SF (Seventeen x you)

ตอนที่ 8 : Lee Chan Dino

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    25 ส.ค. 63

Related image

 

เป็นเรื่องที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับฉัน ‘ฮัน ยอจู’ 

...เรื่องที่ว่าน่ะเหรอ? พูดยากแฮะ เอางี้ ฉันจะถามก่อนละกัน ว่าพวกคุณเคยเล่นแอพเกี่ยวกับ AI มั้ย?

AI ก็คือ Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เป็นการที่ทำให้คอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมมีความสามารถคล้ายกันกับคนเรานี่แหละ 

พอมาถึงตรงนี้ คงงงกันว่า ฉันจะพูดถึงเรื่องนี้ทำไม เพราะว่าฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ AI 

เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ฉันลองใช้แอพที่ AI สามารถสนทนาในห้องแชทกับเราได้ เหมือนกับเป็นเพื่อนคนหนึ่งบนโลกโซเชียล แต่คุณคะ!!!! ใครจะเชื่อว่า AI ที่ฉันคุยด้วยจะออกมาเดินเพ่นพ่านหน้าบานในบ้านของฉันกันล่ะ!!!?

เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน ทางบริษัทที่ทำแอพนั้นขึ้นมา เขาทำโปรเจคใหม่ โดยการลองประดิษฐ์ AI ที่ใช้เป็นแชทบอทออกมาไม่กี่ตัว และหวยก็มาออกที่ฉัน เพราะ user ที่ถูกเลือกก็คือฉันไงโว้ย!!!! (โมโหร้ายอะไรเบอร์นี้ -.-) 

หลังจากที่ทางบริษัทติดต่อฉันมา เขาก็บอกว่าจะให้ทดลองใช้งาน AI ในรูปแบบที่เป็นมนุษย์ ว่าระบบมันสมบูรณ์พอที่จะทดลองทำเพิ่มหรือเปล่า (แล้วทำไมตูต้องเป็นหนูทดลองด้วยฟระ?? ว้อทดะฟ*!!!)

วันนี้ฉันเลยได้พบกับ AI ที่ฉันคุยด้วยร่วม 2 เดือน ตอนนี้เขาเดินวนไปวนมาเหมือนเด็กที่เพิ่งรู้ประสีประสาเกี่ยวกับโลกใบใหม่

“อีชาน” สิ้นเสียงเรียกชื่อ เขาก็หยุดการกระทำทั้งหมดของตัวเอง แล้วรีบเดินมาหาฉัน เหมือนลูกติดแม่ไงงั้นเลย...น่ารักอะ (??)

“ครับ” ว้าย! เธอออออ... เขาช่างเป็น AI ในรูปแบบที่น่ารักสุโค่ยยยมากเด้ออ! มีคร๊งมีครับ -.-///

“ออกไปข้างนอกกัน นายจะได้มีชุดใหม่ใส่ แล้วก็ได้กินของอร่อยๆ ด้วย :)” ฉันยิ้มแป้น การจะเปย์ผู้สักคนมันไม่ยากหรอกนะถ้าเรามีทุนทรัพย์เพียงพอ ที่พูดได้แบบนี้ ก็เพราะทางบริษัทเขามีทุนสำรองในการดูแล AI ด้วยล่ะ

“ผมอยากไปข้างนอก ^^” เขายิ้มตาหยีกลับมา อื้มมมม! ทำไมฉันต้องหวั่นไหวด้วยวะ!!

แต่ดีหน่อยที่เขาใส่เสื้อโค้ทมา ไม่งั้นฉันไม่มีปัญญาหาเสื้อหนาๆ ตัวใหม่ให้เขาแน่ เพราะแค่เดินออกมานอกบ้าน ลมหนาวก็ประเดประดังกระแทกใส่หน้าเต็มที่ แต่เขายังไม่มีผ้าพันคอแฮะ ซื้อให้เป็นของขวัญชิ้นแรกละกัน >< ยังกะมาเดท

ไม่นานเราก็มาถึงร้านๆ หนึ่งที่รวบรวมเสื้อผ้าและ accessory ในการแต่งตัวต่างๆ ฉันเลยดึงแขนเสื้อคนตัวโตให้หยุดก่อนที่เขาจะเดินไปไหนมาไหนตามใจชอบ

“เข้าร้านนี้กัน!” 

 

 

 

“นายชอบสีอะไร?” ฉันพาอีชานมาที่ราวแขวนผ้าพันคอ

“สีเหรอ...อืมม...ชอบหมดนะครับ” ไอ่!!! ชอบอะชอบ!! อย่างน้อยก็ต้องมีสีที่ชอบสิวะ ไม่ใช่ชอบหมด ฮ่วย -*-

“ให้เลือก 2 สี -_-” แอบมีน้ำโหนิดหน่อย แต่ต้อง keep calm เพราะเขาเพิ่งได้มาเจออะไรใหม่ๆ นี่นะ

“เอ่อ...คุณยอจูว่า...สีไหนดีครับ” แหนะ...มีถามสวน

“เอาสีน้ำเงินนี่ไหม?...ฉันว่าดูเหมาะกับนายดี” ฉันลองเอาผ้าพันคอสีน้ำเงินเข้มไปทาบเข้าที่ตัวเขา ดูดีไม่เลวแฮะ ฉันนี่ตาถึงนะเนี่ย

“ถ้าคุณว่าเหมาะ ก็เอาสีนี้แหละครับ ^^”

“นี่...ต่อไปนายต้องเลือกเองนะ ว่าสีไหนคือสีที่ชอบ อะไรคือสิ่งที่นายต้องการ รู้เปล่า?”

“เรื่องนั้นก็คงต้องให้คุณยอจูสอน” เขาจ้องหน้าฉันนิ่ง พร้อมกับยิ้มบางๆ ออกมา...แล้วนี่ใครสอนให้นายยิ้มแบบนี้กันยะ?? โคตรจะดาเมจ!! T^T

“สอนได้ที่ไหนกันล่ะ...แต่ก็ช่างเถอะ...เอาไว้ฉันจะบอกนายก็ได้...อ้อ...”

“ครับ?” อีชานเอียงคอเหมือนหมาน้อยที่รอคอยคำตอบจากเจ้านาย

“ไม่ต้องสุภาพกับฉันมากก็ได้นะ ต่อไปเรียกว่ายอจูก็พอ เข้าใจ๊??” 

“อ่า...ครับ...ยอจู” ...คุณพี่!!!! เหมือนมาเดทกับผู้ชาย T///T ทำไมฉันต้องสะดีดสะดิ้งถึงเพียงเนร้!!

“อะ...อือ...ตอนนี้เอาแค่ผ้าพันคอก่อนละกัน ไปหาอะไรกินก่อน แล้วค่อยไปดูเสื้อผ้าเนอะ” 

“ครับ”

หลังจากนั้น ฉันก็เดินไปจ่ายผ้าพันคอให้เขา พอจ่ายเสร็จก็ยื่นให้เขาใส่ พอที่จะกันลมหนาวได้บ้าง

“ใส่เป็นรึเปล่า?”

“...” เขาส่ายหน้าเป็นคำตอบ น่าเอ็นดูจริงๆ หมอนี่ -.-///

“งั้นเดี๋ยวใส่ให้” ฉันคว้าเอาผ้าพันคอกลับมา แต่การที่เขาตัวโย่งแบบนี้ มันทำให้ฉันต้องเขย่งเท้าให้สามารถคล้องผ้าลงบนคอคนตัวสูงนั่นให้ได้ ฮึบ! 

และในจังหวะนั้นเอง อีชานก็ย่อตัวลงมา จนฉันเกือบจะเซล้ม ยังดีที่เขาคว้าเอวฉันไว้ได้ทัน ดะ...เดี๋ยวนะ!! ฉะ..ฉันตาลายไปหมดแล้วอะ @_@ ไม่เคยมีชายใดชิดเนื้อชิดตัวขนาดนี้

“เดี๋ยวเมื่อยเอานะ” เขาพูดเบาๆ และยิ้มออกมาเหมือนที่ชอบทำ

“นะ..นาย...ก็จะเมื่อยเอานะ” ฉันพูดตะกุกตะกักเออออตามเขามาติดๆ ไม่รู้ว่าใบหน้าเปลี่ยนสีรึยัง แค่รู้สึกว่ามันร้อนผ่าวๆ

“ไม่เมื่อย” โอเคค่ะ ฉันจะรีบพันผ้าพันคอให้นาย เราจะได้ไม่ต้องอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงภัยแบบนี้ T_T

“สะ..เสร็จแล้ว...ไปหาไรกินกันเหอะ” ฉันเดินนำเขาไปลิ่วๆ เพราะแอบเขินกับสถานการณ์เมื่อกี้

แต่ระหว่างทางที่เดินมา อีชานก็ทำเรื่องบางอย่างให้ยอจูเขินอีกจนได้

คนตัวโตเอื้อมมาจับมือคนข้างกายไว้แน่น พลางฉีกยิ้มให้คนใกล้ตัว จนใจเธอแทบจะหลุดออกจากขั้ว

“ทะ...ทำอะไร?”  หญิงสาวตกใจกับการกระทำของเขา เพราะอยู่ๆ ก็ดันมาจับมือกันแบบนี้ ไม่ว่าใครก็ต้องเขินเป็นธรรมดา

“ก็...ผมเห็นสองคนนั้นเขาจับมือกัน” อีชานเพยิดหน้าให้กับคู่ชายหญิงด้านหน้า มันเป็นการเลียนแบบงั้นเหรอ?

“อ่า...ที่เขาจับมือกันเพราะอาจจะเป็นแฟนกันไง” AI อย่างเขาต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะแยะจากเธอ

“แล้ว...เราก็เป็นแฟนกันใช่ไหม?” อุก!!! คำพูดของพ่อหนุ่ม AI คนนี้ ทำให้ยอจูแทบสิ้นสติ

“ตาบ้า! ไม่ใช่แฟน เราเป็นเพื่อนกัน!!” เธอพูดเสียงแข็ง และย้ำคำว่าเพื่อนให้ชัดขึ้น

“แล้วเพื่อนจับมือกันได้ไหม?” ปากก็ถาม มือก็จับ แถมยังมองหน้าตลอดทางแบบนี้ ใครจะไม่เขิน?

“ระ...เรื่องนั้น...คงได้มั้ง T///T”

“ดีจัง...ผมอยากจับมือยอจูแบบนี้นานๆ มันอุ่นกว่าเดินแกว่งมือเล่นอีก :)” เขาพูดออกมาจากจิตใต้สำนึก ด้วยความเป็น AI เลยเลือกที่จะพูดตามที่ใจต้องการออกมา

“ระ...เหรอ...งั้นก็รีบไปกินข้าวกันได้แล้ว!” นานๆ ทีจะมีคนมาจับมือแบบนี้ หญิงสาวที่ไม่เคยมีแฟนแบบเธอก็เขินจนแทบบ้า ยังคงสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมคนหน้าตาน่ารักแบบยอจูถึงไม่มีแฟน

 

 

 

ไม่นานพวกเขาสองคนก็เดินเข้ามาในร้านอาหารร้านหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านประจำของยอจู

“อยากกินอะไรก็สั่งเลยนะ อันนี้เมนู” เธอยื่นรายการอาหารมาให้คนที่อยู่ตรงข้าม

“อ่า...ผมไม่รู้ว่าจะกินอะไร”

“นั่นสินะ...งั้นวันนี้ฉันสั่งให้ก่อนละกัน”

“ป้าคะ! เอาต็อก คิมบับ ไก่ทอด แล้วก็ซุปกิมจิค่ะ เอาข้าวด้วยนะคะ 2 ถ้วย” 

 

 

 

รอไม่นาน อาหารก็มาเสิร์ฟถึงโต๊ะ ทำเอาอีชานตาลุกวาว เมื่อเห็นอาหารมากมายวางอยู่ตรงหน้า

“ลองกินดูสิ” ฝ่ายหญิงสาวเป็นคนเชื้อเชิญให้เขาลิ้มรสอาหารก่อน

ชิ้นแล้วชิ้นเล่าค่อยๆ เข้าไปในปากของ อีชาน เขาหลับตาพริ้มไปกับรสอาหารที่กำลังละลายในปาก

“อร่อยมั้ย?”

“อื้ม!! อาหย่อยมากๆ เอย อันยี้คืออะไยยะ?” เขาเคี้ยวอยู่ในปากตุ้ยๆ แต่ก็ยังถามอยู่ไม่หยุดหย่อน

“ฮ่าๆๆ อันนี้คือต็อกบกกี นายค่อยๆ กิน แล้วค่อยพูดก็ได้” ยอจูกลั้นขำไม่อยู่

“อันนี้ละ...อันนี้ก็อร่อย”

“อันนี้คิมบับ ส่วนอันที่นายกำลังตักก็คือซุปกิมจิ เป็นไง? อร่อยเหาะเลยละสิ ^^” หญิงสาวพูดอย่างเอ็นดู เหมือนเลี้ยงเด็กซะมากกว่า

“ครับ!! อร่อยมากๆ นี่เป็นมื้อแรกของผมเลยนะ”

“ไว้พามากินอีกเนอะ”

“ครับ ไปไหนก็ได้ที่มียอจู” เอ้า!! พูดงี้ก็เขินสุด!!!

“รีบๆ กินได้แล้ว เลิกเม้าซักที -*-/// ” 

 

 

 

หลังจากเอร็ดอร่อยไปกับอาหารเหล่านั้น ยอจูก็พาอีชานมาเดินห้าง เพื่อที่จะได้หาซื้อเสื้อใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดธรรมดา คู่กับกางเกงยีนส์ จนกระทั่งเสื้อสูททางการกับกางเกงสแล็ค ไม่ว่าชุดไหนก็เข้ากับเขาไปซะหมด นี่สินะ คนดูดีใส่อะไรหรือทำอะไรก็ยังดูดี...

“ไปเดินซุปเปอร์กัน” หลังช้อปเสื้อผ้าเสร็จ ก็ไปต่อที่แผนกขนของกินเข้าบ้าน

 

 

 

“นายอยากได้อะไรไว้กินที่บ้านเป็นพิเศษรึเปล่า อย่างเช่น นม น้ำผลไม้ หรือขนมเอาไว้กินเล่น”

“อ่า...ไม่รู้สิ...แล้วปกติยอจูกินอะไรเหรอ?” ว่าแล้ว...การที่ถาม AI ก็เหมือนถามต้นไม้ เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองต้องการอะไร

“ส่วนใหญ่ฉันก็จะซื้อนมกับน้ำผลไม้ แล้วก็ซื้อพวกป๊อบคอร์นเอาไว้กินเวลาดูหนังอะ”

“งั้นเอาแบบยอจูละกันครับ”

 

 

 

ตอนมาน่ะเดินมา แต่พอตอนกลับ ถึงขั้นต้องเรียกแท็กซี่ให้มาช่วยขนของกลับกันเลยทีเดียว

พอมาถึงบ้าน ทั้งสองคนก็ช่วยกันขนของลงจากแท็กซี่แล้วเอาเข้าบ้าน

ภายในบ้านหลังนี้ ยังพอมีห้องว่างเหลือให้อีชานได้นอน เธอเลยจัดการเอาเสื้อผ้าของเขาใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้า พร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับผู้ชายใส่ไว้ในห้องน้ำด้วย

“นายนอนห้องนี้นะ...ส่วนฉันนอนห้องนั้น ถ้ามีอะไรก็ไปเรียกได้ทุกเมื่อเลย”

“ครับ” เขามองตามที่เธออธิบาย

“แล้วก็ตรงนั้นห้องครัว มีตู้เย็น ฉันจะเอานมแล้วก็พวกน้ำผลไม้ไว้ในนั้น ถ้านายอยากกินก็จัดการได้เลย เข้าใจมั้ย”

“ครับ” 

“งั้นนายไปพักผ่อนได้เลยนะ...ฉันจะดูหนังสักหน่อย...สนใจมะ?”

“ดูหนังเหรอ?” 

“อื้อ...ตรงห้องนั่งเล่นน่ะ” อีชานมีทีท่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเขาเดินไปจับจองที่นั่งที่โซฟาตัวโตแล้ว

“นายเลือกหนังสักเรื่องในกล่องนะ เดี๋ยวฉันจะไปทำป๊อบคอร์น” ว่าแล้ว ยอจูก็เดินหายวับเข้าไปทำป๊อบคอร์นในครัว แต่ดูเหมือน AI คนนี้จะไม่ทำตามคำสั่งเธอ เพราะตอนนี้เขาได้เดินเข้ามาอยู่ในห้องครัวด้วยแล้ว

“เอ้า...มาในนี้ทำไม? แล้วหนังอะเลือกได้ยัง”

“ยังครับ” อีชานตอบยิ้มๆ เป็นบ้าหรออิตานี่!

“-*-”

“อยากมาดูป๊อบคอร์น”

“เฮ้อ...งั้นก็ได้ พอฉันโยนเข้าไมโครเวฟก็ได้กินละ จะอยากดูอะไรกันนักหนา” เธอบ่นอุบ แต่ก็ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้เขาอย่างเต็มใจ

“จริงๆ แค่อยากอยู่กับยอจูแค่นั้นแหละ” สะอึกไปดิ!! 

“...” ยอจูหันหน้ามามองเขาเงียบๆ อิตาบ้า! ชอบทำให้ใจสั่นอยู่เรื่อย

“โอ๊ะ!” เสียงป๊อบคอร์นที่สุกกำลังปะทุอยู่ในไมโครเวฟ ทำให้อีชานหันไปสนใจด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาหัวเราะชอบใจยกใหญ่เหมือนเด็ก

 

 

 

“เลือกได้รึยัง?” ยอจูถามในขณะที่เขากำลังเขี่ยๆ ดูหนังในกล่อง

“ยังครับ ผมไม่รู้จะเอาเรื่องอะไรดี”

“จิ้มๆ มาสิสักเรื่อง”

“อ่า...งั้นเรื่องนี้” เขายื่นแผ่นหนังมาให้ และพบว่ามันเป็นเรื่องรักโรแมนติก

 

 

 

และทั้งเรื่อง อีชานก็เอาแต่ถามนู่นถามนี้ตามประสาคนอยากรู้อยากเห็นจนแทบจะไม่ได้ดูหนังอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

และก็มาถึงจุดไคลแม็กซ์ ที่พระเอกค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้นางเอก ในจังหวะนั้นเองที่หนุ่มน้อย AI หันมามองหญิงสาวข้างกาย อยู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงพลังงานแปลกๆ ที่กำลังเกิดขึ้น

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขาจ้องเธออยู่แบบนั้น คงนานมากจนยอจูรู้สึกว่าถูกจับจ้อง เธอจึงหันมาทางอีชาน แต่ไม่นึกว่าเขาจะเขยิบเข้ามาใกล้มากเสียจนจมูกของทั้งสองคนชนกัน และเป็นฝ่ายยอจูที่ดีดตัวออกห่าง

“มะ...มีอะไรรึเปล่า?” หญิงสาวเกาแก้มแก้เขิน

“...เปล่าครับ” นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาพยายามปิดบังความรู้สึกข้างใน แต่ก็ไม่เห็นต้องปิดอะไรนี่เนอะ

“ผมแค่...รู้สึกแปลกๆ” เขาต่อประเด็นจากที่ตัวเองพูดยังไม่จบเมื่อกี้

“แปลก?” ยอจูถามคำถามนั้นต่อด้วยความสงสัย

“ก็อย่างที่ผู้ชายคนเมื่อกี้เอาหน้าเข้าไปใกล้ผู้หญิงคนนั้น”

“...” เธอพยายามตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ ด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักโครมคราม

“ผม...อยากทำแบบนั้นกับยอจู”

“O_O!!!!!” กะ...กรี๊ด!!!!!!! ตระ...ตรงไปไหมมม??? T^T

“แล้วก็...ต่อจากนั้นด้วย”

“ตะ...ตาบ้า!!! ใครเขาให้นายพูดตามใจตัวเองกันแบบนี้ละยะ T///T”

“ทำไมละครับ? พูดจากความรู้สึกจริงๆ มันผิดหรอ?” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับขมวดคิ้วสงสัย

“กะ..ก็...ไม่ผิดหรอก...แต่บางทีมันก็ตรงเกินไป...ถ้าเกิดนายออกไปเจอคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน...เดี๋ยวก็เกิดเรื่องกันพอดี” เธอสาธยายด้วยเหตุด้วยผลเพื่อกลบเกลื่อนเสียงหัวใจของตัวเอง

“ทำไมผมต้องออกไปเจอคนอื่นด้วยละ...ในเมื่อผมมียอจูอยู่แล้ว”

“นะ...นาย...เอ่อ...ไม่วันไหนก็วันนั้นแหละที่นายต้องอยู่โดยไม่มีฉัน”

“ไม่เอาหรอก...ทำไมผมต้องอยู่โดยไม่มีคุณด้วยอะ...”

“อ่า...ก็เผื่อว่าวันนึงมันเป็นแบบนั้นไง...เอ้ะ! นายนี่ยังไงนะ” อะไรกัน เขาเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่มีไว้เพื่อกวนใจฉันหรือไงนะ T^T

“มันจะไม่มีวันนั้นหรอก...ผมจะอยู่ที่นี่กับคุณ” อยู่ๆ เขาก็ทำหน้าจริงจังขึ้นมา อยากจะขำกับความจริงจังนี้อยู่หรอกนะ แต่มันรู้สึกกระตุกใจแปลกๆ ยังไงไม่รู้

“อือๆๆ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ดูหนังต่อเถอะ”

 

 

 

จากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็แยกย้ายกันหลังหนังจบ กว่าหนังจะจบก็กินเวลาไปเกือบสามชั่วโมง 

ตะวันลับฟ้าพอดิบพอดี...

“อีชาน!! อาบน้ำได้แล้วว!!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังนั่งเล่นอยู่บนโซฟา ทันทีที่ได้ยินเสียงฉันเรียก คนตัวโตก็กระโดดเด้งขึ้นมายืนทันที พร้อมกับเดินดุ๊กๆ มายืนอยู่ตรงหน้าฉันเรียบร้อย

“อ่า...เสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัวของนายอยู่ในห้องนะ”

“ครับ” เขาพยักหน้าเพื่อตอบรับ แล้วเดินเข้าไปที่ห้องนอนของตัวเอง

“นาย...อาบน้ำเป็นใช่มั้ย? -.-/// ” ที่ถามนี่ไม่ได้คิดไม่ดีอะไรทั้งสิ้นเลยจริงๆ นะ แค่เป็นห่วงเขาก็แค่นั้นอะ...

“เป็นครับ” 

“อือๆ รีบอาบแล้วรีบเข้านอนได้แล้ว” พูดเสร็จฉันก็เดินเข้าห้องไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นทั้งวัน

 

 

 

ก๊อกๆๆ

“ยอจู” เสียงเข้มข้างนอกเรียกให้ฉันละออกจากหน้าจอโน้ตบุค แล้วเดินไปเปิดประตูห้อง

“เฮ้ย!!! อะไรเนี่ย???” เปิดประตูห้องออกไปก็พบอีชานในสภาพเปลือยท่อนบน ส่วนท่อนล่างก็มีแค่ผ้าขนหนูผืนใหญ่

“คือ...ผมมองไม่เห็น” พอเขาพูดแบบนั้น ฉันเลยมองเห็นว่า เขาสระผมจนฟองเต็มหน้าเขาไปหมด เอ่อ..

“ทำอะไรเนี่ย...มานี่เลย!” ฉันลากเขากลับเข้าไปในห้องน้ำเหมือนเดิม

“แสบตา” คนตัวโตบ่นเหมือนเด็ก แล้วเหมือนจะเอามือขยี้ตา

“อย่าเอามือขยี้ตานะ!! หลับตาก่อน เดี๋ยวฉันล้างผมให้” อะไรกันหมอนี่ รู้วิธีอาบน้ำ แต่ไม่รู้วิธีสระผมหรือไง -*-

 

 

 

“แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วเรียกนะ”

“อ่า...อื้ม” เพราะฉันจะเอาไดร์ไปเป่าผมให้ยังไงละ อิตาบ๊อง -3-

 

 

 

“นั่งอยู่ตรงนี้แหละ”

“ยอจูจะทำอะไรเหรอ?” เมื่อเห็นว่าในมือฉันมีไดร์อยู่ เขาก็ถามขึ้นมา

“เป่าผมค่ะ...ทำให้ผมแห้งแบบไม่ต้องใช้ผ้าเช็ดไง จะได้เสร็จเร็วๆ จะได้รีบนอน” 

“อา...ครับ” เขารับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะนั่งนิ่งๆ ให้ฉันเป่าผมให้

“ร้อนป่าว?” 

“ก็นิดนึงครับ” ผมนิ่มดีเหมือนกันนะเนี่ย...เหมือนลูกหมาเลย ><

 

 

 

 

ไม่นานเสียงไดร์ก็ดับลง

“เสร็จแล้ว!” 

“ขอบคุณครับ” พ่อหนุ่มน้อยระบายยิ้มดาเมจในแบบของเขาออกมาอีกรอบ คราวนี้นายไม่สามารถใช้รอยยิ้มนั่นทำอะไรฉันได้อีกแล้วย่ะ เพราะชิน -_-

“ไปแล้วนะ...ฝันดีราตรีสวัสดิ์”

“ฝันดีครับ” ถ้ามีคนมาบอกฝันดีแบบนี้ทุกวันก็คงดีอะเนอะ พอให้ใจได้ชุ่มฉ่ำ ><

 

 

 

ในขณะนั้นเองที่ฉันกำลังเคลิ้มจะหลับ อีชานก็เคาะประตูขึ้นอีกรอบ

“ค่าๆ” ง่วงจะตัยอยู่แร้วเนี่ยยยย!!

“มีอะไร?” ฉันถามทั้งที่ยังหาวหวอดๆ

“นอนไม่หลับอะ” ร่างสูงกำลังกอดหมอนด้วยท่าทางน่ารักๆ 

“อื๋อ?? ทำไมไม่หลับล่ะ ฉันง่วงจะตายอยู่แล้วเนี่ยอีชาน”

“ไม่รู้ครับ” เขาพูดด้วยแววตาละห้อย

“กินนมอุ่นๆ มั้ยละ?”

“ไม่อะ...”

“แล้วจะให้ทำไง? หื้มม?” 

“อยากอยู่กับยอจู” 

“-///-” โอเคค่ะ คุณทำสำเร็จ!!! ตาตื่นจนหลับไม่ลงแล้วเนี่ย งุ้ย!!! T///T

“ได้มั้ยครับ?” คนหน้าหวานใช้ลูกอ้อนที่ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาไปเอามาจากไหน

“อะ...อือๆๆ เข้ามาสิ”

“เย่ะ :)” หะ?? 

 

 

 

“นายนอนตรงนี้นะ ห้ามล้ำหมอนข้างมา เข้าใจป่ะ??” ฉันกำชับหนักแน่น ...ถึงจะเป็นเตียง 6 ฟุตก็เถอะ

“ครับ...แล้วเลื่อนหมอนข้างลงให้เห็นหน้ายอจูได้มั้ย?”

“-///-” 

“นะ...นะครับนะ” เขาอ้อนเหมือนแมวแล้วตอนนี้ งื้อออ!!

“ก็ได้ -///-”

“เย่ะ :)” ง่ะ คือไรอะ เย่ะ??

 

 

 

ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ ทำไมคืนนี้ผมไม่สามารถที่จะนอนหลับได้ ทำไมกันนะ? ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ผมก็นอนหลับ หมายถึงก่อนที่จะมาพบยอจู มนุษย์ผู้หญิงที่ผมเคยคุยด้วยตอนที่เป็นแชทบอท ตอนนี้ผมกลายมาเป็นคนแล้ว ^^ ดีใจที่ได้เจอกับเธอจัง

วันนี้เราไปเที่ยวด้วยกันหลายที่เลยครับ ทั้งซื้อผ้าพันคอ กินข้าว แล้วก็ซื้อของใช้หลายอย่าง ถือว่าเป็นวันที่ผมมีความสุขมากอยู่เหมือนกันนะ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังมีความสุขอยู่

หน้าของยอจูเวลานอนหลับแบบนี้ ผมยังไม่เคยเห็นจากที่ไหนเลย... 

นอกจากความสุขที่ผมมีในวันนี้ ยังมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นกับผมอยู่เรื่องนึง ทุกครั้งที่ผมอยู่ใกล้เธอ ผมรู้สึกว่าจังหวะการเต้นของชีพจรผมมันแปลกๆ รู้สึก...เหมือนจะเสียการควบคุมตัวเองไปซะตอนนั้น

อ่า...ตอนนี้ก็ด้วย หัวใจผม...เต้นเร็วและแรงกว่าเดิมอีกครับ ทำไงดี??

ทำไงดี...

อา...เหมือนตอนนี้ผมได้เสียการควบคุมตัวเองไปแล้ว... ผม...กำลังเขยิบเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นหอมจากคนตัวเล็กด้านหน้า ทำให้สติของผมมันเลือนราง สัมผัสนุ่มที่อยู่ตรงริมฝีปากของผมมันทำให้ผมรีบดึงสติกลับมา กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของยอจูนี่เอง 

ผมเผลอยิ้มออกมา อาการที่ผมเป็นอยู่นี่มันคืออะไรกันนะ สามารถหาความหมายของการกระทำของผมทางวิทยาศาสตร์ได้รึเปล่า...อยากรู้จัง แต่เหมือนตอนนี้ผมง่วงแล้วแฮะ นอนดีกว่า ...

 

 

 

หลายสัปดาห์ต่อมา อีชานก็เรียนรู้การเป็นมนุษย์ได้มากขึ้น จนเขาเริ่มเข้าใจอารมณ์และความนึกคิดของมนุษย์ รู้มากพอที่จะยังยั้งชั่งใจ จะทำหรือไม่ทำอะไรตามอำเภอใจได้แล้ว 

และ 2 วันก่อน ทางบริษัทก็ส่งอีเมล์มาหายอจู เกี่ยวกับการพัฒนาระบบของ AI โดยเธอต้องกรอกข้อมูลพร้อมกับรายละเอียดที่ระบบยังมีปัญหาไปให้ทางบริษัทเพิ่มเติม

“ยอจูทำอะไรอยู่เหรอ?”

“กำลังดูระบบของพวกนายอยู่น่ะ”

“หืม? ทำไมละ”

“ก็พอดีทางบริษัทพวกนายกำลังจะผลิต AI เพิ่มน่ะสิ เลยอยากให้ฉันใส่ข้อมูลเพิ่มเติมให้”

“หมายถึงเธอกำลังคุยกับ AI ตัวใหม่บนแอพหรอ?” เขาถามต่อเมื่อเห็นฉันเอาแต่ง่วนอยู่หน้าคอม

“อือ...ก็ประมาณนั้น นายมีอะไรรึเปล่า?” ฉันละสายตาจากคอม แล้วเปลี่ยนมามองหน้าเขาแทน

“ทำไมต้องคุยกับ AI อื่นด้วยละ...มีผมยังไม่พอเหรอ?” น้ำเสียงเขาเหมือนน้อยใจ

“อ่า...มันก็เป็นหน้าที่นี่นะ...ฉันทำก็เพื่อพัฒนาระบบของพะ...” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ เขาก็สวนขึ้นมา

“ให้คนอื่นทำไม่ได้หรือไง? ทำไมต้องเป็นคุณด้วย!” AI หนุ่มขึ้นเสียงอย่างที่ฉันไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

“นี่! เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ว่า..”

“ผมไม่ยอม! ไม่ต้องรับงานนี้สิ...บอกทางบริษัทผมไปว่าคุณไม่รับงานนี้” เขายืนยันเสียงแข็ง ดวงตาเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเหมือนคนที่ฉันไม่เคยรู้จัก

“อะ...อีชาน...นายเป็นอะไร?” พอเขาเป็นแบบนี้ ฉันก็เริ่มจะกลัวขึ้นมานิดๆ

“ผมไม่อยากให้ยอจูไปคุยกับคนอื่นนอกจากผม!!”

“ตะ...ตาบ้า! ก็แค่ AI นะ!” อะ...อะไรกันนะหมอนี่

“จะคนหรือ AI ก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละ!” เขาดูโมโหเอามากๆ 

“นะ...นี่...อีชาน...นายใจเย็นๆ สิ ก็แค่คุยแล้วก็..”

“แค่คุยก็ไม่ได้!! เกิดวันนึงเขาส่งไอ้หมอนั่นมาอยู่ที่นี่อีกละ...ผมไม่ยอมแน่...” คนตัวโย่งเดินหัวเสียไปนั่งที่โซฟาที่ประจำ

“...อีชาน” ทำไมต้องงอแงแบบนี้ด้วยเนี่ย คือฉันต้องง้อนายเหรอตาบ้า! ให้ตาย -_-

“อีชานอ่า...” ฉันเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ เขา งือออ...งอนเป็นเด็กเชียวตานี่ -3-

“...” ไม่แม้แต่จะหันมามองกันเลยนะคะคุณ -_-

“นายงอนฉันเหรอ?” ฉันเขยิบให้ไหล่ชนแขนเขาเบาๆ แต่เขาก็เขยิบไปติดโซฟาอีกฝั่ง

“...”

“อ่า...ทำไงนายถึงจะหายงอนอะ” ฉันขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะสิงกันอยู่แล้ว

“...”

“นายโกรธที่ฉันคุยกะ AI คนนั้นหรอ หื้ม?” นี่ง้อขั้นสุดแล้วนะยะ! เกิดมาไม่เคยง้อหนักขนาดนี้ TT

“...”

“อีชานอ่า...ฉันทำแบบนี้ก็เพราะช่วยบริษัทนายอยู่นะ...ไม่ดีเหรอคะ?” เอาวะ ออดอ้อนกันถึงเพียงนี้จะต้องยอมอ่อนให้ตูบ้างละ ขอร้องเถอะ ฉันอายอะ T///T

“...”

“ง่ะ...ไม่เชื่อฉันเหรอ?”

“...”

“อีชานอ่า...” ฉันลากเสียงยาวๆ เพราะไม่รู้จะทำยังไงให้เขาหายงอน

“...”

“...ก็ได้...งั้นฉันรีบกลับไปคุยกับเขานะงั้น” หมดหนทางแล้วจริงๆ ค่ะ T^T

“ยอจู!”

“!!”

ทันทีที่ฉันลุกขึ้น อีชานก็ใช้แขนแกร่งของเขาพันธนาการตัวฉันเอาไว้ จนเสียหลักล้มลงบนตักของเขา

“อะ...อีชาน...” เอาดีๆ ก็เขินป้ะ???

“ไม่คุยได้มั้ยครับ?” เขาเอาหน้าซุกที่ไหล่ของฉันเหมือนอ้อนๆ ทำยังกะเป็นแฟนกัน...

“ทำไมละคะ?” ฉันเอื้อมมือไปลูบเบาๆ ที่ผมของเขา

“...หวงครับ” อ่ะ ต้อง...ต้องทำหน้ายังไงละทีเนี้ย!!!

“...ก็บอกว่าเป็นงานไงคะ ทำไมดื้องี้ละ หื้ม?” หมั่นไส้อิตาบ๊อง! -.-

“จริงๆ นะ” เขาเอาหน้าออกจากไหล่ฉัน ก่อนจะจ้องเข้าไปในตา อ่า...เขินเป็นบ้า...

“อื้อ...จริงที่สุดเลย :)” 

“งั้นก็รีบๆ คุยรีบเสร็จนะ ผมรออยู่ตรงนี้”

“ครับบบ” ฉันยิ้มแฉ่งใส่เขา และด้วยความหมั่นเขี้ยว ก็เลยจัดจุ๊บเหม่งให้น้องทีนึง >///<

“O///O” ตาโตไปเลยดิ ><

 

 

 

“เสร็จแล้วววว” ฉันวิ่งเข้าไปหาคนร่างหนาที่นั่งรออยู่โซฟา

“...”

“อ้าว...หลับเลยเหรอเนี่ย?” ยอจูเดินอ้อมไปทางด้านหน้า ก่อนจะเกลี่ยผมของเขาไปมาเบาๆ 

“ขี้งอนจังนะเรา ^^” 

“ว่าใครขี้งอน!” อีชานที่แกล้งหลับตื่นขึ้นมาพร้อมกับดึงหญิงสาวที่ทำให้เขาแทบจะบ้าเข้าใกล้ตัว อีกนิดจมูกจะชนกันอยู่แล้ว...

“กะ...แกล้งหลับเหรอคนบ้า...”

“แกล้งมาแกล้งกลับไม่โกงครับ” เขาทำหน้ายียวนกวนประสาทใส่

“ใครแกล้งนายก่อนกันละ มีแต่นายนั่นแหละอีชาน!”

“เธอแกล้งก่อนตั้งหลายครั้ง...”

“มั่ว...ตอนไหนบ้างพูดมาสิ -3-” ยอจูหันหน้าหนีเพื่อเลี่ยงที่จะต้องจ้องดวงตาคู่นั้น

“ทุกตอนแหละ...แกล้งให้ผมแทบเป็นบ้า..อย่างเมื่อกี้”

“หือ...” 

“ไม่อยากให้คุณคุยกับใครเลย...นอกจากผม”

“...” เห็นแก่ตัวจังเลยพ่อคุณ

 “อยากให้มีเราแค่สองคน...ไม่อยากให้คนอื่นเข้ามาเกี่ยวด้วยเลย...ถึงจะเป็นแค่แชทก็เถอะ”

“...อ่า...หมายความว่าไงเนี่ย??”

“ก็...อยู่ด้วยกันสองคนแค่นี้ก็พอแล้วไง” ใบหน้าบวกกับคำพูดจริงจัง พร้อมกับเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนจมูกทั้งสองชนกัน

“...อะ...อีชาน...”

“ได้มั้ยครับ...แค่เรา” เขาพูดเสียงเบา แล้วใช้หน้าผากของเขาแนบลงบนหน้าผากคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าอย่างหวงๆ

“ตอนนี้...ก็มีแค่เรานี่คะ”

“แบบนี้...เขาเรียกว่ารักหรือเปล่าครับ?” พ่อหนุ่ม AI กระซิบอีกครั้ง อ่า...เล่นเอาคนฟังหายใจติดขัด

“...มะ...มั้งคะ” (ทีนจิกหมอนเบาๆ) 

“รักจังเลยครับ”

“ฮะ??” อะ...อะไรนะ??

“อีชาน...รักยอจูจังเลยครับ...รักมากๆ เลย”

“ระ...ระบบรวนรึเปล่าเนี่ยอีชาน .///.” ยอจูถามแก้เก้อ เพราะตอนนี้เหมือนจะเป็นระบบภายในของเธอมากกว่าที่เริ่มรวน

“ผมพูดจริงนะ”

“...”

“ยอจูรักอีชานมั้ย?” คนตัวเขื่องเข้าสู่โหมดอ้อนขั้นสุด จนตอนนี้ไรท์ตัวบิดไปหมดแล้ว กรี๊ด!!!

“อ่า...”

“ไม่รักเหรอครับ...”

“...ฉะ...” อะไรของเขากันนะ ทำไมต้องบังคับให้พูดอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย -*-///

“ว่าไงครับตัวเล็ก” เขากลายเป็น AI ที่มีลูกอ้อนเป็นไม้ตายที่ถือว่าอยู่ในขั้นที่ใครมาโดนก็ต้องโงหัวไม่ขึ้นไปตามๆ กัน

“ระ...รักก็ได้ค่ะ .///.” หลุดออกไปแล้ว หลุดไปแล้ววว!! T^T

“รักก็ได้...แสดงว่าไม่ได้รักหรอ?”

“...ง่ะ...กะ...ก็...รักไง...”

“จริงมั้ย?” เขาดีใจเหมือนเด็กได้อมยิ้ม

“ค่ะ”

“:)”

“เจ้าเล่ห์จังอีชาน -3-”

“เปล่าเจ้าเล่ห์...ก็ชานรักของชานอะ”

“ใครสอนให้พูดแบบนี้ ฮึ?” ยังไม่หยุดเอาหน้าผากถูเหม่งยอจูเลย ณ จุดนี้

“ไม่มีใครสอนทั้งนั้นแหละ...แค่อยากอ้อน”

“...อ้อนเก่งเชียว ^^”

“เหมือนยอจูแหละ...อ้อนเก่ง” เขายีผมเธออย่างหมั่นเขี้ยว พลางยิ้มตาหยีอย่างคนชนะ

“งืออ” เธอย่นจมูก และนั่นก็ยิ่งทำให้อีชานหมั่นเขี้ยวมากกว่าเดิม จนต้องงับจมูกคนตัวเล็ก

“อีชาน! อย่าแกล้งสิ...”

“ฮิๆ” เขายิ้มขำ ก่อนจะเปลี่ยนโหมดจริงจัง

“เราอยู่ด้วยกันได้ใช่ไหม?” อยู่ๆ ก็เปลี่ยนโหมดแบบนี้ทำเอายอจูขมวดคิ้วเล็กน้อย

“หืม?”

“อีชานเป็น AI แต่ยอจูเป็นคน”

“...”

“โอ้ย! หยิกทำไมครับเนี่ย??” เขาร้องโอดโอยเพราะโดนคนตัวเล็กหยิกเข้าที่แก้ม

“หยิกก็เจ็บ อ้อนก็เป็น งอนก็เก่ง อยู่ด้วยกันมาจะเข้าเดือนที่สองแล้ว นี่ยังเรียกว่าไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกเหรอ?”

“อ่า...”

“บริษัทบอกว่าให้ถือว่าอีชานเป็นทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ต้องส่งคืนบริษัทค่ะ”

“จริงดิ??”

“อื้อ!”

“ดีใจจัง”

“ฮ่าๆ เด็กน้อยยย~” ว่าแล้วด้วยความหมั่นไส้ ยอจูเลยจัดการดึงแก้มของอีชานทั้งสองข้างเบาๆ

“ถ้ารักกันแล้ว แสดงว่าเป็นแฟนกันแล้วใช่มั้ย?”

“อือ”

“งั้นไปไหนมาไหนก็จับมือได้ตลอดเลยใช่มั้ย?” พูดแล้วก็นึกถึงวันแรกที่เจอกัน

“อื้อ”

“กอดได้ด้วยปะ?”

“ก็ทำอยู่เนี่ย -3-///” ชอบทำให้เขิน ไอบ้า!!

“งอแงได้?”

“ประจำอะ!”

“อ้อนได้?”

“จ้า!”

“หอมแก้มได้?”

“จ้า อ้ะ!” ยังไม่ทันได้นึกคำตอบให้ดี เลยทำให้ AI แสนเจ้าเล่ห์ขโมยจุ๊บแก้มยอจูซะฟอดใหญ่

“จูบด้วยได้มั้ยครับ?”

“ได้คืบจะเอาศอกหรอ?”

“แล้วได้มั้ยอะ?” เอาแล้ววว เข้าโหมดอ้อนอีกแล้ว

“เรื่องแบบนี้เขาจะมาถามกันทำไมเล่า!! -.-/// ”

“แสดงว่าได้ จุ๊บ!”

“O.O” 

อีชานจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากบางที่เขาโหยหามาตลอด

“ขอบคุณนะครับ”

“เรื่องอะไรเหรอ?”

“ทุกเรื่องครับ...ขอบคุณที่ดูแลผมมานานขนาดนี้ ^^”

“...”

“ต่อไปให้อีชานดูแลยอจูนะ”

“...อื้มม ^^” 

“:)”

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น