ตอนที่ 2 : แสนจะร้าย สุดจะรัก :: บทที่ 1 : พี่น้องนอกสายเลือด 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    10 ก.ย. 59




บทที่ 1 : พี่น้องนอกสายเลือด



เสียงโทรศัพท์มือถือที่กรีดร้อง ทำให้คนที่หลับไปได้สักพักงัวเงียเปิดไฟหัวเตียงควานหามารับ หญิงสาวเพ่งมองชื่อผู้โทร. เข้า ก่อนจะพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ หน้าจอเขียนว่า เธียร์ ซึ่งแน่นอนว่าชื่อนี้มีคนเดียว เพราะทั้งชีวิตไม่เคยมีคนชื่อนี้ผ่านเข้ามาให้เธอได้รู้จัก นอกจาก เธียร์ ธีรราช

ความคิดวูบแรกที่ผุดขึ้นมา นาราไม่คิดจะรับสาย

เขายังไม่กลับมาห้องแน่ๆ น่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่ง ซึ่งเธอเองไม่รู้ ไม่ได้โทร. ถามด้วย จะกลับตอนไหนก็แล้วแต่ และเธอก็ไม่จำเป็นต้องรอเขากลับมาด้วย ชายหนุ่มมีคีย์การ์ดเป็นของตัวเอง เช่นที่เธอมี ฉะนั้นหลังจากที่เม้าท์มอยกับเดอะแก๊งเสร็จก็เข้านอนตอนเกือบสี่ทุ่ม

ตากลมเหลือบมองเวลาที่อยู่บนสุดของหน้าจอ จากนั้นก็พ่นลมหายใจอีกครั้ง

ในที่สุดหญิงสาวก็กดรับสาย เมื่อสายไม่มีทีท่าว่าจะโดนตัด

“มะ...”

“เป็นฉันไม่ได้เหรอ รักแค่ฉัน ...คนเดียวไม่ได้เหรอ”

“...” เสียงของเขาทำให้เธอเงียบ และคำพูดของเขาก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปเช่นกัน นาราเกร็งค้างชะงักไปเพราะประโยคนั้น

ความมึนงงมาพร้อมกับอาการใจเต้น เธอรับรู้ได้ว่าก้อนเนื้อที่อกซ้ายเต้นผิดจังหวะไป มันหน่วงแปลกๆ ก่อนจะทวีความเร็วขึ้นจนเผลอกำเครื่องมือสื่อสารแน่น ความรู้สึกที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดออกมา ได้ผุดโผล่มาให้ชวนตื่นตะลึงกับตัวเอง จากนั้นทุกสิ่งอย่างก็สลายไป เมื่อเธอดึงสติมาอยู่กับปัจจุบัน

หญิงสาวนิ่วหน้าพร้อมกับจิกนิ้วตัวเองแรงๆ เพื่อไม่ให้ความรู้สึกที่ไม่มีชื่อเรียกผุดขึ้นมาทำลายตัวตนของเธออีกครั้ง ปากสีเรื่อเม้มเข้าหากัน อยากเอ่ยถามแต่ก็เลือกที่จะเงียบ เผื่อชายหนุ่มจะพูดอะไรออกมาอีก

ทว่านอกจากเสียงเพลงและเสียงคนคุยกันดังอยู่ไกลๆ แทรกเข้ามาในสาย เธอก็ไม่ได้ยินอะไรอีกเลย

“เธียร์” นาราตัดสินใจเรียกปลายสาย

“...” ยังคงเป็นเช่นเดิม ธีรราชไม่พูดอะไร

“เธียร์”

“...”

“เธียร์ นี่...”

“อ่า ขอโทษนะครับ ช่วยมาที่ร้านหน่อยได้ไหมครับ พอดีน้องเขาเมา เมามากเลยครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนที่เธอจะเอ่ยถามเจ้าของเครื่อง เสียงนั้นเป็นเสียงของบุคคลปริศนา นาราไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นใคร “พอดีผมเป็นบ๋อยอ่ะครับ ร้านจะปิดแล้ว เห็นน้องเขายังไม่กลับ ดูท่าว่าเมามาก แถมมาคนเดียวอีก คุณมารับเขาได้ไหมครับ”

“อ๋อ... ค่ะๆ” หญิงสาวครางรับและเข้าใจในที่สุดว่าธีรราชเมาหนัก เธอพ่นลมหายใจเสมือนโล่งใจในบางอย่าง ก่อนจะสอบถามคนที่กำลังคุยสายกับตนว่าร้านอยู่ตรงไหน พร้อมกับกำชับขอให้เขาช่วยดูแลธีรราชไว้ อย่าให้ขับรถกลับเอง

หลังจากนั้นก็รีบแต่งตัวออกไปรับชายหนุ่มในที่สุด ทั้งห่วงทั้งโมโห เธอก็คิดไว้อยู่หรอกว่าเขาน่าจะไปนั่งร้านเหล้าไม่ก็เข้าผับที่ไหนสักที่ แต่ไม่คิดว่าจะไปคนเดียว ตามปกติธีรราชจะออกไปกับเพื่อน พวกพ้องเขาน้อยที่ไหน เด็กหนุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์เยอะมาก แถมดูจะรู้จักกันไปหมด สนิทกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง

ซุปเปอร์คัฟ ดรีม สีขาวครีม ถูกเข็นออกจากโรงรถของคอนโด ก่อนเธอจะใช้มันเป็นยานพาหนะไปรับตัวปัญหาที่เมาจนพาตัวเองกลับห้องไม่ได้

ธีรราชมีรถยนต์หนึ่งคันไว้ใช้สอย ส่วนเธอก็มี อีแก่ คันนี้ไว้ใช้สอยเช่นกัน ย่ามุ้นเคยถามว่าอยากได้รถเหมือนน้องหรือเปล่า เธอก็ได้แต่ส่ายหัว บอกท่านไปว่าสิ้นเปลืองเปล่าๆ อย่างไรธีรราชก็มีแล้ว ไปไหนมาไหนกับเขาก็ได้ และที่สำคัญเธอเองก็ขับรถยนต์ไม่เป็น จะให้เรียนขับรถก็ไม่กล้า ไม่เคยมีความคิดอยากจะขับด้วยนั่นแหละ มีมอเตอร์ไซค์ที่ใช้มาแต่สมัยเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแรกๆ เป็นยานพาหนะก็พอใจแล้ว ไปไหนมาไหนสะดวก ซอยเล็กคับแคบก็สามารถเข้าได้

กลางคืนอากาศค่อนข้างเย็น นาราเลยสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ พร้อมกับไม่ลืมใส่หมวกกันน็อกและหยิบมาเผื่อธีรราชด้วย เธอต้องใส่แว่นสายตาเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนในเวลากลางคืน หญิงสาวใช้เวลาในการมาถึงที่หมายเกือบครึ่งชั่วโมง เพราะเธอไม่รู้จักร้าน อาศัยการนำทางของโทรศัพท์มือถือ ดีหน่อยที่ตรงหน้าร้านมีร่างคุ้นตายืนโงนเงนเป็นจุดเด่น ภายใต้การพยุงของบุคคลปริศนาอีกถึงสองคนที่ตนไม่รู้จัก

หญิงสาวสบถกับตัวเอง ก่อนจะรีบดับรถแล้วปราดเข้าไปหาพวกเขา เห็นชัดเจนว่าธีรราชถูกคนที่น่าจะเป็นพนักงานของร้านช่วยพยุงตัว เขาเหมือนกำลังโวยวายอะไรสักอย่าง แต่คนที่มีสติดีกว่ารั้งตัวไว้ ไม่ให้ดิ้นหลุด

“ดิฉันเป็นพี่เขาค่ะ ที่เพิ่งคุยสายไปเมื่อครู่”

“เหนือออ” คนเมาลากเสียงยาวเมื่อเห็นใบหน้าของเธอชัด

นาราเลยตวัดมองคนเมาตาเขียว ก่อนจะละความสนใจมาพูดกับบ๋อย

“ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยดูแลหมอนี่ให้”

 “ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เอามอไซค์มา พากลับได้แน่นะครับ”

พวกเขาพยักหน้ารับทราบอย่างเข้าใจ และมีหนึ่งในสองคนถามขึ้นด้วยความแปลกใจปนเป็นห่วง เพราะเห็นยานพาหนะของเธอกับสภาพของธีราชแล้ว กลัวจะลำบาก

“กลับได้ค่ะๆ ฉันขับรถยนต์ไม่เป็น แต่คิดว่ามอเตอร์ไซค์ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เดี๋ยวช่วยพยุงเขาไว้ก่อนนะคะ” เธอขยับเข้าใกล้คนเมา คลำหาตามเสื้อและกางเกงเพื่อหากุญแจรถ ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพบมันในกางเกง จึงรีบล้วงเอาไปล็อกรถของธีรราชไว้ ก่อนจะวิ่งกลับมาหาพวกเขา “ช่วยพาเขาไปที่รถฉันหน่อยค่ะ”

ดึกดื่นเช่นนี้ ร้านก็ปิดแล้ว พวกเขาก็คงอยากกลับไปพักผ่อน เช่นเดียวกับเธอที่ถูกปลุกมากลางคันก็อยากกลับไปนอนเหลือเกิน ฉะนั้นหญิงสาวจึงทำอะไรอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงจะเป็นภาระของคนอื่นไปมากกว่านี้

“เหนือออ” ธีรราชเรียกชื่อหญิงสาวซ้ำๆ ขณะถูกหิ้วมาหารถมอเตอร์ไซค์ “อื้อ ผมไหวครับพี่ ผมไหว ไม่ต้องพยุงแล้ว” น้ำเสียงเขาไม่ติดอ้อแอ้ แต่ร่างกายโงนเงนจะล้มมิล้มแหล่ ชายหนุ่มผละห่างจากผู้ชายสองคนเข้าไปหาพี่สาว จากนั้นก็รวบตัวนาราไว้แน่น พลางกดศีรษะซุกเรือนผมของเธอ “โอ๊ะ หน้ามืด พี่เขาปล่อยแรงอ่ะ”

นาราสะดุ้งสุดตัวเพราะไม่ค่อยได้สัมผัสใกล้ชิดกันแบบนี้ เห็นหุ่นสูงโปร่ง แต่กล้ามเนื้อและพละกำลังของธีรราชนั้นใช่ย่อย หญิงสาวดันร่างหนาออกห่างเพราะหนักและเกรงว่าเขาจะพาเธอล้ม

“เหนือ น้องเมามาก อย่าผลัก เดี๋ยวล้ม”

“แล้วไปกินทำไม”

“ก็ตอนกินยังไม่เมาอ่ะ มันเมาหลังจากกินแล้วต่างหาก” เขารวนกลับได้อย่างน่าตบมากๆ หญิงสาวเลยตบแผ่นอกไปแรงๆ หนึ่งที ก่อนจะหันไปหยิบหมวกกันน็อก

ร่างกายของธีรราชเอนหน้าเอนหลังขณะที่เธอพยายามจะสวมหมวกกันน็อกให้ แต่มือใหญ่ทั้งสองข้างยังรั้งร่างกายหญิงสาวไว้แน่นหนา เขาเลยไม่กลัวว่าตัวเองจะล้ม แต่กลับสนุกกับการที่นาราไม่สามารถเอาไอ้กลมๆ แข็งๆ สวมใส่ศีรษะของเขาได้

“อยู่นิ่งๆ สิ”

“อื้อ โลกหมุน ง่วงจัง ง่วงมากเลย เหนืออยากกลับบ้าน พาน้องกลับบ้านหน่อย”

“บอกว่าอยู่นิ่งๆ” หญิงสาวรั้งต้นคอคนตัวสูงไว้ ดึงแรงๆ ด้วยความโมโห จากนั้นก็กระแทกกระทั้นหมวกกันน็อกใส่ให้เสมือนลงโทษคนเมาที่ดื้อเกินลิมิต

เสร็จจากการสวมหมวกกันน็อกให้แล้ว ก็ยังเหลือการขึ้นรถที่มันทุลักทุเลจนนาราต้องเกาหัวอีกรอบ ธีรราชงอแงจะไม่ยอมนั่งจนเธอบอกให้บ๋อยช่วยกดตัวเขาไว้ จากนั้นหญิงสาวก็ถอดเสื้อคลุมออก แล้วมัดเอวเขาและเอวเธอติดกันอย่างแน่นหนา กลัวว่าถ้าปล่อยให้นั่งไปเฉยๆ คงไม่อยู่บนรถตลอดจนถึงคอนโดแน่ๆ อาจจะแวะทักทายพื้นถนนที่ไหนสักแห่ง ระหว่างทางกลับแหงๆ

“เหนือออ กลับมาจากฮ่องกงเมื่อไหร่อ่ะ ไหนบอกไปเที่ยวไง ไหนของฝากน้อง ไม่เห็นเอาให้เลย ไม่ซื้อมาเหรอ”

“ขอบคุณนะคะ” นาราสะกดกลั้นโทสะที่อยู่ในอกไว้ ก่อนจะยิ้มให้ชายหนุ่มทั้งสองที่ช่วยเหลือจนกระทั่งเธอจะพาตัวปัญหากลับ

“ไม่เป็นไรครับ เห็นน้องเขาเมามาก กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ ตอนแรกก็เห็นหลับคามือถือไป ไม่คิดว่าพอวางสายจากคุณไปแล้ว เขาจะฟื้นขึ้นมาอีก”

“ผมเก่งล่ะสิเพ่ เมาแล้วตื่นเอง”

“กลับแล้วนะคะ”

“เดี๋ยวมาอุดหนุนใหม่เพ่ ไว้เจอกัน” คนเมาเห็นพี่สาวบอกลาก็โบกมือให้พร้อมกับยิ้มจนตาหยี เขาขยับตัวเพื่อจะลงไปกอดลา ทว่าร่างกายกลับโดนมัดติดกับคนตัวเล็กจนกระดิกไปไหนไม่ได้ เลยนั่งโบกมือจนกระทั่งภาพของชายสองคนค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อรถมอเตอร์ไซค์เคลื่อนตัวออกจากจุดเดิมได้สักพัก

“เหนือออ อยากฟังเพลงไหม น้องจะร้องเพลงให้ฟัง”

“ไม่ฟัง นายน่ะนั่งนิ่งๆ เดี๋ยวได้ตกรถ” เธอตอบเสียงห้วนเมื่อโดนถาม

“ตกได้ไง เหนือมัดแน่นขนาดนี้” เขาขยับร่างกายที่ชิดติดกันเข้าหาเพื่อตอกย้ำให้เธอรับรู้ว่าเขาไม่มีทางตกอย่างแน่นอน

“แล้วเพื่อนไปไหนกันหมด ทำไมถึงได้มาร้านเหล้าคนเดียว”

“เพื่อนไม่คบ ...เหนือน้องหนาว”

“นั่งอยู่ข้างหลังมันไม่หนาวหรอก” แม้จะเอือมระอา แต่เธอก็พยายามสนทนาด้วย เพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะหลับไป ต้องทำให้เขามีสติอยู่ตลอดเวลา

แต่ดูเหมือนว่าคนที่เป็นคนชวยคุย จะเป็นเขามากกว่า

 “เหนือออ ไม่แวะกินข้าวต้มเหรอ ป้าแกอุตส่าห์มายืนขายจนตีหนึ่งตีสอง สงสารแกออก”

“ไม่เห็นป้ายหรือไง เขาแปะไว้ว่า ไม่ขายของให้คนเมา”

“เฮ้ยจริงอ่ะ โห...ป้า คนเมาก็มีตังค์นะค้าบ”

“อยากกินทีหลังก็ห้ามเมา”

 “เหนือออ ร้านตรงนี้มันมีตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เคยเห็น”

“เขาเปิดมานานแล้วพ่อคุณ”

“จริงอ่ะ... เหนือทำไมรถเตี้ยแบบนี้ ขาไม่มีที่เก็บเลย เอาขาไปเก็บไว้ตะกร้าหน้ารถได้มะ” ชายหนุ่มกางขาออก พลางขยับไปมา ก่อนจะหดมันกลับที่เดิมและหนีบเข้ากับสะโพกของหญิงสาวแนบแน่น “แต่เก็บไว้ตรงนี้ก็ได้เนอะ เดี๋ยวเอาไว้ไปตะกร้าหน้ารถ มันตกหายระหว่างทางจะยุ่ง”

นาราส่ายหัวกับคนเมาที่พูดจาไม่รู้เรื่อง ดีหน่อยที่เขาไม่ทำอะไรแผลงๆ ให้เธอหัวใจวาย ฉะนั้นหญิงสาวเลยไม่มีปัญหากับร่างกายที่เนื้อตัวแถบหลังแนบชิดกับชายหนุ่มผู้ซึ่งเธอพูดมาตลอดว่าเป็นน้อง

“เหนือออ วันนี้ไม่ทำงานเหรอ”

“ไม่ทำ เพิ่งกลับมาจากฮ่องกง พักก่อน อีกอย่างไม่มีพล็อตด้วย” ส่วนมากเขาจะเห็นเธอนั่งปั่นต้นฉบับในเวลากลางคืน เวลากลางคืนสำหรับเธอแล้วหัวสมองจะลื่นไหลกว่าเวลากลางวันเป็นเท่าตัว อีกทั้งมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ทำให้หญิงสาวจัดแบ่งเวลาสำหรับทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี

“อ๋อ มิน่ามันนี้ถึงออกมารับน้อง”

“เมาขนาดนี้ จะให้กลับเองได้ยังไง”

“โห นี่อย่าดูถูกกันนะ เมาอะไร อึก คนเมาไม่เป็นงี้”

“จ้า” เธอกลอกตาพลางรับคำ แถมยังบิดริมฝีปากอีกด้วยต่างหาก เพราะรู้ว่าอย่างไรแล้วธีรราชก็ไม่เห็นอย่างแน่นอน

“ให้ขับรถยังได้เลย จอดสิ เดี๋ยวน้องพากลับเอง”

“ไม่ต้องมาพูดดีเลย เดินให้ตรงก่อนเถอะค่อยคิดจะขับรถ”

เขาไม่ตอบ นิ่งเงียบจนหญิงสาวสงสัย สักพักก็มีเสียงหาวที่ดังทอดยาวออกมา “เหนือออ น้องง่วงแล้วอ่ะ อย่าชวนน้องคุยดิ น้องจะนอน พรุ่งนี้น้องต้องไปเรียนนะ”

“อย่าเพิ่งหลับ” นาราร้องเสียงหลง พูดอย่างเร็ว เพราะกลัวธีรราชจะฟุบหลับไปจริงๆ “พี่อยากฟังเพลงแล้ว เธียร์ร้องเพลงให้ฟังหน่อย”

“ไหนบอกว่าไม่อยากฟังไง อึก” เขาขยับตัวอีกหนึ่งครั้ง พาให้ร่างกายเธอเกร็ง เพราะการเสียดสีที่เริ่มต้นใหม่ตรงจุดเดิม กระตุ้นความรู้สึกแปลกประหลาดให้พวยพุ่งกดทับสติสัมปชัญญะ

“เปลี่ยนใจแล้วไง ร้องเพลงให้พี่ฟังหน่อย”

“แต่น้องร้องเพลงไม่ตรงคีย์นะ”

“เออ ร้องมาเถอะ” อะไรตอนนี้ได้หมดจริงๆ ขอเพียงเขาอย่าหลับ

“เดี๋ยวนั่งดีๆ ก่อน” คนเมากดศีรษะลงกับไหล่ข้างซ้ายของเธอในจังหวะต่อมา พร้อมๆ กับที่สองแขนค่อยๆ ตวัดรัดรอบเอว ก่อนจะวางมือประสานกันไว้ที่ปมผ้าตรงหน้าท้องอีกฝ่าย “ตั้งใจฟังนะ...”

 

ตามปกติแล้วการเมาของธีรราชไม่ได้สร้างปัญหาให้เธอมากนัก หากเขาเมาหญิงสาวก็มีหน้าที่แค่รับรู้ ไม่ได้ออกไปรับหรือพากลับ ตอนเช้าก็ไม่ต้องมีหน้าที่ไปปลุกอะไร เธอแค่เดินเข้าไปในห้องของเขาในตอนที่ตัวเองตื่น วางนาฬิกาที่ตั้งเวลาไว้ทั้งหมดสามเรือน จากนั้นก็ออกมาทำกิจวัตรประจำวันของตัวเอง

ไม่นานหลังจากนั้น ร่างสูงพร้อมกับใบหน้ายุ่งๆ ก็จะเดินออกจากห้องนอน นัยน์ตาขุ่นขวาง ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงจนเธออดขำไม่ได้

แต่ครั้งนี้มันแปลกไปจากครั้งก่อนๆ ไม่เพียงแค่เธอไปรับกลับมาห้องเท่านั้น แต่พอเข้าห้อง แยกย้ายกันเข้าห้องนอนของใครของมัน เธอเองก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาเป็นชุดนอน เตรียมจะเข้านอนอีกครั้ง จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจนต้องรีบออกไปเปิด

“ว่าไง” ตรงหน้าเธอตอนนี้ คือชายหนุ่มขี้เมาที่หน้าแดงตาปรือ แถมทรงตัวตรงก็ไม่ได้ พอเธอเปิดประตูออกมาหา เขาก็เซซ้ายเซขวา ทำให้เธอหวาดเสียว กลัวเขาจะล้มตึง

“ขอนอนด้วย”

“ฮะ?” เครื่องหมายคำถามเต็มหัวไปหมด ขณะเบิกตากว้างมองหน้าคนเมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองด้วยว่าเมื่อครู่นั้น ธีรราชได้พูดแบบนั้นออกมาจริงๆ “ว่าอะไรนะ”

แทนคำตอบ ชายหนุ่มก็แทรกตัวเข้ามาในห้องของเธอในทันที จากนั้นร่างสูงก็ตรงไปที่เตียง ล้มตัวลงนอนอย่างถือวิสาสะ เจ้าของห้องก็ได้แต่อ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ มองตาม

นาราดึงสติตัวเองกลับมาได้ก็รีบเข้าไปฉุดแขนคนที่ยึดครองเตียงเธอไปเสียเกือบครึ่งอย่างแรง ออกแรงดึงให้เขาลุกขึ้น ทั้งปากยังร้องเรียกและแสดงความไม่พอใจให้ชายหนุ่มรับรู้

“เธียร์ ลุกเดี๋ยวนี้ จะมานอนนี่ได้ยังไง ลุกเร็วๆ เลย”

“อาราย คนจะนอน” เขาทำเสียงรำคาญ ลุกขึ้นนั่งตามแรงดึงของหญิงสาว แต่ไม่ได้ลุกออกจากเตียง

“จะนอนก็กลับไปนอนห้องตัวเองสิ ลุกเลย”

“ห้องรก นอนไม่ได้”

นั่นคือเหตุผล?

“ไม่เกี่ยวกันเลย กลับห้องตัวเองเดี๋ยวนี้!” เธอร้องใส่เสียงดัง พร้อมทั้งออกแรงดึงคนเมาให้ขยับออกจากพื้นที่ส่วนตัวของตน ทว่าธีรราชกลับไม่กระดิกตัว เขาล้มตัวลงนอนอีกครั้งเป็นผลให้ร่างบางเสียหลักล้มลงไปก่ายเกยอยู่บนตัวเขา “ว้าย!

นาราใจกระตุกวาบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นในทันที เนื้อตัวส่วนหน้าตั้งแต่อกไปถึงท้องแนบสนิทกับร่างกายของชายหนุ่ม ในนาทีนั้นเกิดความเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน และหลังจากนั้นมือใหญ่ของคนที่เธอเกยทับอยู่ก็ดันเธอให้ล้มไปอีกฝั่ง

“อย่ามาทับน้อง หนัก หายใจไม่ออก” เขาขมวดคิ้ว ทั้งยังนิ่วหน้า บอกอาการที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่อย่างชัดเจน

“...”

“ตัวก็ใหญ่ หนักก็หนัก ถ้ากระดูกซี่โครงน้องหักขึ้นมา รับผิดชอบไหวเหรอ”

“น่ะ...นี่!” หญิงสาวตาเหลือก ใบหน้าเขียวสลับแดงด้วยความโมโห

“พอเลย เลิกพูด ก็บอกไปแล้วว่าเมา ยังจะมาชวนน้องคุยอยู่อีก จะนอนแล้ว...” ชายหนุ่มหันหลังให้ ทั้งยังดึงเอาผ้าห่มไปกอดก่าย ครางฮึมฮัมต่อท้ายคล้ายกำลังจะมุ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา

“นอนที่นี่ไม่ได้”

“...”

“เธียร์!” พอเขาเงียบ คนตัวเล็กก็ยิ่งร้อนรน กลัวว่าธีรราชจะหลับไปจริงๆ เพราะตอนอยู่บนรถ เธอต้องคอยเรียกเขาหลายครั้ง ชายหนุ่มสัปหงกใส่ศีรษะเธอบ่อยมาก

“น้องขอนอนด้วยหน่อยนี่เรื่องใหญ่มากเลยเหรอเหนือ” เขาหันกลับมาด้วยความฉุน แถมใบหน้าที่แดงจัดยังเข้มขึ้น เหมือนบอกให้รู้ว่าเขาเองก็เริ่มไม่พอใจแล้วเช่นกัน “นี่น้องนะ อีกอย่างเราก็เคยนอนด้วยกันมาแล้ว...”

“นั่นมันตอนเด็กๆ!” หญิงสาวสวนกลับทันควัน

“แล้วไง? ตอนนี้โตแล้ว แล้วไม่ใช่คนเดียวกันกับตอนเด็กๆ หรือไง”

“พูดแบบนั้นมันถูกที่ไหนกัน”

“ทำไมเธอต้องทำตัวเปลี่ยนไปด้วย!” ธีรราชตวาด นัยน์ตาขุ่นขวางขึ้น

นาราสะอึกปนตกใจ เพราะน้อยครั้งนักที่เขาจะแสดงอาการแบบนี้ออกมา ธีรราชเป็นคนอารมณ์ดีจนบางครั้งเธอก็แอบคิดว่าเขาเพี้ยน แต่บางครั้งบทจะโมโหร้ายใครก็เข้าหน้าไม่ติด เธอเองก็มีแอบกลัวๆ เขาอยู่บ้าง แต่ชายหนุ่มไม่ค่อยแสดงอาการแบบนั้นให้เห็นสักเท่าไหร่ ภาพติดตาที่เห็นจนชาชินก็คือ การ หน้าซื่อตาใส ของเขา

หญิงสาวกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่เมื่อเห็นอีกฝ่ายโกรธ เธอกำลังอ้าปากจะคลี่คลายสถานการณ์อันตึงเครียด ทว่าคนที่ทำหน้าเข้ม มองเธอด้วยแววตาดุดันก็ขยับเข้าหา ใช้ศีรษะได้รูปของตัวเองซุกหน้าตักเธอจนหญิงสาวแทบผงะ

ธีรราชใช้สองแขนกักกันเธอไว้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้โอบรัด แต่นั่นก็คือการกอดอีกอย่างหนึ่ง เพราะตอนนี้เธอไม่สามารถขยับได้เลย ข้างหน้าคือใบหน้าและเนื้อตัวเขา ส่วนข้างหลังคือสองมือใหญ่ที่ประสานกันไว้ ห่างจากสะโพกเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

“ขอน้องนอนด้วยน้า ห้องน้องรกจะตาย ทำไมเหนือไม่ทำความสะอาดให้ล่ะ”

นารารับรู้ถึงอาการเต้นโครมครามของหัวใจตัวเอง มันดีดรัวเสียจนน่ากลัว และหากธีราชได้ยินชัด เขาจะต้องเงยหน้าและถามคำถามตรงๆ ออกมาอย่างแน่นอน ซึ่งเธอไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น เพราะแน่อยู่แล้วว่ามันจะไม่มีคำตอบใดๆ หลุดพ้นริมฝีปากของเธอไป นอกจากอาการตะกุกตะกักชวนน่าขัน

กลิ่นแอลกอฮอล์บวกกับกลิ่นน้ำหอมของเขาทำให้จังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติยังดำเนินต่อไปแบบนั้น โดยที่หญิงสาวไม่สามารถควบคุมมันได้ ความรู้สึกประหลาดผุดแทรกขึ้น และเธอก็รีบดันมันกลับที่เดิม ไม่ให้เปิดเปลือยออกมาอย่างเด็ดขาด

เธอสั่นหน้าแรงๆ สามครั้ง เพื่อเรียกติตัวเองกลับมา หูได้ยินในสิ่งที่เขาพูด ปากเลยโต้กลับไปอัตโนมัติ

“เนี่ย ปวดหัวขึ้นมาอีกแล้วด้วย พรุ่งนี้จะตื่นไปเรียนไหมไหมก็ไม่รู้”

“ทำไมเป็นเด็กเกเรแบบนี้ คดีเมื่อเช้าก็ยังไม่เคลียร์ ตกเย็นก็มาสร้างคดีใหม่ไว้อีก”

“อื้อ เหนืออย่าชวนน้องคุยสิ น้องง่วง ตาจะปิดแล้ว...”

“จะนอนก็ขยับออกไปนอนดีๆ” หญิงสาวดันไหล่หนาหวังให้ชายหนุ่มขยับออก แต่ธีรราชส่ายหน้าไปมา ก่อนจะพูดอู้อี้

“ยังไม่อนุญาตให้น้องนอนด้วยเลย”

“เออๆ ให้นอนด้วยแล้ว ขยับออกไปนอนที่ตัวเองดีๆ”

“เย้ พี่สาวใจดีจังครับ” เขาร้องด้วยความดีใจ ก่อนจะผละออกห่างเธอ จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนฝั่งตัวเองในทันที พร้อมกับคว้าเอาตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลที่วางอยู่บนหัวเตียงไปกอดแน่น

หญิงสาวมองภาพนั้น มองสิ่งที่เขาทำจนเห็นร่างกายที่นอนยาวเหยียดยังเตียงฝั่งขวานิ่งเงียบ เธอเลยมั่นใจว่าธีรราชหลับไปแล้ว

นาราพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่สายตายังไม่ได้ละออกจากอีกฝ่าย

เมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้... สำหรับเธอแล้ว เมื่อก่อนธีรราชน่ารักกว่านี้ แต่เหมือนว่าสองปีที่ผ่านมาเขาแปลกไปจากเดิม เกเรไม่ตั้งใจเรียน แถมยังเอาแต่ใจมากๆ อีกต่างหาก สิ่งใดกันที่ทำให้น้องชายผู้น่ารักของเธอคนนี้ เปลี่ยนไปราวกับคนละคน

 

เพราะรถยนต์ของธีรราชจอดอยู่ร้านเหล้าเมื่อคืน เช้านี้หญิงสาวเลยมีหน้าที่ไปส่งนักศึกษาหนุ่มที่กว่าจะแงะตัวเองออกจากเตียงของเธอได้ก็อิดออดอยู่นานสองนาน

สองมือเท้าสะเอวยืนมองคนที่ใส่รองเท้าผ้าใบไม่เสร็จสักที กว่าธีรราชจะใส่ได้แต่ละข้างก็ล่าช้าเสมือนต้องร้อยเชือกกับรองเท้าใหม่ทั้งหมด หญิงสาวเลยใช้สายตากดดันให้เขารีบๆ ทำ เพราะเธอดูนาฬิกาแล้ว อีกไม่ถึงชั่วโมงก็ได้เวลาเรียนคาบแรก

นารามองผู้ชายประหลาดที่ถือรองเท้าลงมาจากห้อง มานั่งบรรจงใส่อยู่หน้าตึกด้วยความรู้สึกหลากหลาย หนึ่งในนั้นกึ่งระอากึ่งโมโห ดูเหมือนชายหนุ่มไม่สนใจอะไรเลย แม้แต่อารมณ์ของเธอในตอนนี้

จนเมื่อเขาใส่รองเท้าเสร็จจึงเดินเอื่อยๆ เข้ามาหา สภาพที่เห็นตอนนี้คล้ายธีรราชยังไม่ตื่นเต็มตา

หญิงสาวยื่นหมวกกันน็อกให้เขา ทว่าอีกฝ่ายกลับนิ่งเฉย ไม่ยอมรับไป

“ใส่สิ จะได้ไปกัน”

“ไม่ใส่อ่ะ เดี๋ยวทรงผมเสียทรง” ไม่เพียงแค่ปฏิเสธ แต่ชายหนุ่มกลับทำหน้ารังเกียจก้อนกลมๆ ตรงหน้าอย่างเห็นได้ชัด

“ต้องใส่ มานี่ อย่าเรื่องมาก” เธอคว้าแขนแกร่งไว้ และบังคับใส่หมอกน็อกให้ตัวปัญหาจนสำเร็จ

เขายืนหน้าบึ้ง ทำท่าเหมือนจะถอดมันออก หญิงสาวเลยชี้หน้าพร้อมกับพูดเสียงเขียว

“ห้าม-ถอด”

“ความจริงไปแท็กซี่ก็ได้ป้ะ? จะไปส่งทำไมเนี่ย” ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความขัดใจเมื่อไม่สามารถถอดไอ้บนหัวออกได้ พอเป็นแบบนั้นความรู้สึกหงุดหงิดที่ก่อตัวมาตั้งแต่ตอนตื่นนอนก็ค่อยๆ ระเบิดออกทีละนิด

“พี่จะไปห้างฯ พอดี ไปส่งนายก่อนแล้วค่อยเลยไปห้างฯ ก็ไม่เสียหาย ตอนเย็นค่อยบอกเพื่อนพาไปเอารถแล้วกัน”

เขาเงียบ ทำหน้าบูดบึ้งไม่เลิก และหันไปทางอื่น บอกให้รู้ไม่อยากคุยกับเธอแล้ว หญิงสาวปรายตามองคนเอาแต่ใจก่อนจะสตาร์ทรถ แต่เขาไม่กลับไม่ยอมขึ้น ยังยืนตัวตรงอยู่เยื้องๆ กับเธอ ในท่าเดิม

“เอ้า ขึ้นมาสิ สายๆ แบบนี้ รถยิ่งติดนะ”

ธีรราชเบนสายตามาสบตากับเธอ ถลึงตาใส่หนึ่งที จากนั้นเขาก็พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สุดท้ายก็ยอมขึ้นรถด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดเหมือนโดนบังคับขืนใจ

หญิงสาวส่ายหัว ในใจนึกระอาเต็มอก “นั่งมอเตอร์ไซค์มันจะเป็นอะไร เมื่อคืนนายก็นั่ง อย่ามาทำเหมือนรังเกียจมันหน่อยเลย ก็ไอ้คันนี้แหละที่แบกนายมาถึงห้องน่ะ”

“นั่นมันเรื่องเมื่อคืน จะขุดมาพูดทำไม”

“แล้วจะอารมณ์เสียใส่พี่ทำไม”

“ขับไปเฉยๆ ดีป้ะ? พูดมากทำไม”

“เธียร์” นาราเรียกเขาด้วยความไม่พอ แม้การเคลื่อนไหวของรถจะมาพร้อมกับเสียงลมและเสียงเครื่องของมันเอง ทว่าการสนทนาระหว่างเธอและเขาก็ยังคงชัดเจน

นับวันยิ่งนิสัยไม่ดี จริงๆ เลย หญิงสาวค่อนขอดในใจ

ธีรราชไม่ต่อบทสนทนาอีก เขานิ่งเงียบ ไม่พูด และขยับเว้ยระยะห่างจากคนขับ เขยิบถอยหลังจนมันเป็นช่องว่างระหว่างเขาและเธออย่างชัดเจนเช่นกัน

 

หญิงสาวพาตัวเองและผู้ร่วมเดินทางมาจุดหมายในอีกสี่สิบห้านาทีต่อมา เธอขับเข้ามาจอดถึงหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีนักศึกษาอยู่แถวนั้นประปราย ส่วนใหญ่น่าจะขึ้นตึกไปเรียนกันแล้ว

นาราลงจากรถก่อนเขาในทันทีที่ดับเครื่อง ก่อนจะหันหน้าไปหาคนที่ยังนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ เขาเองก็มีท่าทีมึนงง แต่ไม่ได้เอ่ยถามอะไร

เธอยื่นมือออกไปถอดหมวกกันน็อกให้ในนาทีต่อมา พร้อมกันนั้นมือขาวเล็กของตัวเองอีกข้างก็สางผมที่เรียบไม่เป็นทรงของอีกฝ่าย หญิงสาวปัดมือไปมาสามสี่ทีก็หยุด เก็บหมวกกันน็อกไว้ตะกร้าหน้ารถ

“เอาล่ะ หล่อแล้ว ไปเรียนได้” เธอไม่พูดเปล่า ทั้งยังยิ้มยิงฟันให้ชายหนุ่มอีกด้วย

หญิงสาวไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่หลังจากที่ปะทะคารมกันย่อมๆ ไปเมื่อครู่ เธอรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นธีรราชโกรธ ทุกครั้งที่เขาแสดงอาการแบบนี้ออกมา เธอจะกระวนกระวายอยู่ไม่สุข แม้ในใจลึกๆ จะรู้ว่าตนไม่ผิด แต่ถ้าปล่อยไว้โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ก็จะอยู่ไม่สุขตลอดทั้งวันแน่ๆ

และเธอก็ยิ้มค้าง คล้ายทุกอย่างรอบตัวหยุดหมุน เมื่อจู่ๆ ใบหน้าใสก็ลอยเด่นอยู่ใกล้สายตากว่าเมื่อครู่

“ง้อเหรอ” เส้นเสียงนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มทุ้มแปลกจากครั้งไหนๆ ทั้งนัยน์ตาคมกริบที่ทอดมองมายังเธอยังกระจ่างชัดเจน แถมยังมีอิทธิพลมากมายเสียจนหน้าร้อนวูบวาบ จากนั้นหน่วยตาทั้งสองข้างของธีรราชก็กะพริบปริบๆ เฝ้ารอคำตอบ

นาราผงะ กระแอมไอสองสามครั้ง ปรับสีหน้าและควบคุมความรู้สึกเอาไว้

“ก็...”

“ไอ้เธียร์!” เสียงหนึ่งร้องขึ้น ทำให้ฝ่ายหญิงสาวถอยห่างจากจุดเดิมของตัวเอง เธอเหลือบมองไปยังต้นตอของเสียงก็พบว่าเป็นชายหนุ่มในชุดนักศึกษาแบบเดียวกับธีรราช เขากำลังมุ่งตรงมาทางนี้ พร้อมๆ กับข้างหลังก็มีหนุ่มในชุดนักศึกษามุ่งมาทางนี้อีกเช่นกัน

พวกเขาใกล้เข้ามา หลังเธอก็โดนสะกิดจากคนข้างหลัง ธีรราชโบกมือให้รีบไป มือดันแผ่นหลังจนเกือบเรียกว่าผลัก ทั้งใบหน้าที่เพิ่งดีขึ้นเมื่อครู่ก็กลับมาบึ้งตึงราบเรียบอีกครั้ง หญิงสาวเลยรีบออกรถและจากไปก่อนที่เพื่อนของน้องชายจะเดินเข้ามาถึง

จากกระจกรถมอเตอร์ไซค์ เธอเห็นหนึ่งในสองคนที่มาใหม่ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ พร้อมกับหันไปพูดบางอย่างกับธีรราช

วูบแรกความสงสัยเกาะกุมหัวใจให้ครุ่นคิด ทว่าคำตอบที่ผุดขึ้นมาก็ทำให้ความสงสัยทุกอย่างสลายหายไป ธีรราชอยู่ในช่วงวัยรุ่น อาจจะเขินอายที่พี่สาวมาส่งถึงหน้าตึกคณะเพราะไม่อยากให้เพื่อนเห็นถึงได้รีบไล่เธอกลับอย่างนี้

เด็กหนอเด็ก หญิงสาวคิดแล้วขำออกมาเพียงลำพัง

 

“เจ้เหนือรีบไปไหน พวกกูยังไม่ทันได้สวัสดีเลย” ดนุภัทร เกาหัวอย่างงุนงงพร้อมกับหันมาถามธีรราช “ไม่เจอกันตั้งนาน คลาดกันอีกละ”

“สวัสดีกูก็ได้ ไหว้กูก็เหมือนไหว้เขานั่นแหละ”

“ถุย” อีกฝ่ายร้องเสียงดัง “แล้วนี่รถมึงไปไหน” เขานึกแปลกใจว่าเหตุใดวันนี้ธีรราชถึงได้ให้พี่สาวมาส่ง เพราะที่เขารับรู้มา มันไม่ให้นารามายุ่งวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องราวในมหาวิทยาลัย

“รถอยู่ร้านเหล้า”

“เดี๋ยว ทำไมรถไปอยู่ร้านเหล้า ไหนมึงบอกว่าตัวเองป่วย” ดนุภัทรตั้งคำถามทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น

“เออ มึงโกหกงั้นเหรอ” ปรเมศวร์ เสริมขึ้น “โกหกเพื่อนไม่พอ โกหกแม้กระทั่งอาจารย์ผู้อบรมบ่มวิชา บาป”

“อยากลองใช้ชีวิตโง่ๆ ดูหน่อย สนุกดี ลองดูสิ”

“มึงนี่จริงๆ เลย ลองเป็นคนปกติสักวันได้ไหมเพื่อน”

“คนศีลไม่เสมอกัน คบกันไม่ได้นะตี๋” ธีรราชเหยียดยิ้ม พลางกลั้วหัวเราะในลำคอ เพราะหลังจากจบคำพูดของตนแล้ว ดนุภัทรก็เขม่นใส่ทันที

“แล้วนี่ไอ้พวกนั้นหายไปไหน ทำไมเหลือแค่สอง” เขาถามหาเพื่อนในแก๊งที่ขาดไปหลายคน เพราะไม่แน่ใจว่าหลังจากที่ไม่ได้มามหาวิทยาลัยสามวันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ก็พอรู้นิดๆ หน่อยว่าก่อนหน้านั้น เกิด อะไรขึ้น

“สตังค์กับเฮียกล้าอาจารย์นัดพวกมันเข้ามาหาบ่ายนี้ ก็คงจะโผล่มาตอนบ่ายแหละ ส่วนไอ้ซ่าคงอยู่ห้อง ช่วงนี้มันมีหลายอย่างให้คิด”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ หลังได้ฟังคำบอกเล่าผ่านปากของเพื่อน ช่วงนี้ทุกคนวุ่นวายกันหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งเขา หลายๆ สิ่งที่ไม่เคยคิด ก็ต้องเริ่ม คิด

“เออ นี่อาจารย์เขาก็เรียกมึงเข้าไปคุยด้วยนะ กูเพิ่งคิดออก” ดนุภัทรคิดขึ้นได้จึงรีบบอกเพื่อน

คำบอก่านั้นทำให้ธีรราชหันมองหน้าเพื่อน ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวเหยียด บ่งบอกความรู้สึกของเขาในขณะนี้ “กูนึกว่าอาจารย์จะเอาคนใหม่แล้ว”

“ผลการเรียนอย่างมึง อาจารย์ไม่ปล่อยไปง่ายๆ หรอกไอ้เธียร์”

“ผลการเรียนมึงไม่ก็คนอื่นๆ ก็เหมือนกูป้ะ?”

“ไม่รู้ดิ เป็นแค่นักเรียน ไม่ใช่อาจารย์”

ธีรราชเขม่นใส่คนเล่นมุก “ต้องเอาเอฟสักกี่ตัว อาจารย์ถึงจะเลิกจ้ำจี้จ้ำไชกับกูวะ” เสียงเข้มบ่นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะพ่นลมหายใจอีกครั้งกับปัญหาของตัวเองในรั้วมหาวิทยาลัย

เขาจะให้นารารู้ไม่ได้ รู้ไม่ได้...




บุ๋มแก้ไขบทนี้นะคะ พอดีมีการเปลี่ยนชื่อตัวละครบางคน เพื่อให้เชื่อมกับภาคต่อค่ะ 


อ่านแล้วก่อนกดปิดหน้าอย่าลืมคอมเม้นต์เพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนน้า

ชอบเรื่องนี้แอดแฟนพันธุ์แท้ไว้เพื่อรอตอนต่อไปเลย




แฟนเพจนักเขียนค่ะ ติดตามการอัพและแจ้งข่าวสารต่างๆ ได้ที่นี่เลย


< 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

648 ความคิดเห็น

  1. #222 Tato Aung (@tato-aung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 03:34
    น่าติดตามค่ะ
    #222
    0
  2. #35 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 23:08
    ความลับอะไรอยากรู้จัง
    #35
    0
  3. #33 samngamjan (@samngamjan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 21:24
    มาอีกนร้าาา มาบ่อยๆ
    #33
    0
  4. #32 o_otum (@katum_1234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:11


    ขึ้ของอีกฝ่าย??

    ความงสัย??

    คำบอกล่า??

    #32
    0
  5. #31 amonrathinsri (@amonrathinsri) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 22:31
    เปลี่ยนไปเพราะ.....ไง
    #31
    0
  6. #30 o_otum (@katum_1234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 19:08


    คำผิดจ้าาา

    สะดพก  "สะโพก"

    #30
    0
  7. #29 sangdeow Nakun (@sangdeow) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 14:06
    ร้ายไม่เบา
    #29
    0
  8. #28 Nuch :3 (@chawannuch) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 01:09
    ติดตามค่ะะ  รอน้าาา
    #28
    0
  9. #27 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 22:42
    เอางานสำคัญของน้องก่อนเลยค่ะไรท์ ยังไงก็รอนะคะ ตามไรท์มาจากธัญวลัย สนุกมาก ขอบคุณนะ
    #27
    0
  10. #26 o_otum (@katum_1234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 21:03




    งานนี้มีเงื่อนงำ เมาดิบป่าววนาายยย


    #26
    0
  11. #25 amonrathinsri (@amonrathinsri) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 12:31
    จะรออีก10+คะไรท์
    สู้ๆนะคะ
    #25
    0
  12. #24 สุภาวดี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 11:36
    น่ารักค่ะชอบมากๆ
    #24
    0
  13. #23 Ntyc (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 11:30
    เธียร์นายมันร้าย!!!
    #23
    0
  14. วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 11:20
    แกล้งเมาป่ะเนี่ย
    #22
    0
  15. #21 samngamjan (@samngamjan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 10:44
    รอนะคะ
    #21
    0
  16. #20 อิสรินทร์ (@548035) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 09:53
    ปักหมุดรอตรงนี้
    #20
    0
  17. #19 PRAWGAGA (@prawsunny) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 09:19
    จะรอยังไงไหว ฮืออออ
    #19
    0
  18. #18 ปักจันทร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 02:01
    วันนี้ เข้ามา ครั้งที่ 7แล้ว 55555
    #18
    0
  19. #17 amonrathinsri (@amonrathinsri) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 12:59
    โอ้ย ลุ้นคะ
    สู้ๆคะำรท์
    #17
    0
  20. #16 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 12:28
    รอนะคะ เธียร์รี่ท่าจะแสบมากเลย
    #16
    0
  21. #15 PRAWGAGA (@prawsunny) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 00:25
    ????????????????????รอยาวไป
    #15
    0
  22. #14 Mo'puk (@pukwilai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 22:51
    รอออออออ
    #14
    0
  23. #13 แหม่ม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 22:19
    ชอบๆแนวกินเด็ก อิอิ
    #13
    0