักไหล่ ผมส่ายหัวแล้วส่งริลัคคุมะสามตัวกลับไปให้เท่าเทียมแทน

 

            @Bostonintheblue ‘ชาบูไม่เหมือนกับสุกี้ฉันใด หมูกระทะก็ไม่ใช่หมูจุ่มฉันนั้น

            Replying to @Bostonintheblue ‘แล้วมันต่างกันยังไง

            Replying to @fromtheAberdeen ‘สะกดต่างกัน

            Replying to @Bostonintheblue ‘บางทีเฮียก็คิดนะ ว่าบอสกวนตีนเฮียอยู่รึเปล่า

            Replying to @fromtheAberdeen ‘บ้า เฮียอะคิดมาก /ทำเสียงซอล

            Replying to @Bostonintheblue ‘เกลียด!





ว่าด้วยเรื่องของเด็กสถาปัตย์ ไม่ว่าจะอ่านในฟิค นิยายหรือการ์ตูน เราจะพบว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่มีงานเขียนแบบและตัดโมเป็นหลัก งานเขียนแบบและตัดโมนั้น อ่านอย่างไรก็ได้แค่หกพยางค์ ถ้าตัดคำว่า และก็เหลือห้าพยางค์ แต่เห็นมันมีแค่ไม่กี่พยางค์อย่างนี้ เชื่อหรือไม่ว่ามันสามารถทำให้เด็กคณะนี้ไม่เป็นอันกินอันนอนและกลายสภาพเป็นซอมบี้ทุกครั้งในช่วงที่เดือด

 

            ผมยืนถือก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สามถุงกลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลายเหมือนพยายามปั่นประสาทให้ผมหยิบมันขึ้นมาแกะกิน แต่ของพวกนี้ไม่ใช่ของผม แต่เป็นของที่ซื้อมาให้พี่เทนและผองเพื่อนที่ตอนนี้น่าจะกำลังกลายร่างเป็นผีดิบอยู่หลังประตูบานนี้ นอกจากก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่แล้วยังมีกาแฟดำเข้มเป็นพิเศษให้พี่ชาย ผมในฐานะเด็กส่งข้าวส่งน้ำเคาะประตูสามที ยืนรออีกสามนาที พอเห็นไม่มีใครมาเปิดก็เปิดเข้าไปเอง

 

            ภายในห้องนั้นพวกพี่ๆ นั่งหน้าดำคร่ำเครียดตัดโมโดยที่มีอุปกรณ์หลายอย่างกองอยู่เต็มพื้น ไม่มีใครหันมามองผมที่เปิดประตูเข้าไปใหม่แต่อย่างใดเพราะกำลังเพ่งสมาธิอยู่กับงาน ผมไม่คิดจะก่อกวนพวกเขาไปมากกว่านี้ เลยทักทายเพื่อนพี่เทนสั้นๆ แล้วจัดการเดินหลบสิ่งกีดขวางเข้าไปในครัว วางของไว้ลงบนโต๊ะ คว้าเงินที่พี่ๆ วางทิ้งไว้ยัดกระเป๋าแล้วเตรียมกลับ

 

            เห้ย บอส รีบไปไหนวะพี่ชายในสภาพครึ่งผีครึ่งคนเดินเกาหัวยุ่งๆ ของตัวเองออกจากห้องตามผมมา ผมขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นบุหรี่จากตัวพี่ จากที่เน่าอยู่แล้วกลายเป็นเน่ากำลังสอง

 

            ไม่ไปปั่นงานอะ กำลังเดือดไม่ใช่เหรอ

 

            พี่เทนไม่ตอบแต่ยัดกุญแจรถใส่มือผมมาแทน ผมมองมันสลับหน้ากับพี่ ยักคิ้วข้างเดียวอย่างที่น่าจะดูน่าต่อยพอควรให้พี่ชายแทนคำถาม

 

            กุญแจรถหมู มันนอนอยู่ในห้อง เอามันกลับไปด้วย

 

            ผมเหวอไปสองวิ ทวนคำพูดพี่ในใจอีกสองรอบ จากนั้นก็เดินตามพี่เทนกลับเข้าไปในห้อง เฮียหมูนอนอืดอยู่บนฟูกกลางห้องนอนอย่างที่พี่เทนว่า ผมก้มมองเฮียที่ดูเหมือนกำลังหลับสบายทั้งที่ตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง เอามือไปโบกไหวๆ ตรงหน้าเฮียแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ

 

            ทำไมเฮียมาอยู่นี่ แล้วทำไมเฮียใส่เสื้อพี่เทน

 

            เมื่อวานมันหอบไอ้เตี้ยมาให้ เห็นว่ามันดึกแล้วเลยให้มันมานอนนี่คำอธิบายของพี่เทนสั้นและกระชับมาก เรียกได้ว่าตัดน้ำออกหมดจนเหลือแต่เนื้อที่ไม่สามารถทำให้ผมเข้าใจอะไรได้มากขึ้นเลย พี่เทนเหมือนจะเห็นเครื่องหมายคำถามแปะอยู่กลางหน้าผากของผม เลยยอมช่วยอธิบายต่อให้อีกหน่อยนึง เตี้ยมันไปเมาร้านที่หมูขึ้นแสดงทั้งที่งานก็ยังไม่เสร็จ หมูมันปราณีหอบไอ้เตี้ยมาให้ แต่มันดันอ้วกรดเสื้อไอ้หมูเละเทะ หมูเลยต้องใส่เสื้อพี่ สงสัยอะไรเยอะแยะ เป็นพ่อไอ้หมูเหรอ

 

            พ่อทูนหัวผมตอบหน้าตายและพี่เทนก็สำลักน้ำลายทันที

 

            พี่เทนส่ายหน้าให้ผมเหมือนเหนื่อยใจเสียเต็มประดาแล้วทำท่าจะให้ผมรับผิดชอบชีวิตเฮียหมูต่อเอาเอง ผมมองตามแผ่นหลังของพี่สักพักใหญ่ ก่อนจะหันมามองคนที่นอนกินบ้านกินเมืองตามเดิม

 

การปลุกเฮียหมูนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่ดีดหน้าผากสองที (แล้วก็โดนเฮียตบหัวจนเห็นดาว) เฮียก็งัวเงียตื่นขึ้นมามองหน้าผมแล้ว

 

กลับกันเฮีย

 

เฮียหมูมองผมด้วยดวงตาปรือๆ สักพักก็พยักหน้าเบาๆ แล้วทำท่าจะหลับต่อ ผมรั้งไม่ให้เขาเอาหน้าซุกหมอน ยื้อยุดกันอยู่นานกว่าเฮียจะยอมตื่นได้เต็มตา มันน่าเสียใจนิดหน่อยที่เฮียไม่ได้ตื่นเต็มตาเพราะผม แต่ตื่นเต็มตาและสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันทีเพราะก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สูตรคุณยายที่ผมเอามาล่อ

 

ผมรอให้เฮียไปล้างหน้าล้างตา คว้าเอากระเป๋าผ้าที่มุมห้อง เอาเสื้อที่พี่เทนใจดีช่วยเอาไปซักให้ก่อนที่พวกเราจะไปลาพี่ๆ คณะสถาปัตย์ที่ดูเหมือนไม่ได้นอนเลยสักนิดแล้วจึงไปหาก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่เฮียตั้งหน้าตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ

 

เพราะผมกินข้าวกลางวันไปแล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบจากดาเมจก๋วยเตี๋ยวคุณยายเส้นกรอบหอมไก่ที่เฮียตักเข้าปากมากนัก เฮียใช้เวลาไม่นานในการจัดการสูบทุกอย่างลงกระเพาะ

 

ไปเดินท่ามหาราชกันไหม

 

ผมที่กำลังมองเฮียเพลินมองเขาอย่างงุนงงกับคำชวนไร้ที่มาที่ไปกลางร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่ค่อนข้างจะร้อนตับแตกเพราะพัดลมตัวที่ตั้งอยู่เหนือหัวพวกเรามันไม่ทำงาน อารมณ์ไหน

 

จะไปเที่ยวนี่ต้องมีอารมณ์ด้วยเหรอ ความกวนตีนของเฮียค่อนข้างน่าเอาจานฟาด อยากบอกเขาเหลือเกินว่าถ้ามีอารมณ์ก็มาเคาะห้องผมได้ ประตูห้องนอนผมเปิดอ้าเพื่อเฮียตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแข่งกับเซเว่นอีเลฟเว่น หยอก เฮียเห็นเราว่าง เมื่อวานอ่านรีวิวในเน็ตแล้วอยากไปด้วย

 

บอสว่าง แต่เฮียน่ะไม่ว่าง จะสอบน่ะอ่านหนังสือแล้วเหรอผมเท้าคางตามเฮียแล้วเอียงคอกวนประสาทคนที่ระบายยิ้มเต็มหน้า

 

เฮียไม่ใช่เด็กแถวนี้ที่จะอ่านหนังสือสองวันก่อนสอบนี่ เฮียอ่านเตรียมตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วอื้อหือ สั้นๆ แต่จุกอกนัก ผิดอะไรที่อ่านสองวันก่อนสอบ ไม่อ่านสองชั่วโมงก่อนสอบก็นับว่าดีถมไปแล้ว ไหนๆ วันนี้ก็วันเสาร์ด้วย พักสมองสักนิดคงไม่ทำให้เฮียโง่ลงหรอก

 

ครับ คุณนักเรียนทุน

 

เฮียหัวเราะให้กับน้ำเสียงประชดแดกดันของผม จัดการจ่ายตังค์ค่าก๋วยเตี๋ยวแล้วลุกยืดเส้นยืดสาย หน้าท้องขาวจั๊วะของเฮียปรากฏให้เห็นชัดเต็มสองตาผมที่นั่งอยู่ตรงข้าม เผื่อแผ่ไปยังอาซ้ออาม่าและหนุ่มสาววัยกระเตาะทั้งร้าน ในใจของผมกำลังดีกันอย่างหนักหน่วง ใจหนึ่งอยากมองต่อ อีกใจก็อยากดึงเสื้อมาปิดไว้

 

ตอบแบบนั้นแปลว่าโอเคถูกมั้ย

 

เฮียจะไปอาบน้ำก่อนมั้ย

 

เฮียอาบแล้ว

 

ห้านาทีนี่อาบหรือวิ่งผ่านน้ำ

 

เฮียอาบสิบนาที

 

ผมขี้คร้านจะเถียงคนที่เถียงผมชนะทุกคำ เลยได้แต่กระโดดขึ้นรถไปนั่งข้างคนขับตามคำบัญชาท่านหมู ผมเพิ่งเคยได้นั่งรถยนต์ของเขาเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมาเคยแต่ซ้อนมอเตอร์ไซด์ มันก็ดีไปคนละแบบ ถ้าได้ซ้อนมอเตอร์ไซค์ก็จะได้ซบได้ดมกลิ่นนมหวานๆ จากตัวเฮีย แต่ถ้านั่งรถเบาะก็จะนิ่มๆ และแอร์เย็นฉ่ำ ไม่ต้องไปเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังอยู่กลางถนนท่ามกลางการจราจรโคตรจะติดขัด

 

วัดระฆังที่อยู่ฝั่งธนบุรีรถโคตรของโคตรติด แถมยังไม่มีที่จอด วนไปวนมาอยู่หลายจนผมเริ่มเวียนหัวกว่าจะได้ที่จอดรถ ผมกับเฮียยืนเคียงข้างกันในระหว่างที่จะรอนั่งเรือข้ามฟากไปยังท่าช้าง หัวเกรียนๆ ของผมร้อนฉ่าอยู่ได้พักใหญ่กระทั่งเฮียหมูยกมือมาบังแดดให้ ผมพยายามเอี้ยวตัวหลบไปมา แต่เฮียก็ยังขยับมือตามอย่างไม่ย่อท้อจนเหมือนพวกเรากำลังเต้นท่าประหลาดท่ามกลางผู้คนมากมาย สุดท้ายผมก็ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ไปตามระเบียบเพราะเริ่มจะเวียนหัวขึ้นมาอีกรอบ

 

พวกเราลงจากเรือข้ามฟากที่ท่าช้างแล้วเดินต่อมายังท่ามหาราช พอถึงที่หมาย อากาศก็เริ่มจะเย็นลงราวกับจะปรานีมนุษย์บนโลกที่กำลังจะถูกย่างสด ที่แรกที่เฮียลากผมไปคือร้านขายหมวก จัดการคว้าหมวกแก็ปสีขาวใส่หัวผมแล้วจ่ายเงินให้เสร็จสรรพแถมไม่ยอมรับเงินคืน ป๋าเปย์กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

 

เพื่อให้เท่าเทียม ผมจึงจัดการซื้อหมวกอีกใบให้เฮียแทน เฮียหมูไม่มีขัด แถมยังทำหน้าถูกอกถูกใจตาเป็นประกายเหมือนหมวกใบนั้นเป็นหมวกวิเศษของแอนนาเบ็ทจากเรื่อง เพอร์ซี่ แจ็กสัน พอได้อุปกรณ์คู่กายกันคนละชิ้นแล้ว เฮียก็จัดการลากผมไปเป็นนายแบบ ผมบอกเฮียแล้วว่าผมต้องเป็นนายแบบที่ห่วยแตกที่สุดในท่ามหาราชเพราะกล้ามเนื้อบนใบหน้ามันพร้อมใจกันหยุดทำงานไปได้หลายปีแล้ว แต่เฮียเคยฟังอะไรผมที่ไหน ลงท้ายก็กลายเป็นว่าผมยอมเขาตามเคย

 

เฮียดูสนุกมาก ผมเองก็เริ่มมันส์ตามเขาไปด้วย แถมยังอินหนักถึงขั้นยืนเปลี่ยน cover photo บนเฟสตัวเองเป็นรูปที่เราสองคนถ่ายคู่กันตรงรั้วจักรยานสวยๆ ทันทีที่ได้รูปมาจากมือถือของเฮียทั้งที่ไม่เคยเปลี่ยนรูปโปรรูปหน้าปกบนเฟสตัวเองได้ชาติกว่าแล้ว

 

เฮียที่มัดผมเป็นหางม้าต่ำให้พอบังต้นคอเพื่อที่จะได้ใส่หมวกได้โดยไม่ติดผมยืนยิ้มกว้างอยู่ทางด้านซ้าย ส่วนผมทำหน้านิ่งแต่ชูสองนิ้วประชดชีวิตอยู่ทางด้านขวา ภาพนี้เรารบกวนนักท่องเที่ยวผู้โชคดีให้มาช่วยถ่ายให้ สิ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่าผมกับเฮียมาด้วยกัน ไม่ใช่คนสองคนที่ดันบังเอิญมาอยู่ในเฟรมเดียวกัน คงเป็นหมวกแก็ปสีขาวยี่ห้อเดียวกันเป๊ะๆ ที่อยู่บนหัวของเราทั้งคู่

 

ผมจัดการปิดเสียงโทรศัพท์เพราะรู้ดีว่าเก้ากับตี๋คงไม่พลาดจะแกว่งปากเข้ามาหา ถ้าพวกมันเห็นรูปนี้ พวกมันคงจะรับรู้ได้เลยว่าผมโดดการเตรียมงานกีฬาสีมาลั้นลาอยู่กับเฮียหมูแทน และมันก็คงจะเข้ามาจิกกัดเล็กน้อยพร้อมทั้งตบท้ายด้วยถ้อยคำล้อเลียนอีกมหาศาล

 

หลังจากเดินกันได้นานพอสมควร พวกเราสองคนก็มานั่งชมวิวแม่น้ำจากมุมสูงกันชิลๆ พื้นไม้อย่างดีปูทับด้วยหญ้าปลอมดูสะอาดสะอ้าน แถมอากาศตอนนี้ค่อนข้างเย็นสบาย พวกเรานั่งชิดกันอยู่บนม้านั่งสีน้ำตาลเข้มโดยที่ในมือด้านซ้ายของผมมี Hotto Bun หน้าตาน่ารักน่ากิน และในมือด้านขวาก็ถือกาแฟโบราณที่ผมกับเฮียตั้งใจจะเอามาแบ่งกันดื่ม ตัวเฮียหมูเองก็กำลังเลียซอฟครีมชาเขียวสีเข้มในมือของตัวเอง แน่นอนว่ารูปของกินทุกรูปเฮียได้กดถ่ายไว้เป็นที่เรียบร้อย ถึงจะติดผมไปครึ่งหน้าก็ตาม

 

เสาร์หน้าบอสว่างไหม

 

ผมดูดกาแฟจ๊วบ บอสว่างทุกวัน เฮียก็รู้

 

ไม่ บอสไม่ว่าง แต่บอสโดดเตรียมงานกีฬาสีก็นับว่าถูก แต่ผมก็ไปช่วยบ้างนะ ไม่ใช่หายหน้าหายตาไปเลย แถมถ้าเพื่อนโทรตามให้ผมไปขนของผมก็แจ้นไปทำให้ทันทีด้วย มีวันนี้นี่แหละที่ปิดโทรศัพท์ยาวๆ มาเที่ยวกับเฮียทั้งที ใครมันจะไปอยากให้มีอะไรมาขัดจังหวะกัน อยากไปเที่ยวเชียงรายมั้ย

 

ผมเลิกคิ้วระหว่างที่ยื่นแก้วกาแฟไปให้เฮียดื่มบ้าง เฮียใช้ทิชชู่เช็ดมืออย่างเรียบร้อยก่อนจะรับแก้วมาไว้ในมือ ผมอมยิ้มให้กิริยานั้น ถ้าเป็นผมคงเช็ดเอากับเสื้อไม่ก็กางเกงนั่นแหละ

 

จะชวนบอสไป?”

 

ถ้าจะไม่ชวนไปก็คงไม่ถาม

 

ผมนึกอยากเอาขนมคว่ำใส่หัวเฮียเดี๋ยวนั้น และเฮียก็รู้ทัน ถึงได้หลิ่วตาแค่เดี๋ยวเดียวแล้วรีบตอบ

 

มันเลยวันเผาอาม่าเฮียมาแล้วก็จริง แต่เฮียว่าจะกลับบ้านสักหน่อย ม๊าก็ถามถึงเฮียว่า ถือว่าไปเที่ยวสักวันสองวัน ชาร์จแบตแล้วค่อยกลับมาเรียนต่อ ฟังดูดีมั้ย

 

เฮียนี่ดูชิวเนอะ วิทยาศาสตร์ปิโตรเคมีมันง่ายขนาดนั้นเชียว

 

ไม่ง่ายหรอก แต่วันหยุดเสาร์อาทิตย์แค่สองวันเองนี่ แถมเฮียมีแค่ควิซวันจันทร์ อังคาร พฤหัส แล้วก็ศุกร์ก่อนหน้านั้น แล้วอาทิตย์หลังจากนั้นก็แค่ตะลุยอ่านหนังสือเตรียมสอบไฟนอลอย่างเดียว โปรเจคเฮียก็ปั่นเสร็จหมดแล้วด้วย

 

เฮียเรียกควิซสี่วันต่อสัปดาห์ว่า แค่ เฮียไม่ใช่คน

 

ที่โหมปั่นงานเมื่ออาทิตย์ก่อนคือจะหนีเที่ยวว่างั้นผมหยอกแล้วยื่นขนมปังที่มีไอศกรีมสอดไส้ โรยหน้าด้วยโกโก้ครั้นช์และโอริโอ้ ปิดท้ายด้วยซอสช็อคโกแลตและคาราเมลให้เฮียกัดบ้าง บ้านเฮียเขาจะไม่ว่าอะไรเหรอถ้าพาบอสไปด้วย

 

จะว่าอะไรล่ะ บอสจะไปเที่ยว ไปอยู่เป็นเพื่อนเฮีย ไม่ได้จะไปเผาบ้านเฮียทิ้งสักหน่อยเฮียหมูหัวเราะจนซอสคาราเมลเลอะปาก ผมสบโอกาสเอานิ้วโป้งเช็ดปากให้เฮียได้บ้างก็งานนี้แหละ ปกติกลับกันตลอด

 

เฮียหมูเอาแต่จ้องผมตอนที่ผมเอานิ้วโป้งแตะขอบปากเฮีย แถมยังจ้องด้วยแววตาที่ทำให้ผมรู้สึกเขินขึ้นมาเสียเฉยๆ จึงรีบละมือออก ได้ยินเสียงเฮียหัวเราะเสียงเบาอยู่ข้างๆ พอหันจะไปเอาเรื่อง กลับเห็นว่าเฮียหันไปยิ้มทางอื่นแล้วเอานิ้วถูจมูกแดงๆ คืออะไรน่ะเฮีย ทำผมเขินแล้วมาเขินเองได้ไง

 

ข้อเสนอไปเที่ยวเชียงรายค่อนข้างน่าสนพอสมควร ผมจำได้ว่าเฮียเคยบอกผมเรื่องที่บ้านทำสวนองุ่นและก็อยากจะไปเห็นสักครั้งอยู่เหมือนกัน แถมเชียงรายน่าจะเย็นกว่ากรุงเทพมากอยู่ แล้วที่สำคัญที่สุดก็คนชวนนี่แหละ

 

ไปเถอะ เฮียอยากให้บอสไปด้วย เฮียยิ้มหล่อจนผมตาพร่า

 

ผมได้แต่ถอนหายใจแล้วตกลงรับคำไปตามระเบียบ

 

ก็เฮียเป็นซะแบบนี้ แล้วผมจะเอาแรงที่ไหนไปปฏิเสธเฮียกัน

 

 

 

 

รู้สึกขยันมาอัพมากเลยค่ะ พาร์ทหลังนี่ยาวเท่าสองพาร์ทแรกรวมกันเฉยเลย 5555 ถ้าข้อมูลผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะคะ

          ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านมากนะคะ คิดเห็นอย่างไรติชมได้เลยค่ะ อาจจะไม่ได้ตอบแต่อ่านทุกคนแน่นอนค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์มากนะคะ ^^

    

 >>FACEBOOK<< 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,325 ความคิดเห็น

  1. #1249 plspeachh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 10:07
    ชวนไปบ้านขนาดนี้นะคะ อิอิ
    #1,249
    0
  2. #1230 ojay2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 14:33
    แบบนี้ไม่ไปไม่ได้และนะบอสสสส
    #1,230
    0
  3. #1207 baekbow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 15:39
    มีความชวนไปบ้านด้วย ยังไงคะเฮีย // เอ็นดูคนเขาจีบกัน มีความหวง แค่เขาป้อนก็ไม่ได้ 555 // เขาไปเดทกันด้วยนะ
    #1,207
    0
  4. #1165 SUNOBA (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 12:01
    พาไปแนะนำตัวหรอเฮีย
    #1,165
    0
  5. #1145 YSEHUNNY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 18:52
    ตั้งใจจะพาน้องไปไหว้พ่อแม่ละสิ
    #1,145
    0
  6. #1103 pcy921 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 08:07
    ไปค่ะไปไหว้พ่อแม่สมีที่เชียงรายยย555
    #1,103
    0
  7. #1073 ARDS; (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 00:54
    โอ้ยยยย คั่วไก่ตอนตี1มั้ยละ
    #1,073
    0
  8. #1066 Funikami Hane (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 20:15
    แอบจิ้นพี่เต้ยกับตี๋ และบางครั้งเราก็คิดว่าไม่ควรอ่านนิยายเรื่องนี้เพราะมันทำให้เราหิวมาก
    #1,066
    0
  9. #1054 ภูตเงา [Doppelganger] (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 22:42
    บางที่เราก็คือนะว่าเราไม่ได้อ่านนิยายแต่อ่านรีวิวอาหารมากกว่า5555
    #1,054
    0
  10. #1033 Mint Sch (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:27
    ชวนน้องไปบ้านไปอีกกกก
    #1,033
    0
  11. #851 WindyWeed_Wolny (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 12:52
    แค่ละตอน ทำให้น้ำย่อยทำงานมาก//เดาไม่ถูกแล้วว่าใครรุกรับ ....
    #851
    0
  12. #752 Praewwww (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 19:06
    คือนี่ดูไม่ออกอะ ว่าใครรุกใครรับ

    ปกติคือเดาได้ตลิเลย // ความลุ้นนี้
    #752
    0
  13. #595 maybee23 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 15:47
    ยิ่งอ่านทำไมยิ่งเขินเฮียหมู เฮียจะมาแบบนิ่งๆแต่ดาเมจแรงมากกกกกกกก ถ้านี่เป็นบอสนี่จะไม่ทนแล้ววววว!!!!!
    #595
    0
  14. #458 mothergod (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 15:10
    รุกเข้าไปป
    #458
    0
  15. #435 cchenjj (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 09:53
    นี่เชียร์ให้เฮียรุกส่วนบอสรับ55555
    #435
    0
  16. #434 ลลล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 09:22
    ได้โปรดบอกทีใครรุกใครรับ...เราจะได้เตรียมใจไว้ก่อน อุส่าอ่านข้ามเพื่อมาหาคำตอบ...
    #434
    1
    • #434-1 3-14(จากตอนที่ 9)
      7 พฤศจิกายน 2560 / 09:52
      ตั้งแต่ตอนที่เริ่มเขียนใหม่ๆ เราตั้งใจให้สลับกันค่ะ แต่เขียนไปเขียนมาไม่รู้ว่าจะได้เขียนเอ็นซีรึเปล่านะคะ และถึงเขียนก็คงไม่มีฉากใครเสียบใครน่ะค่ะ ให้ช่วยกันเฉยๆ ค่ะ /////
      #434-1
  17. #415 Choco'l Pis (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 23:58
    โอ่ย ความเขินทั้งคู่นี้....ฮือออ น่ารักมากเลยย
    #415
    0
  18. #395 phonphimon0123 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 22:11
    ใครรุก ใครรับ กันแน่เนี้ย
    #395
    0
  19. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 20:04
    ทำไมผลัดกันรุกผลัดกันรับ ใจ me ไม่ดีเลย
    #393
    0
  20. #392 Crazy You (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 18:55
    เฮียน่ารักอ่ะ อยากได้คนนี้ๆๆๆๆ
    #392
    0
  21. #391 yourlover (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 18:38
    ทำไมเฮียถึงน่ารักแบบนี้ ฮึ่ยยย
    #391
    0
  22. #390 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 18:38
    งุ้ยบอสจะลุยบ้ายเฮียแล้ววง
    #390
    0
  23. #389 ไอแนน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 14:46
    บรรยายซะท้องร้องเลย
    #389
    0
  24. #387 tan~tan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 12:33
    เรื่องอื่นจะชมว่าน่ารัก ฟินนนนน เรื่องนี้เม้นเดี่ยวเลย....หิววววววว!!!!!!!!
    #387
    0
  25. #386 jittrawa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 12:28
    หิวววววว
    #386
    0