ซ่อนรัก กำแพงใจ(จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 83,167 Views

  • 314 Comments

  • 906 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,986

    Overall
    83,167

ตอนที่ 2 : อื้อหือ หล่อโคตรๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    4 พ.ค. 62

     "เอาวะ ชนกันสักตั้ง ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไป"

     แล้วภารกิจรักษาสมบัติบ้านหลังสุดท้ายของคุณปู่ ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

     น่านฟ้า กลเกียรติกูล เอ่ยอย่างเชื่อมั่น ก่อนลงมือโขลกพริกชี้ฟ้าในครกหินอย่างเอาเป็นเอาตาย 

     โบราณว่าไว้ บ้านไหนลูกสาวโขลกพริกเสียงดังแรงดี บ้านนั้นมีลูกสาวเป็นแม่บ้านแม่เรือน หากได้ตบแต่งเป็นสะใภ้บ้านไหนบ้านนั้นก็ถือว่าโชคดี

     วันนี้น่านฟ้าถูกผู้เป็นแม่สั่งให้เข้าครัวฝึกฝีมือการทำอาหารตามสูตรเก่าแก่ของตระกูล เพื่อเตรียมตัวเป็นภรรยาที่ดีของสามีในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า และอีกอย่างจะได้สวมรอยเป็นพี่สาวได้อย่างแนบเนียน และไม่ใช่แค่เรื่องการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิน เดิน นั่ง ยืน แม้กระทั่งการนอน เธอถูกจับฝึกใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เหมือนดาวเด่นพี่สาว แม้อย่างนั้นคนถูกจับย้อมสีก็ไม่มีแม้จะบ่นออกมาให้ผู้เป็นมารดาได้ยิน แต่บ่นอยู่เพียงคนเดียว

     ความเหนื่อยยาก นำพามาซึ่งความโชคดีทีหลัง น่านฟ้าเชื่อเช่นนั้น แม้น้ำพริกลงเรือวันนั้นจะกินไม่ได้ก็เถอะ


     "ตามใจคุณแม่เลยครับ" ติณณภพเอ่ยอย่างเฉยชาเมื่อผู้เป็นแม่บอกว่าอีกไม่กี่วันก็จะุถึงวันนัดดูตัวเจ้าสาวแล้ว 

     "โธ่ ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะตาภพลูก ลูกก็รู้ว่าสิ่งที่แม่หาให้ทั้งหมด ต้องดีที่สุดสำหรับลูก" คุณหญิงทำสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจ รู้สึกเดาใจบุตรชายของตนเองไม่ถูก ว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ

     "แล้วแต่คุณแม่ไงครับ เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผมอยู่แล้ว" ติณณภพเอ่ยสายตาคู่คมจับจ้องตัวเลขหุ้นสนามบินในจอคอมพิวเตอร์อย่างสนใจ เหมือนกับเรื่องที่คุยอยู่นั้นเป็นเรื่องสัพเพเหระทั่วไป ไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตเลยแม้แต่น้อย 

     เขาเป็นพวกประเภทไม่ขัดใจผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ทำตามซะทีเดียว แคร์ในสิ่งที่ควรแคร์ และไม่สนในสิ่งที่ไม่อยากจะสน นั่นแหละนิสัยเขา ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นดีพร้อมตามที่แม่บอกสักแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่ถูกตาต้องใจ ผู้หญิงคนนั้นจะกลายเป็นเพียงธาตุอากาศสำหรับเขาไปในทันที เดี๋ยวทนไม่ได้ก็หนีเตลิดเปิดเปิงไปเอง แต่งได้ก็หย่าได้ นั่นแหละสิ่งที่ผู้ชายคนนี้คิด นั่นแหละคือสาเหตุที่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงแปลกหน้าโดยง่าย ไม่เดือดร้อน ไม่มีอะไรเสียหาย

      ในที่สุดก็ได้ฤกษ์อันเป็นมงคล วันที่คุณหญิงพิสมัยจะมาทาบทามสู่ขอเจรจาเรื่องสินสอดทองหมั้นอย่างเป็นทางการ น่านฟ้าถูกจับแปลงโฉมใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม ล้วนแต่ดูเรียบร้อยอ่อนหวานสมกับเป็นผู้ดี คนที่อยู่ในชุดลูกไม้ประดับด้วยมุกเม็ดเล็กรอบคอเสื้อนั่งชะเง้อชะแง้มองไปทางประตูหน้าบ้านอย่างใจจดใจจ่อ ทำให้คุณนายสมรต้องรีบเอ่ยปราม เมื่อเห็นกิริยาไม่สมควรของบุตรสาว 

     "นั่งให้มันดีๆ หน่อยได้ไหมยัยฟ้า จะชะเง้อคอยาวไปถึงไหน"

     "ก็คนมันอยากเห็นนี่แม่ ว่าหน้าตาลูกชายบ้านนั้นจะเป็นยังไง จะได้ทำใจไว้ตั้งแต่เขาอยู่หน้าประตูโน่น ถ้าเผื่อว่าหน้าตาอัปลักษณ์ขี้ริ้วขี้เหร่ ฉันจะได้ไม่เผลออุทานตกใจต่อหน้าคนเยอะๆ" น่านฟ้าอธิบาย เพราะเธอเองก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาว่าที่สามีเลยสักครั้ง ได้แต่ลุ้นขออย่าให้ขี้เหร่จนเข้าซอยไหนหมาเห่าซอยนั้นก็พอ

     "เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันสืบมาแล้ว ลูกชายบ้านนั้นหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว นิสัยเหรอก็ถือว่าใช้ได้ ไม่เที่ยวไม่ดื่ม มีความรับผิดชอบต่อการงานถือว่าเป็นบุญของแกด้วยซ้ำ" คุณนายสมรบอกลูกสาวก่อนจะถอนหายใจเสียงดังแล้วเอ่ย "แต่เป็นกรรมของเขานี่สิ ที่จะได้แกไปเป็นเมีย"

     "อ้าวแม่ พูดงี้ฉันก็เสียสิ ฉันเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วแม่ก็เห็นนี่นา อีกอย่างฉันก็ไม่ได้อยากแต่งสักหน่อย" คนตัวเล็กหันไปโวยใส่ผู้เป็นแม่ ก่อนยกมือกอดอกหน้ามุ่ยอย่างขุ่นเคือง แต่สักพักตาเล็กนั้นก็รุกวาวเท่าไข่ห่านขึ้นทันใด เมื่อเหลือบไปเห็นคุณนายพิสมัยเดินเคียงคู่มาพร้อมกับชายคนหนึ่งรวมถึงผู้ติดตามอีกสองสามคน

     "แม่ นั่นไง มาแล้ว" น่านฟ้าชี้มือบอกก่อนจะถูกคุณนายสมรฉวยมือให้นั่งลงให้เรียบร้อย

     "นั่งลงดีๆ เดี๋ยวฉันไปต้อนรับเอง" คุณนายสมรบอกบุตรสาว ก่อนยกมือขึ้นชี้หน้าขู่ "แล้วอย่าลืมล่ะ ทำตัวให้มันเป็นกุลสตรี ถ้าอยากได้เงินค่าสินสอดมาไถ่บ้านหลังนี้คืน"

    "จ้าแม่" น่านฟ้าบอกยิ้มๆ แต่พอลับหลังมารดาที่ลงบันไดเรือนไปต้อนรับแล้ว คนในชุดลูกไม้เรียบร้อยสวยงามก็ผุดตัวลุกขึ้น แล้ววิ่งจนพื้นไม้แทบสะเทือนไปยืนแอบมองหมู่คนด้านล่างอยู่ตรงมุมประตู

    "อื้อหือ หล่อโคตรๆ คนหรือรูปปั้นวะนั่น" น่านฟ้าเอ่ย ยื่นหน้าออกไปเพียงครึ่ง แต่ต้องชะงักรีบเบี่ยงตัวหลบหลังฉากประตูทันที เมื่อสายตาคู่คมกริบของเจ้าของร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มตวัดขึ้นมามอง จ๊ะเอ๋เข้ากับดวงตาสีดำของเธอแบบพอดิบพอดี

     "เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ" น่านฟ้ายกมือทาบอกเอ่ยอย่างใจหายใจคว่ำ "คนอะไรวะ ตาเร็วเป็นบ้า" เอ่ยจบก็รีบวิ่งกลับมานั่งชดช้อยเรียบร้อยอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม เพราะทุกคนกำลังจะขึ้นมาบนเรือนไทยแล้ว 

     เมื่อคุณนายสมรพาคุณหญิงและบุตรชายขึ้นมาบนเรือนเรียบร้อยแล้ว น่านฟ้าผู้รู้งานก็ค่อยลุกขึ้นยืนด้วยกิริยาเรียบร้อยอ่อนหวาน ตามที่ฝึกมาเป็นเวลาสามวันแล้วยกมือขึ้นไหว้สวัสดีคุณหญิงพิสมัยพร้อมส่งยิ้มอย่างเอียงอาย(นั่นคือการแสดงล้วนๆ)

     "ไหว้พระเถอะจ้ะ ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากหรอก อีกหน่อยเราก็จะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันอยู่แล้วนะจ๊ะหนู" คุณหญิงเอ่ยอย่างเอ็นดู ก่อนหันไปทางบุตรชายแล้วพูดขึ้น"ตาภพ นี่หนูฟ้า ว่าที่ภรรยาของลูก ทำความรู้จักกันไว้สิลูก"

      "สวัสดีค่ะ" จบคำน่านฟ้าก็แทบจะย่อตัวไหว้สวัสดีว่าที่สามีในทันที โดยไม่รอให้ฝ่ายชายได้เริ่มทำความรู้จักก่อน เธอส่งยิ้มอันแสนเรียบร้อยอ่อนหวานตามที่ได้ฝึกมาเป็นอย่างดีให้ชายหนุ่ม เห็นเขาทำเพียงยกมือไหว้ตอบด้วยใบหน้านิ่งขรึม หารอยยิ้มตอบกลับมาไม่มี ทำราวเธอเป็นสัตว์ประหลาดจากนอกโลก น่านฟ้าจึงได้แต่ยิ้มเก้อจนแทบจะเป็นแยกเขี้ยวไว้เฉยๆ แล้วค่อยหุบยิ้มลงในบัดดล ผู้ชายคนนี้ท่าจะเคี้ยวยากแฮะ

     "เอ่อ เชิญคุณหญิงกับคุณติณณภพนั่งตรงนี้ก่อนเลยค่ะ ยืนนานเดี๋ยวจะเมื่อย" คุณนายสมรเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยปกตินัก จึงรีบตัดบทเอ่ยเชิญคนทั้งสองให้นั่งดื่มน้ำดื่มท่ากันให้เรียบร้อยเสียก่อน คุณหญิงพิสมัยแย้มยิ้มรับคำ ติณณภพค้อมศีษระขอบคุณตามมารยาท แล้วทั้งคู่จึงนั่งลงเคียงกันบนโซฟาสีน้ำตาลเข้ม ในขณะที่คุณนายสมรกับบุตรสาวก็ค่อยนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับแขก 

      ขณะนั้นน่านฟ้าเกิดคันยิบๆ ที่หัวพอดี จึงเผลอยกมือขึ้นเกาศีรษะด้วยกิริยาที่ชอบทำ ทำให้คุณนายสมรแอบหยิกเข้าไปที่สีข้างเพื่อตักเตือน จนคนเผลอทำตัวไม่เป็นกุลสตรีสะดุ้งร้อง 

     "โอ้ย แม่!"

     ทุกคนตวัดสายตามองไปยังกุลสตรีผู้มีกิริยาเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ในทันที เมื่อนึกขึ้นได้ กุลสตรีฝึกหัดจึงยิ้มแห้งๆ ออกมา แล้วยกมือไหว้ขอโทษคุณหญิงพิสมัยกับว่าที่สามีที่มองมาด้วยแววตาขุ่นข้อง ก่อนคุณนายสมรจะรีบเอ่ยตัดบทอีกครั้ง

     "เอ่อ ขอโทษแทนหนูฟ้าด้วยนะคะ คงจะเผลอโดนอะไรกัดเข้า แล้วรีบร้องให้แม่ช่วยน่ะค่ะ ปกติก็ไม่เป็นแบบนี้นะคะ" เอ่ยแล้วก็หัวเราะกลบเกลื่อนไปด้วย ก่อนลอบส่งสายตาดุไปทางบุตรสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ น่านฟ้าหลบสายตามารดาทันใด

     คุณหญิงพิสมัยที่ยกมือขึ้นทาบอกอย่างรู้สึกตกใจ อย่างไม่คิดว่าจะได้เห็นกิริยาแบบนั้นจากว่าที่ลูกสะใภ้ ที่ว่าเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ ถึงค่อยยิ้มออกมาอย่างเข้าอกเข้าใจแล้วเอ่ยอย่างไม่ถือสา "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลูกเต้าก็แบบนี้ มีอะไรก็นึกถึงแม่เป็นคนแรก ดีแล้วล่ะค่ะที่เป็นแบบนี้" เอ่ยพลางหัวเราะเบาๆ ออกมาด้วยความขำขัน

     เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ติณณภพมองหญิงสาวว่าที่ภรรยาอย่างพินิจพิจารณามากขึ้น คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ตาคู่คมมองคนตรงหน้าไม่วางตา แม้น่านฟ้าจะหันสบมองมาเป็นบางครั้งแต่เขาก็ไม่คิดจะหลบ น่านฟ้าได้แต่แสร้งมองไปทางนั้นทีทางนี้ที เมื่อรู้ว่าเขากำลังจ้องเธออยู่ จ้องแบบไม่เกรงใจเสียด้วย 

     'เหอะ จับผิดกันเข้าไปสิ'

     "เอ่อ นี่คงจะได้ฤกษ์ในการสู่ขอแล้ว ดิฉันก็ขอเอ่ยตรงนี้เลยก็แล้วกันนะคะคุณนาย" คุณหญิงพิสมัยเอ่ยขึ้น เมื่อรู้สึกว่าสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว ติณณภพเอนกายพิงพนักโซาด้วยท่าทางสบายๆ ส่วนน่านฟ้าก็กำลังหัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ แทบนั่งไม่ติดที่ แต่ต้องระงับอาการไว้ เขาผู้ชายตรงหน้ากำลังจะเป็นสามีเธอในอนาคต รูปร่างหน้าตาก็ชวนฝันอยู่หรอก แต่ดูท่าทางคงจะดุน่าดู นี่มันเสือยิ้มยากชัดๆ

     "ดิฉัน คุณหญิงพิสมัย ธำรงค์ธนทรัพย์ มาสู่ขอหนูน่านฟ้าให้กับลูกชาย ไม่ทราบว่าคุณนายสมรจะเรียกค่าสินสอดเท่าไหร่ดีคะ" คุณหญิงพิสมัยเอ่ยอย่างเป็นทางการ คุณนายสมรถึงกับตารุกวาว น่านฟ้ามองอย่างรอลุ้นตามไปด้วย ในขณะที่ติณณภพมองหน้าคุณนายสมรอย่างจับสังเกต ไม่ได้แสดงท่าทีใด

     "แหมเรื่องสินสอด" คุณนายสมรแย้มยิ้มทำเป็นครุ่นคิด "ดิฉันก็ไม่อยากเรียกมากหรอกค่ะ แต่ก็อยากให้สมน้ำสมเนื้อ งั้นคิดไปยี่สิบล้านก็แล้วกันนะคะคุณหญิง"

     จบคำของมารดา น่านฟ้าถึงกับอ้าปากค้าง ตกใจกับจำนวนสินสอดที่แม่เรียก ค่าไถ่ถอนบ้านแค่สามล้านแต่แม่เธอเรียกค่าสินสอดตั้งยี่สิบล้านเนี่ยนะ


     'คุณพระช่วย ถ้าทางนั้นหาว่าโลภแล้วเปลี่ยนใจขึ้นมาทีหลัง สามล้านก็จะไม่ได้มาไถ่บ้าน ซ้ำอาจจะไม่มีที่ซุกหัวนอนอีก ทำไมแม่ทำอะไรไม่ปรึกษาเธอบ้างเลย'

  
     
    ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและติดตามผลงานนะคะ จะพยายามอัพให้ได้อาทิตย์ละสี่วันค่ะ พรุ่งนี้เดี๋ยวมาลงให้อีกน้าา ขอเวลาปั่นแป๊บ คาดว่าเรื่องนี้จะไม่ดองแน่นอน ตามอ่านได้ยาวๆ กันไปเลยค่า
 
     
     
     ซ่อนรัก กำแพงใจ ฉบับ e-book


ซ่อนรัก กำแพงใจ
อมยิ้มรสขม
www.mebmarket.com
   เขากลับมาพร้อมกับผู้หญิงคนใหม่และเธอที่มีลูกวัยกำลังน่ารัก เมื่อความเข้าใจผิด ทำให้ทุกอย่างผิดพลาด เขา เธอ ควรเลือกหรือปล่อย เมื่อเส้นทางของความรักไม่ได้สวยงามตั้งแต่แรกเริ่ม และ อาจจบลงด้วยคราบน้ำตา   ติณณภพ ธำรงค์ธนทรัพย์   แต่งกับเธอแล้วไง ค่อยหย่าทีหลังก็ได้ ผู้หญิงแบบนั้นอย่าหวังว่าเขาจะให้ค่า   น่านฟ้า กลเกียรติกูล       หลังจากสามเดือนเธอต้องไปจากเขา และอย่าหวังว่าจะได้แตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายเล็บ     "นั่นเธอจะทำอะไร" ติณณภพเอ่ยถามเมื่อเห็นน่านฟ้ารื้อตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเอาชุดกระโปรงของเธอออกมาเพื่อเตรียมจัดใส่กระเป๋า"      "กลับบ้าน กลับไปอยู่บ้านฉัน" น่านฟ้าบอก พร้อมพับเสื้อผ้าลงในกระเป๋าอย่างตั้งใจ ไม่สนสายตาที่มองมาอย่างไม่เห็นด้วย       "ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น" ติณณภพเอ่ยเสียงเข้ม ในขณะที่น่านฟ้ารีบเงยหน้าขึ้นมองเขา      "ทำไม ฉันจะไปไหนมันก็สิทธิ์ของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ ในเมื่อคุณไม่ยอมทำตามสัญญา ฉันก็จะไม่ทำหน้าที่ภรรยาเหมือนกัน"      "หน้าที่ภรรยา"ติณณภพเอ่ย ส่งเสียงหึในลำคอ "เธอเคยทำหน้าที่นี้ด้วยหรือไง"




  
     

     
     

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

0 ความคิดเห็น


เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น