คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #1 : หน่วยพิเศษพาราดอส
...สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เป็นที่เลื่องลือในเรื่องของสนามแม่เหล็กทรงพลัง ดูดทุกอย่างที่เป็นโลหะเมื่อเข้าย่างกายมา กล่าวกันว่าแม้แต่เครื่องบินก็ถูกดูดเหมือนกัน สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าอยู่ที่มหาสมุทรแปซิฟิก ไม่มีใครสามารถแก้ได้ว่า สิ่งที่มันดูดไปนั้น จะไปที่ไหน ก็ต้องลงเอยที่ยังไม่ได้แก้ปริศนา...
...ปริศนาคดีของสโตนเฮดจ์ที่ใหญ่ กล่าวกันว่ากับหินก้อนใหญ่นำมาวางเรียงในรูปทางเข้าประตูบ้าง เป็นหินแท่นบ้าง นักวิทยาศาสตร์บางคนได้บอกไว้ว่าน่าจะเป็นมนุษย์สมัยก่อนที่ได้นำหินมาวางไว้ แต่เรื่องที่ว่านำมาวางยังไง ไม่มีใครตอบได้ สมัยก่อนก็ไม่มีวิฒนาการอะไร ไม่มีเครื่องจักร ไม่มี เครื่องยกหินที่ใหญ่กว่ามนุษย์ได้ ก็ลงเอยด้วยปริศนา...
...คอปเซอร์เคิลหรือรูปแปลกประหลาดกลางทุ่งของเจ้าของสวน กล่าวกันว่าภายในคืนเดียวสามารถทำรูปที่คล้ายๆกับมีอะไรบางอย่างมาถับจนเกิดเป็นรูปได้ ไม่มีใครหาวิธีที่ทำรูปกลางทุ่งนาภายในคืนเดียวกันได้ก็ยังคงต้องลงเอยด้วยปริศนา...
...ในอียิปต์เรื่องของพีรามิดก็เหมือนกับสโตนเฮดจ์ หินก้อนใหญ่ที่ต่อกันเป็นรูปของพีระมิดใหญ่คล้ายบ้าน กล่าวกันว่าคนอียิปต์สมัยก่อนได้ยกแบบพิเศษเหมือนกับหลักการของอาร์คีดีมัส แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ ก็ต้องลงเอยด้วยปริศนาที่เกือบจะแก้ได้แล้ว...
...ในชิลีได้กล่าวกันว่ามีรูปหินหน้าคนมาวางไว้ที่ขอบฝั่งของประเทศหลายก้อน แต่ละก้อนหันไปทางทะเล ก้อนที่หนักเป็นตันในรูปที่ใหญ่มาก ผู้คนได้ลือกันว่าน่าจะมียานของมนุษย์ต่างดาวได้มาวางไว้ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานได้จึงลงเอยด้วยปริศนาต่อ...
ภาพของรูปปั้นสีน้ำตาลหลายมุมสลับไปมาบนฟิลม์ของหญิงสาววัยสามสิบสี่ ผมสีน้ำตาลสลวยของเธอถูกมัดด้วยหนังยางสีแดงอย่างดี
"ทั้งหมดนี้เราจะไปสำรวจกันอาทิตย์หน้า หวังว่าทุกคนคงไปเตรียมตัวกันให้เรียบร้อยแล้ว" หญิงสาวคนนั้นเดินมาที่หน้าเวที "และงานนี้เราได้ร่วมกับหน่วยงานของพาราดอสด้วย และหวังว่าทุกคนคงจะไปได้ดีกับพวกเขา"
"อ้าว ทำไมล่ะเวเนีย" เด็กหนุ่มผมสีดำสั้นไว้หางเต่ายาวพูด
"ลำพังหน่วยงานเราอย่างเดียวคงเดี้ยงแล้ว อีกอย่างหน่วยงานนี้เป็นประธานเรื่องเงินด้วยนะ" ว่าแล้วเวเนียก็หันไปหาเด็กหนุ่มอีกคนที่กำลังนั่งเงียบอยู่มุมห้อง "อคัส เธออยากได้งานนี้ไหม?"
เด็กหนุ่มผมสีเงินสั้นหันขึ้นมามองเวเนีย "ฉันไม่รู้ แต่เอาก็ได้"
"ดี แล้วคนอื่นอื่นล่ะ" เวเนียหันไปมองคนอื่นอีกสี่คนที่อยู่หน้าเธอ
"ฉันตามที่อคัสนั้นแหละ ใช่ไหมอคัสนายมีสัญชาตญาณที่ดีมาก" หญิงสาววัยสิบห้าผมสีฟ้าทรงบ๊อบหันไปหาอคัสพลางกระพริบตาถี่
"ฉันก็เอาเหมือนกัน" เด็กหนุ่มผมสีดำไว้หางเต่ายาวกอดอก
"ฉันยังไงก็ได้" เด็กสาวผมสีม่วงยาวถึงบ่าพูดแล้วหันไปหาเด็กสาวผมสีเขียวเข้ม
"ฉันเหรอ ก็ต้องเอาสิ" เธอพูดอย่างมีมารยาท
"ดี งั้นพรุ่งนี้ฉันจะแนะนำหน่วยพาราดอสให้เอง เพราะฉะนั้นไปพักผ่อนที่บ้านซะ" เวเนียเก็บกระดาษที่โต๊ะหน้าเวที แล้วเอาใส่ในกระเป๋าสีดำถือ "และอคัส ฉันไม่อยากให้เธอต้องลำบากหรอกนะแต่เธอต้องไปที่สามเหลี่ยมเบอร์ด้า"
"ไม่มีปัญหาหรอกครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่ก็แฝงด้วยความฉลาดล่ำลึกเกินจะคาดเดาได้
เวเนียยิ้มให้อคัสพลางโบกมือลาออกจากห้องประชุม
"เฮ้ ไลน์ เธอคิดว่าเราจะได้ไปที่ไหนเหรอ" เด็กหนุ่มผมสีดำไว้หางเต่าพูดกับเด็กสาววัยสิบห้า
"ถ้าฉันเป็นคันยะล่ะก็ ฉันว่าจะไปที่อียิปต์นะ" ไลน์ตอบด้วยเสียงที่อยากรู้เหมือนกัน "บัทซี่ล่ะ จะไปที่ไหน"
"ฉันว่าไปที่สโตนเฮดจ์จะดีกว่านะ" เด็กสาวผมสีเขียวเข้มกำลังสวมเสื้อโค้ตยาวสีน้ำตาลเข้มกับถือที่กำลังถืออยู่ในมือขวา "แล้วคุณเอสล่ะ ไปที่ไหนกันดี"
"หืม อ๋อ ฉันว่าอยากจะไปที่ชิลีพอดีว่าบ้านเกิดฉันอยู่ที่บลาซิลน่ะ" เด็กสาวผมสีม่วงยาวถึงบ่ากำลังจัดเก็บแฟ้มที่หนาปึกใส่ในกระเป๋าทำงาน "เอาเถอะ เวเนียจะจัดการเรื่องการเดินทางของพวกเราเอง ยังไงก็กลับบ้านเถอะ"
"นั้นสินะ" ว่าแล้วไลน์ก็ออกจากห้องเป็นคนแรก
"เอาเถอะ ฉันกลับแล้วดีกว่า" ว่าแล้วบัทก็ลุกออกจากห้องตามมาด้วยเอส และก็คันยะเหลิอแต่อคัสเท่านั้นที่อยู่ในห้อง... เหลือแต่ความว่างเปล่าและเดียวดาย
"จริงๆเลยพวกนี้นิ" ว่าแล้วเขาก็หยิบเสื้อคลุมยาวสีดำขึ้นมาสวมแล้วเก็บเอกสารที่ออกบนโต๊ะตัวเองแล้วเดินออกไปจากนอกห้อง...
.............................................................................................................................
ถนนในเมืองนิวยอร์คนี้ไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไหรในตอนกลางคืนที่เต็มไปด้วยอันตราย ขณะที่อคัสเดินไปเรื่อยๆตามข้างถนนก็เจอกับคนขอทานบ้าง คนเข็นรถเข็นบ้าง ขโมยบ้าง
โลกนี้มันช่างเสื่อมทรามแล้วรึไร เขาคิด คนจนนี้ช่างระเกะระกะโลกจริงๆ อีกทั่งยังขโมยอีกทำไมไม่ฆ่าตัวตายเลยล่ะ
"นั้นเป็นเพราะว่าทุกคนต่างดิ้นรนที่จะอยู่บนโลกไงล่ะ" อคัสเดินไปถึงร้านกาแฟร้านหนึ่ง "ทุกคนบนโลกต่างชดใช้กรรมของตัวเอง ถ้าตายไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา แถมยังเป็นกรรมของเราเพิ่มขึ้นอีก"
หญิงสาวผมสีเขียวอ่อนสั้นไว้หางเต่ายาวถึงเข่านั่งจิบกาแฟ นัยน์ตาของเธอสีเขียวมรกตจับจ้องเข้าที่นัยน์ตาสีแดงของอคัส
"จริงไหมล่ะ" เธอยิ้มอย่างซื่อๆพลางจิบกาแฟไปด้วย
"เรื่องอะไรของเธอที่จะต้องมายุ่งเกี่ยวกับผมด้วย" อคัสเดินผ่านหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะเหล็ก
"โอ้ เกือบลืมไปเราอยู่ทีมเดียวกันไม่ใช่เหรอ" หญิงสาวคนนั้นทุบกับมือตัวเองเล่นๆ ทำให้อคัสหันมาหาเธอ "ยินดีที่ได้รู้จักอคัสคุง"
"เธอว่าไงนะ" เขาเดินมาที่โต๊ะแล้วทุบลงจนทำให้กาแฟของหญิงสาวหกและทำให้คนรอบข้างหันมามอง
"เราอยู่ทีมเดียวกัน จะเป็นอะไรไปล่ะอคัสคุง" หญิงสาวผมสีเขียวอ่อนยิ้มซื่อพลางกวักมือเรียกบ๋อยในชุดสูทสีดำ "ขอกาแฟเอสเปรสโซสองที่นะคะ"
"ครับ คุณฟลาวด์" บ๋อยคนนั้นก้มหัวแล้วเดินเข้าไปในร้านใหญ่
หญิงสาวที่ชื่อฟลาวด์หันมาที่อคัสอีกครั้ง "โอ๊ะ ตายจริง ฉันนี้ละก็ปล่อยให้แขกยืนได้ไง นั่งลงก่อนสิ"
"ผมต้องการคำตอบ คุณเป็นใคร แล้วทำไมมาอยู่อะไรกับผม" อคัสจ้องเขม็งไปที่นัยน์ตาปรื้อของฟลาวด์ เธอยิ้มพลางหรี่ตาลง
"ฉันชื่อฟลาวด์เดอร์ เนเวียเอ็กซ์โซรุส ยินดีที่ได้รู้จัก ที่ฉันมาทีมคุณก็เพราะฉันเป็นหนึ่งในผู้มีความสามารถเหนือมนุษย์อยู่ไงละคะ" ฟลาวด์ก็ยังยิ้มได้อยู่ขณะที่อคัสจ้องเธอเขม็ง "และอย่ามองตาฉันนานเกินไปนะคะ เดี้ยวคุณจะตกกับดักของฉันได้อย่างง่ายดาย เอาละ ที่นี้จะนั่งได้รึยังคะ"
อคัสนั่งลงพลางเอากระเป๋าเอกสารมาวางไว้ข้างตัว "แล้วเรื่องสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าคุณรู้รึยัง"
"เรียบร้อยเสร็จสรรพแล้วคะ" ฟลาวด์หยิบเอกสารภายในกระเป๋าของเธอขึ้นมา กระดาษสี่หนาปึกถูกวางลงบนโต๊ะเหล็กด้วยเสียงที่ดังเพราะน้ำหนัก "คุณจะเอาไปอ่านก็ได้นะคะ ฉันมีหลายฉบับ"
"ขอบคุณ แล้ว...หน่วยคุณล่ะ พวกเขาไปไหนกันหมด" อคัสจ้องเข้าไปในตาของฟลาวด์ทั้งๆที่ฟลาวด์เตือนแล้ว
"พวกเขาคงไปวานเสน่ห์ก่อนทำงานไงคะ" ฟลาวด์ยิ้ม ทำให้อคัสตตกใจ "แหม อย่าตกใจสิคะ ฉันแค่พูดเล่น พวกเขาไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่างหาก"
"คุณนี้ช่างลึกลับมากกว่าผมอีกนะ" อคัสยิ้มแบบมีเลศนัย
"คะ ฉันเป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบเปิดปากพูดเรื่องความลับเท่าไหร" ฟลาวด์ยิ้มได้อย่างระรื่น "โอ๊ะ กาแฟมาแล้วเหรอ ขอบใจมากนะเยราเย่"
บ๋อยวางกาแฟไว้หน้าทั้งสองแล้วก้มหัวก่อนจะไป
"เอาล่ะ คุณไม่ลองอ่านดูก่อนละ ข้อมูลน่าสนใจมาก อ่านอย่างน้อยเดือนนึงกว่าจะทำความเข้าใจได้เชี่ยวนะ" ฟลาวด์ยิ้ม ส่วนอคัสหยิบขึ้นมาหน้านึง
สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าได้กล่าวไว้ว่า เป็นสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ และทรงพลัง...
"คุณไปเอาข้อมูลมาจากไหน" อคัสเงยหน้ามองฟลาวด์และจ้องเข้าไปในตาเธอ
"ในฝันของฉันคะ"
"ห๊า!?"
"ฮิ แค่ล้อเล่นคะ ในเน็ต ศาตราจารย์บ้าง ผู้ชนบ้าง" ฟลาวด์ยกถ้วยกาแฟจิบ "เอาละ ฉันว่าคงต้องได้เวลาแล้วนะคะ" ฟลาวด์ลุกพลางปัดชายประโปรงให้เรียบร้อย แล้วหยิบกระเป๋าของเธอ "หวังว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันสดใสของฉันนะคะ"
อคัสมองเธอไปจนสุดทางแล้วเขาก็ลุกขึ้นเก็บเอกสารที่หนาปึกใส่ในกระเป๋า "ฟลาวด์เหรอ คนอะไรชื่อแปลกจัง" ว่าแล้วเขาก็เดินไปตามทางที่จะไปถึงบ้านของเขาเอง...
................................................................................................................
อืม...หนีฮ่าว สวัสดี พอดีในมายไอดีของเคียได้รื้อฟื้อคดีของเคียเอง นี้คือเรื่องที่อยากจะปรับปรุงมากที่สุดและอยากเอามาลงในเด็กดีมากที่สุด ถ้ามีอะไรก็บอกได้เลยนะคะ...
ความคิดเห็น