Fic SS501 Pink Carnation ถึงยังไงผมก็รักคุณ

ตอนที่ 36 : Pink Carnation SF : Christmas With Love (2HJ) Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ก.พ. 55

อันยองค่า ตอนที่สองมาแล้วนะค่ะ ตอนนี้เป็นอะไรที่ยาวมากๆ หวังว่าอ่านแล้วจะไม่เบื่อกันกลางทางนะค่ะ เฮ้อออออ หนุก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงได้ยาวอะไรขนาดนี้ 55 ส่วนตอนต่อไปคงต้องรอตอนปิดเทอมนะค่ะ ตอนต่อไปน่าจะจบจิงๆแล้วล่ะค่ะ SF เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ยาวมากที่สุดของหนุเลย ขอให้สนุกกับการอ่านฟิคนะค่ะ ไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องจะเศร้าเกินไปมั้ย แฮะๆๆ แต่อารมณ์มันพาไปนะค่ะ 55 มันเลยเศร้าไปหน่อย หลังจากเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หนุจะรีบมาต่อนะค่ะ  สุดท้าย หวังว่าจะถูกใจทุกๆคนนะค่ะ

 

ChRiStMaS WiTh Love 2

ณ กรุงลอนดอน ห้าปีที่แล้ว

กระดาษแผ่นบางสีขาวถูกขยำทิ้งกองรวมกันอยู่ที่พื้นห้อง ฮยอนจุงนั่งจรดปากกาเขียนตัวอักษรแต่ล่ะตัวใส่ลงไปในกระดาษอย่างใจเย็น เพื่อไม่ให้มีการผิดพลาด แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าเขายังคงต้องขย้ำกระดาษทุกแผ่นที่เขาเขียนด้วยความตั้งใจลงบนพื้นอย่างไม่ถูกใจนัก

/มันคงจะดีกว่า ถ้านายปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเองและค้นพบสิ่งใหม่ๆบ้าง ฉันหวังว่านายคงไม่ใจร้ายปล่อยให้เขารอนายจนสิบปียี่สิบปีหรอกนะ\

คำพูดของเพื่อนรักทำให้เขาถึงกับคิดหนัก และไม่รู้จะหาวิธีแก้ไขมันด้วยวิธีไหนดี ทุกครั้งที่ได้มานั่งเขียนจดหมาย ใจของเขาก็ยังคิดถึงแต่คำพูดคำนั้นของคยูจง เหมือนกับว่ามันยังคงวนเวียนอยู่รอบๆตัวเขาอยู่ตลอดเวลา

/หรือถ้าเขายังไม่ลืมนายและยังคิดถึงนายอยู่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างเอง ถ้านายรอต่อไปได้แล้วเขาเองก็ยังคงรอรอนายอยู่เสมอเช่นกัน และถ้าเป็นอย่างนั้น นายไม่คิดบ้างเหรอว่ามันจะเป็นเครื่องพิสูจน์หัวใจระหว่างเขากับนายได้\

แล้วพี่จะทำยังไง ถ้าฮยองจุนลืมพี่แล้วจริงๆฮยอนจุงก้มหน้าซบลงบนโต๊ะอย่างเหนื่อยใจ สิ่งที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือ รอ รอเวลาที่จะได้กลับไป

/ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!!\

ฮยอนจุง!! อยู่ในนั้นหรือเปล่า

เข้ามาสิ ประตูไม่ได้ล็อค!!” เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้อง ผู้มาใหม่ก็ย่างก้าวเข้ามาในห้องของฮยอนจุง เขาเดินตรงเข้าไปหาฮยอนจุงที่นอนซบหน้าอยู่ที่โต๊ะ แล้วยื่นบางอย่างให้

จดหมายนะ ของนาย แม่นายเป็นคนส่งมาให้

ขอบใจนะคยูจง เอาวางไว้นั่นแหละ!! เดี๋ยวฉันอ่านเองฮยอนจุงตอบเสียงอู้อี้โดยที่ไม่ได้หันมองเพื่อนรักแม้แต่น้อย

นี่นายยังไม่ล้มเลิกความคิดเรื่องจดหมายนี่อีกเหรอ!!” คยูจงก้มลงหยิบเศษกระดาษที่ฮยอนจุงขย้ำทิ้งไว้ที่พื้นคลี่ออกมาดู ก็พบว่ามันเป็นจดหมายที่ฮยอนจุงจะเขียนถึงฮยองจุน

คยูจง!! ฟังฉันอธิบายก่อนสิ

นายใจร้ายมากนะ ถ้าทำแบบนี้ อีกไม่นานมันจะทำให้เจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ฉันกลัวว่าฮยองจุนจะไม่รอฉัน

นั่นมันยังไม่เกิดขึ้นสักหน่อย อย่ากังวลมากจนเกินไปสิ!! ไม่อย่างนั้นจะทำให้นายใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างยากลำลากนะ จุดประสงค์ของนายที่มาที่นี่คืออะไร!!”

เรียนให้จบด้านบริหารจัดการ

ใช่!! จำเอาไว้นะ ยังมีอะไรที่นายต้องเรียนรู้มันอีกมากมาย เพราะฉะนั้น อย่ามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่อยู่ในใจตลอดเวลา ลองปล่อยวางมันซะบ้าง บางทีนายอาจจะคิดอะไรดีๆขึ้นมาบ้างก็ได้นะ

แล้วฉันต้องรอไปถึงเมื่อไหร่ เมื่อไหร่ที่ฉันจะได้กลับไป        

สำหรับนาย อีกห้าปีเท่านั้น อดทนรออีกแค่ห้าปี เมื่อถึงวันนั้น นายจะคิดหรือจะทำอะไร นายก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องกังวล นายสามารถทำสิ่งที่นายต้องการได้ และอีกห้าปี นายจะต้องกลับไปพร้อมกับความสำเร็จของนาย เพื่อที่จะได้ทำให้คนที่นายรักได้ภูมิใจในตัวนาย หรือนายไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น

อืม!! ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ฉันจะอดทนรอ อีกแค่ห้าปีเท่านั้น ห้าปีที่จะได้เป็นอิสระจากกองหนังสือที่ตั้งอยู่ตรงหน้าฮยอนจุงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

 

 

ณ กรุงลอนดอน สองปีที่แล้ว

/ถึง พี่ฮยอนจุง

ผมไม่แน่ใจว่าพี่จะได้อ่านจดหมายของผมหรือเปล่า นี่เป็นจดหมายฉบับแรกที่ผมเขียนถึงพี่นะฮะ และมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เขียนถึงพี่เหมือนกัน ไม่ต้องแปลกใจหรอกฮะ ที่ผมบอกว่าเป็นฉบับสุดท้าย ผมแค่เพียงอยากจะบอกกับพี่ว่า ต่อไปนี้ พี่อาจจะไม่ได้เจอผมอีก ผมเองก็อาจจะไม่ได้เจอพี่อีก เหมือนกัน ผมกำลังจะย้ายบ้านฮะ บ้านที่อยู่มาถึงยี่สิบกว่าปีแล้ว จนถึงตอนนี้ ผมต้องตัดใจทิ้งมันไป เพื่อที่จะได้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ เพราะฉะนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่พี่กลับมา พี่อาจจะไม่ได้เห็นผมอยู่ในบ้านหลังเดิมที่อยู่ข้างๆกับบ้านของพี่อีกแล้วนะฮะ

ผมหวังว่าพี่จะอยู่สุขสบายดีนะฮะ ส่วนผม ถ้าได้พูดต่อหน้าพี่จริงๆ ผมก็คงจะบอกกับพี่ว่าสบายดี แต่ ณ เวลานี้ พี่รู้มั้ยฮะ!! ผมไม่เคยมีความสุขเลย ตั้งแต่พี่ฮยอนจุงไป พี่ใจร้ายมากเลยรู้มั้ยฮะ ไม่เคยเลย ไม่เคยมีเลย จดหมายสักฉบับที่พี่จะส่งมาให้ผม เพราะอะไรฮะ เพราะพี่ลืมผมไปแล้วอย่างนั้นเหรอ?? แต่สำหรับผม ผมไม่เคยลืมพี่ได้สักวินาทีเดียว ทำไมพี่ถึงได้มาคอยวนเวียนอยู่รอบๆตัวผมอยู่ตลอดเวลาล่ะฮะ พี่รู้บ้างมั้ยฮะ ว่าผมรู้สึกยังไง พี่รู้บ้างมั้ยว่าผมเศร้าแค่ไหน ที่ต้องรอคอยพี่อย่างไม่มีหวังอะไรเลย จำได้มั้ยฮะ ที่บอกผมว่า อย่าร้องไห้ถ้าพี่ไม่อยู่ ผมรู้ดีฮะ ว่าผมสัญญากับพี่ไปแล้วว่าจะไม่ร้องไห้ไม่เสียใจ แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ ผมขอโทษฮะ ขอโทษที่ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ แล้วพี่ล่ะฮะ สัญญาที่ให้ผมไว้ ยังจำได้หรือเปล่าฮะ ตอนนี้ผมก็ยังว่า พี่จะรักษาสัญญาที่พี่ให้ไว้กับผมนะฮะ

ผมเชื่อในตัวพี่ ผมเชื่อว่าพี่จะทำตามสัญญา กลับมาเถอะฮะ ผมขอร้อง ได้โปรดกลับมา หาผม ผมยังรอพี่อยู่เสมอนะฮะ เพราะผมยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะพูดกับพี่ ผมหวังว่าพี่ฮยอนจุงจะอ่านข้อความที่อยู่ในนี้จนครบนะฮะ ผมยังรอคอยให้พี่กลับมานะฮะ พี่ฮยอนจุง!!

ผมรักพี่นะฮะ!!

ฮยองจุน\

หลังจากที่อ่านจดหมายจบลง ร่างสูงก็ยังคงจ้องมองจดหมายฉบับเดิมอย่างไม่ละสายตา ภายในใจก็ยังคงนึกถึงเนื้อหาที่อยู่ในจดหมาย สีหน้าครุ่นคิดอย่างหาทางออก ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปนับจากนี้ แม้จะเหลือเวลาเพียงอีกแค่ปีเดียว แต่มันก็ยังคงเป็นหนึ่งปีที่ยาวนานสำหรับเขามากเช่นกัน

อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น ฮยองจุน อีกแค่ปีเดียว พี่จะรีบกลับไป กลับไปฟังสิ่งที่ฮยองจุนอยากจะบอกกับพี่ ฮยอนจุงเอาจดหมายแนบกับอกเอาไว้อย่างหวงแหน

 

 

ปัจจุบัน

หาเจอมั้ยครับ!! แม่

[จ้า!! แม่ได้เจอกับแม่ของฮยองจุนแล้วนะ เขาย้ายไปอยู่แถวๆอินชอนนะ เห็นเขาบอกว่าตอนนี้ฮยองจุนย้ายไปอยู่คอนโดกับรุ่นพี่ที่รู้จักนะ]

อ่อ!! แล้วเขาไม่กลับบ้านเลยเหรอครับ

[เขาบอกว่าเดือนหนึ่งจะกลับมาสักครั้งนะ เพราะฮยองจุนต้องทำงานด้วย เลยไม่ค่อยมีเวลาจ๊ะ]

ขอบคุณนะครับแม่ สำหรับข้อมูล

[เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นการมาหาแม่ที่บ้านดีกว่ามั้ย เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ ไม่คิดถึงแม่บ้างเหรอห๊ะ!!]

คิดถึงสิครับ!! ผมก็เพิ่งกลับมาได้แค่อาทิตย์เดียวเองนะครับ เอาเป็นว่าเย็นนี้ผมจะกลับไปทานข้าวที่บ้านนะ

[จ๊ะ!! ลูกสุดที่รัก แล้วแม่จะรอนะ]

ครับแม่!! อ้อ!! แม่ครับ ผมมีเรื่องจะให้แม่ช่วยอีกสักเรื่องนะครับ

[ว่ามาเลยจ๊ะ!! จะให้แม่ช่วยอะไรเหรอ]

คือว่าผมอยากจะไปเยี่ยมคุณน้านะครับ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี แม่จะพาผมไปได้มั้ยครับ

[โอเคจ้า!! แล้วแม่จะนัดทานข้าวกับคุณน้าเขาให้นะ แล้วส่วนเรานะ ถ้าได้วันที่แน่นอนเมื่อไหร่ ก็อย่าลืมเคลียร์คิวให้ว่างด้วยล่ะ]

ครับแม่!! ขอบคุณมากๆนะครับ เย็นนี้เจอกันที่บ้านนะครับ ผมรักแม่นะ

[จ้า แม่ก็รักลูกเหมือนกันจ๊ะ]

หลังจากวางสายผู้เป็นแม่แล้ว ฮยอนจุงก็มองไปยังนาฬิกาเรือนที่อยู่ข้างฝา ซึ่งบ่งบอกว่าตอนนี้ เป็นเวลา สิบเอ็ดนาฬิกาสี่สิบห้าแล้ว และอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ก็จะถึงเวลานัดของเขากับใครอีกคน

ฮยอนจุงรีบเซ็นเอกสารต่างๆที่กองอยู่บนโต๊ะอย่างลวกๆ เพื่อให้ทันเวลาที่นัดเอาไว้ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากที่นั่งเซ็นเอกสารกองมหึมาเรียบร้อยแล้ว

ได้เวลาแล้วสินะ ป่านนี้ฮยองจุนคงจะรอแย่แล้ว รีบไปดีกว่าหลังจากที่แหงนหน้ามองนาฬิกาที่อยู่ข้างฝาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาเที่ยงตรงพอดี ฮยอนจุงรีบจัดกองเอกสารไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย แล้วเตรียมพร้อมที่จะออกไปตามนัด

 

 

ร้านอาหาร

ฮยองจุนก้าวเดินเข้าไปในทางเดินของร้านอย่างไม่รีบร้อนนัก สายตากวาดมองไปทั่วบริเวณ บรรยากาศที่เต็มไปด้วยอุ่นไอแห่งความรัก ทำให้ฮยองจุนไม่สามารถละสายตาจากทางเดินผ่านได้ สองข้างทางที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด ทำให้ฮยองจุนมองมันอย่างไม่ละสายตา ฮยองจุนผลักประตูบ้านใหญ่ให้เปิดออก ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ฮยองจุนกวาดสายตามองคนในร้านอยู่นาน ก่อนที่จะไปสะดุดตากับใครบางคนเข้า

เลือกร้านไม่ได้เข้ากับหน้าตาเลยฮยองจุนออกปากบ่นเบาๆ ก่อนที่จะรีบเดินไปหาฮยอนจุงที่นั่งรออยู่ก่อนหน้านี้

โอ๊ะ!! มาแล้วเหรอฮยองจุนฮยอนจุงร้อนทักอย่างดีใจ เมื่อเห็นฮยองจุนเดินมาถึงที่โต๊ะ เขารีบลุกขึ้นไปเลื่อนเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาให้ฮยองจุน

ทำไมคุณถึงได้เลือกมาร้านอะไรแบบนี้นะ ส่วนมากเขาก็มากับคนรักกันไม่ใช่เหรอฮยองจุนเอ่ยถามในสิ่งที่ค้างคาใจ และแปลกใจว่าทำไมจู่ๆถึงมานัดข้าวให้มาทานข้าวด้วย

ก็พี่ไม่รู้นี่น่า พี่เพิ่งกลับเกาหลีมาได้ไม่กี่อาทิตย์เองนะฮยอนจุงตอบ พร้อมกับเทน้ำในเหยือกใส่แก้วให้กับฮยองจุน

เลิกแทนตัวเองว่า “พี่” ซะทีเถอะฮะ!! เราก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมากมาย คุณไม่จำเป็นต้องทำดีกับผมขนาดนี้ก็ได้

ทำไมล่ะ!! ฮยองจุนไม่ชอบอย่างนั้นเหรอ

ฮะ!! ไม่ชอบ และก็ไม่ชอบมากด้วย ทำไมคุณถึงได้ชอบทำตัวแปลกๆตลอดเวลานะ แล้วก็ยังชอบทำเป็นรู้เรื่องทุกอย่างอีกด้วยฮยองจุนตอบออกมาจากใจจริง โดยที่ไม่ได้ใส่ใจถึงความรู้สึกของคนที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิด

โอเค!! อะไรที่นายไม่ชอบ พี่ก็จะไม่ทำ แล้วตอนนี้เราจะสั่งอาหารกันได้หรือยังล่ะเมื่อเห็นว่าฮยองจุนเริ่มจะอารมณ์ไม่ดี ฮยอนจุงจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

ก็ดีฮะ!! รีบๆกินจะได้รีบๆกลับ ผมยังมีงานอีกเยอะที่ต้องทำ

แล้วฮยองจุนอยากกินอะไรฮยองจุนหยิบเมนูอาหารขึ้นมาดู

อะไรก็ได้ฮะ ผมกินได้หมดแหละ คุณสั่งไปเถอะ!!” ฮยองจุนเริ่มรู้สึกแปลกๆ เมื่อมองไปรอบๆร้าน ก็มีแต่คู่รักที่มานั่งกินอาหารกันทั้งนั้น บางคู่ก็มีตักอาหารให้กัน และบางคู่ก็ยังมีป้อนอาหารให้กันอีกต่างหาก

/เป็นแฟนกันก็ต้องตักอาหารป้อนอาหารให้กันสินะ แล้วฉันมาที่ร้านนี้กับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายเนี๋ยนะ อ๊ากกกก ทำไมฉันถึงได้คิดเรื่องบ้าๆพวกนี้นะ : ฮยองจุน\

ฮยองจุน เป็นอะไรหรือเปล่า!!” ฮยอนจุงเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่นั่งมองฮยองจุนดึงผมตัวเองไปมา อยู่นาน

เปล่าฮะ!! แล้วนี่คุณจะสั่งอาหารได้หรือยังฮยองจุนพองลมในปากอย่างที่เคยทำประจำเวลาที่รู้สึกเซ็งๆ เขารีบจัดทรงผมให้เข้าที่อีกครั้ง ก่อนที่จะรีบบอกให้ฮยอนจุงสั่งอาหารสักที

เอาอาหารที่มีส่วนผสมของกุ้งมาสักห้าอย่างนะครับ แต่ว่าผมขอแบบห้าอันดับที่อร่อยที่สุดนะครับ

ได้ค่ะ!! รอสักครู่นะค่ะพนักงานสาวรับคำ แล้วเดินจากไป

ตอนนี้ฮยองจุนยังชอบกินกุ้งอยู่หรือเปล่า พี่เห็นว่านายเคยชอบ พี่ก็เลยสั่งให้นาย

คุณรู้ได้ยังไงว่าผมชอบกินกุ้ง เรื่องนี้มีแค่ แม่ผม พี่ยองแซง และพี่...... รู้เท่านั้นเองฮยองจุนเอ่ยอย่างตกใจที่เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ ฮยอนจุงก็รู้เกี่ยวกับเขา

พี่บอกแล้วไงว่าพี่นะรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับนาย

หรือว่าพี่ยองแซงจะเอาไปเล่าให้คุณคยูจงฟังนะ คุณรู้มาจากคุณคยูจงหรือเปล่า!!” ฮยองจุนเริ่มร้อนลน เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนที่อยู่ตรงหน้า ทั้งแปลกใจและตกใจที่ฮยอนจุงรู้เรื่องนี้ด้วย

ทำไมนายชอบพูดถึงคนอื่นในขณะที่นายอยู่กับฉันอยู่เรื่อยนักนะฮยอนจุงเอ่ยอย่างน้อยใจ ที่เห็นว่าฮยองจุนเอาแต่พูดถึงคนอื่น โดยที่ไม่ได้ใส่ใจเขาเลย

เป็นบ้าอะไรอีกเนี๋ย!!” ฮยองจุนได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา เมื่อฮยอนจุงเสหน้าหันไปทางอื่น

พี่บ้าก็เพราะบ้ารักนายนั่นแหละ ฮยองจุน

แค่ก!! แค่ก!!” แม้จะดูเหมือนเป็นมุขบ้านๆ แต่ก็ยังคงสามารถทำให้ใครบางคนหายใจไม่ทั่วท้องได้

เป็นอะไรหรือเปล่าฮยองจุนฮยอนจุงรีบหันกลับมาส่งแก้วน้ำให้ฮยองจุนด้วยความเป็นห่วง

ไม่เป็นไรฮะฮยองจุนรีบกระดกน้ำรวดเดียวจนหมดแก้ว เพื่อกลบเกลื่อนอาการของตนเอง ใบหน้าแดงระเรื่อที่เห็นได้ชัด ทำให้ฮยองจุนไม่สามารถปกปิดความจริงได้

ไม่สบายหรือเปล่าฮยองจุน ทำไมหน้าแดงอย่างนี้ล่ะฮยอนจุงรีบลุกจากที่นั่ง เพื่อเดินเข้ามาดูฮยองจุนอย่างใกล้ชิด มือหนาแนบอิงกับหน้าผากของฮยองจุนเพื่อวัดอุณหภูมิของร่างกาย

ก็ไม่ร้อนนี่น่าหลังจากเช็คร่างกายฮยองจุนเรียบร้อย เขาก็เอามือออกจากหน้าของฮยองจุน

ผมไม่เป็นไรฮะ คุณไปนั่งที่เถอะ

ก็ได้!!” ฮยอนจุงทำท่าทีเหมือนว่าจะเดินกลับไปนั่ง แต่เขาก็วนกลับมามองหน้าฮยองจุนอีกครั้ง ก่อนที่จะก้มลงไปกระซิบบางอย่างข้างๆหูฮยองจุน

หน้าแดงแบบนี้ แล้วหัวใจเต้นแรงด้วยหรือเปล่าล่ะฮยองจุน

/ปั๊ง!!\

นี่!! คุณฮยองจุนเผลอทุบโต๊ะเสียงดัง จนคนในร้านหันมามองฮยองจุนเป็นตาเดียว

นี่ไม่ใช่เวลาที่คุณจะมาพูดเล่นนะ จะกินหรือไม่กิน ถ้าไม่ ผมจะได้กลับไปทำงานฮยองจุนลดเสียงให้เบาลง ทั้งยังเอามือปิดหน้าของตัวเองเอาไว้

นายเป็นอะไรไปฮยองจุน พี่ทำอะไรให้นายไม่สบายใจหรือเปล่า!!” ฮยอนจุงเห็นสีหน้าของฮยองจุนซีดลงอย่างเห็นได้ชัดก็นึกเป็นห่วง

ผมไม่เป็นไร วันนี้ผมขอลางานครึ่งวันนะฮะ ผมรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย ขอตัวก่อนนะฮะ

ฮยองจุน!! เดี๋ยวสิ นายจะไปไหนนะ ฮยองจุนรีบวิ่งออกจากร้านไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของฮยอนจุง

นายร้องไห้ทำไมกันนะฮยอนจุงได้แต่มองตามฮยองจุนที่วิ่งออกไปอย่างเป็นห่วง และสิ่งที่ฮยองจุนปิดเขาไม่ได้ก็คือน้ำตา ฮยอนจุงรู้ รู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำให้ฮยองจุนต้องร้องไห้เสียใจ และที่ฮยองจุนต้องร้องไห้และเสียใจก็เพราะเขาเป็นต้นเหตุ......

 

 

/ฮึก!! ฮือออออออ!!\

เสียงสะอื้นพร้อมน้ำตาที่หลั่งไหลเข้ารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ฮยองจุนซบหน้าลงกับหมอนใบนุ่ม เพื่อปกปิดน้ำตาที่มันกำลังไหลเอ่อล้นออกมาจากนัยตา

/เปรี๊ยงงงงงงงงง!!\

เสียงฟ้าร้องอึกทึกโครมครามพาฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ฮยองจุนสะดุ้งตกใจลุกขึ้นมองออกไปทางนอกหน้าต่าง เม็ดฝนกำลังโปรยปรายอยู่ทั่วท้องฟ้าที่มืดครึ้ม

/เปรี๊ยงงงงงงงงง!!\

เสียงฟ้าร้องมันยังคงดังอย่างต่อเนื่องหลายๆครั้งติดต่อกัน ฮยองจุนไม่รู้จะทำอย่างไร เขาจึงเดินไปปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันน้ำฝนที่มันจะสาดกระเด็นเข้ามา เขาเดินกลับมาที่เตียงๆเดิมอย่างเหม่อลอย

/หน้าแดงแบบนี้ แล้วหัวใจเต้นแรงด้วยหรือเปล่าล่ะฮยองจุน\

คำๆนี้ยังคงหลอกหลอนจิตใจเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ที่เขารู้สึกเหมือนกับว่าไม่ถูกชะตากับคำๆนี้เอาซะเลย หรืออาจจะเป็นเพราะคำๆนี้เคยเป็นคำพูดของใครคนนั้น ทำให้ฮยองจุนต้องรู้สึกว่า คำพูดคำนี้ต้องเป็นคนนั้นคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถพูดคำนี้กับเขาได้

พี่ฮยอนจุง!! เมื่อไหร่พี่จะกลับมาล่ะฮะ ต้องให้ผมรอไปถึงเมื่อไหร่ เมื่อไหร่กันที่พรของผมจะสมหวังสักที

/เปรี๊ยงงงงงงง!! เปรี๊ยงงงงงงงง!!\

เสียงฟ้ายังคงคำรามต่อเป็นเนื่องๆอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด ฮยองจุนก้มตัวลงนอนบนฟูกเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก น้ำตาก็ยังคงไหลออกมาไม่มีจบสิ้น เสียงสะอึกสะอื้นก็ยังคงมีเล็ดลอดออกมาอยู่ตลอด โดยมีสายฝนโปรยลงมาเป็นเพื่อนคู่ใจ ไม่ได้เป็นการปลอบโยน แต่เป็นการบอกเป็นนัยๆว่า เขาควรจะปล่อยตัวตามอารมณ์ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดอีก

 

 

หลังจากสองสามวันที่ผ่านมา ฮยองจุนก็กลายเป็นคนเหม่อลอยด้วยใบหน้าค่าตาที่บวมช้ำ และไม่ค่อยที่จะพูดจากับใครเท่าไหร่นัก แม้แต่ยองแซงเองก็ยังคงแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับฮยองจุนกันแน่ เพราะฮยองจุนเองก็ปฏิบัติกับเขาไม่แตกต่างจากคนอื่น

ฮยองจุนไม่สบายหรือเปล่า!! พี่เห็นนายเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ

ผมไม่เป็นอะไรฮะ!! แค่รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยฮยองจุนเอ่ยตอบผู้พี่ด้วยน้ำเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน

มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นสิ ฮยองจุนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนนะ บอกพี่มาเดี๋ยวนี้นะฮยองจุนยองแซงยังคงคาดคั้นฮยองจุนอย่างไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

ไม่มีอะไรจริงๆฮะ ผมแค่เวียนหัว

แต่นายหยุดงานมาสามวันแล้วนะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับนาย ที่พี่ไม่รู้หรือเปล่า ทำไมนายถึงไม่บอกพี่ล่ะ!! หรือว่าพี่เป็นพวกคนเชื่อถือไม่ได้ยองแซงพูดออกมาอย่างน้อยอกน้อยใจ

ไม่ใช่นะฮะ!! ไม่ใช่อย่างนั้นฮะพี่ยองแซง คือว่า ผม......ผมฮยองจุนหยุดเพียงแค่นั้นเพื่อคิดว่าเขาควรจะพูดต่อไปดีหรือไม่

ผมอะไร พูดมาสิ

คือผม...........จู่ๆฮยองจุนก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ทำให้ยองแซงถึงกับตกใจรีบคว้าฮยองจุนเข้ามากอดเอาไว้

ฮยองจุน!! นายเป็นอะไร ทำไมนายถึงไม่บอกพี่ นายไม่รู้เหรอว่าพี่เป็นห่วงนายมากแค่นาย อย่าเอาแต่อ้ำอึ้งแบบนี้สิ!!” ยิ่งยองแซงคาดคั้นมากเท่าไหร่ ฮยองจุนก็ยิ่งตอบสนองด้วยการสะอึกสะอื้นเหมือนกับว่าจะร้องไห้ออกมาเท่านั้น

พี่ยองแซง!! ฮือออออออออฮยองจุนเอียงหน้าซบอกยองแซงทั้งยังกอดยองแซงไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย

ฮยองจุน!!” ยองแซงร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆฮยองจุนก็ปล่อยโฮออกมาดื้อๆ ในตอนนี้เขาทำได้เพียงโอบกอดและให้ความอบอุ่นกับฮยองจุนแค่เท่านั้น เขาไม่กล้าแม้จะเอ่ยปากถามฮยองจุนต่ออีก เมื่อเห็นน้ำตาของฮยองจุนที่ไหลออกมาเป็นทาง

ฮืออออออออออออออ!!”

ยิ่งได้ยินเสียงฮยองจุนร้องไห้ออกมาดังมากเท่าไหร่ หัวใจของยองแซงก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น เขานึกเกลียดตัวเองที่ไม่สมารถทำอะไรได้ นอกเสียจากกอดปลอดใจฮยองจุนอยู่อย่างนี้ ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับฮยองจุน ส่วนอีกใจก็คิดหาสาเหตุว่าทำไมฮยองจุนถึงต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้

พี่จะไม่ถามว่าฮยองจุนของพี่เป็นอะไร เอาไว้เมื่อไหร่ที่ฮยองจุนพร้อมก็บอกพี่แล้วกันนะ ยองแซงเอื้อมมือเช็ดคราบน้ำตาให้กับฮยองจุน

ตอนนี้นายก็นอนพักเถอะนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องที่ทำงาน เดี๋ยวพี่จะไปลาให้ฮยองจุนต่อเองยองแซงเอื้อมมือหยิบหมอนมาให้ฮยองจุน ก่อนที่จะค่อยๆจับฮยองจุนนอนให้เข้าที่ แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้

พี่ไปก่อนนะ แล้วก็อย่าคิดอะไรมากล่ะ!! เดี๋ยวจะไม่สบายรู้มั้ย!!” ยองแซงเอื้อมมือไปลูบผมฮยองจุนอย่างทนุถนอม ก่อนที่จะก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของฮยองจุนอย่างแผ่วเบา

พักผ่อนเยอะๆนะยองแซงเอ่ยเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเอื้อมมือไปปิดไฟให้กับฮยองจุนเพื่อที่จะได้หลับสบายขึ้น

เดี๋ยวฮะ!! พี่ยองแซง อย่าเพิ่งไปฮยองจุนตัดสินใจรั้งมือของยองแซงเอาไว้อีกครั้ง ยองแซงรีบเปิดไฟให้สว่างขึ้นดังเดิม ก่อนที่จะมองหน้าฮยองจุนอย่างสงสัย

ผมจะเล่าให้พี่ฟังฮะ!!”

 

 

เจเคเอ็มกรุ๊ป

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นจากฮยองจุนแล้ว ยองแซงก็รีบตรงเข้ามาทำงานที่บริษัททันที ทันทีที่ย่างก้าวเข้ามาในที่ทำงาน เขาก็พบกับคยูจงที่มายืนรอเขาอยู่ที่หน้าประชาสัมพันธ์

คุณคยูจง!! มายืนทำอะไรตรงนี้ครับ

ก็มารอคุณไงเสียงใสตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี

วันนี้ผมไม่มีอารมณ์มาเล่นกับคุณด้วยหรอกนะ ตอนนี้เพื่อนคุณอยู่ที่ไหนยองแซงตอบหน้ามุ่ย พร้อมกับเอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้ทันที

นายไปโกรธใครมาเหรอ!! มันไม่วันนี้ดูอารมณ์ไม่ดีจัง

คุณอย่าเพิ่งถามผมตอนนี้ได้มั้ย!! แค่คุณบอกผมมาว่าเพื่อนของคุณอยู่ไหนก็พอยองแซงชักอารมณ์หงุดหงิดอย่างเต็มที่ เมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมที่จะฟังสิ่งที่เขาพูดเลย เอาแต่นอกเรื่องตลอด

เพื่อนฉันที่นายว่าเขาคือใคร จองมินหรือว่าท่านประธานคนใหม่

ท่านประธานคนใหม่!!”

นายถามหาเขาทำไมกัน

มันไม่ใช่เรื่องของคุณ!!” ยองแซงตะคอกออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว ทำให้คยูจงได้แต่มองอย่างอึ้งๆ เมื่อเจอยองแซงในโหมดนี้

นายบอกว่าไม่ใช่เรื่องของฉัน.....โอเค ฉันจะไม่ยุ่งและไม่ถามนายอีก พอใจนายแล้วใช่มั้ย!!” คยูจงพูดเสียงเบาออกมาอย่างน้อยใจ ก่อนที่จะหันหลังเดินออกไป

อะไรของเขานะ.....ลองไปถามคุณจองมินดูดีกว่า ..................

หลังจากที่ได้ลองไปถามจากจองมินแล้ว ยองแซงก็เดินตามหาฮยอนจุงในที่ที่จองมินเป็นคนบอก ยองแซงขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นที่สิบ ซึ่งเป็นชั้นส่วนตัวสำหรับผู้บริหาร เขาเดินไล่ตามห้องเพื่อดูชื่อป้ายห้องที่เขาต้องการหา เขาเดินหาทั่วบริเวณชั้นที่สิบ จนมาหยุดที่ห้องๆหนึ่ง ซึ่งป้ายที่หน้าห้องมันเขียนเอาไว้ว่า “ยูโด” เมื่อเขามั่นใจว่าใช่ห้องนี้แน่ เขาจึงใช้มือเคาะประตูตามมารยาท

/ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!!\

เชิญครับ!!” เสียงจากคนข้างในขานรับออกมา ทำให้ยองแซงตัดสินใจหมุนลูกบิดเข้าไปยังห้องนั้น

ภาพที่ได้เห็นในตอนแรกที่ได้เข้าไปคือ ฮยอนจุงกับลังฝึกยูโดอยู่กับครูฝึกของเขาอย่างแข็งขัน ยองแซงเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่ เพื่อรอให้ฮยอนจุงได้ฝึกจนเสร็จ ภาพของฮยอนจุงที่กำลังต่อสู้อยู่กับครูฝึกนั้น ทำให้ยองแซงมองอย่างไม่ละสายตา แม้จะมีเหงื่อออกมาจากหน้าตาเขามากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมัน ตั้งหน้าตั้งตาฝึกต่อไป ท่าต่อสู้แต่ละท่าแสดงถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและร่างกายเป็นอย่างดี

ขอโทษนะที่ทำให้รอนานฮยอนจุงเดินเข้ามาหายองแซงหลังจากที่ฝึกเสร็จแล้ว

ไม่เป็นไร

แล้วนายมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า ถึงได้มาหาฉันถึงที่นี่!!”

ถ้าไม่มี ผมก็คงไม่มาหาคุณให้เสียเวลาหรอกยองแซงพูดอย่างให้สบอารมณ์นัก

โอเคๆ เอาเป็นว่านายจะคุยอะไรกับฉันก็ว่ามาฮยอนจุงลากเก้าอี้มานั่งลงตรงหน้ายองแซง

เรื่องของฮยองจุน

ห๊ะ!!” ฮยอนจุงออกอาการตกใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินชื่อฮยองจุน

คุณมีอะไรจะพูดมั้ย!! ผมจะเปิดโอกาสให้คุณได้พูดก่อน

ฉันไม่มีอะไรจะพูด นายอยากจะพูดอะไรก็ว่ามา เพราะฉันมีงานต้องทำอีกเยอะฮยอนจุงแสดงสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

ถ้างั้นผมจะไม่อ้อมค้อมนะ คุณรู้จักกับฮยองจุนมาก่อนหรือเปล่า แล้วคุณมีความสัมพันธ์กับฮยองจุนยังไงกันแน่

ฮยอนจุงชะงัก รู้สึกอึดอัดใจอยากบอกไม่ถูก เขาได้แต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตากับยองแซงแบบตรงๆ

ทำไมนายถึงถามฉันแบบนี้ล่ะ

ก็เพราะฮยองจุนบอกกับผมว่า คุณรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา แล้วก็ยังเดาใจเขาถูกอีกด้วย สรุปแล้วคุณเป็นใครกันแน่ คุณคิม

คือว่าฉัน............

คุณไม่ตอบ ถ้าอย่างนั้นผมจะเปลี่ยนคำถามใหม่.......ที่จริงแล้ว ชื่อจริงของคุณคืออะไรกันแน่ คุณคิม!!”

ทำไมนายถึงอยากรู้เรื่องนี้ล่ะ

ก็เพราะผมสงสัยคุณ

เอาเป็นว่าในตอนนี้ฉันไม่สามารถบอกความจริงกับนายได้ ช่วยเข้าใจฉันหน่อยนะ

อะไรล่ะที่คุณอยากให้ผมเข้าใจ....คุณปิดบังอะไรผมกันแน่ คุณคิม

เอาเป็นว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นฉันไม่เคยลืม และฉันก็จะไม่มีวันลืมด้วย

คุณพูดอะไรของคุณ อะไรบางอย่าง....ในความทรงจำของคุณใช่มั้ย!!”

ฉันไม่ได้พูดอะไรอย่างนั้นซะหน่อยฮยอนจุงรีบกลับคำอย่างรวดเร็ว เมื่อคิดได้ว่าตัวเองกำลังพลาดพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา

ในเมื่อคุณไม่ยอมบอกอะไรผม ผมก็จะไม่คาดคั้นอะไรคุณอีก แต่ผมหวังว่าคุณจะบอกฮยองจุนด้วยตัวเองนะ ผมไม่อยากเห็นฮยองจุนกลายเป็นคนเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย ผมไม่อยากให้ฮยองจุนต้องเสียใจ ผมไม่อยากเห็นฮยองจุนต้องร้องไห้เพียงลำพัง และผมก็ไม่ต้องการเห็นน้ำตาของฮยองจุนอีก หวังว่าที่ผมพล่ามมาทั้งหมดคุณจะเข้าใจนะยองแซงพูดทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไป

/ผมไม่อยากเห็นฮยองจุนกลายเป็นคนเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย ผมไม่อยากให้ฮยองจุนต้องเสียใจ ผมไม่อยากเห็นฮยองจุนต้องร้องไห้เพียงลำพัง และผมก็ไม่ต้องการเห็นน้ำตาของฮยองจุนอีก หวังว่าที่ผมพล่ามมาทั้งหมดคุณจะเข้าใจนะ\

พี่ควรทำยังไงฮยองจุน พี่ควรทำยังไง พี่ควรทำยังไงต่อไปดีฮยอนจุงได้แต่ใช้มือกอบกุมหัวใจเอาไว้อย่างเจ็บปวด น้ำใสๆเอ่อล้นออกมาจากนัยน์ตาอย่างไม่รู้สาเหตุ เขาไม่รู้ว่าจะต้องอย่างไรนับต่อจากนี้ เขาไม่รู้ว่าจะเลือกเดินต่อทางไหนดี

 

 

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

หลังจากที่เริ่มจะทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้แล้ว ฮยองจุนก็กลับมาทำงานอย่างเป็นปกติได้สองสามวันแล้ว แม้ว่าจะทำใจได้แล้ว แต่ก็ไม่ถึงกับร้อยเปอร์เซ็นต์ หลายวันที่กลับมาทำงานฮยองจุนต้องคอยหลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้ากับฮยอนจุงและหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยกับเขาด้วย ยกเว้นเรื่องงาน ฮยองจุนยังคงทำงานได้ตามปกติ คำพูดที่เขาพูดคุยกับฮยอนจุง ก็มีเพียงแค่เรื่องงานเท่านั้น แม้ฮยอนจุงจะพยายามเปลี่ยนเรื่องเท่าไหร่ ฮยองจุนก็ทำเป็นไม่สนใจและแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน

ฮยองจุน!! พี่มีเรื่องจะคุยกับนายฮยอนจุงรีบคว้าแขนฮยองจุนที่กำลังจะเดินหนีเขาเอาไว้

แต่ผมไม่มี ปล่อย!!” ฮยองจุนจ้องมองเข้าไปในดวงตาของฮยอนจุง เหมือนพยายามที่จะค้นหาอะไรบางอย่าง ทั้งยังใช้แรงที่มีอยู่สะบัดแขนจากมือที่ฮยอนจุงจับอยู่

ทำไมต้องหลบหน้ากันด้วย

ใครว่าผมหลบ แล้วทำไมผมต้องหลบคุณด้วย

/ในดูแกร่งกล้าขึ้นเยอะเลยนะฮยองจุน : ฮยอนจุง\

นั่นสินะ!! แล้วทำไมนายถึงหลบหน้าพี่ล่ะ พี่เองก็อยากรู้เหมือนกันฮยอนจุงเอื้อมมือกุมมือฮยองจุนเอาไว้ ก่อนที่จะจ้องเข้าไปในดวงตากลมใสอย่างค้นหาคำตอบ

นายปิดบังอะไรพี่อยู่ นายรู้ใช่มั้ย!! นายจำได้แล้วใช่มั้ย!!” ฮยอนจุงอมยิ้มอย่างดีใจ

ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพยายามทำอะไร แต่ผมไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องคุยกับคุณ ผมขอตัวนะฮะฮยองจุนค่อยๆแกะมือของฮยอนจุงให้คลายออก

/ติ๊ด!! ติ๊ด!!\

ฮะ!! แม่

[ฮยองจุนลูก!! วันอาทิตย์นี้ว่างมั้ยจ๊ะ แม่อยากให้ลูกกลับมาที่บ้านสักหน่อยจ๊ะ]

มีเรื่องด่วนอะไรเหรอฮะ

[ไว้ถึงวันนั้นลูกก็จะรู้เองจ้า!! เอาเป็นว่าลูกต้องมาให้ได้นะ ห้ามเบี้ยวแม่เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแม่โกรธจริงๆด้วย]

ฮะ!! ผมไม่เบี้ยวหรอกฮะ ถ้าอย่างนั้นเจอกันวันอาทิตย์นะฮะ

[จ้า!! แม่รักลูกนะ]

ผมก็รักแม่ฮะ

หลังจากที่วางสายไป ฮยองจุนก็หันมามองที่ฮยอนจุงอีกครั้ง

ความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณในตอนนี้ ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดยังไง ผมไม่รู้อะไรเลยตอนนี้ คุณอย่าพยายามทำลายความรู้สึกดีๆที่ผมมีให้คุณเลยนะฮะ ผมจะเก็บมันเอาไว้ในใจ ผมจะไม่ทำให้คุณต้องเดือดร้อนแน่นอนฮะ ผมขอตัวก่อน!!” ฮยองจุนหันหลังเดินจากไป

ฮยองจุน!! อย่าเพิ่งไป......ฮยอนจุงคว้ามือของฮยองจุนเอาไว้อย่างรวดเร็ว แต่ก็คว้าได้เพียงสายลมที่พัดผ่านเข้ามา เขาทรุดตัวก้มลงนอนบนพื้นกระเบื้องอย่างหมดหนทาง  มือหนาลูบไปมาบนพื้นกระเบื้องเบาๆ

พี่เสียใจ เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ พี่สัญญา พี่สัญญาว่าจะชดใช้ให้นายทุกอย่าง พี่สัญญาน้ำตาของฮยอนจุงหยดลงบนพื้นกระเบื้องสีฟ้าอ่อน ฮยอนจุงหลับตาลงอย่างช้าๆด้วยความเหนื่อยล้าที่สุดของวันนี้

 

 

เช้าวันอาทิตย์

ฮยองจุนถือกระเช้าผลไม้เดินเข้าในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดเดิน เมื่อมองไปที่ห้องรับแขก แม่ของเขากำลังนั่งคุยกับแขกสองคน ที่นั่งหันหลังให้เขาอยู่

วันนี้เราต้องมาระลึกถึงความหลังกันสักหน่อยแล้ว หวังว่าเธอคงไม่มีธุระไปไหนนะ.....อ้าว!! ฮยองจุนมาแล้วเหรอลูกแม่ฮยองจุนลุกขึ้นเดินเข้าไปหาฮยองจุน

ฮะ!! แล้วนั่นเขาเป็นใครเหรอฮะ

อ้าว!! จำคุณป้าข้างบ้านตอนเด็กๆของเราไม่ได้เหรอจ๊ะ

คุณป้าข้างบ้านฮยองจุนทวนคำของแม่ตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่จะมองไปยังหญิงผู้มีอายุที่นั่งอยู่ตรงโซฟา เธอเองก็หันมาส่งยิ้มให้ฮยองจุน

ไม่ได้เจอกันนานเลยนะฮยองจุน!! ดูเป็นหนุ่มขึ้นเยอะเลยนะ

เอ่อ!! ฮะ ผมขอโทษฮะ เวลาผ่านไปนาน ผมเลยจำคุณป้าไม่ได้ฮยองจุนส่งยิ้มให้กับเธอเช่นกัน

แล้วคนที่นั่งข้างๆคุณป้านั่นใครหรือครับ!! หรือว่าจะเป็นพี่.......

พี่ฮยอนจุงไงจ๊ะ จำได้มั้ย!!”

พี่ฮยอนจุง!!” ฮยองจุนเอ่ยออกมาเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

ตะกร้าผลไม้ในมือของฮยองจุน ถูกปล่อยลงสู่พื้นอย่างไม่ใยดี ฮยองจุนยืนนิ่งไม่สามารถขยับไปไหนได้ และจู่ๆน้ำตาเจ้ากรรมก็ดันไหลออกมาซะดื้อๆ ฮยอนจุงลุกขึ้นยืน แล้วค่อยๆหันหน้าไปหาฮยองจุน ฮยองจุนอึ้งตะลึงงันทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นคนตรงหน้า

คุณ!!.............ไม่จริง ไม่จริงใช่มั้ยฮะคุณแม่ เขาไม่ใช่ เขาไม่ใช่ ฮืออออออ!!” ฮยองจุนยังคงอยู่ในอาการช็อค เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้ที่เขาทำได้คือการวิ่งหนี วิ่งหนีกับความเป็นจริง ฮยองจุนวิ่งขึ้นบันไดไป โดยไม่ฟังเสียงเรียกร้องของใครทั้งสิ้น

ผมขอตัวไปดูฮยอนจุงก่อนนะครับ คุณแม่ คุณน้า

อ่ะจ๊ะ!! ฮยอนจุงน้าฝากด้วยนะ ฮยองจุนคงจะดีใจจนช็อค ยังไงก็ค่อยๆคุยกับน้องนะ

ครับ!! คุณน้าฮยอนจุงรับคำ ก่อนที่จะรีบวิ่งขึ้นชั้นบน เพื่อปรับความเข้าใจกับฮยองจุน

/ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!!\

ฮยองจุนเปิดประตูให้พี่หน่อยได้มั้ย!! พี่มีเรื่องต้องคุยกับนาย เปิดประตูให้พี่หน่อยสิฮยองจุน

/ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!!\

ฮยองจุนพี่ขอร้อง ให้พี่ได้อธิบายเรื่องทั้งหมดกับนายจะได้มั้ย!!”

/ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!!\

ฮยองจุน!! ได้โปรดให้พี่ได้อธิบายความจริงสักครั้งเถอะนะ พี่รู้ว่าพี่ทำผิดกับนายมาก แต่พี่ก็ไม่เคยลืมสัญญาของเรานะ พี่ไม่เคยลืมมันจริงๆ

/ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!!\

ฮยองจุน!!”

ฮยอนจุงรีบวิ่งลงไปชั้นล่างสักพัก ก่อนที่จะขึ้นมาข้างบนอีกครั้งด้วยความร้อนรน เขารีบเอากุญแจที่ไปขอจากแม่ฮยองจุนเสียงเข้าไปในแกนประตูแล้วบิดออก ประตูห้องของฮยองจุนถูกเปิดออกมาอย่างง่ายดาย

คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง ออกไปซะ!! ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก บอกให้ออกไปไง!!” ฮยองจุนปาหมอนใส่ฮยอนจุงอย่างเต็มแรง

พี่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่องฮยอนจุงกดล็อคประตูด้านใน ก่อนที่จะเดินเขามาหาฮยองจุน

แต่ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณทั้งนั้น ออกไป!! ผมบอกให้ออกไปไงเล่า!! ฮืออออออออฮยองจุนทรุดเข่าลงตรงหน้าของฮยอนจุง ทั้งยังพยายามใช้มือปกปิดใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของเขาเอาไว้

ฮยองจุน พี่ขอโทษฮยอนจุงค่อยๆทรุดเข่าลงไปอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะที่มือของฮยองจุนทั้งสองข้างที่ฮยองจุนใช้ปกปิดน้ำตาอยู่

พี่ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง พี่ขอโทษ ฮยองจุน พี่ขอโทษ

ออกไป!! ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก ผมเกลียดคุณ ได้ยินมั้ยว่า ผมเกลียดคุณ!!” ฮยองจุนพูดด้วยเสียงสะอื้นก่อนจะปัดมือฮยอนจุงทิ้งอย่างไม่ใยดี

คนโกหก คนหลอกลวง คนไม่รักษาสัญญา ผมเกลียดคุณ!!” ฮยองจุนปาดน้ำตา ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน

อย่ามายุ่งกับชีวิตของผมอีก!!” ฮยองจุนหันไปมองหน้าฮยอนจุงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะตัดสินใจหันหลังเดินออกจากห้องไป

อย่าไปนะ!! อย่าเดินจากพี่ไปไหนเลยนะฮยองจุน พี่ขอร้อง!!” ฮยอนจุงลุกขึ้นไปสวมกอดทางด้านหลังเพื่อรั้งฮยองจุนเอาไว้

 สิบปีที่ผ่านมา พี่ทิ้งผมเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว ไม่เคยมีแม้จดหมายสักฉบับที่ส่งมาถึงผม แต่ตอนนี้ พี่กลับกลับมา ทั้งๆที่ผมกำลังจะลืมพี่ได้ พี่ทำแบบนี้ทำไม พี่กลับมาทำไม ทำไมไม่ปล่อยให้ผมลืมพี่ไป ทำไมพี่ต้องกลับมา ทำไม.....ฮึก!!......ทำไมกันสรรพนามที่เรียกถูกเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หยดน้ำตาร่วงลงสู่พื้น อย่างห้ามไม่อยู่ ฮยองจุนร่ำไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด หัวใจของเขากำลังเจ็บช้ำเกินจะเยียวยาได้

พี่ขอโทษ ฮยองจุน พี่ขอโทษ พี่ไม่รู้ว่าพี่จะต้องทำยังไง สิบปีที่ผ่านมา พี่ไม่เคยลืมฮยองจุนลงเลยสักครั้ง พี่ยังคิดถึงฮยองจุนอยู่เสมอ พี่รู้ตัวว่าพี่ผิด แต่พี่ก็อยากจะขอโอกาสนายสักครั้ง ฮยองจุนอยากให้พี่ทำยังไงก็ว่ามา พี่พร้อมที่จะทำเพื่อฮยองจุน ขอเพียงแค่ฮยองจุนยกโทษให้พี่ก็พอ

ฮยอนจุงโอบกอดฮยองจุนไว้แน่น ราวกับว่ากลัวฮยองจุนจะหายไป ในตอนนี้น้ำตาของลูกผู้ชายก็ล่วงโรยออกมาอย่างยากที่จะห้าม น้ำใสอุ่นๆของฮยอนจุงหยดลงบนแขนของฮยองจุนพอดิบพอดี ฮยองจุนยืนนิ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงเสียงสะอื้นของใครบางคนบวกกับน้ำใสๆที่มันหยดลงมาที่แขนของฮยองจุน สุดท้ายฮยองจุนตัดสินใจหันหลังกลับมาหาฮยอนจุงอีกครั้ง ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดจากหัวใจออกไปทั้งน้ำตา

พี่ฮยอนจุงไม่ต้องทำอะไรหรอกฮะ พี่แค่ปล่อยให้ผมได้ไปตามทางของผม ส่วนพี่ก็เดินไปตามทางของพี่ และต่อไปผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพี่อีกฮยองจุนกอบกุมมือของฮยอนจุงเอาไว้

ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันนะฮะฮยองจุนเอ่ยคำพูดออกมาทั้งน้ำตา ก่อนที่จะปล่อยมือจากฮยอนจุง แล้วหันหลังเดินจากไป

ไม่นะฮยองจุน ไม่!! ไม่!! อย่าทำกับพี่แบบนี้ ฮยองจุน!! ม่ายยยยยยฮยอนจุงตะโกนร้องเรียกฮยองจุนอย่างบ้าคลั่ง แต่ฮยองจุนก็ไม่หันกลับมาแม้แต่น้อย ฮยอนจุงล้มลงสู่พื้นร่ำไห้ออกมาอย่างหมดแรง

To Be Continue

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

613 ความคิดเห็น

  1. #590 queenjoongjun (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2555 / 17:08
    T__________________________________T โอยยยยยยยยยยยเจ็บปวดอ๊ากกก รีเเดอร์อินจัดแหะๆ บอบช้ำเหมือนโดนทำร้าย55+เวอร์ไปใช้มั้ยอิอิ
    #590
    0
  2. #578 about that (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 19:59
    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!! TTOTT



    มันสมควรมั้ยล่ะ กลับมาก็ช้า กลับมายังมาโกหก มันสมควรมั้ย ที่จุนนี่จะทิ้งเธอไปน่ะห๊าาา!!

    โอ้ยยย ชั้นจะเป็นลม อยากจะสมน้ำหน้าจริงๆ เลยน้าาา แต่ก็อดสงสารไม่ได้



    จุนนี่ใจแข็งและเด็ดเดี่ยวมาก ทั้งๆที่เฝ้ารอ เฝ้าคอย แต่พอได้เจอจริงๆ ก็คงจะช็อคอยู่ ก็ดูอีกคนทำเอาไว้

    แค่ตลอดมาจุนนี่ไม่มีใคร นั่นก็แสดงว่าจุนนี่รอคนคนนี้มาตลอดจริงๆ ทำไมมันช่างเศร้าแท้ ฮือออออ



    แล้วนั่น!! คยูก็เกิดนอยด์แซงขึ้นมาอีก แซงก็แค่เป็นห่วงน้อง อยากจะจัดการให้จบๆ คยูก็อย่าคิดมากนักเลย



    *ใกล้ตามทันไรเตอร์แล้วเน่อออ 55555+
    #578
    0
  3. #523 กะแหล่ง (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 07:57
    เหตผลที่จุงไม่ติดต่อมาคืออะไรรีบอธิบายไห้จุนฟัง

    จะได้เข้าใจกัน เศร้าจังเจอกันแต่ไม่เข้าใจกัน
    #523
    0
  4. #522 ณัฐชาดา (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มีนาคม 2555 / 11:41
    เศร้ามากเลยค่ะมาต่อเร็วๆๆน่ะค่ะสงสารจุงค่ะขอจบแบบมีความสุขน่ะค่ะ
    #522
    0
  5. #521 Raining Love (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2555 / 02:45
    สะเทือนใจอย่างแรง ไรเตอร์เล่นงานรีดเดอร์อีกแล้วตาแฉะอีกจนได้ จะสงสารใครก่อนดี แต่อย่างว่าผ่านมาตั้งหลายปีคนที่รอก็เริ่มท้อเป็นธรรมดาแต่ก็สงสารพระเอกของเราด้วยเหมือนกันที่ต้องอดทน เก็บความในใจแล้วรอแค่วันเวลา น่านมาเป็นเพลงรุย เห็นใจทั้งคู่สุดๆ เอาเป็นว่าน้องแนนคงไม่ทรมานสองหัวใจให้ช้ำนานหรอกเนอะ อยู่ที่พระเอกของเราแล้วล่ะว่าจะทำเช่นไรเพื่อให้ได้หัวใจตัวเองกลับมา ขอชมไรเตอร์ที่น่ารักซักหน่อยว่าพี่ชอบบทสนทนาโต้ตอบของเรื่องนี้จัง สู่ๆนะคะ
    #521
    0
  6. #520 white_winddy501 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:43

    ไรเตอร์ง่า T^T พี่สงสารพระนายเค้าจริงๆ ทำไมเรื่องราวถึงได้บานปลายได้ขนาดนี้นะ ตอนแรกพี่ก็แอบนึกไว้เล่นๆว่าเมื่อจุนนี่ได้รู้ความจิงว่าคุณคิมคือพี่ฮยอนจุงที่รอคอยมาแสนนาน แล้วก็จะได้เข้าสู่โหมดหวานแหววซักที แต่ที่ไหนได้ เง้ออออออ คนพี่ก็ไม่ยอมบอก คนน้องตอนแรกทำท่าวเหมือนจะจำได้ แต่ก๊ยังจำไม่ได้หรือไม่แน่ใจว่าใช่ซะอย่างงั้น ทั้งที่พูดประโยคคุ้นชิน ก็ตั้งใจพูดออกมามากมายแต่ทำไมไม่บอกไปตรงๆว่าตัวเองคือ พี่ฮยอนจุง คนที่รอคอยน้องเช่นกันนะ เฮ้อออออ T__T แล้วมาเซอไพร์รู้ตอนที่ยังทำใจไม่ได้แบบนี้ โอวแม่เจ้า!!!! กลายเป็นทั้งเสยใจน้อยใจ จนไล่พี่เค้าออกไปจากชีวิตซะอย่างง๊านนนนน ฮือออ T^T ตอนนี้ต้องยกความดีให้แซงซินะ แต่คยูน่ะทำไมแนะนำจุงแบบนี้ เง้ออออ รอตอนต่อไปมากมาย น้องแนนรีบๆมาต่อเลยนะคะ พี่ไม่อยากเศร้านานนะ น้องแนนสู้ๆ ^_^

    #520
    0
  7. #519 wawa1515 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:18
    จะสงสารใครดีละเนี่ย โอ้ปวดใจ
    ต่างคนต่างเฝ้ารอวันที่จะได้พบกัน สุดท้ายเวลาจะช่วยอะไรได้
    ในเมื่อมันพาความห่างเหินมาด้วย
    สร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยกันนะ
    อิอิ คนอ่านก็รอนานเหมือนกัน
    จะติดตามต่อนะคะ
    #519
    0
  8. #518 choco( แม่จุนนี่ ^^) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:44
    โอยยยยยยยยยย อยากจะโอยแบบยาวๆ อ่านไปก็ใจจะขาด อึดอัดอึกอึก!! ทำไม๊ทำไมจุงไม่บอกน้องตั้งแต่แรกละลูกว่าเป็นใคร ไหนๆก็เจอกันแล้ว ยังจะรออะไรอยู่อีกพ่อคุณ น้องก็รอมาตั้งสิบปีแล้วยังจะทดสอบอะไรกันอีกรึเปล่า แล้วนี่จุนนี่ของเจ้ก็ด้วยทั้งเสียใจน้อยใจ ทำท่าจะหนีพี่เค้าอีก โอยยยยย อะไรกันนี่!! แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะเข้าใจกันได้จ๊ะ เฮ๊ย ทำไมคยูแนะนำลูกเขยเจ้แบบนี้น่าตีอย่างที่คุณ ss ว่า นี่ถ้าไม่ได้หนูแซงคงจะแย่กว่านี้ เจ้หวังว่าอะไรจะคลีคลายในเร็ววันนะจ๊ะ เจ้รออย่างใจจดจ่อเลยนะจ๊ะหนูแนน อยากให้หนูปิดเทอมไวๆจัง อิ อิ ^^ Fighting จ้า
    #518
    0
  9. #517 Ss_fc(แม่จุนนี่+แม่ยายจุงกี้) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:30
    เจ้กลับมาอีกครั้งแล้วจ้ะ หลังจากไปสงบสติอารมณ์แล้ว เอ่อ! หนูฝนอย่าว่าอะไรเจ้เลยนะ งานนี้พ่อหมีของหนูน่ะน่าตีจริงๆ ทำไมไปแนะนำจุงแบบนั้นล่ะ ทำไมคนที่ไปเรียนต่อไม่สามารถเขียนจดหมายหาคนที่รักไม่ได้เหรอจ๊ะ ทำไมไม่สงสารใจคนคอยบ้างว่าน่าสงสารเพราะความทรมานขนาดไหน ดูได้จากจดหมายของจุนนี่ที่มีถึงจุงว่าน้องทรมานมาก จุงก็น่าเห็นใจแต่ทำไมไม่ติดต่อน้องเลย แล้วทำไมบางครั้งจุนนี่ก็เหมือนจะรู้ว่าพี่จุงก็คือคุณคิม และเหมือนอยากให้พี่จุงกลับมาหาแต่ก็กลับผลักไสเมื่อพบกัน โอ๊ยยยยยยย เจ้มีคำถามเป็นร้อย หวังว่าคำถามทั้งหมดของเจ้คงไดรับคำตอบในตอนจบของเรื่องนะจ๊ะ แต่ตอนนี้เจ้ขอปรบมือให้กับความรักเพื่อนรุ่นน้องของหนูแซงที่เข้าไปพูดกับจุง สุดยอด!!!! โอยยยยยยยย เจ้อยากอ่านตอนต่อไปจัง เมื่อไหร่หนูแนนจะปิดเทอมลูก แหะแหะ! หนูแนน fighting นะลูก สนุกมากเลย ^^
    #517
    0
  10. #516 Ss_fc(แม่จุนนี่+แม่ยายจุงกี้) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:55
    ม่ายนะ ม่ายยยยยยย เจ้ยังเม้นต์ไม่ออกเลยหนูแนน มันเศร้ามาก สงสารทั้งคู่เลย T_T ขอบคุณหนูแนนที่มาอัพให้นะจ๊ะ และจะรอ part สุดท้าย เดี๋ยวเจ้มาใหม่ ขอไปทำใจก่อน สงสารลูก ฮือๆ..
    #516
    0
  11. #515 love ss501 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 01:35
    หวาาา~เศร้าจัง แล้วจุงจะเป็นยังไงต่อไปเนี่ย? แล้วคยูล่ะจะหายน้อยใจแซงมั๊ย?เฮ้อ!เครียด
    #515
    0