ม่านรักพรางใจ(จบแล้ว) - นิยาย ม่านรักพรางใจ(จบแล้ว) : Dek-D.com - Writer
×

    ม่านรักพรางใจ(จบแล้ว)

    คิดว่านักธุรกิจหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์แบบนั้น จะมาสนสาวสุดเฉิ่มแต่งตัวป้า ติดกระดุมเสื้อยันเม็ดสุดท้าย กระโปรงยุคเต่าล้านปี ซ้ำยังยาวลากพื้นคลับคล้ายคลับคลาญาติผู้ใหญ่ฝั่งแม่น่ะเหรอ...ไม่มีทาง

    ผู้เข้าชมรวม

    64,880

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    80

    ผู้เข้าชมรวม


    64.88K

    ความคิดเห็น


    127

    คนติดตาม


    776
    จำนวนตอน : 59 ตอน (จบแล้ว)
    อัปเดตล่าสุด :  1 ก.ค. 65 / 18:27 น.

    แท็กนิยาย

    หัวใจแอบรัก

    อีบุ๊กจากนิยาย ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      

            

         เสียงเครื่องมือสื่อสารกรีดร้องทำหน้าที่แทนนาฬิกาปลุก ที่ยังไม่ถึงเวลาที่ตั้งไว้ ให้คนที่กำลังหลับสบายบนเตียงลืมตาตื่นขึ้น ก่อนใช้มือควานหาเทคโนโลยีเครื่องเล็ก มากดปุ่มตอบรับแล้วแนบหู
           

        "ฮัลโหล ว่าไง โทรมามีอะไรแต่เช้าอะ"คนเพิ่งตื่นพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ซึ่งบ่งบอกคนปลายสายได้ดีว่า เธอยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเกี่ยวกับข่าวที่ลงในเช้าวันนี้

             "โทษทีนะ ที่โทรมากวนแต่เช้า"น้ำเสียงนั้นบอกถึงความจำเป็นบางอย่างที่ทำให้โทรมาแต่เช้า ต้องรบกวนเวลานอนของเพื่อนแบบนี้

             "อืมม...แล้วมีไรล่ะ"

             นคินีนิ่งฟังพร้อมยันตัวให้ลุกขึ้นจากที่นอน เพื่อตั้งหลักกับเรื่องที่คนปลายสายกำลังจะพูด...อาจจะเป็นข่าวร้าย

             "นี่เธอรู้มั้ย ตอนนี้เธอดังใหญ่แล้วนะ"แตงกวาบอก

             "ห๊ะ! ว่าไงนะ ดัง! เรื่องอะไรอะ"

             คนส่งข่าวเงียบไปชั่วอึดใจ ทำให้คนที่กำลังรอฟังอยู่ลุ้นกับสิ่งที่เธอกำลังจะเล่าจนตัวโก่ง ก่อนเพื่อนตัวดีที่อุตส่าห์โทรมากวนแต่เช้า จะทิ้งปริศนาเอาไว้ให้เจ้าของเรื่องไปสืบข้อมูลเอาเอง

             "เอางี้ฉันจะไม่เล่าหรอกนะ เพราะถ้าจะคุยกันเรื่องนี้ คงต้องคุยกันอีกยาว เอาเป็นว่าหน้าข่าวในแวดวงไฮโซ มีภาพเธอกับท่านประธานหนุ่มเจ้านายสุดหล่อของเธอ โชว์หราอยู่ในหน้านั้น ส่วนเนื้อข่าวไปหาอ่านเอาเอง แล้ววันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ค่อยนัดเจอกัน และเธอต้องชดใช้ ข้อหามีลับลมคมในกับเพื่อน แค่นี้แหละ บาย"

             สายที่โทรมารายงานอย่างไร้ความละเอียดแล้วคาดโทษเอาไว้ ถูกตัดไปทันที จนทำให้คนที่กำลังจะถามไถ่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอ้าปากค้างอยู่หลายวินาที ก่อนเริ่มใช้สมองประมวลข้อมูล แล้วกระพริบตาถี่ๆ วิ่งจู๊ดเข้าห้องน้ำ ประตูถูกปิดดัง ปัง!!


             คนที่รีบเร่งมาถึงที่ทำงานแต่เช้า รีบหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับที่ต้องนำเข้าไปวางยังโต๊ะทำงานของเจ้านายทุกวันขึ้นดู แล้วถือวิสาสะคลี่หนังสือพิมพ์ฉบับที่เจ้านายของเธอควรจะได้เปิดอ่านเป็นคนแรกด้วยความอยากรู้ 

             เมื่อเปิดไปยังหน้าที่คนนำสารมาส่งให้แต่เช้าบอก เธอก็ต้องเบิกตากว้างขึ้น ริมฝีปากบางอ้าน้อยๆด้วยความตกตลึงตาค้างอยู่หลายวินาที ยังกับว่าถูกแจคพอตรางวัลที่หนึ่งหลายสิบล้าน แต่แทนที่สีหน้าของคนที่จ้องมองไปยังหน้าหนังสือพิมพ์ จะมีความยินดีฉาบฉวยอยู่บนใบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น เธอกลับร้องดังลั่นด้วยความตกใจ

            เปิดเผยแล้วอย่างเป็นทางการ ว่าที่เจ้าสาวในอนาคต ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่สยาม จิวลี่ กรุ้ป

     "เฮ้ย!...นี่มันอะไรกันเนี่ย" ความเป็นกุลสตรีหายไปในพริบตา ก่อนสายตาจะเริ่มไล่อ่านเนื้อข่าวที่อยู่ในนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน

             ในหน้าข่าวนั้นมีรูปเธอกับท่านประธานของเธอกำลังจับมือถือแขนกันเดินเข้ามาภายในงาน...ที่จริงตอนนั้นเขาจับมือเธอเอาไว้ฝ่ายเดียวตังหาก

             และคบหาดูใจกันอยู่นานแล้ว...ใครไปเอาข่าวที่ไม่เป็นความจริงแบบนี้มาจากไหน เธอเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของดาราขึ้นมาบ้างแล้วสิ

             นคินีวางหนังสือพิมพ์ที่ยังไม่ได้ถูกพับเก็บไว้อย่างเรียบร้อยลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง เธอไม่น่ารับปากไปงานเลี้ยงในคืนนั้นกับเขาเลย ทั้งที่รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหนที่อาจจะต้องตกเป็นข่าวใหญ่โต ตอนนี้เธออาจจะกลายเป็นศัตรูหัวใจของหญิงสาวหลายๆคนที่กำลังหมายปองพ่อเทพบุตรสุดหล่อของพวกหล่อนอยู่ นคินีเดาว่าพวกเธอคงกำลังตาถลนออกนอกเบ้า หากได้เห็นหัวข้อข่าวในหน้าแวดวงไฮโซฉบับของวันนี้ด้วยตาตัวเอง

             ไม่อยากจะคิด...ไม่อยากจะคิดเลยว่า ตอนที่เขาอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ เขาจะเป็นยังไง เขาคงรู้สึกไม่สบายใจและหัวเสียไม่ต่างจากเธอในตอนนี้ 

             "ยืนคิดอะไรอยู่นคินี"
              
             เสียงจากทางด้านหลังทำให้คนที่กำลังกังวลกับเนื้อหาในข่าวของเช้าวันนี้ถึงกับสะดุ้ง แล้วรีบหมุนตัวมาทางเสียงพูดอย่างรวดเร็วก่อนรีบปรับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลในทีแรกให้กลับมาเป็นปกติ

             "เอ่อ คือฉัน คือ"คนไม่รู้จะบอกเขาว่ายังไงดี หยิบหนังสือพิมพ์ที่ถูกวางไว้อย่างลวกๆส่งให้เขาแทน"คุณอ่านหน้านี้สิ"

             คนร่างสูงนิ่งไปสักพักก่อนยื่นมือมารับหนังสือพิมพ์ไว้ด้วยสีหน้าเรียบเย็นก่อนเอ่ยขึ้น"ฉันรู้แล้ว"

             "ฮะ!...รู้แล้ว แต่คุณยังทำหน้าตาย ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยเหรอ นี่ข่าวเขียนว่าเรา...เอ่อ"เธอลังเลไปสักพักก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาลง"เป็นแฟนกันเนี่ยนะ"

             แก้มของคนพูดซับสีแดงระเรื่อเหมือนลูกมะเขือเทศ หลุบตาลงต่ำเพื่อปิดบังความเก้อเขินเอาไว้ ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ว่าสีหน้ากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ที่จริงก็ไม่ได้ปกติตั้งแต่ต้น

            "ก็ดีแล้ว" หัวใจของคนพูดพองโต ใบหน้ายิ้มกริ่มเมื่อได้เห็นท่าทางขวยเขินนั้นของคนที่ตนแอบมีใจให้

            "อะไรนะ ก็ดีแล้วหรอ จะดีได้ยังไง ในเมื่อในข่าวนั้นมันเป็นการโมเมเอาเองของพวกนักข่าวชัดๆ"เธอว่าขึ้นเสียงสูง แววตาเต็มไปด้วยคำถามกับคำพูดของชายร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่ตรงหน้า

             "แล้วถ้านักข่าวพวกนั้นไม่ได้โมเมขึ้นเอง เธอคิดว่ามันจะดีอย่างที่ฉันพูดมั้ย"

             คำถามกำกวมที่ถูกส่งมาให้นั้นทำให้คนฟังทำหน้าไม่เข้าใจ "แล้ว จะดีได้ยังไงล่ะ ในเมื่อมันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว"คนไปไม่เป็นกับคำถาม ตอบแบบปัดไปที ก่อนแสร้งทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น

             "อย่ามัวแต่ล้อเล่นได้มั้ย คุณรู้มั้ยว่าข่าวที่ออกมาแบบนี้ ฉันเป็นฝ่ายเสียหายนะ!"

             "แล้วไง"เขาทำเป็นว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกคนพูด เพื่อให้เธอขยายความให้ชัดแจ้ง

             นคินีสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วค่อยปล่อยออกมาทางจมูกช้าๆอย่างคนกำลังรู้สึกเหนื่อยหน่าย และขี้เกียจจะอธิบายกับคนเข้าใจยาก

             "ก็เพราะฉันเป็นผู้หญิงน่ะสิ แล้วอีกอย่าง จะมีใครกล้าเข้ามาจีบฉันล่ะ เพราะคิดว่าเรา..เอ่อ เป็นแฟนกัน"

             ภคนนท์รู้สึกไม่ชอบใจนิดๆกับคำพูดที่แสดงให้เห็นว่า คนที่เขามีใจให้ยังแอบคาดหวังว่าจะมีใครเข้ามาในชีวิตสักวันหนึ่ง

             อยากให้ใครมาจีบงั้นเหรอ....อย่าหวังเลย

             ภคนนท์ยิ้มร้ายเมื่อรู้สึกไม่สบอารมณ์กับคำพูดของคนตรงหน้าขึ้นมาบ้างแล้ว

             มีอย่างที่ไหน กลัวจะไม่มีใครมาจีบ ทั้งที่เขาก็จีบเธออยู่ตรงนี้แล้ว ยังไม่รู้ตัวอีกหรือไง

             "ฉันไม่คิดว่าจะมีใครมาจีบ คนที่ติดกระดุมเสื้อยันเม็ดสุดท้าย ผูกโบบนคอจนแน่น สวมกระโปรงยาวจนแทบจะลากพื้นอยู่แล้วหรอกนะ"

             คำพูดอันแสนร้ายกาจที่ออกมาจากปากคนเย็นชา ทำให้นคินีแทบกรี๊ด บทเขาจะปากจัดขึ้นมาก็ทำให้เธอแทบบ้า 

             นคินีเม้มปากแน่นส่งสายตาพิฆาตไปยังคนที่บังอาจวิพากษ์วิจารณ์เสื้อผ้าหน้าผมของเธอ เขาหาว่าเธอมันป้า ทั้งเฉิ่มทั้งเชย ไร้รสนิยม และไม่มีใครสนใจคนแบบเธอแน่นอน นี่คือความหมายที่เธอทึกทักขึ้นมาเองจากคำพูดของเขา

             ก่อนที่จะได้ตอบโต้กลับไปบ้าง คนที่กำลังหัวเสียก็ต้องชะงัก เมื่อคนร่างสูงพูดขึ้นอีกว่า

             "ฉันอนุญาติให้เธอบอกใครๆได้ว่าเธอป็นแฟนฉัน โดยไม่คิดเงินซักบาท แล้วขอกาแฟซักแก้วเป็นค่าตอบแทนก็คงพอ"พูดจบร่างสูงสง่าก็หมุนตัวเดินเข้าห้องทำงานไปในทันที ก่อนทิ้งให้อีกคนอ้าปากหวอกับวาจาที่แสนเจ็บแสบไปถึงทรวงด้วยความเจ็บใจ

             ปากร้าย ผู้ชายอะไรปากร้ายที่สุด

             
              เสียงเครื่องมือสื่อสารจากภายใต้สูทรสีดำราคาแพงดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังนั่งคิดถึงหน้าของใครบางคนดึงสติกลับ แล้วล้วงมือเข้าไปยังเสื่อสูทร เพื่อหยิบเอามือถือราคาแพงนั้นขึ้นมาดูชื่อบุคคลที่โทรเข้าเบอร์ส่วนตัวของเขา 

             เมื่อตัวอักษรที่อยู่บนหน้าจอสีขาวปรากฏเป็นชื่อมารดาที่โทรมาจากประเทศอังกฤษ ชายหนุ่มจึงรีบกดรับสายแล้วนำโทรศัพย์แนบหูโดยเร็ว "ครับคุณแม่

             "ฮัลโหล ตานนท์"เสียงผู้เป็นมารดาดังออกมาจากลำโพงโทรศัพย์ด้วยความร้อนใจ"เรื่องข่าวของลูกกับผู้หญิงคนนั้น เป็นยังไงกันแน่ ไหนลองเล่ามาให้แม่ฟังซิ"คุณสุวจนีย์รีบคาดคั้นเอาคำตอบจากบุตรชายคนเดียวในทันที โดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้เลย

             ความลำบากใจที่จะตอบฉายชัดอยู่บนดวงตาสีน้ำตาลดำ จะให้เขาเล่าอย่างไร ในเมื่อตัวเขาเองยังรู้สึกสับสนกับเรื่องนี้อยู่ เขาจะไม่ลังเลที่จะบอกผู้เป็นมารดาเลยว่า เนื้อข่าวที่นักข่าวเอามาลงทั้งหมดเป็นความจริง ถ้าอีกคนที่ความรู้สึกช้าจนเกินไปเห็นด้วยในสิ่งที่เขาอยากจะบอก 

             "เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยครับ คุณแม่"

             "เข้าใจผิด! แม่ไม่เชื่อหรอกนะ ในเมื่อในภาพจับมือกันกระชับแน่นขนาดนั้น บอกความจริงแม่มาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแม่จะรีบจองตั๋วแล้วบินไปหาคำตอบเอาเองที่เมืองไทยพรุ่งนี้เลย"

             "เรื่องจริงครับแม่ เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันจริงๆ"เขาย้ำคำตอบเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงไม่ปกตินัก จนคนปลายสายที่รู้จักบุตรชายของเธอดีมาตั้งแต่เด็ก รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมชาติในน้ำเสียงนั้น ก่อนคำตัดสินใจเด็ดขาดจะออกจากปากผู้เป็นมารดาโดยทันที

             "พรุ่งนี้แม่จะบินกลับเมืองไทย เพื่อไปเอาความจริงที่นั่น แม่หวังว่าผู้หญิงคนนั้น คุณสมบัติคงไม่แย่จนเกินไป ที่แม่จะรับเป็นลูกสะไภ้ไม่ได้หรอกนะ!"

             ตึ๊ดๆๆๆ เสียงสายถูกตัดไปในทันที ก่อนคนที่แนบโทรศัพย์ค้างไว้บนใบหู จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา รู้สึกกังวลกับปัญหาใหญ่ที่กำลังจะตามมา

             

            ฝากเพจใหม่ นิยายรัก อมยิ้มรสขม ด้วยนะคะ
     


    หากใครสนใจอ่านฉบับ e-book จิ้มด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ 

            
    ม่านรักพรางใจ
    อมยิ้มรสขม
    www.mebmarket.com
       คิดว่านักธุรกิจหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์แบบนั้น จะมาสนสาวสุดเฉิ่มแต่งตัวป้า ติดกระดุมเสื้อยันเม็ดสุดท้าย กระโปรงยุคเต่าล้านปี ซ้ำยังยาวลากพื้นคลับคล้ายคลับคลาญาติผู้ใหญ่ผั่่งแม่น่ะเหรอ...ไม่มีทาง   เขาอยู่สูงเกินกว่าเธอจะเอื้อม   "ฉันแต่งงานกับเธอเพราะรัก"ตาคมสบตาคู่หวานนิ่ง"เธอแค่คนเดียว ที่ฉันรู้สึกแบบนี้ แล้วมันจะไม่มีวันเปลี่ยน"   "อย่ามั่นใจขนาดนั้น อนาคตวันใดวันหนึ่ง คุณอาจจะเบื่อฉันขึ้นมาก็ได้"   "ฉันไม่ได้มั่นใจในอนาคต แต่ฉันมั่นใจในความรู้สึกของฉัน"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาที่มองนั้นบ่งบอกว่าจริงจังมากแค่ไหน   "คุณอาจแค่อยากลองของแปลก"   "ฉันไม่เคยชอบของแปลก แล้วเธอก็ไม่ใช่"เขาเอ่ยสวนทันที   นคินีเงยหน้ามองสบดวงตาคู่คมนั้นด้วยความรู้สึกที่ยังสับสน เธอผุดตัวลุกขึ้นก้มมองปลายเท้าตนเองแล้วเอ่ย   "ขอเวลาฉันสักพัก หากคุณรอไม่ไหว ฉันก็พร้อมจะหย่าให้"   ดวงตาคู่คมแข็งกร้าวขึ้นทันใดเมื่อได้ยินคำว่าหย่าจากปากของภรรยา เขาก้าวลงจากเตียงแล้วเดินย่างเท้าเข้าหาเธออย่างใจเย็น แต่สายตาที่มองไม่ได้เย็นเหมือนท่าทางนั้น เขาแทบอยากตัดสินรวบหัวรวบหางเธอในเวลานั้นซะ เมื่อหญิงสาวพูดคำว่าหย่า ทั้งที่แต่งงานได้เพียงวันเดียว มันเป็นคำที่เขาไม่อยากได้ยินมากที่สุดและไม่เคยอยู่ในความคิดเลยแม้แต่น้อย    ภคนนท์ยืนนิ่ง บอกตรงๆ เขาเริ่มไม่ชอบสายตาแบบนั้นของเธอ เพราะสายตานั้นมันไม่ควรเป็นสายตาที่ภรรยาใช้มองสามีตัวเอง เขาถอนหายใจหนักหน่วงแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเน้นย้ำ   "อย่าพูดคำนี้กับฉันอีก เพราะมันไม่มีทางเกิดขึ้น"

    นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    คำนิยม Top

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    คำนิยมล่าสุด

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    ความคิดเห็น

    นักเขียนปิดการแสดงความคิดเห็น