ซ่อนรัก กำแพงใจ(จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 83,166 Views

  • 314 Comments

  • 906 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,985

    Overall
    83,166

ตอนที่ 4 : อีน่านจะไม่ทนแล้วโว้ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5003
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    17 เม.ย. 62

     เช้าวันอาทิตย์ ณ บ้านทรงไทยหลังเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพดูดีสมกับเป็นบ้านนายทหารเก่าซึ่งอดีตเคยมียศเป็นถึงผู้บัญชาการสูงสุด มีลูกชายอนาคตไกลอายุเพิ่งจะสามสิบก็ได้เป็นถึงนายพัน แต่ทั้งคู่ต้องมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเสียก่อน ทำให้คุณนายสมรต้องอยู่โดดเดี่ยวเลี้ยงลูกสาวสองคนเพียงลำพัง ซึ่งก็อย่างที่รู้ที่เห็นกันในบ้าน พี่น้องสองคนบุคลิกนิสัยใจคอต่างกันราวฟ้ากับเหว คนหนึ่งเรียบร้อยอ่อนหวานแต่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว อีกคนม้าดีดกระโหลกชั้นเยี่ยมแต่เจ้าเล่ห์เพทุบาย ทั้งคู่ถูกเลี้ยงดูมาเหมือนกัน แต่น่านฟ้าผู้เป็นน้อง ไม่เคยรับคำสั่งสอนที่เข้ารูหูทุกวันมาปฏิบัติตามเลยสักครั้ง แม่ให้นั่งร้อยมาลัยน่านฟ้าไปตกปลา แม่ให้ฝึกทำกับข้าวน่านฟ้าอยู่ท้ายสวนยิงนกยิงกิ้งก่า ในขณะที่ดาวเด่นผู้เป็นพี่สาวปฏิบัติตามคำสั่งสอนของผู้เป็นแม่อย่างว่าง่าย ถูกหล่อหลอมให้เป็นกุลสตรีโดยแท้ และความเป็นดาวเด่นจึงทนไม่ได้ที่ต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ตนไม่ได้รัก สุดท้ายจึงเป็นน่านฟ้าที่ต้องเผชิญกับปัญหาเพื่อรักษาสิ่งสุดท้ายของคุณปู่ที่ให้ไว้ ยอมรับคำตัดสินของโชคชะตาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง 

     หากยึดความถูกต้องก็ต้องเสียบ้านไป หากอยากรักษาบ้านไว้ก็ต้องยอมเป็นคนไม่ดีหลอกลวงคนอื่น แม้ไม่ได้อยากทำ แต่น่านฟ้าก็เลือกที่จะทำข้อท้ายสุด โดยไม่รู้ว่า บางทีการตัดสินใจครั้งนี้ อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดก็ได้

    "เฮ้อ เมื่อไหร่คุณติณณภพอะไรนั่นจะมาสักทีล่ะแม่ ฉันนั่งรอจนก้นจะงอกรากอยู่แล้วเนี่ย"น่านฟ้าเอ่ยถามมารดาด้วยความหงุดหงิด เพราะจากเวลาที่นัดกันไว้ก็ล่วงเลยมาสองชั่วโมงแล้ว 

     "ก็คุณหญิงโทรมาบอกว่าคุณติณณภพออกมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ สงสัยรถจะติด"คุณนายสมรบอก อดไม่ได้ที่จะชะเง้อจนคอยาวไปทางประตูรั้วหน้าบ้าน น่านฟ้าฟ้าถอนหายใจยาว

     "สงสัยคุณติณณภพอะไรนั่นไม่อยากจะแต่งกับฉันแล้วมั้งแม่ ดูท่าทางวันนั้น ก็ไม่เห็นว่าเขาจะพิศวาสฉันสักนิด คนอาร้ายย ดุยังกับงูเห่าเขาละโงก"

     "พูดอะไรน่ะยัยฟ้า"คุณนายสมรหันมาตวาดมอบฝ่ามืออรหันต์ให้ลูกสาวที่ต้นแขนดังเพียะจนน่านฟ้าต้องร้องโอ้ยออกมา"ฉันยิ่งใจคอไม่ดีอยู่ ยี่สิบเก้าล้านเชียวนะยะ"

     "ก็จริงๆ นี่แม่ ดูท่าทางเขาก็ไม่ได้พิศวาสอะไรฉัน ออกจะไม่ชอบขี้หน้าด้วยซ้ำ เขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ ดูสิ รอมาตั้งสองชั่วโมงแล้ว ถ้าคนอยากแต่ง เขาไม่ให้รอนานแบบนี้หรอก"น่านฟ้าบอก ทำให้คุณนายสมรรีบตวัดสายตาดุไปมอง ก่อนเอ่ย

     "หุบปากไม่เป็นมงคลของแกไปเลยนะ ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยให้งานแต่งงานครั้งนี้ล้มเลิกง่ายๆ หรอก"

     "จ้า เพื่อเงินยี่สิบเก้าบ้านใช่มั้ยจ๊ะแม่"น่านฟ้าประชด ทำให้ผู้เป็นแม่หันมาส่งสายตาดุดันให้อีกครั้ง ก่อนทำท่ายกมือจะฟาดลงไปรอยเดิมที่แขน น่านฟ้าจึงรีบยกมือร้องห้าม

     "อย่านะจ๊ะแม่ ถ้าเนื้อตัวฉันเขียวขึ้นมา เดี๋ยวสวมชุดแต่งงานไม่สวย แล้วเกิดทางนั้นเขาไม่แต่งด้วยจะทำยังไงล่ะ"น่านฟ้าบอกพลางเขยิบตัวออกห่างผู้เป็นมารดาอย่างระแวดระวัง คุณนายสมรเห็นดังนั้นจึงรีบลดฝ่ามือลงแล้วถอนหายใจอย่างหงุดหงิด 

    "นั่นไงจ๊ะแม่ ว่าที่ลูกเขยของแม่มาละ"หญิงสาวร้องบอก ก่อนลุกขึ้นจัดชายกระโปรงให้เข้าที่มองไปยังรถคันหรูที่ร่างสูงสง่าของใครบางคนเดินลงมา แล้วแอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้

     'หล่อวัวตายควายล้ม'

     น่านฟ้ายักไหล่นิดๆ ก่อนพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วฉีกยิ้มกว้างให้ชายหนุ่ม

     น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก 

     "สวัสดีครับ"ติณณภพยกมือขึ้นไหว้สวัสดีคุณนายสมรที่ยืนแย้มยิ้มอย่างออกนอกหน้า นึกโล่งอกที่ว่าที่ลูกเขยมาถึงเสียที

     "สวัสดีค่ะ"คุณนายสมรรับไหว้ ก่อนหันไปทางบุตรสาวเพื่อให้อีกฝ่ายเอ่ยทักทายชายหนุ่มเพื่อเอาใจบ้าง แต่ทางน่านฟ้ารู้งานดีจึงยกมือขึ้นไหว้ผู้เป็นว่าที่สามีเสียก่อน

     "สวัสดีค่ะ คุณติณณภพ"

     ติณณภพมองคนยิ้มกว้างส่งมาให้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนเลื่อนสายตาไปทางคุณนายสมรแล้วเอ่ย"งั้นผมขอตัวพา..."บอกตรงๆ ว่าเขาลืมชื่อเธอไปแล้ว 

     "น่านฟ้าค่ะ ดิฉันชื่อน่านฟ้า"น่านฟ้ารีบบอกยิ้มๆ ด้วยสีหน้าไม่แปลกใจนัก พลางเหล่มองมารดาที่ทำหน้าไม่ถูก ที่ว่าที่ลูกเขยทำท่าว่าแม้แต่ชื่อเจ้าสาวก็ยังจำไม่ได้ เห็นทีคงจะเป็นอย่างที่บุตรสาวบอกแล้วกระมัง

     "ครับ น่านฟ้า"ติณณภพรับคำ ก่อนคุณนายสมรจะพูดขึ้น

     "งั้นก็ไปกันเถอะลูก เสร็จแล้วไม่ต้องรีบแวะมาส่งนะคะคุณติณณภพ อยากพาน้องเที่ยวดูหนังฟังเพลงต่อ ก็ตามใจเลยค่ะ"คุณนายสมรบอกแบบเปิดทางให้ฝ่ายชายเต็มที่ น่านฟ้าถึงกับมองมารดาแบบงงๆ ก็ไหนบอกให้เธอทำตัวเป็นกุลสตรีไง แล้วที่มารดาบอกฝ่ายชายเมื่อครู่ล่ะ แม่ของกุลสตรีคงนิยมทำแบบนั้นกันสินะ 


     "เฮ้ย ทำไมชุดมันแหวกหน้าแหวกหลังแบบนี้อะ"น่านฟ้าเอ่ยด้วยสีหน้าตกใจ พลิกชุดไปมาอย่างสำรวจแทบอยากจะขยำมันทิ้งตรงนั้น

     "เป็นชุดที่ติณณภพเลือกให้เองเลยนะคะ"

     "คุณติณณภพ"น่านฟ้าเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ"เขาเป็นคนเลือกชุดนี้เหรอ"
     "ใช่ค่ะ คุณติณณภพบอกให้ดิฉันส่งแบบชุดแต่งงานไปให้ แล้วบอกว่าจะเลือกชุดให้เจ้าสาวเองค่ะ คงกะจะเซอไพรส์มั้งคะ"

     เซอไพรส์กะผีสิ นี่มันแกล้งกันชัดๆ น่านฟ้าคิดก่อนมองไปยังชุดแต่งงานด้วยสายตามาดหมาย แล้วเดินออกนอกประตูไปโดยไม่ลืมถือชุดแต่งงานอันแสนวาบหวิวติดมือไปด้วย

     อีน่านจะไม่ทนแล้วโว้ย

     "ทำบ้าอะไรของคุณ นี่มันชุดผู้หญิงตู้กระจกชัดๆ"เอ่ยพลางทิ้งชุดลงบนโต๊ะทรงกลมตรงหน้าอีกฝ่ายด้วยความโมโห

     ติณณภพมองชุดที่ถูกขยำจนยับด้วยสีหน้าไม่แปลกใจนัก เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วเอนตัวพิงพนักโซฟายกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยท่าทางไม่แสดงความทุกข์ร้อนใดๆ ก่อนเอ่ย"อยากได้ชุดไทยว่างั้น"เขาหยุดเว้นช่วง ใช้สายตาคู่คมกวาดมองคนที่ยืนค้ำหัวอยู่อย่างเฉยชา ก่อนเอ่ย"เห็นจะไม่ได้ เพราะงานแต่งจัดแบบสากล เพราะฉนั้นชุดนี้ฉันก็ว่าโอเคดี เธอมีปัญหาอะไร"

     "ฉันไม่ได้อยากได้ชุดไทย แต่ขอให้มันเป็นชุดที่วาบหวิวน้อยกว่านี้ ชุดนี้ฉันคิดว่ามันโป๊เกินไป"น่านฟ้าบอก ก่อนตวัดสายตามองอีกฝ่ายอย่างค้อนๆ แล้วยื่นข้อเสนอ"ไม่งั้น ฉันขอเป็นคนเลือกชุดเอง"

     "ก็ตามใจเธอ"ติณณภพตกลง จนน่านฟ้าชะงัก ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะยอมตามใจเธอแบบง่ายๆ แล้วที่เธอโมโหจนเผลอเหวี่ยงใส่เขาเมื่อครู่นี้ล่ะ 

     น่านฟ้ามีท่าทีอ่อนลงก่อนเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มแล้วเดินเข้าไปในห้องชุดเพื่อเลือกหาแบบที่ถูกใจ เธอคิดว่าจะเลือกแบบสำเร็จรูปไปเลย จะได้ไม่เสียเวลาตัดเย็บให้ยุ่งยาก ให้ช่างแก้นิดแก้หน่อยก็น่าจะใส่ได้แล้ว ดีแค่ไหนที่ไม่ต้องสวมชุดวาบหวิวแหวกหน้าอกจนแทบเห็นสะดือนั่น


     เมื่อเลือกชุดเสร็จเรียบร้อยติณณภพจึงพาน่านฟ้าแวะไปทานข้าวข้างนอก จากนั้นจึงออกไปฟังเพลงกันที่ผับหรูแห่งหนึ่ง 

     "รับอะไรดีคะ"เด็กเสิร์ฟเดินมาจดออร์เดอร์ทันทีเมื่อเห็นทั้งคู่นั่งลงเรียบร้อยแล้ว 

     "ขอเป็นวิสกี้"ติณณภพบอกก่อนหันไปถามคนพามาด้วย"แล้วเธอล่ะ จะสั่งอะไร"คงไม่พ้นน้ำส้ม น้ำนางเอกในตำนานเพื่อสร้างภาพ ติณณภพคิดก่อนเกิดรอยยิ้มหยันเล็กๆ ที่มุมปากของเขา น่านฟ้าเห็นดังนั้นก็พอรู้ว่าเขากำลังปรามาสเธอในใจ หญิงสาวจึงยิ้มหยันกลับบ้างแล้วเอ่ยกับเด็กเสิร์ฟโดยไม่ละสายตาออกจากใบหน้าของชายหนุ่ม เธออยากรู้นักว่าถ้าในสิ่งที่เขาคิดมันสวนทางกัน ผู้ชายคนนี้จะทำหน้ายังไง

     "ว้อดก้าเพียวๆ สองขวด"น่านฟ้าสั่ง ก่อนยักคิ้วหลิ่วตาให้อีกฝ่ายอย่างผู้ชนะ แล้วก็เป็นดังคาด ผู้ชายหน้าหล่อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับกระตุกคิ้วด้วยความคาดไม่ถึง แต่เพียงไม่นานเรียวปากได้รูปก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย

     "ฉันไม่คิดว่าเธอจะดื่มเป็น"เขาเอ่ย น่านฟ้ายักไหล่เล็กน้อยเหมือนไม่ยี่หระ ที่นี่ไม่มีแม่เธอจะทำอะไรก็ย่อมได้ ขอเป็นตัวของตัวเองสักวันก็ยังดี ส่วนเขาผู้ชายตรงหน้าจะคิดยังไงก็ช่าง ที่จริงเธอก็ไม่ได้ชอบดื่ม แค่อยากท้าทายสายตาดูแคลนกับรอยยิ้มหยันเมื่อครู่ก็เท่านั้น 

     แล้วแก้วแรกก็เริ่มต้นขึ้น

     น่านฟ้ายกแก้วว้อดก้าเพียวๆ ขึ้นดื่มแทบจะทันทีที่เด็กเสิร์ฟรินเสร็จ แล้วเธอก็วางแก้วเปล่าที่ไม่เหลือเหล้าอยู่ในนั้นสักหยดลงบนโต๊ะพลางทำตาหยี ติณณภพมองหญิงสาวอย่างตกตะลึง นี่หรือไงคนที่มารดาของเขาบอกว่าเรียบร้อยเป็นกุลสตรีทุกระเบียดนิ้ว แรกเจอเขาก็พอจะเชื่อได้บ้าง แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มชักไม่อยากเชื่อในสิ่งที่มารดาพูดเสียแล้ว คงไม่มีกุลสตรีที่ไหนยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแบบนั้น ดี น่าค้นหา เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนยังไงกันแน่ 

     น่านฟ้ายกแก้วเหล้าแก้วที่สองขึ้นซดต่อ โดยไม่รอให้ใครมารินให้ เธอจัดการรินมันลงแก้วจนเต็มเสียเองแล้วดื่มรวดเดียวหมด ติณณภพมองอย่างคาดไม่ถึงก่อนจะเอ่ยถามเสียงหยัน

     "ดื่มหนักขนาดนั้น มีแผนให้ฉันพาเข้าหอก่อนวันแต่งหรือไง"

     คำถามนั้นทำให้คนกำลังยกเหล้าแก้วที่สามขึ้นกระดก ชะงักกึกแทบจะทันที

     "อะไรนะ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ"น่านฟ้าเอ่ยถาม เมื่อรู้สึกว่าเมื่อครู่เธอได้ยินในสิ่งที่เขาพูดไม่ค่อยถนัดนัก

     ติณณภพเอนตัวพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนยิ้มหยันนิดๆ ที่มุมปากไม่ลังเลที่จะย้ำคำพูดเมื่อครู่ให้อีกฝ่ายได้ยินให้แน่ชัด"ฉันบอกว่า ดื่มหนักขนาดนั้น มีแผนให้ฉันพาเข้าหอก่อนวันแต่งงานหรือไง"

     เคร้ง!

     จบคำ ว้อดก้าเพียวๆ ที่เหลืออยู่ในแก้วถูกสาดเข้าไปที่อกเสื้อคนเอ่ยก่อนคนสาดจะปาแก้วนั้นกระแทกพื้นทันใด ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆ โต๊ะถึงกับหันขวับมองมายังจุดเกิดเหตุทันที

     "อย่าดูถูกคนอื่น ถ้ายังไม่รู้จักคนๆ นั้นดีพอ"


       ติดตามตอนต่อไปค่า ขอบคุณทุกคนนะคะ ที่เข้ามาอ่าน 







    



    

     



    
     

     

    

     




    

    
     

     

    

     




    



    

     



    
     

     

    

     




    



    



    

     



    
     

     

    

     




    

    
     

     

    

     




    



    

     



    
     

     

    

     




    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

0 ความคิดเห็น


เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น