คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Hot Coffee { One shot } By Ǩ Hot Coffee { One shot } By แมวจร | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



HOT COFFEE

                                                                                                       แด่เธอที่ไม่รู้จัก : )


         


            ผมดูพยากรณ์อากาศมา...

            เขาบอกว่ากรุงเทพฯอากาศจะลดลง 5-7 องศาเชียว

นานมากแล้วที่อากาศไม่เย็นจัดขนาดนี้.. แต่ผมก็ชอบอากาศเย็นๆ เชื่อว่าหลายๆคนคงจะชอบ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจ ไม่หงุดหงิด เหงื่อไม่ไหลเหมือนตอนอากาศร้อนๆ ..

ที่สำคัญ.. มันทำให้คนข้างๆกายเราน่ากอดเป็นพิเศษ



อ๊า!... โถ่เอ๊ย..

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องขึ้น เธอถือหนังสือเล่มโตอยู่ในมือ และกำลังวิ่งไล่ตามที่คั่นหนังสือที่ทำด้วยกระดาษ ลมหนาวเริ่มพัดเข้ามาแล้ว ผมนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง.. เป็นที่ๆผมมาแทบจะทุกวัน เพื่อรอเธอคนนั้น..

สาวน้อยน่ารักกำลังเดินออกมาจากสถานีรถไฟฟ้า BTS  เธอส่งรอยยิ้มสดใสมาให้ผม.. ในมือของเธอถือกระเป๋าใบเล็กๆ ชุดนักศึกษาของเธอดูขาวสะอาดตาจริงๆ ผมขยับแว่นตาของตัวเองเพื่อให้มันขยับเข้าที่เข้าทาง ผมอยากมองเห็นเธอให้ชัดกว่านี้

รอนานมั้ย ?

เธอถามผมด้วยรอยยิ้ม .. ทุกครั้งที่มองหน้าเธอ หัวใจของผมชุ่มชื้นอย่างบอกไม่ถูก ผมพยักหน้ารับก่อนที่จะดึงกระเป๋าในมือของเธอมาถือไว้ แล้วเราสองคนก็เดินไปด้วยกัน ไปในที่ที่คนหนุ่มสาวมักจะไป กิจกรรมหลากหลายที่เราเลือกสรร ทั้งดูหนัง นั่งกินขนมหวาน ร้องเพลงคาราโอเกะ หรือแม้แต่นั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ..


เมื่อเวลาผ่านไปจนท้องฟ้าย้อมไปด้วยสีส้ม..

เป็นช่วงเวลาที่ผมต้องรู้สึกเศร้าในทุกๆวันตั้งแต่ได้พบเธอ..

ผมเดินมาส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ ในขณะที่เรานั่งรอรถอยู่นั้น แสงสีส้มก็ยังส่องสว่างมาที่เธอ.. เส้นผมของเธอพลิ้วรับแสงนั้น ผมคิดเสมอว่าภาพนี้ช่างสวยงาม สวยเสียยิ่งกว่าภาพวาดของศิลปินชั้นเอก..

เสียงรถประจำทางจอดตรงป้ายพอดิบพอดี เธอลุกขึ้นและส่งรอยยิ้มหวานฉ่ำมาให้พร้อมกับโบกมืออำลา เรากล่าวคำอำลาต่อกันดั่งเช่นทุกครั้ง .. และเธอก้าวขึ้นรถไป


ผมมักจะมองแสงของดวงอาทิตย์ที่หายไปพร้อมกับเธอ.. ถึงแม้ว่าท้องฟ้ายามเย็นมันจะสวยงาม..
แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันช่างดูน่าเศร้า แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าไป แสงสุดท้ายนั้นช่างดูเศร้าเหลือเกิน..

ผมเดินกลับไปตามทาง บนถนนสายเดิมที่ผมคุ้นเคย น่าแปลกจริงๆทั้งที่เราเพิ่งจะแยกจากกัน แต่ผมกลับคิดถึงเธอขึ้นมา .. ไฟที่ถูกติดตั้งตามถนนถูกเปิดขึ้นแล้วเมื่อค่ำคืนเข้ามาแทนที่แสงของดวงอาทิยต์ ผมเดินกลับมาทีสวนสาธารณะแห่งเดิม มันเป็นทางผ่านบ้านของผม


ลมหนาวพัดเข้ามาแล้ว..

 

อากาศตอนกลางคืนหนาวยิ่งกว่าเมื่อตอนเย็นเสียอีก ผู้คนบนทางเท้าเริ่มหายไปไม่พลุกพล่านเหมือนตอนกลางวัน .. ไฟของร้านค้าแถวนั้นยังคงเปิดอยู่  ทั้งๆที่ผู้คนเหลืออยู่น้อยเต็มที คืนนี้คงยาวนานเหมือนเดิมสิ่นะ

 

ผมแวะเข้าร้านขายหนังสือมือสองที่อยู่แถวๆสวนสาธารณะแห่งนั้น ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านประตูกระจก กลิ่นของกระดาษและหนังสือเก่าก็โชยขึ้นมา ข้างในนี้อบอุ่นกว่ามาก

หนังสือมากมายถูกวางเรียงบนชั้น แยกประเภทต่างกันไป ผมเดินไปเดินมาและใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเลือกหนังสือที่ถูกใจได้ หนังสือแปลจากนักเขียนที่ผมไม่คุ้นชื่อถูกถือไปที่เคาน์เตอร์เพื่อคิดราคา มันลดจากปกไปถึงห้าสิบเปอร์เซ็นเลยทีเดียว พนักงานสาวหยิบที่คั่นหนังสือที่ทำจากกระดาษแถมให้กับผมหนึ่งอัน ผมจ่ายเงินและนำหนังสือเล่มนั้นกลับบ้าน


ผมเฝ้ารอวันพรุ่งนี้ เพื่อที่จะไปยังเก้าอี้ตัวเดิม และนั่งรอเงียบๆ เพื่อเจอเธอคนเดิม

 

......

...................

 

เวลาหลายชั่วโมงที่ผมใช้จนหมดไปกับงานของผม

และแล้วก็ถึงเวลาที่ผมรอคอย.. ผมเดินมายังเก้าอี้ตัวเดิมพร้อมกับกาแฟร้อนในแก้วกระดาษ วันนี้อากาศหนาวกว่าเมื่อวานมาก ผู้คนรอบๆเริ่มสวมเสื้อกันหนาวและผ้าพันคอ มันเป็นบรรยากาศที่แปลกตา แต่ก็ดีไปอีกแบบ

ในขณะที่ผมกำลังจิบกาแฟร้อนในแก้วอยู่นั้น

รอนานมั้ย ? ”

เสียงหวานคุ้นหูดังขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเธอยืนส่งยิ้มหวานฉ่ำมาให้ผม วันนี้เธอสวมเสื้อแขนยาวที่ถักจากไหมพรมมาด้วย มันตัวใหญ่กว่าตัวเธอมาก มือของเธอโผล่พ้นชายแขนเสื้อมาแค่เล็กน้อย เธอดูน่ารักมาก..

ผมส่ายหน้าตอบเธอและส่งยิ้มกลับไป แล้วก็เป็นดั่งเช่นทุกวัน เราต่างออกความคิดเห็นว่าวันนี้จะไปที่ไหน แก้วกาแฟถูกทิ้งลงในถังขยะรีไซเคิลของสวนสาธารณะ ตอนนี้มือของผมว่างเปล่าและอุ่นจากไอร้อนของแก้วกาแฟ


ลมหนาวเป็นข้ออ้างที่ดีที่ผมจะได้กุมมือเธอ...

น่าแปลกนะ...

ทั้งๆที่เราแค่กุมมือกัน แต่ผมกลับรู้สึกอบอุ่นเข้าไปข้างในหัวใจ..

 

 

วันนี้ผ่านไปอีกวัน เธอหายไปกับแสงของดวงอาทิตย์...

ผมอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้ไวๆจัง

 

 

ผมนอนพิงหมอนอิงใบใหญ่อยู่บนเตียงของผม หลังจากอ่านข้อความบอกฝันดีของเธอ

ข้อความสั้นๆทำให้ผมยิ้มได้เสมอ..

หนังสือที่ผมซื้อมาจากร้านขายหนังสือมือสองถูกหยิบขึ้นมาอ่านเพื่อคร่าเวลา กระดาษข้างในเปลี่ยนเป็นสี เหลืองนิดๆ มันคงผ่านเวลาที่ยาวนาน

หนังสือเล่มนั้นเล่าเรื่องราวต่างให้ผมได้ฟังผ่านตัวอักษร

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผมผล็อยหลับไปพร้อมกับหนังสือในมือ

 

 

....

...............

 

ผมกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม.. อากาศเหมือนจะหนาวขึ้นกว่าเมื่อวานอีกนิด วันนี้งานของผมค่อนข้างซีเรียส.. มันคงเป็นธรรมดาของคนวัยนี้

ผมนั่งรอ  ... รอ.. รอ..

น่าแปลกที่วันนี้เธอยังไม่มา.. มันเลยเวลามานานมากแล้ว

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่า ในขณะที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาผมก็นึกขึ้นได้ว่าปิดเสียงโทรศัพท์เอาไว้ เธออาจจะโทรมาแล้วก็ได้..

บนหน้าจอโทรศัพท์ มีข้อความที่ถูกส่งมาโดยเธออยู่จริงๆ มันถูกส่งมาตั้งแต่ช่วงบาย

‘ Plaw วันนี้
           
  พี่คะ วันนี้แพรวไม่ไปนะ ขอโทษ....

ข้อความสั้นๆแสดงอยู่บนจอโทรศัพท์ ก่อนที่ผมจะแตะปลายนิ้วสไลด์เพื่ออ่านข้อความที่เหลือ ผมคิดในใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันนะ..


พี่คะ วันนี้แพรวไม่ไปนะ ขอโทษด้วย ที่ผ่านมาขอบคุณมากค่ะ

ขอให้พี่เจอคนทีดีกว่าแพรวนะคะ

 

 

 

ผมอ่านข้อความนั้น..

มีหลายอย่างที่ผมไม่เข้าใจ..

เธอบอกผมในข้อความนั้นว่า ขอให้ผมเจอคนที่ดีกว่าเธอ.. มันจะหมายความว่ายังไงกันนะ มันเป็นข้อความที่ขอจบความสัมพันธ์ของเราหรือเปล่า..

ผมกดโทรศัพท์โทรไปหาเธอในทันที..

ผมโทร... ครั้งแล้วครั้งเล่า.. เธอก็ไม่รับสายของผมเลย....

 

 

....

ลมหนาวพัดมาอีกแล้ว...

วันนี้ท้องฟ้าสีส้มนั้นดูเศร้ากว่าทุกครั้ง.. ผมยังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม ผมรู้ว่าเธอจะไม่มา แต่ผมยังคงคิดไม่ออกว่าผมควรจะไปที่ไหน นอกจากนั่งอยู่ตรงนี้..

ผมเฝ้าคิดย้อนกลับไป ว่าผมทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า.. เมื่อวานเราเดินกุมมือกัน ผมมีความสุขมาก
เธอยิ้ม ผมยิ้ม เราสองคนต่างก็ยิ้ม.. ไม่มีอะไรเป็นคำเตือนของความเศร้าในวันนี้เลยสักนิด..

มันเป็นเรื่องน่ากลัว.. ที่รอยยิ้มหวานๆสามารถเก็บซ่อนบางอย่างได้อย่างมิดชิดเสียจนเราไม่ทันระวังตัว

เบื้องหลังรอยยิ้มของเธอนั้น.. ผมไม่เคยได้เตรียมใจเลย..


ผมเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ มองไปบนฟ้า มือของผมเย็นจนปวดไปหมด..

เมื่อไฟของร้านค้าบริเวณนั้นปิดลง.. เสียงประตูเหล็กของร้านขายหนังสือมือสองถูกดึงลงมา มันดังลั่นในพื้นที่ๆเงียบสงัด.. ผมเพิ่งรู้ว่ามันเปิดอยู่เป็นร้านสุดท้ายของบริเวณนี้ .. พนักงานสาวสวมเสื้อกันหนาวค่อนข้างหนากำลังล็อกกุญแจประตูร้าน และไม่นานไฟหน้าร้านก็ถูกปิดลง...

ผมควรจะต้องกลับบ้านแล้วสิ่นะ...

บนถนนสายเดิมที่คุ้นตา.. วันนี้ทุกๆอย่างดูเศร้า ถนนเส้นนี้มันเหงาและหนาวกว่าทุกวัน

ไม่มีข้อความบอกฝันดี

ไม่มีเสียงของเธอ

...

 

.........

ทุกๆอย่างผ่านไป ราวกับว่า เธอไม่เคยมีอยู่จริง..

 

 

... แล้ววันนี้....

ผมกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมในสวนสาธารณะ

หลายวันมานี้อากาศเย็นลงอย่างต่อเนื่อง.. เก้าอี้ข้างตัวของผมว่างเปล่า

พยากรณ์อาอากาศบอกว่าอากาศจะเย็นลงกว่านี้ และจะคงที่ไปอีกหลายวัน.. นี่เป็นช่วงเวลาที่ความหนาวคงอยู่กับกรุงเทพฯยาวนานกว่าทุกที.. ลมหนาวจากจีนที่พัดเข้ามายังเย็นถึงขนาดนี้ ผมคิดไม่ออกเลยว่าคนทางนั้นจะหนาวกันขนาดไหน

หลายวันมานี้ผมก็ยังติดต่อเธอไม่ได้..

ข้อความนั้นเป็นข้อความสุดท้ายของเธอ

...

ผมเอนหลังพิงกับพนักพิงบนเก้าอี้ตัวเดิม .. หลังจากเลิกงานผมก็มักจะมานั่งอยู่ที่นี่ มันเป็นแบบนี้มานานตั้งแต่ที่ผมเจอเธอ นานเสียจนมันกลายเป็นเรื่องปกติประจำวันของผมไป

ตั้งแต่วันที่เธอหายไปผมก็ยังคงมาที่นี่.. ผมรู้ว่าเธอจะไม่มา.. แต่ผมรู้ว่าลึกๆผมหวังว่าเธอจะมา มันจึงทำให้ผมยังคงมานั่งรออยู่ที่นี่ ผมถามตัวเองว่าผมกำลังรออะไรอยู่

นั่นสิ่ ผมกำลังรออะไรอยู่นะ....

วันแล้ววันเล่า..

 

วันแล้ววันเล่า

อากาศเปลี่ยนแปลงไป ทั้งร้อนขึ้นและเย็นลงอีกครั้ง...

ผมกลับมานั่งอยู่ที่เดิม .. ผมรู้แล้วว่าเธอจะไม่มา

เพียงแค่ผมไม่รู้ว่าควรจะไปที่ไหน.. ผมว่ามันก็ดีนะที่จะนั่งอยู่ตรงนี้ นั่งเงียบๆมองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมา.. ความเศร้าของผมเหมือนจะลดลงไป แต่มันก็ยังคงอยู่ ผมไม่ได้ใจหายเหมือนกับวันแรกที่ผมได้อ่านข้อความนั้นของเธอ แต่มันกลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก

ผมมักจะมองไปยังประตูทางออกของรถไฟฟ้า BTS ผมรู้ว่าเธอจะไม่เดินออกมา...
แต่มันเป็นสิ่งที่ผมทำจนเคยชิน


วันนี้อากาศหนาวมากกว่าทุกวัน..

ผมจำได้ว่าเคยชอบอากาศหนาวมากกว่านี้...

 

ในเวลาที่ลมพัดมา ตัวผมสั่นขึ้นมานิดๆ .. ทั้งมือและปลายจมูกของผมเย็นจนชา.. เมื่อเช้าผมดูอุณหภูมิในโทรศัพท์ มันบอกว่าอากาศลดลงอยู่ที่ราวๆ 16 องศา.. มันหนาวมากๆเลยทีเดียว... ผมชะเง้อคอมองไปยังร้านกาแฟข้างถนนที่ผมเคยซื้อกิน แต่วันนี้ร้านกลับปิดเสียได้

ถ้าได้กาแฟร้อนๆสักถ้วย มือของผมคงอุ่นกว่านี้...

 

มือของผม...

แล้วผมก็คิดถึงเธอขึ้นมาอีกแล้ว...




 

วันนี้อากาศเย็นนะคะ

เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น..

ผมเงยหน้าขึ้นมอง หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าผม เธอสวมเสื้อกันหนาวค่อนข้างหนาและในมือของเธอถือแก้วกาแฟอยู่สองใบ เธอยื่นหนึ่งใบให้กับผมพร้อมๆกับรอยยิ้ม

ผมมองแก้วกาแฟในมือของเธอด้วยความแปลกใจ

ผมไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน

 

 

แค่กาแฟค่ะ ถ้าไม่รังเกียจก็รับไปเถอะ

เธอพูด

ผมรับแก้วกาแฟของเธอมา .. ถึงแม้ว่าผมจะไม่กล้าดื่มมันก็เถอะ..

เธอนั่งลงตรงที่ว่างของเก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่ เมื่อลมหนาวพัดมา ผมยาวประบ่าของเธอปลิวรับลมนั้นนิดๆ
และกลิ่นแชมพูที่เธอใช้ก็โชยมาด้วย


วันนี้ก็ออกมารออีกแล้วเหรอคะ

เธอถาม

คำถามนั้นสร้างความประหลาดใจให้กับผมมาก...

เธอคนนี้เป็นใครกันนะ เธอรู้ได้ยังไง ว่าผมกำลังรออะไรอยู่.. ผมจ้องมองเธอพลางคิดว่าผมเคยรู้จักเธอมาก่อนหรือไม่.. แต่ผมก็นึกไม่ออกเลย


เรารู้จักกันเหรอครับ

ผมถามเธอไปตรงๆ

มือของผมค่อยๆอุ่นขึ้นอย่างช้าๆจากแก้วกาแฟกระเบื้องของเธอ

 

ไม่หรอกค่ะ

เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้ม แต่เธอไม่ได้หันมาทางผมเลย

หลังจากคำตอบของเธอ ผมก็จ้องเธออยู่นาน เธอคงจะรู้สึกอึดอัด แต่ผมเองก็รู้สึกอึดอัดไม่น้อย.. เธอยกแก้วกาแฟในมือของเธอขึ้นมาดื่ม.. ลมหนาวพัดมาอีกแล้ว..

 

ชั้นทำงานอยู่ที่ร้านหนังสือ  ตรงโน้นค่ะ

เธอพูดพลางชี้นิ้วไปยังร้านหนังสือมือสองที่อยู่ไม่ไกลนัก .. ถึงตรงนี้ ผมพอจะนึกอะไรออกบ้างแล้ว เธอเป็นพนักงานของร้านหนังสือมือสอง และผมเคยพบเธอครั้งหนึ่งในตอนที่เข้าไปซื้อหนังสือมือสอง และเธอแถมที่คั่นหนังสือให้ผมหนึ่งอัน มันทำจากกระดาษ...

อ้อ.. ผมนึกออกแล้ว

เธอหันมายิ้มให้ผม รอยยิ้มของเธอดูอบอุ่น..

จากตรงนี้มองเข้าไปที่ร้านหนังสือ ก็ตรงกับแคชเชียร์พอดิบพอดี


ผมยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ... กาแฟในแก้วกำลังอุ่นได้ที่ รสชาติของมันหอมหวานกำลังดี ในเวลาที่อากาศหนาวๆแบบนี้ กาแฟร้อนคงเป็นอะไรที่ช่วยเติมเต็มให้เรารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้

ผมขยับแว่นตาของผมพลางปาดเอาฝ้าที่จับกับกระจกแว่น เพราะไอร้อนของกาแฟ หลังจากที่เช็ดมันออกไป ผมก็หันไปเห็นรอยยิ้มเล็กๆของเธอ มือของเธอประคองแก้วกาแฟนั้นเอาไว้ เช่นเดียวกันกับมือของผม..

 

ลมหนาวพัดมาอีกแล้ว..

ผมไม่รู้ว่าหลังจากหมดลมหนาวนี้ ชีวิตของผมจะเป็นอย่างไรต่อไป

วันนี้แสงของดวงอาทิตย์ก็ยังคงลับขอบฟ้าไปดั่งเช่นทุกวัน แต่มันก็น่าแปลก...
ที่แสงนั้น ไม่ได้เศร้าไปกว่าเมื่อวาน


ผมรอคอยวันพรุ่งนี้


และคิดว่า

พรุ่งนี้ผมจะไปหาหนังสือมือสองดีๆมาอ่านสักเล่ม...





แ ด่ ค ว า ม รั ก ร ะ ย ะ ไ ก ล : )

END.


________________________________________________________________________________________________________

                                        
           

 

                                                            (c) Music Box
                                                                  

cr.shl

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 พ.ค. 61 / 10:42


Rewrite ( May22,2018 )
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ติดตามผลงานเรื่องสั้นอื่นๆได้ที่

{ ห้ อ ง ส มุ ด แ ม ว จ ร }

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ แมวจร~ จากทั้งหมด 26 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

"สั้นๆได้อารมณ์"

(แจ้งลบ)

เหมือนหัวเรื่อง. สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว... อ่านต่อ

เหมือนหัวเรื่อง. สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว ย่อ

2t3k | 6 ก.ย. 59

  • 1

  • 0

คำนิยมล่าสุด

"สั้นๆได้อารมณ์"

(แจ้งลบ)

เหมือนหัวเรื่อง. สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว... อ่านต่อ

เหมือนหัวเรื่อง. สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว สามร้อยอักษร. บ้าไปแล้ว ย่อ

2t3k | 6 ก.ย. 59

  • 1

  • 0

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 19:57
    ง่ายๆสบายๆ และอบอุ่น
    ภาษายังสื่ออารมณ์เหมือนเดิมเลย><
    #7
    0
  2. วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 11:13
    ออกตัวก่อนเลยว่าธีมบทความกับ รูป สี ตัวอักษร เป็นอะไรที่ถูกใจเรามากๆค่ะ

    ตามมาจากกระทู้แนะนำนิยาย ก็เลยแอบแวบเข้ามาอ่านนิดนึงเพราะชอบแบนเนอร์ค่ะ 555555555555

    อ่านจบแล้ว เป็นเรื่องที่น่ารักดีค่ะ เบาๆสบายๆ ถึงแม้ว่าเราจะแอบหงุดหงิดแพรวอยู่นิดหน่อยก็ตามที...
    เอาจริงๆเลยคือไม่รู้ชื่อตัวละครทุกคนยกเว้นเเพรวค่ะ ซึ่งเราว่ามันก็โอเคดี เหมาะกับเรื่องสั้น 
    อีกอย่างที่เราชอบคือการดำเนินเรื่องค่ะ เป็นเรื่องสั้นที่ค่อยๆดำเนินเรื่อง ไม่มีเกริ่นอะไรมากมาย เช่นไปรู้จักเธอคนนี้ที่ไหนอะไรยังไง แต่เข้าใจว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้น่าจะเป็น สถานะคนคุย ถ้าเราเข้าใจผิดก็ขอโทษนะคะ
    ไม่มีการบอกว่าเป็นแฟน ไม่มีบอกรัก แต่เป็นการที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันและมันอบอุ่น เป็นความรักที่เรียบง่าย
    ถึงจะโดนทิ้งในตอนท้าย...ช่างเถอะ

    ความรู้สึกทีมีให้แต่ละฉาก...สำหรับเราจัดว่าโอเคเลย เพราะเราชอบอะไรที่ไม่เครียด สบายๆ
    โดยเฉพาะตอนที่พระเอกกำลังเศร้าเพราะไม่รู้ว่าแพรวไปไหน หายไปทำไม (คือโดนทิ้ง...โอ้มายก้อด)
    มันทำให้เรารู้สึกได้ว่า เออ มันโหวงนะ แต่ไมได้เศร้าฟูมฟายขนาดนั้น อ่านบางเรื่องทำให้เราอินถึงขนาดร้องไห้ ซึ่งในชีวิตเรายังไม่เคยเจอแบบนั้นก็เลยสงสัยว่าต้องร้องไห้ขนาดนั้นเลยหรอ... ///เวิ่นเว้อค่ะ ข้ามไป
    ก็เลยชอบมาก เห็นบอกว่านิยายสบายๆ อ่านแล้วสบายจริงค่ะ :) ชอบมาก

    และที่สำคัญเลยคือตอนจบเป็นปลายเปิดค่ะ หาอ่านแนวปลายเปิดไม่เจอ... เราชอบความสัมพันธ์แบบนี้ค่ะ
    ไม่ได้หมายถึงสถานะคนคุยนะคะ 5555555 หมายถึงการดำเนินไปเรื่อยๆไม่เร่งรีบมากกว่า
    ไม่ต้องพูดกันมากแต่สื่อกันผ่านการกระทำแทน แอบชอบผู้หญิงในตอนท้ายด้วยค่ะ น่ารักมากๆเลย

    อีกอย่างเลยคือตอนที่ผู้หญิงยื่นแก้วกาแฟอุ่นๆให้ ที่มือของพระเอกอุ่นขึ้นจากแก้วกาแฟกระเบื้อง...
    สำหรับเรา เราคิดว่าเราชอบฉากนี้สุดค่ะ :) เหมือนกับว่าเเพรวสามารถทำให้มือของเขาอุ่นขึ้นได้ด้วยการจับมือ
    ผู้หญิงคนนี้ก็สามารถทำให้มืออุ่นได้จากการให้เหมือนกันค่ะ

    เม้นยาวเวิ่นเว้อ 555555555 ขอบคุณสำหรับนิยายนะคะ ถ้ามีเรื่องสั้นแนวนี้อีกล่ะก็ส่งข้อความลับมาบอกได้นะคะ ชอบค่ะ

    ________________________________________________________________________________

    ด้วยความชอบมากเลยตรวจคำผิดให้ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจขออภัยนะคะ


    *สาธารณะ เห็นพิมพ์ตกหล่นเป็น สาธรณะ

    *สถานี พิมพ์ผิดเป็น สถาณี ค่ะ

    *เข้าที่เข้าทาง พิมพ์ตกไม้เอกเป็น เข้าทีเข้าทาง ค่ะ

    *เมื่อเวลาผ่านไป พิมพ์ตกไม้เอกเป็น เมือเวลาผ่านไป ค่ะ

    *รถเมล์ ไม่ใช่ รถเมย์ นะคะ

    *รู้สึก พิมพ์ผิดเป็น รู้ศึก ค่ะ

    *ที่คั่นหนังสือ ไม่ใช่ ที่ขั้นหนังสือค่ะ

    *ฆ่าเวลา ที่จริงไรท์จะใช้คำว่า คร่าเวลาก็ได้แต่ไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ขึ้นกับไรท์เตอร์ค่ะ บอกไว้เฉยๆ แฮะๆ XD

    *สีเหลือง คิดว่าไรท์น่าจะเขียนว่า สีเหลือง แต่พิมพ์ตกเลยกลายเป็น สีเหลือ ค่ะ

    *พลางคิดว่า ไม่ใช่ พราง นะคะ 

     ขอบคุณค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2559 / 11:15
    #6
    1
    • 12 พฤษภาคม 2559 / 13:08
      ขอบคุณมากครับ ผมอ่านคอมเมนท์แล้วรู้สึกประทับใจมากเลย
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำและกำลังใจดีๆนะครับ

      ปล. เรื่องคำผิดที่ตรวจให้ขอบคุณมากเลยนะครับ ผมจะแก้ไขหลังจากที่เขียนเรื่องใหม่เสร็จแล้วครับ
      ตั้งใจว่าจะเอาลิงค์มาแนบในตอนท้ายของเรื่องนี้ด้วย จะได้แก้ไขทีเดียว เผื่อนักอ่านท่านไหนแอดแฟนไว้
      จะได้ไม่ต้องกดเข้ามาดูแล้วเสียเที่ยวครับ ขอบคุณมากเลยครับ
      #6-1
  3. วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 20:12
    ขอแปะไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะมาเม้นให้ตอนเปิดคอมค่ะ XD
    #5
    0
  4. วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 10:05
    ชอบมากกกกกค่ะ  อบอุ่น  โรแมนติกมากกกก
    นึกภาพตามได้ทุกฉากทุกตอนเลย

    เขียนอีกนะคะ  ชอบค่ะ
    #4
    1
    • 12 พฤษภาคม 2559 / 13:09
      ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ : )
      #4-1
  5. วันที่ 18 เมษายน 2559 / 15:54
    ชอบบบบบบบบบบบมากที่สุด 
    กริ้ดหนุ่มแว่นไม่พอ เนื้อหาจับใจมากเลยค่ะ :D
    เขียนเรื่องสั้นออกมาอีกนะ 
    #3
    1
    • 12 พฤษภาคม 2559 / 13:11
      ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ผมนะครับ : )
      #3-1
  6. วันที่ 11 เมษายน 2559 / 18:27
    ชอบนิยายสไตล์นี้จังค่ะ
    อ่านแล้วรู้สึกสบายสมอง เรียบๆง่ายๆ
    แต่เหมือนมีเสน่ห์อยู่ในตัวเลย
    #2
    1
    • 12 เมษายน 2559 / 08:35
      ขอบคุณสำหรับคำติชมนะครับ ^_^
      #2-1
  7. วันที่ 11 เมษายน 2559 / 12:44
    มาจากกระทู้วิจารณ์นิยายนะค่ะ ต้องบอกก่อนว่า ฮู้อู้ววว เป็นเรื่องสั้นที่ตราตรึงมาก 55555 เนื้อเรื่องสบายๆเรียบๆแต่ดีงาม เก่งนะค่ะที่สามารถบรรยายเนื้อเรื่องให้มีหลายความรู้สึกในตอนเดียว แต่ที่อยากจะแนะนำอีกนิดดนึงคือ 'อารมณ์' คะ ที่จริงก็ดีอยู่แล้วล่ะคะ แต่มันอยู่แบบค้างๆ จะสุขก็ไม่สุดเศร้าก็ไม่สุด มันกึ่งๆค้างๆทำให้บรรยายกาศเรื่องที่ควรจะดูอบอุ่นดูหดหู่ไปเยอะเลยคะ แต่โดยรวมก็โอเคเลยคะ เลิศและเลอค่ามาก สู้ๆนะค่ะ
    #1
    1
    • 11 เมษายน 2559 / 12:59
      ขอบคุณมากเลยครับผม
      #1-1