ซ่อนรัก กำแพงใจ(จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 82,669 Views

  • 314 Comments

  • 903 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,488

    Overall
    82,669

ตอนที่ 8 : รอด...หรือไม่รอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62

     "โป๊ก!"

     น่านฟ้าโขกหน้าผากเธอกับหน้าผากของเขาจนเกิดแรงกระแทกเสียงดัง ติณณภพถึงกับยกมือกุมหน้าผากตนเองอย่างลืมตัว อารมณ์พิศวาสที่มีอยู่หายไปในบัดดล เหลือเพียงความปวดแปลบที่เวลานี้บริเวณที่โดนโขกเริ่มแดงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

     "ทำบ้าอะไรของเธอ"ถามด้วยความโกรธแววตาเป็นประกายวาวโรจน์ มองคนอาศัยทีเผลอ ที่หนีไปยืนจังก้าอยู่ข้างเตียงอย่างเข่นเขี้ยว ไม่คิดว่าจะถูกอีกฝ่ายต้มจนเปื่อย เสียทีให้กับมารยาร้อยเล่มเกวียนนั้น

     "ก็เรียกสติน่ะสิ อยากบ้ากามดีนักไม่ใช่เหรอ"น่านฟ้าตอบเสียงห้วน แล้วยกมือขึ้นกอดอกยิ้มเยาะ ยักคิ้วขึ้นข้างให้คนที่ยังนั่งอยู่บนเตียงอย่างท้าทาย

     "เธอนี่มันแสบกว่าที่คิดเอาไว้จริงๆ"ติณณภพลุกจากเตียงพลางยกมือขึ้นชี้หน้าอย่างคาดโทษอีกฝ่ายเอาไว้ แล้วทำท่าจะก้าวเข้าหาหญิงสาวอีกครั้ง ทำให้น่านฟ้ากระโดดโหยงถอยหลังตั้งหลักแทบจะทันที แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอุตส่าห์ยกมือขึ้นชี้หน้าเขากลับคืนบ้าง

     "อย่านะ อย่าคิดทำอะไรแบบเมื่อกี้นี้อีก ไม่งั้นฉันไม่ยอมแน่"เธอขู่เสียงเข้ม แต่แทนที่มันจะดูน่าเกรงขามแต่กลับดูเหมือนลูกหมากำลังเห่าคนแปลกหน้ามากกว่า

     คนถูกขู่กระตุกยิ้มหัวเราะหึในลำคอ แสดงท่าทีว่าคงเป็นเรื่องตลกไม่น้อยหากเขากลัวคำขู่นั้น ความโกรธเมื่อครู่คลายลงเล็กน้อยพร้อมกับรอยแดงบนหน้าผากที่เริ่มจางลง เขายกมือขึ้นกอดอกมองคนที่มองมายังเขาด้วยความหวาดระแวงอย่างพยายามหาคำตอบ

      "เธอนี่มันหาความเป็นกุลสตรีไม่ได้เลยจริงๆ ไม่รู้แม่ฉันมองจากส่วนไหน ที่ว่าลูกสะใภ้ท่านเพรียบพร้อมนักเพรียบพร้อมหนา"ติณณภพเอ่ยพลางกวาดสายตาสำรวจไปทั่วทั้งตัวของอีกฝ่ายอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะส่ายหน้า เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาเห็น มันย้อนแย้งกันอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่มารดาพูด เอาเป็นว่าวันนี้เขาจะไม่ยุ่งกับเธออีก เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เขาไม่มีอารมณ์จะสานต่อ แต่วันอื่นนั้นไม่แน่ ซึ่งเขาจะไม่ตอบว่าวันไหน

     ชายหนุ่มเลิกให้ความสนใจกับอีกฝ่าย ก้าวไปทางห้องน้ำอย่างเงียบๆ ในขณะที่น่านฟ้ามองตามเขาอย่างประเมินท่าที ก่อนจะเห็นเจ้าของกายสมส่วนหันมาสบตากับเธอ แล้วเอ่ยเตือนเสียงหนัก

     "ระวังตัวไว้ให้ดี อย่าคิดว่าจะรอด"

     น่านฟ้าเบ้ปากรับกระแสสายตาข่มขู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนประตูห้องน้ำจะถูกปิดลง พร้อมกับติณณภพที่หายเข้าไปในนั้น

     เบื้องหลังสายตาของคู่อาฆาตที่กำลังทำธุระอยู่ในห้องน้ำ น่านฟ้าทำหน้าเหยเกอย่างเจ็บปวด ยกมือขึ้นลูบหน้าผากปอยๆ ทันใด

     "โอ้ย ทำไมมันเจ็บแบบนี้วะ"เอ่ยพลางสอดส่ายสายตาหายา เผื่อมียาทาแก้ระบมฟกช้ำอยู่ในห้องนี้ โชคดีที่สายตาเหลือบไปเห็นกล่องยาอยู่บนชั้นเก็บของ น่านฟ้าจึงถือวิสาสะยกกล่องนั้นลงมารื้อหาของที่ต้องการ 

     เมื่อหยิบหลอดยาได้ เธอก็ใช้มือนวดหน้าผากแล้วคลึงเบาๆ พลางทำหน้าเจ็บปวดพร้อมครางออกมาเบาๆ

     "โอ้ย เจ็บเป็นบ้า เวรกรรมอะไรของฉันนะ ที่ต้องมาแต่งงานกับไอ้ผู้ชายบ้ากามเนี่ย เอะอะก็จ้องจะกดจะปล้ำ ทุเรศชะมัด"บอกพลางชำเลืองมองไปยังหน้าประตูห้องน้ำด้วยสายตาเคืองแค้น เธอต้องหาวิธีหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะพลาดท่าเสียที แต่จะทำยังไงล่ะ ในเมื่อหากหย่าตอนนี้มันก็รวดเร็วจนน่าเกลียด คุณหญิงพิสมัยอาจจะสงสัยเอาได้ ว่าเธอแต่งเพื่ออยากได้เงินสินสอด

     "เฮ้อ"น่านฟ้าถอนหายใจยาวกับเรื่องยุ่งยากที่เกิดขึ้น และความกดดันต่างๆ ที่ต้องแบกรับเอาไว้ 

      ป่านนี้ไม่รู้พี่สาวเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง ยิ่งทั้งบอบบางและน่าทนุถนอมขนาดนั้น จะเอาตัวรอดจากพวกนกแร้งนกกาได้หรือเปล่า คิดไปน่านฟ้าก็อดเป็นห่วงพี่สาวคนเดียวไม่ได้ ทั้งที่ตัวเองก็จะเอาตัวไม่รอดอยู่รอมล่อ ไม่รู้วันไหนจะจะถูกเสือจับกิน เสียทีให้คนบ้ากามนั่นเข้าสักวัน

     "เฮ้อ..."น่านฟ้ายกมือขึ้นท้าวคางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย 

     บรรยากาศยามค่ำคืนของท้องทะเล ทำให้ร่างแบบบางที่ยืนอยู่ริมชายหาดดูผ่อนคลายลงไปไม่น้อย เวลานี้รอบตัวเธอเต็มไปด้วยความมืด มีเพียงแสงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าที่สาดส่องลงมาเป็นเพื่อน ความกังวลทั้งหมดก็เหมือนถูกซัดหายไปกับเสียงคลื่นที่กระทบฝั่งอย่างเป็นจังหวะ

     น่านฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรับอากาศบริสุทธ์ที่หาไม่ได้จากในเมืองหลวง เธอเดินเลียบชาวหาดไปเรื่อยๆ ด้วยความเพลิดเพลิน จนลืมไปว่าตัวเองได้เดินออกมาไกลมากเกินไปแล้ว 

     เมื่อนึกขึ้นได้ ก็พบว่าบริเวณที่ยืนอยู่ไม่มีแม้แต่เสียงนกเสียงแมลง ทุกอย่างเงียบกริบ เงียบยิ่งกว่าป่าช้า มีเพียงเสียงคลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ช่วยให้อุ่นใจได้เลยแม้แต่น้อย 

      น่านฟ้ากวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวงกับบรรยากาศรอบข้างอันชวนขนลุก บางทีแถวนี้อาจจะมีใครบางคนเคยจมน้ำตายหรือว่าอกหักแล้วมากระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่นี่ แล้วอาจจะเฮี้ยนมากๆ ก็ได้ หรืออาจจะมีคนถูกฆาตกรรมข่มขืนแล้วฆ่าอยู่แถวๆ นี้ เพราะดูจากบรรยากาศอันเงียบสงบไร้ผู้คนเช่นนี้ มันก็น่าอยู่ คิดพลางค่อยถอยหลังกลับอย่างระแวดระวัง หัวใจเต้นโครมครามชวนให้ระทึก ก่อนจะต้องสะดุ้งโหยงเมื่อมีมือของใครบางคนมาสัมผัสที่หัวไหล่

     "ตายโหง!"น่านฟ้าอุทานคำหยาบสีหน้าตื่น พร้อมหันกลับมาตามทิศทางของมือนั้นแล้วก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนรีบเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือนั้นว่าเป็นผีหรือโจรกันแน่

     แต่สิ่งที่เธอเห็นก็ทำให้โล่งอกตัวเบาหวิวขึ้นมาทันใด เมื่อเจ้าของมือนั้นไม่ใช่ทั้งผีและโจร แต่เป็นเจ้าของร่างสูงสง่าสามีของเธอเอง

     "คุณติณณภพ"น่านฟ้าเรียกชื่อเขา ด้วยความโล่งอก

     "ดึกๆ ดื่นๆ ออกมาทำอะไร"เขาเอ่ยเสียงขรึม แววตามีความขุ่นข้องปรากฏขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำอะไรไม่เข้าท่า ทำให้นึกเป็นห่วงจนต้องออกมาตาม ทั้งที่วันนี้เขานัดเจอเพื่อนที่คลับไนท์ เลยต้องโทรไปยกเลิกแล้วเลื่อนไปเป็นวันอื่นแทน

     "เอ่อ ฉันออกมาเดินเล่นน่ะ พอนึกขึ้นได้ ก็มาไกลขนาดนี้แล้ว"เอ่ยเสียงอ่อย พลางไม่กล้าสบสายตาเพราะรู้ว่าตัวเองทำให้เขาต้องเดือดร้อนออกมาตาม ติณณภพส่ายหน้าถอนหายใจอย่างระอา ใจหนึ่งก็อยากจะต่อว่าให้เข็ด แต่พอเห็นสีหน้าจืดเจื่อนแบบนั้นแล้ว ก็ทำเอาใจอ่อนยวบ ว่าอะไรไม่ลง

     "ช่างเถอะ วันหลังดึกๆ ดื่นๆ อย่าเดินออกมาไกลขนาดนี้ มันอันตราย"เขาเตือนเสียงห้วน โดยไม่สบสายตาอีกฝ่าย

     น่านฟ้าอมยิ้ม มองคนตัวสูงกว่าด้วยสายตาซุกซน "คุณเป็นห่วงฉันเหรอ" เมื่อเห็นว่าเขาทำเมิน เธอยิ่งชะโงกหน้าเข้าไปมองอย่างสอดรู้สอดเห็น ในขณะที่คนถูกถามในคำถามที่ไม่ต้องการอยากตอบจึงหมุนตัวกลับขณะปรับสีหน้าให้ดูขรึมขึ้นแล้วเอ่ย

      "อย่าถามมาก กลับได้แล้ว ฉันง่วง" เอ่ยพลางก้าวออกไปทันที โดยไม่สนว่าคนข้างหลังจะเดินตามทันหรือไม่

       "เฮ้ย คุณ! รอกันบ้างสิ ฉันไม่ได้เกิดมาขายาวแบบคุณนะ ถึงจะได้ก้าวตามทันน่ะ" น่านฟ้ารีบร้องเรียกเขา "เร่งก้าวตามเจ้าของร่างสูงสมส่วน ในขณะที่เขาก็ยังคงเดินห่างออกไปด้วยก้าวที่สม่ำเสมอ


       "คุณ! คุณ! หยุดก่อนสิ ฉัน ฉันกลัวผี" เธอตะโกนด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ ก่อนจะเห็นคนที่เดินอย่างไม่คิดจะรอชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมา

       "เพิ่งรู้ตัวหรือไงว่าต้องกลัว" 

      "ก็มันเพลินนี่" บอกพลางรีบก้าวให้ถึงตัวเขา" นานๆ ทีจะได้มาเห็นทะเลตอนกลางคืนแบบนี้ มันก็ต้องมีลืมตัวกันบ้าง"

      ติณณภพถอนหายใจเปล่งเสียงแสดงท่าทีรำคาญ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก ก่อนมือแกร่งจะออกไปคว้าเอาข้อมือเล็กแล้วฉุดให้เดินตาม

      แม้กระทำนั้นจะดูเหมือนอ่อนโยน แต่สีหน้าของเขากลับบึ้งตึง ซ้ำยังปรายหางตามองคนข้างๆ ด้วยสีหน้าหงุดหงิด ในขณะที่น่านฟ้าที่ถูกจูงให้เดินไปพร้อมกับเขา ก็อดที่จะอมยิ้มกับการกระทำนั้นไม่ได้ ดูท่าผู้ชายคนนี้จะเป็นคนปากร้ายแต่ใจดี ทำเป็นดุแต่ก็คงไม่มีอะไร(มั้งนะ)

     ความใกล้ชิดทำให้เธอกับเขาได้เริ่มเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แม้ไม่ได้ชอบขี้หน้าเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ไม่ได้ดูญาติดีกันนัก 

     หลังจากที่กลับมาจากทะเล คุณหญิงพิสมัยก็เรียกพบน่านฟ้าทันที คนที่ถูกเรียกพบก็อดที่จะหวั่นในใจไม่ได้ ว่าจะมีเรื่องยุ่งยากอะไรอีก หรือแม่สามีของเธอจะเกิดระแวงสงสัยแล้วคิดวางแผนทดสอบคุณสมบัติของตัวเธอที่ผู้เป็นแม่โฆษณาชวนเชื่อไว้เสียดิบดี หากเป็นแบบนั้นต้องเรื่องใหญ่แน่ๆ เพราะทุกวันนี้เธอยังร้อยมาลัยบิดๆ เบี้ยวๆ และฝีมือการทำอาหารยังต้องเทให้หมากินทุกครั้งอยู่เลย เพราะไม่มีใครทนกินฝีมือที่เธอทำได้ ทั้งที่แม่ก็อุตส่าห์บอกสูตรมาอย่างละเอียดยิบทุกเม็ดทุกกลยุทธ แต่ฝีมือเธอก็ยังไม่พัฒนา ซ้ำยังย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก 

      มีวันหนึ่ง เทให้หมาจรจัดแถวบ้าน มันยังแค่ดมแล้วเดินหนี แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าสุนัขไม่รับประทาน หรือจะให้พูดภาษาชาวบ้านแบบหยาบคายหน่อย ก็คือหมาไม่แดกนั่นแหละ

     น่านฟ้าคิดพลางถอนหายใจยาว ขณะเดินไปตามโถงทางเดิน จนกระทั่งถึงห้องรับแขก ซึ่งมีคุณหญิงพิสมัย นั่งอยู่บนโซฟา ก่อนสายตาของคุณหญิงพิสมัยผู้เป็นแม่สามีจะเหลือบมาเห็นผู้เป็นลูกสะใภ้จึงกล่าวเชิญด้วยน้ำเสียงชื่นบาน

     "อ้าว มาถึงแล้ว มานั่งตรงนี้สิจ๊ะ แม่มีอะไรจะคุยด้วย"

     "ค่ะ" น่านฟ้าก้มหัวรับคำยิ้มๆ ก่อนก้าวไปนั่งบนโซฟา ฝั่งตรงข้ามกับคุณหญิง

      "คืออย่างนี้ อีกสองอาทิตย์ก็จะถึงวันเกิดแม่แล้ว แม่ได้รู้มาว่าหนูฟ้ารำฉุยฉายได้งดงามมาก แม่จึงอยากจะให้หนูฟ้ารำแสดงในงานวันเกิดของแม่ จะได้มั้ยจ๊ะ"

     ได้ยินดังนั้น น่านฟ้าถึงกับเบิกตาขึ้นอย่างตกใจทันที แต่ก่อนที่คุณหญิงจะจับสังเกตได้ คนมีสีหน้าแบบนั้นก็รีบกลบเกลื่อนโดยการยิ้มหวานให้อีกฝ่ายแล้วเอ่ยอย่างไม่ลังเล

     "ได้สิคะ คุณแม่"

      มันไม่มีทางเลือก เธอต้องแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง 

     น่านฟ้าฉีกยิ้มกว้าง แสดงความเต็มอกเต็มใจออกไปอย่างไม่เกี่ยงงอน ทั้งที่ภายในใจนั้นร้อนรุ่มแทบจะอยู่ไม่สุขนั่งไม่ติดที่ นี่หากเป็นบ้านของเธอ เธอจะตะโกนคำว่าไม่เอาแล้วโว้ย ให้สุดเสียงไปเลย 

     นี่ล่ะหนาเวรกรรมของการที่ต้องหลอกลวงคนอื่น แม้จะดูสุขสบายดี แต่ใครจะรู้ว่าเธอไม่เคยรู้สึกเป็นสุขเลยแม้แต่วินาทีเดียว

      ไม่คิดว่าจะติด5555 แบบงงๆ   



    ติดตามชมตอนต่อไปค่า ฝากเพจนิยายรัก อมยิ้มรสขมด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆเลยค่า ที่เข้ามาอ่าน
   
    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

0 ความคิดเห็น


เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น