ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 ยี่สิบเก้าล้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    5 พ.ค. 62


     ติณณภพขมวดคิ้วมุ่นทันที เมื่อได้ยินจำนวนค่าสินสอดที่อีกฝ่ายเรียก นี่หวังขายลูกสาวกินชัดๆ ถึงเงินแค่นี้เขาจะจ่ายได้แบบสบายๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะจ่ายให้ใครเอาไปใช้ได้ตามใจชอบ ชายหนุ่มเหลือบมองมารดาที่พยักหน้ารับรู้อย่างช้าๆ ไม่ได้มีท่าทีเห็นว่าฝ่ายนั้นเรียกมากเกินไปจนน่าเกลียด ก่อนคุณหญิงพิสมัยจะพูดขึ้น

     "ยี่สิบล้าน ดิฉันว่ามันเป็นเลขไม่ค่อยมงคลเท่าไหร่นะคะคุณนายสมร"คำพูดนั้นทำให้คุณนายสมรชะงักแล้วยิ้มแห้งๆ คิดว่ายี่สิบล้านทางนั้นคงหาว่ามันมากเกินไป ไม่อย่างนั้นตนอาจจะลดลงเหลือสักสิบห้าล้านก็พอ จำนวนที่เรียกไปเมื่อครู่ ก็แค่พูดเผื่อไว้เท่านั้น เพราะเห็นว่าฝ่ายนั้นรวยมหาศาล เงินแค่นี้คงไม่ระแคะระคายเส้นเลือดในตัวสักเท่าไหร่

      แต่...

     "เอาเป็นว่าดิฉันให้ยี่สิบเก้าล้านก็แล้วกัน"คุณหญิงพิสมัยบอก คุณนายสมรถึงกับตาโตอ้าปากค้างก่อนจะรีบระงับอาการนั้นไว้ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่น่านฟ้าทำหน้าตกใจด้วยความคาดไม่ถึง ติณณภพยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยสายตามีแววเหยียดหยันกับกิริยาของสองแม่ลูกอย่างเห็นได้ชัด แต่หาได้มีใครสังเกตเห็น เพราะมัวแต่ตกใจกับค่าสินสอดที่อีกฝ่ายให้มา 

     "ยี่สิบเก้าล้าน"คุณนายสมรทวนคำแบบไม่อยากเชื่อ ว่าฝ่ายนั้นจะกล้าให้สินสอดถึงขนาดนี้ ก่อนจะเผยยิ้มออกมาอย่างสงวนท่าทีเอาไว้ ทั้งที่กำลังดีอกดีใจจนแทบช็อก

    "ใช่ค่ะ ยี่สิบเก้าล้าน เลขนี้น่าจะเป็นมงคล อีกอย่างลูกชายคนเดียวของดิฉันแต่งงานทั้งที ดิฉันก็อยากจะให้สมเกียรติสมฐานะ ทั้งทางครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวด้วย"คุณหญิงบอกด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล ก่อนจะหันไปทางลูกชายที่นั่งไม่พูดไม่จาอยู่ข้างตน"ตาติ พาน้องลงไปเดินเล่นข้างล่างทำความรู้จักกันซะสิ วันตบวันแต่งจริงๆ เจ้าสาวจะได้ไม่รู้สึกเก้อเขิน"

     จบคำของคุณหญิงพิสมัย น่านฟ้าปรายตาขึ้นมองว่าที่เจ้าบ่าวทันใด เห็นเขายังนิ่งเธอเลยทำตัวไม่ถูก ก่อนติณณภพจะก้มหน้ารับคำมารดาเพื่อรักษามารยาท แล้วลุกขึ้นยืนรอคนเป็นว่าที่เจ้าสาวให้ลุกขึ้นตาม

     น่านฟ้าลุกขึ้นด้วยท่าทีประหม่า ยิ่งเห็นใบหน้าเรียบเฉยนั้นมองมาเหมือนไม่แยแส ยิ่งเพิ่มอาการประหม่ามากยิ่งขึ้น จนมือแกร่งของเจ้าของร่างสูงยื่นส่งมาให้อย่างเชื้อเชิญ เธอจึงค่อยยื่นมือออกไปสัมผัสมือขาวสะอาดนั้นด้วยท่าทางไม่มั่นใจนัก คุณแม่ทั้งสองเห็นกิริยานั้นก็อดที่จะอมยิ้มยินดีไม่ได้ ที่ฝ่ายชายไม่ได้หมางเมินเจ้าสาวของตัวเองจนเกินไปนัก แม้ใบหน้านั้นจะดูเคร่งขรึมไม่แสดงความรู้สึกใดออกมาก็ตาม

     เมื่อเดินมาถึงที่ลับตามารดาทั้งสอง ติณณภพก็ปล่อยมือบางนั้นทันที ก่อนตวัดสายตาคมดุมองอีกฝ่ายอย่างคาดคั้นแล้วพูดขึ้น

     "ถามจริงๆ เถอะ เธอแต่งงานกับฉันเพราะอะไร"

     ถูกถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำแบบนั้น คนที่ยังไม่ได้เตรียมตัวตั้งรับสถานการณ์ถึงกับตัวลีบไปในทันใด น่านฟ้าก้าวถอยห่างจากร่างสูงสง่านั้นโดยอัตโนมัติก่อนรีบคิดหาคำตอบแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอึกอัก"แต่งเพราะ เพราะ..."

     "หวังเงิน"

     ยังไม่ทันได้พูดจบติณณภพก็ตอบให้เสียก่อน ทำให้คนกำลังจะตอบเผลอมองเขาด้วยความโมโหที่บังอาจมาดูถูกเธอ ที่จริงก็ดูถูกจริงๆ นั่นแหละ แต่เอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงใจกันแบบนี้ อย่าคิดว่าเธอจะยอมให้เป็นฝ่ายถูกด่าฝ่ายเดียว

     น่านฟ้ายกมือขึ้นท้าวสะเอวประจัญหน้ากับคนตัวสูงเตรียมตอบโต้

     "นี่คุณ! อย่ามากล่าวหากันแบบ..."ยังไม่ทันจบคำ ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเผลอทำตัวไม่เป็นกุลสตรีออกไป เผื่อฝ่ายนั้นรู้เช่นเห็นชาติ ก็จะอดได้เงินค่าสินสอดมาไถ่เรือนหลังนี้ ม้าดีดกระโหลกจึงรีบปรับเปลี่ยนท่าทีเป็นผ้าพับไว้ในทันใด

     "เอ่อ ขอโทษค่ะ คือฉันไม่ได้ตั้งใจจะเสียงดังกับคุณ อยากรู้ใช่มั้ยคะ ว่าทำไมฉันถึงได้ยอมแต่งงาน ที่จริง ฉันไม่ได้ต้องการเงินคุณหรอกนะคะ แม้แต่บาทเดียวก็ไม่เคยคิดอยากจะได้"ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ"แต่ที่ยอมแต่ง ก็เพราะฉันไม่อยากเป็นลูกอกตัญญู ขัดใจผู้บังเกิดเกล้าที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่อ้อนแต่ออดน่ะค่ะ คือฉัน..."

     "พอๆ เลิกสาธยายได้แล้ว ฉันไม่อยากฟังเธอพล่าม"ติณณภพรีบเอ่ยขัด เพราะรู้สึกรำคาญเต็มทน ผู้หญิงอะไร พูดมากจนน่าเบื่อ แล้วไอ้ท่าทางเดี๋ยวก็กระโดกกระเดกเดี๋ยวก็เรียบร้อยนั่นคืออะไร สงสัยคราวนี้แม่เขา อาจถูกเอาหนูบ้านมาย้อมเป็นแมวขายให้แล้วกระมัง ดี เดี๋ยวได้รู้กัน ว่าแม่นี่จะอยู่ที่บ้านของเขาได้สักกี่อาทิตย์ เผลอๆ เผ่นแนบตั้งแต่วันแรก ริมฝีปากได้รูปของคนตัวสูงมองอีกฝ่ายแล้วกระตุกยิ้มอย่างมีนัยยะแอบแฝง ทำให้คนถูกมองด้วยท่าทางแบบนั้นขมวดคิ้วพลัน รู้สึกได้ถึงรังสีบางอย่างที่ไม่น่าไว้ใจ แผ่กระจายออกมารอบๆ ตัวเขา จึงอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

     "คุณยิ้มแบบนั้นทำไมคะ"

     ติณณภพเลิกคิ้วขึ้นไม่ตอบคำถามของอีกฝ่าย แต่กลับเปลี่ยนเรื่องเสียอย่างนั้น"ฉันเบื่อที่นี่แล้ว จะขึ้นไปบนเรือน ไปหาคุณแม่ ไปดูว่าทางเธอขูดรีดแม่ฉันไปได้เท่าไหร่แล้ว"เอ่ยจบก็หมุนตัวก้าวออกไปทันที ไม่ชวนแล้วยังไม่หันมองอีกฝ่ายแม้แต่หางตาด้วยซ้ำ 

     "โธ่เอ้ย ทำเป็นมาพูดดี ที่แท้ก็ไอ้ลูกแหง่นี่หว่า"เมื่อคาดว่าอีกฝ่ายเดินไปไกลจนไม่น่าจะได้ยินในสิ่งที่ตนพูด น่านฟ้าจึงส่งเสียงชิชะ ยกมือขึ้นกอดอกเอ่ยออกมาอย่างหมั่นไส้ มองตามร่างสูงนั้นไปด้วยความแค้น สรุปชีวิตแต่งงานของเธอ คงหาความสงบสุขไม่ได้สินะ 

     "ดิฉันต้องขอตัวกลับแล้วนะคะ ทุกอย่างก็ตามที่พูดกันไว้ เดี๋ยวอีกสามวันจะให้ตาติมารับตัวหนูฟ้าไปลองชุดเจ้าสาว"คุณหญิงพิสมัยเอ่ยแย้มยิ้ม 

     "ได้เลยค่ะ ที่จริงมาได้ทุกเวลาเลยนะคะ เพราะลูกสาวของดิฉัน เป็นคนอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ไม่ชอบเที่ยว ขนาดบอกให้ออกไปเที่ยวสังค์สรรกับเพื่อนฝูงบ้างก็ไม่ยอม คือลูกฟ้าเป็นคนไม่ชอบเรื่องแบบนี้น่ะค่ะ อยู่บ้านก็เอาแต่นั่งร้อยมาลัย ทำอาหาร รสมือนี่ไม่ต้องบอกค่ะ เชฟโรงแรมดังๆ ก็ยังต้องยอมรับ"คุณนายสมรร่ายยาว ไม่วายอวดอ้างสรรพคุณของลูกสาว ให้ทางว่าที่ลูกเขยได้ยินบ้าง ติณณภพทำเพียงปรายตามองคนอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเล็กน้อย ภายใต้ใบหน้านิ่งขรึมที่ไม่มีใครอ่านออก ในขณะที่คนถูกชื่นชมเกินจริงก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ รับคำชมแบบไม่ถนัดใจนัก นึกตำหนิแม่ที่พูดเวอร์เกินความพอดี แบบนี้เธอลำบากทีหลังแน่ มีแต่คุณหญิงพิสมัยที่แย้มยิ้มรับฟังอย่างยินดี ที่ได้ลูกสะใภ้งามพร้อมสมความปรารถนา


     "โอ้ยแม่ แม่ไปพูดซะเกินจริงแบบนั้น ฉันก็แย่สิ"น่านฟ้าเอ่ย หลังจากที่คุณหญิงพิสมัยกับว่าที่เจ้าบ่าวกลับไปแล้ว

     "เออน่า ตอนนี้เอาเงินค่าสินสอดไว้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"คุณนายพิสมัยบอก ก่อนทำหน้าแย้มยิ้มดีใจเมื่อนึกถึงเงินยี่สิบเก้าล้าน แต่ต้องถูกขัดจินตนาการเสียก่อน เมื่อบุตรสาวคนเล็กเอ่ยขึ้น

     "แล้วเรื่องสินสอด ฉันว่ามันเยอะไปนะแม่ ตั้งยี่สิบเก้าล้าน ที่จริงเรือนหลังนี้ก็จำนองธนาคารไว้แค่สามล้านเอง ถ้าเกิดทางนั้นจับได้ ว่าเราหลอกเขาล่ะก็ เราไม่ติดคุกหัวโตเหรอแม่"น่านฟ้าบอกอย่างเป็นกังวล ทำให้คนเป็นแม่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่พอใจ มองบุตรสาวด้วยสายตาเคืองขุ่น

     "ไม่มีทางจับได้หรอก ถ้าแกไม่ทำเสียเรื่องซะก่อน ไปเลย ไปหัดนั่งร้อยมาลัยต่อ เอาให้สวยให้เนี้ยบกว่านี้"

     "อีกแล้วเหรอแม่ มือฉันจะพรุนไปหมดแล้วเนี่ย ร้อยไปเข็มก็ทิ่มเอาทิ่มเอา พวงมาลัยมันก็ยังบิดๆ เบี้ยวๆ อยู่ดี"น่านฟ้าบ่นกอดอกตีหน้ายุ่ง

     "แกไม่ต้องมาบ่น ฉันบอกให้ทำอะไรก็รีบไปทำ ถ้าไม่อยากให้คุณหญิงกับลูกชายจับได้ล่ะก็"คุณนายสมรชี้นิ้วขู่ ทำให้น่านฟ้าถอนหายใจออกมาอย่างจำยอม ลงเท้าหนักเดินตรงไปยังศาลา ภาพกุลสตรีเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อน หายไปในพริบตา ในขณะที่คุณนายสมรก็ได้แต่ร้องเตือนเรื่องท่าเดินแบบม้าดีดกระโหลกของบุตรสาว แต่คนถูกเตือนหาสนใจไม่ ก็ขอเป็นตัวของตัวเองบ้างสักนาทีสองนาทีให้หายใจหายคอโล่งบ้างไม่ได้เลยหรือยังไง


    ติดตามตอนต่อไปค่า ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
  ซ่อนรัก กำแพงใจ ฉบับ e-book


ซ่อนรัก กำแพงใจ
อมยิ้มรสขม
www.mebmarket.com
   เขากลับมาพร้อมกับผู้หญิงคนใหม่และเธอที่มีลูกวัยกำลังน่ารัก เมื่อความเข้าใจผิด ทำให้ทุกอย่างผิดพลาด เขา เธอ ควรเลือกหรือปล่อย เมื่อเส้นทางของความรักไม่ได้สวยงามตั้งแต่แรกเริ่ม และ อาจจบลงด้วยคราบน้ำตา   ติณณภพ ธำรงค์ธนทรัพย์   แต่งกับเธอแล้วไง ค่อยหย่าทีหลังก็ได้ ผู้หญิงแบบนั้นอย่าหวังว่าเขาจะให้ค่า   น่านฟ้า กลเกียรติกูล       หลังจากสามเดือนเธอต้องไปจากเขา และอย่าหวังว่าจะได้แตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายเล็บ     "นั่นเธอจะทำอะไร" ติณณภพเอ่ยถามเมื่อเห็นน่านฟ้ารื้อตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเอาชุดกระโปรงของเธอออกมาเพื่อเตรียมจัดใส่กระเป๋า"      "กลับบ้าน กลับไปอยู่บ้านฉัน" น่านฟ้าบอก พร้อมพับเสื้อผ้าลงในกระเป๋าอย่างตั้งใจ ไม่สนสายตาที่มองมาอย่างไม่เห็นด้วย       "ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น" ติณณภพเอ่ยเสียงเข้ม ในขณะที่น่านฟ้ารีบเงยหน้าขึ้นมองเขา      "ทำไม ฉันจะไปไหนมันก็สิทธิ์ของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ ในเมื่อคุณไม่ยอมทำตามสัญญา ฉันก็จะไม่ทำหน้าที่ภรรยาเหมือนกัน"      "หน้าที่ภรรยา"ติณณภพเอ่ย ส่งเสียงหึในลำคอ "เธอเคยทำหน้าที่นี้ด้วยหรือไง"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น