[จบ] พี่ชายครับ ไปนั่งกินหมูกระทะเป็นเพื่อนผมหน่อย [yaoi] สนพ.รักคุณ

ตอนที่ 1 : 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,610
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 425 ครั้ง
    2 ก.พ. 61


มีคำกล่าวไว้ว่า หากคุณสามารถนั่งกิน MK คนเดียวได้แล้ว คุณจะสามารถทำอะไรมากมายได้ด้วยตัวคนเดียวโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใด

 

            อย่างอื่นที่กล่าวถึงเมื่อครู่ ได้แก่ การกินชาบูหรือซัดบุฟเฟต์คนเดียว การดูหนังคนเดียว หรือการไปถีบเรือเป็นคนเดียว

 

            การดูหนังคนเดียวนับเป็นเรื่องปกติ อย่างผมกับเพื่อนสนิทอีกสองคนชอบหนังคนละแนว ถ้าเราว่างพร้อมกัน เราจะใช้วิธีนั่งรถไฟฟ้าแล้วเดินไปถึงหน้าโรงหนังด้วยกัน จากนั้นจะแยกซื้อตั๋วคนละเรื่อง เดินเข้าคนละโรง เสร็จแล้วก็กลับมาเจอกันใหม่หลังหนังจบ หรือถ้าเพื่อนของผมไม่ว่าง การไปดูหนังคนเดียวก็ไม่ถือว่าเป็นอะไรที่เลวร้าย เสียอย่างเดียวคือไม่มีเพื่อนเม้าท์ อินแทบตายสุดท้ายก็สกรีมลงทวิต

 

            การกินข้าว (ที่ไม่ใช่ชาบูและบุฟเฟต์) คนเดียวก็ไม่นับว่าเลวร้ายเช่นกัน มันถือเป็นเรื่องปกติที่ปุถุชนคนธรรมดาทำเป็นกิจวัตร ข้อดีคือคุณสามารถเลือกเองได้เลยว่าอยากกินอะไรโดยไม่มีใครขัด แต่ข้อเสียถ้าทางร้านมีโปรโมชั่นสำหรับคู่รักหรือสำหรับสองคนขึ้นไป (ซึ่งก็ขยันจัดบ่อยอิ๊บอ๋าย) คุณอาจจะต้องเดินควานหาคนเอาที่หน้างานแทน

 

            แต่การไปปั่นเรือเป็ดนั้นแตกต่างออกไป ผมเองก็เคยไปปั่นคนเดียวมาแล้ว อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นแต่อย่างใด จะมีใครบ้ามานั่งปั่นเรือเป็ดลำโคตรใหญ่คนเดียวบ้าง แต่เพราะอยากจะพิสูจน์กับตัวเองว่าต่อให้ไม่มีแฟน ผมก็สามารถปั่นเรือเป็ดคนเดียวหล่อๆ ได้สบายๆ ไม่ต้องง้อใคร

 

            แต่ผลสุดท้ายผมก็ได้ข้อสรุปว่าถ้าจะไปปั่นเรือเป็ดก็ง้อชาวบ้านสักหน่อยเถิด นอกจากจะเสียเวลาฉิบหายแล้ว ยังต้องแสลงลูกตาแสลงใจตอนมองคนที่มาเป็นคู่ๆ กระหนุงกระหนิงนั่งสร้างโลกสีชมพูวิ้งๆ กันบนเรือเป็ดแบบโนสนโนแคร์สิ่งอื่นใด แถมยังเหนื่อยโคตรพ่อโคตรแม่ ถึงตอนปั่นชมวิวแรกๆ มันจะสนุกพอควร แต่แดดของประเทศไทยดูจะไม่พอใจในความชิลของผมสักเท่าไหร่ สักพักเหงื่อของผมก็ผุดขึ้นมาเหมือนตอน้ำบาดาล แล้วพอร้อนอบอ้าวมากเข้า จากที่ออกแรงปั่นได้เต็มกำลังในช่วงแรก แรงก็มีอันตกและถดถอยแปรผกผันกับความร้อนที่พุ่งทะยานฟ้าแบบไม่เกรงใจมนุษย์หน้าไหน ที่พีคกว่านั้นคือตอนปั่นหนีตัวเงินตัวทอง ต่อให้เหนื่อยใจแทบขาด ก็ต้องปั่นแบบแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงถ้าไม่อยากโดนตัวเหี้- ตัวเงินตัวทองวิ่งขึ้นมาเซย์ไฮถึงที่

 

 

            กลับเข้าเรื่องเดิมหลังจากที่ออกทะเลไปไกล ที่ผมต้องการเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ คือหมูกระทะ หมู-กระ-ทะ

 

แต่ไอ้การที่จะเดินเข้าไปในร้านหมูกระทะคนเดียวเนี่ย สำหรับผมแล้ว ถือเป็น activity ที่มีเลเวลสูงใกล้เคียงกับการกินชาบูคนเดียว เพราะหากใช้วิธีกระซวกหมูเข้าปาก คุณก็จะอิ่มอย่างรวดเร็วแล้วก็ต้องกลับบ้านไปทั้งๆ ที่ยังนั่งไม่ถึงชั่วโมงดี แต่ถ้าหากใช้วิชาละเลียดเนื้อหมูแล้ว กองหมูมหาศาลก็พร้อมจะไหม้คาเตาให้คุณเสียดายเล่นๆ

 

            ที่สำคัญ ไปคนเดียวแล้วใครมันจะนั่งเฝ้าโต๊ะให้ตอนที่เดินไปตักหมูมากินเพิ่มกัน ดีไม่ดีจะโดนชาร์จราคาเพิ่มให้น้ำตาตกในเล่นๆ อีก

 

            กูว้อนท์หมูกระทะผมเอ่ยปากลอยๆ แต่เจตนาส่งคำพูดไปให้เจ้าเพื่อนสองตัวบาทได้ยิน คาบนี้อาจารย์ไม่มาสอน เด็กๆ ก็สบายใจแฮ

 

            มันคือประโยคบอกเล่าถูกไหมตี๋ เพื่อนแว่นหน้าตาเด็กดีขยับแว่นแต่สายตาไม่ละออกจากจอแลปทอปที่ฉายเกมส์ออนไลน์อะไรสักอย่างที่ผมไม่รู้จักชื่อถามกลับ เห็นมันดูท่าทางคงแก่เรียนแบบนี้ ความจริงแล้วมันเป็นสายเด็กติดเกมส์ มันเคยแม้กระทั่งเปิดคอมพ์ไว้ใต้โต๊ะแล้วใช้นิ้วเท้าบรรจงกดแทนนิ้วมือ กระทั่งอาจารย์ยังต้องซูฮกให้กับความพยายามของเพื่อนตี๋

 

            มันคือประโยคบอกเล่าที่จงใจให้เพื่อนตี๋กับเพื่อนเก้าได้ยิน

 

            เก้าที่ได้ยินชื่อตัวเองละสายตาจากโทรศัพท์มือถือ คนนี้เป็นสายกีฬา (แต่อดีตสายดนตรี) ไม่ต่างจากผม กล้ามแน่นจนฟาดคอคนตายได้ พวกเราเคยฟอร์มวงดนตรีกับรุ่นพี่อีกสองคนในโรงเรียนด้วยกันเมื่อปีก่อน แต่ตอนนี้วงแตกเป็นที่เรียบร้อย ที่ต่างกันระหว่างผมกับมันมีเพียงแค่ส่วนสูง เพื่อนเก้าสูงร้อยแปดสิบสาม เดินทีหัวแทบโหม่งประตูห้อง ส่วนส่วนสูงของผมนั้นอยู่ในระดับกะทัดรัด ร้อยเจ็ดสิบเด๊ะ ไม่มีขาดไม่มีเกิน

 

            เอาดิ กูก็อยากเก้าว่า วันไหนดี

 

            วันนี้เลย เลิกเรียนแล้วไป พี่เทนบอกว่ามีร้านเปิดใหม่อยู่แถวหลังมอ อาหารสดมากผมตอบ

 

            พี่เทนที่ว่าคือพี่ชายแท้ๆ ของผมเอง พี่กับผมห่างกันสามปี ตอนนี้พี่ผมอยู่ปีสอง ส่วนผมอยู่ในกางเกงน้ำเงิน

 

            โอ๊ะ เสียใจ วันนี้กูไม่ว่างเก้าทำหน้าตาเสียใจอย่างเสแสร้งน่าถีบ โบกโทรศัพท์มือถือไหวๆ วันนี้กูมีนัด

 

            มึงอะตี๋ผมเบนเข็มไปยังเพื่อนอีกคนที่ยังคงจดจ่ออยู่กับเกมส์ในจอ มันจริงจังมาก มองจากมุมนี้แทบเห็นว่ามีประกายไฟแลบออกมาจากตามันเลยทีเดียว

 

            ไปมันตอบรับสั้นๆ ผมเกือบจะยิ้มออกมาแล้ว ถ้าไม่ติดว่ามันพูดต่อเสียก่อน ถ้ามึงเลี้ยง

 

            เบื่อมันจริงๆ

 

งั้นพรุ่งนี้…”

           

กูมีเรียนต่อยมวยจากเพื่อนเก้า

           

กูจะไปร้านเกมส์กับเด็กห้องห้าจากเพื่อนตี๋

           

กูยังเป็นเพื่อนพวกมึงอยู่รึเปล่าจากผมที่ถามอย่างเบื่อหน่าย

           

สองคู่หูเก้าตี๋ยักคิ้วพร้อมกัน แต่พวกมันยักคิ้วใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในมือ ทิ้งให้ผมกลอกตาอยู่คนเดียว

           

ผมหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาบ้าง เข้าแอพทวิตเตอร์อย่างที่ทำประจำ นอกจากอ่านการ์ตูน ตีกลองกับเล่นบาสแล้ว ก็มีเพียงทวิตเตอร์นี่แหละที่ผมติดหนักเข้าขั้นรุนแรง ว่าจะเล่นสักครึ่งชั่วโมงก่อนนอนทีไร รู้ตัวอีกทีตีสามตลอด

 

            @Bostonintheblue ‘อยากแดกหมูกระทะว้อยยยยยยย

 

           

 

 

บอสตันนั่นชื่อผมเอง พ่อแม่ตั้งให้เพราะแม่ท้องตอนไปเที่ยวบอสตันกับพ่อ ส่วนพี่เทนมีชื่อเต็มๆ มาจากเทนเนสซี รัฐหนึ่งในอเมริกาเช่นกัน ดีที่พ่อแม่ไม่ตั้งชื่อผมว่าแมสซาชูเซตส์ รัฐที่มีบอสตันเป็นเมืองหลวง ไม่งั้นผมคงแสลงใจตายตอนอ่านชื่อตัวเอง

 

            ผมเลื่อนทวิตไปเรื่อยเปื่อย กระทั่งเลื่อนไปถึงทวิตของใครคนหนึ่งที่ผมฟอลไว้เมื่อนานมาแล้ว

 

@fromtheAberdeen ‘ว่างเว้ย

            @fromtheAberdeen ‘หิวแล้วด้วย

            @fromtheAberdeen ‘หมูกระทะตรงซอยสามนี่น่าสนว่ะ

 

ผมแนบแก้มลงกับผิวโต๊ะไม้เย็นเฉียบเพราะแอร์ตกใส่ ตายังมองสิ่งที่เฮียเอเบอร์ดีนทวิตอยู่ นึกสงสัยว่าร้านหมูกระทะจะเป็นร้านเดียวกันไหม หมูกระทะซอยสามก็ไอ้ร้านเปิดใหม่ที่ผมชวนเพื่อนไปกินด้วยกันเมื่อกี้ แปลว่าเฮียเอเบอร์ดีนแกอยู่มอเดียวกับพี่ผมเหรอ หรือผมควรจะเบนเข็มไปชวนเฮียแทนดี

 

            ความจริงแล้วผมไม่รู้จักเฮียแกเป็นตัวเป็นตนจริงๆ หรอก แต่เฮียเอเบอร์ดีนเขามาฟอลผมก่อน แล้วพอผมเห็นว่าชื่อเอเบอร์ดีนนี่ก็เป็นชื่อเมืองในรัฐวอชิงตัน ผมที่มีชื่อเป็นชื่อเมืองของรัฐในอเมริกาเลยกดฟอลเฮียแกกลับไปเลย พอส่องไปส่องมาถึงได้รู้ว่าเฮียเอเบอร์ดีนมีชื่อจริงว่าเฮียหมู เรียนอยู่ปีสองเหมือนพี่ชายผม ที่มีแอคทวิตว่า From the Aberdeen เนี่ยเพราะเฮียแกชอบ Nirvana วงดนตรีร็อคของอเมริกาที่มีนักร้องเป็นคนเอเบอร์ดีนเท่านั้นเอง

 

            แล้วบังเอิญว่าผมก็ชอบ Nirvana มากเหมือนกันไง ผมก็เลยลองทักเฮียแกไป ไปๆ มาๆ พวกเราก็ได้คุยกันเรื่องดนตรีบ้างการ์ตูนบ้างนิดๆ หน่อยๆ ถึงจะไม่เคยเจอกันตัวเป็นๆ แต่ผมก็บอกเฮียหมูแล้วเหมือนกันว่าผมอยู่มอห้า แล้วก็ชื่อบอส

 

            เขาเคยบอกผมว่าหน้าเขาจีนจ๋า ผิวขาวจั๊วะและตาตี่มาเลย เพราะแบบนั้นผมถึงเรียกเขาว่าเฮีย พอเขาเห็นแบบนั้นก็แทนตัวเองว่าเฮียกับผมแทบทุกคำ

 

            เฮียแกบอกว่าว่าง แล้วก็บอกว่าหิวด้วย แถมยังสนหมูกระทะอีกต่างหาก เหมาะเจาะประหนึ่งเฮียถูกสวรรค์ถีบมาให้ผมชวนไปตี้หมูกระทะด้วยกัน เพราะผมไม่อยากขัดอาญาสวรรค์ นิ้วเลยกระดิกกดเมนชั่นหาเฮียในบัดดล

           

 

            Replying to @fromtheAberdeen ‘อยากกินหมูกระทะเหมือนกัน เฮีย ไปเป็นเพื่อนผมหน่อย

            Replying to @Bostonintheblue ‘เอาดิ เราเลิกเรียนยัง

 

 

            เฮียตอบไวมากประหนึ่งรอเวลาอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเพราะเขาว้อนท์หมูกระทะจริงจังหรือแค่เพราะว่างมาก แถมตอบรับง่ายๆ ไม่มีลังเลเลยสักนิด ผมที่ชวนเล่นๆ ก็แอบค้างไปเบาๆ เหมือนกัน

 

            Replying to @fromtheAberdeen ยัง เหลืออีกสองคาบ ไอ้หมูกระทะซอยสามที่เฮียว่านี่หลังมอ xxx ป่ะ เฮียเรียนนั่นเหรอ

            Replying to @Bostonintheblue ‘อ้าว เฮียไม่เคยบอกเหรอ นึกว่าบอกไปตั้งแต่ตอนรู้ว่าโรงเรียนเราอยู่ในเครือมหาลัยเฮียแล้วเนี่ย

            Replying to @fromtheAberdeen ‘เพิ่งรู้นี่แหละ สรุปไปแน่ใช่มั้ยเฮีย เพื่อนผมแม่งเท

            Replying to @Bostonintheblue ‘ไปแน่ดิ เจอกันนั่นเลยไหม เราออกจากห้องแล้วบอกเฮียด้วยแล้วกัน

            Replying to @fromtheAberdeen ‘แต่เราไม่เคยเห็นหน้ากันนะเฮีย จะไม่หลงกัน?’

            Replying to @Bostonintheblue ‘แถวนั้นเด็กมหาลัยเยอะจะตาย แค่เราใส่ชุดนักเรียนก็เด่นแล้วเหอะ เดี๋ยวถ้าเห็นแล้วเฮียเข้าไปทัก เค๊

            Replying to @fromtheAberdeen ‘ห้ามเทผมนะเฮีย ผมต้องการคนเฝ้าโต๊ะ

            Replying to @Bostonintheblue ‘ใครจะเทน้องบอสลงครับ

 

 

            ฟังดูเหมือนโดนจีบ แต่บังเอิญผมเป็นผู้ชาย ดังนั้นผมจึงรับรู้ได้ว่าประโยคนั้นแฝงไปด้วยรังสีความกวนตีนที่แผ่กระแทกใบหน้า แต่ผมถือว่าเฮียหมูตกลงแล้ว ถ้าโดนเทผมก็แค่ไปลากพี่เทนมากินด้วยเท่านั้นเอง ถ้าพี่เทนไม่มีตัดโม (ซึ่งกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของเวลาพี่เทนหมดไปกับการตัดโมส่งอาจารย์ ที่เหลืออีกสามสิบเปอร์คือการนอนตาย) ก็คงยอมมากับผมเอง

 

            ผมมองเพื่อนสองคนที่หันเข้าโลกส่วนตัวแล้วแสยะยิ้มกับตัวเอง กูไม่ต้องง้อพวกมึงแล้ว พอตี๋หันมามองเพราะสงสัยว่าผมจ้องอะไรหัวมัน ผมก็เสก้มหน้าไปคว้า Fullmetal Alchemist จากในกระเป๋ามานั่งอ่านฆ่าเวลารอเลิกเรียนแทน

 

 

            สี่โมงสี่สิบแปดนาที ผมให้ตี๋แว้นมอไซค์มาส่งหลังมอก่อนที่มันจะไปเรียนพิเศษ เพราะโรงเรียนผมเป็นโรงเรียนในเครือมหาวิทยาลัย อาคารเรียนจึงอยู่ตรงข้ามกับตัวมหาลัยอย่างพอดิบพอดีโดยมีแค่ถนนสี่เลนส์คั่นกลาง เพราะบ้านตี๋ซึ่งทำเป็นหอให้นักศึกษาเช่าอยู่ตรงซอยหลังมอนี่ มันถึงยอมฝ่าฝูงรถมาส่งผมถึงหน้าร้าน

 

            ซอยหลังมอเต็มไปด้วยร้านอาหารและมีแต่นักศึกษาเดินขวักไขว่อย่างที่เฮียหมูว่า ผมมองซ้ายขวาหาที่นั่งรอเฮีย ก่อนจะไปทรุดตัวนั่งอยู่ตรงโต๊ะม้าหินอ่อนที่มีกลุ่มนักศึกษาชายสองสามคนยืนคุยกันอยู่ ผมก้มหน้าดูโทรศัพท์ ไม่มีเมนชั่นตอบกลับมาจากเฮียเอเบอร์ดีนแต่อย่างใด ผมบอกเขาไปแล้วนะว่าออกจากโรงเรียนแล้ว

           

@fromtheAberdeen ‘หาเด็กไม่เจอ

 

            ทวิตของเฮียเอเบอร์ดีนนั่นเด้งขึ้นมาอย่างรู้งาน ผมเกาหัวแกรก ก็บอกเฮียแล้วหากันยาก คนเป็นหนอนขนาดนี้ ต่อให้เด็กที่ใส่ยูนิฟอร์มนักเรียนมายืนเต้นอยู่ตรงนี้ยังหายากเลยเถอะ

           

            Replying to @fromtheAberdeen ‘นั่งอยู่ตรงม้าหินอ่อนหน้าร้าน เฮียคนไหน

 

            จะให้มองหาคนที่ไม่เคยเห็นหน้าผ่านคนนับร้อย (ไม่รู้ถึงไหม แต่คงเกือบๆ) นี่ผมคงไม่มีปัญญา ผมกระชับกระเป๋าเป้ ลุกขึ้นมาจากม้าหินอ่อน เดินไปบริเวณที่มีคนน้อยหน่อย แต่สายตายังคงจ้องอยู่ที่โทรศัพท์รอการตอบกลับมาจากเฮียเอเบอร์ดีนตามเดิม

 

            Replying to @Bostonintheblue ‘เด็กเตี้ยๆ สะพายเป้แดงผิดกฎระเบียบโรงเรียนนั่นเราป่ะ

 

            อยากจะโกรธแต่ร้อยเจ็ดสิบนี่ก็เตี้ยจริง พออยู่ตรงกลางระหว่างตี๋กับเก้าก็กลายสภาพเป็นหลุมบ่อตรงกลาง ตอกย้ำความเตี้ยของตัวเองต่อไปแทบทุกวัน ส่วนไอ้กระเป๋าเป้แดงแสบตาผิดกฏระเบียบที่ว่าก็มีห้องอยู่บนหลังผมอันนึงเหมือนกัน

 

            ผมกำลังจะพิมพ์ตอบเฮียแล้ว ถ้าไม่ติดว่ามีฝ่ามือยื่นมาตบหัวผมปุเบาๆ เหมือนเล่นกับหมาเสียก่อน ผมปัดมือปริศนาออกตามสัญชาติญาณ ตั้งการ์ดขึ้นอย่างที่เคยไปเรียนมวยกับเก้า ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างกับตารูปเสี้ยวพระจันทร์ตรงหน้า

 

            หลิง เหยา

 

            ผมมองหน้าคนที่เข้ามาทัก เขาทำให้ผมนึกถึง หลิง เหยา เจ้าชายอันดับที่สิบสองแห่งประเทศทางทิศตะวันออกจากในเรื่อง Fullmetal Alchemist เหมือนชนิดที่ถ้าวาดรูปคนตรงหน้าแบบอนิเมชั่นหรือมังงะญี่ปุ่น คงวาดเขาออกมาเป็น หลิง เหยา ได้นั่นล่ะ

 

            คนตรงหน้าผมมีคิ้วที่ไม่หนานัก ดวงตาคมจัดและเรียวเล็กชี้ขวาง จมูกโด่งและริมฝีปากที่คลี่ยิ้มอารมณ์ดี ผมสีดำสนิทที่ยาวเลยบ่ามาเล็กน้อยถูกมัดรวบเก็บเป็นหางม้า มีปอยผมร่วงส่วนหนึ่งลงมาแนบแก้มกับลำคอ

 

            อืม จีนจ๋าจริงๆ

 

            เขาอยู่ในชุดนักศึกษา มีกระเป๋าผ้าลดโลกร้อนพาดไหล่ มือหนึ่งถือโทรศัพท์เครื่องบางเฉียบ ส่วนอีกมือยกขึ้นทักทายผม

 

            เฮียเอเบอร์ดีน?” ถึงจะชัดเจนพอควรอยู่แล้วว่าคนตรงหน้าผมคือคนที่ผมชวนมากินหมูกระทะด้วย แต่ผมก็ยังเอ่ยถามขึ้นเพื่อความมั่นใจอีกรอบอยู่ดี

 

            เสียงหัวเราะรื่นหูดังขึ้นนำ ดวงตาที่ดูน่ากลัวกลายเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์อีกครั้ง มาเป็นชื่อทวิตเลยเฮียโคลงหัว บอสตัน อิน เดอะ บลู?”

 

            ครับผมตอบรับ อดไม่ได้ที่จะสำรวจคนตรงหน้าอีกครั้ง ทั้งส่วนสูงน่าตกใจ ทั้งยังความเหมือนตัวละครตัวโปรดของผมนั่นด้วย

 

            ถึงจะดูผิดคาดไปหน่อยก็เถอะ ผมจินตนาการว่าเขาต้องดูโหดๆ ขาร็อคอะไรทำนองนั้น

 

            ผมนึกอะไรขึ้นมาได้ เลยยกมือไหว้เขา

 

            เฮียหมูมีท่าทางตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ ผมก็ไหว้เขาไปแบบนั้น ไหว้ทำไม

 

เฮียอายุมากกว่าผมตอบตามตรง แต่เฮียทำหน้าเหมือนผมเพิ่งจะกวนตีนเขาไป

 

            สักพักเฮียหมูก็คลี่ยิ้มที่เหมือนจะทำให้โลกทั้งใบสว่างจ้า อันนี้ผมไม่ได้พูดโอเวอร์ ผู้หญิงสองคนที่เดินผ่านเราไปเมื่อครู่ถึงขั้นเดินสะดุดขาตัวเอง ถ้าเป็นผมก็คงอาย สะดุดขาตัวเองเพราะเขินผู้ชายหล่อมากที่ยืนยิ้มให้เด็กที่ไหนไม่รู้ แล้วผมที่โดนดาเมจนั่นไปเต็มเปาควรทำยังไง แกล้งตายจะช่วยให้ผู้หญิงสองคนเมื่อกี้หายเขินได้หน่อยไหม

 

            เฮียหมูตบที่อกตัวเองเบาๆ พูดเสียงนุ่มอย่างดูเสแสร้งน่าต่อยไม่ต่างจากเก้าเมื่อตอนคาบบ่ายเลย ถ้าจะไหว้ก็ไหว้ที่อกเฮียนี่มา

 

            ผมคงทำหน้าเหมือนโดนรถสิบล้อเหยียบหน้า เพราะเฮียหมูหัวเราะร่า กึ่งจูงกึ่งลากผมเข้าไปยืนหาที่นั่งในร้าน แต่เพราะร้านแน่นมาก พวกเราเลยต้องยืนให้ตระคิวแดกขากันเล่นๆ

 

            คิดยังไงชวนเฮียมาระหว่างรอ เฮียหมูก็เป็นฝ่ายเปิดเริ่มบทสนทนาขึ้นก่อน ผมรู้สึกขอบคุณเขาไม่น้อย ถึงผมจะพูดน้ำไหลไฟดับไม่หยุดในหัวตัวเอง แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วผมเป็นพวกพูดน้อยเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงออกมาจากปาก ถ้าไม่อยู่กับเพื่อนสนิทอย่างตี๋กับเก้า หรืออยู่กับพี่เทน ผมจะมีความปากหนักอย่างน่าหมั่นไส้ อันนี้หลิน หัวหน้าห้องมอห้าทับสามของผมเป็นผู้กล่าวด้วยตัวเอง แน่นอนว่าผมก็เถียงมันไปว่าผมแค่ขี้เกียจพูดและเปลืองน้ำลาย ถึงพูดให้ตายดอกพิกุลก็ไม่น่าจะร่วงออกมาได้ พอโดนหลินมองด้วยสายตาจิกกัดหลังจากนั้น ผมก็ไม่คิดจะเถียงอะไรมันอีกเลย

 

            เห็นเฮียว่างผมตอบสั้นกระชับ แต่เฮียหมูดูจะยังรอคำตอบที่ยาวกว่านั้นอยู่ ผมเลยพูดต่อ หาคนเฝ้าโต๊ะ

 

            แป่วถึงจะโดนตอบกลับไปอย่างนั้น เฮียแกก็ดูจะไม่โกรธ ยังคงระบายยิ้มเต็มหน้าจนผมนึกอิจฉาไม่น้อย ผมยิ้มไม่เก่ง ทำหน้าเริงร่าก็โดนหาว่าทำหน้ากวนตีนหาเรื่อง ทำหน้านิ่งตามปกติก็หาว่าหยิ่ง ความผิดผมหรือก็ไม่ใช่ ถ้าจะว่าก็ไปว่าพ่อแม่ผมนู่น นึกว่าอยากเจอเฮียซะอีก

 

            ก็อยากเจอนะผมสารภาพ เกือบขำเมื่อเห็นว่าตาตี่ๆ ของเฮียเบิกกว้างขึ้นหน่อย ประมาณสามมิลได้ ไม่งั้นจะชวนมากินด้วยทำไม

 

            ก็นึกว่าเลื่อนเจอทวิตเฮียพอดีไรงี้เฮียบอกเหมือนรู้ทัน นั่นทำเอาผมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เพราะมันเป็นความจริง ถ้าผมไม่เห็นทวิตเฮีย ผมก็คงไม่นึกถึงเฮียเอเบอร์ดีนจากในทวิตจนชวนมากินข้าวด้วยกันหรอก เออ เฮียมีจูปาจุ๊บส์ เอาป่ะ

 

            ผมมองจูปาจุ๊บส์รสโคล่าที่ถูกแกว่งไปมาในมือเฮียหมู นิ้วเฮียเรียวมาก แล้วก็ขาวมาก ขาวแบบ ถ้าผมบีบแรงๆ ผิวเฮียคงขึ้นรอย

 

            กินของหวานก่อนกินข้าวนี่ตัดกำลังนะเฮียผมท้วง แต่มือนี่รับจูปาจุ๊บส์มาแล้ว ขอบอกเลยว่านี่ไม่ใช่การเห็นแก่กินแต่อย่างใด แต่พี่เทนสอนผมไว้ ผู้ใหญ่ให้อะไรมาแล้วเราควรจะรับไว้ด้วยใจและความรู้สึกขอบคุณ ไหว้เขางามๆ สักทีก็เป็นอันปิดจ็อบ แต่ผมไม่อยากไหว้เฮียหมูที่อก มันดูเหมือนผมเป็นเด็กเสี่ย น้องบอสเด็กเสี่ยหมูงี้ หน้าเฮียหมูดูรวยเสียด้วย หรือผมควรเสนอตัว เผื่อเฮียจะใจดีอยากส่งเสียเลี้ยงดู

 

            เขาเรียกว่าของทานเล่นเฮียหมูพูดขัดความเพ้อเจ้อในหัวผม ก่อนจะลากผมไปยังโต๊ะว่าง กดหัวผมให้นั่งลงแล้วยังมีการขยี้เล่นอีก ผมเงยหน้ามองเขาอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ แต่ประกายความใจดีที่ลอดออกมาจากดวงตาพระจันทร์เสี้ยวนั่นทำให้ผมรู้สึกเหมือนน้ำท่วมปาก เลยได้แต่ก้มหน้าก้มตา เอาหน้าอังเตาไปเสียอย่างนั้น

 

            ผมสั่งน้ำเปล่าเพราะผมดื่มน้ำอัดลมไม่ได้ โรคกระเพาะของผมกำเริบบ่อยมาก ส่วนเฮียหมูสั่งสไปรท์ ผมทิ้งให้เฮียหมูเป็นคนเฝ้าโต๊ะตามเจตนารมณ์อันแรงกล้าของตัวเองแล้วเดินไปตักหมู ความจริงแล้วผมไม่ใช่เป็นเด็กนิสัยไม่ดีที่เอาผู้ชายหน้าตาดีมาใช้งานทิ้งๆ ขว้างๆ เฮียหมูเขาเสนอตัวเอง ผมไม่อยากขัดเขา

 

            ฉ่า

 

            เสียงหมูที่ผมกับเฮียช่วยกันเอาลงกระทะทำเอาผมแทบหางกระดิก ผมจ้องมองควันสีขาวที่พวยพุ่งออกมาจากเนื้อหมูชิ้นพอดีคำ หมูเริ่มเปลี่ยนสีจากสีแดงอมน้ำตาลเป็นสีเข้มขึ้นแสดงถึงความสุก กลิ่นหอมยั่วยวนโชยออกมาจากกระทะทั้งร้านเล่นเอาผมปาดน้ำลายแทบไม่ทัน

 

            ฟินฉิบผมพึมพำทำตาเยิ้ม ตอนกัดชิ้นหมูนี่ฟินจริงจัง

 

            เอาหมี่มาทำไม โคตรตัดกำลังอะเฮียบ่น ตั้งแต่นั่งกินกันมานี่เฮียหมูพูดนั่นนี่ไม่หยุด มันไม่ได้ฟังดูน่ารำคาญ เสียงเฮียติดแหบเล็กน้อยก็จริง แต่มันก็ฟังเพลินหูผมดี

 

            เฮียคีบหมูใส่จานให้ผมอย่างใจดี เขาเอามือที่จับตะเกียบประสานกันไว้ใต้คางแล้วเอียงคอมองผมที่กำลังสวาปามกวาดทุกอย่างลงท้องอยู่ ผมรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เล็กน้อยจริงๆ เพราะอาการชะงักของผมเกิดขึ้นประมาณสิบสองวิ แล้วหลังจากนั้นผมก็ทำการกวาดล้างซากหมูลงท้องต่อ

 

            หมูสามชั้นที่ผมเอาเข้าปากแทบทำให้ผมตาลอยด้วยความฟิน น้ำมันเยิ้มๆ บวกกับส่วนเนื้อนุ่มๆ ผสมผสานเข้ากับน้ำซอสได้อย่างลงตัว หมูชิ้นนั่นก็ดีงามจนผมแทบร่ำไห้ มันนุ่มขาดใจ กัดเข้าไปทีรับรู้ได้ถึงเนื้อหมูแน่นๆ ที่ถูกลิ้นของผมเกี่ยวกวัดไปมา

 

            ทำไมเฮียไม่กินผมถามหลังหลุดจากภวังค์ความฟินที่นำโดยหมูสามชั้น เกรงใจเขานิดหน่อยเลยคีบหมูให้เขาบ้าง เขาชอบกินหมูเกรียมๆ ราดกับซอสเผ็ดๆ มะเร็งถามหาตอนแก่แน่เฮียหมูเอ๊ย

 

            เห็นเรากินเฮียก็อิ่มแล้วอันนี้หลอกด่าหรือเปล่า ทำนองว่า เอ็งแดกเหมือนยัดห่าขนาดนี้ ข้าเห็นก็แน่นท้องแทนแล้วอะไรแบบนั้น เรากินท่าทางอร่อยมากอะ

 

            ก็อร่อยจริงๆ ได้มากินแล้วรู้สึกเหมือนได้รับการเติมเต็มแบบมิชชั่นคอมพลีทผมตอบหน้าตาย คีบหมูให้เขาเยอะขึ้น เฮียกินเยอะๆ ผมเห็นเฮียกินเหมือนตอดแล้วรู้สึกผิด

 

            เฮียหมูยิ้มเผล่ ให้ตาย เขาเหมือนหลิง เหยาจริงๆ รู้สึกผิดหรืออิ่ม เฮียขอความจริง

 

            ผมกลอกตา บุ้ยปากไปยังจานหมี่หยกที่เหลือเพียงแค่เส้นหมี่เขียวๆ สองสามเส้น พวกมันสั้นกุดอย่างน่าสงสาร หมี่หยกมันตัดกำลัง

 

            เฮียบอกแล้วเฮียหมูบุ้ยปากตามผม แต่ดูดีผิดกันไปโข หมายถึงเขานะที่ดูดี โต๊ะข้างๆ ยังมองเขาไม่หยุดเลย

 

            คราวนี้เป็นฝ่ายที่ผมต้องนั่งดูเขากินบ้าง เฮียหมูเป็นคนที่กินได้เรียบร้อยมาก ผมแทบจะใช้คำว่ารับประทานกับเขาเลยด้วยซ้ำ เขาดูเป็นผู้ดีโดยไม่ต้องพยายาม ปากเล็กๆ เป่าหมูจนควันลอยออก มือข้างที่ไม่ได้จับตะเกียบเอื้อมมาจับผมทัดหูตัวเอง ถ้าผมเป็นจิตรกร ผมคงบรรยายเขาเหมือนภาพวาดได้เป็นฉากๆ

 

            จากทีแรกที่ผมคิดว่าเฮียหมูไม่ยอมกินเพราะไม่อยากทำร้ายสัตว์โลกที่ชื่อเดียวกัน แบบหมูกินหมูงี้ ดู Cannibalization มาก แต่พอเห็นเขาคีบหมูชิ้นแล้วชิ้นเล่าเข้าปาก ผมก็เพิ่งจะสำเหนียกได้ว่าไอ้ที่เขากินทีละน้อยนั่นเพราะเขาเอาแต่ปิ้งให้ผมกินก่อน ความรู้สึกผิดของผมเพิ่มขึ้นมาประมาณเจ็ดจุดเจ็ดแปดเปอร์เซ็นต์ เป็นคนชวนเขามาแท้ๆ แต่ดันนั่งยัดห่าโชว์เขาเสียอย่างนั้น

 

            เพราะแบบนั้น ผมจึงคีบหมูใส่จานให้เขาบ้าง แถมเดินวนไปตักน้ำจิ้มเพิ่มให้อีกถ้วยด้วย แต่ขนาดผมนั่งปิ้งรอให้เฮียหมูอิ่มจนตัวเองหายอิ่มไปแล้ว เฮียหมูก็ไม่มีทีท่าจะกระเพาะเต็มแต่อย่างใด เพราะเฮียแกยังกินได้เรื่อยๆ จนกระทั่งหมดเวลา ตอนนั้นเองที่ผมนึกสงสัย อยากเห็นใต้เสื้อนักศึกษาเฮียหมูขึ้นมาตงิดๆ เขาดูไม่มีพุงเลยไง เขาเอาอาหารที่ฟาดลงท้องไปไว้ไหน

 

            พวกเรามีกลิ่นควันทั้งตัว แต่ผมไม่รู้สึกหงุดหงิดใจเพราะความเปรมปรีย์ที่ได้ฟาดหมูกระทะมีมากกว่า แถมพอมากินกับเฮียหมูแล้วรู้สึกกินได้คุ้มกว่าเดิม หลังๆ มาเราเหมือนแข่งกันกิน ซัดหมูกันหน้าดำหน้าแดงโดยไม่ปล่อยให้บทสนทนาใดๆ มาขวางกั้นความหิวโหยแบบผีปอบแทบลงของพวกเราได้เลยสักนิด

 

            บอสตันครับเฮียหมูเอ่ยหลังจากลูบท้อง

 

            บอสพอเฮียผมบอก ขนลุกหน่อยๆ กับการโดนเรียกชื่อเต็ม ไม่ใช่อะไรหรอก ชื่อผมมันเป็นคำติดปากของอาจารย์ห้องปกครอง ถ้าไม่ติดว่าเมื่อก่อนผมต่อยกับชาวบ้านบ่อย ผมคงคิดว่าอาจารย์อมรรัตน์ หรือที่ผมกับเก้าแอบเรียกลับหลังว่าเจ๊มร เขาพิศวาสผม

 

            บอสเฮียหมูขำ อิ่มมั้ย

 

            ผมแทบเลิกเสื้อนักเรียนให้เขาดู ตอนนี้ผมเหมือนคนตั้งท้องได้สามเดือน ลูกในท้องผมชื่อน้องพอง เตรียมคลอดตอนเช้าวันพรุ่งนี้ผ่านทางลำไส้ใหญ่ ไม่อิ่มก็ไม่ใช่คนละเฮีย

 

            เฮียหมูยิ้ม เขาดันหลังผมให้ซ้อนรถมอเตอร์ไซของเขา ทีแรกผมก็ไม่ยอมให้เขาไปส่งและบอกไปว่าเรียกแท็กซี่กลับเองได้ แต่เฮียหมูไม่ยอม หลังจากผมเล่นตัวอยู่นานพอเป็นพิธี ผมก็กระโดดซ้อนหลังเขาอย่างรวดเร็ว อย่างที่เคยกล่าวไปเมื่อข้างต้น เขาเป็นผู้ใหญ่ ผมเป็นเด็ก ผมควรรับน้ำใจเขาไว้ด้วยความเต็มใจและความรู้สึกขอบคุณ

 

            การเป็นสาวสก๊อยของเฮียหมูรู้สึกไม่เลวเลย เพราะเฮียหมูขี่ไม่ไวมากจนทำให้ผมรู้สึกกลัวตายขึ้นมาได้ ผจญภัยอยู่กลางถนนใหญ่ได้เกือบสิบห้านาทีพวกเราก็ถึงหน้าบ้านของผม ตอนนั้นผมเกือบเคลิ้มหลับคาหลังเฮียหมูไปแล้ว ดีที่ถึงก่อน ไม่อย่างนั้นผมคงนอนน้ำลายยืดใส่เสื้อหอมๆ ของเขาเป็นแน่

 

            ขอบคุณครับเฮียผมบอก แต่คราวนี้ไม่ไหว้เขาแล้ว

 

            เฮียหมูยิ้ม รับหมวกกันน็อคจากมือผมไปแล้วโบกมือบ๊ายบาย นั่นไง จิตวิญญาณแห่งหลิง เหยาโผล่ออกมาจากตัวของเขาอีกแล้ว ไว้ไปกินด้วยกันอีกเนอะ

 

            ผมพยักหน้าให้กับแผ่นหลังของเฮียหมู ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงตะโกนเรียกเฮียหมูเสียงดังลั่นซอย รถมอเตอร์ไซของเฮียหมูเบรคดังเอี๊ยดจนล้อหลังลอย ผมมองภาพรถกระดกด้วยความสนใจไม่น้อย ล้อหลังที่กระแทกลงบนพื้นนั่นดังสนั่น นั่นใช่ไหมที่เขาเรียกว่ากฎโมเมนตัม มันใช่อันเดียวกับกฎแรงโน้มถ่วงไหม แต่ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในคลาสฟิสิกส์ ดังนั้นช่างมันเถอะ

 

เจ้าของรถมอเตอร์ไซหันมามองหน้าผมอย่างงุนงง

 

รอตรงนั้น เดี๋ยวผมมาผมหมุนตัวกลับเข้าไปในบ้าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างเร่งรีบไปทางห้องครัว จุกนิดหน่อยแต่พอทนไหว พอเจอของที่ต้องการแล้วก็วิ่งกลับมาหาเฮียหมูที่นั่งคร่อมมอเตอร์ไซหน้าตาตื่น

 

ซองอีโนรสส้มสองซองกับรสมะนาวอีกหนึ่งถูกวางไว้บนฝ่ามือของเฮียหมู

 

ผมโบกมือบ๊ายบายเขาอีกรอบแล้วเดินกลับเข้าบ้านโดยไม่รอคำขอบคุณใดๆ จากเฮียเอเบอร์ดีนที่ทำหน้ากลั้นหัวเราะอย่างเต็มกำลังอยู่ทางด้านหลัง






เรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อระบายความเกรี้ยวกราดจากการไม่ได้กินหมูกระทะ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถหาสาระใดๆ ได้ (ในตอนนี้นะคะ...) 

ขอบคุณทุกท่านที่กดเข้ามาอ่านมากเลยค่ะ ^^


ตกใจคอมเม้นท์กับยอดเฟบเล็กน้อย ฮาาา ขอบคุณมากเลยค่า พลังแห่งหมูกระทะช่างน่ากลัวจริงๆ 5555555


ปล. ขออนุญาติโฆษณานิยายค่า นิยายวายสองเรื่องก่อนหน้าของเราได้รับการเซ็นสัญญากับทางสนพ. ฟาไฉแล้ว (กรี๊ดดดดดดด) หากท่านใดสนใจคลิกลิ้งค์ถัดไปดูได้นะคะ ^^

1.  Rainy days  จบแล้วค่า

2. Whisper through the rain ยังไม่จบ


ปล. 2 เนื่องจากเราจะเปิดเทอมในอีกสองวัน และตั้งใจจะปั่นนิยายเรื่องที่เขียนค้างไว้อยู่เรื่องนึงก่อน น้องบอสกับเฮียหมูตอนหน้าจึงจะมาช้านิดนึงนะคะ แต่จะมาแน่นวลลลล อย่าเพิ่งทิ้งเราไปนะคะพลีสส 


 >>FACEBOOK<< 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 425 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,325 ความคิดเห็น

  1. #1320 alf_yakusa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 17:08
    พอเทียบกับ FMA ปุ๊บ ภ่พในหัวคือ ลายเส้นการ์ตูนแก๊กของ อ.ฮิโรมุมาเลยอะ น่ารัก 55555555
    #1,320
    0
  2. #1310 kunkyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 10:53
    เริ้บความบรรยายเนื้อหมูมาก อ่านไปหิวไป
    #1,310
    0
  3. #1301 gabriel.la(: (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:33
    น้องว้อย5555555 เรียกพี่เขาจนล้อยกเลย
    #1,301
    0
  4. #1267 shin ai2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 02:52
    พระเอกทุกคนของไรท์มีเสน่ห์ทุกคนเลยนะคะ แต่มีจุดเด่นต่างกัน
    #1,267
    0
  5. #1265 fumio101 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 15:20
    แงงงงง อ่านไปหิวไป 😭😭
    #1,265
    0
  6. #1260 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 00:38

    อ่าาาาา หิวหมูกระทะ

    #1,260
    0
  7. #1259 _jkbam_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 06:16
    นึกหน้าเฮียหมูเป็นเฮียหมูบางรักซอย9....
    #1,259
    0
  8. #1258 Little Ta SmileGirl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 13:03
    หัวอกเดียวกันอยากกินหมูทะ แต่คนรอบข้างไดเอท อยากกินหมูทะๆๆๆ
    #1,258
    0
  9. #1235 Flying-pig (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 17:22
    หิวหมูกระทะมาก55555 กลืนน้ำลายแล้วกลืนน้ำลายอีก
    #1,235
    0
  10. #1233 plspeachh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 16:31
    อ่านแล้วหิวหมูกระทะมากค่ะ ฮือ / เฮียเหมือนจะเอ็นดูบอสอยู่พอตัวนะ นั่งจ้องเขากินงี้ แหม
    #1,233
    0
  11. #1222 ojay2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 10:45
    อยากกินหมูกะทะ หิวเลยยยยยย
    #1,222
    0
  12. #1221 เจ้าชายสีเทา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 11:20
    ไม่ได้กินหมูกระทะนานแล้วอ่ะ อยากกินขึ้นมาทันที
    #1,221
    0
  13. #1198 baekbow (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 07:36
    อ่านแล้วหิวเลยเจ้าค่ะ แต่คือนัดกันกินหมูกระทะง่ายๆแบบนี้ก็ได้หรอ ไม่เคยเจอกันแท้ๆ แต่ผู้ชายก็เนอะ ไม่น่ากลัวเท่าไร
    #1,198
    0
  14. #1193 I'm kan. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 19:46
    หิวเลย5555
    #1,193
    0
  15. #1185 naruemy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 14:30
    ดีที่อ่านตอนกินข้าวเสร็จแล้ว ไม่งั้นหิวแน่ๆ 555
    #1,185
    0
  16. #1176 DKdabble (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 13:46
    กลืนน้ำลายดังมาก
    #1,176
    0
  17. #1157 SUNOBA (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 20:36
    หิวค่ะ สั้นๆ หิวววววว
    #1,157
    0
  18. #1147 PEET (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 22:40

    เหตุผลในการแต่งนี่แบบสุดยอดเลย555555

    อ่านไปหิวไปฮือออ

    #1,147
    0
  19. #1112 D_HunHan252 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 02:56
    มานั่งอ่านตอนตี2:55คือ? อ่านแล้วหิว งงกับตัวเอง😂 ไปเซเว่นแปป😂😂
    #1,112
    0
  20. #1105 Kuroshio (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 00:44
    ยอมใจน้อง กูไม่น่าอ่านตอนเที่ยงคืนเลย RIPตัวเอง. หิวววววววว
    #1,105
    0
  21. #1095 pcy921 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 14:32
    โอ้ยยยยย หิวโหย อยากเสพหมูทะ
    #1,095
    0
  22. #1076 Tatangts 🐋 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 07:33
    หิว....
    #1,076
    0
  23. #1069 ARDS; (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 17:55
    ดีนะอิ่มอยู่=..=
    #1,069
    0
  24. #1049 ภูตเงา [Doppelganger] (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 21:01
    ย..อยากกินหมูกระทะเลยอ่ะ...//ปาดน้ำลาย
    #1,049
    2
    • #1049-1 Fon Chanoknunt(จากตอนที่ 1)
      17 มีนาคม 2561 / 13:46
      7771717177 777777777
      #1049-1
    • #1049-2 Fon Chanoknunt(จากตอนที่ 1)
      17 มีนาคม 2561 / 13:55
      ฟๆ
      ผฟ
      ฟฟaa
      ก%ฟฟ_


      #1049-2
  25. #1047 __b.bam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 16:35
    หิวเลย
    #1,047
    0