ซ่อนรัก กำแพงใจ(จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 82,487 Views

  • 314 Comments

  • 902 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,306

    Overall
    82,487

ตอนที่ 17 : ห่วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    4 มี.ค. 62

วันนี้ติณณภพตื่นไปทำงานแต่เช้า จึงกลายเป็นว่าน่านฟ้าตื่นสายกว่าเขา ทั้งที่ทุกวันเธอจะต้องเป็นฝ่ายตื่นก่อน คอยจัดเตรียมเสื้อผ้าและอาหารเช้าไว้สำหรับเขาไม่ให้ขาดตกบกพร่อง


ขณะที่งัวเงียตื่นขึ้นมา เธอก็ไม่พบร่างสูงสมส่วนนอนอยู่บนเตียงแล้ว น่านฟ้ารีบแหงนหน้ามองนาฬิกาตรงปลายเตียงทันใด พบว่าเวลานี้เป็นเวลาสิบโมงเช้า เธอรีบกุลีกุจอลงจากเตียงทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมต้องรีบขนาดนั้น แต่พอนึกขึ้นได้ว่าติณณภพคงออกไปทำงานเรียบร้อยแล้ว ท่าทีรีบเร่งแต่ทีแรกจึงหยุดชะงักลง


น่านฟ้ายกมือขึ้นกุมขมับตัวเองเพราะรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอสะบัดศีรษะเบาๆ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอาบท่าแต่งเนื้อแต่งตัว เมื่อเสร็จเรียบร้อย จึงเดินลงไปยังชั้นล่างด้วยท่าทางมึนๆ รู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวอย่างบอกไม่ถูก เห็นคุณหญิงนั่งจิบชาดูรายการทีวีอยู่ในห้องรับแขกจึงเดินเข้าไปหา แต่ยังไม่ได้เอ่ยอะไร คุณหญิงก็หันมาเห็นเธอเสียก่อน


"อ้าวหนูฟ้า วันนี้ทำไมตื่นสายล่ะ ไม่สบายหรือเปล่า" คุณหญิงเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง ในขณะที่น่านฟ้าเผยรอยยิ้มบางส่งให้ รู้สึกขอบคุณและทั้งรู้สึกผิดที่เคยหลอกลวงคุณหญิง เธอไม่ควรสวมรอยแต่งงานกับติณณภพเพื่อเงินไถ่บ้านตั้งแต่แรก หากรู้ว่าคุณหญิงพิสมัยจะดีกับเธอถึงขนาดนี้ น่านฟ้าเดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงบนโซฟาข้างแม่สามีพลางยิ้มให้ก่อนตอบ


"ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ พอดีฟ้ารู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย"


"ขุ่นพระ!" คุณหญิงยกมือขึ้นทาบอกด้วยท่าทางตกใจ แล้วเผยรอยยิ้มอย่างมีความหวัง ทาทางนั้นทำให้น่านฟ้าต้องมุ่นหัวคิ้วด้วยความสงสัย


"เวียนหัวเหรอลูก แล้วคลื่นไส้หรือเปล่า อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม" คุณหญิงถามรัวเร็ว ยื่นมือไปสัมผัสมือเล็กของลูกสะใภ้เอาไว้อย่างนึกลุ้น น่านฟ้าส่ายหน้าและเข้าใจในทันทีว่าแม่สามีคิดอะไรอยู่ ถ้าหมายถึงเรื่องนั้นคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน


"แค่เวียนหัวเองค่ะ แล้วก็รู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว"


คำตอบนั้นทำให้หน้าคุณหญิงสลดลง ความหวังว่าอาจจะได้อุ้มหลานพังทลายลงพร้อมกับความรู้สึกผิดหวัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยื่นมือไปสัมผัสหน้าผากของลูกสะใภ้ด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเบิกตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจแล้วเอ่ย "ตัวร้อนจี๋เลย แล้วทานยารึยังจ๊ะ" เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง


"ยังค่ะ ฟ้าไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ ไข้น่าจะขึ้นนิดหน่อย" น่านฟ้าตอบยิ้มๆ รู้สึกตื้นตันในอกอย่างบอกไม่ถูก คุณหญิงช่างดีกับเธอเหลือเกิน ในขณะที่แม่ของเธอยังไม่เคยดูเป็นห่วงเป็นใยเธอขนาดนี้ 


"แม่ว่าไม่หน่อยแล้วนะลูก ตัวร้อนเชียว เอาอย่างงี้ เดี๋ยวแม่จะตามหมอมาดูอาการดีกว่า เผื่อเป็นอะไรมากกว่านี้แล้วมันจะยุ่งเอา"


น่านฟ้าพยักหน้ารับเบาๆ พร้อมกับมีก้อนแข็งๆ มาจุกอยู่ที่คอ ปะปนไปด้วยความรู้สึกผิด เธอไม่ควรเลย ไม่ควรหลอกลวงคนดีๆ อย่างคุณหญิง ครั้งนี้เธอทำผิดอย่างมหันต์ ก็สมควรแล้วที่ต้องชดใช้ให้กับความผิดของตน สมควรแล้วที่ติณณภพจะปฏิบัติกับเธออย่างเช่นทุกวันนี้ และสมควรแล้วที่เขาเกลียด 

เธอรู้ว่าติณณภพคงรู้ว่าสาเหตุที่เธอยอมแต่งงานกับเขาก็เพราะเรื่องเงินที่จะนำมาไถ่ถอนบ้าน คนอย่างติณณภพคงไม่โง่ แค่เขาไม่รู้เท่านั้นว่าเธอเป็นลูกสาวคนเล็ก ไม่ใช่ลูกสาวคนโต คิดไปก็นึกสมน้ำหน้าตัวเองอยู่ลึกๆ แต่ถึงยังไง พี่สาวของเธอก็ไม่ควรมารับกรรมครั้งนี้ด้วย หากเขาไม่ได้รักพี่สาวเธอจริงๆ เธอก็พร้อมจะปกป้องทุกอย่าง


ร่างสูงสง่าในชุดสูทภูมิฐานก้าวออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้านิ่งขรึมแต่แววตาคมปลาบนั้นกลับแฝงไปด้วยความกังวล เมื่อดาวเด่นรายงานมาว่าคุณหญิงพิสมัยต่อสายตรงมาที่บริษัทเพราะติดต่อเขาไม่ได้ เนื่องจากเขามักจะปิดมือถือเวลามีประชุมทุกครั้ง ดาวเด่นรายงานว่าแม่ของเขามีเรื่อเร่งด่วนให้รีบโทรกลับทันที ติณณภพล้วงมือถือออกมาจากใต้เสื้อสูทแล้วกดโทรออกพลางหันไปออกคำสั่งกับผู้จัดการฝ่ายส่งออก "พรุ่งนี้อย่าลืมส่งตัวอย่างชิ้นงานมาให้ผมด้วย"


"ครับ" ผู้จัดการฝ่ายส่งออกก้มหน้ารับคำ ติณณภพพยักหน้าเชิงรับรู้ ก่อนหันมาจดจ่ออยู่กับการรอสายโทรศัพท์จากมารดา


"ครับคุณแม่" น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกังวลกรอกลงไปในโทรศัพท์ทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย


"ตาภพ ตอนนี้ยุ่งอยู่หรือเปล่าลูก"


"คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ" ติณณภพถามกลับทันที


"คือว่าหนูฟ้าไม่สบายน่ะลูก ถ้าที่บริษัทไม่มีอะไรแล้ว แม่อยากให้กลับมาดูแลเมียหน่อย"


ได้ยินดังนั้น ความกังวลก็หายไปจากสายตาในทันที ไม่สบายแล้วเขาเกี่ยวอะไรด้วย เขาไม่ใช่หมอเสียหน่อย ติณณภพคิดอย่างคนมีทิฐิในใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกทางน้ำเสียงให้คนปลายสายได้รับรู้ถึงกระแสความนึกคิดนั้น


"ตอนนี้ที่บริษัทยุ่งมากครับ ผมคงกลับไปดูอาการเธอได้ตอนเย็นๆ"


"หมายความว่าจะไม่กลับมาดูแลเมียเหรอลูก แม่ว่าเรื่องงานเอาไว้ก่อนดีกว่าไหม ให้คนอื่นทำแทนไปก่อนก็ได้ บุคลากรของเราก็มีตั้งเยอะแยะ"


น้ำเสียงกึ่งขอร้องกึ่งบังคับนั้น ทำให้ติณณภพรู้สึกลำบากใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาเนี่ยนะต้องทิ้งงานที่คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญหลักๆ เพื่อกลับไปดูแลเจ้าหล่อน ติณณภพลอบถอนหายใจอย่างไม่เห็นด้วย ก็แค่เป็นไข้นิดๆ หน่อยๆ มันจะอะไรกันนักกันหนา แต่สุดท้ายก็ต้องรับคำมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


เมื่อดาวเด่นรู้ว่าวันนี้ติณณภพต้องกลับไปที่บ้านก่อนเวลา เธอก็รู้สึกหัวใจห่อเหี่ยว ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน ทุกวันนี้ที่เธอทำงานอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขก็เพราะเขา เธอชอบมองใบหน้านิ่งขรึมนั้นเวลาสายตาจับจ้องอยู่กับเอกสาร ชอบเวลาที่เขาบอกว่ากาแฟที่เธอชงอร่อย และหัวใจพอโตทุกครั้งที่เขาสั่งอาหารกลางวันเผื่อเธอด้วยทุกครั้ง ความผูกพันที่มีต่อชายหนุ่มเพิ่มขึ้นทุกวันจนไม่รู้ว่าหากไม่เจอหน้าเขาสักอาทิตย์เธอคงบ้าตายไปก่อน เพราะเธอรักเขามาก เขาคือผู้ชายคนแรกที่ทำให้เธอเกิดความรู้สึกที่มหาศาลเช่นนี้


ติณณภพขับรถกลับบ้านอย่างใจเย็น ก่อนถึงเขายังแวะซื้อของอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ซุปเปอร์มาเก็ตอีกด้วย


เมื่อไปถึงบ้าน ร่างสูงสง่าในชุดสูทก็ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีไม่รีบร้อน ส่งกระเป๋าโน้ตบุ๊กให้คนใช้ในบ้านก่อนแกะกระดุมสูทออกแล้วเดินตรงเข้าไปในบ้าน


ชายหนุ่มก้าวขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนซึ่งเดาว่า ยัยตัวแสบคงกำลังนอนพักผ่อนอยู่


มือเรียวแข็งแรงผลักประตูเข้าไปช้าๆ สายตาคู่คมมองไปยังเตียงนอนก็เห็นคนป่วยที่ว่านั่งเอนหลังอยู่กับหมอนที่ซ้อนกันไว้สองใบ ข้างๆ มีเด็กรับใช้ในบ้านกำลังนั่งทำหน้าลำบากใจอยู่ข้างๆ พร้อมมีถ้วยโจ๊กในมือ


"มีอะไร" ติณณภพถาม ในขณะที่น่านฟ้าหันมามองเขาพลางทำหน้าเชิดไม่ตอบคำถาม แต่เป็นเด็กรับใช้ในบ้านที่เป็นคนตอบแทน


"ก็คุณน่านฟ้าสิคะ ไม่ยอมทานอะไรเลยค่ะ ตั้งแต่เช้า บอกแต่ว่าไม่หิว ไม่หิว"


"ก็ฉันไม่หิวจริงๆ นี่นา" น่านฟ้าบอก ก่อนติณณภพจะส่งสายตาเป็นการออกคำสั่งให้เด็กรับใช้ออกไปก่อน แล้วเขาจะจัดการเอง


เมื่อบุคคลที่สามออกไปแล้ว น่านฟ้าก็ยังคงนั่งนิ่งไม่แม้แต่จะสนใจมองหน้าเขาด้วยซ้ำ


"ทำไมถึงไม่กินข้าว" เจ้าของใบหน้าหล่อถามเสียงเข้ม ยืนกอดอกมองคนเอนหลังอยู่บนเตียงด้วยสายตากดดัน


"ก็บอกแล้วไง ว่าไม่หิว" น่านฟ้าสะบัดเสียงตอบ ก่อนเมินหน้าหนีไปอีกทาง


"งี่เง่า ทำให้คนอื่นต้องเป็นห่วงไม่รู้หรือไง เธอรู้ไหม ว่าแม่ฉันถึงขนาดต้องโทรไปตามฉันที่บริษัท ให้โดดงานเพื่อมาดูแลเธอ" ติณณภพบอก น่านฟ้าถึงกับหันขวับมามองเขา ไม่คิดว่าแม่สามีเธอจะทำถึงขนาดนี้


"โทรตามงั้นเหรอ" เธอถามเพื่อเอาความแน่ใจ


"ใช่ โทรตาม" ติณณภพตอบ ก่อนส่งสายตาไปยังชามโจ๊กที่ยังมีควันจางๆ กลิ่นหอมลอยขึ้นมาเตะจมูก แล้วออกคำสั่งปรายสายตาคาดโทษให้คนป่วย "กินซะ อย่าทำตัวให้คนอื่นต้องเป็นห่วง ฉันไม่ชอบเห็นแม่ฉันมีเรื่องไม่สบายใจ"


น่านฟ้าก้มมองตักตนด้วยสายตาที่อ่อนลง เมื่อรู้ความจริงว่าแม่สามีเป็นห่วงถึงขนาดโทรตามคนบ้างานอย่างติณณภพถึงที่บริษัท เธอจึงค่อยยื่นมือออกไปหยิบชามโจ๊กแล้วตักกินอย่างว่าง่าย อย่างน้อยคุณหญิงพิสมัยก็เป็นคนที่หวังดีและเป็นห่วงเป็นใยเธอจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำถึงขนาดนี้ เธอไม่ควรทำให้ท่านเป็นเดือดเป็นร้อนใจเพราะความดื้อด้านของเธอ ยกเว้นผู้ชายตรงหน้า ที่กำลังยืนกอดอกทำหน้าน่าเอาปืนกรอกปากอยู่ตรงนี้


เมื่อรู้สึกว่าจะกินไม่ไหวแล้ว น่านฟ้าจึงค่อยวางชามโจ๊กลง ในขณะที่ติณณภพนั่งมองการกระทำของหญิงสาวอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนน่านฟ้าจะเอ่ยขึ้น


"แล้วคุณมานั่งอะไรตรงนี้ล่ะ ไม่กลับไปทำงาน ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย"


"ทำไม ทนมองหน้าฉันไม่ได้หรือไง เธอก็น่าจะชินได้แล้วนะ นอนก็นอนข้างกันทุกคืน" เขาบอก พลางเปลี่ยนท่านั่งเป็นไขว่ห้างแบบสบายๆ


"ก็ใช่น่ะสิ แค่นอนข้างกันทุกคืนก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้ว นี่ยังจะมานั่งเฝ้ากันแบบนี้ ฉันคงรู้สึกดีอยู่หรอก" คนป่วยบอกด้วยน้ำเสียงประชด ก่อนทำท่าจะก้าวลงจากเตียง ทำให้ติณณภพรีบเอ่ยถาม


"นั่นเธอจะไปไหน"


น่านฟ้าชะงักเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วตอบ "ก็ไปให้พ้นๆ จากตรงนี้น่ะสิ เหม็นหน้าคน"


คำพูดนั้นเปลี่ยนอารมณ์ของคนฟังจากไม่รู้สึกอะไรกลายเป็นโกรธขึ้งในทันที เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปยืนขวางคนที่บอกว่าจะไปให้พ้นๆ เพราะเหม็นขี้หน้าเขาแล้วกดไหล่ทั้งสองข้างของเธอให้นั่งลงดังเดิม น่านฟ้าเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเอาเรื่อง


"นี่คุณจะทำอะไร" น่านฟ้าถามเสียงขุ่น


"อยู่ที่นี่ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ถ้าเธอจะเหม็นขี้หน้าฉันขนาดนั้น ฉันไปเองก็ได้" เอ่ยเสียงเครียด ก่อนหันหลังก้าวออกไปจริงๆ


น่านฟ้าหลับตาปริบๆ กับปฏิกิริยาของเขา ที่ดูเหมือนผิดแปลกไปจากเดิม ปกติเขาไม่เคยสนว่าเธอจะว่ายังไง แต่ครั้งนี้ไม่ตอบโต้แล้วยังเหมือนกับเดินหนีประชดประชันอีก เขาคิดอะไรของเขากันแน่


น่านฟ้าขมวดคิ้วยังคงมองค้างอยู่ที่ประตูด้วยความสงสัย แต่ให้สงสัยอย่างไร ก็ไม่มีทางเดาออกเลย ว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ หรือต่อมน้อยใจเกิดทำงานผิดปกติกำเริบขึ้นมากันแน่


คืนนี้น่านฟ้านอนไม่หลับทั้งคืน เมื่อติณณภพออกไปตั้งแต่เมื่อตอนกลางวันแล้วยังไม่กลับเข้ามา เธอกังวลว่าเขาอาจจะอยู่กับพี่สาวที่ไหนสักแห่ง แล้วดึกดื่นแบบนี้ ไม่รู้ว่าทั้งคู่อาจจะไปไหนต่อไหนกันแล้ว เธอยังไม่พร้อมจะให้มันเกิดขึ้น และเป็นห่วงว่าดาวเด่นอาจจะเสียตัวฟรี น่านฟ้าจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดหมายเลขที่นานครั้งจะได้โทรหา หรือแทบไม่เคยโทรเลยก็ว่าได้


"ว่าไง"


เสียงทักทายจากปลายสายดังขึ้นโดยไม่ทันได้เตรียมคำพูด น่านฟ้าจึงอึกอักเล็กน้อยก่อนเอ่ย


"เอ่อ ฉันเอง น่านฟ้า"


"มีอะไร" เขาเอ่ยสวนขึ้นทันที ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะเอ่ยจบด้วยซ้ำ


"คุณอยู่ที่ไหน กับใคร" คนโทรตามตัดสินใจเอ่ยออกมา ไม่ใช่เพราะห่วงว่าเขาจะไปกับใครแต่ห่วงว่าคนๆ นั้นอาจจะเป็นพี่สาวเธอมากกว่าคนอื่น


"ผับย่านทองหล่อ กับดาวเด่น" ติณณภพตอบอย่างไม่ปิดบัง ก่อนถามกลับ "แล้วมีอะไร ถึงโทรมาหาฉันได้ อย่าบอกนะ ว่าโทรมาตามฉันกลับบ้าน"


"ใช่" น่านฟ้าตอบ ในขณะที่ภายในใจก็นึกเป็นห่วงพี่สาวแทบบ้า เธอต้องสวมบทบาทเป็นภรรยาหวงสามีสักครั้ง เพื่อให้ทั้งคู่แยกย้ายจากกันให้เร็วที่สุด "ฉันขอใช้สิทธิ์ในความเป็นภรรยา ขอร้องให้คุณกลับมาเดี๋ยวนี้ "น่านฟ้าเน้นเสียงหนักด้วยความจริงจัง


"แล้วถ้าฉันไม่กลับ เธอจะทำยังไง" ติณณภพเลิกคิ้วขึ้นขณะหยั่งเชิง น่านฟ้าตอบทันควัน


"ฉันก็จะไปตามถึงที่ พร้อมใบทะเบียนสมรส"


"งั้นก็ตามมาได้เลย ฉันก็พร้อมจะตรีตราความเป็นสามีนอกเหนือจากในทะเบียนสมรสเหมือนกัน" ติณณภพเอ่ย ทำให้น่านฟ้าถึงกับอึ้งและนิ่งค้างพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง ทำให้ติณณภพเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบ


"ว่าไง ถ้าพร้อมจะให้ฉันตีตราความเป็นสามี ก็รีบมาได้เลย ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว" ติณณภพเอ่ย ในขณะที่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงบางอย่างตกกระทบพื้นอย่างแรง ทำให้เขาขมวดคิ้วด้วยความตกใจและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของปลายสายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


"คุณ ช่วยฉันด้วย ฉัน..."


แล้วโทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไปอย่างรวดเร็ว ไร้ซึ่งเสียงจากสัญญานใดๆ ทั้งสิ้น


"น่านฟ้า!"


ติณณภพเอ่ย ก่อนก้าวออกจากผับอย่างรวดเร็ว ใจทั้งนึกเป็นห่วงทั้งนึกกลัวความสูญเสียในเวลาเดียวกัน วินาทีนั้นเขาแค่คิดว่าไม่อยากให้เจ้าของเสียงกวนอารมณ์เมื่อครู่เป็นอะไรไปทั้งนั้น ขออย่าได้มีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับเธอ แค่อย่าเป็นอะไร


เกิดอะไรขึ้นกับน่านฟ้า ติดตามได้ตอนต่อไปค่า

ฝากเพจนิยายรัก อมยิ้มรสขมด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆเลยค่า ที่เข้ามาอ่าน

ซ่อนรัก กำแพงใจ ฉบับ e-book


ซ่อนรัก กำแพงใจ
อมยิ้มรสขม
www.mebmarket.com
   เขากลับมาพร้อมกับผู้หญิงคนใหม่และเธอที่มีลูกวัยกำลังน่ารัก เมื่อความเข้าใจผิด ทำให้ทุกอย่างผิดพลาด เขา เธอ ควรเลือกหรือปล่อย เมื่อเส้นทางของความรักไม่ได้สวยงามตั้งแต่แรกเริ่ม และ อาจจบลงด้วยคราบน้ำตา   ติณณภพ ธำรงค์ธนทรัพย์   แต่งกับเธอแล้วไง ค่อยหย่าทีหลังก็ได้ ผู้หญิงแบบนั้นอย่าหวังว่าเขาจะให้ค่า   น่านฟ้า กลเกียรติกูล       หลังจากสามเดือนเธอต้องไปจากเขา และอย่าหวังว่าจะได้แตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายเล็บ     "นั่นเธอจะทำอะไร" ติณณภพเอ่ยถามเมื่อเห็นน่านฟ้ารื้อตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเอาชุดกระโปรงของเธอออกมาเพื่อเตรียมจัดใส่กระเป๋า"      "กลับบ้าน กลับไปอยู่บ้านฉัน" น่านฟ้าบอก พร้อมพับเสื้อผ้าลงในกระเป๋าอย่างตั้งใจ ไม่สนสายตาที่มองมาอย่างไม่เห็นด้วย       "ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น" ติณณภพเอ่ยเสียงเข้ม ในขณะที่น่านฟ้ารีบเงยหน้าขึ้นมองเขา      "ทำไม ฉันจะไปไหนมันก็สิทธิ์ของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ ในเมื่อคุณไม่ยอมทำตามสัญญา ฉันก็จะไม่ทำหน้าที่ภรรยาเหมือนกัน"      "หน้าที่ภรรยา"ติณณภพเอ่ย ส่งเสียงหึในลำคอ "เธอเคยทำหน้าที่นี้ด้วยหรือไง"



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #19 nattiya1992 (@nattiya1992) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 12:41
    เริ่มสนุกละ รออยู่น่ะค่ะ อิอิ
    #19
    1
    • #19-1 (@25271953) (จากตอนที่ 17)
      31 มกราคม 2562 / 13:36
      ขอบคุณค่า พรุ่งนี้มาอัพนะคะ
      #19-1
  2. #18 0983075326 (@0983075326) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 12:32
    เกิดอะไรขึ้น!!
    #18
    1
    • #18-1 (@25271953) (จากตอนที่ 17)
      31 มกราคม 2562 / 13:36
      นั่นสิคะ สงสัยจะไม่ใช่เรื่องดี
      #18-1
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น