ตอนที่ 4 : แสนจะร้าย สุดจะรัก :: บทที่ 3 : เลี้ยงส่ง 50% (อัพเพิ่มแล้วจ้า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2833
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    2 ก.ย. 59


บทที่ 3 เลี้ยงส่ง


“อื้ม! ได้กินส้มตำ ได้จกปลาร้าแบบนี้ค่อยมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อย เบื่ออาหารที่ฮ่องกงจะแย่ กระเดือกลงคอแต่ละทีจนขนลุกซู่” น้ำเสียงและท่าทางของถิรวัฒน์แสดงออกถึงความพึงพอใจจริงๆ ขณะใช้มือหยิบส้มตำสีจัดจ้าน เพราะใช้ช้อนไม่ทันใจ

“ทำเป็นพูดดี กูห็นมึงสั่งอาหารที พนักงานยกมาเป็นกะละมัง”

“เจเจ้ ดูอิเป๋ามันกัดน้อง” เมื่อโดนเหน็บจากเพื่อนรักคอเดียวกัน ถิรวัฒน์ก็หน้างอง้ำ รีบฟ้องทันที

นาราละความสนใจจากกล้องถ่ายรูปของปวินท์ ก่อนจะหัวเราะผู้ชายหัวใจหญิงทั้งสองคนที่จิกกัดกันตั้งแต่เริ่มกินข้าวกัน

เพื่อนรักทั้งสามของเธอเดินทางกลับจากทริปฮ่องกงเมื่อวาน วันนี้ทั้งสี่คนจึงนัดแนะออกมาเจอกัน ด้วยความหิวโซอาหารไทยอย่างมากมาย เลยทำให้ได้ข้อสรุปว่าจะมาเจอกันที่ร้านส้มตำไก่ย่าง และพอแต่ละคนมาถึงก็ก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารอย่างเมามัน สูดปากโห่ร้องอย่างถูกใจ ราวกับไม่เคยกินมาหลายสิบปี

“สั่งมาตั้งสามสี่จานจะกินหมดเหรอ” นี่เป็นเพียงแค่ส้มตำ ยังไม่รวมไก่ย่าง ข้าวเหนียว และอาหารอื่นๆ อีก ละลานตาจนเต็มโต๊ะ

“เชื่อใจน้องได้ค่ะเจเจ้” คนที่หน้าบูดเมื่อครู่ กลับมาหน้าระรื่นชื่นบาน ขยิบตาอย่างมีจริตพร้อมกับหยิบส้มตำคำใหญ่เข้าปาก จากนั้นก็ยัดขาไก่ย่างเข้าตาม ฉีกหนังฉีกเนื้อมันเข้าไปอย่างตะกละตะกราม ตบท้ายด้วยผักและข้าวเหนียว

“ค่อยๆ กินตุ่น เดี๋ยวก็ติดคอ” นาราเตือนพลางกะพริบตานิ่วตา มองการกินของถิรวัฒน์แล้วสยดสยองไม่หยอก

“อ้องอิ๋ว” คนตรงหน้าพูดทั้งที่ของเต็มปาก นั่นทำให้ทั้งโต๊ะพากันยี้ไปตามๆ กัน

“อิตุ่น โคตรน่าเกลียด” ปวินท์ส่ายหน้าด้วยความระอา จากหิวๆ พอเห็นนังกะเทยหน้าวอกกินข้าวแล้ว เขาดันรู้สึกตื้อๆ ขึ้นมา “มึงตัดกำลังกูชัดๆ กินดีๆ สิ”

ถึงทุกคนจะทำหน้าขยะแขยงเขา และมีเสียงของปวินท์ร้องเตือน แต่คนอย่างถิรวัฒน์ก็ไม่สนใจอยู่แล้ว ตรงนี้ไม่มีผู้ชาย เขาไม่จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์

“โอ๊ย ให้มันนอนอืดอยู่ห้องก็ดี กูไปหลงผิดโทร. เรียกมันออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

คำบ่นของปวินท์ที่ดังขึ้นด้วยความโมโห ทำให้นาราพากันฮาครืนขึ้น ดูท่าคนนี้ก็คงหิวไม่น้อย แต่กินไม่ลงเพราะอีกคนดันกินไม่เหมือนคนกิน

“สอง ทำไมดูซึมๆ ป่วยปะ” หญิงสาวหันไปสะดุดตากับเพื่อนอีกคนจึงถามขึ้น

ศิศิรา เหมือนเพิ่งได้สติ ตาสองข้างกะพริบและมองเธออย่างตื่นๆ จากนั้นก็ส่งยิ้มให้กลบเกลื่อนพิรุธที่ตัวเองเพิ่งแสดงออกมา

“เปล่า สบายดี แกนั่นแหละ ทำไมดูผิดหูผิดตาไป โทรมกว่าเดิม”

“เออ” ปวินท์เห็นด้วยกับคำพูดของศิศิราจึงร้องขึ้น จ้องหน้านาราเขม็ง “บ้างานอีกตามเคยล่ะสิ ปั่นงานจนไม่ได้หลับได้นอน”

นักเขียนสาวจึงยิ้มให้แทนคำตอบ

แม้สิ่งที่ปวินท์พูดมามันจะไม่ถูกทั้งหมดเสียทีเดียว แต่ที่เธอเสียเวลาทำไปหลายๆ วันก็เพราะเพื่องานทั้งนั้น ทั้งอ่านหนังสือ ดูหนังแอ็กชั่นที่ตีกันยิงกันเลือดสาด หาความโรแมนติกไม่ได้ เธอก็ทั้งดูทั้งกลัวไป มีบางครั้งถึงกับเอามือปิดตา เรียกว่าดูแทบไม่รู้เรื่องก็ว่าได้

“แล้วนี่ภาพกับวิดีโอที่พวกฉันถ่ายมาฝากแก มันโอเคไหม”

“โอเค” หญิงสาวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม หลุบตามองมองกล้องในมือ “ขอบใจพวกแกมากนะ ไม่เห็นสถานที่จริง ได้เห็นในรูปก็ยังดี”

“ไม่ต้องขอบใจหรอกค่ะเจเจ้ ยังไงหนูก็จะขอส่วนแบ่งสักสิบเปอร์เซ็นต์จากค่าต้นฉบับของเจเจ้อยู่แล้ว”

“โห” นักเขียนสาวถึงกับเป่าปาก นิ่วหน้าไม่ชอบใจ

“ถ้าไม่จ่ายเป็นเงิน จ่ายเป็นน้องชายก็ได้นะคะ คนกันเองหนูไม่ซีเรียส” ถิรวัฒน์พูดอย่างมีจริตเช่นเดิม หูตาแพรวพราว จนได้รับค้อนวงใหญ่จาก พี่สามี

“รีบกินๆ จะได้กลับไปพักต่อ” ปวินท์บอกทุกคน พลางโคลงศีรษะให้กะเทยที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม

“กูไปดูหนังห้องมึงต่อได้ปะเป๋า ไม่อยากกลับห้องตัวเอง ตั้งแต่ไปยันกลับมายังไม่ได้ทำความสะอาด”

“แม่บ้านมีไว้ทำไม ทำไมมึงไม่จ้าง”

“ตั้งสองร้อย กูเก็บเงินไว้เปย์ผู้ชายดีกว่าค่ะ”

“แล้วเคยเปย์สำเร็จไหม มีแต่เขาหลอกเอาเงิน”

“หยาบคาย!” คนโดนเหน็บกรี๊ดขึ้น “เขาไม่หลอกกูค่ะ เขาแค่เอาไปไม่บอก”

“งั้นกูไม่ให้ไปห้องอ่ะ ไม่อยากมีเพื่อนโง่”

“อิผี!...”

นาราโคลงศีรษะเมื่อเห็นทั้งสองยังไม่เลิกต่อปากต่อคำกัน เป็นแบบนี้เสมอ แต่เดี๋ยวอีกหน่อยก็จะกลับมาสนิทสนมกลมเกลียวจนแทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน

“ฉันก็ว่าจะไปห้องเป๋า แกล่ะ” ศิศิราถามขึ้น

“ฉันคงกลับห้องอ่ะ พรุ่งนี้เธียร์จะไปฝึกงานแล้ว ต้องกลับไปจัดของช่วยน้อง” เธอจดจำวันที่ธีรราชจะเดินทางได้เป็นอย่างดี เพราะจดโน้ตแปะทิ้งไว้ที่หัวเตียง วันนี้คงต้องเลี้ยงส่งสักหน่อย สี่เดือนที่จะไม่ได้เจอกัน มันคือสวรรค์แสนงดงามดีๆ ของเธอนี่เอง

 “น้องเธียร์ไม่อยู่ สบายเลยล่ะสิแกคราวนี้” ศิศิราพูดอย่างรู้ทัน นั่นเลยทำให้หญิงสาวขยิบตาให้เพื่อนสาว ศิศิราเลยระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น เรียกความสนใจจากปวินท์กับถิรวัฒน์ที่มัวนั่งส่องไอจีผู้ชายหันมามองอย่างตกใจ

พูดเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วน้ำตาพานจะไหล ทั้งดีใจทั้งตื้นตันใจอย่างที่สุด!

 

หลังจากแยกย้ายกับเพื่อนฝูง หญิงสาวก็ตรงกลับคอนโดทันที เธอพบว่าธีรราชอยู่ห้อง เขากำลังจะเก็บกระเป๋าเดินทางอยู่พอดี

“ให้พี่จัดช่วยนะ เอกสารเก็บเอาหมดหรือยัง อย่าเอาใส่กระเป๋าเสื้อผ้านะ เตรียมกระเป๋าสะพายไว้อีกใบ มันจะได้ไม่ยับ”

หากแต่เขาไม่ตอบ ร่างสูงรื้อเอาเสื้อผ้าที่ตัวเองจะไปใส่ที่นู่นออกมาเรื่อยๆ ส่วนเธอก็เป็นคนปลดออกจากไม้แขวนเสื้อ

“ทำไมเอาเสื้อเชิ้ตไปเยอะจัง น่าจะเอาเสื้อยืดไปมากกว่านะ เวลานอนจะได้ใส่สบายๆ ตอนกลางวันฝึกงานเขามียูนิฟอร์มของบริษัทฯ ให้ไม่ใช่เหรอ อ๊ะ!...” เธอยังพูดไม่ทันจบก็ต้องผวาเฮือกเมื่อคนตัวสูงเข้ามาประชิดตัว

เพราะเธอนั่งหันหลังให้เขา และหันหลังให้กับตู้เสื้อผ้าด้วย เสียงเจื้อยแจ้วยังดังไม่ขาด แต่ทุกอย่างก็ขาดหายไปเมื่อร่างกายของธีรราชประชิดตัวเข้ามาจากทางด้านหลัง สองมือของเขายื่นมาตรงหน้า แผงอกแกร่งชนกับศีรษะด้านหลังของเธอ

ท่วงท่านี้มัน...

“เป็นผู้หญิงภาษาอะไร ทำไมพับเสื้อผ้าไม่เป็น” เสียงนั้นบ่นให้อย่างชัดเจน ก่อนมือใหญ่จะรื้อเอาเสื้อที่เธอพับไว้ใส่กระเป๋าเดินทางออกมา “ฉันน่าจะรู้แต่แรกว่าเธอพับเสื้อผ้าไม่เป็น ไม่น่าให้ช่วยเลย”

เขายังบ่นต่อ ทำเสียงหงุดหงิด ส่วนเธอแข็งค้างไปหมดทุกส่วน ยกเว้นก้อนเนื้อที่อกซ้าย มันตอบสนองต่อปฏิกิริยาของชายหนุ่มอย่างรุนแรง มันกระหน่ำเต้น ส่งเสียงชวนน่าตกใจ เธอเองได้แต่ผงะทำอะไรไม่ถูก เมื่อโดนผู้เป็นน้องกักไว้ในอ้อมแขน

ร่างกายเขาเสียดสีกับร่างกายของเธอ ใบหน้าหล่อเหลานั่นเฉียดแก้มเฉียดหูเธอไปหลายครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นก็คือริมฝีปากและปลายจมูกที่ยามเขาหันมาบ่นให้เธอ มันก็ขยับเหมือนจะชนใบหน้าเธอเสียให้ได้

ไหนจะกลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดียวกัน...

“เข้าใจไหม”

“ฮะ? อะไรนะ” เพราะไม่ได้ฟัง รึ้กตัวอีกที เขาก็พูดกับเธอว่า เข้าใจไหม ใบหน้าของหญิงสาวจึงเหลอหลาเต็มที่แสดงความเงอะงะในเวลาต่อมา “ผะ...พูด พูดอะไรนะ พี่ไม่ทันฟัง”

“ชอบเหม่อ” เขาต่อว่า แถมยังถลึงตาใส่

มันจะดีกว่านี้ และเธอจะโมโหเขา ถ้าชายหนุ่มไม่เล่นพูดชิดหู แถมยังมีการขยับใบส่วนของใบหน้าเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม ปากแดงๆ นั่นน่าจะเฉียดแก้มเธอไปแล้วหลายครั้ง

เธอรับรู้ถึงมัน...

มันนุ่ม มันร้อน มัน...

อา! ทำไมหัวใจเธอถึงได้ส่งเสียงน่าตกใจขนาดนี้ ไม่ใช่ป่านนี้ธีรราชรับรู้ไปแล้วเหรอว่ามันได้ทำเรื่องน่าอายลงไปต่อหน้าเขามากเพียงใด

“ถะ...เธียร์!” เธอส่งเสียงดุเขา ให้เลิกเล่นแบบนี้ได้แล้ว

แต่ทว่าชายหนุ่มกลับหยัดยิ้มแปลกๆ ให้ มันส่งผลต่อความรู้สึกของเธอและกระตุ้นให้ความร้อนในร่างกายทำงานอย่างหนัก

ทั้งเนื้อทั้งตัวเห่อร้อนขึ้นมาอย่างประหลาด วูบวาบไปหมดทุกส่วน โดยเฉพาะสมอง ขนกายเธอลุกซู่ ปากเป็นสั่นๆ พอๆ กับมือไม้ที่ไม่รู้จะผลักส่วนไหนเขาก่อนดี

“ฉันตลกที่เธอพับเสื้อไม่เป็นหรอก” ใบหน้าเขาไร้รอยยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะจับมือเธอทั้งสองข้างแล้วพูดต่ออย่างเป็นการเป็นงาน “นี่ เขาพับแบบนี้...”

“ถะ...เธียร์ เธียร์ นี่ทำไมต้องรื้อออกมาหมดล่ะ”

“ตั้งใจพับหน่อยสิ ฉันยังจะต้องไปเก็บเอกสารต่อด้วย จะได้ปล่อยเธอเก็บเสื้อผ้าให้” เขาดุในที พร้อมกับจับมือเธอพลิกไปตามการขยับของมือเขา

นารามองมือสองคู่ที่ขยับในจังหวะเดียวกันด้วยหัวใจที่วูบไหว เธอพยายามดึงสติตัวเองด้วยการกะพริบตาและเลียริมฝีปากบ่อยครั้ง แต่การเสียดที่ที่แผ่นหลัง รวมทั้งลมหายใจร้อนๆ ที่เดี๋ยวเป่ารดใบหู เดี๋ยวเป่ารดซีกแก้ม หัวใจที่ควรกลับมาเต้นในจังหวะปกติก็ยังเตลิดในจังหวะร็อกไม่หยุด

“พี่ก็ไม่ได้พับขี้ริ้วพี่เหร่มากซะหน่อย” หญิงสาวบ่นอุบ ตีหน้าขรึม ปัดเป่าไอความร้อนที่ลามเลียไปทุกสัดส่วนออกห่างกาย

เธอไม่ได้พับผ้าไม่เป็นอย่างที่เขาปรามาส แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงได้ไม่ถูกใจธีรราช เขาเล่นรื้อออกมาหมด และมาสอนเธอพับผ้าอย่างใจเย็น

“แบบนั้นเรียกพับได้ที่ไหน จะเรียกว่าม้วนยังไม่ใกล้เคียงเลย”

“โอเคๆ พี่พับเป็นแล้ว ทำตามที่เธียร์บอกแล้ว เธียร์ถอยออกไปสิ” เวลานี้เธอต้องยุติเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด อย่าได้ไปเถียงกับเขา เพราะยิ่งเถียงก็ดูเหมือนว่าทั้งเขาและเธอจะยิ่งใกล้ชิดกันไม่เลิก

“เดี๋ยวก่อน ยังไม่มั่นใจ”

“...” เธอค้อนให้พลางกัดปากอย่างหงุดหงิด เริ่มเข้าใจแล้วว่าชายหนุ่มกลั่นแกล้ง

ธีรราชปล่อยมือ แต่ไม่ยอมผละห่าง แผ่นหลังกับแผงอกยังเบียดกันไม่เลิก เขามองเธอพับเสื้อผ้าให้อย่างตั้งใจ

ในที่สุดต่างคนก็ต่างเงียบ

เธอควบคุมมือสองข้างไม่ให้สั่น แอบกัดฟันเพื่อเบี่ยงเบนความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นภายในร่างกายตลอดเวลา จึงได้รู้ว่ามันยาก มันยากจริงๆ... ไม่เคยคิดเลยว่าการที่หัวใจจะเต้นแรงกับใครสักคน ผลกระทบมันจะมากมายขนาดนี้

จวบจนเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาร้องเตือนว่ามีสายเข้า ร่างสูงจึงผละห่างอัตโนมัติ พลอยให้เธอพ่นลมหายใจและรีบสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่ ในนาทีนั้นบังเกิดความโล่งใจ และสังเกตได้ว่าก้อนเนื้ออุ่นๆ ที่อกซ้าย ค่อยๆ กลับมาเต้นในจังหวะปกติอีกครั้ง

เมื่อครู่ที่ผ่านมา มันเป็นการหายใจเข้าออกที่ทรมานอย่างมาก ครึ่งหน้าส่วนล่างปวดขึ้นเล็กน้อยเพราะอาการเกร็ง

แขนขาบนล่างกลับมาใช้การได้ปกติ อีกหนึ่งครั้งที่หญิงสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก เหน็บชาไม่กินก็นับว่าดี ในขณะนั้นหูแว่วได้ยินบทสนทนาของอีกฝ่าย คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนในกลุ่มโทร. มา

“อือ โอเค กูกำลังจัดกระเป๋า... เออๆ สามทุ่ม โทร. จองโต๊ะกันยัง บอกไอ้ตี๋ไปจองดิ ...แน่นอน ไม่เมาไม่กลับ เลี้ยงส่งทั้งที เอาให้เต็มที่ หือ...ใบนั้นเหรอ เออๆ เอาด้วยๆ เผื่อเขาถาม...”

นั่นเป็นบทสนทนาของเขาที่เธอได้ยิน บางคำก็พอเข้าใจ บางคำก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ที่รู้แน่ๆ คือคืนนี้เขาจะไม่อยู่ห้องอีกแล้ว

ตามประสาชายขี้เมาน่ะสินะ

ไปก็ไปเถอะ มีเพื่อนไปด้วยก็ดี เธอจะได้ไม่เดือดร้อนไปรับกลับ คืนนี้จะได้ปั่นงานสบายๆ หน่อย ไม่มีเสียงทีวีที่เปิดจนลำโพงแทบแตกกวนสมาธิ

“อือ เอากี่กล่อง เชี่ยนี่ไม่เคยควักตังค์ซื้อเองเลย เออ กูไม่รู้ว่าเหลือเท่าไหร่ ถ้ามึงไม่พอก็เข้าไปซื้อในร้านสะดวกซื้อสิวะ อายไร... เวลาจะตีหรี่เคยอายไหม”

“เอ๊ะ...” นาราครางกับตัวเองเมื่อได้ยินแบบนั้น ฉุกคิดขึ้นมาด้วยความสงสัยว่าคำพูดของธีรราชดูทะแม่งแปลกๆ

และเหมือนว่าชายหนุ่มจะรู้ตัว เมื่อเธอจ้องเข้ามากๆ เขาก็หันมามองก่อนจะขยับหนีไปคุยริมผนัง กระซิบกระซาบกับปลายสาย แต่ถึงทว่าเธอก็ได้ยินอยู่ดี

“มีกลิ่นสตรอว์เบอร์รี กล้วย แล้วก็อะไรอีกวะ จำไม่ได้ เดี๋ยวกูหยิบไปหมดเลย เออๆ ให้มันเด็ดเถอะ ไม่เด็ดอย่างปากว่ากูปรับมึงแน่...”

เขายังคุยต่ออีกหลายคำ ผ่านไปกี่นาทีไม่รู้ จากนั้นธีรราชก็วางสาย เขาไม่ได้มายืนจ้องเธอผับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอีก แต่เลี่ยงไปจัดเอกสารนั่นนี่ของตัวเอง

หญิงสาวยังคงจมอยู่กับเรื่องที่ชายหนุ่มคุยกับคนที่โทร. มาเมื่อครู่อยู่ เด็กร้ายกาจพวกนี้จะต้องนัดแนะกันไปทำอะไรที่ไม่ดีแน่ๆ หลังจากได้ฟังมาคร่าวๆ หากเรื่องที่ธีรราชจะไปหา ผู้หญิง เล็ดลอดเข้าหูคุณย่าของเขา มีหวังได้เกิดเรื่องใหญ่

ฉะนั้นหลังจากทำงานของตัวเองเสร็จ นาราจึงรีบกลับห้อง อาบน้ำแต่งตัวมาดักรอเขาที่หน้าประตู

ชายหนุ่มผู้ใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาดำ เงยหน้ามองเธออย่างแปลกใจ สายตาของธีรราชเต็มไปด้วยคำถาม มองหน้าเธอแล้วหลุบดูการแต่งตัว ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมามองหน้าอีกครั้ง

“พี่ไปด้วย” เธอบอกพร้อมกับยิ้มแฉ่ง สะพายกระเป๋ามั่น พร้อมทั้งใส่รองเท้าเรียบร้อยแล้ว

เขาชะงักไปนิดหน่อย และดูเหมือนจะเข้าใจในคำพูดของเธอ ถึงได้พ่นลมหายใจใส่หน้า พร้อมกับกลอกตา ทำหน้าระอาจิต

รู้อารมณ์เขาชัดเจน แต่เธอไม่สนใจหรอก จะหงุดหงิด จะโมโห จะอะไรก็แล้วแต่

เธอ-จะ-ไป-ด้วย

ถ้าธีรราชออกนอกลู่นอกทางและสร้างเรื่อง คนที่ซวยก็ไม่ใช่ใคร... เธอไง!

 

ร้านที่พวกหนุ่มๆ มาในครั้งนี้ไม่ใช่ร้านเดิมที่ธีรราชไปเมาหนัก พนักงานเสิร์ฟรวมทั้งยามที่เฝ้าหน้าร้านดูจะรู้จักกับพวกเขาเป็นอย่างดี ทุกคนทักทายและจับมือถือแขนกัน บ้างก็โอบกอดหอมแก้ม มีเพียงเธอที่ยืนทำหน้าเอ๋อ ไม่รู้จะวางตัวอย่างไร

ทว่าดีหน่อยที่หลังจากนั้น หนุ่มๆ ทั้งหกคนพาเธอเดินไปยังโต๊ะที่พวกเขาจองไว้แล้ว ที่นั่นเต็มไปด้วยผู้คน ซึ่งมีแต่หญิงสาวรุ่นราวเรียนมหาวิทยาลัย นาราเผลอมองผู้หญิงพวกนั้นด้วยความตะลึง เสื้อผ้าอาภรณ์ที่พวกหล่อนสวมใส่ แทบเรียกเศษผ้าก็ว่าได้ ชิ้นบนก็น้อยนิด ชิ้นล่างก็รัดติ้ว

เธอก็ยังไม่แก่อะไร เพิ่งยี่สิบห้ายี่สิบหก แต่เห็นการแต่งตัวของเด็กพวกนี้แล้ว รู้สึกลมจะจับ นี่อายุถึงยี่สิบปีแล้วหรือยังก็ไม่รู้

“โห คนเยอะดีอ่ะ” เสียงหนึ่งร้องขึ้น คล้ายจะประหลาดใจ นิ้วแกร่งไล่ชี้ไปทีละคน ปากก็พึมพำนับเลขไป “โห สิบสามคน นั่งยังไงไม่ให้ทับคอกันตายวะ”

คริษฐ์ เกาหัวแกรกๆ เหลือบซ้ายมองขวา แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่ามุมเล็กๆ โซฟาก็แค่สามตัว จะบรรจุผู้คนกลุ่มนี้ได้ทั้งหมด

“ตี๋ มึงนัดเด็กยังไงมาเยอะกันขนาดนี้วะ” ปรเมศวร์กระซิบถามเพื่อน เพราะรู้ว่านี่เป็นฝีมือของดนุภัทร เด็กสาวปีหนึ่งปีสองจากสถาบันเดียวกันแต่คนละคณะจำนวนหกคนถึงได้มาอยู่ที่นี่

“ก็เรียกมาให้ครบจำนวนพวกเราไง ก็ตอนแรกกูไม่รู้ว่าเจ้เหนือจะมา” ท้ายประโยคดนุภัทรหันไปมองพี่สาวเพื่อน



ไปเที่ยวกับไอ้ตัวร้ายแบบนี้ ความสนุกมันต้องเกิด! อิอิ 

ตั้งใจรุกแน่ๆ อาการแบบนี้มันตั้งใจหาเรื่องเขาแน่ๆ #มีความเขิน #มีความขนลุก #มีความฟ้องนักอ่านเขาสอนกันพับเสื้อบนเตียง #ปิดตาละกางนิ้วดู อิ้อิ้

กดแอดแฟนพันธุ์แท้
V
V


ก่อนปิดหน้าคอมเม้นต์ทิ้งไว้สักเล็กน้อยเนอะ
ชอบเรื่องนี้ก็กดแอดแฟนพันธุ์แท้ไว้ เวลาอัพมันจะได้แจ้งเตือน
ไม่สะดวกเม้นต์ไม่เป็นไร กดโหวต 100 ก็พอจ้า


แฟนเพจนักเขียนค่ะ ติดตามนิยายได้ที่นี่อีกช่องทาง

< 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

648 ความคิดเห็น

  1. #74 chexxy (@sunisasrp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 00:40
    เหนือเด็ด
    #74
    0
  2. #73 o_otum (@katum_1234) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 09:19
    คำผิดจ๊ะ

    เสียดที่ที่แผ่นหลัง "เสียดสี" ?? มั้ยค่ะ

    พี่เหร่ "ขี้เหร่"
    #73
    0
  3. #72 phat_thong (@phat_thong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 00:11
    เอาไงๆ
    #72
    0
  4. #70 amonrathinsri (@amonrathinsri) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 12:44
    จะทำไงดีเจ๊
    #70
    0
  5. #69 Mouthnaka (@Mouthnaka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 12:27
    เจ๊เหนือจะทำไงต่อ
    #69
    0
  6. #68 PJ_20446 (@2JP_2550) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 11:27
    ทำไรกันอ่ะ นัดอะไร =_=
    #68
    0
  7. #67 chexxy (@sunisasrp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 02:33
    รุกหนักเชียว!!เธียร์
    #67
    0
  8. #65 หนึ่งตะวัน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 10:07
    เหอะ เหอะช่ายยยย ตั้งใจรุกให้ใจพี่สั่นใช่มั้ยหล่ะ ร้ายจริงๆ. มีความขนลุก&หน้าแดงชัดเลย
    #65
    0