ซ่อนรัก กำแพงใจ(จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 83,195 Views

  • 314 Comments

  • 907 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,014

    Overall
    83,195

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9 เรื่องใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4724
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62

     เมื่อห่างจากสายตาของแม่สามี น่านฟ้าก็รีบคว้าเอาโทรศัพท์ แล้วต่อสายตรงถึงมารดาทันที

     "แม่ เรื่องใหญ่แล้ว ฉันต้องตายแน่ๆ เลย"

     "มีอะไรยะ โทรมาก็จะตายเลย ยัยลูกคนนี้"เสียงรำคาญของมารดากรอกมาตามสาย ทำให้คนโทรมาหวังปรับทุกข์ขอความช่วยเหลือยิ่งรู้สึกเซ็งเข้าไปใหญ่ เธอยังไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก็ถูกถามด้วยน้ำเสียงรำคาญเสียแล้ว หากจะไม่เล่าก็ไม่รู้จะหวังไปพึ่งใครให้ช่วยคิดหาทางออก สุดท้ายก็เลยจำใจต้องเล่า

     "ก็คุณหญิงพิสมัยน่ะสิแม่ จะให้ฉันรำฉุยฉายในงานครบรอบวันเกิด"

     "อะไรนะ!"คุณนายสมรอุทานด้วยน้ำเสียงตกใจ นี่ต้องมีเรื่องยุ่งยากให้ต้องแก้ปัญหาอีกหรือนี่

      "ก็แม่น่ะสิ ไม่น่าไปบอกคุณหญิงเลย ว่าฉันรำฉุยฉายเก่ง เห็นมั้ย แล้วคราวนี้จะเอายังไงดีล่ะแม่"น่านฟ้าถามความเห็น ก่อนปลายสายเงียบไปสักพักเหมือนคิดหาทางออกแล้วพูดขึ้น

     "มีทางเดียว คือแกต้องมาฝึกรำที่บ้าน ฉันจะจ้างครูมาสอนให้"

      "รำ ฉันเนี่ยนะแม่ ฉันทำไม่ได้หรอก แม่ไม่มีทางอื่นอีกแล้วเหรอ"น่านฟ้าเอ่ยอย่างคัดค้าน สีหน้าเป็นกังวลอย่างถึงที่สุด ในชีวิตเธอเคยทำแบบนั้นเสียที่ไหนกัน อย่างมากก็เคยตั้งจีบสมัยเรียนแค่นั้นแหละ อีกอย่างเรื่องแบบนี้ เธอก็ทำได้แย่กว่าเรื่องทำอาหารเสียอีก 

     "ไม่มีทางอื่นแล้ว มีทางเดียวแค่นี้แหละ พรุ่งนี้มาหาฉันที่บ้าน เดี๋ยวฉันจะนัดครูสอนรำมาสอนให้แก"คุณนายเอ่ยอย่างเฉียบขาด แล้วตัดสายไปโดยไม่บอกกล่าว 

      "อ้าว แม่! ตัดสายไปซะแล้ว"บอกอย่างหัวเสีย ก่อนโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงนอน แล้วขยี้หัวตัวเองแรงๆ ระบายอารมณ์หงุดหงิด

      คิดไปก็นึกถึงดาวเด่นผู้เป็นพี่สาว หากเป็นพี่สาวเธอเองที่ต้องแต่งงาน เรื่องก็คงจะไม่ยุ่งยากขนาดนี้ เพราะพี่สาวของเธอมีคุณสมบัติตรงตามที่แม่เธอบอกกับคุณหญิงทุกอย่าง แค่รำฉุยฉายแค่นี้ ก็เหมือนปลอกกล้วยเข้าปากสำหรับพี่สาวเธอ แต่สำหรับเธอมันไม่ต่างจากว่ายน้ำข้ามเกาะระยะทางสิบกิโลเมตรเลยสักนิด 

     "เซ็งโว้ย..."น่านฟ้าเอ่ยออกมาพลางปาหมอนไปทางประตูอย่างหงุดหงิด ซึ่งเป็นจังหวะที่ประตูเปิดอ้าออกพอดี ทำให้หมอนใบนั้นกระทบเข้ากับอกกว้างของใครบางคนอย่างจัง

     "เฮ้ย!"น่านฟ้าร้องออกมาอย่างตกใจกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เห็นติณณภพยืนกอดอกหรี่ตาจ้องเขม็งมาทางเธอ น่านฟ้ายิ้มแห้งๆ อย่างคนสำนึกผิดส่งให้ ก่อนเอ่ยออกมา

     "เอ่อ ขอโทษ คือฉันไม่ได้ตั้งใจน่ะ มันเป็นเรื่องบังเอิญ เป็นอุบัติเหตุ"บอกพลางลุกขึ้นเดินมาหาเขาแล้วกวาดสายตาสำรวจบริเวณอกกว้างแล้วเอ่ยอย่างเข้าข้างตัวเอง"ไม่เป็นไรหรอกใช่มั้ย หมอนออกจะนุ่ม"

     น่านฟ้ายิ้มแล้วหัวเราะแกนๆ ก่อนก้มลงหยิบหมอนมากอดไว้กับตัว สังเกตท่าทีของคนที่ยังทำหน้าดุไม่เปลี่ยน ก่อนริมฝีปากได้รูปนั่นจะขยับเป็นครั้งแรก

     "ทำไมต้องปาหมอน"ติณณภพถามก่อนยื้อมือออกไปจับลูกบิดประตูแล้วค่อยๆ ปิดลง น่านฟ้ามองเขาด้วยท่าทีอึกอักไม่รู้จะตอบยังไงดี จึงได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาคนถาม

     "ว่าไง"เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบ ติณณภพจึงถามย้ำอีกครั้ง พร้อมกับสายตาคมดุที่ส่งไปอย่างกดดัน

     "ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่เบื่อๆ"น่านฟ้าแก้ตัวเสียงอ่อย 

     "เบื่อ ทำไมถึงเบื่อ"เขาถามสั้น

     "ก็วันๆ ไม่ได้ออกไปไหนเลย ฉันเหงา แล้วก็ไม่มีอะไรทำด้วย"

     "ฉันเคยห้ามเธอหรือไง ว่าไม่ให้ออกจากบ้าน"

      "ก็ไม่"น่านฟ้าตอบเสียงอ่อยอีก ก่อนจะตาวาวเป็นประกายวิบวับทันใด เมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้"เออใช่ พรุ่งนี้ฉันขอไปที่บ้านแม่ได้มั้ย ฉันคิดถึงแม่น่ะ"เธอบอกเสียงใสอารมณ์เริ่มดีขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ห้ามเรื่องออกนอกบ้าน 

     ที่จริงเขาก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามนี่นา แล้วจะห้ามทำไมกัน น่านฟ้าขมวดคิ้วอย่างรู้สึกสับสนกับความคิดตัวเอง ก่อนคำๆ หนึ่งของคนบางคนจะดังขึ้น

     "ไม่มีปัญหา ถ้ามีข้อแลกเปลี่ยน"ใบหน้าของคนพูดเจ้าเล่ห์ขึ้นทันที แววตาเป็นประกายวาววับ

     น่านฟ้ามุ่นหัวคิ้ว ก่อนตวัดสายตาขึ้นมองคนตัวสูงแล้วเอ่ยอย่างซื่อๆ"ข้อแลกเปลี่ยนอะไรเหรอ"

     ติณณภพปรายตาคมอันแสนเจ้าเล่ห์มองคนถามแวบหนึ่ง ก่อนทำเป็นเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวแล้วเอ่ย"เธอพอจะนวดให้ฉันได้ไหมล่ะ ปวดคอ นั่งทำงานนานไปหน่อย"เอ่ยพร้อมสะบัดศรีษะด้วยท่าที่น่ามอง

    "นวด"น่านฟ้าทวนคำนั้น ก่อนเบ้หน้า"โอ้ย ฉันนวดไม่เป็นหรอก ฉันไปตามนายเมฆให้ดีกว่า ได้ข่าวว่ารายนั้นนวดได้เก่งมากเลยนะ"เอ่ยพร้อมทำท่าจะก้าวออกไป ก่อนต้องหยุดชะงัก เมื่อมือแข็งแรงของใครบางคนคว้าข้อมือของเธอเอาไว้

     "ไม่ต้อง"ติณณภพบอก"เธอนั่นแหละ เธอเป็นภรรยาฉัน ก็ต้องทำหน้าที่นี้สิ"

     "แต่ฉัน..."

     "เอาน่า ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำอะไร ถ้าเธอไม่ยินยอม"ชายหนุ่มหว่านล้อม ในขณะที่อีกคนมองเขาด้วยสายตาไม่เชื่อ ทำให้เขาต้องยืนยันอีกครั้งเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้คำพูดตัวเอง

     "ฉันบอกแล้วไงว่าฉันสัญญา"เขาเอ่ย แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังทำสีหน้าลังเลเขาก็พูดขึ้นอีก"ถ้างั้นไม่อยากนวดก็ตามใจ แต่อย่าลืมว่า"เขาเว้นช่วงปรายสายตามองคนกำลังมีท่าทีสับสนอย่างมีแผนร้ายแล้วเอ่ยต่อ"นี่มันก็เลยเวลาสิบสองวันที่ตกลงกันไว้แล้ว"

     คำพูดลอยๆ นั้น ทำให้น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมองเขาทันใด"หมายความว่ายังไง"ถามอย่างรวดเร็ว 

      "ก็หมายความอย่างที่ตกลงกันไว้ไง ในเมื่อเธอไม่ยอมนวด ฉันก็จะ..."เขาหยุดแค่นั้นเพื่อให้อีกฝ่ายคิดเอง มุมปากข้างหนึ่งกระตุกขึ้นเล็กน้อย

     "นวดก็นวด"ตอบทันใด ยอมรับเงื่อนใขอย่างเสียมิได้ 

     ติณณภพยิ้มอย่างพอใจ ก่อนเดินไปนั่งบนโซฟาตัวยาวในท่าเอนหลังด้วยท่าทางสบายๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังยืนนิ่งมองมาทางเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เขาจึงออกคำสั่ง

     "มาสิ มานวดให้ฉัน"

      น่านฟ้าสาวเท้าเข้าไปแล้วนั่งแหมะลงบนโซฟาอีกด้านข้างกันกับเขาด้วยสีหน้ายุ่ง มีความยุ่งยากใจผสมความไม่คุ้นชินที่ต้องมาทำอะไรให้ใครแบบนี้ เธอยื่นมือออกไปนวดบริเวณไหล่กว้าง เพราะคิดว่าเขาคงจะเมื่อยตรงนี้ เพราะนั่งก้มอ่านเอกสารเป็นเวลานานๆ ติณณภพหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้หมอนวดจำเป็นนวดตามส่วนต่างๆ ได้ตามใจชอบ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายนาที น่านฟ้าเห็นเขานิ่งไปนานไม่ขยับ ซ้ำยังหลับตาหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เธอจึงเผยรอยยิ้มกว้าง แล้วเลิกบีบนวดขยับถอยห่างจากชายหนุ่มอย่างเบาเสียง แต่ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อมือแกร่งตวัดคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ ทั้งที่ยังหลับตา ทันใดนั้นเขาก็รวบตัวเธอเข้าไปกอดไว้จากทางด้านหลัง กลายเป็นว่าเวลานี้เธอนั่งตักเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     "จะไปไหน ฉันยังไม่หายเมื่อยเลย"ติณณภพบอกด้วยน้ำเสียงกระซิบ ริมฝีปากของเขาอยู่ชิดกับใบหูเล็กของเธอ

     "ฉัน ฉันคิดว่าคุณหลับแล้ว"น่านฟ้าบอกตามจริงพลางขยับตัวยุกยิก"คุณปล่อยฉันก่อนสิ ฉันจะได้นวดให้คุณต่อ คุณยังไม่หายเมื่อยไม่ใช่เหรอ"

     "ฉันหายแล้ว"ติณณภพบอก ทั้งที่ยังกระชับร่างเล็กนั้นไว้กับอ้อมแขน"แต่ฉันอยากกอดเมีย"เขาเอ่ยด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ 

     น่านฟ้าสะดุ้งน้อยๆ ทันใดเมื่อเขาพูดจบ เธอเลือกเอาน้ำเย็นเข้าลูบโดยยอมทำตามที่เขาต้องการทุกอย่าง แลกกับเรื่องแบบนั้นที่จะไม่ต้องเกิดขึ้น แต่ดูท่าทาง ผู้ชายคนนี้เหลี่ยมจัดจนเธอชักคิดได้แล้วว่า เธอโง่จนตามเขาไม่ทัน 

     "แต่คุณสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำอะไรฉัน"น่านฟ้าทวงคำสัญญา สัญญาที่เธอไม่แน่ใจว่าเขาจะยังจำมันได้หรือไม่ หรืออาจจะแกล้งลืมเสียมากกว่า

     "ฉันก็แค่กอด ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้นเสียหน่อย"เอ่ยจบ จมูกโด่งคมสันก็ฝังลงบนแก้มขาวของคนในอ้อมกอดอย่างถือวิสาสะ น่านฟ้าเบี่ยงหน้าหลบแล้วหันมาผลักอกเขาออกห่างทันที

     "คุณ! คุณไม่รักษาสัญญา" น่านฟ้าส่งสายตาไม่พอใจให้เขา แต่ภายในใจกลับรู้สึกอ่อนไหวอย่างประหลาดและยอมรับว่าไม่ได้รังเกียจแต่กลับรู้สึกดีด้วยซ้ำ น่านฟ้าสลัดความรู้สึกที่เข้ามาแทรกพร้อมกับเรียกสติตัวเองกลับมาทันที นี่เธอเป็นอะไรไปกันแน่ 

      "ที่บอกว่าจะไม่ทำ คือเรื่องบนเตียงต่างหาก"เขาเอ่ยหน้าตาย"แต่อย่างอื่นฉันมีสิทธิ์เต็มที่"

      จบคำของติณณภพ น่านฟ้าจึงอาศัยจังหวะลุกขึ้นจากตักเขาแล้วเอ่ยขึ้นบ้าง"คุณมันเล่ห์มาก หาข้ออ้างได้ตลอด คิดว่าฉันโง่หรือไง"

     "เปล่า"ติณณภพตอบ คราวนี้จากสีหน้าอารมณ์ดีกลับมีรอยยิ้มหยันนิดๆ ปรกฏขึ้นที่มุมปาก"ถ้าโง่ ก็คงหลอกเงินใครไปไม่ได้ตั้งยี่สิบเก้าล้าน หรือเธอคิดว่าไง"เขาเลิกคิ้วขึ้นคล้ายหยั่งเชิง

     ได้ยินดังนั้นน่านฟ้าก็ถึงกับพูดไม่ออก ก่อนทิฐิของความโกรธจะทำให้เธอเริ่มอยากเอาชนะ เรื่องอะไรจะให้ถูกว่าฝ่ายเดียว อีกอย่างเรื่องเงินสินสอดแม่ของเขาต่างหากที่เป็นคนเพิ่มให้ ทางเธอก็ไม่ได้เรียกมากขนาดนั้นเสียหน่อย แล้วอีกเรื่องเธอเองก็ไม่คิดว่าจะได้สินสอดมากขนาดนั้นด้วยซ้ำ อย่างมากก็แค่สามล้านตามราคาไถ่ถอนบ้าน ไม่คิดว่าแม่ของเธอจะโลภจนเกินขอบเขตและแม่ของเขาจะใจดีจนเกินความพอดี

     "งั้นก็แปลว่าคุณโง่ ที่ถูกฉันหลอก"ยักไหล่นิดๆ ขณะหยั่งเชิงกลับ

     คำพูดนั้นทำให้ติณณภพตาลุกวาวขึ้นด้วยโทสะ เขาผุดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก้าวเข้าหาแล้วชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างมาดหมาย"อย่ามาทำปากดี อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ว่าเพราะเหตุผลอะไรเธอถึงยอมแต่งงานกับฉัน"

     จบคำน่านฟ้าถึงกับหน้าถอดสีทันใด อดระแวงไม่ได้ว่า เขาจะรู้ความจริงเรื่องที่เธอสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อแต่งงานกับเขาเหตุผลจากเรื่องสินสอดเพื่อนำมาไถ่บ้าน แต่ความโกรธก็ทำให้เธอเลือกที่จะสาดน้ำมันเข้ากองไฟ

     "รู้ดี แล้วยอมแต่งกับฉันทำไม โธ่เอ้ย"ยกมือขึ้นกอดอกแล้วเบ้ปาก"คุณมันก็แค่ลูกแหง่ แม่ชี้นิ้วไปทางขวาก็ไปทางขวา แม่ชี้นิ้วไปทางซ้ายก็ไปทางซ้าย"เอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะ ส่งสายตาดูถูก 

     "ปากดีนักใช่มั้ย งั้นมานี่"ติณณภพไม่ต่อปากต่อคำอีก เขากระชากข้อมือของอีกฝ่าย แล้วเหวี่ยงไปยังเตียงนอนอย่างไร้ความปราณี จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็โถมทับลงไปด้วยแรงอารมณ์ พันธนาการคนใต้ร่างไว้ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล แล้วเค่นเสียงออกมาจากลำคอ

     "ฉันจะให้เธอรู้ว่า การพูดแบบนี้กับฉัน ไม่ใช่เรื่องฉลาด"


       อีกคนจ้องหนี อีกคนจ้องจะกิน แล้วแบบนี้น่านฟ้าจะรอดเงื้อมมือพระเอกของเรามั้ยเนี่ย 

       ติดตามได้ในตอนต่อไปค่า และขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่าน ทุกยอดวิว คอมเมนต์ มีค่าสำหรับคนเขียน อ่านแล้วไม่เมนต์ไม่เป็นไร ไรท์ก็ยังจะพยายามทำให้ดีที่สุดเหมือนเดิมนะคะ แค่ทุกคนเข้ามาอ่าน มียอดวิวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้คนเขียนดีใจมากๆแล้วค่ะ หรือถ้าใครไม่ชอบอะไร ไรท์มีข้อผิดพลาดตรงไหน ช่วยบอกนะคะ ไรท์จะได้นำไปแก้ไขให้งานเขียนพัฒนาขึ้น อย่างที่เคยบอกในเรื่องที่ผ่านมา คนอ่านก็คือครูคนหนึ่ง ติได้ชมได้ สัญญาว่าจะไม่เฟลค่ะ

 ฝากเพจนิยายรัก อมยิ้มรสขมด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆเลยค่า ที่เข้ามาอ่าน

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     


     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     


     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     


     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     


     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
   

     

     



     

     

     


     

     



     

     

    

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #5 Wichitwon (@Wichitwon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 13:47
    ชอบค่ะ นางเอกก็ร้ายไม่เบา แต่ใช้มารยาและลดปากร้ายหน่อย
    #5
    1
    • #5-1 (@25271953) (จากตอนที่ 9)
      23 มกราคม 2562 / 14:19
      5555 ขอบคุณที่ชอบค่ะ เดี๋ยวจะให้นางเอกพูดให้เพราะขึ้นกว่านี้นะคะ แต่คงต้องใช้เวลาให้นางปรับนิสัยจากสถานการณ์ที่ต้องเผชิญก่อน เพราะอนาคตปัญหานางจะเยอะขึ้นทำให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นค่ะ ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์มากๆนะคะ ไรท์จะนำไปปรับปรุงแก้ไขค่ะ😊
      #5-1
  2. #4 pimvadeesai (@pimvadeesai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 17:37
    ชอบมากๆค่ะ. เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
    #4
    1
    • #4-1 (@25271953) (จากตอนที่ 9)
      22 มกราคม 2562 / 17:58
      ขอบคุณมากๆเลยค่า ถ้ามีอะไรผิดพลาด ช่วยแนะนำไรท์ด้วยนะคะ
      #4-1
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น