SF (Seventeen x you)

ตอนที่ 4 : Hong Joshua Jisoo

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 

Pin on 세봉이<3

 

“มึงทำแบบนี้ทำไมวะ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นกลางวง

“เรื่องอะไร?” ฮง จีซู หนุ่มตาเฉี่ยว ผู้เป็นเจ้าของริมฝีปากบางพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบๆ

“ก็เรื่องที่มึงให้ฮโยมีมาเป็นแม่บ้านที่บ้านมึงอะ!” เพื่อนคนเดิมพูดขึ้น

“แล้วจะทำไม...” จีซูพูดอย่างไม่สะทกสะท้านเมื่อเพื่อนเขาเอ่ยถึงชื่อบุคคลที่สาม พร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปาก

อึน ฮโยมี หญิงสาวที่เพื่อนเขากล่าวถึง เธอเป็นแฟนเก่าของเขา จริงๆ มันก็ไม่เห็นจะแปลก ที่เขารับเธอเข้ามาทำงานที่บ้าน แต่เรื่องราวของพวกเขาทั้งสองนั้นจบลงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 

ฮโยมีเป็นหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกับจีซู ลืมตาขึ้นมาดูโลก ก็เจอเพียงคุณย่าที่คอยเลี้ยงดู แต่คุณย่าท่านนี้เก็บเธอมาเลี้ยง เพราะไม่รู้ว่าใครใจร้ายใจดำทิ้งเด็กน้อยตาดำๆ ไว้ใกล้กับถังขยะที่เธอมักจะเก็บของเก่าไปขาย ตั้งแต่เล็กจนโต ฮโยมีต้องดิ้นรนเพื่อต่อสู้เอาเงินมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ยิ่งนานวันเข้า ย่าของเธอก็อายุเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาจนไม่สามารถทำงานหาเงินเลี้ยงเธอได้อีก ในบ้านหลังนี้ จึงมีฮโยมีที่เป็นเสาหลัก ระหว่างนั้น เพื่อนบ้านใกล้เคียงหรืออาจเรียกคุณลุงก็ได้ เขาเป็นข้าราชการเกษียณ เคยเป็นอาจารย์สอนในโรงเรียน เลยอาสาคอยสอนให้เด็กน้อยในวันนั้นพอมีความรู้เพื่อความอยู่รอด แต่ในความคิดของเธอ โอกาสที่จะได้ทำงานที่ต้องใช้ทักษะความรู้มากมายแบบนั้น คนอย่างเธอคงเอื้อมไม่ถึง เลยไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเหมือนเด็กเกาหลีคนอื่น ฮโยมีเลยตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินโดยเฉพาะเพื่อเลี้ยงดูช่วงชีวิตสุดท้ายของคุณย่าบุญธรรมของเธอ

ไม่รู้จะเรียกว่าความบังเอิญหรือพรหมลิขิตที่ทำให้ชายหญิงคู่นี้ได้เจอกัน ขณะที่เธอทำงานในร้านอาหารในตัวเมือง กลุ่มชายหนุ่ม 4 คนก็เดินเข้ามา ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ ฮง จีซู...

คำว่า ‘รักแรกพบ’ ก็น่าจะใช้ได้กับสถานการณ์ในตอนนั้น เพราะ จีซูตกหลุมรักฮโยมีตั้งแต่แรกเห็น เขาเลยแวะเวียนไปหาเธออยู่บ่อยๆ จนไม่นานทั้งคู่ก็คบกัน จีซูรู้ฐานะทางบ้านของแฟนสาวของเขาดี ทั้งเรื่องที่เธอได้รับมาเลี้ยงก็เช่นกัน และเขาก็ถือเป็นหนุ่มนิสัยดีคนหนึ่งที่คอยแวะเวียนไปเยี่ยมคุณย่าของเธอบ่อยๆ แถมยังเคยออกปากว่าจะช่วยเหลือเรื่องค่าอยู่ค่ากินให้กับสองย่าหลาน แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง เพราะพวกเธอต่างก็เกรงใจ ไม่กล้ารับเงินที่มากมายขนาดนั้นไว้ได้

“ขอบคุณมากนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันเกรงใจ” คนร่างเล็กลากแฟนหนุ่มเข้าไปคุยในครัวภายในบ้านเช่าหลังเล็ก

“แต่ฉันเต็มใจนี่ อย่าดื้อได้มั้ย” เขาทำหน้ามุ่ย เพราะโดนคนตัวเล็กขัดใจตลอด

“ฉันรู้...แต่เรื่องนี้มันทำให้ฉันลำบากใจนี่นา...แค่นายซื้อของมาเยี่ยมฉันกับคุณย่าทุกวันแบบนี้ฉันก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว” ฮโยมีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ก็แฟนฉันทั้งคน” ไม่พูดเปล่า มือใหญ่ก็ลูบผมของแฟนสาวอย่างเอ็นดู

เรื่องราวเก่าๆ วนเวียนอยู่ในหัวเขาไม่เคยหายไปไหน ยิ่งหวนคิดถึงยิ่งเจ็บแปลบในอก เพราะเขาคิดมาตลอดว่าเธอเป็นเด็กดีของเขา ไม่เคยนอกใจ จนกระทั่งวันนั้น ที่เขาเห็นเธอเดินออกมาจากบ้านกับผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ไม่คิดว่าเธอจะหาเงินด้วยวิธีนี้ เขาเอาแต่คิดอยู่ในใจ ทั้งๆ ที่มีเขาอยู่แล้ว ทั้งที่เขาก็เคยอาสาช่วยเรื่องเงินทางบ้าน แต่เธอก็ไม่ยอมรับมัน แต่กลับเลือกทางเดินชีวิตอีกแบบ 

หลังเหตุการณ์ในวันนั้น จีซูและฮโยมีก็เลิกกัน เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมฟังเหตุผลจอมปลอมอะไรจากเธอทั้งนั้น เพราะผู้หญิงคนนี้ทำลายความไว้ใจและเชื่อใจที่เขามีให้หมดไปในพริบตา

“แล้ววันนี้จะควงสาวคนไหนเข้าบ้านอีกละ?” เสียงของเพื่อนร่วมวงตัดภาพในภวังค์ของเขาออกไป เหมือนเป็นตัวดึงสติให้กลับเข้าร่าง

“ใครก็อยากไปกับมันหมดแหละ เข้าแถวเรียงหนึ่งเดินเข้าหาแบบไม่ต้องเรียกตัวยาก” อีกคนตอบแทนพร้อมกับกระดกแก้วขึ้นดื่มเสียงดังเอื้อกๆ

หลังจากที่เลิกกัน จีซูก็เอาแต่เข้าผับ เที่ยวเตร่ทำตัวเมาเละเทะจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน จนกระทั่งที่เขาคิดจะทำการบางอย่างที่แม้แต่เพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกัน ไม่อาจล่วงรู้เจตนาที่แท้จริงของเขา

ตั้งแต่ที่เขารับฮโยมีเข้ามาเป็นแม่บ้าน เขาก็ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ากันเที่ยวแวะเวียนเข้าออกบ้านเขาอยู่เป็นประจำ และเหตุผลที่ทำแบบนี้ก็มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้

วันนี้ก็เหมือนเคย สาวสวยชุดแซคสีดำที่ขับผิวขาวของเธอจนดูโดดเด่นกว่าใคร เดินเข้ามาในบ้านจีซู มือเรียวเกาะแขนเขาแน่น 

และเป็นหน้าที่ของฮโยมีที่ต้องคอยมาเปิดประตูต้อนรับเจ้านายที่กลับดึกดื่นเสียทุกวันแบบนี้

“นี่แม่บ้านของจีซูเหรอคะ?” หญิงสาวคนนั้นพูดขึ้น เมื่อเห็นฮโยมีเปิดประตูบ้านต้อนรับ 

“ครับ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พร้อมกับสายตาเย็นชาที่มองไป

“ยังดูไม่ถึงวัยที่จะเป็นแม่บ้านเลยนะคะ”

“คนสมัยนี้ถ้าเพื่อเงินแล้ว อะไรก็ยอมทำหมดนั่นแหละครับ...” ฟังดูเผินๆ มันคงเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดา แต่อีกนัยนึง เขากำลังเหน็บแนมเรื่องในอดีตของฮโยมีอยู่ และดวงตาคู่สวยก็วูบไหวกับคำพูดของเขาไปซะทุกครั้ง ...นี่ซินะที่เขาต้องการให้มันเป็น เพราะมันคือแผนการที่เขากำลังทรมานและทำร้ายฮโยมีทางอ้อม

“ขยันจังเลยนะคะ ^^” 

“เราขึ้นข้างบนดีกว่าครับ” เขาปรายตามองหญิงสาวที่กำลังจ้องไปที่เขาและผู้หญิงอีกคน ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป

 

 

 

ใครจะไปคิดว่างานที่ฉันเพิ่งรับมาใหม่ ที่ค่อนข้างได้เงินดี คือการที่ต้องมาเป็นแม่บ้านให้กับฮงจีซู คนที่ฉันเคยรักและยังรักอยู่ เรื่องที่เขาเห็นในวันนั้น มันคือเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด เขาเห็นฉันกับคุณลุงที่เป็นคนสอนหนังสือให้ฉันตั้งแต่เด็กเดินออกมาจากบ้านด้วยกัน เขาเลยคิดว่าฉันรับงานอย่างว่า เป็นผู้หญิงหาเงินโดยใช้ร่างกาย ซึ่งคำพูดของเขามันยังฝังอยู่ในหัวของฉันไม่มีวันเลือนหายไป แล้วเราก็เลิกกัน โดยที่ฉันไม่มีโอกาสได้อธิบายหรือแก้ตัวอะไรเลย

ตอนแรกมันก็ดีแหละ ที่ฉันได้งานนี้มา แค่เพียงมาดูแลคอยทำกับข้าว คอยดูแลบ้าน คอยจัดการความสะอาดอะไรต่างๆ เพราะมันก็เหมือนงานแม่บ้านทั่วไป แต่ในวันหนึ่ง เขาก็ควงผู้หญิงเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า จริงอยู่ที่เราเลิกกัน แต่ฉันยังรักเขาอยู่นี่นะ ใครที่เห็นภาพคนรักอยู่กับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้เดินเข้าออกในบ้านไม่ซ้ำกันแต่ละวันแบบนี้ มันก็ต้องเสียใจเจ็บใจเป็นธรรมดา และไม่รู้เลยว่าฉันต้องทนเห็นภาพพวกนี้ไปอีกนานแค่ไหน ไม่รู้ว่าต้องเอาหัวใจช้ำๆ ดวงนี้ไปเก็บไว้ที่ไหนได้ ถึงจะไม่กลับมาร้องไห้ในห้องเกือบทุกวันแบบนี้...

 

 

 

“ฉันขออาบน้ำก่อนนะคะ ^^” ผู้หญิงที่มากับผมเธอเข้ามาคลอเคลียใกล้ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงหวานเลี่ยนหู

“จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ห้องนี้เป็นของเธอแล้ว”

“คะ...คะ? จีซูหมายความว่าไง?” เธอทำหน้าตกใจกับสิ่งที่ผมบอก

“ฉันแค่จ้างเธอ ไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่าการจับมือคล้องแขน...ไม่มีนอน ไม่มีกอด ไม่มีจูบ...เข้าใจนะ?” เพราะจ้างมาเล่นละครให้ยัยนั่นทรมานเล่นๆ แต่ทำไมกลับเป็นตัวผมเองที่ทรมานแบบนี้ เมื่อเห็นแววตาสวยคู่นั้นหม่นแสงลง มันก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือไง มันเป็นไปตามที่ผมต้องการทุกอย่าง ตั้งแต่ที่จ้างเธอมาเป็นแม่บ้าน แถมควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเข้าออกบ้านแทบจะทุกวันเพื่อให้เธอได้ทรมานอย่างที่ผมทรมานบ้าง ...มันก็ควรจะเป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือไง...เธอเจ็บ ผมมีความสุข ...แต่เปล่าเลย ยิ่งเห็นเธอเจ็บ ผมก็ยิ่งเจ็บ...

ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าแผนการที่ผมสร้างขึ้น มันกำลังทรมานใครกันแน่

 

 

 

เช้าวันถัดมา ผมเริ่มคิดแผนที่จะทรมานฮโยมีขึ้นใหม่ เพราะการพาผู้หญิงหลายคนไม่ซ้ำหน้ากลับบ้าน มันอาจจะดูไม่เรียล จนเธอไม่ทรมานเท่าที่ผมอยากให้เป็น (นายบ้าปะจีซู!! ใจรว้ายงะ!! T^T) พอถึงช่วงค่ำๆผมเลยเริ่มแผนการใหม่ทันที

“วันนี้เธอออกไปด้วยกันสิ” ผมเดินลงมาข้างล่างก็เจอฮโยมียืนง่วนอยู่กับการจัดมื้อค่ำเหมือนทุกวัน ภาพนี้จะเรียกว่าชินตาสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผม ผมไม่เคยเบื่อที่จะมองการกระทำของเธอเลย ทั้งที่รู้ว่าเธอทำให้ผมเหมือนตายทั้งเป็น แต่ทำไมผมถึงยังดึงดันที่จะรักผู้หญิงใจร้ายคนนี้อยู่ จีซู!!! นายจะมัวคิดเรื่องแบบนี้อยู่ได้ไง จำใส่หัวไว้ซะ ว่าเป้าหมายของนายคือการทรมานผู้หญิงคนนี้!!!

 

 

 

“มันมาโน่นละ” ชายหนุ่มคนเดิม เพื่อนของจีซูเพยิดหน้าให้คนในวงหันไปมองเจ้าตัวที่เดินมาพร้อมกับคนที่พวกเขาไม่คาดคิด

“มันกำลังคิดจะทำอะไรอยู่วะ??” ตั้งแต่ผู้หญิงที่เขามักจะควงกลับบ้านแบบไม่ซ้ำหน้า แถมคราวนี้ยังพาแฟนเก่ามาผับด้วยแบบนี้

“อ่า...สวัสดีฮโยมี...ไม่เจอกันนานเลยนะ...” เพื่อนที่พูดมากที่สุดในกลุ่มเอ่ยทักทายหญิงสาวที่กวาดมองรอบตัวด้วยความรู้สึกประหลาด เพราะเธอไม่เคยเข้ามาในสถานที่แบบนี้มาก่อน 

“สะ...สวัสดียุนแจ ซองอุน” เธอหันกลับมาสนใจชายหนุ่มทั้งสองที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว พลางนั่งลงตามที่จีซูสั่ง

ไม่นานจีซูที่เดินหายไปนานก็เดินกลับมาพร้อมกับหญิงสาวคนใหม่ที่มาในชุดเปิดไหล่สีแดงเข้ม เขาผายมือให้หญิงสาวคนนั้นนั่งลงซึ่งเป็นตำแหน่งตรงข้ามกับฮโยมีพอดี

เพื่อนอีกสองคนก็สะกิดกันให้ดูกับสิ่งที่จีซูกำลังจะทำในแบบที่พวกเขาไม่สามารถคาดการณ์ได้

“คืนนี้คุณคือผู้หญิงที่สวยที่สุดแล้ว รู้มั้ยครับ” บทสนทนาแห่งการทรมานจิตใจได้เริ่มต้นขึ้น  เขาทำท่าก้มลงเพื่อกระซิบข้างหูของเธอคนนั้น แต่ก็พูดเสียงดังพอที่จะให้ฮโยมีได้ยิน

“ปากหวานจังเลยนะคะ ^^” เธอจีบปากจีบคอพูด นิ้วเรียวไล้ไปตามริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่ม ทำเอาคนที่สังเกตการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามใจกำลังจะสลายอยู่รอมร่อ

“รู้เหรอครับว่าปากผมหวาน” เขาหยอดมุกจีบสาวแบบที่ไม่เคยทำกับใครที่ไหน ดวงตาเรียวปาดมามองปฏิกิริยาของหญิงสาวอีกคน ที่ตอนนี้กำลังยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มเพื่อลดการเสียน้ำเพิ่มจากการร้องไห้ที่กำลังจะเกิดในอนาคต

“แบบนี้เรียกว่าชวนให้ชิมรึเปล่า?” เธอยิ้มได้ใจ โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทรมานหญิงสาวอีกคน แต่นั่นก็ยิ่งได้ใจคนที่พยายามจะเลือดเย็นอย่างจีซู เขายกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่เริ่มอยู่ไม่เป็นสุขของฮโยมี เห็นแบบนั้น มือหนาของเขาก็ไล้ข้างแก้มของผู้หญิงชุดแดงข้างกาย พร้อมกับโน้มหน้าเข้าไปใกล้ พฤติกรรมของเขาทรมานฮโยมีสำเร็จ มือเล็กกำแน่น ก่อนจะลุกพรวดขึ้นจากเบาะนั่ง

“ฉะ...ฉัน...ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เธอหันมาบอกชายหนุ่มอีกสองคนที่ทำหน้าเลิ่กลั่ก แทบไม่อยากเชื่อสายที่เพื่อนตัวเองกำลังจะจูบหญิงโชว์แฟนเก่า จิตใจนายมันทำด้วยอะไรวะ??

 

 

 

ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากร้าน ก็ปะทะเข้ากับลมหนาวที่กระทบกับผิว มีเพียงเสื้อแขนยาวบางๆ ที่แทบจะกันลมไม่ได้ 

ฉันรู้มาตลอด ฉันรู้ว่าเขากำลังทรมานฉันให้ตายทั้งเป็น และเขาก็ทำมันสำเร็จ

“คุณ...เป็นอะไรรึเปล่าครับ?” จู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างๆ ทำให้ฉันรีบหันไปตามต้นเสียง เขาเป็นผู้ชายค่อนข้างสูง ผมสั้นเกรียนเปิดหน้าผาก บวกกับหน้าที่แสดงออกถึงความเป็นห่วง

“มะ...ไม่เป็นอะไรค่ะ” ฉันหันกลับไปเงยหน้าพยายามไม่ให้น้ำตาไหลออกมา

“จะไม่เป็นอะไรได้ยังไง ก็เห็นคุณวิ่งออกมา แถมยังร้องไห้ด้วย”

“...” 

“มีอะไรก็ระบายให้ผมฟังได้นะ”

“...แล้วคุณเป็นใครคะ?” เพราะอยู่ๆ ก็เข้ามาทัก แถมยังทำหน้าตาเป็นห่วงเกินคนรู้จักแบบนี้ ชักจะแปลกๆ

“แค่เป็นห่วงคุณน่ะครับ...ไม่ต้องกลัวผมหรอก...แค่หวังดีน่ะ...” เขาขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้

“ขอบคุณนะคะ”

 

 

 

“มึงทำเชี่ยไรวะ???” ซองอุนขมวดคิ้วใส่ผมอย่างเคืองๆ หลังจากที่ฮโยมีวิ่งออกไปนอกร้าน เหอะ! ทรมานให้เหมือนแบบที่ผมรู้สึกซะบ้าง จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง อาการที่ตายทั้งเป็นน่ะ!!

“ทำไม...สนุกดีออก หึ” ผมยักไหล่ พร้อมกับผละออกจากผู้หญิงชุดแดงที่ติดต่อไว้ตั้งแต่ก่อนมาผับ เธอก็เออออตกลง เพราะเห็นค่าจ้างที่ค่อนข้างราคาดี แต่ก็นะ สมน้ำสมเนื้ออยู่เหมือนกัน

“มึงออกไปตามฮโยมีเดี๋ยวนี้เลย...” ยุนแจพูดขึ้นอีกคน

“ทำไมกูต้องตามด้วย? แฟนกันก็ไม่ใช่” ผมนั่งกอดอกอย่างเชิดๆ พร้อมกับไขว้ห้างขึ้นมา จะไปทางไหนก็ไปเลย คนใจร้ายแบบเธอ มันไม่ควรจะมีใครต้องเป็นห่วง

“ไอ่เวร!! มึงนี่มันเลวบัดซบจริงๆ เลยว่ะ” ไอ้เพื่อนสองคนมันรุมด่าผม ก่อนจะยืนขึ้นเอามือเท้าเอวอย่างเหลืออด

“กูรู้แล้วว่ามึงเล่นละครตบตาฮโยมีไปเพื่ออะไร...แค่อยากทรมานเขา แล้วเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้นมันเพียงพอแล้วเหรอวะ?”

“...”

“กูไม่รู้หรอกนะว่าระหว่างมึงกับฮโยมีมีปัญหาอะไรกัน...แต่จากที่กูเห็นอาการของเขาแล้ว กูว่ามึงผิดเต็มๆ”

“...” ผมคิดตามที่เพื่อนอธิบาย เหอะ ใครกันแน่ที่ผิด ผมไม่ใช่คนผิด คนที่เริ่มก่อน ก็สมควรที่จะโดนแบบนี้แล้วนี่! แถมที่เธอวิ่งออกไปเมื่อกี้ไม่รู้ว่าเล่นละครตบตาให้ไอ้เพื่อนสองคนนี้ด่าผมรึเปล่าก็ไม่รู้

“ความรู้สึกมันไม่ใช่อะไรที่ควรเอามาล้อเล่นนะเว่ย...จะด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่ฮโยมีเคยทำไว้...แต่ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้ดิวะ...มึงจะเอามาปนกันไม่ได้” ไอ้เพื่อนตัวดีพยายามขนเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามามัดแขนมัดขาผมไว้

“ทีกูเจ็บพวกมึงไม่เห็นจะสงสารกูแบบนี้เลยนะ...แต่พอเป็นยัยนั่นทำเป็นโอ๋กันยกใหญ่ หึ! หรือโดนหว่านเสน่ห์อะไรใส่เข้าไปละ??” เพราะพวกแกยังไม่รู้ฤทธิ์ของผู้หญิงคนนี้ดี

“ไม่รู้ละ...มึงตามเค้าออกไปเลย ป่านนี้ไม่รู้จะไปไหนแล้ว ยิ่งมีไอ้ผู้ชายหัวเกรียนคนนั้นวิ่งตามออกไปด้วย...กูว่ามันอันตราย”

“ไอ่ห่า! ทำไมเพิ่งมาบอกกู??” หลังจากที่ได้ยินคนที่ตามเธอออกไปเป็นผู้ชายหัวเกรียนคนนั้น ผมก็เปลี่ยนโหมดอยากทรมานเป็นโหมดห่วงแทน เพราะชื่อเสียงเรียงนามของชายคนนั้นต่างรู้กันในวงกว้างว่าแบดแค่ไหน เรียกว่าเป็นคนที่ฟันแล้วทิ้งแบบไม่เหลือร่องรอย

“รีบไปให้ไวไอ้ลูกหมา!” ไม่รอฟังคำด่าที่สบถออกมาจากปากเพื่อนทั้งสอง ผมลุกขึ้นแล้วเดินออกไปด้านนอกผับ มองซ้ายทีขวาทีก็ไม่เห็นวี่แววของยัยตัวเล็กที่ผมกำลังเป็นห่วงจนอกแทบจะระเบิด ถึงจะแค้นมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่สมควรมาเจอไอ้หมอนั่น

แต่เหมือนโชคจะเข้าข้างผม เพราะวิ่งมาไม่นานก็เจอชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวในสวนใกล้ๆ แถมมือปลาหมึกของไอ้สารเลวนั่นที่กำลังเกาะแกะรุ่มร่ามที่ไหล่ของฮโยมี ผมไม่รอช้า รีบปรี่เข้าไปหาแล้วดึงมือหมึกของไอ้เกรียนออกอย่างรวดเร็วด้วยไฟที่กำลังสุมอยู่ในอก

“มึง!!!” คว้ามือได้ผมก็รีบสวนหมัดเข้าที่มุมปากของมันทันที ต่างคนต่างแลกหมัดใส่กันโดยที่ยังไม่ได้คุยกันถึงประโยค โดยมีฮโยมีคอยเรียกให้เราสองคนหยุด เธอเข้ามาห้ามจนโดนลูกหลง มือของหมอนั่นพลาดผลักเธอจนล้มลงไปกองกับพื้น และนั่นก็ทำให้เราหยุดชกต่อยกัน และหันไปสนใจคนที่โดนลูกหลงแทน

“มึงกลับไปเลยไอเกรียน! เรื่องของผัวเมียอย่ามายุ่ง!!” ผมเข้าไปประคองให้ฮโยมีลุกขึ้น พร้อมกับไล่ตะเพิดไอ้ผู้ชายหน้าม่อไปให้ไกล 

“ทำบ้าอะไร???” ฮโยมีตวาดใส่คนที่มาระรานชายผมเกรียนที่ให้ผ้าเช็ดหน้ากับเธอ

“แล้วเธอละกำลังทำอะไร?? อ่อยมันอยู่งั้นเหรอฮะ??” ทั้งที่รู้ว่าชายคนนั้นอันตรายมากแค่ไหน แต่เขาก็หยุดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมเธอไปด้วย (เก่งนักนะเรื่องเหน็บคนอื่น -*-)

“คิดอะไรสั่วๆ!! อย่างนายก็คิดได้แค่นี้ใช่มั้ย??” เธอผลักคนที่ตัวโตกว่าให้ออกห่าง ก่อนจะเดินหนี แต่ก็โดนเขาคว้าข้อมือเอาไว้ก่อน

“จะไม่ให้คิดได้ไง! บ้าเอ้ย!! กลับบ้าน!!”

 

 

 

รถยนต์คันหรูจอดเทียบเข้าโรงรถด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นของฮงจีซู คุณหนูอารมณ์ร้อน เขาเปิดประตูรถแบบกระชาก แล้วคว้าข้อมือคนตัวเล็กเดินเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์เสีย

“ปล่อย!!” เธอสะบัดข้อมือออก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หลุดออกจากพันธนาการของเขาได้เลย

“ทำไมชอบหาเรื่องใส่ตัวนักฮะ?” เขาดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ เพราะยังไม่เคลียร์กับไอ้หัวเกรียนเมื่อกี้

“หาเรื่องอะไร มีแต่นายนั่นแหละที่หาเรื่อง!” มือเล็กพยายามแกะการเกาะกุมจากเขาออก แต่เขากลับจับมือเธอแน่นกว่าเดิม

“ก็ไปอ่อยผู้ชายที่ไม่รู้จักไปทั่ว ไม่รู้หรือไงว่า..”

เพียะ!!

ฝ่ามือเล็กอีกข้างฟาดไปตามแรงโกรธที่เขาดูถูกคนอย่างเธอ ย่ำเหยียบศักดิ์ศรีจนไม่มีชิ้นดี

“คำก็อ่อย สองคำก็อ่อย นายเห็นฉันเป็นคนแบบไหนกันแน่!! ที่รู้จักกันมานานมันไม่พอให้นายรู้จักตัวตนจริงๆของฉันเลยใช่มั้ย?” ดวงตาร้อนผ่าวของเธอแข็งกร้าวกว่าที่เคยเป็น คำพูดดูถูกจากคนที่เธอรักจนหมดหัวใจ มันกัดกินและทำลายหัวใจของเธอจนไม่มีเหลือ

“...” เขาเงียบและกำลังไตร่ตรองในสิ่งที่เธอพูดออกมา พลันรู้สึกเจ็บแปลบที่มุมปาก เพราะแผลเก่าที่มีอยู่แล้วจากการชกต่อยกับชายหนุ่มหัวเกรียนเมื่อก่อนหน้านี้

“ถ้านายคิดจะทรมานฉันด้วยวิธีที่นายกำลังทำอยู่ ยินดีด้วยนะ...เพราะนายทำสำเร็จ” ฮโยมีพูดตัดพ้อ หยาดน้ำใสๆ ที่เคยเอ่อรอบดวงตาพลันไหลออกมาเป็นสาย มือใหญ่ที่จับแน่นก็ค่อยๆ คลายออก

“...”

“พอใจแล้วใช่มั้ย...สนุกพอแล้วใช่มั้ย...สะใจพอรึยัง?”

“...” เขาอยากที่จะโอบเธอเอาไว้ในอ้อมแขนเพื่อปลอบประโลมในสิ่งที่เขาทำลงไป ที่ทำให้เธอต้องร้องไห้ ต้องเจ็บปวดมากมายขนาดนี้

“ทีนี้ก็ปล่อยฉันไปเถอะนะ...ที่ผ่านมาฉันคงทำให้นายทรมานมาก...ฉันสมควรได้รับบทเรียนนี้แล้ว...”

“...”

“ฉันจะไม่ขอแก้ตัวอะไรกับนายทั้งนั้น...นายอยากเข้าใจอะไรก็แล้วแต่ใจของนายเลย”

“...”

“ในเมื่อฉันผิดในแบบที่นายคิด...แล้วนายก็ทำให้ฉันรู้ถึงความรู้สึกของนายแล้ว...ฉันขอให้เรื่องของเรามันจบลงแค่นี้ได้มั้ย?”

“...”

“ถือซะว่าเป็นคำขอร้องครั้งแรก ครั้งสุดท้าย และครั้งเดียวของฉัน” 

“...”

“...ได้ใช่มั้ยจีซู” เธอเอ่ยด้วยเสียงเหนื่อยอ่อน แต่ก็ยังรอคำตอบจากเขาอยู่

“...ช่วยทำแผลให้ก่อนได้มั้ย...แล้วฉันจะให้คำตอบ”

 

 

 

กล่องปฐมพยาบาลวางอยู่บนโต๊ะใกล้โซฟา โดยมีฮโยมีกำลังนั่งทำแผลบนใบหน้าให้จีซูอยู่ ต่างคนต่างเงียบ ไม่มีเสียงสนทนาใดๆ เกิดขึ้น มีก็แต่เสียงลมหายใจของทั้งคู่

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ก็เป็นเขาทุกทีที่หลงใหลใบหน้าหวานที่กำลังจดจ่ออยู่กับการทำแผลให้เขา หลงจนไม่รู้ว่าใบหน้าตัวเองเลื่อนเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ทำให้ใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้สัมผัส เขาพร้อมที่จะเสียการควบคุมตัวทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ

ริมฝีปากอุ่นสัมผัสลงบนริมฝีปากของคนตัวเล็กเบาๆ สัมผัสนี้ที่เขาโหยหามาตลอด อยากจะลิ้มรสมันให้ได้มากกว่านี้ และด้วยความเอาแต่ใจ เขากดจูบลงไปหนักกว่าเดิมพร้อมสูดเอากลิ่นและรสที่หอมหวานให้ได้มากที่สุดเท่าที่ต้องการ มือหนาเลื่อนลงกระชับเอวบางให้เข้าใกล้ตัวมากขึ้น มืออีกข้างก็ช้อนท้ายทอยของเธอไว้ไม่ให้หลีกหนีไปไหน

“อือ” ลมหายใจที่เริ่มขาดห้วงของหญิงสาว ทำให้เขาค่อยๆ ละจูบออกช้าๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจที่ไม่อยากละจากขนมหวานตรงหน้าไปไหน

เมื่อเห็นทีท่าของหญิงสาวที่สูดเอาอากาศเข้าปอดจนเต็มที่ เขาก็โน้มหน้าลงมาเพื่อจะจูบซ้ำตรงที่เดิมอย่างเอาแต่ใจ

“จะ...จีซู...” ฮโยมีเรียกสติของเขาให้กลับคืนมา พร้อมกับดันแผงอกออกเบาๆ 

“ขอโทษ” เขาเอ่ยคำขอโทษเสียงหวาน ด้วยความสำนึกผิดที่เอาแต่ใจไม่ฟังเหตุผลจากปากของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“...” ทำเอาหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองแบบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

“ขอโทษที่ทำให้เธอต้องร้องไห้...ขอโทษที่ไม่ยอมฟังเรื่องทั้งหมดจากเธอ”

“...”

“เรามาเริ่มกันใหม่ได้มั้ย...”

“...”

“ฉัน...จะใจเย็นลงกว่านี้...”

“...”

“ฉันจะพยายามให้มากกว่านี้...ได้มั้ย...ให้โอกาสจีซูคนนี้ได้มั้ยครับ?” เขาพูดเสียงอ่อน พร้อมกับประคองใบหน้าของคนตัวเล็กไม่ให้ขยับไปไหน

“...”

“...นะครับ” เขาทำเสียงอ้อน แล้วเลื่อนหน้าผากเข้ามาชนกับหน้าผากมน สัมผัสละมุนนี้ทำให้เธอใจอ่อนทุกที

“...ทำให้ได้อย่างที่พูดเถอะค่ะ...โอกาสมีแค่ครั้งเดียวนะ”

 

 

 

เช้าวันนี้สดใสกว่าทุกวัน จีซูในชุดทำงานเดินลงมาจากด้านบน เขาสูดกลิ่นกาแฟยามเช้า กับกลิ่นหอมของอะไรบางอย่าง เลยเดินตามต้นตอของกลิ่นเข้ามาในครัว ก็เจอคนตัวเล็กยืนทำอะไรหน้าเตาอยู่

“ทำอะไรเหรอ” แขนสองข้างโอบเอวฮโยมีจากด้านหลังก่อนจะกระชับอ้อมกอดจนตัวเธอชิดกับอกแกร่งของเขา

“อาหารเช้าไงคะ...วันนี้ไปทำงานนี่”

“หอมครับ ^^” เขาพูดยิ้มๆ ก่อนจะสูดเอากลิ่นหอมจากแก้มของเธอดังฟอด

“ไปนั่งรอเลยไป เดี๋ยวกลิ่นน้ำมันก็ติดตัวหรอก” เธอใช้ศอกดันตัวเขาให้ห่างออกไป แต่ก็ยังดื้อดึงไม่ยอมไปไหน

“มีแต่กลิ่นเธอนั่นแหละ” เขาพูดยิ้มๆ แล้วก็หอมแก้มเธอไปอีกฟอดที่สอง ก่อนจะผละออกไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร

“ออกไปทำงานเป็นเพื่อนหน่อยได้มั้ย?”

ขณะที่กำลังทานอาหารเช้าอยู่ จีซูก็เอ่ยขึ้น ทำให้เธองงอยู่เล็กน้อย

“ทำไมละ”

“ก็...อยากเห็นหน้าเธอทั้งวัน...จะได้มีพลังในการทำงาน :)” 

 

 

 

เพียงแค่การปรับทำความเข้าใจกัน ทั้งคู่ก็กลับมาสานสัมพันธ์ชนิดที่เรียกว่าน้ำตาลเรียกพ่อ ยิ่งเป็นจีซูเองแล้ว เขากลับโหยหาแต่ฮโยมี ไม่ว่าจะไปไหนก็ต้องมีเธอ อยากเห็นหน้าเธออยู่ตลอดเวลา

ตอนนี้ก็ใกล้เวลาเลิกงาน แต่คนตัวเล็กยังหลับอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ริมห้องทำงาน พอมองหน้าเธอใกล้ๆ แบบนี้แล้วอยากแกล้งชะมัด

“ตัวเล็ก...” ทันทีที่เก็บของเสร็จ ชายหนุ่มก็เดินเข้ามาก้มลงกระซิบข้างหูเธอเบาๆ

“...”

“ฮโยมีครับ...ตื่นได้แล้ว” ไม่พูดเปล่า จีซูก้มลงจรดริมฝีปากลงบนเรือนผมของคนที่หลับใหล พร้อมกับลูบผมเธออย่างเอ็นดู

“อื้อ...เสร็จแล้วเหรอคะ” ยัยตัวเล็กงัวเงียเหมือนเด็ก ยิ่งสร้างความน่ารักเข้าไปใหญ่

“ครับ...ตัวเล็กเหนื่อยเหรอ?”

“ไม่ได้เหนื่อย...แค่ง่วงค่ะ”

“งั้นไปหาอะไรทานก่อนเข้าบ้านกันนะ” เขาโอบเอวเธออย่างที่ชอบทำ ก่อนจะลากให้เดินไปด้วยกัน

 

 

 

“จีซูอ่า...ทำไมชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อยเลย ไม่เห็นต้องซื้ออะไรเยอะแยะเลยนี่คะ” ฮโยมีพูดพลางขนของลง

ตอนนี้เขาทั้งสองอยู่หน้าบ้านหลังเล็กที่แสนคุ้นเคย

“สวัสดีครับคุณย่า ^^” เขายิ้มหวานให้หญิงชราที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่เงียบๆ

“จะ...จีซู??...เข้ามาลูกๆ ย่ากำลังทานข้าว มาทานด้วยกันสิ ^^” เธอตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเคย เพราะไม่ได้เห็นคนหน้าหวานมานานแล้ว

“ครับ” คนหน้าหวานตอบรับอย่างนอบน้อม ก่อนจะจัดแจงเอาของที่ซื้อมาเข้าไปในครัว

 

 

 

หลังจากที่ทานอาหารเย็นกันเสร็จ พวกเขาทั้งสองก็ขอตัวกลับ ระหว่างทางกลับบ้าน จีซูก็ได้ทำให้ฮโยมีตกใจ

“เราย้ายมาอยู่ด้วยกันดีมั้ย?” เขาขับรถไปด้วย พูดกับเธอไปด้วย แต่เหมือนคนข้างๆ ตาแทบถลนออกมานอกเบ้า เพราะตกใจในสิ่งที่เขาพูดออกมา

“มะ...หมายความว่ายังไงคะ?”

“ก็...ย้ายมาอยู่ที่บ้านของฉันน่ะ...ดีมั้ย?”

“ไม่เอาหรอก...ทำไมต้องย้ายด้วยละ...รบกวนนายเปล่าๆ” เธอส่ายหน้าเป็นพัลวัน เพราะเกรงใจคนแบบเขา นอกจากจะซื้อข้าวของอะไรไปให้พวกเธอหลายครั้ง แถมจะชวนให้มาอยู่ด้วยกัน มันคงจะเกินเบอร์ไปหน่อย

“รบกวนอะไรกัน...ก็เธอแฟนฉันอะ หรือไม่ใช่?” เขาหันควับกลับมา พร้อมกับเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทางอยู่ในจุดที่ปลอดภัย ไม่มีรถคันไหนขับเฉี่ยว

“ก็ใช่แฟนอยู่หรอก...แต่ว่า...ฉันรบกวนนายมากเกินไป ยิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันแบบนี้...ยิ่งเกรงใจน่ะสิ”

“เฮ้อ...ยัยบื้อ...แฟนกันทำไมต้องเกรงใจด้วยฮึ?” เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ก่อนจะวางมือใหญ่บนผมนุ่ม แล้วเขยิบหน้าเข้ามาใกล้

“ก็...”

“ไม่ต้องพูดเลย...ทำยังไงถึงจะยอมมาอยู่ด้วยกันสักทีครับ?” เขาหรี่ตาลงจ้องคนตาสวยที่อยู่ตรงหน้าเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ

“...” เธอเอาแต่เงียบ เพราะไม่รู้จะพูดกับเขายังไงให้ลดละความพยายามนี้

“หรือต้องให้พ่อไปขอ?”

“o_O??” ฮโยมีทำตาโต นั่นยิ่งทำให้เขาอมยิ้มขำๆ เพราะแกล้งยัยนี่ทีไร ก็ต้องเจอรีแอคชั่นน่ารักแบบนี้ตลอด

“...คงต้องแต่งงานกันก่อน ถึงจะยอมมาอยู่ด้วยกันใช่มั้ย?” เขาได้ทีต้อนลูกแกะน้อยจนจนมุม ก่อนจะจุมพิตหน้าผากมนเบาๆ

“...พูดเป็นเล่นไปได้จีซู .///.”

“เปล่าพูดเล่น...อาทิตย์หน้า ฉันจะไปบอกพ่อให้ขอเธอกับคุณย่า...เราแต่งงานกันนะ” เขารวบรัดตัดตอนอย่างคนเอาแต่ใจ แต่เอาเข้าจริง เขาต้องการให้มันเป็นแบบนั้น อยากเป็นเจ้าของเธออย่างมีลายลักษณ์อักษร

“..จี...ซู” หญิงสาวพูดเสียงลอยอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ก่อนจะก้มหน้างุดมองแผงอกกว้างตรงหน้าที่ใกล้แค่คืบ

“ว่าไงครับ...แต่งงานกับผมมั้ย?” ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าของแฟนสาวขึ้น ให้สบตากัน โมเม้นท์ใจเต้นแบบนี้ เขามักจะเผลอไผลใจไปทุกที เหมือนโดนคนตัวเล็กสะกดจิต

“...” ใจเธอจริงๆ ก็อยากแต่ง แต่มันต้องคิดทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ก่อนมั้ยนะ?

“ไม่อยากแต่งกับจีซูเหรอ...” ฮงจีซูทำเสียงน้อยใจ แต่ยังไม่หลุดโฟกัสจากใบหน้าเรียวไปไหน

“ไม่ใช่ไม่อยากค่ะ...แต่...”

“ยังไม่เชื่อใจกันเหรอ?” เขาพูดเสียงงอน แต่ก็นะ ทำร้ายเขาซะขนาดนี้ เป็นใครจะยอมง่ายๆ ละ

“...”

“ไม่เป็นไร...จีซูจะให้เวลาตัวเล็กเก็บไปคิดก่อนก็ได้”

“...”

“ถ้าไม่แต่ง จีซูก็จะรอจนกว่าจะถึงวันนั้น...แต่ถ้าตกลง ต้องย้ายเข้าบ้านจีซูทันทีเลยนะ เข้าใจมั้ย?” เขาเอ่ยประโยคเอาแต่ใจอย่างที่ชอบทำเพราะติดนิสัย

“อือ” เด็กน้อยของเขาพยักหน้าหงึกหงัก แล้วเตรียมตัวจะหันกลับไป แต่เจ้าชายหน้าหวานก็ใช้สองมือประคองหน้าเธอไว้ไม่ยอมปล่อย

“...ตรงนี้ก่อน...ถึงจะยอมกลับบ้าน :) ” จีซูยื่นแก้มซ้ายพลางทำมันป่องๆ หวังให้ฮโยมีหอมแก้ม อะไรกันอิตาคนนี้ เอาแต่ใจชะมัด -.-///

“...” เธอจ้องคนข้างหน้าตาไม่กะพริบ แต่ก็ไม่ยอมทำตามคนเจ้าเล่ห์แบบเขาง่ายๆ

“ไม่จุ๊บไม่กลับจริงๆ ด้วย” เขายังดึงดัน เบียดแก้มเข้ามาใกล้กะจะให้ชนจมูกคนตัวเล็ก

“...” หญิงสาวยังคงนิ่ง เพราะไม่กล้าทำตามใจเขา เพราะไม่รู้ว่าจะมีกับดักอะไรแปลกๆ อีกไหม

“งั้นกลับไปรับคุณย่าไปอยู่ด้วยกันตั้งแต่คืนนี้เลยดีกว่า” คุณหนูฮงใช้ไม้เด็ดเพื่อหลอกล่อให้เธอตกหลุม ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ

“หละ...หลับตาด้วย -///-” คนเจ้าเล่ห์ยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ แต่ก็ทำตามที่เธอบอกอย่างว่าง่าย

เขาปิดประสาทการรับรู้ทางการมองเห็น แต่กับสัมผัสที่นุ่มละมุนข้างแก้มนั้น แทบจะฝังลงไปในจิตใต้สำนึก ช่างหวานจริงๆ ทุกสัมผัสที่ได้รับจากเธอ

“อีกข้างด้วยได้มั้ย?” ได้คืบจะเอาศอกนะ ผู้ชายคนนี้! =_=

 

 

 

“คุณย่าชอบที่นี่มั้ยครับ?” ผมเดินเข้าไปหาคุณย่าของฮโยมีอย่างช้าๆ เมื่อเห็นท่านกำลังยืนทำอาหารในครัว แล้วยัยตัวเล็กของผมหายไปไหนแต่เช้านะ เพิ่งแต่งงานไปไม่ถึง 2 วัน ก็หายหน้าไปแต่เช้า ไม่รอให้ผมตื่นมาเจอก่อนเลย น่าจูบให้แก้มช้ำ -3-

“ทำไมจะไม่ชอบละจีซู...ขอบใจมากเลยนะที่เอ็นดูยัยหนู...ไม่เคยมีใครดีกับพวกเราขนาดนี้...แต่ถึงอย่างนั้น...ย่าก็ยังเกรงใจเธออยู่ดี” ผมไม่แปลกใจเลยที่ฮโยมีจะเป็นคนขี้เกรงใจ...

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเต็มใจแล้วก็ยินดีมากๆ...แล้วนี่...ฮโยมีไปไหนละครับ...ผมยังไม่เห็นตั้งแต่เช้า” ผมยืดคอมองหาคนร่างเล็กรอบๆ ก็ไม่เจอเธอ คิดถึงจะบ้าตายอยู่แล้ว!!

“รายนั้นทำกับข้าวทิ้งไว้ แล้วก็เดินไปหลังบ้านตั้งนานแล้วจ้ะ” ไปทำอะไรหลังบ้าน??

 

 

 

ฉันออกมาดูสถานที่หลังบ้านกว้างๆ เอาไว้ เพราะคุยกับจีซูว่าอยากจะมีสวนดอกไม้เล็กๆ ตรงนี้ ไม่ให้บ้านมันดูว่างและโล่งเกินไป จะเอาต้นไม้ดอกไม้อะไรมาใส่ดีนะ...

ฉันที่ไม่ทันระวังตัว ก็โดนคนตัวสูงสวมกอดจากทางด้านหลัง เขากอดแน่นยิ่งกว่าเมื่อคืนซะอีก -///-

“ทำไมต้องให้เค้าตามหาแต่เช้าเลยหื้ม?” เขาใช้สรรพนามเรียกแทนตัวเองแปลกไป เหมือนเด็กที่กำลังแง้งๆ ใส่คุณแม่ เพราะท่านไม่ยอมให้กินขนม

“ก็ออกมาดูสถานที่นิดหน่อยค่ะ...ที่เราคุยกันเรื่องสวนดอกไม้น่ะ”

“อ้อ...แล้วฮโยมีอยากได้แบบไหนคะ...เราออกไปดูของข้างนอกกันไหม?” เขาหมุนตัวของฉันกลับมาให้ประสานตากัน

“อยากได้ดอกไม้กลีบเล็กๆ สีชมพูสลับฟ้าน่ะค่ะ อย่างไฮเดรนเยียอะไรแบบนั้น” ฉันคิดภาพสวนดอกไม้เล็กๆไว้ในหัว มืออุ่นของเขาก็วางบนผมฉันก่อนจะลูบไปมาเบาๆ ชอบเวลาที่เขาทำแบบนี้จัง...

“งั้นไปกันเลยมั้ย”

 

 

 

หลังจากซื้อของอะไรกลับมาเยอะแยะ คนทั้งคู่ก็ได้กลับมาจัดแจงจัดสวนจนเกือบเย็น ไม่นานสวนเล็กๆ อย่างที่หญิงสาวตั้งใจเอาไว้ก็เสร็จเรียบร้อย เรียกว่าสมบูรณ์แบบ

“วันนี้ใช้แรงงานเค้าเหนื่อยขนาดนี้ มีรางวัลให้มั้ยอะ?” เขายังคงเส้นคงวาในเรื่องของความเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจ

“เดี๋ยวนอนกอดทั้งคืนเลยดีมั้ย?”

“ก็ไม่เห็นจะต่างจากวันอื่นตรงไหน -3-” 

“เอาแต่ใจจังเลยนะคะ” เธอก็แค่แกล้งทำเป็นเอ็ดเขาเบาๆ แต่ก็เดินเข้าไปใกล้แล้วจุ๊บที่ริมฝีปากของเจ้าชายเจ้าเล่ห์ ทำเอาเขาที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เกือบเซหงายหลัง แต่ยังดีที่ดึงสติไว้ได้ทัน เลยรีบคว้าเอวคนตัวเล็กให้ชิดตัว กล้ามากนะที่ทำให้เขาเสียหลักได้ขนาดนี้!

“ใครสอนแบบนี้คะ?” จีซูเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ใบหน้ายังคลอเคลียหยอกใกล้แก้มของคนตัวเล็กของเขา

“สงสัยติดนิสัยเจ้าเล่ห์จากคนแถวนี้มั้งคะ” มือเล็กดันอกเขาให้ห่างจากตัว ก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน มีเหรอที่เขาจะไม่วิ่งตามเข้าไป

 

 

 

จีซูและฮโยมีขนกระเป๋าเดินทางเข้ามาวางไว้ในห้องพัก เพราะวันนี้เป็นวันฮันนีมูนของพวกเขาวันแรก วิวข้างนอกห้องสวีท ทำให้มองเห็นชายหาดอยู่ไกลๆ ลมทะเลที่ถูกพักเข้ามาในห้อง ทำให้จิตใจของใครหลายคนสงบ แต่ไม่ใช่กับจีซู ตอนนี้ใจเขาเต้นโครมครามเหมือนคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งตลอดเวลา เพราะเขาเอาแต่มองร่างของคนตัวเล็กในชุดสีขาวพริ้วๆ ลายลูกไม้ที่กำลังจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ มองยังไง เธอก็ยังเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากสำหรับเขา น่ารักตลอดเวลา บ้าเอ้ย! ทำไมเขาต้องใจเต้นไม่เป็นส่ำตอนนี้ด้วยเนี่ย!! ก็ไม่เคยจะยั้งใจได้เลยสักครั้งเวลาที่อยู่ใกล้กัน...

จีซูสวมกอดเข้าที่เอวบางเอาไว้หลวมๆ เขาเกยคางเอาไว้บนไหล่มนอย่างอ้อนๆ

“มีอะไรเหรอคะ” เสียงหวานที่ถูกเปล่งออกมา ยิ่งทำให้หัวใจของเขาร้อนผ่าว

“...แค่อยากอ้อนครับ” เขาสูดเอากลิ่นหอมอ่อนๆ จากปลายเส้นผมของคนรัก

“ทำตัวเป็นแมวตลอดเลยนะ” ฮโยมีพูดอย่างหมั่นเขี้ยว เลยหันมาบีบจมูกเขาเบาๆ แบบนี้ยิ่งทำให้เขาแทบจะขาดสติ ไม่รู้ทำไมเขาถึงตื่นเต้นกว่าปกติ คงเพราะเป็นวันฮันนีมูนละมั้ง

“แมวตัวนี้อยากกอด อยากอ้อน อยาก” ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดจนจบ เสียงหลุดขำก็หลุดออกมา ฮโยมีขำตัวโยน

“นี่ฮโยมีต้องเป็นทาสแมวเหรอคะ?”

“...แมวก็เป็นทาสคนได้เหมือนกันนะ” เขายังใช้คางถูไถไหล่ของเธออย่างลูกแมว

“อะไรเนี่ยหื้ม?”

“ไม่อยากออกไปข้างนอกเลย” เขาพูดเอาแต่ใจ 

“ไม่อยากออกไป แล้วจะมาฮันนีมูนทำไมคะ กลับบ้านมั้ยละงั้นอะ?” คนตัวเล็กได้ทีแกล้งแหย่จนเขาผละอ้อมกอดออกจากเธอ

“ได้ไงล่ะ...งั้นออกไปหาอะไรทานกัน” เขาจูงมือเธอออกมาจากห้อง ก่อนจะตระเวนหาร้านอาหารที่อยู่ใกล้ที่พัก ไม่นานก็ออกมาจากร้าน แล้วเดินดูวิวไปเรื่อย รับลมเย็นๆ จากทะเลพอให้ใจได้สงบขึ้นมาบ้าง

มือใหญ่สอดประสานกับมือเล็ก เขาและเธอเดินเลียบชายหาดมาเรื่อยๆ จนตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ทอแสงสีส้มอ่อนๆ แล้วลับหายไปในทะเล 

“ที่นี่สงบดีนะคะ” 

“แต่ใจฉันไม่สงบเหมือนที่นี่เลย...” เขาพูดออกมาตามความรู้สึกจริงข้างใน

“...”

“ยิ่งที่นี่เงียบมากเท่าไหร่ ยิ่งได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังมากขึ้นเท่านั้น”

“...”

“ฉันจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว...รู้มั้ยเนี่ยยัยบ้า!” เขาดึงเธอเข้ามากอดแน่น ลมหายใจที่ติดขัด นี่เขากำลังเป็นอะไรกันแน่?

“กะ...เกิดอะไรขึ้นเหรอจีซู...”

“...”

“ฉันเห็นนายกระวนกระวาย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตั้งแต่มาถึงที่นี่แล้วนะ”

“มะ..ไม่รู้สิ”

“...ไม่สบายหรือเปล่า?” มือเล็กเอื้อมมาแตะหน้าผากของเขา แต่ก็ไม่เห็นตัวจะร้อนนี่นา

“เปล่า...แต่ฉัน...คงตื่นเต้นมั้ง...”

“...”

“...เธอ...ไม่ตื่นเต้นมั่งเหรอ?” เขาลูบต้นคอตัวเองแก้เขิน

“ตะ...ตื่นเต้นอะไรของนายเล่า .///.” ทันทีที่พูดถึงความตื่นเต้น หญิงสาวก็หน้าแดงขึ้นมาทันที ถ้าเขาไม่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้น เธอก็ไม่คิดถึงแล้วแท้ๆ

“...ก็...เรามาฮันนีมูนกันนี่...”

“...” 

“หรือฉันคิดเรื่องนี้แค่คนเดียว...” เอาแล้ว มันมาอีกแล้ว น้ำเสียงตัดพ้อของเขา ให้ตายเถอะ ลูกไม้ของคนเจ้าเล่ห์คนนี้แพรวพราวดีเสียจริง

“...คะ...ใครว่านายคิดเรื่องนี้แค่คนเดียวละ..ตาบ้า...”

“...”

“แล้วทำไมต้องพูดเรื่องนี้กันด้วยเนี่ย -.-///”

“งั้น...เรากลับห้องกันดีมั้ย...”

“...ตอนนี้อะหรอ?” กละ...กลับห้องตอนนี้เนี่ยนะ

“อือ...ฉัน...ไม่อยากรอแล้ว...” เขาพูดเสียงเรียบ ก่อนจะดึงมือคนตัวเล็กให้เดินตามเขาไป ยังเอาแต่ใจไม่เคยเปลี่ยน

“จะ...จะรีบไปไหนเนี่ยคนบ้า!!”

 

 

 

ขอยาดตัดฉึบตรงนี้เลยนะ ไรท์อยากให้เอาไปจิ้นกันต่อเอง ฮื่อ!! จอชมันร้ายและเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมากเด้อ ยอมใจนว้องง >~< 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #2 Veenutta (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 17:34

    ละมุนมากเลยไรท์เอาใจไปเลย
    #2
    1
    • #2-1 290839(จากตอนที่ 4)
      26 สิงหาคม 2563 / 23:20

      แงงง ขอบคุณค่าา
      #2-1